30 เมนูหมูกรอบทำเองที่บ้าน ครบทุกสไตล์ ข้าว ผัด แกง ยำ เส้น
รวม 30 เมนูหมูกรอบที่ทำเองได้ที่บ้าน ครอบคลุมทั้งข้าวหน้าหมูกรอบสไตล์ไทย-จีน ผัดพริกแกงรสจัดจ้าน ต้มยำหอมเครื่องสมุนไพร แกงกะทิเข้มข้น และเมนูยำแซ่บสไตล์อีสาน ทุกเมนูคัดจากความหลากหลายของวิธีปรุง ตั้งแต่การผัดไฟแรงแบบร้านข้าวราดแกง การเคี่ยวพะแนงด้วยกะทิสด ไปจนถึงการคลุกยำที่กินแล้วสดชื่น เหมาะสำหรับคนที่อยากเปลี่ยนเมนูกินกับหมูกรอบให้ไม่ซ้ำ
หมูกรอบ เป็นวัตถุดิบสารพัดประโยชน์ในครัวไทย เนื้อหมูสามชั้นต้มแล้วทอดจนหนังฟูกรอบ เนื้อในนุ่มชุ่มมัน รับรสได้ทั้งเค็ม หวาน เผ็ด และเปรี้ยว หมูกรอบแผ่นบางกรุบกรอบที่หั่นจากหมูสามชั้นทอดน้ำมันร้อนจัด กลายเป็นท็อปปิ้งยอดฮิตบนข้าวสวยร้อนๆ หรือใส่ในผัดพริกแกง แกงกะทิ และเมนูเส้น หมูกรอบ 1 ชิ้นมีทั้งความกรอบของหนัง ความนุ่มของเนื้อ และความมันของชั้นไขมันที่ละลายในปาก คนไทยนิยมซื้อหมูกรอบจากร้านข้าวหมูแดงประจำ หรือทำเองจากหมูสามชั้นต้มในน้ำเกลือจนเปื่อย แล้วทอดน้ำมันร้อน 2 รอบให้หนังพองฟู
บทความนี้คัดเลือก 30 เมนูหมูกรอบตามเกณฑ์ 3 ข้อหลัก: (1) ทำได้จริงในครัวบ้านโดยใช้เตาแก๊สหรือเตาไฟฟ้า วัตถุดิบหาได้ในตลาดสดและซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป (2) ครอบคลุมวิธีปรุงที่หลากหลายทั้งข้าวหน้า ผัด แกง ต้มยำ ยำ และจานเส้น เพื่อให้ครบทุกแนวการกิน (3) เรียงลำดับจากเมนูจานข้าวซึ่งเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุด ตามด้วยเมนูผัดรสจัด เมนูแกงกะทิ เมนูเส้น และปิดท้ายด้วยเมนูยำที่สดชื่นและทำง่าย
หมูกรอบที่หนังฟูกรอบและเนื้อในนุ่มชุ่มมัน คือหัวใจของทุกเมนูในลิสต์นี้ เลือกซื้อหมูกรอบที่หนังพองเป็นเม็ดเล็กๆ สีน้ำตาลทอง เนื้อในยังชุ่ม ไม่แห้งกระด้าง ถ้าทำเองให้ต้มหมูสามชั้นในน้ำเกลือกับโป๊ยกั๊ก 45 นาทีก่อนทอด จะได้เนื้อเปื่อยนุ่มและหนังกรอบนาน
1. ข้าวหมูกรอบ
ข้าวหมูกรอบ เป็นเมนูจานเดียวที่คนไทยคุ้นเคยตั้งแต่วัยเด็ก จัดเป็นอาหารเที่ยงยอดนิยมที่หาทานได้ตามร้านข้าวราดแกงและร้านข้าวหมูแดงทั่วประเทศ ต้นกำเนิดมาจากอาหารจีนกวางตุ้งที่เรียกว่า “ซิวยก” (Siu Yuk) ซึ่งเป็นหมูกรอบย่าง ก่อนถูกดัดแปลงในไทยให้เป็นหมูสามชั้นทอดกรอบ ราดน้ำราดหวานเค็มบนข้าวสวยร้อนๆ รสชาติเค็มหวานกลมกล่อมจากน้ำซีอิ๊วผสมน้ำมันหอย ตัดด้วยความมันของหมูกรอบและความเปรี้ยวหวานของน้ำจิ้มซีฟู้ด ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลา 10 นาที (ไม่รวมเวลาหมักหมูกรอบ) เหมาะกับมื้อเที่ยงเร่งด่วน
เคล็ดลับสำคัญคือนำหมูกรอบมาหมักกับซอสปรุงรสอย่างน้อย 10 นาทีก่อนจัดจาน จะช่วยให้รสชาติซึมเข้าเนื้อหมูกรอบจนถึงชั้นไขมัน และราดน้ำซอสเพิ่มรอบจัดจานอีกเล็กน้อย กินคู่กับพริกน้ำปลาพริกสดซอย และแตงกวาแช่เย็นหั่นแว่น
ส่วนผสม
- หมูกรอบ (หั่นชิ้นหนา 1 เซนติเมตร) 200 กรัม
- ข้าวสวยร้อนๆ 1 ถ้วย
- ซีอิ๊วดำหวาน 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันหอย 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
- กระเทียมจีน (สับละเอียด) 1 ช้อนชา
- ไข่ต้ม 1 ฟอง
- แตงกวา (หั่นแว่น) 3-4 ชิ้น
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกน้ำปลา สำหรับเสิร์ฟ
วิธีทำ
- เตรียมน้ำราด: ผสมซีอิ๊วดำหวาน ซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย และน้ำตาลปี๊บในถ้วย คนให้น้ำตาลละลาย
- หมักหมูกรอบ: นำหมูกรอบลงคลุกกับน้ำราดที่ผสมไว้ ทิ้งไว้ 10 นาทีให้ซอสซึมเข้าเนื้อ
- ผัดซอส: ตั้งกระทะไฟอ่อน ใส่น้ำมันพืชเล็กน้อย ใส่กระเทียมสับเจียวจนหอม ใส่หมูกรอบที่หมักไว้ลงผัดพอร้อน 1-2 นาที
- จัดข้าว: ตักข้าวสวยร้อนๆ ใส่จาน เรียงหมูกรอบบนข้าว ราดซอสที่เหลือในกระทะ
- จัดเสิร์ฟ: ผ่าครึ่งไข่ต้มวางข้างจาน วางแตงกวาแว่น โรยต้นหอมซอย เสิร์ฟคู่พริกน้ำปลา
2. ข้าวหมูกรอบคั่วพริกเกลือ
ข้าวหมูกรอบคั่วพริกเกลือ เป็นเมนูฟิวชันไทย-จีนที่รวมความกรอบของหมูกรอบเข้ากับเทคนิคการคั่วพริกเกลือแบบจีนแต้จิ๋ว พริกขี้หนูแห้งคั่วกับเกลือป่นจนหอมฉุน ตัดกับความมันของหมูกรอบ กลายเป็นรสเค็มเผ็ดที่กินกับข้าวสวยร้อนๆ แล้วหยุดไม่อยู่ ต้นตำรับการคั่วพริกเกลือมาจากอาหารจีนทางใต้ที่นิยมใช้กับปลาหมึก กุ้ง และเนื้อสัตว์ทอดกรอบ ก่อนนำมาประยุกต์กับหมูกรอบที่หาได้ง่ายในครัวไทย ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 12 นาที
เคล็ดลับคือคั่วพริกขี้หนูแห้งในกระทะแห้งด้วยไฟอ่อนจนหอมก่อนตำ เพราะพริกแห้งที่ผ่านความร้อนจะมีกลิ่นหอมลึกกว่าพริกป่นสำเร็จรูป และใส่ใบมะกรูดซอยกรอบลงไปคั่วด้วย จะได้กลิ่นหอมส้มที่ตัดเลี่ยนหมูกรอบได้ดี
ส่วนผสม
- หมูกรอบ (หั่นชิ้นพอดีคำ) 200 กรัม
- ข้าวสวยร้อนๆ 1 ถ้วย
- พริกขี้หนูแห้ง (คั่วแล้วตำหยาบ) 1 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 1/4 ช้อนชา
- กระเทียมจีน (สับหยาบ) 1 ช้อนโต๊ะ
- ใบมะกรูด (ซอยเส้น) 3 ใบ
- น้ำมันพืช สำหรับผัด 1 ช้อนโต๊ะ
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักชี สำหรับโรยหน้า
วิธีทำ
- คั่วพริกแห้ง: ตั้งกระทะไฟอ่อน ใส่พริกขี้หนูแห้งคั่วจนหอม 1-2 นาที ตักขึ้นตำหยาบ
- ผสมพริกเกลือ: ผสมพริกคั่วตำหยาบ เกลือป่น และน้ำตาลทราย ในถ้วย พักไว้
- ผัดกระเทียม: ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันพืช ใส่กระเทียมสับเจียวจนเหลือง ใส่ใบมะกรูดซอยลงผัดสักครู่ให้หอม
- ผัดหมูกรอบ: ใส่หมูกรอบลงผัดคลุกกับกระเทียมเจียว 1-2 นาที โรยพริกเกลือที่ผสมไว้ลงคลุกให้ทั่ว ปิดไฟ
- จัดเสิร์ฟ: ตักข้าวสวยใส่จาน ราดหมูกรอบคั่วพริกเกลือ โรยต้นหอมซอยและผักชี
3. ข้าวผัดหมูกรอบ
ข้าวผัดหมูกรอบ ยกระดับข้าวผัดธรรมดาให้พิเศษขึ้นด้วยความกรอบของหนังหมูที่สลับกับความนุ่มของข้าวผัดไข่ รสชาติเค็มมันจากน้ำมันหมูที่ละลายในกระทะขณะผัด เข้ากับกลิ่นหอมกระทะไฟแรงที่เรียกว่า “wok hei” แบบจีน แตกต่างจากข้าวผัดทั่วไปเพราะหมูกรอบให้ทั้งเนื้อสัมผัสกรุบกรอบและรสชาติหมูสามชั้นเข้มข้น ทำให้กินได้เรื่อยๆ โดยไม่ต้องมีกับข้าวเพิ่ม ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 10 นาที
เคล็ดลับคือใช้ข้าวหุงเย็นที่แช่ตู้เย็นไว้ (ข้าวค้างคืน) เพราะเม็ดข้าวจะแข็งและแห้งกำลังดี ไม่แฉะเวลาผัด และใช้ไฟแรงที่สุดที่เตามี ผัดเร็วๆ 1-2 นาทีต่อรอบ ไม่เปิดฝาหม้อบ่อยจนไอน้ำตกลงในกระทะ
ส่วนผสม
- หมูกรอบ (หั่นชิ้นบาง 0.5 เซนติเมตร) 150 กรัม
- ข้าวสวยเย็น 1 ถ้วย
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันหอย 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1/4 ช้อนชา
- พริกไทยขาวป่น 1/4 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- แตงกวาหั่นแว่น สำหรับเสิร์ฟ
- มะนาวฝาน 1 ซีก
วิธีทำ
- ตั้งกระทะ: ใช้กระทะเหล็กหรือกระทะเทฟลอน ตั้งไฟแรงจนควันขึ้นเล็กน้อย ใส่น้ำมันพืช
- ผัดหมูกรอบ: ใส่หมูกรอบลงผัด 30 วินาทีให้ร้อนและน้ำมันหมูละลาย ตักหมูกรอบขึ้นพักไว้ในกระทะด้านข้าง
- ผัดไข่: ตอกไข่ลงตรงกลางกระทะ ใช้ตะหลิวยีให้แตก ผัดจนไข่สุก 80%
