20 เมนูอาหารเกาหลีทำเอง ทำเองได้ อร่อยครบแบบต้นตำรับ
- รวมอาหารเกาหลียอดนิยม 20 เมนู เรียงตามหลักฐานจากคลิปต้นทาง
- มีทั้งจานข้าว เส้น ซุป ของทอด ของว่าง และเมนูกระทะ
- ทุกสูตรปรับปริมาณสำหรับประมาณ 1-2 ที่ พร้อมขั้นตอนทำในครัวบ้าน
- สูตรที่คลิปไม่ได้ระบุสัดส่วน จะไม่อ้างว่าสัดส่วนมาจากคลิปต้นทาง
กระแสอาหารเกาหลียังครองใจสายทำอาหาร เพราะวัตถุดิบหลักหลายอย่างหาซื้อได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโคชูจัง กิมจิ น้ำมันงา สาหร่าย ต็อก หรือวุ้นเส้นเกาหลี จึงเปลี่ยนมื้อธรรมดาให้มีกลิ่นอายเกาหลีได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ซับซ้อน
บทความนี้รวบรวม เมนูอาหารเกาหลีทำเอง 20 สูตรจากหลักฐานคลิป TikTok ที่ระบุเมนูไว้ชัดเจน แล้วเรียบเรียงส่วนผสมและขั้นตอนสำหรับครัวบ้าน โดยรักษาลำดับของคลิปต้นทางทุกเมนู
บางคลิปให้รายละเอียดวัตถุดิบและวิธีทำค่อนข้างครบ ขณะที่บางคลิปยืนยันเพียงชื่อเมนู ดังนั้นสูตรใช้งานด้านล่างจะแยกจากข้อมูลที่คลิประบุอย่างชัดเจน เพื่อไม่สร้างสัดส่วนหรือขั้นตอนแล้วอ้างว่าเป็นข้อมูลจากต้นทาง
หัวใจของอาหารเกาหลีทำที่บ้านอยู่ที่การบาลานซ์รสเค็ม หวาน เผ็ด เปรี้ยว และกลิ่นงา ปรับความเข้มทีละน้อยย่อมควบคุมรสได้ง่ายกว่าการเติมเครื่องปรุงหนักตั้งแต่ต้น
1. บิบิมบับ
บิบิมบับเป็นข้าวยำเกาหลีที่รวมข้าวร้อน ผักหลายชนิด โปรตีน ไข่ และซอสโคชูจังไว้ในชามเดียว จุดเด่นอยู่ที่การจัดวัตถุดิบแยกสีแล้วคลุกพร้อมกันก่อนรับประทาน
จุดเด่นของ บิบิมบับ อยู่ที่รสและกลิ่นจาก ข้าวญี่ปุ่นหรือข้าวสวย เนื้อวัวหรือหมูสไลซ์ และแครอตซอย ซึ่งเข้ากันได้ดี ทำให้จานนี้เหมาะทั้งมื้อเร่งรีบและมื้อที่อยากจัดอาหารหลายอย่าง เหมาะเสิร์ฟร้อนหลังปรุงเสร็จ
สูตรด้านล่างจึงเป็นสูตรสำหรับครัวบ้าน ไม่ใช่สัดส่วนจากคลิป ควรผัดผักแต่ละชนิดแยกกันเพื่อไม่ให้น้ำจากผักทำให้ข้าวแฉะ และปรุงเนื้อให้สุกทั่วก่อนจัดชาม
ส่วนผสม
- ข้าวญี่ปุ่นหรือข้าวสวย 2 ถ้วย
- เนื้อวัวหรือหมูสไลซ์ 120 กรัม
- แครอตซอย 50 กรัม
- ผักโขมหรือปวยเล้ง 80 กรัม
- ถั่วงอก 80 กรัม
- เห็ดหอมสดซอย 50 กรัม
- ไข่ไก่ 1-2 ฟอง
- น้ำมันงา 2 ช้อนชา
- งาขาวคั่ว 1 ช้อนชา
- ซีอิ๊ว 1 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
- น้ำมันพืชเล็กน้อย
#### ซอสบิบิมบับ
- โคชูจัง 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันงา 1 ช้อนชา
- น้ำตาลหรือน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา
- น้ำส้มสายชูข้าว 1 ช้อนชา
- น้ำอุ่น 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ผสมเนื้อกับซีอิ๊ว กระเทียม และน้ำมันงา 1 ช้อนชา พักไว้ 10 นาที
- ลวกถั่วงอกและผักโขมแยกกัน บีบน้ำออกเบา ๆ แล้วปรุงด้วยน้ำมันงาเล็กน้อย
- ผัดแครอตและเห็ดแยกกันด้วยน้ำมันบาง ๆ จนนุ่มแต่ยังมีเนื้อสัมผัส
- ผัดเนื้อจนสุกทั่ว ตักพัก
- ทอดไข่ดาวให้ไข่ขาวสุก หากต้องการลดความเสี่ยงจากไข่ดิบให้ทำไข่แดงสุกตามต้องการ
- ผสมส่วนของซอสให้เข้ากัน
- ตักข้าวใส่ชาม วางผัก เนื้อ และไข่ด้านบน โรยงา เสิร์ฟพร้อมซอสแล้วคลุกก่อนกิน
2. หมูผัดซอสโคชูจัง
หมูผัดโคชูจังเป็นเมนูกระทะรสเผ็ดหวาน หอมกระเทียมและน้ำมันงา เหมาะกินกับข้าวสวยร้อน ผักสด หรือผักลวกเพื่อช่วยตัดความเข้มของซอส
หมูผัดซอสโคชูจัง เป็นเมนูกระทะเดียวที่ปรับรสได้ง่าย หมูสันคอหรือสันนอกหั่นบาง หอมใหญ่หั่นเสี้ยว และต้นหอมหั่นท่อน ทำให้จานมีมิติทั้งความนุ่ม ความกรอบ และกลิ่นหอม กินกับข้าวสวยหรือจัดเป็นอาหารจานเดียวได้ จัดเป็นมื้อกลางวันได้ลงตัว
แคปชันไม่ได้ให้สัดส่วนหรือขั้นตอน จึงใช้สูตรครัวบ้านด้านล่าง ควรใช้หมูหั่นบางเพื่อให้สุกเร็ว และผัดจนเนื้อสุกทั่วก่อนเติมน้ำมันงาช่วงท้าย
ส่วนผสม
- หมูสันคอหรือสันนอกหั่นบาง 250 กรัม
- หอมใหญ่หั่นเสี้ยว 1/2 หัว
- ต้นหอมหั่นท่อน 2 ต้น
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
- งาขาวคั่ว 1 ช้อนชา
#### ซอส
- โคชูจัง 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊ว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาล 1 ช้อนชา
