20 เมนูแกงจืดอร่อย พร้อมส่วนผสมและวิธีทำแบบละเอียด
- แกงจืดเป็นเมนูสุขภาพ ที่มีแคลอรีต่ำ อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และโปรตีน เหมาะสำหรับทุกวัยและผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก ย่อยง่ายและช่วยเรื่องการขับถ่าย
- วัตถุดิบหลักประกอบด้วย เนื้อสัตว์ (หมู ไก่ กุ้ง ปลา) ผักหลากหลายชนิด (ผักกาดขาว ตำลึง สาหร่าย เต้าหู้) และเครื่องปรุงพื้นฐาน ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามชอบและหาซื้อได้ง่าย
- เทคนิคการทำให้อร่อย ต้องเลือกวัตถุดิบที่สด หมักหมูสับก่อนทำ ช้อนฟองที่ลอยขึ้นมา ใส่ผักตามลำดับความสุก และปรุงรสให้กลมกล่อมพอดี ไม่จัดเกินไป
- มี 4 ประเภทของแกงจืด ตามวิธีการปรุง ได้แก่ แกงจืดที่โขลกเครื่องปรุง แกงจืดที่ตั้งน้ำก่อน แกงจืดที่ใช้น้ำซุปพร้อม และแกงจืดที่ใส่เนื้อสัตว์ก่อน แต่ละแบบให้รสชาติและเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกัน
เมื่อพูดถึงเมนูแกงจืด หลายคนคงนึกถึงน้ำซุปร้อนๆ ที่ซดแล้วคล่องคอ กลมกล่อม และเหมาะกับทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้สูงอายุ แกงจืดหรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ต้มจืด” นั้นเป็นเมนูอาหารไทยที่มีต้นกำเนิดจากวัฒนธรรมการทำอาหารของชาวจีน โดยชาวจีนเรียกแกงจืดว่า “ทึง” ซึ่งหมายถึงน้ำเดือด เป็นเมนูที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อเป็นอาหารสุขภาพและช่วยให้การรับประทานอาหารมีความคล่องตัวมากขึ้น
วันนี้เราได้รวบรวม 20 เมนูแกงจืด ที่หลากหลาย ตั้งแต่เมนูยอดนิยมอย่างแกงจืดเต้าหู้หมูสับ ไปจนถึงเมนูเฉพาะที่น่าสนใจอีกมากมาย พร้อมทั้งส่วนผสมและวิธีทำแบบละเอียดที่ทำตามได้ง่าย วัตถุดิบหาได้ทั่วไป เหมาะสำหรับทั้งมือใหม่และคนที่ชอบทำอาหาร บทความนี้จะช่วยให้การเข้าครัวทำเมนูอาหารเย็นหรือมื้ออื่นๆ เป็นเรื่องง่ายและสนุกมากยิ่งขึ้น
ความเป็นมาและประเภทของแกงจืด
ประวัติความเป็นมา
แกงจืดได้รับอิทธิพลมาจากชาวจีน โดยชาวจีนนิยมทำน้ำซุปหรือที่เรียกว่า “ทึง” ไว้รับประทานเพื่อให้คล่องคอในทุกมื้ออาหาร เมนูนี้จึงถูกดัดแปลงเข้ามาในครัวไทยและกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการทำอาหารของเราจนถึงปัจจุบัน น้ำซุปของชาวจีนมีความคล้ายคลึงกับแกงจืดไทยมาก เช่น “เปะฉ่ายทึง” ที่หมายถึงแกงจืดผักกาดขาว และ “ตังฮุงทึง” ที่หมายถึงแกงจืดวุ้นเส้น
ในอดีต ชาวจีนมักเคี่ยวกระดูกหมูและใส่เครื่องเทศต่างๆ ที่เป็นสมุนไพรลงไปเพื่อให้มีกลิ่นหอมและคุณค่าทางโภชนาการที่สูง การทำน้ำซุปหรือแกงจืดจึงไม่ใช่เพียงแค่การทำอาหารธรรมดา แต่ยังเป็นการบำรุงร่างกายและสุขภาพอีกด้วย
4 ประเภทของแกงจืด
แกงจืดสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทหลักตามวิธีการปรุง ได้แก่
- แกงจืดที่โขลกเครื่องปรุง – เริ่มต้นด้วยการโขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทยให้ละเอียด จากนั้นนำไปผัดกับน้ำมันให้หอม ใส่เนื้อสัตว์ผัดร่วม แล้วเติมน้ำและส่วนผสมอื่นๆ ตามด้วย เช่น แกงจืดวุ้นเส้น (แกงร้อน) ที่เป็นเมนูยอดนิยม
- แกงจืดที่ตั้งน้ำก่อน – เป็นวิธีที่ใช้กันมากที่สุด โดยตั้งน้ำให้เดือดก่อน จากนั้นใส่กระเทียมและเนื้อสัตว์ที่หมักไว้ แล้วตามด้วยผักและเครื่องปรุงต่างๆ เช่น แกงจืดเต้าหู้หมูสับ
