อาหารและเครื่องดื่ม

ทองหยิบ คืออะไร ประวัติและวิธีทำขนมมงคลสุดคลาสสิก

  • ทองหยิบ เป็นขนมไทยโบราณที่มีต้นกำเนิดจากโปรตุเกส เผยแพร่โดยท้าวทองกีบม้าในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีลักษณะคล้ายดอกไม้สีทองที่สวยงาม
  • ขนมทองหยิบมีความหมายมงคล สื่อถึงความมั่งคั่งร่ำรวย “หยิบเงินหยิบทอง” จึงนิยมใช้ในงานแต่งงาน งานขึ้นบ้านใหม่ และพิธีมงคลต่างๆ
  • วิธีทำทองหยิบใช้ส่วนผสมหลักคือไข่แดง น้ำตาล และน้ำลอยดอกมะลิ โดยต้องเน้นเทคนิคการตีไข่ให้ฟูพอดีและควบคุมความเข้มข้นของน้ำเชื่อม
  • เคล็ดลับสำคัญคือการสังเกตความเข้มข้นของน้ำเชื่อมที่ต้องข้นกว่าทองหยอด และการจับจีบให้เป็นกลีบดอกไม้ด้วยมืออย่างประณีต

เคยสงสัยไหมว่า ทองหยิบ ขนมไทยสีเหลืองทองที่มักเห็นในงานมงคลต่างๆ นั้นมีที่มาอย่างไร? หลายคนอาจคิดว่าเป็นขนมไทยแท้ๆ แต่ความจริงแล้วขนมชนิดนี้มีรากฐานมาจากประเทศโปรตุเกส ที่ถูกนำเข้ามาและดัดแปลงให้เข้ากับวัฒนธรรมไทยจนกลายเป็นเอกลักษณ์ของเราในปัจจุบัน ด้วยลักษณะที่งดงามคล้ายดอกไม้สีทอง และความหมายที่เป็นมงคลถึงความมั่งคั่งร่ำรวย ทำให้ทองหยิบกลายเป็นหนึ่งในขนมไทยที่ขาดไม่ได้ในงานสำคัญ

ทองหยิบไม่เพียงแต่มีรสชาติหวานฉ่ำ เนื้อนิ่มละมุนเท่านั้น แต่ยังบ่งบอกถึงฝีมือและความพิถีพิถันในการทำขนมไทยโบราณ ตั้งแต่การคัดเลือกไข่แดงคุณภาพดี การตีให้ฟูพอเหมาะ ไปจนถึงการจับจีบให้เป็นรูปทรงสวยงาม บทความนี้จะพาไปสำรวจทุกแง่มุมของทองหยิบ ตั้งแต่ความหมาย ประวัติความเป็นมา ไปจนถึงวิธีทำแบบละเอียดพร้อมเทคนิคลับที่จะช่วยให้ทำสำเร็จแบบมืออาชีพ

ขนมทองหยิบ Golden Ddrop Egg

ทองหยิบ คืออะไร

ทองหยิบ เป็นขนมไทยโบราณที่มีลักษณะเด่นคือสีเหลืองทองสวยงาม รูปทรงคล้ายดอกไม้ที่มีกลีบจีบประณีต ทำจากส่วนผสมหลักคือไข่แดง น้ำตาล และน้ำลอยดอกไม้หอม โดยเฉพาะดอกมะลิที่จะช่วยให้ขนมมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ชวนรับประทาน ขนมชนิดนี้จัดอยู่ในตระกูล “ขนมเครื่องทอง” ที่นิยมใช้ในงานพิธีมงคลต่างๆ เช่น งานแต่งงาน งานขึ้นบ้านใหม่ และงานทำบุญ

