สูตรอาหาร

10 เมนูมะละกอทำเองที่บ้าน ครบส้มตำ แกง และของหวาน

รวม 10 เมนูมะละกอทำเองที่บ้าน ครอบคลุมทั้งสไตล์ไทยอีสาน ไทยภาคกลาง และของหวานพื้นบ้าน คัดจากเมนูที่ใช้วัตถุดิบหาได้ในตลาดและซูเปอร์มาร์เก็ตในไทย ระดับความยากตั้งแต่ง่ายไปจนถึงปานกลาง พร้อมรสชาติชัดเจน เวลาแน่นอน และเคล็ดลับที่ช่วยให้ทำตามได้จริง

มะละกอเป็นวัตถุดิบที่ยืดหยุ่นมาก ใช้ได้ทั้งดิบและสุก เมนูดิบให้ความกรอบสดและรสจัดจ้าน ส่วนมะละกอสุกให้ความนุ่มหวานหอม เหมาะกับทั้งอาหารคาวและของหวาน ลิสต์นี้จึงรวมเมนูที่หลากหลาย เพื่อให้เลือกทำได้ตามวัตถุดิบที่มีอยู่และตามอารมณ์ของมื้ออาหาร

จุดเด่นของบทความนี้คือเลือกเมนูที่แยกได้ชัดว่าแต่ละจานต่างกันจริง ทั้งวิธีปรุง รส และโอกาสที่เหมาะ เสิร์ฟให้เห็นภาพว่ามะละกอไม่ได้มีแค่ส้มตำเท่านั้น แต่ยังไปได้กับแกง ผัด ยำ ต้ม และของหวานอย่างมะละกอเชื่อมด้วย

เคล็ดลับสำคัญ: มะละกอดิบที่กรอบดีต้องเลือกผลแก่จัดแต่ยังเขียวอยู่ เนื้อจะไม่เละและยังซับรสเครื่องปรุงได้ดี

1. ส้มตำไทย

ส้มตำไทยเป็นเมนูอีสานที่ใช้มะละกอดิบเป็นหลัก รสเปรี้ยว เค็ม หวาน เผ็ดชัดและมีกลิ่นถั่วลิสงคั่วกับกุ้งแห้งช่วยพยุงรส เมนูนี้เหมาะกับมือใหม่เพราะขั้นตอนไม่ซับซ้อน ใช้เวลาประมาณ 15 นาที และทำกินคู่กับข้าวเหนียวหรือไก่ย่างได้ดี อ่านต่อเรื่องรากของเมนูนี้ได้ที่ ส้มตำ อาหารไทยรสแซ่บที่โลกหลงรัก และดูไอเดียเมนูใกล้เคียงเพิ่มเติมใน 10 เมนู ส้มตำยอดนิยมที่คนไทยชื่นชอบ

จุดสำคัญคือมะละกอต้องซอยเส้นแล้วแช่น้ำเย็นสั้นๆ เพื่อให้กรอบ จากนั้นตำพอเข้ากัน ไม่บดแรงเกินไป รสที่ดีจะมีน้ำปรุงเคลือบเส้นมะละกอแบบพอดี ไม่แฉะและไม่จืด

ส่วนผสม

  1. มะละกอดิบขูดเส้น 3 ถ้วย
  2. พริกขี้หนูสวน 8 เม็ด
  3. กระเทียมไทย 4 กลีบ
  4. ถั่วฝักยาวหั่นท่อน 1 ถ้วย
  5. มะเขือเทศสีดาผ่าครึ่ง 4 ลูก
  6. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
  8. น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  9. กุ้งแห้ง 2 ช้อนโต๊ะ
  10. ถั่วลิสงคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
  11. มะเขือเทศเชอร์รี 3 ลูก
  12. น้ำปลาร้า 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. เตรียมมะละกอ: ล้างมะละกอ ปอกเปลือก แล้วขูดเป็นเส้น แช่น้ำเย็น 5 นาที จากนั้นสะเด็ดน้ำ
  2. ทำน้ำปรุง: โขลกพริกขี้หนูและกระเทียมพอแตก เติมน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา น้ำมะนาว และน้ำปลาร้า คนให้ละลาย
  3. ใส่เครื่อง: ใส่ถั่วฝักยาว มะเขือเทศสีดา และกุ้งแห้งลงไปตำเบาๆ ใช้ไฟความคิดไม่ใช่ไฟเตา คือเน้นแรงมือพอดีให้เครื่องแตกเล็กน้อย
  4. ใส่มะละกอ: ใส่เส้นมะละกอแล้วคลุกหรือตำเบาๆ 10 ถึง 15 ครั้งให้ซึมน้ำปรุง
  5. ปรับรส: ชิมรสให้เปรี้ยวนำ เค็มตาม หวานปลาย ถ้าต้องการจัดขึ้นเติมพริกหรือมะนาวเพิ่ม
  6. จัดเสิร์ฟ: ตักใส่จาน โรยถั่วลิสงคั่ว เสิร์ฟคู่ข้าวเหนียวและไก่ย่าง

