20 เมนูผักบุ้งทำเองที่บ้าน ครบทุกวิธีทำ พร้อมสูตรละเอียด
ผักบุ้ง เป็นผักพื้นบ้านที่หาได้ทุกตลาดในราคาถูก แต่คนส่วนใหญ่ติดอยู่กับเมนูเดิม เช่น ผักบุ้งไฟแดงหรือลวกกินกับน้ำพริก ทั้งที่จริงแล้วผักบุ้งรับรสได้กว้างมาก ทั้งซอสเค็มหนัก เผ็ดจัด เปรี้ยวซ่า ไปจนถึงกะทิมันนวล จึงเป็นผักที่ทดลองเมนูใหม่ได้เรื่อยๆ โดยไม่ต้องลงทุนมาก
ตามข้อมูลจากสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ผักบุ้งให้วิตามิน A สูง มีแคลเซียม เหล็ก และใยอาหารที่ช่วยการย่อย ข้อดีคือปรุงได้เร็ว โดยเฉลี่ยแค่ 5 ถึง 15 นาที จึงเหมาะทั้งมื้อรีบเร่งและมื้อที่อยากลองเมนูใหม่ในวันหยุด
บทความนี้รวบรวม 20 เมนูผักบุ้งที่ทดสอบทำได้จริง เรียงตามวิธีทำจากผัด ลวก ยำ ทอด ต้ม ไปถึงฟิวชัน แต่ละเมนูมีส่วนผสมพร้อมปริมาณและวิธีทำทีละขั้นตอน หากสนใจดูไอเดียเมนูอาหารครบมื้อ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ 20 เมนูอาหารเย็นทำเองง่าย
เคล็ดลับเลือกผักบุ้งสด: ผักบุ้งที่ดีต้องก้านกรอบ ไม่เหี่ยว ใบสีเขียวสด ไม่มีจุดเหลือง ก้านตัดสั้นกว่า 20 เซนติเมตรจะนุ่มกว่าก้านยาว ถ้าซื้อตลาดเช้าได้ให้ซื้อเช้า ผักบุ้งเช้าจะสดกว่าผักบุ้งที่วางค้างตลาดบ่าย
1. ผักบุ้งไฟแดง
ผักบุ้งไฟแดง คือเมนูผัดผักบุ้งด้วยไฟแรงสูงสุด รสชาติเค็มหอมกระเทียมและเต้าเจี้ยวหมัก กลิ่นควันจากกระทะร้อนจัด (wok hei) คือจุดเด่นที่ทำให้เมนูนี้ต่างจากการผัดผักทั่วไป แหล่งกำเนิดคือร้านอาหารตามสั่งไทย-จีน ที่ใช้เตาแก๊สแรงดันสูง ระดับความยาก: ปานกลาง เวลา 10 นาที เหมาะกับมื้อเย็นรีบเร่ง
สิ่งสำคัญที่สุดของเมนูนี้ไม่ใช่ส่วนผสม แต่คือ ไฟ กระทะต้องร้อนจัดก่อนใส่น้ำมัน ถ้ากระทะไม่ร้อนพอ ผักบุ้งจะออกน้ำและนิ่มแทนที่จะกรอบหอม ใช้กระทะเหล็กหนาหรือกระทะ wok จะได้ผลดีที่สุด Pro tip: ใส่ผักบุ้งเป็นชุดๆ ไม่เทรวมกันทีเดียว เพื่อรักษาความร้อนของกระทะ
ส่วนผสม
- ผักบุ้ง (เด็ดเป็นท่อน 6 เซนติเมตร) 300 กรัม
- กระเทียม (โขลกหยาบ) 5 กลีบ
- พริกขี้หนู (บุบพอแตก) 3 เม็ด
- เต้าเจี้ยวเหลือง 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- เตรียมกระทะ: ตั้งกระทะไฟแรงสูงสุดนาน 2 นาที จนกระทะร้อนจัดมีควันลอยเล็กน้อย จึงเทน้ำมันลงไป
- ผัดกระเทียม: ใส่กระเทียมโขลกและพริกลงผัดไฟแรง 30 วินาที จนหอมและเริ่มเหลือง
- ใส่เต้าเจี้ยว: เพิ่มเต้าเจี้ยว น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว และน้ำตาล ผัดรวมกัน 15 วินาที
- ผัดผักบุ้ง: ใส่ผักบุ้งลงผัดพร้อมน้ำเปล่า ผัดพลิกตลอดไฟแรง 1 ถึง 2 นาที จนผักสลดแต่ก้านยังกรอบอยู่
- ชิมรส: ชิมและปรับรสด้วยซีอิ๊วขาวหรือน้ำมันหอยตามชอบ
- เสิร์ฟ: ตักลงจานทันที คู่กับข้าวสวยร้อน
2. ผัดผักบุ้งน้ำมันหอย
ผัดผักบุ้งน้ำมันหอย เป็นเมนูสไตล์จีน-ไทยที่รสชาติออกหวานมันเค็มเบาๆ จากน้ำมันหอยและซีอิ๊ว ฟีลอ่อนกว่าผักบุ้งไฟแดง ผักนิ่มกว่าเล็กน้อยและซึมซับซอสได้ดี เหมาะกับคนที่ไม่ชอบรสเค็มจัดหรือกินกับข้าวต้ม ระดับความยาก: ง่าย เวลา 8 นาที
เคล็ดลับคือใส่น้ำมันหอยหลังจากผักสลดแล้ว ไม่ใส่ตั้งแต่ต้น เพราะน้ำมันหอยถ้าโดนไฟนานเกินจะขมนิดหน่อย การใส่ช่วงท้ายจะช่วยให้กลิ่นหอมและรสหวานของน้ำมันหอยยังคงอยู่ครบถ้วน
ส่วนผสม
- ผักบุ้ง (เด็ดเป็นท่อน 6 เซนติเมตร) 300 กรัม
- กระเทียม (สับละเอียด) 4 กลีบ
- น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 3 ช้อนโต๊ะ
- พริกชี้ฟ้าแดง (ซอยตามชอบ) 1 เม็ด
วิธีทำ
- เตรียมกระทะ: ตั้งกระทะไฟกลางแรง ใส่น้ำมัน รอจนร้อน
- ผัดกระเทียม: ใส่กระเทียมสับผัดจนเหลืองหอม ประมาณ 30 วินาที
- ใส่ผักบุ้ง: เทผักบุ้งลงพร้อมน้ำเปล่า ผัดไฟกลางแรง 1 นาที
- ปรุงรส: ใส่ซีอิ๊วขาวและน้ำตาล ผัดรวมกัน 30 วินาที
- ใส่น้ำมันหอย: ปิดไฟแล้วเพิ่มน้ำมันหอย คลุกให้เข้ากัน
- เสิร์ฟ: จัดลงจาน วางพริกซอยตกแต่ง คู่กับข้าวสวยหรือข้าวต้ม
3. ผัดผักบุ้งกุ้งสด
ผัดผักบุ้งกุ้งสด เป็นเมนูผัดที่อิงสไตล์ไทย-จีน รสชาติหอมกุ้งสดผัดไฟแรง ผสมกลิ่นกระเทียมเจียว รสเค็มหวานจากน้ำมันหอยและซีอิ๊ว เนื้อกุ้งยังมีความกรอบนุ่มไม่แข็ง ระดับความยาก: ง่าย เวลา 15 นาที เหมาะกับมื้อกลางวันหรือเย็นที่ต้องการโปรตีนเพิ่ม