ความพิเศษของทองหยิบอยู่ที่เนื้อสัมผัสที่นุ่มนิ่ม ละมุน หวานฉ่ำแต่ไม่เลี่ยน เมื่อนำเข้าปากจะรู้สึกถึงความละมุนของไข่แดงที่ถูกหล่อด้วยน้ำเชื่อมจนสุกพอดี การจับจีบเป็นกลีบดอกไม้ที่สวยงามนั้นไม่เพียงแค่เพื่อความสวยงาม แต่ยังช่วยให้น้ำเชื่อมซึมเข้าไปในตัวขนมได้อย่างทั่วถึง ทำให้ทุกคำที่กินได้รสชาติที่สมดุลกลมกล่อม

นอกจากรสชาติและรูปลักษณ์ที่โดดเด่นแล้ว ทองหยิบยังมีความหมายที่เป็นมงคลอย่างยิ่ง ชื่อ “ทองหยิบ” สื่อถึงการ “หยิบเงินหยิบทอง” หมายความว่าผู้ที่รับประทานหรือได้รับขนมชนิดนี้จะมีความร่ำรวย มั่งคั่ง การหยิบจับงานสิ่งใดก็จะประสบความสำเร็จและมีโชคลาภ ด้วยเหตุนี้จึงมักพบเห็นทองหยิบในงานมงคลสำคัญๆ โดยเฉพาะงานแต่งงานที่ต้องการอวยพรให้คู่บ่าวสาวมีชีวิตที่ร่ำรวยสุขสบาย

ในปัจจุบัน ทองหยิบยังคงเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการทำรับประทานเองในครอบครัว การสั่งทำจากร้านขนมไทย หรือการนำไปเป็นของฝากของขวัญในโอกาสพิเศษ ความหวานละมุนและความหมายอันดีงามของทองหยิบทำให้ขนมชนิดนี้ยังคงอยู่ในใจคนไทยมาจนถึงทุกวันนี้

thong yip

ประวัติความเป็นมาของทองหยิบ

ประวัติของ ทองหยิบ เริ่มต้นขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา ช่วงรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เมื่อประเทศไทยมีการติดต่อค้าขายและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับชาติตะวันตก โดยเฉพาะประเทศโปรตุเกส ขนมชนิดนี้ไม่ใช่ขนมไทยดั้งเดิม แต่เป็นการดัดแปลงมาจากขนมโปรตุเกสที่มีชื่อว่า “Trouxas de ovos” หรือ “Trouxas das Caldas” ซึ่งมีต้นกำเนิดจากเมือง Aveiro เมืองชายฝั่งทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศโปรตุเกส

บุคคลสำคัญที่นำขนมชนิดนี้มาเผยแพร่ในประเทศไทยคือ ท้าวทองกีบม้า หรือชื่อเดิมว่า มารี เดอร์ กีมาร์ (Maria de Guimar/ดอนญ่า มารี กีมาร์ เดอปิน่า) เธอเกิดเมื่อประมาณ พ.ศ. 2201-2209 เป็นลูกครึ่งโปรตุเกส-ญี่ปุ่น บิดาชื่อ “ฟานิก” (Phanick) เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นผสมแขกเบงกอล ส่วนมารดาชื่อ “อุรสุลา ยา มาดา” (Ursula Yamada) มีเชื้อสายญี่ปุ่น ในปี พ.ศ. 2225 เมื่อมารีมีอายุเพียง 16 ปี เธอได้แต่งงานกับเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ (คอนสแตนติน ฟอลคอน) ขุนนางชาวกรีกผู้มีบทบาทสำคัญในราชสำนักสมัยนั้น

หลังจากแต่งงาน ท้าวทองกีบม้าได้เข้ารับราชการในพระราชวังในตำแหน่ง “หัวหน้าห้องเครื่องต้น” มีหน้าที่ดูแลเครื่องเงินเครื่องทองของหลวง เก็บพระภูษาฉลองพระองค์ และจัดเตรียมผลไม้ของเสวย มีพนักงานอยู่ใต้บังคับบัญชาเป็นหญิงล้วนถึง 2,000 คน เธอทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตจนเป็นที่ยกย่องชื่นชม มีการนำเงินคืนพระคลังปีละจำนวนมาก ในช่วงที่รับราชการนี้เอง มารี กีมาร์ ได้สอนการทำขนมหวานจำพวก ทองหยอด ทองหยิบ ฝอยทอง ทองพลุ ทองโปร่ง และขนมผิง ให้แก่สาวๆ ที่ทำงานอยู่กับเธอ