2. แกงส้มมะละกอกุ้งสด

แกงส้มมะละกอกุ้งสดเป็นแกงไทยรสเปรี้ยวเค็มที่มีความสดของมะละกอดิบและความหวานธรรมชาติจากกุ้ง รสจะลึกกว่าส้มตำและให้สัมผัสนุ่มกรอบในหม้อเดียว เหมาะกับมื้อกลางวันแบบบ้านๆ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที และเข้าคู่กับข้าวสวยร้อนๆ ได้ดี อ่านภาพรวมของแกงไทยชนิดนี้ต่อได้ที่ แกงส้ม คืออะไร? เปิดประวัติและที่มาของต้นตำรับแกงไทย

เคล็ดลับคือควรต้มมะละกอให้สุกพอประมาณก่อนใส่เครื่องแกง เพื่อให้เนื้อหวานขึ้นแต่ยังไม่เละ และใช้พริกแกงส้มที่โขลกละเอียด จะทำให้น้ำแกงเนียนและสีสวย

ส่วนผสม

  1. มะละกอดิบหั่นชิ้นพอดีคำ 2 ถ้วย
  2. กุ้งสดแกะเปลือก 200 กรัม
  3. พริกแกงส้ม 3 ช้อนโต๊ะ
  4. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำมะขามเปียก 3 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  7. กระเทียมไทย 4 กลีบ
  8. หอมแดง 3 หัว
  9. กะปิ 1 ช้อนชา
  10. น้ำเปล่า 4 ถ้วย
  11. ดอกกะหล่ำ 1 ถ้วย
  12. ถั่วฝักยาวหั่นท่อน 1 ถ้วย

วิธีทำ

  1. ต้มน้ำแกง: ต้มน้ำเปล่าให้เดือดไฟกลาง ใส่พริกแกงส้มละลายจนเนียน
  2. ปรุงฐานรส: ใส่น้ำมะขามเปียก น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และกะปิ คนให้เข้ากัน
  3. ใส่มะละกอ: ใส่มะละกอลงต้มไฟกลาง 8 ถึง 10 นาที จนเริ่มนุ่ม
  4. ใส่ผัก: ใส่ดอกกะหล่ำและถั่วฝักยาว ต้มต่อ 3 นาที
  5. ใส่กุ้ง: ใส่กุ้งสดลงไป ต้มไฟแรงพอให้กุ้งสุกใน 2 ถึง 3 นาที
  6. ปรับรสและเสิร์ฟ: ชิมให้เปรี้ยวโดดนำเล็กน้อยแล้วตักเสิร์ฟร้อนๆ กับข้าวสวย

3. มะละกอผัดไข่

มะละกอผัดไข่เป็นเมนูบ้านที่เรียบง่ายแต่มีมิติ รสออกเค็มมันจากไข่ ผสานความหวานอ่อนและกรอบนุ่มของมะละกอสุก เมนูนี้เหมาะกับมื้อเช้าหรือมื้อเย็นเบาๆ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที และเป็นตัวเลือกดีเมื่อมีมะละกอสุกเหลืออยู่ในครัว

จุดที่ทำให้เมนูนี้ต่างจากผัดผักทั่วไปคือมะละกอต้องสุกแบบยังมีเนื้อ ไม่งั้นจะเละ วิธีผัดต้องใช้ไฟกลางและผัดเร็ว เพื่อให้ไข่เคลือบชิ้นมะละกอแบบนวล ไม่แห้งแข็ง

ส่วนผสม

  1. มะละกอสุกหั่นชิ้นพอดีคำ 2 ถ้วย
  2. ไข่ไก่ 2 ฟอง
  3. กระเทียมสับ 2 ช้อนชา
  4. น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  6. ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  8. พริกไทยขาว 1/2 ช้อนชา
  9. ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  10. แครอทหั่นเส้น 1/2 ถ้วย
  11. หอมใหญ่ซอย 1/2 หัว
  12. น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. เตรียมไข่: ตอกไข่ใส่ชาม ปรุงด้วยน้ำปลาเล็กน้อยแล้วตีพอเข้ากัน
  2. ผัดกระเทียม: ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันแล้วผัดกระเทียมให้หอม 20 วินาที
  3. ใส่ผัก: ใส่หอมใหญ่และแครอท ผัด 1 นาที
  4. ใส่มะละกอ: ใส่มะละกอสุกลงผัดไฟกลาง 2 นาที เติมน้ำเปล่านิดเดียวกันไม่ให้แห้ง
  5. ใส่ไข่: เทไข่ลงไปแล้วคนเร็วให้ไข่เคลือบชิ้นมะละกอ ผัดต่อ 1 ถึง 2 นาที
  6. ปรุงรสและเสิร์ฟ: ใส่น้ำปลา ซอสหอยนางรม น้ำตาล และพริกไทย โรยต้นหอมก่อนปิดไฟ เสิร์ฟกับข้าวสวยร้อนๆ