- น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา
- พริกป่นเกาหลี 1 ช้อนชา
- น้ำมันงา 1 ช้อนชา
- น้ำ 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ผสมส่วนของซอสให้เข้ากัน แล้วคลุกกับหมูครึ่งหนึ่ง พัก 15 นาทีในตู้เย็น
- ตั้งกระทะไฟกลางค่อนแรง ใส่น้ำมันและหมู กระจายเนื้อไม่ให้กองหนา
- ผัดจนหมูเปลี่ยนสีและสุกทั่ว ใส่หอมใหญ่กับกระเทียม
- เติมซอสที่เหลือ ผัดจนเคลือบเนื้อและหอมใหญ่นุ่ม
- ใส่ต้นหอม ปิดไฟ โรยงาขาว แล้วเสิร์ฟทันที
3. ซุปกิมจิ Kimchi Jjigae
ซุปกิมจิเป็นเมนูร้อนรสเปรี้ยวเผ็ดจากกิมจิหมัก ผสานความมันจากหมูและความนุ่มของเต้าหู้ เหมาะกับข้าวสวยและเครื่องเคียงรสอ่อน
ซุปกิมจิ Kimchi Jjigae มีน้ำซุปรสกลมกล่อมที่รับรสจาก หมูสามชั้นหรือสันคอ กิมจิ และหอมใหญ่ เหมาะกับมื้อร้อน ๆ และกินคู่ข้าวสวยได้ลงตัว โดยปรับความเข้มของน้ำแกงตามวัตถุดิบที่เลือกใช้ได้ เพิ่มผักเคียงช่วยให้จานครบขึ้น
สูตรนี้ย่อปริมาณให้เหมาะกับ 1-2 ที่ ควรต้มหมูจนสุกทั่วและชิมกิมจิก่อนเติมเครื่องปรุง เพราะความเค็มและเปรี้ยวของกิมจิแต่ละยี่ห้อแตกต่างกัน
ส่วนผสม
- หมูสามชั้นหรือสันคอ 150 กรัม
- กิมจิ 200 กรัม
- หอมใหญ่ 1/4 หัว
- น้ำ 450 มิลลิลิตร
- โคชูจัง 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วญี่ปุ่น 2 ช้อนชา
- พริกป่นเกาหลี 1 ช้อนโต๊ะ
- เต้าหู้อ่อน 150 กรัม
- เห็ดเข็มทอง 60 กรัม
- ต้นหอมญี่ปุ่นหรือต้นหอม 1 ต้น
- น้ำมันพืช 1 ช้อนชา
- ไข่ไก่ 1 ฟองตามชอบ
หากมีเห็ดเหลือจากเมนูนี้ ยังต่อยอดเป็น เมนูเห็ดเข็มทอง แบบอื่นได้อีกหลายจาน
วิธีทำ
- ตั้งหม้อไฟกลาง ใส่น้ำมัน ตามด้วยหมูและหอมใหญ่ ผัดจนผิวหมูเริ่มสุก
- ใส่กิมจิและโคชูจัง ผัดประมาณ 1-2 นาทีให้กลิ่นหอมขึ้น
- เติมน้ำ ซีอิ๊ว และพริกป่นเกาหลี คนให้เข้ากัน
- ต้มจนเดือดแล้วลดเป็นไฟกลาง ต้มต่อ 8-10 นาทีจนหมูสุกทั่ว
- ใส่เต้าหู้อ่อน เห็ดเข็มทอง และต้นหอม ต้มอีก 2-3 นาที
- หากใส่ไข่ ให้ตอกลงหม้อแล้วต้มจนระดับความสุกเหมาะกับการรับประทาน
- ชิมรสก่อนเสิร์ฟ หากเค็มมากให้เติมน้ำเล็กน้อย
4. ต็อกบกกีชีส
ต็อกบกกีชีสมีต็อกเนื้อนุ่มหนึบ เคลือบซอสโคชูจังรสเข้มแล้วเพิ่มมอสซาเรลล่าชีสด้านบน ความเผ็ดหวานและความมันจากชีสช่วยให้เมนูมีรสกลมขึ้น
จุดเด่นของ ต็อกบกกีชีส อยู่ที่รสและกลิ่นจาก ต็อกบกกี เต้าหู้ปลาเกาหลี และเห็ดเข็มทอง ซึ่งเข้ากันได้ดี ทำให้จานนี้เหมาะทั้งมื้อเร่งรีบและมื้อที่อยากจัดอาหารหลายอย่าง เหมาะกับมื้อเย็นที่ต้องการความเรียบง่าย
สูตรด้านล่างอิงสัดส่วนสำคัญจากแคปชัน ควรคนเป็นระยะเพราะต็อกและซอสที่ข้นขึ้นติดก้นกระทะได้ง่าย ส่วนชีสเติมช่วงท้ายแล้วปิดฝาเพียงระยะสั้น
ส่วนผสม
- ต็อกบกกี 200 กรัม
- เต้าหู้ปลาเกาหลี 150 กรัม
- เห็ดเข็มทอง 60-80 กรัม
- ต้นหอม 1-2 ต้น
- มอสซาเรลล่าชีส 80-100 กรัม
- น้ำ 350 มิลลิลิตร
- โคชูจัง 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- พริกป่นเกาหลี 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาล 1 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- หากต็อกแข็งจากการแช่เย็น ให้แช่น้ำอุณหภูมิห้อง 10 นาทีแล้วสะเด็ดน้ำ
- ใส่น้ำ โคชูจัง พริกป่น น้ำตาล และซีอิ๊วลงกระทะ คนให้ละลาย
- ใส่ต็อกและเต้าหู้ปลา ต้มไฟกลางอ่อนประมาณ 8-10 นาที
- ใส่เห็ดเข็มทองช่วง 2-3 นาทีสุดท้าย คนเบา ๆ เป็นระยะ
- เมื่อซอสข้นและต็อกนุ่ม โรยมอสซาเรลล่ากับต้นหอม
- ปิดฝา 1-2 นาทีจนชีสละลาย เสิร์ฟร้อน
5. คิมบับ
คิมบับเป็นข้าวห่อสาหร่ายแบบเกาหลี ภายในนิยมใส่ไข่ ผักดอง แครอต ผักใบ และเนื้อสัตว์ จุดสำคัญอยู่ที่การปรุงข้าวด้วยน้ำมันงาแล้วม้วนให้แน่นพอดี
คิมบับ กินง่ายและปรับรสตามวัตถุดิบที่มีได้ ข้าวญี่ปุ่นหุงสุก สาหร่ายคิม 2 แผ่น และไข่ไก่ เติมทั้งความหอม ความนุ่ม และสีสัน จึงเหมาะสำหรับหมุนเวียนในเมนูประจำบ้าน แบ่งทำปริมาณเล็กเพื่อชิมรสก่อนได้
สูตรด้านล่างจึงจัดสัดส่วนสำหรับ 2 ม้วน ควรรอให้ข้าวอุ่นก่อนวางบนสาหร่าย เพราะข้าวที่ร้อนจัดทำให้สาหร่ายนิ่มเร็วและม้วนยาก
ส่วนผสม
- ข้าวญี่ปุ่นหุงสุก 1 1/2 ถ้วย
- สาหร่ายคิม 2 แผ่น
- ไข่ไก่ 2 ฟอง
- แครอตซอย 50 กรัม