กุ้งควรหมักด้วยพริกไทยป่นและซีอิ๊วขาวก่อน 5 นาที จะช่วยดับกลิ่นคาวและทำให้เนื้อแน่นขึ้น ห้ามผัดกุ้งนานเกิน 2 นาทีไม่งั้นจะแข็ง ควรผัดกุ้งแยกก่อน พักไว้ แล้วค่อยผสมกับผักบุ้งช่วงท้าย
ส่วนผสม
- กุ้งแวนนาไม (แกะเปลือก ผ่าหลัง ล้างสะอาด) 200 กรัม
- ผักบุ้ง (เด็ดเป็นท่อน) 250 กรัม
- กระเทียม (โขลกหยาบ) 5 กลีบ
- พริกขี้หนู (บุบ) 2 เม็ด
- น้ำมันหอย 1.5 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- หมักกุ้ง: ผสมกุ้งกับพริกไทยป่นและซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนชา คลุกให้เข้ากัน ทิ้งไว้ 5 นาที
- ผัดกุ้ง: ตั้งกระทะไฟแรง ใส่น้ำมัน ผัดกุ้งจนสุกสีส้มทั่ว ประมาณ 1 ถึง 2 นาที พักไว้
- ผัดกระเทียม: ใช้กระทะเดิม ผัดกระเทียมและพริกจนหอม 30 วินาที
- ผัดผักบุ้ง: ใส่ผักบุ้งและน้ำเปล่า ผัดไฟแรง 1 นาที
- รวมกุ้ง: ใส่กุ้งที่ผัดไว้กลับลงไป ปรุงรสด้วยน้ำมันหอยและน้ำตาล คลุกให้เข้ากัน 30 วินาที
- เสิร์ฟ: ตักลงจาน คู่กับข้าวสวยร้อน
4. ผัดผักบุ้งหมูกรอบ
ผัดผักบุ้งหมูกรอบ เป็นเมนูไทย-จีนที่รสชาติเข้มข้น หมูกรอบที่หนังพองเหลืองให้ความมันกรอบตัดกับความกรอบเขียวของผักบุ้ง รสเค็มหอมจากซีอิ๊วและน้ำมันหอย เป็นเมนูยอดฮิตในร้านข้าวราดแกงทั่วไทย ระดับความยาก: ง่าย (ถ้าซื้อหมูกรอบสำเร็จ) เวลา 10 นาที
หมูกรอบควรซื้อจากร้านขายหมูกรอบโดยเฉพาะ หรือซูเปอร์ที่มีขายสำเร็จ ไม่จำเป็นต้องทอดเอง ก่อนผัดให้หั่นหมูกรอบเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วผัดในกระทะแห้งก่อนสั้นๆ เพื่อไล่ความมันส่วนเกินออก
ส่วนผสม
- หมูกรอบ (หั่นชิ้นพอดีคำ) 200 กรัม
- ผักบุ้ง (เด็ดเป็นท่อน) 300 กรัม
- กระเทียม (โขลกหยาบ) 4 กลีบ
- พริกขี้หนู (บุบ) 3 เม็ด
- น้ำมันหอย 1.5 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- เตรียมหมูกรอบ: ผัดหมูกรอบในกระทะแห้งไฟกลาง 1 นาที เพื่อไล่ความมัน พักไว้
- ผัดกระเทียม: ใส่น้ำมันลงกระทะ ผัดกระเทียมและพริกไฟแรงจนหอม 30 วินาที
- ผัดผักบุ้ง: ใส่ผักบุ้งพร้อมน้ำเปล่า ผัดไฟแรง 1 นาที
- รวมหมูกรอบ: ใส่หมูกรอบลงไป ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว และน้ำตาล
- ผัดรวม: คลุกให้เข้ากัน 30 วินาที ชิมและปรับรส
- เสิร์ฟ: ตักลงจานทันที คู่กับข้าวสวยร้อน
5. ผักบุ้งผัดเต้าเจี้ยว
ผักบุ้งผัดเต้าเจี้ยว เป็นเมนูสไตล์จีน-ไทยที่ใช้เต้าเจี้ยวเหลือง (ถั่วเหลืองหมัก) เป็นตัวชูรส รสชาติออกเค็มกลมลึกจากกระบวนการหมักถั่วเหลือง ตัดด้วยความหวานเล็กน้อยและกลิ่นหอมกระเทียมเจียว แตกต่างจากผักบุ้งไฟแดงตรงที่รสชาติกลมกว่าและไม่เผ็ด ระดับความยาก: ง่าย เวลา 10 นาที
เต้าเจี้ยวมีสองแบบ คือเต้าเจี้ยวเหลืองเม็ดและเต้าเจี้ยวบดละเอียด แนะนำให้ใช้แบบเม็ดบดหยาบเพราะให้รสกลมกล่อมกว่า ควรลดปริมาณซีอิ๊วลงหากเต้าเจี้ยวที่ซื้อมีรสเค็มมาก
ส่วนผสม
- ผักบุ้ง (เด็ดเป็นท่อน) 300 กรัม
- เต้าเจี้ยวเหลืองบดหยาบ 1.5 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียม (โขลกหยาบ) 5 กลีบ
- หอมแดง (หั่นซอย) 2 หัว
- พริกชี้ฟ้า (หั่นแฉลบ) 2 เม็ด
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ผัดกระเทียมหอมแดง: ตั้งกระทะไฟกลางแรง ใส่น้ำมัน ผัดกระเทียมและหอมแดงจนเหลืองหอม 1 นาที
- ใส่เต้าเจี้ยว: เพิ่มเต้าเจี้ยว ผัดรวมกัน 30 วินาที จนหอมกลิ่นหมัก
- ผัดผักบุ้ง: ใส่ผักบุ้งพร้อมน้ำเปล่า ผัดไฟแรง 1 ถึง 2 นาที
- ปรุงรส: ใส่ซีอิ๊วขาว น้ำตาล และพริกชี้ฟ้า คลุกให้เข้ากัน
- ชิมรส: ชิมและปรับตามชอบ รสควรออกเค็มหวานกลมกล่อม
- เสิร์ฟ: ตักลงจาน เหมาะกับข้าวสวยหรือข้าวต้มเช้า
6. ผักบุ้งผัดไข่
ผักบุ้งผัดไข่ เป็นเมนูไทย-จีนที่ทำง่ายที่สุดในลิสต์นี้ รสชาติหอมไข่ออกเนยเล็กน้อย ตัดด้วยความกรอบเขียวของผักบุ้ง ซอสหลักคือซีอิ๊วและน้ำมันหอย เมนูนี้เหมาะมากสำหรับมือใหม่หรือคืนที่ไม่มีเวลา ระดับความยาก: ง่ายมาก เวลา 8 นาที
เทคนิคสำคัญคือทอดไข่ในกระทะแยกก่อน แตกออกเป็นชิ้นใหญ่ๆ ไม่ต้องสับละเอียด แล้วค่อยผสมกับผักบุ้งช่วงท้าย วิธีนี้จะให้เนื้อไข่นิ่มฟูและไม่แฉะปนกับน้ำผัก
ส่วนผสม