- แกงจืดที่ใช้น้ำซุปพร้อม – ใช้น้ำซุปที่เคี่ยวไว้แล้วหรือผงซุปสำเร็จรูป ทำให้รสชาติเข้มข้นและประหยัดเวลา เหมาะกับผู้ที่ต้องการทำอาหารรวดเร็ว
- แกงจืดที่ใส่เนื้อสัตว์ก่อน – นำเนื้อสัตว์ลงต้มก่อนเพื่อให้ได้น้ำซุป จากนั้นจึงใส่ผักและเครื่องปรุงอื่นๆ วิธีนี้ช่วยให้ได้น้ำซุปที่หวานจากเนื้อสัตว์อย่างเต็มที่
คุณค่าทางโภชนาการและประโยชน์ของแกงจืด
คุณค่าทางโภชนาการ
แกงจืดเป็นเมนูที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการหลากหลาย โดยเฉพาะเมื่อใส่ผักและเนื้อสัตว์หลายชนิด ทำให้ได้รับสารอาหารครบถ้วน ส่วนประกอบหลักอย่างเต้าหู้ให้โปรตีนจากพืชคุณภาพสูง ผักกาดขาวอุดมไปด้วยวิตามินซีและไฟเบอร์ ตำลึงมีใยอาหาร วิตามินเอ แคลเซียม และธาตุเหล็ก ส่วนสาหร่ายให้โปรตีนสูงแต่ไขมันต่ำ
เมนูแกงจืดโดยทั่วไปมีแคลอรีต่ำ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก โดยแกงจืดหนึ่งชามมีพลังงานประมาณ 80-150 กิโลแคลอรี ขึ้นอยู่กับส่วนผสม นอกจากนี้ยังมีคาร์โบไฮเดรตต่ำและไขมันน้อย ทำให้เหมาะกับผู้ที่กำลังลดน้ำหนักหรือควบคุมอาหาร
ประโยชน์ต่อสุขภาพ
- ย่อยง่าย เหมาะกับทุกวัย – น้ำซุปใสของแกงจืดทำให้ย่อยง่าย เหมาะสำหรับเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วย รวมถึงผู้ที่มีปัญหาเรื่องระบบทางเดินอาหาร
- ช่วยเรื่องการขับถ่าย – ใยอาหารจากผักช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย ทำให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้ดีขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาท้องผูก
- เหมาะกับผู้ควบคุมน้ำหนัก – เป็นเมนูน้ำใสที่มีแคลอรีต่ำ ไม่มีกะทิ จึงเหมาะกับผู้ที่กำลังลดน้ำหนักหรือดูแลสุขภาพ
- กระตุ้นน้ำนมแม่ – บางเมนูอย่างแกงจืดตำลึงเชื่อว่าช่วยกระตุ้นน้ำนมสำหรับคุณแม่หลังคลอด
- ให้ความอิ่มนาน – แม้จะมีแคลอรีต่ำ แต่การรับประทานพร้อมข้าวและเนื้อสัตว์ทำให้อิ่มท้องได้นานและได้รับโปรตีนที่เพียงพอ
20 เมนูแกงจืดยอดนิยม พร้อมส่วนผสมและวิธีทำ
1. แกงจืดเต้าหู้หมูสับ
แกงจืดเต้าหู้หมูสับเป็นเมนูยอดนิยมอันดับหนึ่งที่หลายบ้านทำกันเป็นประจำ เพราะทำง่าย อร่อย และได้รับคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน
ส่วนผสม:
- หมูสับ 200 กรัม
- เต้าหู้ไข่ 1 หลอด (หั่นชิ้น)
- ผักกาดขาว 200 กรัม (หั่นชิ้นพอคำ)
- แครอท 1 หัว (หั่นแว่น)
- กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ
- รากผักชีโขลก 1 ช้อนโต๊ะ
- คื่นฉ่าย 2 ต้น (หั่นท่อน)
- พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- คนอร์ก้อน 1 ก้อน
- น้ำเปล่า 4 ถ้วย
วิธีทำ:
- ผสมหมูสับกับพริกไทยป่น ซีอิ๊วขาว น้ำปลา คลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักไว้ 10-15 นาที
- ตั้งหม้อน้ำ ใส่กระเทียมและรากผักชีลงไปผัดให้หอม
- เติมน้ำเปล่าลงไป รอจนเดือด ใส่คนอร์ก้อนคนให้ละลาย
- ปั้นหมูสับเป็นก้อนกลมๆ ใส่ลงในน้ำซุป รอจนหมูสุก ช้อนฟองออก
- ใส่แครอทและเต้าหู้ไข่ ต้มจนแครอทเริ่มนิ่ม
- ใส่ผักกาดขาว ปรุงรสชิมตามชอบ
- โรยคื่นฉ่าย ยกลงจากเตา พร้อมเสิร์ฟร้อนๆ
2. แกงจืดวุ้นเส้นหมูสับ (แกงร้อน)
แกงจืดวุ้นเส้นหรือที่เรียกว่า “แกงร้อน” เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน โดยเฉพาะในภาคกลางของไทย มีวุ้นเส้นเด้งๆ ซึมซับรสชาติน้ำซุปได้ดี
ส่วนผสม:
- วุ้นเส้น 1 ห่อ (แช่น้ำให้นุ่ม)
- หมูสับ 150 กรัม
- เห็ดหูหนูดำ 5-6 ดอก (แช่น้ำให้บานหั่นฝอย)
- รากผักชี 3 ราก