ขนมเหล่านี้ได้รับการถ่ายทอดต่อจากสาวในวังสู่ครอบครัวของพวกเธอ แล้วกระจายไปในหมู่คนไทยทั่วไป จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการกินและขนมไทยที่เรารู้จักในปัจจุบัน การดัดแปลงสูตรขนมโปรตุเกสให้เข้ากับรสนิยมและวัฒนธรรมไทยนั้นเป็นไปอย่างลงตัว โดยการเพิ่มกลิ่นหอมจากดอกมะลิ การปรับความหวานให้เหมาะกับคนไทย และการให้ความหมายที่เป็นมงคลแก่ขนมแต่ละชนิด ทำให้ขนมเหล่านี้ไม่ใช่แค่ของหวานธรรมดา แต่กลายเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งและความเป็นสิริมงคลในสังคมไทย

จนถึงทุกวันนี้ ทองหยิบยังคงเป็นขนมที่ได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญ แสดงให้เห็นถึงการผสมผสานทางวัฒนธรรมที่ยอดเยี่ยมระหว่างตะวันออกและตะวันตกในสมัยกรุงศรีอยุธยา

@kaethykitchen

ตอบกลับ @น้องสรีมีฟี่ที่ตูด ทย ทองหยิบ กรมอนามันอย่ามาลงเด้อ ถ้าสิเฮ็ดกินกะใส่ถุงมือเองโลด😂 #เอื้อยเก๋ #เอื้อยเก๋ติดครัว #tiktokพากิน #Tiktokuni #ที่สุดแห่งปี #ขนมไทย

♬ 太阳的后裔口哨声 – 者思范Remix

วิธีทำทองหยิบแบบละเอียด

การทำทองหยิบให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม หวานฉ่ำ และมีเนื้อนุ่มนิ่มนั้น ต้องอาศัยความพิถีพิถันและเทคนิคที่ถูกต้อง โดยเฉพาะในส่วนของการควบคุมความเข้มข้นของน้ำเชื่อมและการตีไข่ให้ฟูพอเหมาะ ต่อไปนี้คือวิธีการทำทองหยิบแบบละเอียดพร้อมเคล็ดลับสำคัญ

ส่วนผสม

สำหรับน้ำเชื่อมใส (ใช้ลดความหวานและคลายความร้อน):

  • น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม
  • น้ำลอยดอกมะลิ 2 กิโลกรัม (อัตราส่วน น้ำตาล:น้ำ = 1:2)

สำหรับน้ำเชื่อมข้น (ใช้ทำขนม):

  • น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม
  • น้ำลอยดอกมะลิ 1 กิโลกรัม (อัตราส่วน น้ำตาล:น้ำ = 1:1)

สำหรับตัวขนม:

  • ไข่แดงของไข่เป็ด 4-10 ฟอง (หรือจะใช้ไข่แดงของไข่ไก่ก็ได้)
  • ใบเตยสำหรับเพิ่มกลิ่นหอม (ถ้าต้องการ)

วิธีทำ

ขั้นตอนที่ 1: เตรียมน้ำเชื่อมใส
นำน้ำลอยดอกมะลิ 2 กิโลกรัม ใส่หม้อทองเหลือง (ถ้ามี) หรือหม้อสแตนเลส ตั้งไฟให้เดือด จากนั้นใส่น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม อย่าคนมาก ปล่อยให้น้ำตาลละลายเองด้วยความร้อน เมื่อน้ำตาลละลายหมดแล้วให้ต้มต่ออีกสักครู่ แล้วปิดไฟ กรองด้วยผ้าขาวบางๆ เพื่อกำจัดเศษที่ไม่ต้องการออก พักไว้ในถาดก้นลึกให้เย็น น้ำเชื่อมใสนี้จะใช้สำหรับแช่ขนมหลังจากหยิบขึ้นจากน้ำเชื่อมข้น เพื่อลดความหวานและคลายความร้อน