- ผักบุ้ง (เด็ดเป็นท่อน) 300 กรัม
- ไข่ไก่ 2 ฟอง
- กระเทียม (สับหยาบ) 4 กลีบ
- น้ำมันหอย 1.5 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 1/4 ช้อนชา
- พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ทอดไข่: ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ เทไข่ลงไป ทอดจนด้านล่างสุกแล้วพลิก ใช้ตะหลิวแตกเป็นชิ้นใหญ่ พักไว้
- ผัดกระเทียม: ใส่น้ำมันที่เหลือ ผัดกระเทียมไฟกลางแรงจนหอม 30 วินาที
- ผัดผักบุ้ง: ใส่ผักบุ้งและน้ำเปล่า ผัดไฟแรง 1 นาที
- รวมไข่: ใส่ไข่ที่ทอดไว้กลับลงไป ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว น้ำตาล และพริกไทย
- คลุกผัด: คลุกรวมกันเบาๆ 30 วินาที ชิมรส
- เสิร์ฟ: ตักลงจาน คู่กับข้าวสวยหรือโจ๊ก
7. ผักบุ้งผัดน้ำพริกเผา
ผักบุ้งผัดน้ำพริกเผา เป็นเมนูไทยที่รสชาติหอมพริกเผา ออกเผ็ดหวานเปรี้ยวนิดๆ จากน้ำพริกเผากระป๋องหรือน้ำพริกเผาทำเอง กลิ่นพริกแห้งคั่วหอมตรึงใจ ผักบุ้งซึมซับน้ำพริกได้ดีทำให้รสชาติเข้มข้น ระดับความยาก: ง่าย เวลา 10 นาที หากใช้น้ำพริกเผาสำเร็จรูป
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับน้ำพริกแบบต่างๆ ของไทย สามารถอ่านได้ที่ aroimak.co น้ำพริกเผาที่ดีต้องมีสีแดงส้มเข้ม ไม่ดำหรือดำเกินไป กลิ่นหอมหวานจากกระเทียมและหอมแดงคั่ว
ส่วนผสม
- ผักบุ้ง (เด็ดเป็นท่อน) 300 กรัม
- น้ำพริกเผา 2 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียม (โขลกหยาบ) 4 กลีบ
- กุ้งแห้งป่น 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
- น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ผัดกระเทียม: ตั้งกระทะไฟกลางแรง ใส่น้ำมัน ผัดกระเทียมจนเหลืองหอม 30 วินาที
- ใส่น้ำพริกเผา: เพิ่มน้ำพริกเผาและกุ้งแห้งป่น ผัดรวมกัน 30 วินาที จนหอมและน้ำมันแยกตัว
- ผัดผักบุ้ง: ใส่ผักบุ้งพร้อมน้ำเปล่า ผัดไฟแรง 1 ถึง 2 นาที
- ปรุงรส: เพิ่มน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว และน้ำตาลปี๊บ คลุกให้เข้ากัน
- ชิมรส: รสควรออกหวานเค็มหอมพริกเผา ปรับน้ำตาลหากต้องการ
- เสิร์ฟ: ตักลงจาน โรยกุ้งแห้งเพิ่มได้ตามชอบ คู่กับข้าวสวย
8. ผักบุ้งผัดพริกแกงหมู
ผักบุ้งผัดพริกแกงหมู เป็นเมนูไทยแท้ที่รสชาติจัดจ้าน หอมพริกแกงแดงผัดกับหมูสับและผักบุ้ง กลิ่นใบมะกรูดและตะไคร้จากพริกแกงทำให้เมนูนี้มีกลิ่นหอมรัญจวน รสเผ็ดหวานเค็มกลมกล่อม ระดับความยาก: ง่ายถึงปานกลาง เวลา 15 นาที
สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับพริกแกงชนิดต่างๆ ในอาหารไทย ดูได้ที่ aroimak.co แนะนำใช้พริกแกงแดงสำเร็จรูปหรือทำเองก็ได้ ผัดพริกแกงกับน้ำมันให้หอมก่อนใส่เนื้อ จะช่วยให้รสชาติออกมาเต็มที่
ส่วนผสม
- หมูสับ 150 กรัม
- ผักบุ้ง (เด็ดเป็นท่อน) 250 กรัม
- พริกแกงแดง 2 ช้อนโต๊ะ
- กะทิ (ถ้าต้องการเพิ่มความมัน) 3 ช้อนโต๊ะ
- ใบมะกรูด (ฉีกหยาบ) 4 ใบ
- น้ำปลา 1.5 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 3 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ผัดพริกแกง: ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมัน ผัดพริกแกงแดงจนหอม 1 นาที จนน้ำมันแยกตัว
- ผัดหมูสับ: ใส่หมูสับลงไป ผัดไฟกลางแรงจนสุกทั่ว ประมาณ 2 นาที
- ใส่กะทิ: เพิ่มกะทิ คนให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ
- ผัดผักบุ้ง: ใส่ผักบุ้งและน้ำเปล่า ผัดไฟแรง 1 ถึง 2 นาที
- ใส่ใบมะกรูด: เพิ่มใบมะกรูด คนรวมกัน 15 วินาที ปิดไฟ
- เสิร์ฟ: ตักลงจาน คู่กับข้าวสวย
9. ผักบุ้งลวกน้ำจิ้มแจ่ว
ผักบุ้งลวกน้ำจิ้มแจ่ว เป็นเมนูสไตล์อีสาน-เหนือที่เรียบง่ายที่สุด ผักบุ้งลวกน้ำเดือดแค่ 1 นาทีให้ก้านยังกรอบ แล้วจิ้มกับน้ำแจ่วรสเผ็ดเปรี้ยวเค็มหอมพริกแห้งและข้าวคั่ว รสชาติตัดกันระหว่างความกรอบเขียวของผักกับรสจัดของแจ่ว ระดับความยาก: ง่ายมาก เวลา 15 นาที
น้ำแจ่วทำได้ 2 แบบ คือแจ่วแห้งและแจ่วน้ำ สูตรนี้ใช้แจ่วน้ำที่มีน้ำปลาร้าเป็นฐาน ใครไม่ชอบปลาร้าสามารถใช้น้ำปลาธรรมดาแทนได้ในปริมาณเท่ากัน เส้นใยในผักบุ้งช่วยดับความเผ็ดของแจ่วได้ดีมาก
ส่วนผสม
ผักบุ้งลวก
- ผักบุ้ง (เด็ดเป็นท่อน) 300 กรัม