- กระเทียม 5 กลีบ
- พริกไทยเม็ด 1 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วดำ 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
- ต้นหอมซอย สำหรับโรยหน้า
- ผักชีซอย สำหรับโรยหน้า
- น้ำเปล่า 4 ถ้วย
วิธีทำ:
- โขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทยให้ละเอียดพอประมาณ
- ตั้งกระทะใส่น้ำมัน พอร้อนใส่เครื่องโขลกผัดให้หอม
- ใส่หมูสับลงผัดจนสุก ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ น้ำตาลทราย
- เติมน้ำเปล่าลงไป รอจนเดือด
- ใส่เห็ดหูหนูและวุ้นเส้น ต้มจนวุ้นเส้นสุกใส
- ชิมรสตามชอบ ยกลงจากเตา
- ตักใส่ชาม โรยต้นหอมและผักชี เสิร์ฟร้อนๆ
3. แกงจืดตำลึงเต้าหู้
แกงจืดตำลึงเป็นเมนูที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เหมาะสำหรับคุณแม่หลังคลอดเพราะช่วยกระตุ้นน้ำนม ตำลึงมีรสชาติหวานเล็กน้อย กลมกล่อมกับน้ำซุป
ส่วนผสม:
- ตำลึง 2 กำมือ (ล้างสะอาด)
- เต้าหู้อ่อน 1 กล่อง (หั่นเต๋า)
- หมูสับ 100 กรัม (ไม่ใส่ก็ได้)
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
- คนอร์ก้อนรสหมู 1 ก้อน
- น้ำเปล่า 4 ถ้วย
วิธีทำ:
- หากใส่หมูสับ ให้ผสมหมูสับกับพริกไทยป่นและซีอิ๊วขาว หมักไว้ 10 นาที
- ตั้งหม้อน้ำ ใส่กระเทียมสับลงไปเจียวให้หอม
- เติมน้ำเปล่า รอจนเดือด ใส่คนอร์ก้อน
- หากใส่หมู ปั้นหมูสับเป็นก้อนเล็กๆ ใส่ลงไป รอจนสุก
- ใส่ตำลึงลงไป ต้มจนนิ่มประมาณ 3-5 นาที
- ใส่เต้าหู้อ่อน ปรุงรสชิมตามชอบ
- ยกลงจากเตา พร้อมเสิร์ฟ
4. แกงจืดผักกาดขาว
เมนูที่เรียบง่ายแต่อร่อย แกงจืดผักกาดขาวให้ความหวานจากผักธรรมชาติ เหมาะกับการทำเป็นเมนูประจำวัน
ส่วนผสม:
- ผักกาดขาว 300 กรัม (หั่นชิ้นพอคำ)
- หมูสามชั้น 150 กรัม (หั่นชิ้นบางๆ)
- กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยป่น
- น้ำเปล่า 4 ถ้วย
วิธีทำ:
- ตั้งหม้อน้ำ ใส่กระเทียมลงไปเจียวให้หอม
- ใส่หมูสามชั้นลงไป ผัดจนสุก
- เติมน้ำเปล่า รอจนเดือด
- ใส่ผักกาดขาว ต้มจนผักเริ่มนิ่ม
- ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวและน้ำปลา ชิมรส
- โรยพริกไทยป่น ยกลงจากเตา เสิร์ฟร้อนๆ
5. แกงจืดสาหร่าย
แกงจืดสาหร่ายเป็นเมนูสุขภาพที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่รักสุขภาพ สาหร่ายทะเลให้โปรตีนสูงแต่ไขมันต่ำ อุดมไปด้วยไอโอดีน
ส่วนผสม:
- สาหร่ายทะเล 1 ห่อ (แช่น้ำให้นุ่ม)
- หมูสับ 150 กรัม
- เต้าหู้ไข่ 1/2 หลอด (หั่นชิ้น)
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
- คนอร์ก้อน 1 ก้อน
- น้ำเปล่า 4 ถ้วย
วิธีทำ:
- ผสมหมูสับกับพริกไทยป่นและซีอิ๊วขาว หมักไว้ 10 นาที
- ตั้งหม้อน้ำ ใส่กระเทียมลงไปผัดให้หอม
- เติมน้ำเปล่า รอจนเดือด ใส่คนอร์ก้อน
- ปั้นหมูสับใส่ลงไป รอจนสุก
- ใส่สาหร่ายและเต้าหู้ ต้มอีก 2-3 นาที
- ชิมรสตามชอบ ยกลงจากเตา เสิร์ฟ
6. แกงจืดฟักแม้วยัดไส้หมูสับ
เมนูที่ต้องใช้ความพิถีพิถันนิดหนึ่ง แกงจืดฟักแม้วยัดไส้ให้ความหวานจากฟักและความหอมจากไส้หมู
ส่วนผสม:
- ฟักแม้ว 2 ลูก (ล้างสะอาดและคว้านเมล็ดออก)
- หมูสับ 200 กรัม
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
- รากผักชี 2 ราก (โขลก)
- คนอร์ก้อน 1 ก้อน
- น้ำเปล่า 5 ถ้วย
วิธีทำ:
- ผสมหมูสับกับกระเทียมสับ พริกไทยป่น ซีอิ๊วขาว และรากผักชี คลุกเคล้าให้เข้ากัน พักไว้ 5 นาที