ขั้นตอนที่ 2: เตรียมน้ำเชื่อมข้น
นำน้ำลอยดอกมะลิ 1 กิโลกรัม ใส่หม้อทองเหลืองตั้งไฟ เมื่อน้ำเดือดให้ใส่น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม เช่นเดียวกัน อย่าคนมาก ถ้าต้องการกลิ่นหอมพิเศษสามารถใส่ใบเตย 2-3 ใบ ต้มประมาณ 2 นาทีแล้วตักใบเตยออก ต้มต่อจนน้ำเชื่อมเข้มข้นพอเหมาะ เคล็ดลับสำคัญ: น้ำเชื่อมทองหยิบต้องข้นกว่าน้ำเชื่อมที่ใช้ทำทองหยอด ถ้าน้ำเชื่อมอ่อนไปขนมจะแบน ถ้าข้นเกินไปขนมจะกระด้าง ต้องพอดีพอดี กรองแล้วพักไว้

ขั้นตอนที่ 3: เตรียมไข่แดง
แยกไข่แดงออกจากไข่ขาว ใช้เฉพาะไข่แดงเท่านั้น นำไข่แดงใส่ผ้ากรองหรือกระชอนตาถี่ แล้วรีดออกเบาๆ เพื่อกำจัดเยื่อหุ้มไข่แดงและทำให้เนื้อไข่แดงเนียนขึ้น จากนั้นตีไข่แดงด้วยที่ตีไข่หรือตะกร้อมือ ตีให้ขึ้นฟูปานกลาง ประมาณ 5 นาที เคล็ดลับสำคัญ: ถ้าตีไข่น้อยไปขนมจะไม่ค่อยฟู ถ้าตีมากเกินไปเนื้อจะไม่ติด จับหยิบไม่ได้ ต้องตีให้พอดีพอดี ถ้ายังไม่ใช้ทันทีต้องปิดฝาไว้ห้ามให้โดนอากาศ

ขั้นตอนที่ 4: หยอดและจับจีบขนม
ตั้งกระทะทองเหลืองหรือกระทะหนาๆ ใส่น้ำเชื่อมข้นลงไป ตั้งไฟพอเดือดปานกลาง รอจนน้ำเชื่อมได้ที่ คือเข้มข้นพอดีไม่อ่อนหรือข้นเกินไป ใช้ช้อนตักไข่แดงที่ตีแล้วหยอดลงในน้ำเชื่อมเดือด อย่าหยอดมากเกินไปในครั้งเดียว เพราะจะทำให้อุณหภูมิน้ำเชื่อมลดลง พอไข่แดงสุกจนกลายเป็นก้อนนุ่มๆ ให้รีบใช้มือที่สะอาดหรือตะเกียบจับขนมขึ้นมาจับจีบให้เป็นกลีบดอกไม้ สามารถทำเป็น 3, 4 หรือ 5 กลีบตามความชอบ เคล็ดลับ: การจับจีบต้องทำอย่างรวดเร็วและแม่นยำในขณะที่ขนมยังร้อนอยู่ ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานจะแข็งตัวและจับจีบไม่ได้

ขั้นตอนที่ 5: แช่ในน้ำเชื่อมใส
เมื่อจับจีบเสร็จแล้วให้นำขนมทองหยิบใส่ลงในน้ำเชื่อมใสที่เตรียมไว้ แช่ประมาณ 5-10 นาทีเพื่อให้ขนมคลายความร้อนและลดความหวาน น้ำเชื่อมใสจะช่วยทำให้ขนมมีความเงางาม หวานกำลังดี และเก็บได้นานขึ้น