- ผัดข้าว: ใส่ข้าวเย็นลงผัดคลุกกับไข่ เติมซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย น้ำตาลทราย ผัดเร็วๆ 1-2 นาทีให้ซอสเคลือบข้าว
- รวมหมูกรอบ: ใส่หมูกรอบที่พักไว้กลับลงไป คลุกให้ทั่ว โรยพริกไทยป่นและต้นหอมซอย ปิดไฟ ตักใส่จาน วางแตงกวาและมะนาวข้างจาน
4. ข้าวผัดหมูกรอบไข่เค็ม
ข้าวผัดหมูกรอบไข่เค็ม เป็นเมนูฟิวชันร่วมสมัยที่ได้รับความนิยมมากในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา การนำไข่เค็มมาผัดรวมกับข้าวทำให้เกิดรสเค็มมันแบบกลมกล่อม ไข่แดงเค็มที่บี้ละเอียดจะเคลือบเม็ดข้าวทุกเม็ด เนื้อสัมผัสคล้ายครีมซอส ส่วนไข่ขาวเค็มหั่นเต๋าเพิ่มความเค็มนุ่มเด้งตัดกับหมูกรอบกรุบกรอบ เมนูนี้เกิดจากกระแส “ไข่เค็ม” ในวงการสตรีทฟู้ดไทยที่เริ่มจากร้านข้าวผัดปูไข่เค็ม ก่อนขยายมาสู่ข้าวผัดหมูกรอบไข่เค็ม ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 12 นาที
เคล็ดลับคือใช้ไข่เค็มดิบ (ที่ยังไม่ได้ต้ม) โดยแยกไข่แดงกับไข่ขาว ไข่แดงใช้เคลือบข้าวผัด ไข่ขาวต้มสุกก่อนหั่นเต๋า ถ้าหาไข่เค็มดิบไม่ได้ ให้ใช้ไข่เค็มต้มสุกแต่เพิ่มเนยจืด 1/2 ช้อนโต๊ะตอนผัด เพื่อทดแทนความมันที่หายไป
ส่วนผสม
- หมูกรอบ (หั่นชิ้นบาง) 150 กรัม
- ข้าวสวยเย็น 1 ถ้วย
- ไข่เค็มดิบ (แยกไข่แดงและไข่ขาว) 2 ฟอง
- กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
- เนยจืด 1/2 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1/4 ช้อนชา
- พริกไทยขาวป่น 1/4 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกชี้ฟ้าแดงหั่นแว่น 1 เม็ด
- มะนาวฝาน สำหรับเสิร์ฟ
วิธีทำ
- เตรียมไข่เค็ม: นำไข่ขาวไปนึ่งหรือต้มจนสุก แล้วหั่นเป็นลูกเต๋าเล็ก พักไว้ บี้ไข่แดงเค็มให้ละเอียด
- ผัดหมูกรอบ: ตั้งกระทะไฟแรง ใส่น้ำมันพืช ใส่หมูกรอบผัด 30 วินาที ตักขึ้นพัก
- ผัดไข่แดงเค็ม: ลดไฟลงเป็นไฟกลาง ใส่เนยจืด พอเนยละลายใส่ไข่แดงเค็มที่บี้ไว้ลงผัดจนฟูเป็นฟอง 1 นาที
- ผัดข้าว: ใส่ข้าวเย็นลงผัดคลุกกับไข่แดงเค็มให้เคลือบทุกเม็ด เติมซีอิ๊วขาวและน้ำตาลทราย
- รวมส่วนผสม: ใส่หมูกรอบและไข่ขาวเค็มหั่นเต๋าลงผัดคลุก 30 วินาที โรยพริกไทยป่นและต้นหอมซอย ตักใส่จาน แต่งด้วยพริกชี้ฟ้าแดง เสิร์ฟคู่มะนาว
5. ข้าวผัดพริกขิงหมูกรอบ
ข้าวผัดพริกขิงหมูกรอบ รวมสองเมนูข้าวจานเด็ดเข้าไว้ด้วยกัน ข้าวผัดพริกขิงเป็นเมนูไทยที่มีรากจากเครื่องแกงพริกขิงซึ่งประกอบด้วยพริกแห้ง ข่า ตะไคร้ และกะปิ ผัดกับหมูกรอบจนซอสเครื่องแกงเคลือบข้าวทุกเม็ด รสชาติเผ็ดนำ หวานตาม และเค็มกลมกล่อม สลับกับความกรอบของหมูกรอบและถั่วฝักยาวซอยที่เพิ่มความสดกรอบอีกชั้น ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลา 15 นาที
เคล็ดลับคือผัดน้ำพริกแกงพริกขิงในน้ำมันก่อนใส่ข้าว จนน้ำพริกสุกหอมและสีเข้มขึ้น (ประมาณ 2 นาที) ถ้าน้ำพริกแกงยังดิบเวลากินจะรู้สึกคาวเครื่องแกงและรสขมเฝื่อน
ส่วนผสม
- หมูกรอบ (หั่นชิ้นพอดีคำ) 150 กรัม
- ข้าวสวยเย็น 1 ถ้วย
- น้ำพริกแกงพริกขิง 1 ช้อนโต๊ะ
- ถั่วฝักยาว (ซอยบางเฉียง) 1/4 ถ้วย
- ใบมะกรูด (ซอยเส้นละเอียด) 3 ใบ
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกชี้ฟ้าแดงหั่นแว่น 1 เม็ด
- มะนาวฝาน สำหรับเสิร์ฟ
วิธีทำ
- ผัดน้ำพริกแกง: ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันพืช 1/2 ช้อนโต๊ะ ใส่น้ำพริกแกงพริกขิงลงผัดจนหอมและสีเข้มขึ้น 2 นาที
- ผัดหมูกรอบ: ใส่หมูกรอบลงผัดกับน้ำพริกแกง 1 นาที ตักขึ้นพัก
- ผัดข้าว: เติมน้ำมันพืชอีก 1/2 ช้อนโต๊ะ ใส่ข้าวเย็นลงผัดไฟแรง 1 นาที เติมซีอิ๊วขาวและน้ำตาลปี๊บ
- รวมส่วนผสม: ใส่หมูกรอบผัดพริกขิงและถั่วฝักยาวซอยลงผัดคลุก 1 นาที โรยใบมะกรูดซอย
- ทอดไข่: ทอดไข่ดาวน้ำมันน้อยในกระทะอีกใบ ไฟกลาง ไข่แดงเป็นยางมะตูม ตักข้าวใส่จาน วางไข่ดาวบนข้าว แต่งด้วยพริกชี้ฟ้าแดง เสิร์ฟคู่มะนาว
6. ข้าวคลุกยำหมูกรอบ
ข้าวคลุกยำหมูกรอบ เป็นเมนูที่รวมความแซ่บของยำไทยเข้ากับข้าวสวยร้อนๆ ได้อย่างลงตัว น้ำยำรสเปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด คลุกกับข้าวและหมูกรอบกรอบกรุบ กินแล้วสดชื่นเต็มปาก เป็นเมนูที่เหมาะกับวันที่อยากกินยำแต่ยังอยากอิ่มท้องด้วยข้าว เครื่องสมุนไพรไทยสดอย่างตะไคร้ หอมแดง และพริกขี้หนู ถูกตำรวมกับน้ำปลาและมะนาวจนเป็นน้ำยำหอมฉุน ก่อนคลุกกับข้าวและหมูกรอบจนซึมเข้าเนื้อ ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 10 นาที
เคล็ดลับคือใส่น้ำยำขณะข้าวยังร้อน น้ำยำจะซึมเข้าเม็ดข้าวดีกว่าข้าวเย็น และใส่หมูกรอบเป็นขั้นตอนสุดท้าย หลังคลุกข้าวเสร็จแล้ว เพื่อให้หมูกรอบยังกรอบ ไม่ดูดน้ำยำจนนิ่ม
ส่วนผสม
- หมูกรอบ (หั่นชิ้นพอดีคำ) 150 กรัม
- ข้าวสวยร้อนๆ 1 ถ้วย
- พริกขี้หนูสวน (ซอย) 5-7 เม็ด
- กระเทียมกลีบเล็ก (ซอยบาง) 5 กลีบ
- หอมแดง (ซอยบาง) 2 หัว
- ตะไคร้ (ซอยบาง) 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
- ใบสะระแหน่ 1/4 ถ้วย
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลาพริกป่น สำหรับเสิร์ฟ
วิธีทำ
- ทำน้ำยำ: โขลกพริกขี้หนูกับกระเทียมพอแตก ใส่น้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลทราย คนให้ละลาย ชิมรสเปรี้ยว เค็ม หวาน และเผ็ดตามชอบ
- ผสมเครื่องยำ: ใส่หอมแดงซอยและตะไคร้ซอยลงในน้ำยำ คลุกเบาๆ
- คลุกข้าว: ใส่ข้าวสวยร้อนๆ ลงในอ่างผสม ราดน้ำยำที่ผสมไว้ คลุกให้เข้ากัน
- ใส่หมูกรอบ: ใส่หมูกรอบเป็นลำดับสุดท้าย คลุกเบาๆ พอเข้ากัน
- จัดเสิร์ฟ: ตักใส่จาน โรยใบสะระแหน่และต้นหอมซอย เสิร์ฟพร้อมน้ำปลาพริกป่นเพิ่ม
7. ข้าวหมูแดงหมูกรอบ
ข้าวหมูแดงหมูกรอบ เป็นเมนูคู่หูในตำนานของร้านข้าวหมูแดงทั่วไทย ทุกร้านจะมีหมูแดงย่างเนื้อนุ่มรสหวานหอมเครื่องพะโล้จับคู่กับหมูกรอบหนังฟูกรอบ ราดน้ำราดสีแดงหวานมันบนข้าวสวยร้อนๆ ต้นกำเนิดจากอาหารจีนกวางตุ้ง “ซิ้วมิ” (Siu Mei) ซึ่งหมายถึงเนื้อย่างรวมที่ประกอบด้วยหมูแดง หมูกรอบ และเป็ดย่าง ก่อนถูกปรับรสให้หวานนำถูกปากคนไทย ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลา 30 นาที (ส่วนใหญ่เป็นเวลาเตรียมหมูแดง)
เคล็ดลับน้ำราดคือผสมน้ำหมักหมูแดงที่เหลือจากการย่างกับน้ำสต๊อกกระดูกหมูและเต้าหู้ยี้แดง ต้มไฟอ่อน 2-3 นาทีจนข้นเล็กน้อย จะได้น้ำราดรสเข้มข้นหอมเครื่องพะโล้ และใส่หมูกรอบในจานด้านที่ไม่โดนน้ำราดโดยตรงเพื่อคงความกรอบ
ส่วนผสม
- หมูกรอบ (หั่นชิ้นหนา 1 เซนติเมตร) 150 กรัม
- หมูแดงย่าง (หั่นชิ้น) 100 กรัม (ซื้อสำเร็จหรือทำเอง)
- ข้าวสวยร้อนๆ 1 ถ้วย
- ไข่ต้ม 1 ฟอง
- แตงกวาหั่นแว่น 3-4 ชิ้น
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำราดหมูแดง: ซีอิ๊วดำหวาน 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนโต๊ะ, ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนชา, เต้าหู้ยี้แดง 1/2 ก้อน, น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
- พริกน้ำส้ม (พริกชี้ฟ้าดองน้ำส้มสายชู) 1 ถ้วยเล็ก
วิธีทำ
- ทำน้ำราด: ผสมซีอิ๊วดำหวาน น้ำตาลปี๊บ ซีอิ๊วขาว และเต้าหู้ยี้แดงบดละเอียด ใส่น้ำเปล่า ตั้งไฟอ่อนคนจนน้ำตาลละลายและซอสข้นเล็กน้อย ยกลง