- ผักโขม 70 กรัม
- แตงกวาหั่นแท่ง 1/2 ลูก
- หัวไชเท้าดองสีเหลือง 2 แท่ง
- ปูอัด 4 แท่ง หรือเนื้อปรุงสุกตามชอบ
- น้ำมันงา 2 ช้อนชา
- เกลือเล็กน้อย
- งาขาวคั่ว 1 ช้อนชา
- น้ำมันพืชเล็กน้อย
วิธีทำ
- คลุกข้าวอุ่นกับน้ำมันงา 1 ช้อนชา เกลือเล็กน้อย และงา พักให้คลายร้อน
- ตีไข่แล้วทอดเป็นแผ่นบาง หั่นเป็นเส้น
- ผัดแครอตและลวกผักโขม บีบน้ำออกแล้วปรุงเกลือเล็กน้อย
- วางสาหร่ายบนเสื่อม้วน เกลี่ยข้าวบาง ๆ โดยเหลือขอบด้านบนประมาณ 2 เซนติเมตร
- เรียงไข่ แครอต ผักโขม แตงกวา หัวไชเท้าดอง และปูอัด
- ม้วนให้แน่นพอดี ทาน้ำมันงาบาง ๆ ด้านนอก
- ใช้มีดคมชุบน้ำเล็กน้อยแล้วหั่นเป็นชิ้น
6. ไก่ทอดเกาหลี
ไก่ทอดเกาหลีเด่นที่เปลือกกรอบและซอสเผ็ดหวานเคลือบผิว สูตรทอดสองรอบช่วยลดความชื้นที่ผิว ทำให้ความกรอบอยู่ได้นานขึ้นก่อนคลุกซอส
ไก่ทอดเกาหลี น่ากินจากผิวด้านนอกที่กรอบและเนื้อด้านในที่ยังชุ่มฉ่ำ สันในไก่หรือเนื้อสะโพกไก่ไม่มีกระดูก กระเทียมบด และซีอิ๊วขาว ช่วยเสริมรสและกลิ่น เหมาะเสิร์ฟร้อนพร้อมน้ำจิ้มหรือข้าวสวย จัดใส่กล่องสำหรับมื้อนอกบ้านได้
สูตรนี้ลดจากไก่ 500 กรัมเหลือ 300 กรัมสำหรับ 1-2 ที่ ควรควบคุมอุณหภูมิน้ำมันและให้เนื้อไก่ด้านในสุกถึงอย่างน้อย 75 องศาเซลเซียส
ส่วนผสม
- สันในไก่หรือเนื้อสะโพกไก่ไม่มีกระดูก 300 กรัม
- กระเทียมบด 2 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนชา
- ปาปริก้า 2 ช้อนชา
- น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยดำ 1/4 ช้อนชา
- แป้งทอดกรอบ 90 กรัม
- น้ำเย็นจัด 35 มิลลิลิตร
- น้ำมันสำหรับทอด
#### ซอสเกาหลี
- กระเทียมบด 1 ช้อนชา
- โคชูจัง 2 ช้อนชา
- ซอสมะเขือเทศ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำผึ้ง 2 ช้อนชา
- น้ำส้มสายชู 2 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
ถ้าชอบทำเมนูไก่หลายแบบ ลองดู สูตรน่องไก่ เพื่อเปลี่ยนส่วนของไก่และวิธีปรุงในมื้อต่อไป
วิธีทำ
- คลุกไก่กับกระเทียม ซีอิ๊ว ปาปริก้า น้ำผึ้ง และพริกไทย พักในตู้เย็น 20-30 นาที
- แบ่งแป้งประมาณ 30 กรัมผสมน้ำเย็นจัด ทำเป็นแป้งเปียก แล้วเตรียมแป้งแห้ง 60 กรัมแยกไว้
- ชุบไก่ในแป้งเปียกแล้วคลุกแป้งแห้ง กดแป้งเบา ๆ ให้ผิวขรุขระ
- ตั้งน้ำมันที่ 170-180 องศาเซลเซียส ทอดประมาณ 4-6 นาทีจนสุก
- พักไก่ 2 นาที แล้วทอดรอบสอง 1-2 นาทีจนกรอบ
- ใส่ส่วนของซอสทั้งหมดลงกระทะ เคี่ยวไฟอ่อน 2-3 นาที
- คลุกไก่ทอดกับซอสพอเคลือบทั่วแล้วเสิร์ฟทันที
7. จับแช
จับแชเป็นวุ้นเส้นเกาหลีผัดกับผัก ไข่ และเนื้อ ปรุงด้วยซอสรสหวานเค็มหอมงา ความอร่อยขึ้นกับการเตรียมส่วนประกอบแต่ละชนิดให้สุกพอดีก่อนคลุกรวม
จุดเด่นของ จับแช อยู่ที่รสและกลิ่นจาก วุ้นเส้นเกาหลี หมูสันในหั่นเส้น และไข่ไก่ ซึ่งเข้ากันได้ดี ทำให้จานนี้เหมาะทั้งมื้อเร่งรีบและมื้อที่อยากจัดอาหารหลายอย่าง เสิร์ฟคู่เครื่องเคียงรสสดชื่นได้ดี
แคปชันไม่ได้ระบุสัดส่วนของเครื่องปรุงทั้งหมด สูตรด้านล่างจึงกำหนดปริมาณสำหรับครัวบ้าน และหลีกเลี่ยงการใช้สาเกเพื่อให้ขั้นตอนเรียบง่ายขึ้น
ส่วนผสม
- วุ้นเส้นเกาหลี 120 กรัม
- หมูสันในหั่นเส้น 120 กรัม
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- แครอตซอย 40 กรัม
- หอมใหญ่ซอย 1/4 หัว
- เห็ดหอมสด 50 กรัม
- ผักโขม 70 กรัม
- กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
- งาขาวคั่ว 1 ช้อนชา
#### ซอส
- ซีอิ๊ว 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาล 2 ช้อนชา
- มิริน 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันงา 2 ช้อนชา
- พริกไทยดำเล็กน้อย
วิธีทำ
- ผสมซอสทั้งหมด แบ่ง 1 ช้อนโต๊ะคลุกกับหมูและกระเทียม พักในตู้เย็น 30 นาที
- ต้มวุ้นเส้นตามเวลาบนบรรจุภัณฑ์ สะเด็ดน้ำแล้วตัดให้สั้นลงเล็กน้อย
- ทอดไข่เป็นแผ่นบางแล้วหั่นเส้น
- ผัดหมูจนสุกทั่ว ตักพัก จากนั้นผัดแครอต หอมใหญ่ และเห็ดจนสุก
- ลวกผักโขมแล้วบีบน้ำออก
- ใส่วุ้นเส้นลงกระทะ เติมซอสที่เหลือ ผัดจนซอสเคลือบเส้น
- ใส่หมู ผัก และไข่ คลุกให้ทั่ว ปิดไฟแล้วโรยงา
8. ข้าวผัดกิมจิห่อไข่