- น้ำเปล่า (สำหรับลวก) 1 ลิตร
- เกลือ 1/2 ช้อนชา
น้ำจิ้มแจ่ว
- พริกขี้หนูแห้ง (คั่วแล้วป่น) 10 เม็ด
- พริกชี้ฟ้าแห้ง (คั่วแล้วป่น) 3 เม็ด
- น้ำปลาร้า 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- ข้าวคั่วป่น 1 ช้อนโต๊ะ
- ต้นหอม (หั่นหยาบ) 2 ต้น
- ผักชี (หั่นหยาบ) 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ทำน้ำแจ่ว: คั่วพริกทั้งสองชนิดในกระทะแห้งไฟกลางจนหอมและเปลี่ยนสี ป่นหยาบในครก
- ผสมแจ่ว: รวมพริกป่น น้ำปลาร้า น้ำปลา และน้ำมะนาวในถ้วย คนให้เข้ากัน
- ปรุงรส: ใส่ข้าวคั่วป่น ต้นหอม และผักชี ชิมรส ควรออกเผ็ดเปรี้ยวเค็ม
- ลวกผักบุ้ง: ต้มน้ำให้เดือด ใส่เกลือ ลวกผักบุ้ง 45 ถึง 60 วินาที ก้านต้องยังกรอบอยู่
- พักในน้ำเย็น: ตักผักบุ้งใส่น้ำเย็นทันทีเพื่อหยุดความร้อนและรักษาสีเขียว
- เสิร์ฟ: จัดผักบุ้งลงจาน เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มแจ่วข้างๆ
10. ผักบุ้งลวกน้ำพริกกะปิ
ผักบุ้งลวกน้ำพริกกะปิ เป็นเมนูคู่ขวัญของอาหารไทยภาคกลาง น้ำพริกกะปิรสเผ็ดเค็มเปรี้ยวจากพริกสด กะปิย่าง มะนาว และกระเทียม ตัดกับผักบุ้งลวกเขียวกรอบ เป็นมื้อที่กินง่าย ดีต่อสุขภาพ และใช้เวลาน้อย ระดับความยาก: ง่าย เวลา 20 นาที
กะปิย่างไฟจนหอมและเป็นก้อนแน่นก่อนโขลกจะให้กลิ่นหอมกว่ากะปิดิบมาก หากไม่มีเตาถ่าน สามารถใช้กระทะแห้งคั่วกะปิบนกระดาษฟอยล์ก็ได้ผลใกล้เคียงกัน การลวกผักบุ้งในน้ำมีเกลือจะช่วยรักษาสีเขียวสดให้คงอยู่นานขึ้น
ส่วนผสม
ผักบุ้งลวก
- ผักบุ้ง (เด็ดเป็นท่อน) 300 กรัม
- น้ำเปล่า (สำหรับลวก) 1 ลิตร
- เกลือ 1/2 ช้อนชา
น้ำพริกกะปิ
- กะปิ (ห่อใบตอง ย่างจนหอม) 2 ช้อนชา
- พริกขี้หนูสด 10 เม็ด
- กระเทียม (ปอกเปลือก) 5 กลีบ
- น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
- กุ้งแห้ง 1 ช้อนโต๊ะ (ตำรับดั้งเดิม)
วิธีทำ
- ย่างกะปิ: ห่อกะปิในใบตองหรือฟอยล์ ย่างบนเตาไฟกลาง 3 นาที พลิกกลับครั้งหนึ่ง จนหอม
- โขลกน้ำพริก: โขลกพริกขี้หนูและกระเทียมในครกจนละเอียด ใส่กะปิย่างลงโขลกรวม
- ปรุงรส: ปรุงด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว และน้ำตาลปี๊บ ชิมรสให้ออกเผ็ดเค็มเปรี้ยวสมดุล
- ใส่กุ้งแห้ง: เพิ่มกุ้งแห้ง โขลกเบาๆ ให้แตกออก
- ลวกผักบุ้ง: ต้มน้ำมีเกลือให้เดือด ลวกผักบุ้ง 45 วินาที แล้วพักน้ำเย็นทันที
- เสิร์ฟ: จัดผักบุ้งลงจาน เสิร์ฟพร้อมน้ำพริกกะปิ คู่กับปลาดุกย่างหรือปลาทูนึ่ง
11. แกงเลียงผักบุ้ง
แกงเลียง เป็นซุปผักไทยโบราณที่ใช้เครื่องแกงเลียง ประกอบด้วยพริกไทยดำ กะปิ กุ้งแห้ง หอมแดง และตะไคร้ ผักบุ้งเป็นหนึ่งในผักหลักที่ใส่ในแกงเลียงเพราะซึมซับน้ำซุปได้ดี รสชาติออกเผ็ดร้อนจากพริกไทย หอมกุ้งแห้ง กลมกล่อมจากกะปิ ไม่มีกะทิ จึงเป็นแกงไทยที่เบาและดีต่อสุขภาพ ระดับความยาก: ปานกลาง เวลา 30 นาที
เครื่องแกงเลียงแท้ต้องโขลกกุ้งแห้งให้ละเอียดก่อนแล้วจึงใส่ส่วนอื่น วิธีนี้ทำให้น้ำซุปมีกลิ่นหอมกุ้งและรสชาติลึกกว่าการใส่กุ้งแห้งทั้งตัวลงไปต้มตรงๆ ดูเมนูต้มอร่อยเพิ่มเติมได้ที่ 20 เมนูต้มยอดฮิต
ส่วนผสม
- ผักบุ้ง (เด็ดเป็นท่อน) 200 กรัม
- ฟักทอง (หั่นลูกเต๋าขนาด 2 เซนติเมตร) 100 กรัม
- ข้าวโพดอ่อน (หั่นท่อน) 5 ฝัก
- กุ้งสด (แกะเปลือก) 100 กรัม
- น้ำเปล่า 700 มิลลิลิตร
เครื่องแกงเลียง (โขลกละเอียด)
- กุ้งแห้ง 3 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยดำเม็ด 1 ช้อนโต๊ะ
- กะปิ 1 ช้อนชา
- หอมแดง (หั่นหยาบ) 5 หัว
- ตะไคร้ (หั่นหยาบ ส่วนโคน) 2 ต้น
- น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- โขลกเครื่องแกง: โขลกกุ้งแห้งก่อนจนละเอียด แล้วใส่พริกไทย กะปิ หอมแดง และตะไคร้ โขลกต่อจนเป็นเนื้อเดียวกัน
- ต้มน้ำ: ต้มน้ำในหม้อไฟกลางจนเดือด ใส่เครื่องแกงที่โขลกลงไป คนให้ละลาย
- ใส่ผัก: เพิ่มฟักทองก่อน ต้มไฟกลาง 5 นาที จนนิ่มเล็กน้อย แล้วใส่ข้าวโพดอ่อน
- ปรุงรส: ใส่น้ำปลา ชิมรส ควรออกเผ็ดร้อนเค็มกลมกล่อม
- ใส่กุ้งและผักบุ้ง: ใส่กุ้งสดและผักบุ้ง ต้มต่ออีก 1 ถึง 2 นาทีจนกุ้งสุก
- เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม คู่กับข้าวสวยร้อน