ขั้นตอนที่ 6: ตักขึ้นเสิร์ฟ
ตักทองหยิบขึ้นจากน้ำเชื่อมใส จัดใส่ถ้วยหรือจานสวยงาม สามารถรับประทานได้ทันทีหรือเก็บไว้ในตู้เย็น ทองหยิบ 1 ดอกให้พลังงานประมาณ 105 กิโลแคลอรี เก็บได้ 2-3 วันในที่เย็น ถ้าต้องการเก็บนานกว่านั้นควรแช่แข็ง

เทคนิคและเคล็ดลับสำคัญ

การทำทองหยิบให้สำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบนั้นมีเทคนิคสำคัญหลายประการที่ต้องใส่ใจ เพราะขนมชนิดนี้ต้องการความประณีตและความแม่นยำในทุกขั้นตอน หากทำผิดพลาดเพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้ขนมไม่สวยงามหรือเนื้อสัมผัสไม่ดีตามที่ควรจะเป็น

ความลับของน้ำเชื่อม เป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการทำทองหยิบ น้ำเชื่อมต้องมีความเข้มข้นที่พอเหมาะพอดี ถ้าน้ำเชื่อมอ่อนเกินไปเนื้อขนมจะแบนราบไม่มีรูปทรง แต่ถ้าข้นเกินไปขนมจะกระด้างแข็ง กินแล้วไม่นุ่มนิ่ม ลำดับความเข้มข้นของน้ำเชื่อมจากน้อยไปมากคือ ฝอยทอง → ทองหยอด → ทองหยิบ → เม็ดขนุน ดังนั้นน้ำเชื่อมทองหยิบจะต้องข้นกว่าทองหยอดเล็กน้อย การสังเกตความเข้มข้นทำได้โดยการตักน้ำเชื่อมด้วยช้อนแล้วเทกลับลงในหม้อ ถ้าน้ำเชื่อมไหลลงเป็นสายเล็กๆ แล้วไม่หลุดขาดทันทีแสดงว่าได้ที่แล้ว

เทคนิคการตีไข่แดง ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ไข่แดงต้องตีจนฟูปานกลาง ไม่ใช่ตีจนฟูมากเหมือนการตีไข่ขาว ถ้าตีน้อยเกินไปขนมจะไม่ฟู กินแล้วเนื้อแน่นเกินไป แต่ถ้าตีมากเกินไปจนฟูเยอะ เมื่อหยอดลงในน้ำเชื่อมแล้วเนื้อจะไม่ติดกัน ทำให้จับจีบไม่ได้ การตีประมาณ 5 นาทีจนไข่แดงขึ้นฟูและมีฟองอากาศปนอยู่เล็กน้อยถือว่าพอดีแล้ว ระหว่างตีถ้าพักไว้ต้องปิดฝาไม่ให้โดนอากาศเพราะจะทำให้ฟองแฟบได้

ความสำคัญของอุณหภูมิ ก็ไม่ควรมองข้าม น้ำเชื่อมต้องเดือดพอดีไม่แรงหรืออ่อนเกินไป ถ้าไฟแรงเกินไปขนมจะสุกนอกดิบใน ถ้าไฟอ่อนเกินไปขนมจะไม่สุก จะแฉะและไม่มีรูปทรง ควรใช้ไฟปานกลางและหยอดไข่แดงทีละเล็กทีละน้อย ไม่ควรหยอดมากเกินไปในครั้งเดียวเพราะจะทำให้อุณหภูมิน้ำเชื่อมลดลงทันทีและขนมจะไม่สุกสม่ำเสมอ