ข้าวผัดกิมจิห่อไข่รวมความเปรี้ยวเผ็ดของกิมจิกับไข่นุ่มด้านนอก ลักษณะคล้ายออมไรซ์ที่เปลี่ยนไส้เป็นข้าวผัดสไตล์เกาหลี
ข้าวผัดกิมจิห่อไข่ เหมาะกับมื้อเร่งรีบและจัดใส่กล่องได้ง่าย ข้าวสวยแช่เย็น กิมจิสับ และน้ำกิมจิ ช่วยให้จานครบทั้งความอิ่ม ความหอม และสีสันที่น่ากิน เหมาะทำเป็นจานกลางสำหรับแบ่งกันกิน
สูตรด้านล่างใช้ข้าวเย็นเพื่อให้ผัดแล้วไม่แฉะ ควรผัดกิมจิให้ความชื้นลดลงก่อนใส่ข้าว และทำไข่ด้วยไฟกลางอ่อนเพื่อไม่ให้แผ่นไข่ไหม้
ส่วนผสม
- ข้าวสวยแช่เย็น 2 ถ้วย
- กิมจิสับ 120 กรัม
- น้ำกิมจิ 1 ช้อนโต๊ะ
- หอมใหญ่สับ 1/4 หัว
- ต้นหอมซอย 1 ต้น
- โคชูจัง 1 ช้อนชา
- ซีอิ๊ว 1 ช้อนชา
- น้ำมันงา 1 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 2 ช้อนชา
- ไข่ไก่ 3 ฟอง
- นมสดหรือน้ำ 1 ช้อนโต๊ะ
- เกลือเล็กน้อย
- งาขาวตามชอบ
วิธีทำ
- ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน 1 ช้อนชา ผัดหอมใหญ่จนเริ่มใส
- ใส่กิมจิ ผัด 1-2 นาที แล้วเติมข้าว น้ำกิมจิ โคชูจัง และซีอิ๊ว
- ผัดจนข้าวร้อนทั่ว ปิดไฟ ใส่น้ำมันงาและต้นหอม ตักพัก
- ตีไข่กับนมและเกลือเล็กน้อย
- ตั้งกระทะเคลือบไฟกลางอ่อน ใส่น้ำมันที่เหลือ เทไข่แล้วหมุนกระทะให้เป็นแผ่น
- เมื่อไข่ด้านล่างอยู่ตัวและด้านบนเกือบสุก วางข้าวผัดตรงกลาง
- พับขอบไข่เข้าหากัน คว่ำลงจาน แล้วโรยงา
9. หมูผัดบูลโกกิ
หมูบูลโกกิเป็นหมูหมักรสหวานเค็ม ผัดกับหอมใหญ่จนซอสเคลือบเนื้อ กลิ่นงาและกระเทียมช่วยให้กินกับข้าวสวยหรือห่อผักได้ลงตัว
หมูผัดบูลโกกิ เด่นที่กลิ่นกระทะและซอสเคลือบวัตถุดิบอย่างพอดี หมูสันคอหรือสันนอกหั่นบาง หอมใหญ่ซอย และแครอตซอย ช่วยให้จานนี้มีทั้งความหอมและเนื้อสัมผัส เหมาะกับมื้อเร่งรีบที่อยากได้รสเข้ม ปรับระดับรสให้เข้ากับสมาชิกในบ้านได้
สูตรด้านล่างเป็นสัดส่วนสำหรับครัวบ้าน ควรหั่นหมูบางและผัดบนกระทะร้อนโดยไม่ใส่เนื้อแน่นเกินไป เพื่อให้เนื้อผัดมากกว่าต้มในน้ำหมัก
ส่วนผสม
- หมูสันคอหรือสันนอกหั่นบาง 250 กรัม
- หอมใหญ่ซอย 1/2 หัว
- แครอตซอย 40 กรัม
- ต้นหอม 2 ต้น
- น้ำมันพืช 1 ช้อนชา
- งาขาวคั่ว 1 ช้อนชา
#### น้ำหมัก
- ซีอิ๊ว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนชา
- น้ำมันงา 1 ช้อนชา
- กระเทียมสับ 2 ช้อนชา
- ลูกแพร์หรือแอปเปิลขูด 2 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยดำเล็กน้อย
วิธีทำ
- ผสมน้ำหมักทั้งหมด คลุกกับหมูแล้วพักในตู้เย็น 20-30 นาที
- ตั้งกระทะไฟกลางค่อนแรง ใส่น้ำมันและหมู
- กระจายหมูให้สัมผัสกระทะ ผัดจนเนื้อเกือบสุก
- ใส่หอมใหญ่และแครอต ผัดต่อจนหมูสุกทั่วและผักนุ่ม
- ใส่ต้นหอม ผัดอีกประมาณ 30 วินาที
- ตักเสิร์ฟแล้วโรยงาขาว
10. ไข่ม้วนเกาหลี
ไข่ม้วนเกาหลีหรือเกรันมารีเป็นไข่ปรุงรสอ่อน ม้วนเป็นชั้นในกระทะแล้วหั่นชิ้นพอดีคำ สามารถใส่แครอตและต้นหอมเพื่อเพิ่มสีและเนื้อสัมผัส
จุดเด่นของ ไข่ม้วนเกาหลี อยู่ที่รสและกลิ่นจาก ไข่ไก่ แครอตสับละเอียด และต้นหอมซอย ซึ่งเข้ากันได้ดี ทำให้จานนี้เหมาะทั้งมื้อเร่งรีบและมื้อที่อยากจัดอาหารหลายอย่าง กินทันทีหลังปรุงช่วยรักษาเนื้อสัมผัส
สูตรนี้จึงใช้เทคนิคพื้นฐานของไข่ม้วน ควรใช้ไฟอ่อนถึงกลางอ่อนและเติมไข่เป็นชั้นบาง เพื่อให้ม้วนได้โดยไม่แตกรวมถึงสุกทั่วถึง
ส่วนผสม
- ไข่ไก่ 4 ฟอง
- แครอตสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
- ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ
- นมสดหรือน้ำ 1 ช้อนโต๊ะ
- เกลือ 1/4 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 1-2 ช้อนชา
เมนูนี้ใช้วัตถุดิบหลักเพียงไม่กี่อย่าง หากต้องการต่อยอดมื้อประหยัด ลองดู ไอเดียเมนูไข่ สำหรับวิธีปรุงแบบอื่น
วิธีทำ
- ตอกไข่ใส่ชาม ใส่นม เกลือ แครอต และต้นหอม ตีให้เข้ากันโดยไม่ต้องให้เกิดฟองมาก
- ตั้งกระทะเคลือบทรงแบนด้วยไฟอ่อน ทาน้ำมันบาง ๆ
- เทไข่ประมาณหนึ่งในสี่ของส่วนผสม เอียงกระทะให้เป็นชั้นบาง
- เมื่อไข่เกือบสุก ม้วนจากด้านหนึ่งไปอีกด้านแล้วเลื่อนไปริมกระทะ
- ทาน้ำมันบาง ๆ แล้วเติมไข่อีกส่วน ให้ไข่ใหม่ไหลแตะใต้ขอบม้วนเดิม
- ม้วนซ้ำจนใช้ไข่หมด จากนั้นกลับด้านให้ผิวสุกทั่ว
- พัก 2 นาทีแล้วหั่นเป็นชิ้น