12. ต้มจืดผักบุ้งเต้าหู้หมูสับ
ต้มจืดผักบุ้งเต้าหู้หมูสับ เป็นซุปน้ำใสสไตล์ไทย-จีนที่ปรุงรสเบา รสชาติอ่อนโยนจากน้ำซุปหมูผสมกลิ่นหอมกระเทียมเจียว เต้าหู้นิ่มละลายในปาก ผักบุ้งลวกในซุปร้อนให้รสสดชื่น เป็นเมนูที่เหมาะกับวันที่ต้องการอาหารเบาๆ หรือคนที่กระเพาะไม่ค่อยดี ระดับความยาก: ง่าย เวลา 20 นาที
หมูสับปั้นเป็นก้อนเล็กๆ แล้วนำลงต้มในน้ำเย็นพร้อมกัน วิธีนี้จะให้น้ำซุปใสและไม่มีฟองมาก ถ้าใส่หมูสับตอนน้ำเดือดแล้วน้ำซุปจะขุ่น
ส่วนผสม
- ผักบุ้ง (เด็ดเป็นท่อน) 200 กรัม
- หมูสับ 150 กรัม
- เต้าหู้ขาวนิ่ม (หั่นลูกเต๋าขนาด 2 เซนติเมตร) 200 กรัม
- กระเทียม (สับละเอียด เจียวกรอบ) 5 กลีบ
- น้ำซุปหมูหรือน้ำเปล่า 700 มิลลิลิตร
- น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
- ต้นหอม ผักชี (หั่นหยาบ) สำหรับตกแต่ง
วิธีทำ
- เจียวกระเทียม: ผัดกระเทียมสับในน้ำมันไฟกลางจนเหลืองกรอบ พักไว้
- ต้มหมูสับ: ใส่หมูสับปั้นก้อนเล็กลงในหม้อน้ำเย็น ตั้งไฟกลางให้ค่อยๆ เดือด ช้อนฟองออก
- ปรุงรส: พอน้ำเดือดใส่น้ำปลา ซีอิ๊วขาว และพริกไทยป่น ชิมรส
- ใส่เต้าหู้: เพิ่มเต้าหู้ลงในซุป ต้มไฟอ่อน 3 นาที
- ใส่ผักบุ้ง: เพิ่มผักบุ้ง ต้มต่อ 1 นาที ปิดไฟทันทีที่ผักสลด
- เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยกระเทียมเจียว ต้นหอม และผักชี คู่กับข้าวสวย
13. ยำผักบุ้งกุ้งสด
ยำผักบุ้งกุ้งสด เป็นเมนูยำสไตล์ไทยที่รสชาติเปรี้ยวเผ็ดเค็มหวานครบ ผักบุ้งลวกสีเขียวสด กุ้งต้มตัวใหญ่สีส้มสด ราดด้วยน้ำยำรสจัด เป็นเมนูที่ดูดีเหมาะบนโต๊ะอาหารจริงจัง ระดับความยาก: ง่ายถึงปานกลาง เวลา 20 นาที
น้ำยำต้องชิมก่อนราดเสมอ สูตรยำไทยคือรสเปรี้ยวมาก่อน ตามด้วยเค็ม แล้วหวานนิดๆ ปิดท้าย ความเผ็ดควรตั้งตาม tolerance ของคนกิน ใส่พริกดิบเพิ่มหากชอบเผ็ดสด
ส่วนผสม
- กุ้งแวนนาไม (ต้มสุก แกะเปลือก) 200 กรัม
- ผักบุ้ง (ลวกแล้ว เด็ดเป็นท่อน) 250 กรัม
- หอมแดง (ซอยบาง) 4 หัว
- ตะไคร้ (ซอยบางฉิบ ส่วนโคน) 1 ต้น
- ใบมะกรูด (ซอยฝอย) 3 ใบ
- พริกขี้หนูสด (หั่นแว่น) 5 เม็ด
- น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
- ผักชี (หั่นหยาบ) 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ต้มกุ้ง: ต้มกุ้งในน้ำเดือดผสมตะไคร้บุบ 1 นาทีจนกุ้งสีส้มสด แกะเปลือกพักให้เย็น
- ลวกผักบุ้ง: ลวกผักบุ้งในน้ำเดือดใส่เกลือ 45 วินาที พักน้ำเย็น
- ผสมน้ำยำ: รวมน้ำมะนาว น้ำปลา และน้ำตาล คนละลาย ชิมรส ควรเปรี้ยวเค็มหวานสมดุล
- คลุกผัก: รวมผักบุ้ง หอมแดงซอย ตะไคร้ซอย ใบมะกรูด และพริกในชาม
- ราดน้ำยำ: เทน้ำยำลงคลุกให้เข้ากัน
- ใส่กุ้ง: เพิ่มกุ้งต้ม คลุกเบาๆ ให้กุ้งไม่หัก
- เสิร์ฟ: จัดลงจาน โรยผักชี เสิร์ฟทันที
14. ยำผักบุ้งปลาหมึก
ยำผักบุ้งปลาหมึก เป็นเมนูยำอีกแบบที่ใช้ปลาหมึกกล้วยหั่นวงแทนกุ้ง รสชาติคล้ายยำกุ้งแต่เนื้อปลาหมึกมีความเหนียวนุ่มกัดแน่น รสชาติเนื้อหมึกอ่อนกว่ากุ้งทำให้น้ำยำเด่นชัดขึ้น หอมตะไคร้และใบมะกรูดโดดเด่น ระดับความยาก: ง่าย เวลา 20 นาที
ปลาหมึกต้องลวกให้ถูกเวลา ถ้าลวกไม่ถึง 1 นาทีจะยังดิบ ถ้านานกว่า 2 นาทีจะเหนียวแข็ง จุดที่ดีคือ 45 ถึง 60 วินาทีในน้ำเดือดจัด เนื้อจะกรอบนุ่มพอดี
ส่วนผสม
- ปลาหมึกกล้วย (ทำความสะอาด หั่นวง) 250 กรัม
- ผักบุ้ง (ลวกแล้ว เด็ดเป็นท่อน) 200 กรัม
- หอมแดง (ซอยบาง) 3 หัว
- ตะไคร้ (ซอยบางฉิบ) 1 ต้น
- ใบมะกรูด (ซอยฝอย) 3 ใบ
- พริกขี้หนูสด 4 เม็ด
- น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
- ผักชีฝรั่ง (หั่นหยาบ) 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ลวกปลาหมึก: ต้มน้ำให้เดือดจัด ลวกปลาหมึกวง 45 ถึง 60 วินาที ตักขึ้นพักน้ำเย็นทันที
- ลวกผักบุ้ง: ในน้ำเดือดเดิม ลวกผักบุ้ง 45 วินาที พักน้ำเย็น
- ผสมน้ำยำ: รวมน้ำมะนาว น้ำปลา และน้ำตาล ชิมรส
- คลุกรวม: รวมผักบุ้ง ปลาหมึก หอมแดง ตะไคร้ ใบมะกรูด และพริกในชาม
- ราดน้ำยำ: เทน้ำยำลง คลุกให้เข้ากัน
- เสิร์ฟ: จัดลงจาน โรยผักชีฝรั่ง เสิร์ฟทันทีไม่ควรทิ้งไว้นาน
15. ผักบุ้งซอสถั่วลิสง