4. แกงเหลืองมะละกอปลากะพง

แกงเหลืองมะละกอปลากะพงเป็นแกงใต้ที่มีรสเปรี้ยวเผ็ดชัดและกลิ่นเครื่องแกงแรงกำลังดี เนื้อปลากะพงนุ่มเข้ากับมะละกอดิบที่ต้มแล้วกรอบหวานเล็กน้อย เมนูนี้เหมาะกับคนชอบรสจัด ใช้เวลาประมาณ 35 นาที และได้ฟีลอาหารใต้แท้แบบบ้านๆ

เคล็ดลับคือหั่นปลาชิ้นใหญ่พอให้ไม่แตกตอนเดือด และใส่มะละกอก่อนปลาหรือพร้อมกันแบบจับเวลาแม่น เพื่อให้มะละกอสุกแต่ยังไม่เละ

@chira_ya1990

แกงเหลืองปลากระพง ใส่มะละกอ ทำกินเอง

♬ make it simple – MrE4zyChill

ส่วนผสม

  1. มะละกอดิบหั่นชิ้น 2 ถ้วย
  2. เนื้อปลากะพงหั่นชิ้น 300 กรัม
  3. พริกแกงเหลือง 3 ช้อนโต๊ะ
  4. น้ำมะขามเปียก 3 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ำเปล่า 4 ถ้วย
  8. ขมิ้นสด 1 ช้อนชา
  9. หอมแดง 4 หัว
  10. กะปิ 1 ช้อนชา
  11. ถั่วฝักยาวหั่นท่อน 1 ถ้วย
  12. ยอดมะพร้าวอ่อน 1 ถ้วย

วิธีทำ

  1. เตรียมเครื่องแกง: โขลกพริกแกงเหลืองกับหอมแดง ขมิ้น และกะปิให้ละเอียด
  2. ต้มน้ำแกง: ต้มน้ำเปล่าไฟกลาง ใส่เครื่องแกงลงละลายให้หอม
  3. ใส่มะละกอ: ใส่มะละกอและยอดมะพร้าวอ่อน ต้ม 8 นาที
  4. ปรุงรส: เติมน้ำมะขามเปียก น้ำปลา และน้ำตาลปี๊บ ชิมให้เปรี้ยวนำเผ็ดตาม
  5. ใส่ปลา: ใส่ปลากะพงลงต้มไฟอ่อน 4 ถึง 5 นาที จนสุกนุ่ม
  6. ใส่ถั่วฝักยาวและเสิร์ฟ: ใส่ถั่วฝักยาวต้มต่อ 1 นาทีแล้วตักเสิร์ฟร้อนๆ กับข้าวสวย

5. ส้มตำทอด

ส้มตำทอดเป็นการเอารสส้มตำไปต่อยอดเป็นของกินเล่นหรือจานหลักแบบสนุก ปรุงรสเปรี้ยว เค็ม หวาน แล้วนำมาคลุกแป้งทอดจนกรอบนอกนุ่มใน ได้ทั้งกลิ่นเครื่องตำและสัมผัสกรุบของแผ่นทอด เมนูนี้เหมาะกับงานเลี้ยงหรือมื้อเย็น ใช้เวลาประมาณ 25 นาที

จุดสำคัญคือไม่ควรมีน้ำส้มตำเหลวเกินไป เพราะจะทำให้แป้งไม่เกาะ ควรบีบมะละกอให้หมาดก่อนคลุกแป้ง และทอดด้วยไฟกลางคงที่เพื่อให้สีเหลืองสวย