- ล้างฟักแม้วให้สะอาด ปอกเปลือก คว้านเมล็ดออก หั่นเป็นชิ้นหนาประมาณ 2 นิ้ว
- ยัดหมูสับที่หมักไว้ลงในช่องว่างของฟัก
- ตั้งหม้อน้ำให้เดือด ใส่คนอร์ก้อน
- เรียงฟักที่ยัดไส้แล้วลงในน้ำซุป ต้มด้วยไฟกลางจนฟักนิ่มและหมูสุก ประมาณ 15-20 นาที
- ปรุงรสชิมตามชอบ ยกลงจากเตา เสิร์ฟร้อนๆ
7. แกงจืดไข่น้ำ
แกงจืดไข่น้ำเป็นเมนูที่ผสมผสานระหว่างไข่เจียวกับแกงจืด ได้ความอร่อยแบบสองต่อ
ส่วนผสม:
- ไข่ไก่ 3 ฟอง
- หมูสับ 100 กรัม
- ผักกาดขาว 150 กรัม (หั่นชิ้น)
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
- คนอร์ก้อน 1 ก้อน
- น้ำมันสำหรับทอด
- น้ำเปล่า 4 ถ้วย
วิธีทำ:
- ตีไข่ไก่ให้แตก ปรุงรสเล็กน้อยด้วยซีอิ๊วขาว
- ตั้งกระทะใส่น้ำมัน พอร้อนเทไข่ลงไปทอดให้เป็นแผ่นบางๆ สุกเหลือง ตักขึ้น พักไว้
- หั่นไข่เจียวเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมพอคำ
- ตั้งหม้อใหม่ ใส่กระเทียมลงไปเจียวให้หอม
- เติมน้ำเปล่า รอจนเดือด ใส่คนอร์ก้อน
- ใส่หมูสับลงไป รอจนสุก
- ใส่ผักกาดขาวและไข่เจียว ต้มอีก 2-3 นาที
- ปรุงรสชิม โรยพริกไทยป่น ยกลงจากเตา
8. แกงจืดมะระยัดไส้หมูสับ
เมนูที่มีรสขมนิดๆ จากมะระ ช่วยล้างพิษในร่างกาย แกงจืดมะระยัดไส้เป็นเมนูเพื่อสุขภาพที่ดีต่อตับและระบบขับถ่าย
ส่วนผสม:
- มะระ 2 ลูก (หั่นห่วงหนาประมาณ 1 นิ้ว คว้านเมล็ดออก)
- หมูสับ 200 กรัม
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- รากผักชี 2 ราก (โขลก)
- พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
- เต้าเจี้ยว 1 ช้อนโต๊ะ
- คนอร์ก้อน 1 ก้อน
- น้ำเปล่า 4 ถ้วย
วิธีทำ:
- ผสมหมูสับกับกระเทียมสับ รากผักชี พริกไทยป่น ซีอิ๊วขาว และเต้าเจี้ยว คลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักไว้ 10 นาที
- ล้างมะระ หั่นเป็นห่วง คว้านเมล็ดออก
- ยัดหมูสับที่หมักไว้ลงในมะระ
- ตั้งหม้อน้ำให้เดือด ใส่คนอร์ก้อน
- เรียงมะระที่ยัดไส้ลงในน้ำซุป ต้มด้วยไฟกลางจนมะระนิ่มและหมูสุก ประมาณ 15-20 นาที
- ปรุงรสชิมตามชอบ ยกลงจากเตา เสิร์ฟ
9. แกงจืดปลาหมึกยัดไส้
เมนูที่มีรสชาติพิเศษ แกงจืดปลาหมึกยัดไส้ได้ความหวานจากปลาหมึก หอมจากไส้หมู
ส่วนผสม:
- ปลาหมึกหลอด 4 ตัว (ล้างสะอาดและถอดหนวดออก)
- หมูสับ 200 กรัม
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
- ผักกาดขาว 150 กรัม (หั่นชิ้น)
- คนอร์ก้อน 1 ก้อน
- น้ำเปล่า 4 ถ้วย
วิธีทำ:
- ผสมหมูสับกับกระเทียมสับ พริกไทยป่น ซีอิ๊วขาว คลุกเคล้าให้เข้ากัน
- ล้างปลาหมึกให้สะอาด ถอดหนวดและไส้ข้างในออก
- ยัดหมูสับลงในปลาหมึก อย่าใส่มากเกินไปเพราะหมูจะพองตอนต้ม
- ใช้ไม้จิ้มฟันปิดปากปลาหมึก
- ตั้งหม้อน้ำให้เดือด ใส่คนอร์ก้อน
- ใส่ปลาหมึกที่ยัดไส้ลงไป ต้มด้วยไฟกลางจนปลาหมึกและหมูสุก ประมาณ 10-15 นาที
- ใส่ผักกาดขาว ปรุงรสชิม
- ยกลงจากเตา เสิร์ฟร้อนๆ
10. แกงจืดหัวไชเท้า
แกงจืดหัวไชเท้าเป็นเมนูที่ได้รับความหวานธรรมชาติจากหัวไชเท้า อุดมไปด้วยวิตามินเอและไฟเบอร์
ส่วนผสม:
- หัวไชเท้า 2 หัว (ปอกเปลือกและหั่นชิ้นหนา)
- หมูสามชั้น 150 กรัม (หั่นชิ้น)
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยป่น
- คนอร์ก้อน 1 ก้อน
- น้ำเปล่า 4 ถ้วย
วิธีทำ:
- ตั้งหม้อน้ำ ใส่กระเทียมลงไปเจียวให้หอม
- ใส่หมูสามชั้นลงไป ผัดจนสุก
- เติมน้ำเปล่า รอจนเดือด
- ใส่คนอร์ก้อนและหัวไชเท้า ต้มจนหัวไชเท้านิ่ม ประมาณ 15 นาที
- ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ชิมรส