- อุ่นหมู: ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่หมูกรอบและหมูแดงลงผัดเร็ว 30 วินาทีให้ร้อนพอประมาณ
- จัดข้าว: ตักข้าวสวยใส่จาน วางหมูแดงและหมูกรอบสลับกันบนข้าว
- ราดน้ำราด: ราดน้ำราดที่ทำไว้บนหมูแดง เลี่ยงราดบนหมูกรอบ
- จัดเสิร์ฟ: ผ่าครึ่งไข่ต้มวางข้างจาน วางแตงกวา โรยต้นหอมซอย เสิร์ฟคู่พริกน้ำส้ม
8. ข้าวต้มหมูกรอบ
ข้าวต้มหมูกรอบ เป็นเมนูที่อบอุ่นสบายท้อง เหมาะกับมื้อเช้าหรือวันที่ต้องการอาหารเบาๆ แต่ยังอิ่มท้อง ข้าวต้มไทยแท้จะต้องมีเนื้อข้าวที่เละแบบพอประมาณ ไม่เหลวเป็นน้ำและไม่หนืดเป็นก้อน กินกับหมูกรอบหั่นแว่นที่ยังกรอบนอกนุ่มใน ตัดกับเครื่องเคียงอย่างไข่เค็ม กุนเชียงทอด และผักดองสามรส ต้นกำเนิดข้าวต้มในไทยมาจากอิทธิพลอาหารจีนผสมกับอาหารมอญ ก่อนถูกดัดแปลงเป็นข้าวต้มเครื่องที่ใส่ได้ทั้งหมูสับ หมูกรอบ และเครื่องใน ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 20 นาที
เคล็ดลับคือใช้ข้าวหอมมะลิเก่าผสมข้าวเหนียวเล็กน้อย (อัตรา 5:1) เมื่อต้มนานจะได้เนื้อข้าวที่ข้นนวลกว่าการใช้ข้าวหอมมะลิอย่างเดียว และอย่าคนข้าวต้มบ่อยเกินไป จะทำให้ข้าวต้มมีกลิ่นสาป
ส่วนผสม
- หมูกรอบ (หั่นชิ้นพอดีคำ) 150 กรัม
- ข้าวหอมมะลิ 1/2 ถ้วย
- ข้าวเหนียวดิบ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 4 ถ้วย
- ขิงแก่ (ซอยเส้น) 1 ช้อนโต๊ะ
- รากผักชี (บุบ) 1 ราก
- กระเทียมเจียว 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักชีเด็ดใบ 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยขาวป่น 1/4 ช้อนชา
- ไข่เค็มผ่าซีก 1 ฟอง
- กุนเชียงทอดหั่นแว่น 1 แท่ง
- ผักดองสามรส 2-3 ชิ้น
วิธีทำ
- หุงข้าวต้ม: ซาวข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียวรวมกัน ใส่น้ำ 4 ถ้วย ตั้งไฟกลาง ใส่รากผักชีบุบและเกลือป่น พอเดือดลดไฟอ่อน
- เคี่ยวข้าวต้ม: เคี่ยวไฟอ่อน 15-20 นาที คนเป็นครั้งคราว จนเม็ดข้าวบานและน้ำข้าวข้นนวล เติมซีอิ๊วขาว
- เตรียมเครื่อง: อุ่นหมูกรอบในกระทะไฟกลาง 1 นาทีให้ร้อนกรอบ ฝานไข่เค็ม หั่นกุนเชียงทอด
- จัดชาม: ตักข้าวต้มใส่ชาม วางหมูกรอบ ไข่เค็ม กุนเชียง และผักดองด้านบน
- โรยหน้า: โรยขิงซอย กระเทียมเจียว ต้นหอมซอย ผักชี และพริกไทยป่น เสิร์ฟร้อนๆ
9. โจ๊กหมูกรอบ
โจ๊กหมูกรอบ เป็นเมนูเช้าอุ่นๆ ที่ยกระดับโจ๊กธรรมดาด้วยความกรอบของหมูกรอบ โจ๊กไทยมีเนื้อเนียนละเอียดกว่าข้าวต้ม เพราะใช้ข้าวหักหรือข้าวสารตำละเอียดต้มกับน้ำซุปจนเละเป็นเนื้อเดียวกัน รสชาติอ่อนนวลจากน้ำซุปกระดูกหมู ผสมกับความกรุบกรอบของหมูกรอบ เนื้อหมูสับนุ่ม และไข่ลวกเยิ้มๆ กินร้อนๆ ตอนเช้าได้อิ่มท้องและอบอุ่น ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลา 30 นาที
เคล็ดลับคือหมักข้าวสารที่ตำแล้วกับน้ำมันงาและเกลือเล็กน้อย 15 นาทีก่อนต้ม จะทำให้โจ๊กเนียนนวลขึ้น และใช้หม้อสเตนเลสหรือหม้อดินต้มโจ๊กแทนหม้ออลูมิเนียม เพื่อไม่ให้โจ๊กดำและมีกลิ่นโลหะ
ส่วนผสม
- หมูกรอบ (หั่นชิ้นเล็ก) 100 กรัม
- ข้าวหักหรือข้าวสาร (ตำละเอียด) 1/2 ถ้วย
- น้ำซุปกระดูกหมู 4 ถ้วย
- หมูสับ 80 กรัม
- ขิงแก่ (ซอยเส้น) 1 ช้อนโต๊ะ
- รากผักชี (บุบ) 1 ราก
- กระเทียมเจียว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันงา 1/2 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ
- ไข่ไก่ 1 ฟอง (สำหรับลวก)
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักชีเด็ดใบ 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยขาวป่น 1/4 ช้อนชา
วิธีทำ
- หมักข้าว: ผสมข้าวที่ตำละเอียดกับน้ำมันงาและเกลือเล็กน้อย หมัก 15 นาที
- ต้มโจ๊ก: ตั้งหม้อใส่น้ำซุปกระดูกหมู ใส่ข้าวที่หมักไว้และรากผักชีบุบ ตั้งไฟกลางจนเดือด ลดไฟอ่อน เคี่ยว 20-25 นาที คนเป็นระยะจนโจ๊กเนียนข้น
- ใส่หมูสับ: ปั้นหมูสับเป็นก้อนเล็ก ใส่ลงในโจ๊กเดือด คนให้กระจาย ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว
- ลวกไข่: ตั้งน้ำในหม้อเล็กให้เดือด ใส่ไข่ทั้งฟองลงลวก 3 นาที ตักขึ้นแช่น้ำเย็น
- จัดเสิร์ฟ: ตักโจ๊กใส่ชาม วางหมูกรอบ ไข่ลวก โรยขิงซอย กระเทียมเจียว ต้นหอม ผักชี และพริกไทยป่น
10. ผัดกะเพราหมูกรอบ
ผัดกะเพราหมูกรอบ เป็นการนำสองเมนูยอดฮิตของคนไทยมารวมกัน กะเพราเป็นสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมฉุนเฉพาะตัว นิยมใช้ในอาหารไทยมาตั้งแต่สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ตามที่มีการบันทึกในบทความประวัติศาสตร์ของ ผัดกะเพรา เมื่อนำมาผัดกับหมูกรอบแทนหมูสับ ได้รสเผ็ดร้อนจากพริกขี้หนู กลิ่นหอมฉุนของใบกะเพรา ตัดกับหมูกรอบกรอบมัน กลายเป็นเมนูข้าวราดที่กินกับไข่ดาวแล้วฟิน ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 8 นาที
เคล็ดลับคือผัดกะเพราในกระทะไฟแรงที่สุด ใส่น้ำมันน้อยแต่ให้ร้อนจัด ผัดเร็ว 1-2 นาที แล้วใส่ใบกะเพราพร้อมปิดไฟทันที ใช้ความร้อนที่เหลือในกระทะทำให้ใบกะเพราสลดโดยไม่ไหม้ จะได้กลิ่นหอมสดชัด ไม่ขม
ส่วนผสม
- หมูกรอบ (หั่นชิ้นพอดีคำ) 150 กรัม
- ใบกะเพราเด็ด 1/2 ถ้วย
- พริกขี้หนูสวน (บุบ) 7-10 เม็ด
- กระเทียมกลีบเล็ก (บุบ) 5 กลีบ
- พริกชี้ฟ้าแดงหั่นเฉียง 1 เม็ด
- น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วดำหวาน 1/2 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 1/4 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
- ไข่ไก่ (สำหรับทอด) 1 ฟอง
- พริกน้ำปลา สำหรับเสิร์ฟ
วิธีทำ
- ตั้งกระทะ: ใช้กระทะไฟแรง ใส่น้ำมันพืช รอจนน้ำมันร้อนจัด
- ผัดพริกกระเทียม: ใส่พริกขี้หนูบุบและกระเทียมบุบลงผัด 15 วินาทีให้หอม
- ผัดหมูกรอบ: ใส่หมูกรอบลงผัด 30 วินาที ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำหวาน และน้ำตาลทราย ผัดให้ซอสเคลือบหมูกรอบ
- ใส่กะเพรา: ใส่ใบกะเพราและพริกชี้ฟ้าแดง ปิดไฟ ผัดคลุกเร็วๆ 10 วินาที
- ทอดไข่: ทอดไข่ดาวน้ำมันน้อย ไฟกลาง ไข่แดงเป็นยางมะตูม ตักผัดกะเพราหมูกรอบราดข้าว วางไข่ดาว เสิร์ฟพร้อมพริกน้ำปลา
11. ผัดคะน้าหมูกรอบ
ผัดคะน้าหมูกรอบ เป็นเมนูข้าวราดอันดับต้นๆ ในร้านตามสั่ง คะน้าผัดกับซอสน้ำมันหอยจนก้านกรอบหวาน ใบเขียวนุ่ม หอมกลิ่นกระทะ ผสมกับหมูกรอบหนังฟูกรอบ เนื้อมันนุ่ม เกิดเป็นจานผักที่ลงตัวทุกมิติรสสัมผัส คะน้าเป็นผักที่พบได้ทั่วไปตามตลาดในไทยและนิยมใช้ในอาหารไทย-จีนมานาน ดังที่กล่าวถึงในบทความ 20 เมนูคะน้า ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 10 นาที
เคล็ดลับคือนึ่งคะน้าในน้ำเดือด 20 วินาทีก่อนผัด (blanching) เพื่อลดความขมและทำให้ก้านนิ่มขึ้น จากนั้นลงผัดไฟแรง 30 วินาที จะได้คะน้าที่สีเขียวสด ไม่เหี่ยว ไม่แฉะน้ำ
ส่วนผสม
- หมูกรอบ (หั่นชิ้นเฉียงบาง) 150 กรัม
- คะน้า (หั่นท่อน 2 นิ้ว แยกก้านและใบ) 1 กำ (150 กรัม)
- กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
- น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
- เต้าเจี้ยวบด 1/2 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยขาวป่น 1/4 ช้อนชา