ผักบุ้งซอสถั่วลิสง ได้รับแรงบันดาลใจจากเมนู Gado-Gado ของอินโดนีเซีย แต่ปรับให้เข้ากับรสชาติไทยมากขึ้น ซอสถั่วลิสงรสหวานมันเค็มเล็กน้อย หอมน้ำมะนาว ราดบนผักบุ้งลวกเย็น รสชาติตัดกันระหว่างซอสครีมมี่และผักกรอบสด ระดับความยาก: ง่าย เวลา 15 นาที
ซอสถั่วลิสงดีต้องบดถั่วที่คั่วใหม่ ไม่ควรใช้เนยถั่วสำเร็จรูปเพราะรสหวานเกินไป ความข้นของซอสปรับได้ด้วยน้ำมะพร้าวหรือน้ำเปล่า ควรให้ซอสพอเคลือบผักได้โดยไม่ขลุกขลิก
ส่วนผสม
ผักบุ้งลวก
- ผักบุ้ง (เด็ดเป็นท่อน) 300 กรัม
ซอสถั่วลิสง
- ถั่วลิสงคั่ว (บดหยาบ) 5 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะพร้าวหรือน้ำเปล่า 4 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 1.5 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะนาว 1.5 ช้อนโต๊ะ
- พริกขี้หนูป่น 1/2 ช้อนชา
- กระเทียม (โขลกละเอียด) 2 กลีบ
- กะทิ 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ลวกผักบุ้ง: ลวกในน้ำเดือดใส่เกลือ 45 วินาที พักน้ำเย็น สะเด็ดน้ำ
- ทำซอสถั่วลิสง: รวมถั่วลิสงบด กะทิ น้ำมะพร้าว น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา และกระเทียมโขลกในกระทะไฟอ่อน
- คนซอส: คนตลอดไฟอ่อน 3 ถึง 5 นาที จนซอสข้นและน้ำมันแยกตัวเล็กน้อย
- ปรุงรส: ใส่น้ำมะนาวและพริกป่น ชิมรส ควรออกหวานมันเค็มเปรี้ยวเบาๆ
- จัดจาน: จัดผักบุ้งลงจาน ราดซอสถั่วลิสงบนผัก
- เสิร์ฟ: โรยถั่วลิสงบดหยาบเพิ่มอีกชั้น เสิร์ฟเป็น side dish หรืออาหารมังสวิรัติ
16. ผักบุ้งชุบแป้งทอด
ผักบุ้งชุบแป้งทอด เป็นของทอดที่เนื้อแป้งกรอบด้านนอก ผักบุ้งยังคงความสดเขียวด้านในเพราะอยู่ในแป้งห่อหุ้ม รสชาติเค็มหอมจากแป้งปรุงรส คล้ายเทมปุระแต่ใช้แป้งไทย เหมาะเป็นของทานเล่นหรือเสิร์ฟคู่น้ำจิ้มหวาน ระดับความยาก: ปานกลาง เวลา 25 นาที
ความกรอบของแป้งมาจากน้ำเย็นจัด แป้งทอดกรอบต้องผสมกับน้ำแข็งหรือน้ำเย็นจากตู้เย็น และควรผสมแป้งแค่พอเข้ากันไม่ต้องคนนานเพราะถ้ากลูเตนพัฒนาเต็มที่แป้งจะเหนียวแทนที่จะกรอบ
ส่วนผสม
- ผักบุ้ง (เด็ดเป็นท่อน 8 เซนติเมตร ล้างสะอาด เช็ดแห้ง) 250 กรัม
- แป้งทอดกรอบ 1/2 ถ้วย
- แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเย็นจัด 1/3 ถ้วย
- เกลือ 1/4 ช้อนชา
- พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
- ผงกระเทียม 1/4 ช้อนชา
- น้ำมันพืช (สำหรับทอด) 500 มิลลิลิตร
วิธีทำ
- เตรียมแป้ง: ผสมแป้งทอดกรอบ แป้งข้าวโพด เกลือ พริกไทยป่น และผงกระเทียมในชาม ใส่น้ำเย็นทีละน้อย คนพอเข้ากัน ไม่ต้องนวนานเกินไป
- ทดสอบแป้ง: แป้งที่ดีต้องเหนียวพอที่จะเคลือบผักได้ ถ้าเหลวเกินให้เพิ่มแป้ง ถ้าข้นเกินให้เพิ่มน้ำเย็น
- ตั้งน้ำมัน: ตั้งน้ำมันในหม้อลึกไฟกลางถึง 175 องศาเซลเซียส ทดสอบโดยหยดแป้งลงไปต้องลอยขึ้นทันที
- ชุบแป้ง: จับผักบุ้งเป็นกำ 3 ถึง 4 ต้น ชุบแป้งให้เคลือบทั่ว
- ทอด: ค่อยๆ วางผักบุ้งลงในน้ำมันร้อน ทอดไฟกลาง 2 ถึง 3 นาทีจนแป้งเหลืองกรอบ
- พักน้ำมัน: ตักขึ้นพักบนกระดาษซับน้ำมัน
- เสิร์ฟ: เสิร์ฟร้อนๆ คู่กับน้ำจิ้มหวานหรือซอสมะขาม
17. ผักบุ้งทอดกรอบปรุงรส
ผักบุ้งทอดกรอบปรุงรส ใช้วิธีทอดโดยไม่ชุบแป้ง แต่ปรุงรสผักก่อนทอดด้วยซีอิ๊วและน้ำปลา จนได้ผักบุ้งกรอบกรอบรสเค็มมัน เหมาะเป็น snack หรือท็อปปิ้งข้าวต้มเช้า รสชาติออกเค็มหอมกระเทียมพริกไทย กรอบแต่ไม่อมน้ำมัน ระดับความยาก: ปานกลาง เวลา 20 นาที
เคล็ดลับคือผักบุ้งต้องเช็ดน้ำให้แห้งสนิทก่อนทอด ถ้ายังมีน้ำเกาะอยู่น้ำมันจะกระเด็นและผักจะไม่กรอบ ควรลวกน้ำเดือดก่อนสั้นๆ แล้วผึ่งให้แห้งสนิท
ส่วนผสม
- ผักบุ้ง (เด็ดเป็นท่อน เช็ดให้แห้งสนิท) 250 กรัม
- กระเทียม (สับละเอียด) 5 กลีบ
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
- แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืช (สำหรับทอด) 400 มิลลิลิตร
- เกลือ 1/4 ช้อนชา
วิธีทำ
- ลวกและผึ่ง: ลวกผักบุ้งในน้ำเดือดจัด 30 วินาที ตักขึ้นพักน้ำเย็น แล้วผึ่งบนตะแกรงจนแห้งสนิท อย่างน้อย 10 นาที
- หมักผัก: หมักผักบุ้งที่แห้งแล้วด้วยซีอิ๊วขาว น้ำปลา พริกไทย และแป้งมัน คลุกให้ทั่ว
- ตั้งน้ำมัน: ตั้งน้ำมันลึกไฟกลางถึง 180 องศาเซลเซียส