- โรยพริกไทยป่น ยกลงจากเตา
11. แกงจืดแตงกวายัดไส้
เมนูที่สดชื่น แกงจืดแตงกวายัดไส้ให้ความกรอบจากแตงกวาและความหอมจากไส้หมู
ส่วนผสม:
- แตงกวา 2 ลูก (ปอกเปลือก หั่นชิ้นหนาและคว้านเมล็ดออก)
- หมูสับ 200 กรัม
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
- คนอร์ก้อน 1 ก้อน
- น้ำเปล่า 4 ถ้วย
วิธีทำ:
- ผสมหมูสับกับกระเทียมสับ พริกไทยป่น ซีอิ๊วขาว คลุกเคล้าให้เข้ากัน
- ปอกเปลือกแตงกวา หั่นเป็นชิ้นหนาและคว้านเมล็ดออก
- ยัดหมูสับลงในแตงกวา
- ตั้งหม้อน้ำให้เดือด ใส่คนอร์ก้อน
- เรียงแตงกวาที่ยัดไส้ลงในน้ำซุป ต้มจนหมูสุก ประมาณ 10 นาที
- ปรุงรสชิม ยกลงจากเตา
12. แกงจืดไข่ตุ๋น
แกงจืดไข่ตุ๋นเป็นเมนูที่นุ่มนวล เหมาะกับเด็กเล็กและผู้สูงอายุ
ส่วนผสม:
- ไข่ไก่ 3 ฟอง
- หมูสับ 100 กรัม
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- แครอทหั่นเต๋าเล็ก 1/4 ถ้วย
- พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
- คนอร์ก้อน 1 ก้อน
- น้ำเปล่า 4 ถ้วย
วิธีทำ:
- ผสมหมูสับกับพริกไทยป่นและซีอิ๊วขาว
- ตีไข่ให้แตก เติมน้ำเปล่า 1 ถ้วย ตีให้เข้ากัน
- ใส่หมูสับและแครอทลงในไข่ คนให้เข้ากัน
- เทใส่ถ้วยตุ๋น นึ่งจนไข่สุก ประมาณ 15 นาที
- ตั้งหม้อน้ำให้เดือด ใส่คนอร์ก้อน
- ตักไข่ตุ๋นที่สุกแล้วใส่ลงในน้ำซุป
- ปรุงรสชิม ยกลงจากเตา
13. แกงจืดสามกษัตริย์
แกงจืดสามกษัตริย์รวมเนื้อสัตว์สามชนิดเข้าด้วยกัน ได้แก่ หมู ไก่ และกุ้ง ทำให้ได้น้ำซุปที่หวานและเข้มข้น
ส่วนผสม:
- หมูสับ 100 กรัม
- เนื้อไก่สับ 100 กรัม
- กุ้งสด 10 ตัว (ปอกเปลือก)
- ไชโป้ว 2 ช้อนโต๊ะ (แช่น้ำให้นุ่ม)
- เห็ดหูหนูดำ 5 ดอก (แช่น้ำให้บาน)
- กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
- คนอร์ก้อน 1 ก้อน
- น้ำเปล่า 4 ถ้วย
วิธีทำ:
- ผสมหมูสับและไก่สับกับพริกไทยป่นและซีอิ๊วขาว หมักไว้ 10 นาที
- ตั้งหม้อน้ำ ใส่กระเทียมลงไปเจียวให้หอม
- เติมน้ำเปล่า รอจนเดือด ใส่คนอร์ก้อน
- ปั้นหมูและไก่เป็นก้อนเล็กๆ ใส่ลงไป รอจนสุก
- ใส่ไชโป้ว เห็ดหูหนู และกุ้ง ต้มจนกุ้งสุก
- ปรุงรสชิม ยกลงจากเตา
14. แกงจืดกะหล่ำปลียัดไส้หมูสับ
แกงจืดกะหล่ำปลียัดไส้เป็นเมนูที่มีเอกลักษณ์ ได้รับความหวานจากกะหล่ำปลี
ส่วนผสม:
- กะหล่ำปลี 1 หัว (แกะเป็นแผ่น ลวกให้นุ่ม)
- หมูสับ 300 กรัม
- กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
- คนอร์ก้อน 1 ก้อน
- น้ำเปล่า 5 ถ้วย
วิธีทำ:
- ผสมหมูสับกับกระเทียมสับ พริกไทยป่น ซีอิ๊วขาว
- แกะกะหล่ำปลีเป็นแผ่น ลวกให้นุ่ม
- ตักหมูสับใส่ลงบนใบกะหล่ำปลี ห่อให้เป็นก้อน
- ตั้งหม้อน้ำให้เดือด ใส่คนอร์ก้อน
- เรียงกะหล่ำปลีห่อลงในน้ำซุป ต้มจนหมูสุก ประมาณ 15 นาที
- ปรุงรสชิม ยกลงจากเตา
15. แกงจืดเห็ดหอมยัดไส้
เมนูที่มีความหอมจากเห็ด แกงจืดเห็ดหอมยัดไส้ให้ความอร่อยแบบพิเศษ
ส่วนผสม:
- เห็ดหอมสด 10 ดอก (ถอดขาออก)
- หมูสับ 200 กรัม
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
- ผักกาดขาว 150 กรัม (หั่นชิ้น)
- คนอร์ก้อน 1 ก้อน
- น้ำเปล่า 4 ถ้วย
วิธีทำ:
- ผสมหมูสับกับกระเทียมสับ พริกไทยป่น ซีอิ๊วขาว
- ล้างเห็ดหอมให้สะอาด ถอดขาออก
- ยัดหมูสับลงในเห็ดหอม
- ตั้งหม้อน้ำให้เดือด ใส่คนอร์ก้อน
- วางเห็ดที่ยัดไส้ลงในน้ำซุป ต้มจนหมูสุก ประมาณ 10 นาที
- ใส่ผักกาดขาว ปรุงรสชิม
- ยกลงจากเตา
16. แกงจืดฟักมะนาวดอง