- พริกชี้ฟ้าแดงหั่นเฉียง 1 เม็ด
วิธีทำ
- ลวกคะน้า: ตั้งน้ำเดือดในหม้อ ใส่ก้านคะน้าลงลวก 20 วินาที ใส่ใบตามลงไปอีก 10 วินาที ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ
- ตั้งกระทะ: ตั้งกระทะไฟแรง ใส่น้ำมันพืช ใส่กระเทียมสับเจียวจนเหลืองหอม
- ผัดหมูกรอบ: ใส่หมูกรอบลงผัด 30 วินาที
- ผัดคะน้า: ใส่คะน้าลวกลงผัด ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย เต้าเจี้ยวบด ผัดเร็ว 30 วินาทีให้ซอสเคลือบ
- จัดเสิร์ฟ: โรยพริกไทยป่น ใส่พริกชี้ฟ้าแดง ตักราดข้าวสวยร้อนๆ
12. หมูกรอบผัดพริกแกง
หมูกรอบผัดพริกแกง เป็นเมนูไทยดั้งเดิมที่ใช้พริกแกงเผ็ด (พริกแกงใต้หรือพริกแกงกลาง) ผัดกับหมูกรอบจนหอมฉุน พริกแกงจะซึมเข้าไปในเนื้อหมูกรอบทุกชั้น รสเผ็ดร้อนจากพริกแห้งและเครื่องแกงอย่างข่า ตะไคร้ และผิวมะกรูด ตัดด้วยความมันของกะทิที่ใส่ตอนท้าย อาหารจานนี้ได้รับอิทธิพลจากครัวภาคกลางและภาคใต้ของไทย โดยพริกแกงที่ใช้เป็นหัวใจสำคัญของรสชาติ ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลา 12 นาที
เคล็ดลับคือผัดพริกแกงกับน้ำมันพืชจนหอมแตกมันก่อน (ประมาณ 2-3 นาที) จากนั้นค่อยใส่กะทิตามทีหลัง เพราะถ้าใส่กะทิตั้งแต่แรก พริกแกงจะไม่สุกพอ และรสชาติจะคาว
ส่วนผสม
- หมูกรอบ (หั่นชิ้นพอดีคำ) 200 กรัม
- พริกแกงเผ็ด 1 ช้อนโต๊ะ
- กะทิ 1/4 ถ้วย
- ถั่วฝักยาว (หั่นท่อน 1 นิ้ว) 1/4 ถ้วย
- กระชายซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ใบมะกรูดฉีก 3 ใบ
- น้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกชี้ฟ้าแดงหั่นเฉียง 1 เม็ด
- ใบกะเพราเด็ด 1/4 ถ้วย (สำหรับโรย)
วิธีทำ
- ผัดพริกแกง: ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันพืช ใส่พริกแกงเผ็ดลงผัดจนหอมและน้ำมันเริ่มแยก 2-3 นาที
- ผัดหมูกรอบ: ใส่หมูกรอบลงผัดคลุกกับพริกแกง 1 นาที
- ใส่กะทิ: รินกะทิลง 1/2 ส่วน ผัดต่อจนกะทิงวดและซึมเข้าน้ำพริก 2 นาที
- ใส่ผัก: ใส่ถั่วฝักยาว กระชายซอย ใบมะกรูดฉีก และกะทิที่เหลือ ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ ผัดต่อ 1 นาที
- จัดเสิร์ฟ: ใส่พริกชี้ฟ้าแดงและใบกะเพรา ปิดไฟ ตักใส่จาน กินกับข้าวสวยร้อนๆ
13. หมูกรอบผัดพริกขิง
หมูกรอบผัดพริกขิง เป็นเมนูผัดแห้งรสจัดจ้าน แตกต่างจากผัดพริกแกงตรงที่ใช้พริกขิงซึ่งมีส่วนผสมของข่าและพริกไทยอ่อนมากกว่าพริกแห้ง ทำให้รสเผ็ดซ่าลึก กลิ่นหอมสมุนไพรชัดกว่า ผัดจนแห้งไม่แฉะ เนื้อหมูกรอบเคลือบด้วยเครื่องพริกขิงเหนียวข้น ถั่วฝักยาวซอยเพิ่มเนื้อกรอบสด ตัดกับหมูกรอบกรอบมัน ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลา 12 นาที
เคล็ดลับคือผัดพริกขิงจนแห้งและสีเข้ม เห็นน้ำมันลอยเล็กน้อย จากนั้นค่อยใส่หมูกรอบ ความแห้งของน้ำพริกจะทำให้หมูกรอบยังคงความกรอบ ไม่นิ่มแฉะเหมือนผัดพริกแกงที่ใส่กะทิ
ส่วนผสม
- หมูกรอบ (หั่นชิ้นพอดีคำ) 200 กรัม
- น้ำพริกแกงพริกขิง 1 ช้อนโต๊ะ
- ถั่วฝักยาว (ซอยบางเฉียง) 1/4 ถ้วย
- ใบมะกรูด (ซอยเส้นละเอียด) 3 ใบ
- กระชายซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกชี้ฟ้าแดงหั่นเฉียง 1 เม็ด
วิธีทำ
- ผัดพริกขิง: ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ ใส่น้ำพริกแกงพริกขิงลงผัด 2-3 นาทีจนแห้งหอม
- ผัดหมูกรอบ: ใส่หมูกรอบลงผัดคลุกให้พริกขิงเคลือบทั่ว 1-2 นาที
- ปรุงรส: ใส่น้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ คนให้เข้ากัน
- ใส่ผัก: ใส่ถั่วฝักยาวซอยและกระชายซอย ผัด 30 วินาที
- จัดเสิร์ฟ: โรยใบมะกรูดซอยและพริกชี้ฟ้าแดง ปิดไฟ ตักเสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อน
14. หมูกรอบคั่วพริกเกลือ
หมูกรอบคั่วพริกเกลือ เป็นอาหารจีนสไตล์กวางตุ้งที่นิยมใช้กับอาหารทะเล เช่น ปลาหมึก กุ้ง และปลาทอด แต่เมื่อนำมาประยุกต์กับหมูกรอบ กลับได้ความอร่อยอีกระดับ พริกขี้หนูแห้งและเกลือป่นคั่วในกระทะจนหอมกรุ่น กระเทียมเจียวเหลืองทอง หมูกรอบหั่นชิ้นหนากำลังดีคลุกกับพริกเกลือจนเคลือบบางๆ รสเค็มหอมพริกคั่ว กลิ่นกระเทียมเจียวลอยมาแต่ไกล ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 10 นาที
เคล็ดลับคือคั่วพริกเกลือในกระทะแห้งก่อน ตักขึ้นพัก จากนั้นผัดกระเทียมและหมูกรอบในน้ำมัน แล้วจึงโรยพริกเกลือตอนท้าย ถ้าใส่พริกเกลือตั้งแต่แรก พริกจะไหม้และขม
ส่วนผสม
- หมูกรอบ (หั่นชิ้นพอดีคำ) 200 กรัม
- พริกขี้หนูแห้ง (คั่วแล้วตำหยาบ) 1 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 1/4 ช้อนชา
- กระเทียมจีน (สับหยาบ) 1 ช้อนโต๊ะ
- ใบมะกรูดซอยเส้น 3 ใบ
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักชีเด็ดใบ สำหรับโรยหน้า
วิธีทำ
- ผสมพริกเกลือ: ผสมพริกขี้หนูแห้งคั่วตำหยาบ เกลือป่น และน้ำตาลทราย ในถ้วยเล็ก
- เจียวกระเทียม: ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันพืช ใส่กระเทียมสับเจียวจนเหลือง ตักกระเทียมขึ้นพัก
- ผัดหมูกรอบ: ใส่หมูกรอบลงในน้ำมันกระเทียมที่เหลือ ผัด 1-2 นาทีให้ร้อนและกรอบ
- ปรุงรส: โรยพริกเกลือที่ผสมไว้ลงคลุกกับหมูกรอบ ใส่ใบมะกรูดซอย คลุกเร็วๆ
- จัดเสิร์ฟ: ตักใส่จาน โรยกระเทียมเจียว ต้นหอมซอย และผักชี
15. ผัดผักรวมหมูกรอบ
ผัดผักรวมหมูกรอบ เป็นเมนูที่รวมผักหลากชนิดไว้ในจานเดียว ทั้งแครอท ข้าวโพดอ่อน เห็ดหูหนู บรอกโคลี และคะน้าฮ่องกง ผัดกับซอสน้ำมันหอยรสกลมกล่อม หมูกรอบหั่นบางทำหน้าที่เป็นพระเอกของจานด้วยความกรอบมันที่ตัดกับผักกรอบหวาน เมนูนี้เป็นที่นิยมในร้านอาหารจีน-ไทยและภัตตาคาร เพราะจัดจานได้สวยและมีสีสันหลากหลาย ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 15 นาที
เคล็ดลับคือลวกผักทีละชนิดตามเวลาที่ใช้สุก แครอทและบรอกโคลีใช้เวลามากกว่า ข้าวโพดอ่อนและคะน้าใช้เวลาน้อยกว่า การแยกลวกจะทำให้ผักทุกชนิดสุกพร้อมกัน ไม่มีผักเละหรือแข็งเกินไป
ส่วนผสม
- หมูกรอบ (หั่นชิ้นเฉียงบาง) 150 กรัม
- แครอท (หั่นแว่นเฉียง) 1/4 ถ้วย
- ข้าวโพดอ่อน (หั่นเฉียง) 1/4 ถ้วย
- บรอกโคลี (หั่นดอกเล็ก) 1/4 ถ้วย
- เห็ดหูหนู (แช่น้ำแล้วหั่นเส้น) 1/4 ถ้วย
- กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
- น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยขาวป่น 1/4 ช้อนชา
วิธีทำ
- ลวกผัก: ตั้งน้ำเดือด ลวกแครอท 30 วินาที ใส่บรอกโคลีลวกต่อ 20 วินาที ใส่ข้าวโพดอ่อนลวก 10 วินาที ตักขึ้นแช่น้ำเย็น สะเด็ดน้ำ
- ผัดกระเทียม: ตั้งกระทะไฟแรง ใส่น้ำมันพืช ใส่กระเทียมสับเจียวจนหอม
- ผัดหมูกรอบ: ใส่หมูกรอบลงผัด 30 วินาที
- ใส่ผัก: ใส่ผักที่ลวกไว้ทั้งหมดและเห็ดหูหนู ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย เติมน้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ ผัดเร็ว 30 วินาที
- จัดเสิร์ฟ: โรยพริกไทยป่น ตักใส่จาน เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อน
16. หมูกรอบผัดถั่วฝักยาวพริกแกง