- ทอด: ใส่ผักบุ้งลงทอดเป็นชุดๆ ไม่ใส่เยอะเกินไปครั้งเดียว ทอด 2 นาทีจนกรอบและเริ่มเหลือง
- พักน้ำมัน: ตักขึ้นพักบนกระดาษซับน้ำมัน
- เสิร์ฟ: โรยเกลือเล็กน้อย เสิร์ฟทันที คู่กับข้าวต้มหรือเป็น snack
18. ผักบุ้งผัดซีอิ๊วดำ
ผักบุ้งผัดซีอิ๊วดำ เป็นเมนูสไตล์จีนแคนตัน รสชาติออกหวานเค็มจากซีอิ๊วดำที่ผ่านการบ่มและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว สีน้ำตาลเข้มเคลือบผักบุ้งเด่นชัด เป็นเมนูที่นิยมในร้านข้าวมันไก่และร้านอาหารจีนทั่วไทย ระดับความยาก: ง่าย เวลา 10 นาที
ซีอิ๊วดำมีหลายเกรด สำหรับเมนูผัดแบบนี้ให้ใช้ซีอิ๊วดำข้น ไม่ใช่ซีอิ๊วดำบาง เพราะจะให้สีและรสชาติเข้มข้นกว่า และต้องผัดไฟแรงเพื่อให้ซีอิ๊วดำเคลือบผักได้ดีโดยไม่ทำให้ผักเละ
ส่วนผสม
- ผักบุ้ง (เด็ดเป็นท่อน) 300 กรัม
- กระเทียม (โขลกหยาบ) 5 กลีบ
- ซีอิ๊วดำข้น 2 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
- น้ำมันงา 1 ช้อนชา
- พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ผัดกระเทียม: ตั้งกระทะไฟแรง ใส่น้ำมัน ผัดกระเทียมจนหอมเหลือง 30 วินาที
- ใส่ซีอิ๊วดำ: เพิ่มซีอิ๊วดำและน้ำตาล ผัดรวมกัน 15 วินาที จนเริ่มฟองเล็กน้อย
- ผัดผักบุ้ง: ใส่ผักบุ้งและน้ำเปล่า ผัดพลิกตลอดไฟแรง 1 ถึง 2 นาที
- ปรุงรส: เพิ่มซีอิ๊วขาวและพริกไทย คลุกให้เข้ากัน
- ราดน้ำมันงา: ปิดไฟ เพิ่มน้ำมันงา คลุกเบาๆ
- เสิร์ฟ: ตักลงจานทันที คู่กับข้าวมันไก่หรือข้าวสวย
19. ผักบุ้งผัดกะทิ
ผักบุ้งผัดกะทิ เป็นเมนูฟิวชันไทยที่นำกะทิมาผสมกับการผัดผัก รสชาติมันหวานนวลจากกะทิสดตัดกับความสดของผักบุ้ง ใส่พริกชี้ฟ้าและใบมะกรูดเพื่อยกกลิ่นหอมของกะทิ เมนูนี้เหมาะกับมื้อพิเศษที่ต้องการผักในรูปแบบใหม่ ระดับความยาก: ง่าย เวลา 12 นาที
กะทิที่ใช้ผัดควรเป็นกะทิสดหรือกะทิกล่องชนิดไม่เติมน้ำตาล ความมันของกะทิช่วยเคลือบผักบุ้งได้ดีและทำให้ซึมซับรสชาติเครื่องเทศ ถ้ากะทิข้นเกินให้เจือจางด้วยน้ำเล็กน้อย
ส่วนผสม
- ผักบุ้ง (เด็ดเป็นท่อน) 300 กรัม
- กะทิสด 4 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียม (โขลกหยาบ) 4 กลีบ
- พริกชี้ฟ้าแดง (หั่นแฉลบ) 2 เม็ด
- ใบมะกรูด (ฉีกหยาบ) 3 ใบ
- น้ำปลา 1.5 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ผัดกระเทียม: ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมัน ผัดกระเทียมและใบมะกรูดจนหอม 30 วินาที
- ใส่กะทิ: เพิ่มกะทิ ผัดรวมจนเริ่มเดือดเบาๆ ประมาณ 1 นาที
- ผัดผักบุ้ง: ใส่ผักบุ้งพร้อมน้ำเปล่า ผัดไฟกลางแรง 1 ถึง 2 นาที
- ปรุงรส: เพิ่มน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และพริกชี้ฟ้า คลุกให้เข้ากัน
- ชิมรส: รสควรออกมันหวานเค็มเบาๆ หอมใบมะกรูด
- เสิร์ฟ: ตักลงจาน คู่กับข้าวสวยหรือข้าวเหนียว
20. ผักบุ้งผัดกระเทียมพริกไทย
ผักบุ้งผัดกระเทียมพริกไทย เป็นเมนูไทย-จีนที่เรียบง่ายที่สุดและอิ่มอร่อยที่สุดในแบบ comfort food รสชาติหอมกระเทียมทอดกรอบ เผ็ดร้อนพริกไทย ตัดด้วยความกรอบสดของผักบุ้ง ไม่ต้องมีซอสพิเศษ เพราะกระเทียมและพริกไทยคือทุกอย่างในจานนี้ ระดับความยาก: ง่ายมาก เวลา 8 นาที
พริกไทยที่ใช้ควรเป็นพริกไทยเม็ดบดสดจากครกหรือเครื่องบดพริกไทย ไม่ใช่พริกไทยป่นสำเร็จรูปที่กลิ่นจางกว่ามาก กระเทียมต้องผัดจนเหลืองกรอบก่อนใส่ผักบุ้ง เพราะกลิ่นกระเทียมเจียวคือวิญญาณของเมนูนี้
ส่วนผสม
- ผักบุ้ง (เด็ดเป็นท่อน) 300 กรัม
- กระเทียม (สับหยาบ) 8 กลีบ
- พริกไทยเม็ดบดสด 1 ช้อนชา
- น้ำปลา 1.5 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1/4 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือ 1 หยิบมือ
วิธีทำ
- เจียวกระเทียม: ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมัน ผัดกระเทียมสับจนเหลืองทองกรอบ ประมาณ 2 นาที ระวังอย่าให้ไหม้
- ผัดผักบุ้ง: เพิ่มไฟแรง ใส่ผักบุ้งและน้ำเปล่า ผัดพลิกตลอด 1 นาที
- ปรุงรส: ใส่น้ำปลา น้ำตาล และพริกไทยบด คลุกให้เข้ากัน
- ชิมรส: รสควรออกเค็มหอมกระเทียม เผ็ดร้อนพริกไทย ปรับน้ำปลาตามชอบ
- เสิร์ฟ: ตักลงจานทันที คู่กับข้าวสวยร้อน
ตารางเปรียบเทียบ 20 เมนูผักบุ้ง
| ชื่อเมนู | ประเภท | ความยาก | เวลา | รสชาติ |