11. จาจังมยอน
จาจังมยอนเป็นบะหมี่ราดซอสถั่วดำเกาหลี รสเค็มหวานและมีความข้นจากผักกับแป้งละลายน้ำ นิยมใส่หมู หอมใหญ่ และผักหั่นเต๋า
จาจังมยอน กินง่ายและปรับรสตามวัตถุดิบที่มีได้ เส้นจาจังมยอนหรือเส้นอูด้ง 2 ที่ หมูหั่นเต๋า และหอมใหญ่หั่นเต๋า เติมทั้งความหอม ความนุ่ม และสีสัน จึงเหมาะสำหรับหมุนเวียนในเมนูประจำบ้าน เตรียมวัตถุดิบล่วงหน้าช่วยลดเวลาหน้าเตา
สูตรด้านล่างใช้ชุนจังหรือซอสถั่วดำเกาหลีเป็นหลัก ควรผัดชุนจังกับน้ำมันก่อนเติมน้ำเพื่อลดรสขม และไม่ใช้ไฟแรงหลังซอสเริ่มข้น
ส่วนผสม
- เส้นจาจังมยอนหรือเส้นอูด้ง 2 ที่
- หมูหั่นเต๋า 150 กรัม
- หอมใหญ่หั่นเต๋า 1/2 หัว
- มันฝรั่งหั่นเต๋า 100 กรัม
- ซูกินีหั่นเต๋า 80 กรัม
- ชุนจัง 2 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืช 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำ 300 มิลลิลิตร
- น้ำตาล 1 ช้อนชา
- แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำสำหรับละลายแป้ง 2 ช้อนโต๊ะ
- แตงกวาซอยสำหรับเสิร์ฟ
วิธีทำ
- ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะและชุนจัง ผัดไฟกลางอ่อนประมาณ 1 นาที ตักพัก
- เติมน้ำมันที่เหลือ ผัดหมูจนผิวด้านนอกสุก
- ใส่หอมใหญ่ มันฝรั่ง และซูกินี ผัด 2-3 นาที
- ใส่ชุนจังที่ผัดไว้ น้ำ และน้ำตาล ต้มไฟกลางจนมันฝรั่งนุ่มและหมูสุกทั่ว
- คนแป้งข้าวโพดกับน้ำ เทลงซอสทีละน้อยพร้อมคนจนข้น
- ต้มเส้นตามฉลาก สะเด็ดน้ำแล้วใส่ชาม
- ราดซอสถั่วดำและแตงกวาซอยก่อนเสิร์ฟ
12. มันดู เกี๊ยวเกาหลี
มันดูเป็นเกี๊ยวเกาหลีที่ทำได้ทั้งนึ่ง ต้ม หรือทอด ไส้หมูผสมผักให้รสฉ่ำ ส่วนการนึ่งในกระทะช่วยให้ก้นเกี๊ยวมีสีสวยและด้านบนยังนุ่ม
มันดู เกี๊ยวเกาหลี เป็นเมนูที่ปรับเข้ากับมื้อประจำวันได้ง่าย แผ่นเกี๊ยวทรงกลม 14-16 แผ่น หมูบด และกะหล่ำปลีสับละเอียด ช่วยสร้างรสกลมกล่อมและเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย กินเป็นจานหลักหรือกับข้าวได้ เพิ่มสมุนไพรสดก่อนเสิร์ฟช่วยให้หอมขึ้น
แคปชันไม่ได้ให้ปริมาณส่วนผสม สูตรด้านล่างจึงกำหนดสัดส่วนใช้งานเอง เนื้อหมูบดต้องได้รับความร้อนจนสุกทั่วและไม่ควรชิมไส้ดิบระหว่างปรุง
ส่วนผสม
- แผ่นเกี๊ยวทรงกลม 14-16 แผ่น
- หมูบด 180 กรัม
- กะหล่ำปลีสับละเอียด 80 กรัม
- เต้าหู้แข็งบีบน้ำ 50 กรัม
- ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
- ซีอิ๊ว 2 ช้อนชา
- น้ำมันงา 1 ช้อนชา
- พริกไทย 1/4 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำ 60 มิลลิลิตร
#### น้ำจิ้ม
- ซีอิ๊ว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำส้มสายชูข้าว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันงา 1/2 ช้อนชา
- พริกป่นเกาหลีเล็กน้อย
วิธีทำ
- โรยเกลือเล็กน้อยบนกะหล่ำปลี พัก 10 นาทีแล้วบีบน้ำออก
- ผสมหมู กะหล่ำปลี เต้าหู้ ต้นหอม กระเทียม ซีอิ๊ว น้ำมันงา และพริกไทย
- ตักไส้ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะวางกลางแผ่นเกี๊ยว แตะน้ำรอบขอบแล้วพับปิด
- ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน เรียงเกี๊ยวแล้วทอดไฟกลางจนก้นเริ่มเหลือง
- เติมน้ำแล้วปิดฝาทันที ลดไฟกลางอ่อน นึ่ง 6-8 นาที
- เปิดฝา รอให้น้ำระเหยและก้นเกี๊ยวกลับมากรอบ ตรวจให้ไส้หมูสุกทั่ว
- ผสมน้ำจิ้มทั้งหมดแล้วเสิร์ฟคู่กัน
13. แพนเค้กกิมจิ
แพนเค้กกิมจิเป็นของทอดแผ่นบางที่ได้รสเปรี้ยวเผ็ดจากกิมจิและน้ำกิมจิ ผิวนอกทอดให้กรอบ ส่วนด้านในยังนุ่มและมีชิ้นกิมจิให้เคี้ยว
เสน่ห์ของ แพนเค้กกิมจิ อยู่ที่กลิ่นหอมและความหวานที่ปรับได้ แป้งทอดกรอบ น้ำกิมจิ และน้ำเปล่า ทำให้เนื้อขนมมีมิติและจัดเสิร์ฟได้ทั้งแบบอุ่นหรือพักให้เย็น เหมาะกับวันที่อยากใช้วัตถุดิบในครัวให้คุ้ม
สูตรด้านล่างลดปริมาณสำหรับ 1-2 ที่ ควรทำแผ่นไม่หนาเกินไปเพื่อให้แป้งด้านในสุกทั่ว และรอให้น้ำมันร้อนพอก่อนลงแป้งเพื่อไม่ให้อมน้ำมัน
ส่วนผสม
- แป้งทอดกรอบ 1/2 ถ้วย
- น้ำกิมจิ 1/4 ถ้วย
- น้ำเปล่า 1-2 ช้อนโต๊ะตามความข้น
- กระเทียมขูดหรือสับ 2 ช้อนชา
- เกลือเล็กน้อย
- น้ำตาล 1 ช้อนชา
- กิมจิ 150 กรัม
- ต้นหอมซอย 2 ต้น