หมูกรอบผัดถั่วฝักยาวพริกแกง เป็นเมนูตามสั่งยอดฮิตอีกจานที่รวมถั่วฝักยาวเขียวกรอบสดกับหมูกรอบหนังฟูกรอบ ผัดกับพริกแกงเผ็ดรสจัดจ้าน ถั่วฝักยาวหั่นท่อนสั้นคงความกรอบหวานตามธรรมชาติ รับกับพริกแกงที่ผัดจนหอมและซึมเข้าเนื้อหมูกรอบ เป็นเมนูที่กินกับข้าวสวยร้อนหรือข้าวต้มก็อร่อย ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 10 นาที
เคล็ดลับคือเลือกถั่วฝักยาวที่แก่กำลังดี (เม็ดข้างในไม่ใหญ่เกินไป) จะได้ความกรอบหวาน และหั่นท่อนประมาณ 1 นิ้วให้พอดีคำ ผัดแค่ 30-40 วินาทีให้ถั่วยังเขียวสด ไม่เหี่ยว
ส่วนผสม
- หมูกรอบ (หั่นชิ้นพอดีคำ) 150 กรัม
- ถั่วฝักยาว (หั่นท่อน 1 นิ้ว) 1 ถ้วย
- พริกแกงเผ็ด 1 ช้อนโต๊ะ
- กะทิ 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนชา
- ใบมะกรูดฉีก 2 ใบ
- กระเทียมสับ 1/2 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกชี้ฟ้าแดงหั่นเฉียง 1 เม็ด
วิธีทำ
- ผัดพริกแกง: ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันพืช ใส่กระเทียมสับและพริกแกงเผ็ดลงผัดจนหอม 2 นาที
- ผัดหมูกรอบ: ใส่หมูกรอบลงผัดคลุกกับพริกแกง 1 นาที
- ใส่ถั่วฝักยาว: ใส่ถั่วฝักยาวลงผัด ใส่กะทิ 1 ช้อนโต๊ะ ผัดต่อ 1 นาที
- ปรุงรส: ปรุงด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และกะทิที่เหลือ ใส่ใบมะกรูดฉีก
- จัดเสิร์ฟ: ใส่พริกชี้ฟ้าแดง ปิดไฟ ตักเสิร์ฟร้อนๆ กับข้าวสวย
17. หมูกรอบผัดน้ำมันหอย
หมูกรอบผัดน้ำมันหอย เป็นเมนูที่เรียบง่ายที่สุดในลิสต์ แต่รสชาติดีเกินคาด น้ำมันหอยที่ทำจากหอยนางรมหมักให้รสเค็มหวานกลมกล่อม กระทะร้อนจัดทำให้น้ำมันหอยเคลือบหมูกรอบเป็นเงามัน กินกับข้าวสวยร้อนๆ แล้วรู้สึกถึงความกรอบของหนัง ความมันของเนื้อ และความหวานเค็มของซอสน้ำมันหอย เมนูนี้ทำได้ใน 5 นาทีและเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับวันที่เร่งรีบ ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลา 5 นาที
เคล็ดลับคือเลือกน้ำมันหอยคุณภาพดี (แบรนด์ที่มีส่วนผสมของหอยจริงสูง) จะให้รสอูมามิที่ไม่ต้องพึ่งผงชูรส และผัดในกระทะไฟแรง น้ำมันหอยจะเคลือบหมูกรอบสวย ไม่แฉะ
ส่วนผสม
- หมูกรอบ (หั่นชิ้นบาง 0.5 เซนติเมตร) 200 กรัม
- น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 1/4 ช้อนชา
- กระเทียมสับ 1/2 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 1/2 ช้อนโต๊ะ
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยขาวป่น 1/4 ช้อนชา
วิธีทำ
- ตั้งกระทะ: ตั้งกระทะไฟแรง ใส่น้ำมันพืช รอจนร้อน
- เจียวกระเทียม: ใส่กระเทียมสับเจียวพอเหลืองหอม
- ผัดหมูกรอบ: ใส่หมูกรอบลงผัด 1 นาทีให้ร้อนทั่ว
- ปรุงรส: ใส่น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว และน้ำตาลทราย ผัดเร็วให้ซอสเคลือบหมูกรอบทั่วถึง 30 วินาที
- จัดเสิร์ฟ: โรยพริกไทยป่นและต้นหอมซอย ปิดไฟ ตักราดข้าวสวยร้อน
18. หมูกรอบผัดเกี้ยมฉ่ายเต้าหู้ไข่
หมูกรอบผัดเกี้ยมฉ่ายเต้าหู้ไข่ เป็นเมนูจีนแท้ที่คนไทยน้อยคนจะรู้จัก แต่เมื่อได้ลองแล้วจะติดใจ เกี้ยมฉ่าย (ผักกาดดองเค็ม) เมื่อผัดกับน้ำตาลและซีอิ๊วจะเปลี่ยนจากเค็มเปรี้ยวฝาดเป็นหวานนวลละมุน เต้าหู้ไข่เนื้อนุ่มเด้งดึ๋งทอดพอเหลือง แล้วผัดรวมกับหมูกรอบ หมูสับ ซีอิ๊ว จนได้รสหวานเค็มกลมกล่อมแบบอาหารจีนแต้จิ๋ว ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลา 20 นาที
เคล็ดลับคือล้างเกี้ยมฉ่ายในน้ำหลายๆ รอบ แล้วบีบน้ำออกให้แห้งก่อนหั่นซอย เพราะเกี้ยมฉ่ายที่เค็มเกินจะกลบรสชาติส่วนผสมอื่น และใช้เกี้ยมฉ่ายชนิดเปรี้ยว (มีทั้งชนิดเค็มและเปรี้ยว) เพื่อเพิ่มมิติรส
ส่วนผสม
- หมูกรอบ (หั่นชิ้นพอดีคำ) 150 กรัม
- เกี้ยมฉ่าย (ล้างน้ำ บีบแห้ง ซอยเส้น) 1/2 ถ้วย
- เต้าหู้ไข่ (หั่นแว่นหนา 1 เซนติเมตร ทอดเหลือง) 1 หลอด
- หมูสับ 80 กรัม
- กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วดำหวาน 1/2 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยขาวป่น 1/4 ช้อนชา
วิธีทำ
- เตรียมเกี้ยมฉ่าย: ล้างเกี้ยมฉ่าย 3-4 รอบ บีบแห้ง ซอยเป็นเส้นเล็ก พักไว้
- ทอดเต้าหู้ไข่: หั่นเต้าหู้ไข่เป็นแว่น ตั้งกระทะไฟกลาง น้ำมันพืช 1/2 ช้อนโต๊ะ ทอดจนเหลืองทั้งสองด้าน ตักขึ้น
- ผัดกระเทียมและหมูสับ: ตั้งกระทะไฟกลาง น้ำมันพืช 1/2 ช้อนโต๊ะ ใส่กระเทียมสับเจียว ใส่หมูสับลงผัดจนสุก
- ผัดเกี้ยมฉ่าย: ใส่เกี้ยมฉ่ายซอยลงผัด 2 นาที ใส่น้ำตาลทราย ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำหวาน เติมน้ำเปล่า
- รวมส่วนผสม: ใส่หมูกรอบและเต้าหู้ไข่ทอดลงผัดคลุก 1-2 นาที โรยต้นหอมและพริกไทยป่น ปิดไฟ
19. พะแนงหมูกรอบ
พะแนงหมูกรอบ เป็นแกงไทยที่ใช้พริกแกงพะแนงซึ่งมีส่วนผสมของพริกแห้ง ลูกผักชี ยี่หร่า และกะปิ เคี่ยวกับกะทิจนแตกมัน หอมกลิ่นเครื่องเทศแบบไทยโบราณ แตกต่างจากแกงเขียวหวานตรงที่พะแนงจะมีความข้นกว่าและรสเผ็ดนุ่มนวลลึกกว่า หมูกรอบที่ใส่ในพะแนงจะดูดซับรสแกงและกะทิเข้าไปในเนื้อ ทำให้ทุกคำที่กัดมีทั้งความกรอบของหนัง ความนุ่มของหมู และความเข้มข้นของน้ำแกง ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลา 25 นาที
เคล็ดลับคือเคี่ยวพริกแกงพะแนงกับหัวกะทิให้แตกมันก่อน (สังเกตจากกะทิจะแยกชั้นและมีน้ำมันสีแดงลอย) จากนั้นค่อยใส่หางกะทิทีหลัง จะได้น้ำแกงหอมมันเนียนสวย และใส่ใบมะกรูดฉีกตอนใกล้ปิดไฟเพื่อให้กลิ่นหอมสด
ส่วนผสม
- หมูกรอบ (หั่นชิ้นพอดีคำ) 200 กรัม
- พริกแกงพะแนง 1 ช้อนโต๊ะ
- หัวกะทิ 1/2 ถ้วย
- หางกะทิ 1/2 ถ้วย
- น้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
- ใบมะกรูด (ฉีกก้านกลางออก) 3 ใบ
- พริกชี้ฟ้าแดงหั่นเฉียง 1 เม็ด
- ใบโหระพา 1/4 ถ้วย
- น้ำมันพืช 1/2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ผัดพริกแกง: ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันพืชและหัวกะทิ 1/4 ถ้วย ใส่พริกแกงพะแนงผัดจนหอมแตกมัน 3-4 นาที
- เคี่ยวหมูกรอบ: ใส่หมูกรอบลงผัดกับพริกแกง 2 นาที
- ใส่กะทิ: รินหัวกะทิที่เหลือลงไป เคี่ยวไฟอ่อน 5 นาที
- ปรุงรส: เติมหางกะทิ ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ เคี่ยวต่อ 3-5 นาทีจนน้ำแกงงวดข้น
- ใส่สมุนไพร: ใส่ใบมะกรูดฉีกและพริกชี้ฟ้าแดง ปิดไฟ โรยใบโหระพา ตักใส่ถ้วย
20. แกงเขียวหวานหมูกรอบ
แกงเขียวหวานหมูกรอบ เป็นแกงกะทิสีเขียวอ่อนที่ได้ชื่อว่าเป็นแกงไทยที่ต่างชาติรู้จักมากที่สุด พริกแกงเขียวหวานมีส่วนผสมของพริกขี้หนูเขียวสด พริกชี้ฟ้าเขียว ข่า ตะไคร้ และผิวมะกรูด ให้รสเผ็ดหอมเฉพาะตัว เมื่อเคี่ยวกับกะทิและใส่หมูกรอบ เนื้อหมูจะดูดซับน้ำแกงหวานมัน ส่วนหนังยังคงความกรอบนิดๆ ให้สัมผัสหลากหลายในคำเดียว ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลา 20 นาที
เคล็ดลับคือใช้มะเขือเปราะทั้งลูกทุบพอแตกใส่ลงไป จะได้ความขมปลายนิดๆ ที่ตัดกับความมันของกะทิได้ดี และหั่นหมูกรอบชิ้นหนา 1 เซนติเมตร เพื่อให้หนังยังกรอบอยู่หลังเคี่ยวในน้ำแกง
ส่วนผสม
- หมูกรอบ (หั่นชิ้นหนา 1 เซนติเมตร) 200 กรัม
- พริกแกงเขียวหวาน 1 ช้อนโต๊ะ
- หัวกะทิ 1/4 ถ้วย
- หางกะทิ 3/4 ถ้วย