เมนูที่มีรสชาติเปรี้ยวสดชื่น แกงจืดฟักมะนาวดองช่วยเพิ่มความอร่อยแบบใหม่
ส่วนผสม:
- ฟักเขียว 1 ลูก (ปอกเปลือกและหั่นชิ้น)
- ไก่ 500 กรัม (หั่นชิ้นพอคำ)
- มะนาวดอง 3-5 ลูก
- น้ำมะนาวดอง 2 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
- ต้นหอม ผักชี สำหรับโรยหน้า
- คนอร์ก้อน 1 ก้อน
- น้ำเปล่า 5 ถ้วย
วิธีทำ:
- ตั้งหม้อน้ำ ใส่กระเทียมลงไปเจียวให้หอม
- ใส่ไก่ลงไป ผัดจนสุก
- เติมน้ำเปล่า รอจนเดือด
- ใส่คนอร์ก้อนและฟัก ต้มจนฟักนิ่ม
- ใส่มะนาวดองและน้ำมะนาวดอง ต้มอีก 5 นาที
- ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ชิมรส
- โรยต้นหอมและผักชี ยกลงจากเตา
17. แกงจืดไข่ม้วนหมูสับวุ้นเส้น
แกงจืดไข่ม้วนเป็นเมนูที่ต้องใช้ฝีมือ แต่ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและอร่อย
ส่วนผสม:
- ไข่ไก่ 4 ฟอง
- หมูสับ 150 กรัม
- วุ้นเส้น 1 ห่อ (แช่น้ำให้นุ่ม หั่นสั้น)
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วถั่วเหลือง 1 ช้อนโต๊ะ
- แครอท 1/2 ถ้วย (หั่นแว่น)
- ขึ้นฉ่าย 2 ต้น (หั่นท่อน)
- ต้นหอม 2 ต้น (หั่นท่อน)
- คนอร์ก้อน 1 ก้อน
- น้ำมันสำหรับทอด
- น้ำเปล่า 4 ถ้วย
วิธีทำ:
- ผสมหมูสับกับวุ้นเส้น ปรุงรสด้วยซีอิ๊วถั่วเหลือง นวดให้เหนียว พักไว้
- ตีไข่ให้แตก กรองด้วยกระชอน
- ตั้งกระทะใส่น้ำมัน พอร้อนเทไข่ลงไปทอดให้เป็นแผ่นบางๆ สุกเหลือง ตักขึ้น พักไว้
- วางไข่เจียวบนเขียง ตักหมูสับใส่ลงบนไข่ ห่อให้เป็นแท่งกลม มัดด้วยก้านขึ้นฉ่ายลวก
- หั่นไข่ม้วนให้สวยงาม
- ตั้งหม้อน้ำให้เดือด ใส่คนอร์ก้อน
- ใส่ไข่ม้วนลงต้มประมาณ 10 นาที หรือจนสุก
- ใส่แครอท ขึ้นฉ่าย ต้นหอม คนให้เข้ากัน
- ปรุงรสชิม ยกลงจากเตา
18. แกงจืดเต้าหู้สอดไส้เนื้อปลา
แกงจืดเต้าหู้สอดไส้เนื้อปลาเป็นเมนูสุขภาพที่ย่อยง่าย เหมาะกับเด็กและผู้สูงอายุ
ส่วนผสม:
- เต้าหู้ไข่ 2 หลอด (หั่นชิ้นหนา)
- เนื้อปลาบด 200 กรัม
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักกาดขาว 150 กรัม (หั่นชิ้น)
- คนอร์ก้อน 1 ก้อน
- น้ำเปล่า 4 ถ้วย
วิธีทำ:
- ผสมเนื้อปลาบดกับกระเทียมสับ พริกไทยป่น ซีอิ๊วขาว
- หั่นเต้าหู้เป็นชิ้นหนา เจาะรูตรงกลาง
- สอดเนื้อปลาลงในรูของเต้าหู้
- ตั้งหม้อน้ำให้เดือด ใส่คนอร์ก้อน
- วางเต้าหู้ที่สอดไส้ลงในน้ำซุป ต้มจนปลาสุก ประมาณ 10 นาที
- ใส่ผักกาดขาว ปรุงรสชิม
- ยกลงจากเตา
19. แกงจืดลูกเดือยผักโขม
แกงจืดลูกเดือยเป็นเมนูที่ดีต่อสุขภาพมาก เพราะผสมผสานธัญพืชกับผัก
ส่วนผสม:
- ลูกเดือย 1/2 ถ้วย (แช่น้ำให้บาน)
- ผักโขม 2 กำมือ (ล้างสะอาด)
- เห็ดนางฟ้า 100 กรัม (ฉีกเป็นเส้น)
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
- คนอร์ก้อน 1 ก้อน
- น้ำเปล่า 4 ถ้วย
วิธีทำ:
- แช่ลูกเดือยในน้ำให้บานประมาณ 30 นาที
- ตั้งหม้อน้ำ ใส่กระเทียมและน้ำมันมะกอกลงไปผัดให้หอม
- เติมน้ำเปล่า รอจนเดือด ใส่คนอร์ก้อน
- ใส่ลูกเดือย ต้มจนนิ่มประมาณ 10 นาที
- ใส่เห็ดนางฟ้าและผักโขม ต้มอีก 2-3 นาที
- ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ชิมรส
- ยกลงจากเตา
20. แกงจืดวุ้นเส้นฟองเต้าหู้สด
เมนูสุดท้ายสำหรับผู้ที่รักสุขภาพและผู้ที่งดเนื้อสัตว์ แกงจืดวุ้นเส้นฟองเต้าหู้สดเป็นเมนูมังสวิรัติที่อร่อยและมีประโยชน์
ส่วนผสม:
- วุ้นเส้น 1 ห่อ (แช่น้ำให้นุ่ม)
- ฟองเต้าหู้สด 10 ชิ้น
- เห็ดหูหนูดำ 5 ดอก (แช่น้ำให้บาน)
- แครอท 1 หัว (หั่นแว่น)