|---|---|---|---|---|
| ผักบุ้งไฟแดง | ผัด ไทย-จีน | ปานกลาง | 10 นาที | เค็มหอม เผ็ดนิด |
| ผัดผักบุ้งน้ำมันหอย | ผัด จีน-ไทย | ง่าย | 8 นาที | หวานมันเค็มเบา |
| ผัดผักบุ้งกุ้งสด | ผัด ไทย-จีน | ง่าย | 15 นาที | เค็มหอมกุ้ง |
| ผัดผักบุ้งหมูกรอบ | ผัด ไทย-จีน | ง่าย | 10 นาที | มันกรอบเค็ม |
| ผักบุ้งผัดเต้าเจี้ยว | ผัด จีน | ง่าย | 10 นาที | เค็มกลมลึก หวานนิด |
| ผักบุ้งผัดไข่ | ผัด ไทย-จีน | ง่ายมาก | 8 นาที | หอมไข่ เค็มเบา |
| ผักบุ้งผัดน้ำพริกเผา | ผัด ไทย | ง่าย | 10 นาที | หวานเค็มหอมพริกเผา |
| ผักบุ้งผัดพริกแกงหมู | ผัด ไทย | ง่าย-ปานกลาง | 15 นาที | เผ็ดหวานเค็ม หอมเครื่องแกง |
| ผักบุ้งลวกน้ำจิ้มแจ่ว | ลวก อีสาน-เหนือ | ง่ายมาก | 15 นาที | เผ็ดเปรี้ยวเค็มจัด |
| ผักบุ้งลวกน้ำพริกกะปิ | ลวก ไทยกลาง | ง่าย | 20 นาที | เผ็ดเค็มเปรี้ยว หอมกะปิ |
| แกงเลียงผักบุ้ง | ต้ม ไทยโบราณ | ปานกลาง | 30 นาที | เผ็ดร้อนพริกไทย หอมกุ้งแห้ง |
| ต้มจืดผักบุ้งเต้าหู้หมูสับ | ต้ม ไทย-จีน | ง่าย | 20 นาที | อ่อนโยน เค็มเบา |
| ยำผักบุ้งกุ้งสด | ยำ ไทย | ง่าย-ปานกลาง | 20 นาที | เปรี้ยวเผ็ดเค็มหวานครบ |
| ยำผักบุ้งปลาหมึก | ยำ ไทย | ง่าย | 20 นาที | เปรี้ยวเผ็ดเค็ม หอมตะไคร้ |
| ผักบุ้งซอสถั่วลิสง | ลวก ฟิวชันอินโดนีเซีย-ไทย | ง่าย | 15 นาที | หวานมันเค็มเปรี้ยวเบา |
| ผักบุ้งชุบแป้งทอด | ทอด ไทย | ปานกลาง | 25 นาที | กรอบเค็มหอม |
| ผักบุ้งทอดกรอบปรุงรส | ทอด ไทย-จีน | ปานกลาง | 20 นาที | กรอบเค็มหอมกระเทียม |
| ผักบุ้งผัดซีอิ๊วดำ | ผัด จีนแคนตัน | ง่าย | 10 นาที | หวานเค็ม หอมซีอิ๊วบ่ม |
| ผักบุ้งผัดกะทิ | ผัด ฟิวชันไทย | ง่าย | 12 นาที | มันหวานนวล หอมใบมะกรูด |
| ผักบุ้งผัดกระเทียมพริกไทย | ผัด ไทย-จีน | ง่ายมาก | 8 นาที | หอมกระเทียม เผ็ดร้อนพริกไทย |
เคล็ดลับเลือกซื้อและเตรียมผักบุ้ง
- การเลือกซื้อผักบุ้งสด ผักบุ้งดีต้องก้านกรอบไม่เหี่ยว ใบสีเขียวสดไม่มีจุดเหลือง หักก้านแล้วต้องได้ยินเสียงกรอบ แสดงว่าเพิ่งเก็บใหม่ไม่เกิน 1 วัน ซื้อที่ตลาดสดเช้าเพราะสดกว่าซูเปอร์ที่วางค้างมาหลายชั่วโมง ผักบุ้งน้ำ (ก้านกลวง) เหมาะกับผัดและลวก ผักบุ้งบก (ก้านแน่น) เหมาะกับทอดและยำเพราะเนื้อแน่นกว่า
- การเก็บรักษา ห่อผักบุ้งในกระดาษหนังสือพิมพ์แล้วใส่ถุง เก็บในช่องผักตู้เย็น อยู่ได้ 2 ถึง 3 วัน อย่าล้างก่อนเก็บเพราะความชื้นทำให้เน่าเร็ว ล้างเฉพาะตอนจะใช้งาน
- การเตรียม เด็ดใบและก้านออกเป็นท่อนยาว 5 ถึง 8 เซนติเมตร ส่วนรากและโคนก้านที่แก่มากให้ตัดทิ้ง ล้างน้ำสะอาด 2 รอบ สะเด็ดน้ำก่อนปรุง โดยเฉพาะถ้าจะทอดต้องเช็ดให้แห้งสนิท
- เคล็ดลับรักษาสีเขียว การลวกผักบุ้งในน้ำมีเกลือเล็กน้อยแล้วพักน้ำเย็นทันทีจะรักษาสีเขียวสดได้นานขึ้น เมื่อนำไปผัดต่อให้ผัดเร็วไฟแรง ผักบุ้งที่ผัดนานเกิน 3 นาทีมักจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวซีด
สำหรับไอเดียเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาหารไทยเพื่อสุขภาพ และประโยชน์ของผักพื้นบ้านไทย สามารถอ่านได้ที่ aroimak.co
ทิ้งท้าย
ผักบุ้งเป็นผักที่เปิดโอกาสให้ทดลองเมนูได้กว้างกว่าที่หลายคนคิด ทั้ง 20 เมนูในลิสต์นี้ครอบคลุมทั้งรสชาติที่คุ้นเคย เช่น ผักบุ้งไฟแดงและน้ำพริกกะปิ ไปจนถึงเมนูที่อาจยังไม่เคยลอง เช่น ผักบุ้งซอสถั่วลิสงหรือผักบุ้งผัดกะทิ จุดร่วมของทุกเมนูคือใช้วัตถุดิบที่หาได้ในตลาดสด ปรุงได้เสร็จภายใน 8 ถึง 30 นาที และให้รสชาติที่ต่างกันในแต่ละครั้ง
สำหรับมือใหม่แนะนำเริ่มจากผักบุ้งผัดน้ำมันหอย ผักบุ้งผัดกระเทียมพริกไทย หรือผักบุ้งผัดไข่ก่อน เพราะวัตถุดิบน้อย เวลาทำสั้น และรสชาติเป็นที่ยอมรับสากล เมื่อมือชินแล้วค่อยลองเมนูที่ซับซ้อนขึ้น เช่น แกงเลียงหรือยำผักบุ้งกุ้งสด ซึ่งต้องอาศัยการชิมและปรับรสเพิ่มขึ้น
ลองทำดูสักเมนูแล้วสังเกตว่าผักบุ้งของตัวเองเป็นอย่างไร แต่ละคนชอบผักบุ้งนุ่มหรือกรอบต่างกัน เวลาและระดับไฟจึงต้องปรับตามความชอบส่วนตัว เมื่อทำได้ถนัดแล้วก็ง่ายที่จะดัดแปลงสูตรให้เข้ากับวัตถุดิบที่มีในวันนั้น