ศิลปะของการจับจีบ คือจุดที่แยกทองหยิบสวยงามออกจากธรรมดา การจับจีบต้องทำขณะที่ขนมยังร้อนอยู่ ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานขนมจะแข็งตัวและจับไม่ได้ มือที่ใช้จับต้องสะอาดหรือใช้ตะเกียบก็ได้ จับจีบเป็นกลีบดอกไม้ 3-5 กลีบ โดยหยิบขนมที่กึ่งกลางแล้วจีบออกเป็นกลีบๆ ให้เท่าๆ กัน เคล็ดลับ: การฝึกฝนการจับจีบหลายๆ ครั้งจะทำให้มีความชำนาญและสามารถจับให้สวยงามได้เร็วขึ้น

การเลือกใช้ไข่เป็ดจะทำให้ได้ทองหยิบที่มีสีเหลืองทองสวยงามกว่าไข่ไก่ เพราะไข่แดงของไข่เป็ดมีสีเข้มกว่า แต่ถ้าหาไข่เป็ดไม่ได้ การใช้ไข่ไก่ก็ได้ผลลัพธ์ที่ดีเช่นกัน เพียงแต่สีอาจจะไม่เข้มเท่า นอกจากนี้การใช้หม้อทองเหลืองแทนหม้อสแตนเลสจะช่วยให้ขนมมีสีสวยกว่า เพราะทองเหลืองช่วยเพิ่มสีเหลืองให้กับขนม แต่ถ้าไม่มีก็ใช้หม้อหนาๆ ได้เหมือนกัน

สุดท้าย การเก็บรักษา ทองหยิบที่ทำเสร็จแล้วควรแช่ในน้ำเชื่อมใสและเก็บในตู้เย็น สามารถเก็บได้ 2-3 วัน ถ้าต้องการเก็บนานกว่านั้นสามารถแช่แข็งได้ แต่เมื่อนำมารับประทานควรละลายแช่แข็งในตู้เย็นช่องธรรมดาก่อน อย่านำมาละลายในอุณหภูมิห้องเพราะจะทำให้เนื้อขนมเละได้

ทิ้งท้าย

ทองหยิบ คือมากกว่าแค่ขนมไทยธรรมดา แต่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างตะวันออกและตะวันตกในสมัยกรุงศรีอยุธยา จากที่เคยเป็นขนมโปรตุเกสที่ท้าวทองกีบม้านำมาเผยแพร่ ก็กลายมาเป็นเอกลักษณ์ขนมไทยที่คนไทยภาคภูมิใจและรักษาไว้จนถึงทุกวันนี้ ด้วยความหมายที่เป็นมงคลถึงความมั่งคั่งร่ำรวย “หยิบเงินหยิบทอง” ทำให้ทองหยิบเป็นขนมที่ขาดไม่ได้ในงานมงคลสำคัญ

การทำทองหยิบให้ได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบนั้นต้องอาศัยความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกไข่แดงคุณภาพดี การตีให้ฟูพอเหมาะ การควบคุมความเข้มข้นของน้ำเชื่อม ไปจนถึงการจับจีบให้เป็นกลีบดอกไม้อย่างประณีต แต่เมื่อเข้าใจหลักการและฝึกฝนแล้ว ทุกคนก็สามารถทำทองหยิบที่อร่อย สวยงาม และมีความหมายได้ด้วยตัวเอง

หากกำลังมองหาขนมมงคลสำหรับงานสำคัญ หรืออยากลองทำขนมไทยโบราณสักครั้ง ทองหยิบคือตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม ไม่เพียงแต่จะได้ขนมที่มีรสชาติหวานฉ่ำ เนื้อนิ่มละมุน แต่ยังได้สัมผัสกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทยที่ยาวนานกว่า 300 ปี ลองนำสูตรและเทคนิคจากบทความนี้ไปทดลองทำดูสิ รับรองว่าจะได้ทองหยิบที่ทำให้ทุกคนในครอบครัวประทับใจ และอย่าลืมแชร์ประสบการณ์การทำขนมหรือเคล็ดลับดีๆ ในคอมเมนต์ด้านล่างด้วยนะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back to top button