- ผักกาดขาว 150 กรัม (หั่นชิ้น)
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
- ซอสหอยนางรมเจ 1 ช้อนโต๊ะ
- คนอร์ก้อนรสผัก 1 ก้อน
- น้ำเปล่า 4 ถ้วย
วิธีทำ:
- ตั้งหม้อน้ำ ใส่กระเทียมลงไปเจียวให้หอม
- เติมน้ำเปล่า รอจนเดือด ใส่คนอร์ก้อนรสผัก
- ใส่แครอทและเห็ดหูหนู ต้มจนนิ่ม
- ใส่ฟองเต้าหู้สดและวุ้นเส้น ต้มจนวุ้นเส้นสุกใส
- ใส่ผักกาดขาว ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวและซอสหอยนางรมเจ
- ชิมรส ยกลงจากเตา
เคล็ดลับการทำแกงจืดให้อร่อย
การเลือกวัตถุดิบ
- เลือกเนื้อสัตว์ที่สด – หมูสับควรเลือกส่วนที่มีไขมันปะปนเล็กน้อยจะทำให้หมูไม่แห้งเกินไป สำหรับเมนูหมูอื่นๆ ก็สามารถเลือกส่วนที่เหมาะสมได้ตามชอบ
- เลือกผักที่สดใหม่ – ผักกาดขาวควรเลือกที่มีใบสดไม่เหลือง ตำลึงควรเลือกยอดอ่อนที่ไม่แก่เกินไป
- เต้าหู้ไข่ – ควรเลือกที่มีสีขาวนวล ไม่มีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว เก็บในตู้เย็นและใช้ภายใน 2-3 วัน
เทคนิคการปรุง
- การปรุงรสหมู – หมักหมูสับก่อนทำอย่างน้อย 10-15 นาที จะช่วยให้รสชาติซึมเข้าเนื้อหมูและหมูมีกลิ่นหอม
- การปั้นหมูสับ – ปั้นหมูสับเป็นก้อนกลมๆ และควรปั้นให้แน่นพอสมควรเพื่อไม่ให้แตกขณะต้ม
- การช้อนฟอง – เมื่อใส่หมูสับลงไป ควรช้อนฟองที่ลอยขึ้นมาออก จะทำให้น้ำซุปใสและดูน่ารับประทานมากขึ้น
- การใส่ผัก – ควรใส่ผักที่ต้มนานก่อน เช่น หัวไชเท้า แครอท จากนั้นจึงใส่ผักที่สุกเร็ว เช่น ผักกาดขาว ตำลึง ไว้ท้ายสุด
- การปรุงรส – แกงจืดไม่ควรใช้เครื่องปรุงจัดจ้านเกินไป ควรปรุงให้พอดี รสชาติกลมกล่อม ไม่เค็มหรือหวานเกินไป
การใช้น้ำซุป
- น้ำซุปสำเร็จรูป – การใช้คนอร์ก้อนหรือผงซุปจะช่วยให้รสชาติเข้มข้นและประหยัดเวลา
- น้ำซุปเคี่ยวเอง – หากมีเวลา การเคี่ยวกระดูกหมูหรือไก่จะให้น้ำซุปที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและรสชาติดีกว่า
- น้ำซุปธรรมดา – สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการใช้ผงปรุง ก็สามารถใช้น้ำเปล่าธรรมดาและปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวและน้ำปลาเท่านั้น
การเสิร์ฟและการเก็บรักษา
การเสิร์ฟ
แกงจืดควรเสิร์ฟร้อนๆ ขณะที่ยังมีไอน้ำ เพื่อให้ได้ความหอมและรสชาติที่ดีที่สุด สามารถทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ หรือทานเป็นซุปร้อนๆ ระหว่างมื้อก็อร่อย นอกจากนี้ยังเหมาะเป็นเมนูอาหารเย็นที่อุ่นท้องและช่วยให้นอนหลับสนิท
สำหรับการจัดโต๊ะแบบไทย ควรมีแกงจืดไว้เสมอเพื่อให้คล่องคอและช่วยตัดรสจากอาหารจานอื่นที่มีรสจัด เช่น ผัดเผ็ด หรือน้ำพริก แกงจืดยังเหมาะกับการทานร่วมกับเมนูทอดและผัด ช่วยให้รู้สึกไม่เลี่ยนและสดชื่นมากขึ้น
การเก็บรักษา
- เก็บในตู้เย็น – หากเหลือแกงจืด ควรรอให้เย็นลงก่อนแล้วใส่ภาชนะที่มีฝาปิด เก็บในตู้เย็นได้ประมาณ 1-2 วัน
- การอุ่นใหม่ – เมื่อจะทาน ควรอุ่นให้เดือดจริงๆ อย่างน้อย 1-2 นาที เพื่อฆ่าเชื้อโรค
- ข้อควรระวัง – แกงจืดที่มีผักใบเขียว เช่น ตำลึง ผักกาดขาว จะเก็บได้ไม่นาน ควรทานให้หมดภายในวันเดียวเพราะผักจะเหลืองและเน่าเสียง่าย
- การแช่แข็ง – ไม่แนะนำให้แช่แข็งแกงจืดเพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสของผักเปลี่ยนไป ยกเว้นแกงจืดที่ไม่มีผักก็สามารถแช่แข็งได้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
แกงจืดกับต้มจืดต่างกันอย่างไร?