- น้ำมันพืชสำหรับทอด
#### น้ำจิ้ม
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำส้มสายชูข้าว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันงา 1 ช้อนชา
- งาขาวคั่ว 1 ช้อนชา
วิธีทำ
- ผสมซีอิ๊ว น้ำส้มสายชู และน้ำมันงา โรยงาขาวแล้วพักไว้
- ผสมแป้ง น้ำกิมจิ กระเทียม เกลือ และน้ำตาลจนไม่มีก้อน
- ใส่กิมจิและต้นหอม หากส่วนผสมข้นมาก เติมน้ำทีละ 1 ช้อนโต๊ะ
- ตั้งกระทะเคลือบ ใส่น้ำมันบาง ๆ ใช้ไฟกลาง
- ตักแป้งลงกระทะ เกลี่ยเป็นแผ่นหนาประมาณ 0.5-1 เซนติเมตร
- ทอดจนด้านล่างกรอบและสีเข้มขึ้น พลิกทอดอีกด้านจนสุกทั่ว
- ตักพักให้สะเด็ดน้ำมัน หั่นชิ้นแล้วเสิร์ฟกับน้ำจิ้ม
14. คอร์นชีสเกาหลี
คอร์นชีสเป็นเมนูกระทะที่ใช้ข้าวโพดหวานคลุกครีมกับเครื่องปรุง แล้วปิดหน้าด้วยมอสซาเรลล่าชีส เนื้อสัมผัสหวานมันและชีสยืดเหมาะเสิร์ฟร้อน
คอร์นชีสเกาหลี กินง่ายและปรับรสตามวัตถุดิบที่มีได้ ข้าวโพดหวานกระป๋องสะเด็ดน้ำ เนย และมายองเนสหรือสลัดครีม เติมทั้งความหอม ความนุ่ม และสีสัน จึงเหมาะสำหรับหมุนเวียนในเมนูประจำบ้าน จัดจานด้วยผักสีสดช่วยเพิ่มความน่ากิน
สูตรด้านล่างรักษาแนวสัดส่วนจากคลิปและปรับข้าวโพดเป็น 170 กรัม ควรสะเด็ดน้ำข้าวโพดให้ดีเพื่อไม่ให้ส่วนผสมแฉะและใช้ไฟกลางอ่อนป้องกันก้นไหม้
ส่วนผสม
- ข้าวโพดหวานกระป๋องสะเด็ดน้ำ 170 กรัม
- เนย 1 ช้อนโต๊ะ
- มายองเนสหรือสลัดครีม 2 ช้อนโต๊ะ
- มอสซาเรลล่าชีส 100 กรัม
- น้ำตาล 1 ช้อนชา
- เกลือ 1 หยิบมือ
- พริกไทยดำเล็กน้อย
- ปาปริก้าเล็กน้อย
- พาร์สลีย์ซอยตามชอบ
- เบคอนสุกกรอบตามชอบ
วิธีทำ
- ตั้งกระทะไฟกลางอ่อน ใส่เนยแล้วรอให้ละลาย
- ใส่ข้าวโพด น้ำตาล เกลือ พริกไทย และปาปริก้า ผัดประมาณ 1 นาที
- ใส่มายองเนส คลุกให้ทั่ว
- เกลี่ยข้าวโพดให้เสมอแล้วโรยมอสซาเรลลา
- ปิดฝาประมาณ 2 นาทีจนชีสละลาย
- หากใช้เบคอน ให้ใช้เบคอนที่ปรุงสุกแล้วโรยพร้อมพาร์สลีย์
- เสิร์ฟขณะยังร้อน
15. โฮต๊อก
โฮต๊อกเป็นแป้งแพนเค้กเกาหลีสอดไส้น้ำตาล ถั่ว และอบเชย เมื่อนาบบนกระทะ ไส้ด้านในจะละลายเป็นไซรัปหวานหอม ส่วนผิวนอกมีสีเหลืองน้ำตาล
โฮต๊อก เป็นเมนูที่ปรับเข้ากับมื้อประจำวันได้ง่าย แป้งอเนกประสงค์ ยีสต์แห้ง และน้ำตาล ช่วยสร้างรสกลมกล่อมและเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย กินเป็นจานหลักหรือกับข้าวได้ ทำเป็นชุดเล็กได้โดยไม่เหลือเก็บมาก
สูตรด้านล่างจึงเป็นสูตรครัวบ้าน ควรพักแป้งให้ขึ้นก่อนทอดและระวังไส้น้ำตาลละลายที่มีอุณหภูมิสูง หลังทอดควรพักสั้น ๆ ก่อนกัดรับประทาน
ส่วนผสม
#### แป้ง
- แป้งอเนกประสงค์ 150 กรัม
- ยีสต์แห้ง 1/2 ช้อนชา
- น้ำตาล 1 ช้อนชา
- เกลือ 1/4 ช้อนชา
- นมอุ่นหรือน้ำอุ่น 100 มิลลิลิตร
- น้ำมันพืช 1 ช้อนชา
#### ไส้
- น้ำตาลทรายแดง 3 ช้อนโต๊ะ
- ถั่วลิสงหรือวอลนัตสับ 2 ช้อนโต๊ะ
- อบเชยป่น 1/4 ช้อนชา
ถ้าสนุกกับการทำแป้งหมัก สามารถดู สูตรขนมปัง เพื่อฝึกเทคนิคยีสต์และการขึ้นฟูเพิ่มเติม
วิธีทำ
- ผสมแป้ง ยีสต์ น้ำตาล และเกลือ
- เติมนมอุ่นกับน้ำมัน นวดพอเป็นแป้งนุ่มและเข้ากัน
- ปิดชามแล้วพักในที่อุ่น 45-60 นาทีจนแป้งขยาย
- ผสมน้ำตาลทรายแดง ถั่ว และอบเชย
- แบ่งแป้งเป็น 4 ก้อน แผ่แป้ง ใส่ไส้ตรงกลางแล้วหุ้มให้มิด
- ตั้งกระทะทาน้ำมันบาง ๆ ใช้ไฟกลางอ่อน วางด้านรอยปิดลงก่อน
- กดให้แบน ทอดด้านละประมาณ 2-3 นาทีจนสุกและมีสี
- พักให้ไส้คลายความร้อนเล็กน้อยก่อนเสิร์ฟ
16. ซุปกิมจิเต้าหู้อ่อน
ซุปกิมจิเต้าหู้อ่อนให้รสเผ็ดเปรี้ยวและเนื้อสัมผัสนุ่มจากเต้าหู้ เหมาะเป็นเมนูหม้อเดียวสำหรับมื้อเย็น โดยสามารถเพิ่มหมูหรือไข่เพื่อเพิ่มโปรตีน
จุดเด่นของ ซุปกิมจิเต้าหู้อ่อน อยู่ที่น้ำแกงหอมและรสซึมเข้าเนื้อ กิมจิ เต้าหู้อ่อน และหมูสไลซ์ ช่วยเติมความหวานธรรมชาติและเนื้อสัมผัส ทำให้เป็นเมนูหม้อเดียวที่กินง่าย เหมาะหมุนเวียนเป็นเมนูประจำสัปดาห์
สูตรด้านล่างแยกจากสูตรซุปกิมจิข้อก่อนด้วยการเพิ่มสต็อกและเน้นเต้าหู้อ่อนเป็นหลัก ควรคนเบา ๆ หลังใส่เต้าหู้เพื่อไม่ให้แตกละเอียด
ส่วนผสม
- กิมจิ 150 กรัม
- เต้าหู้อ่อน 250 กรัม
- หมูสไลซ์ 100 กรัม
- หอมใหญ่ 1/4 หัว
- กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