- มะเขือเปราะ (ทุบพอแตก) 3-4 ลูก
- ใบมะกรูดฉีก 3 ใบ
- ใบโหระพา 1/4 ถ้วย
- พริกชี้ฟ้าแดงหั่นเฉียง 1 เม็ด
- น้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 1/2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ผัดพริกแกง: ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันพืชและหัวกะทิ 1/4 ถ้วย ใส่พริกแกงเขียวหวาน ผัดจนหอม 2-3 นาที
- ใส่หมูกรอบ: ใส่หมูกรอบลงผัดกับพริกแกง 1 นาที
- เติมหางกะทิ: รินหางกะทิลง เคี่ยวไฟอ่อน 5 นาที
- ใส่ผัก: ใส่มะเขือเปราะทุบ ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ เคี่ยวต่อจนมะเขือสุกนิ่ม 5-7 นาที
- จัดเสิร์ฟ: ใส่ใบมะกรูดฉีกและพริกชี้ฟ้าแดง ปิดไฟ โรยใบโหระพา
21. ก๋วยเตี๋ยวหมูกรอบ
ก๋วยเตี๋ยวหมูกรอบ เป็นเมนูก๋วยเตี๋ยวแห้งที่ตัดแปลงจากก๋วยเตี๋ยวหมูแดง โดยเปลี่ยนจากหมูแดงเป็นหมูกรอบหนังฟูกรอบชิ้นโต น้ำซอสปรุงรสที่คลุกเส้นประกอบด้วยซีอิ๊วดำหวาน น้ำมันกระเทียมเจียว น้ำตาล และพริกป่น ทำให้เส้นก๋วยเตี๋ยวหอมมันและเคลือบซอสสีน้ำตาลทอง กินกับน้ำซุปกระดูกหมูใสๆ และเครื่องเคียงกรอบๆ อย่างเกี๊ยวกรอบและถั่วงอกลวก ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 15 นาที
เคล็ดลับคือเลือกเส้นเล็กหรือเส้นหมี่แห้ง เพราะเส้นเล็กจะดูดซอสได้ดีกว่าเส้นใหญ่ และทำน้ำมันกระเทียมเจียวเองโดยเจียวกระเทียมในน้ำมันหมูด้วยไฟอ่อนจนเหลือง จะได้น้ำมันหอมกระเทียมเข้มข้นกว่าน้ำมันพืช
ส่วนผสม
- หมูกรอบ (หั่นชิ้นหนา 1 เซนติเมตร) 150 กรัม
- เส้นก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็ก (ลวกสุก) 1 ก้อน (100 กรัม)
- น้ำมันกระเทียมเจียว 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วดำหวาน 1/2 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
- พริกป่น 1/2 ช้อนชา
- ถั่วงอกลวก 1/4 ถ้วย
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักชีเด็ดใบ 1 ช้อนโต๊ะ
- เกี๊ยวกรอบ 3-4 แผ่น
- น้ำซุปกระดูกหมู 1 ถ้วย (เสิร์ฟข้าง)
วิธีทำ
- ลวกเส้น: ลวกเส้นเล็กในน้ำเดือด 1 นาที ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ ใส่ชาม
- ปรุงเส้น: ใส่น้ำมันกระเทียมเจียว ซีอิ๊วดำหวาน ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย และพริกป่น ลงบนเส้น คลุกให้เข้ากัน
- จัดเครื่อง: วางหมูกรอบ เกี๊ยวกรอบ ถั่วงอกลวก บนเส้น
- โรยหน้า: โรยต้นหอมซอยและผักชี
- เสิร์ฟ: เสิร์ฟพร้อมน้ำซุปกระดูกหมูร้อนๆ ใส่ต้นหอมและพริกไทยเล็กน้อยในถ้วยซุปข้างๆ
22. ก๋วยเตี๋ยวต้มยำหมูกรอบ
ก๋วยเตี๋ยวต้มยำหมูกรอบ เป็นเมนูเส้นน้ำใสที่รวมความแซ่บของน้ำต้มยำไทยเข้ากับความกรอบมันของหมูกรอบ น้ำซุปต้มยำรสเปรี้ยวเผ็ดจากน้ำมะนาว พริกขี้หนูคั่ว และข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมเครื่องสมุนไพรไทยชัดเจน หมูกรอบที่แช่ในน้ำซุปร้อนยังคงความกรอบอยู่ประมาณ 3-5 นาทีก่อนจะนิ่ม ทางที่ดีให้ตักหมูกรอบแยกและจิ้มกินสลับกับการซดน้ำซุป ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลา 20 นาที
เคล็ดลับคือตำพริกขี้หนูคั่วกับกระเทียมคั่วให้ละเอียดก่อนใส่ลงน้ำซุป เพราะพริกและกระเทียมคั่วจะให้กลิ่นหอมรมควันที่แตกต่างจากพริกสด และบีบมะนาวตอนจะกินเท่านั้น อย่าใส่มะนาวลงหม้อต้ม จะทำให้น้ำซุปขม
ส่วนผสม
- หมูกรอบ (หั่นชิ้นพอดีคำ) 150 กรัม
- เส้นเล็กหรือเส้นหมี่ (ลวกสุก) 1 ก้อน (100 กรัม)
- น้ำซุปกระดูกหมู 2 ถ้วย
- ข่า (ทุบ) 2 แว่น
- ตะไคร้ (ทุบหั่นท่อน) 2 ต้น
- ใบมะกรูดฉีก 3 ใบ
- มะเขือเทศทุบ 1 ลูก
- หอมแดง (ทุบ) 3 หัว
- พริกขี้หนูคั่ว 10 เม็ด
- กระเทียมคั่ว 5 กลีบ
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
- ถั่วงอกลวก 1/4 ถ้วย
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักชีเด็ดใบ 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ทำน้ำซุปต้มยำ: ตั้งหม้อใส่น้ำซุปกระดูกหมู ใส่ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดงทุบ ตั้งไฟกลางจนเดือด
- ใส่มะเขือเทศ: ใส่มะเขือเทศทุบ ต้ม 2 นาที
- ตำพริก: โขลกพริกขี้หนูคั่วและกระเทียมคั่วให้ละเอียด ใส่ลงในน้ำซุป คนให้เข้ากัน
- ปรุงรส: ปรุงด้วยน้ำปลา ปิดไฟ
- จัดชาม: ลวกเส้นใส่ชาม วางหมูกรอบ ถั่วงอกลวก ตักน้ำซุปต้มยำราด บีบน้ำมะนาว โรยต้นหอมและผักชี
23. ก๋วยเตี๋ยวหมูแดงหมูกรอบ
ก๋วยเตี๋ยวหมูแดงหมูกรอบ เป็นเมนูก๋วยเตี๋ยวแห่งตำนานที่รวมทั้งหมูแดงย่างเนื้อนุ่มรสหวานและหมูกรอบหนังฟูกรอบไว้ในชามเดียว จุดกำเนิดมาจากภัตตาคารจีนในกรุงเทพฯ ยุค 50 ปีก่อน ก่อนขยายไปทั่วประเทศจนกลายเป็นเมนูประจำร้านก๋วยเตี๋ยว น้ำซุปใช้ซุปกระดูกหมูหวานนวล ปรุงด้วยซีอิ๊วและน้ำตาลกรวดเล็กน้อย เส้นใหญ่ลวกนุ่มคลุกซอสหวานเค็ม อัดแน่นด้วยเนื้อหมูสองแบบ ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 15 นาที (เตรียมหมูแดงสำเร็จ)
เคล็ดลับคือเลือกเส้นใหญ่ที่หนาและเหนียวกว่าเส้นเล็ก เพราะต้องรับน้ำหนักของเนื้อหมู 2 ชนิด และราดน้ำซอสหวานที่ทำจากน้ำหมักหมูแดงผสมน้ำตาลกรวดและแป้งข้าวโพดเล็กน้อยให้ข้นแค่พอเคลือบเส้น
ส่วนผสม
- หมูกรอบ (หั่นชิ้นหนา 1 เซนติเมตร) 100 กรัม
- หมูแดงย่าง (หั่นชิ้น) 100 กรัม
- เส้นก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ (ลวก) 1 ก้อน (100 กรัม)
- น้ำมันกระเทียมเจียว 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วดำหวาน 1/2 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
- ผักกวางตุ้งลวก 1 ต้น
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- เกี๊ยวกรอบ 3-4 แผ่น
- น้ำซุปกระดูกหมู 1 ถ้วย
วิธีทำ
- ลวกเส้นและผัก: ลวกเส้นใหญ่ในน้ำเดือด 30 วินาที ใส่ชาม ลวกผักกวางตุ้ง 20 วินาที
- ปรุงเส้น: คลุกเส้นกับน้ำมันกระเทียมเจียว ซีอิ๊วดำหวาน ซีอิ๊วขาว และน้ำตาลทราย
- จัดเครื่อง: วางหมูแดง หมูกรอบ ผักกวางตุ้ง และเกี๊ยวกรอบบนเส้น
- โรยหน้า: โรยต้นหอมซอย
- เสิร์ฟ: เสิร์ฟพร้อมน้ำซุปกระดูกหมูร้อนๆ ข้างชาม
24. บะหมี่กะเพราหมูกรอบ
บะหมี่กะเพราหมูกรอบ เป็นเมนูฟิวชันที่รวมบะหมี่ไข่เหลืองนุ่มหนึบกับผัดกะเพราหมูกรอบรสเผ็ดร้อน บะหมี่ไข่เป็นเส้นที่คนไทยนิยมใช้ทำบะหมี่แห้งและบะหมี่น้ำ มีต้นกำเนิดจากจีน ก่อนถูกนำมาดัดแปลงจนกลายเป็นเส้นคู่ครัวไทย บะหมี่ลวกพอสุกคลุกกับน้ำมันกระเทียมเจียว ราดด้วยผัดกะเพราหมูกรอบรสจัดจ้านจนซอสซึมลงเส้น อร่อยกลมกล่อมทุกคำ ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 12 นาที
เคล็ดลับคือลวกบะหมี่ในน้ำเดือดจัดแค่ 30-40 วินาที แล้วรีบตักขึ้นคลุกน้ำมันกระเทียมเจียวทันที ถ้าลวกนานเกินเส้นจะนิ่มเละ และถ้าไม่คลุกน้ำมันทันที เส้นจะติดกันเป็นก้อน
ส่วนผสม
- หมูกรอบ (หั่นชิ้นพอดีคำ) 150 กรัม
- บะหมี่ไข่ (ลวกสุก) 1 ก้อน (100 กรัม)
- ใบกะเพราเด็ด 1/2 ถ้วย
- พริกขี้หนูสวน (บุบ) 7-10 เม็ด
- กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
- น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วดำหวาน 1/2 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 1/4 ช้อนชา