แกงจืดและต้มจืดโดยพื้นฐานแล้วหมายถึงอาหารประเภทเดียวกัน แต่อาจมีความแตกต่างเล็กน้อยในบางท้องถิ่น โดยทั่วไป “แกงจืด” มักใช้กับเมนูที่มีน้ำซุปค่อนข้างเยอะและมีส่วนผสมที่หลากหลาย ส่วน “ต้มจืด” อาจหมายถึงการต้มที่ง่ายกว่าหรือใช้วัตถุดิบน้อยกว่า แต่ในปัจจุบันคนส่วนใหญ่ใช้ทั้งสองคำแทนกันได้
ทำไมน้ำแกงจืดถึงขุ่น?
น้ำแกงจืดอาจขุ่นได้จากหลายสาเหตุ เช่น ไม่ได้ช้อนฟองที่ลอยขึ้นมาออก การใส่วุ้นเส้นที่ยังมีแป้งเกาะอยู่ การต้มด้วยไฟแรงเกินไปจนน้ำซุปเดือดรุนแรง หรือการใช้เนื้อสัตว์ที่มีไขมันมาก วิธีแก้คือควรช้อนฟองอย่างสม่ำเสมอ ต้มด้วยไฟกลาง และล้างวุ้นเส้นให้สะอาดก่อนใส่
แกงจืดเหมาะกับการลดน้ำหนักหรือไม่?
ใช่ แกงจืดเป็นเมนูที่เหมาะมากสำหรับผู้ที่กำลังลดน้ำหนักเพราะมีแคลอรีต่ำ ไม่มีกะทิหรือน้ำมันมาก มีผักที่ให้ไฟเบอร์สูง และมีโปรตีนจากเนื้อสัตว์พอสมควร แต่ควรระวังการใส่เนื้อสัตว์ที่มีไขมันสูง เช่น หมูสามชั้น และควรลดการใช้ผงชูรสหรือเกลือให้น้อยลง นอกจากนี้ยังสามารถดูเมนูเพิ่มเติมจากรวมเมนูต้มที่มีหลายเมนูสุขภาพ
หมูสับแตกขณะต้มทำอย่างไร?
หมูสับอาจแตกได้หากปั้นไม่แน่นพอ หรือใส่ลงในน้ำที่เดือดรุนแรงเกินไป วิธีป้องกันคือ ควรคลุกหมูสับให้เหนียวพอสมควร ปั้นให้แน่น และค่อยๆ ใส่ลงในน้ำที่เดือดเบาๆ ไม่ควรคนรุนแรงในช่วงแรกที่หมูยังไม่สุก รอจนหมูสุกจริงๆ แล้วค่อยคนเบาๆ
ควรใส่ผงชูรสในแกงจืดหรือไม่?
การใส่ผงชูรสหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลและความต้องการด้านสุขภาพ หากไม่ต้องการใส่ผงชูรส ก็สามารถใช้น้ำซุปที่เคี่ยวจากกระดูกหรือเนื้อสัตว์ ซึ่งจะให้รสชาติที่กลมกล่อมและหวานธรรมชาติได้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้เครื่องปรุงอื่นๆ เช่น ซีอิ๊วขาว น้ำปลา หรือซอสหอยนางรม เพื่อเพิ่มรสชาติแทนได้
ทิ้งท้าย
แกงจืดเป็นเมนูอาหารไทยที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทำง่าย วัตถุดิบหาได้ และเหมาะกับทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่กำลังดูแลสุขภาพ ด้วยความหลากหลายของเมนูแกงจืดที่นำเสนอในบทความนี้ ตั้งแต่เมนูยอดนิยมอย่างแกงจืดเต้าหู้หมูสับ แกงจืดวุ้นเส้น ไปจนถึงเมนูเฉพาะอย่างแกงจืดมะระยัดไส้ หรือแกงจืดปลาหมึกยัดไส้ ทำให้มีตัวเลือกมากมายสำหรับการเข้าครัว
การทำแกงจืดไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพียงแค่เข้าใจหลักการพื้นฐานในการเลือกวัตถุดิบที่สด การปรุงรสให้กลมกล่อม และการใส่ผักตามลำดับที่เหมาะสม ก็สามารถสร้างสรรค์เมนูแกงจืดที่อร่อยและมีประโยชน์ได้แล้ว นอกจากนี้ยังสามารถปรับเปลี่ยนส่วนผสมตามความชอบและวัตถุดิบที่มีอยู่ ทำให้แกงจืดเป็นเมนูที่ยืดหยุ่นและไม่มีวันเบื่อ
หากกำลังมองหาเมนูอาหารที่ทำง่ายและดีต่อสุขภาพ แกงจืดคือคำตอบที่ดีที่สุด ลองเลือกสูตรที่ชอบจาก 20 เมนูที่แนะนำไปทำดูกันได้เลย รับรองว่าทุกคนในครอบครัวจะชอบและขอทานซ้ำอีกแน่นอน อย่าลืมแชร์ประสบการณ์การทำแกงจืดของตนเองในคอมเมนต์ด้านล่างด้วยนะ