- น้ำสต็อกหรือน้ำ 400 มิลลิลิตร
- โคชูจัง 2 ช้อนชา
- พริกป่นเกาหลี 1-2 ช้อนชา
- ซีอิ๊ว 1 ช้อนชา
- น้ำมันงา 1/2 ช้อนชา
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- ต้นหอมซอย 1 ต้น
วิธีทำ
- ตั้งหม้อไฟกลาง ใส่น้ำมันงา กระเทียม หอมใหญ่ และหมู
- ผัดจนหมูเริ่มเปลี่ยนสี ใส่กิมจิแล้วผัดต่อ 1 นาที
- เติมน้ำสต็อก โคชูจัง พริกป่น และซีอิ๊ว
- ต้ม 7-8 นาทีจนหมูสุกทั่ว
- ใส่เต้าหู้อ่อนเป็นชิ้นใหญ่ ต้มต่อ 2-3 นาทีโดยไม่คนแรง
- ตอกไข่ลงหม้อ ต้มจนสุกตามระดับที่ปลอดภัยต่อการรับประทาน
- โรยต้นหอมแล้วเสิร์ฟร้อน
17. รามยอนเกาหลี
รามยอนเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสไตล์เกาหลีที่ปรับเครื่องเพิ่มได้หลากหลาย ตั้งแต่ไข่ ต้นหอม เห็ด ไปจนถึงชีส จุดสำคัญอยู่ที่ไม่ต้มเส้นนานเกินไปจนเสียความหนึบ
รามยอนเกาหลี กินง่ายและปรับรสตามวัตถุดิบที่มีได้ รามยอนเกาหลี 1 ซอง น้ำตามปริมาณที่ฉลากกำหนด ประมาณ และไข่ไก่ เติมทั้งความหอม ความนุ่ม และสีสัน จึงเหมาะสำหรับหมุนเวียนในเมนูประจำบ้าน ชิมรสช่วงท้ายช่วยให้ปรับได้แม่นยำ
สูตรด้านล่างจึงไม่อ้างว่าเป็นสูตรเชฟจากคลิป แต่เป็นวิธีปรุงรามยอนสำหรับ 1 ที่ ควรอ่านปริมาณน้ำและเวลาต้มบนซองเป็นหลักเพราะแต่ละแบรนด์ต่างกัน
ส่วนผสม
- รามยอนเกาหลี 1 ซอง
- น้ำตามปริมาณที่ฉลากกำหนด ประมาณ 500-550 มิลลิลิตร
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- เห็ดหอมสดหรือเห็ดเข็มทอง 50 กรัม
- ต้นหอมซอย 1 ต้น
- กิมจิ 50 กรัมตามชอบ
- สาหร่ายแผ่นหั่นฝอยเล็กน้อย
วิธีทำ
- ต้มน้ำตามปริมาณที่ระบุบนซองจนเดือด
- ใส่ผงปรุงรสและผักแห้งจากซอง คนให้ละลาย
- ใส่เห็ดและกิมจิ ต้มประมาณ 1 นาที
- ใส่เส้นแล้วต้มตามเวลาบนบรรจุภัณฑ์
- ก่อนครบเวลาประมาณ 1-2 นาที ตอกไข่ลงหม้อ
- ต้มจนเส้นอยู่ในระดับความนุ่มที่ต้องการและไข่สุกเหมาะสม
- โรยต้นหอมกับสาหร่าย เสิร์ฟทันที
18. หมูย่างเกาหลี
หมูย่างเกาหลีเหมาะกับการกินแบบห่อผัก เสิร์ฟคู่กระเทียม พริก และซอสซัมจัง เนื้อส่วนสันคอหรือสามชั้นให้ความฉ่ำและเกิดผิวเกรียมหอมได้ดี
หมูย่างเกาหลี มีกลิ่นหอมจากความร้อนแห้งและผิวที่มีสีสวย หมูสันคอหั่นชิ้น ซีอิ๊ว และน้ำมันงา ช่วยเพิ่มความชุ่มฉ่ำและรสกลมกล่อม เหมาะกับมื้อที่ต้องการเตรียมง่าย เสิร์ฟพร้อมเครื่องดื่มรสอ่อนช่วยตัดรสได้
สูตรด้านล่างใช้หมูสันคอแบบหมักเบา ๆ สำหรับครัวบ้าน ควรแยกอุปกรณ์ที่สัมผัสหมูดิบออกจากอาหารพร้อมกิน และย่างจนเนื้อสุกทั่ว
ส่วนผสม
- หมูสันคอหั่นชิ้น 300 กรัม
- ซีอิ๊ว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันงา 1 ช้อนชา
- น้ำตาล 1 ช้อนชา
- กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
- พริกไทยดำเล็กน้อย
- ผักกาดหอมสำหรับห่อ
- กระเทียมหั่นบางตามชอบ
- กิมจิสำหรับเสิร์ฟ
#### ซัมจังแบบง่าย
- เต้าเจี้ยวเกาหลี 1 ช้อนโต๊ะ
- โคชูจัง 1 ช้อนชา
- น้ำมันงา 1/2 ช้อนชา
- น้ำผึ้ง 1/2 ช้อนชา
- งาขาวเล็กน้อย
วิธีทำ
- คลุกหมูกับซีอิ๊ว น้ำมันงา น้ำตาล กระเทียม และพริกไทย พักในตู้เย็น 20 นาที
- ผสมส่วนของซัมจังทั้งหมดแล้วพักไว้
- ตั้งกระทะย่างหรือกระทะหนักให้ร้อนด้วยไฟกลางค่อนแรง
- วางหมูโดยไม่ให้ชิ้นซ้อนกัน ย่างจนด้านหนึ่งมีสีแล้วกลับด้าน
- ย่างต่อจนหมูสุกทั่ว หากชิ้นหนาให้ลดไฟเพื่อไม่ให้ด้านนอกไหม้ก่อนด้านในสุก
- เสิร์ฟพร้อมผักกาดหอม กิมจิ กระเทียม และซัมจัง
19. ทัคคาลบี้
ทัคคาลบี้เป็นไก่ผัดซอสเผ็ดเกาหลีกับกะหล่ำปลี หอมใหญ่ แครอต และต็อก รสเข้มจากโคชูจัง พริกป่น และน้ำมันงา เหมาะทำในกระทะใบเดียว
จุดเด่นของ ทัคคาลบี้ อยู่ที่รสและกลิ่นจาก เนื้อสะโพกไก่หั่นชิ้น ต็อกบกกี และกะหล่ำปลี ซึ่งเข้ากันได้ดี ทำให้จานนี้เหมาะทั้งมื้อเร่งรีบและมื้อที่อยากจัดอาหารหลายอย่าง จัดคู่กับเมนูรสเบาช่วยให้มื้อสมดุล
สูตรด้านล่างลดความเผ็ดและความเค็มจากสัดส่วนในคลิปให้เหมาะกับ 1-2 ที่ ควรผัดไก่จนสุกถึงอย่างน้อย 75 องศาเซลเซียสก่อนรับประทาน
ส่วนผสม
- เนื้อสะโพกไก่หั่นชิ้น 250 กรัม
- ต็อกบกกี 100 กรัม
- กะหล่ำปลี 150 กรัม
- แครอต 50 กรัม
- หอมใหญ่ 1/2 หัว
- ต้นหอม 2 ต้น