- น้ำมันกระเทียมเจียว 1 ช้อนโต๊ะ (สำหรับคลุกเส้น)
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ (สำหรับผัดกะเพรา)
- พริกชี้ฟ้าแดงหั่นเฉียง 1 เม็ด
วิธีทำ
- ลวกบะหมี่: ลวกบะหมี่ในน้ำเดือด 30-40 วินาที ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ คลุกน้ำมันกระเทียมเจียว 1 ช้อนโต๊ะ ใส่จาน
- ผัดกะเพรา: ตั้งกระทะไฟแรง ใส่น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ ใส่พริกขี้หนูบุบและกระเทียมสับ ผัด 15 วินาที
- ผัดหมูกรอบ: ใส่หมูกรอบลงผัด 30 วินาที ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำหวาน และน้ำตาลทราย
- ใส่กะเพรา: ใส่ใบกะเพราและพริกชี้ฟ้าแดง ปิดไฟ ผัดคลุกเร็ว 10 วินาที
- จัดเสิร์ฟ: ตักผัดกะเพราหมูกรอบราดบนบะหมี่ที่คลุกน้ำมันเตรียมไว้
25. เกี้ยมอี๋หมูแดงหมูกรอบ
เกี้ยมอี๋หมูแดงหมูกรอบ เป็นเมนูเส้นใหญ่ผัดซอสไข่ข้นสไตล์แต้จิ๋วที่หารับประทานได้ตามภัตตาคารจีนและร้านข้าวต้มรอบดึก เกี้ยมอี๋ (เกี๊ยวปลา) ลูกโตเนื้อแน่นเด้งทำจากเนื้อปลากรายบดผสมแป้งมันและไข่ขาว ลวกพอสุกแล้วผัดกับเส้นใหญ่ในกระทะไฟแรงพร้อมไข่ไก่จนซอสข้นเคลือบเส้น ก่อนโปะด้วยหมูแดงและหมูกรอบ กินกับน้ำส้มพริกดองเปรี้ยวหวานตัดเลี่ยน ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลา 25 นาที
เคล็ดลับคือผัดเกี้ยมอี๋และเส้นใหญ่ในกระทะเทฟลอนดีกว่ากระทะเหล็ก เพราะไข่กับเส้นจะไม่ติดกระทะ และใช้ไฟแรงปานกลาง ผัดจนไข่เคลือบเส้นแต่ไม่แห้งกระด้าง
ส่วนผสม
- หมูกรอบ (หั่นชิ้นหนา 1 เซนติเมตร) 100 กรัม
- หมูแดงย่าง (หั่นชิ้น) 100 กรัม
- เส้นก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ (หั่นกว้าง 1 นิ้ว) 1 ก้อน (100 กรัม)
- เกี้ยมอี๋ (เกี๊ยวปลา) ลวกสุก 4-5 ลูก
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วดำหวาน 1/2 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
- น้ำมันหอย 1 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักกวางตุ้งลวก 1 ต้น
- พริกน้ำส้ม (พริกดองน้ำส้มสายชู) สำหรับเสิร์ฟ
วิธีทำ
- เตรียมเส้น: ลวกเส้นใหญ่ในน้ำเดือด 30 วินาที ตักขึ้นพัก
- ผัดไข่: ตั้งกระทะเทฟลอนไฟกลาง ใส่น้ำมันพืช ตอกไข่ลงยีพอแตก ใส่เส้นใหญ่และเกี้ยมอี๋ลงผัดคลุก
- ปรุงรส: ใส่ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำหวาน น้ำตาลทราย และน้ำมันหอย ผัดจนซอสเคลือบเส้นและไข่สุก 1-2 นาที
- จัดจาน: ตักเส้นผัดใส่จาน วางหมูแดง หมูกรอบ และผักกวางตุ้งลวกข้างๆ
- จัดเสิร์ฟ: โรยต้นหอมซอย เสิร์ฟคู่พริกน้ำส้ม
26. ผัดหมี่หมูกรอบ
ผัดหมี่หมูกรอบ เป็นเมนูเส้นผัดที่ใช้เส้นหมี่ขาว (rice vermicelli) เส้นเล็กสีขาวนวลที่ทำจากแป้งข้าวเจ้า มีต้นกำเนิดจากจีนตอนใต้และแพร่หลายทั่วเอเชีย ผัดกับซอสซีอิ๊ว ไข่ และหมูกรอบจนเส้นแห้ง ฟู ร่วน ไม่เกาะกัน เส้นหมี่ที่แห้งดีจะมีกลิ่นหอมกระทะและเนื้อสัมผัสที่นุ่มแต่ไม่เละ ต่างจากผัดไทยที่ใช้เส้นจันท์ ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลา 15 นาที
เคล็ดลับคือแช่เส้นหมี่ในน้ำเย็น 20 นาที (ห้ามใช้น้ำร้อนเพราะเส้นจะนิ่มเกินและเละเวลาไปผัด) แล้วสะเด็ดน้ำให้แห้งสนิทก่อนผัด ใช้ตะเกียบช่วยคลี่เส้นขณะผัดแทนตะหลิว เพื่อให้เส้นกระจายตัวไม่จับเป็นก้อน
ส่วนผสม
- หมูกรอบ (หั่นชิ้นเล็ก) 150 กรัม
- เส้นหมี่ขาว (แช่น้ำเย็น สะเด็ดน้ำ) 1 ก้อน (100 กรัม)
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วดำหวาน 1/2 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
- ถั่วงอก 1/4 ถ้วย
- ต้นหอมท่อน 1 นิ้ว 1/4 ถ้วย
- พริกไทยขาวป่น 1/4 ช้อนชา
วิธีทำ
- เตรียมเส้น: แช่เส้นหมี่ในน้ำเย็น 20 นาที สะเด็ดน้ำให้แห้ง
- ผัดกระเทียม: ตั้งกระทะไฟแรง ใส่น้ำมันพืช ใส่กระเทียมสับเจียวจนหอม
- ผัดไข่: ตอกไข่ลงกระทะ ยีให้แตก ใส่หมูกรอบลงผัดพร้อมกัน 30 วินาที
- ผัดเส้น: ใส่เส้นหมี่ลงผัด ใช้ตะเกียบคีบเส้นคลี่กระจาย ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำหวาน และน้ำตาลทราย ผัด 2-3 นาทีจนเส้นแห้ง
- ใส่ผัก: ใส่ถั่วงอกและต้นหอมท่อน ผัดเร็ว 20 วินาที โรยพริกไทยป่น ปิดไฟ
27. ยำหมูกรอบ
ยำหมูกรอบ เป็นเมนูสลัดไทยที่ใช้หมูกรอบเป็นวัตถุดิบหลัก แทนที่ปลาหมึก กุ้ง หรือหมูยอที่ใช้ในยำทั่วไป หมูกรอบหั่นชิ้นพอดีคำคลุกกับน้ำยำรสเปรี้ยว เค็ม เผ็ด หวาน จากน้ำมะนาว น้ำปลา พริกขี้หนู และน้ำตาลปี๊บ รวมกับสมุนไพรสดอย่างหอมแดง ตะไคร้ ขึ้นฉ่าย และใบสะระแหน่ ให้ความสดชื่น กรอบ มัน เผ็ดซ่า ในทุกคำ ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 10 นาที
เคล็ดลับคือคลุกน้ำยำกับเครื่องสมุนไพรก่อน จากนั้นค่อยใส่หมูกรอบเป็นอย่างสุดท้ายแล้วคลุกเบาๆ แค่พอเข้ากัน หมูกรอบจะยังคงความกรอบและไม่ดูดน้ำยำจนนิ่ม
ส่วนผสม
- หมูกรอบ (หั่นชิ้นพอดีคำ) 200 กรัม
- หอมแดง (ซอยบาง) 3 หัว
- ตะไคร้ (ซอยบาง) 1 ช้อนโต๊ะ
- ขึ้นฉ่าย (หั่นท่อน 1 นิ้ว) 1/4 ถ้วย
- ใบสะระแหน่ 1/4 ถ้วย
- พริกขี้หนูสวน (ซอย) 7-10 เม็ด
- กระเทียมกลีบเล็ก (ซอยบาง) 5 กลีบ
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บละลายน้ำ 1/2 ช้อนโต๊ะ
- มะเขือเทศท้อ (หั่นเสี้ยว) 1 ลูก
- ผักกาดหอม สำหรับรองจาน
วิธีทำ
- ทำน้ำยำ: ผสมพริกขี้หนูซอย กระเทียมซอย น้ำปลา น้ำมะนาว และน้ำตาลปี๊บ คนให้น้ำตาลละลาย ชิมรสให้เปรี้ยวนำ เผ็ดตาม เค็มหวานกำลังดี
- ผสมเครื่องยำ: ใส่หอมแดงซอย ตะไคร้ซอย และมะเขือเทศ ลงในน้ำยำ คลุกเบาๆ
- ใส่หมูกรอบ: ใส่หมูกรอบเป็นลำดับสุดท้าย คลุกเบาๆ 1-2 รอบให้พอเข้ากัน
- ใส่สมุนไพร: ใส่ขึ้นฉ่ายและใบสะระแหน่ คลุกเบาๆ
- จัดเสิร์ฟ: รองจานด้วยผักกาดหอม ตักยำหมูกรอบวางบนผัก
28. ยำมาม่าหมูกรอบ
ยำมาม่าหมูกรอบ เป็นเมนูยอดนิยมในหมู่คนรุ่นใหม่และร้านสตรีทฟู้ดยามดึก บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปลวกพอสุกไม่เละ คลุกกับน้ำยำรสจัดจ้าน หมูกรอบหั่นชิ้นหนา และเครื่องสมุนไพรสด เป็นเมนูที่ใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที ต้นกำเนิดมาจากการดัดแปลงยำมาม่าของร้านตามสั่งและร้านเหล้าในไทยที่ต้องการเมนูยำแบบรวดเร็วและต้นทุนต่ำ ก่อนพัฒนาใส่หมูกรอบ หมูยอ และอาหารทะเลเป็นท็อปปิ้ง ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลา 8 นาที
เคล็ดลับคือลวกมาม่าในน้ำเดือดแค่ 1 นาที แล้วรีบนำขึ้นแช่น้ำเย็นทันที 10 วินาที ก่อนสะเด็ดน้ำ จะได้เส้นที่หนึบนุ่ม ไม่เละ และไม่ดูดน้ำยำมากเกินไปจนแฉะ
ส่วนผสม
- หมูกรอบ (หั่นชิ้นพอดีคำ) 150 กรัม
- บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (รสหมูสับหรือต้มยำ) 1 ซอง
- หมูยอหั่นชิ้น 50 กรัม
- หอมแดงซอย 2 หัว
- มะเขือเทศท้อหั่นเสี้ยว 1 ลูก
- ขึ้นฉ่ายหั่นท่อน 1/4 ถ้วย
- พริกขี้หนูซอย 7-10 เม็ด
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
- ผงปรุงรสจากซองมาม่า 1/2 ซอง
วิธีทำ
- ลวกเส้น: ต้มน้ำเดือด ใส่เส้นมาม่าลงลวก 1 นาที ตักขึ้นแช่น้ำเย็น 10 วินาที สะเด็ดน้ำ