- กระเทียมสับ 2 กลีบ
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำ 50 มิลลิลิตร
#### ซอส
- โคชูจัง 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- พริกป่นเกาหลี 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาล 2 ช้อนชา
- น้ำมันงา 1 ช้อนชา
- น้ำปลา 1 ช้อนชา
- ซีอิ๊ว 1 ช้อนชา
วิธีทำ
- ผสมส่วนของซอสทั้งหมด คลุกกับไก่และกระเทียมครึ่งหนึ่ง พักในตู้เย็น 20 นาที
- หากต็อกแข็ง ให้แช่น้ำ 10 นาทีแล้วสะเด็ดน้ำ
- ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันและกระเทียมที่เหลือ ผัดจนหอม
- ใส่ไก่และซอส ผัดจนผิวไก่เริ่มสุก
- ใส่หอมใหญ่ แครอต กะหล่ำปลี ต็อก และน้ำ
- ปิดฝา 3-4 นาที จากนั้นเปิดฝาแล้วผัดต่อจนไก่สุกทั่ว ต็อกนุ่ม และซอสข้น
- ใส่ต้นหอม คลุกอีกครั้งแล้วปิดไฟ
20. ซุปสาหร่ายเกาหลี
ซุปสาหร่ายเกาหลีหรือมียอกกุกมีรสสะอาดและกลิ่นหอมของน้ำมันงา นิยมทำด้วยสาหร่ายแห้ง เนื้อวัว และน้ำซุป เหมาะกับข้าวสวยร้อนในมื้อเบา ๆ
ซุปสาหร่ายเกาหลี เหมาะกับมื้อครอบครัวเพราะเสิร์ฟร้อนได้เต็มหม้อ รสจาก สาหร่ายวากาเมะแห้ง เนื้อวัวหั่นบาง และกระเทียมสับ ผสานกันจนได้ทั้งความหอม ความนุ่ม และน้ำซุปที่กินคล่องคอ ใช้ภาชนะอุ่นช่วยรักษาอุณหภูมิขณะเสิร์ฟ
สูตรด้านล่างใช้สาหร่ายวากาเมะแห้งและเนื้อวัว ควรแช่สาหร่ายตามเวลาที่เหมาะสมแล้วสะเด็ดน้ำ เพราะสาหร่ายจะขยายตัวมากหลังดูดน้ำ
ส่วนผสม
- สาหร่ายวากาเมะแห้ง 8 กรัม
- เนื้อวัวหั่นบาง 120 กรัม
- กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
- น้ำมันงา 1 ช้อนชา
- ซีอิ๊วสำหรับซุปหรือซีอิ๊วญี่ปุ่น 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำ 700 มิลลิลิตร
- เกลือเล็กน้อย
- พริกไทยตามชอบ
วิธีทำ
- แช่สาหร่ายในน้ำตามคำแนะนำบนบรรจุภัณฑ์จนพองตัว สะเด็ดน้ำแล้วหั่นชิ้นพอดีคำ
- ตั้งหม้อไฟกลาง ใส่น้ำมันงาและเนื้อวัว ผัดจนผิวเนื้อเริ่มสุก
- ใส่กระเทียมและสาหร่าย ผัดประมาณ 1 นาที
- เติมน้ำและซีอิ๊ว ต้มจนเดือด
- ลดไฟกลางอ่อน ต้มต่อ 15-20 นาทีจนเนื้อนุ่มและสุกทั่ว
- ชิมแล้วเติมเกลือเท่าที่จำเป็น
- เสิร์ฟร้อนกับข้าวสวย
เคล็ดลับทำอาหารเกาหลีให้อร่อยขึ้นในครัวบ้าน
เริ่มจากวัตถุดิบรสเข้มทีละน้อย โดยเฉพาะโคชูจัง ซีอิ๊ว น้ำปลา และกิมจิ เนื่องจากแต่ละยี่ห้อมีความเค็มต่างกัน การเติมเพิ่มหลังชิมช่วยควบคุมรสได้แม่นกว่า
น้ำมันงาเหมาะกับการแต่งกลิ่นมากกว่าการทอดด้วยไฟแรง จึงควรใส่ช่วงท้ายหรือใช้ในน้ำหมักปริมาณพอเหมาะ ส่วนงาขาวคั่วช่วยเพิ่มกลิ่นโดยไม่เพิ่มความเค็ม
เมนูผัดควรเตรียมวัตถุดิบทุกอย่างไว้ก่อนเปิดไฟ เพราะซอสที่มีน้ำตาลไหม้ได้เร็ว กระทะที่ร้อนพอช่วยให้เนื้อเกิดสีสวยและลดการคายน้ำมากเกินไป
สำหรับอาหารทอด ควรรักษาอุณหภูมิน้ำมันให้สม่ำเสมอและไม่ใส่วัตถุดิบลงทอดครั้งละมากเกินไป หากอยากลดการทอด สามารถนำแนวคิดจาก เมนูหม้อทอดไร้น้ำมัน ไปปรับกับวัตถุดิบบางชนิด โดยต้องตรวจความสุกของเนื้อสัตว์ทุกครั้ง
ผักที่มีน้ำมากควรสะเด็ดหรือบีบน้ำก่อนนำไปผัดและม้วน เช่น ผักโขม ถั่วงอก กิมจิ หรือเห็ด ช่วยลดปัญหาข้าวแฉะ ไส้คิมบับหลวม และแพนเค้กทอดไม่กรอบ
เนื้อสัตว์ดิบควรเก็บในตู้เย็น แยกเขียงและภาชนะจากผักพร้อมกิน ล้างมือหลังสัมผัส และปรุงให้สุกถึงระดับปลอดภัย โดยเฉพาะเนื้อไก่และหมูบด
สรุป
อาหารเกาหลีหลายเมนูไม่จำเป็นต้องพึ่งอุปกรณ์เฉพาะทาง บิบิมบับ จับแช ข้าวผัดกิมจิ ไข่ม้วน หรือหมูบูลโกกิสามารถทำได้ด้วยหม้อและกระทะพื้นฐาน ส่วนรสชาติหลักมาจากการเลือกโคชูจัง กิมจิ ซีอิ๊ว และน้ำมันงาให้สมดุลกัน
ทั้ง 20 สูตรเรียงตามหลักฐานคลิปต้นทางโดยไม่สลับลำดับ เมนูที่แคปชันมีสัดส่วนหรือขั้นตอนชัดเจนถูกนำมาใช้เป็นข้อมูลอ้างอิง ส่วนคลิปที่ยืนยันเพียงชื่อเมนูได้รับการแยกสูตรสำหรับครัวบ้านออกจากข้อมูลในคลิปอย่างชัดเจน
เมื่อตุนวัตถุดิบพื้นฐานไม่กี่อย่างไว้ในครัว เมนูอาหารเกาหลีทำเอง สามารถหมุนเวียนได้ตั้งแต่มื้อด่วนอย่างรามยอน ไปจนถึงมื้อเต็มอย่างทัคคาลบี้หรือหมูย่างเกาหลี ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้มื้อประจำวันโดยยังควบคุมรสชาติและปริมาณได้เอง