- ทำน้ำยำ: ผสมพริกขี้หนูซอย น้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลทราย และผงปรุงรส 1/2 ซอง คนให้น้ำตาลละลาย
- คลุกเครื่อง: ใส่หอมแดงซอย มะเขือเทศ และหมูยอ ลงในน้ำยำ คลุกเบาๆ
- คลุกเส้น: ใส่เส้นมาม่าที่สะเด็ดน้ำแล้วลงคลุกกับน้ำยำให้เข้ากัน
- ใส่หมูกรอบ: ใส่หมูกรอบและขึ้นฉ่าย คลุกเบาๆ 1-2 รอบ ตักใส่จาน
29. หมูกรอบทอดน้ำปลา
หมูกรอบทอดน้ำปลา เป็นเมนูทานเล่นหรือกับข้าวที่เน้นความเรียบง่ายแต่จัดจ้าน หมูกรอบที่ซื้อมาอาจจะนิ่มเสียแล้ว นำมาทอดซ้ำด้วยน้ำมันร้อนจัดจนหนังฟูกรอบอีกครั้ง แล้วราดด้วยซอสน้ำปลาผสมน้ำตาลและพริกขี้หนูซอย กินกับข้าวสวยร้อนๆ หรือเป็นกับแกงก็อร่อย เมนูนี้เป็นเมนูสิ้นคิดที่ขายดีตามร้านข้าวต้มรอบดึกและร้านอาหารตามสั่ง ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลา 8 นาที
เคล็ดลับคือทอดหมูกรอบในน้ำมันร้อนจัด 180-190 องศาเซลเซียส แค่ 1-2 นาทีต่อด้าน ถ้าน้ำมันไม่ร้อนพอหนังจะอมน้ำมัน ถ้าทอดนานไปเนื้อจะแห้งกระด้าง
ส่วนผสม
- หมูกรอบ (หั่นชิ้นหนา) 250 กรัม
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
- พริกขี้หนูซอย 5-7 เม็ด
- กระเทียมซอยบาง 1 ช้อนชา
- น้ำมันพืช สำหรับทอด 2 ถ้วย
- ผักชีเด็ดใบ สำหรับโรยหน้า
วิธีทำ
- ตั้งน้ำมัน: ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะหรือหม้อ ตั้งไฟกลางถึงแรงจนร้อน 180 องศา
- ทอดหมูกรอบ: ใส่หมูกรอบลงทอดครั้งละ 4-5 ชิ้น ทอดด้านละ 1-2 นาทีจนหนังฟูกรอบเหลืองทอง ตักขึ้นพักบนตะแกรง
- ทำน้ำปลาราด: ผสมน้ำปลา น้ำตาลทราย และพริกขี้หนูซอย คนให้น้ำตาลละลาย
- ผัดกระเทียม: ตั้งกระทะไฟกลาง น้ำมัน 1 ช้อนชา ใส่กระเทียมซอยเจียวจนเหลืองกรอบ
- จัดเสิร์ฟ: จัดหมูกรอบทอดใส่จาน ราดน้ำปลาพริก โรยกระเทียมเจียวและผักชี
30. หมูกรอบคลุกพริกขี้หนู
หมูกรอบคลุกพริกขี้หนู เป็นเมนูทานเล่นที่เรียบง่ายที่สุดในลิสต์ ใช้หมูกรอบอุ่นร้อนคลุกกับพริกขี้หนูซอย น้ำปลา มะนาว และหอมแดงซอย รสชาติคล้ายยำหมูกรอบแต่ไม่ใส่น้ำมาก เน้นรสเปรี้ยวเค็มเผ็ดเคลือบผิวหมูกรอบบางๆ หมูยังกรอบอยู่ด้านนอกและนุ่มด้านใน เหมาะเป็นกับแกงหรือกินเล่นระหว่างรอเมนูหลัก เมนูนี้เป็นที่นิยมในร้านข้าวต้มและร้านสตรีทฟู้ดไทย ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลา 5 นาที
เคล็ดลับคืออุ่นหมูกรอบในหม้อทอดไร้น้ำมันหรือกระทะไฟกลาง 1-2 นาทีให้หนังกลับมากรอบ จากนั้นคลุกกับเครื่องปรุงทันทีขณะหมูยังร้อน น้ำปรุงจะเคลือบผิวบางๆ แบบแห้ง ไม่แฉะ
ส่วนผสม
- หมูกรอบ (หั่นชิ้นพอดีคำ) 200 กรัม
- พริกขี้หนูสวน (ซอยละเอียด) 7-10 เม็ด
- หอมแดง (ซอยบาง) 2 หัว
- น้ำปลา 1 ช้อนชา
- น้ำมะนาว 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1/4 ช้อนชา
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ใบสะระแหน่ 1/4 ถ้วย
วิธีทำ
- อุ่นหมูกรอบ: ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่หมูกรอบลงผัดแห้งๆ 1-2 นาทีให้หนังกลับมากรอบและร้อนทั่ว
- ผสมน้ำปรุง: ผสมน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลทราย คนให้ละลาย
- คลุกเครื่อง: ใส่พริกขี้หนูซอยและหอมแดงซอยลงในหมูกรอบร้อนๆ ราดน้ำปรุง คลุกเร็ว 1-2 รอบ
- ใส่สมุนไพร: ใส่ต้นหอมซอยและใบสะระแหน่ คลุกเบาๆ
- จัดเสิร์ฟ: ตักใส่จาน กินร้อนๆ
เคล็ดลับการเลือกซื้อและเตรียมหมูกรอบ
หมูกรอบ ที่ดีต้องมีหนังพองฟูเป็นเม็ดเล็กๆ สีน้ำตาลทองทั่วชิ้น หนังต้องกรอบ ไม่เหนียวกระด้าง เนื้อหมูในไม่แห้ง ยังคงความชุ่มนวล แต่ไม่ถึงกับเยิ้มน้ำมัน เมื่อหั่นตามขวางจะเห็นชั้นของหนัง ไขมัน และเนื้อเรียงกัน 3 ชั้นชัดเจนตามชื่อ “หมูสามชั้น”
วิธีเลือกซื้อ: ซื้อจากร้านข้าวหมูแดงหรือร้านหมูกรอบหมูแดงที่มีชื่อเสียงในพื้นที่ เลือกหมูกรอบที่เพิ่งทอดใหม่ สังเกตจากหนังที่ยังพองฟูและสีสวย ไม่ซีดหรือยุบตัว หลีกเลี่ยงหมูกรอบที่วางขายเป็นเวลานานเพราะหนังจะเหนียวและเนื้อจะแห้ง ในซูเปอร์มาร์เก็ตมักมีหมูกรอบแช่แข็งบรรจุถุง แต่คุณภาพสู้หมูกรอบสดจากร้านไม่ได้
วิธีทำหมูกรอบเอง: ใช้หมูสามชั้น 500 กรัม ต้มกับน้ำเปล่า เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ โป๊ยกั๊ก 2 ดอก และซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ ไฟกลาง 45 นาทีจนเนื้อเปื่อยนุ่ม ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำ นำหนังขึ้นคว่ำบนตะแกรง ใช้ส้อมหรือไม้แหลมเจาะหนังให้ทั่ว ทาเกลือป่นบางๆ บนหนัง อบในหม้อทอดไร้น้ำมัน (Air Fryer) หรือเตาอบ 200 องศา 20-25 นาที จนหนังพองฟูกรอบเหลืองทอง ถ้าใช้วิธีทอด ให้นำหมูต้มไปทอดในน้ำมันท่วม ไฟกลาง 5-7 นาที แล้วตักขึ้นพักให้เย็น จากนั้นทอดซ้ำรอบสอง ไฟแรง 2-3 นาทีจนหนังพองฟู
วิธีเก็บรักษา: เก็บหมูกรอบในตู้เย็นช่องธรรมดา ใส่ภาชนะปิดสนิท ได้นาน 2-3 วัน หลีกเลี่ยงการเก็บในตู้เย็นช่องแช่แข็งเพราะน้ำแข็งจะทำลายโครงสร้างหนังกรอบ เมื่อจะทาน ให้นำมาอุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน 180 องศา 3-4 นาที หรือย่างในกระทะเทฟลอนไฟกลาง ด้านละ 1-2 นาทีโดยไม่ต้องใส่น้ำมัน ห้ามใช้ไมโครเวฟเพราะหนังจะเหนียวและเนื้อจะแห้ง
วิธีหั่น: ใช้มีดคมกรีดหนังก่อน จากนั้นกดมีดลงในเนื้อ อย่าใช้มีดฟันหรือเลื่อยไปมาเพราะจะทำให้เนื้อแตก หมูกรอบที่เพิ่งทอดใหม่ๆ ควรพักให้เย็นอย่างน้อย 5 นาทีก่อนหั่น เพื่อให้โครงสร้างหนังเซ็ตตัว
สรุป
30 เมนูหมูกรอบที่รวบรวมในบทความนี้ครอบคลุมทุกวิธีปรุงที่คนไทยคุ้นเคย ตั้งแต่การจัดจานข้าวหน้าแบบง่ายที่สุดไปจนถึงการผัดพริกแกงในกระทะไฟแรง การเคี่ยวพะแนงกับกะทิให้หอมแตกมัน และการคลุกยำกับสมุนไพรสดจากสวนหลังบ้าน จุดร่วมของทั้ง 30 เมนูคือความกรอบของหนังหมูที่ตัดกับรสชาติจัดจ้านของอาหารไทยในทุกจาน แต่ละเมนูมีเอกลักษณ์การปรุงที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นข้าวหมูกรอบที่ใช้ซีอิ๊วดำหวานและน้ำมันหอยเป็นหลัก ข้าวผัดพริกขิงหมูกรอบ ที่ผัดน้ำพริกแกงให้หอมก่อนใส่ข้าว หรือ ผัดกะเพราหมูกรอบ ที่ใช้ไฟแรงปิดท้ายด้วยใบกะเพราเด็ดสด
หมูกรอบเป็นวัตถุดิบที่มีประวัติยาวนาน มีต้นกำเนิดจากอาหารจีนกวางตุ้งอย่าง Siu Yuk ก่อนถูกดัดแปลงในครัวไทยให้เป็นหมูสามชั้นต้มน้ำเกลือแล้วทอดจนหนังฟูกรอบ จนกลายเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่คนไทยใช้ประกอบอาหารมากที่สุด หมูกรอบ 1 ชิ้นให้ทั้งโปรตีนและไขมันในสัดส่วนที่เหมาะกับเมนูจานด่วน เมนูข้าว ผัด แกง และยำ ด้วยความหลากหลายนี้ทำให้หมูกรอบเป็นวัตถุดิบที่ทุกบ้านควรมีติดครัวไว้สัก 1-2 ขีด สำหรับสร้างมื้ออาหารอร่อยในวันที่คิดเมนูไม่ออก
ลองเลือก 3-5 เมนูจากลิสต์ที่ตรงกับวัตถุดิบในตู้เย็นของวันนี้ เริ่มจากเมนูที่ง่ายที่สุดก่อน เช่น ข้าวหมูกรอบ หมูกรอบผัดน้ำมันหอย หรือ ยำหมูกรอบ จากนั้นค่อยขยับไปเมนูที่ใช้เทคนิคสูงขึ้น เช่น พะแนงหมูกรอบ หรือ ข้าวต้มหมูกรอบ เมื่อทำจนคุ้นมือ ขอเชิญแชร์ผลงานหรือเคล็ดลับส่วนตัวใต้คอมเมนต์เพื่อเป็นไอเดียให้เพื่อนร่วมครัวคนอื่นๆ บทความรวมเมนูหมู และ 30 เมนูอาหารจานเดียว ที่มีสูตรหลากหลายบนเว็บไซต์พร้อมให้ลองทำต่อในมื้อถัดไป