@krua.co

เมนูวันหยุดฮีลใจมาแล้วครับบบ 🥰 เปลี่ยนส้มตำแบบเดิมๆ มาทำ ‘ส้มตำทอด’ กรุบกรอบกันดีกว่า ทำกินเองที่บ้านจะใส่เครื่องกุ้งแห้ง ถั่วลิสงแน่นแค่ไหนก็ได้! ใครหาเมนูแซ่บๆ ทำกินกับครอบครัว ปักหมุดคลิปนี้เลย 👇✨ #ส้มตําทอด #ส้มตํา #เมนูแซ่บ #ห้องครัวTiktok #KRUAdotCO_Recipe วัตถุดิบ พริกขี้หนูสีแดงเม็ดใหญ่ 3 เม็ด กระเทียมไทยแกะเปลือก 5 กลีบ ถั่วฝักยาวหั่นท่อนยาว 1 นิ้ว 1 ฝัก มะเขือเทสสีดาหั่นชิ้น 3 ลูก น้ำส้มตำ 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ กุ้งแห้งเนื้อ 2 ช้อนโต๊ะ ถั่วลิสงคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ มะละกอสับเส้นยาวทอด 1½ ถ้วย น้ำส้มตำ (ปริมาณ 1 ถ้วย) น้ำปลา ½ ถ้วย น้ำมะขามเปียก ½ ถ้วย น้ำตาลปี๊บ 150 กรัม น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ เส้นมะละกอชุบแป้งทอด แป้งชุบทอด 1 ถ้วย น้ำเย็นจัด ¾ ถ้วย เส้นมะละกอขูด 1 ถ้วย น้ำมันสำ หรับทอด 3 ถ้วย วิธีทำ 1.เทน้ำปลาใส่หม้อ ตั้งไฟอ่อนพอเดือด ใส่น้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ และน้ำตาลทราย คนเบาๆพอให้น้ำตาลละลาย เคี่ยวประมาณ 10 นาที ปิดไฟยกลง พักให้เย็น 2. ผสมแป้งชุบทอดกับน้ำเย็นจัด เข้าด้วยกันในอ่างผสม คนให้เข้ากันแป้งมีลักษณะข้น ใส่มะละกอขูดเส้น คนให้ทั่วจนส่วนผสมแป้งเคลือบเส้นมะละกอ ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางพอร้อนลดไฟลง หยิบเส้นมะละกอขึ้นจากแป้งลงทอดโดยใสให้กระจายทั่วกระทะ พอเส้นมะละกอเริ่มสุกเหลือง ใช้กระชอนกลับและทอดต่อให้สุกเหลืองทั้งสองด้าน ตักขึ้นพักบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน 3.ตำพริกขี้หนูสีแดงเม็ดใหญ่และกระเทียมไทยเข้าด้วยกันพอแตก ใส่ถั่วฝักยาว ตำพอบุบๆใส่มะเขือเทศสีดา ตำพอเข้ากัน ใส่น้ำส้มตำและน้ำมะนาว คนพอเข้ากัน ใส่กุ้งแห้งเนื้อและถั่วลิสงคั่ว ตำเคล้าให้เข้ากันอีกครั้งชิมรสให้ออกเปรี้ยว หวาน เค็ม ตักใส่ถ้วยจัดเส้นมะละกอทอดใส่จาน ราดน้ำส้มตำ เสิร์ฟพร้อมผักสด ***หมายเหตุ*** น้ำปลาตั้งไฟให้เดือดก่อนใส่น้ำมะขามเปียกและน้ำตาล เพื่อให้น้ำปลาสุกหอม ไม่มีกลิ่นคาวน้ำส้มตำ สูตรนี้ไม่ใส่น้ำมะนาวลงไปพร้อมกันเพราะหากใส่น้ำมะนาวลงไปพร้อมกัน น้ำมะนาวจะมีรสขมไม่มกลิ่นหอม ควรใส่น้ำมะนาวในขั้นตอนการ

♬ original sound – KRUA.CO – KRUA.CO

ส่วนผสม

  1. มะละกอดิบขูดเส้น 2 ถ้วย
  2. แป้งทอดกรอบ 1 ถ้วย
  3. น้ำเย็นจัด 3/4 ถ้วย
  4. พริกขี้หนูสวน 6 เม็ด
  5. กระเทียมไทย 3 กลีบ
  6. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
  8. น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  9. ถั่วฝักยาวซอย 1/2 ถ้วย
  10. ถั่วลิสงคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
  11. กุ้งแห้ง 1 ช้อนโต๊ะ
  12. น้ำมันพืชสำหรับทอด 3 ถ้วย

วิธีทำ

  1. ทำน้ำตำ: โขลกพริกกับกระเทียม ใส่น้ำปลา น้ำมะนาว และน้ำตาลปี๊บ คนให้ละลาย
  2. คลุกมะละกอ: ใส่มะละกอ ถั่วฝักยาว กุ้งแห้ง และถั่วลิสงคั่ว คลุกให้เข้ากันแล้วพักให้สะเด็ดน้ำ
  3. ผสมแป้ง: ผสมแป้งทอดกรอบกับน้ำเย็นจัดให้ข้นพอเคลือบ
  4. ชุบทอด: ใช้ช้อนตักส่วนผสมเป็นก้อนเล็กๆ ชุบแป้งแล้วหย่อนลงน้ำมันร้อน ไฟกลาง
  5. ทอดจนกรอบ: ทอดประมาณ 3 ถึง 4 นาที จนสีเหลืองทองแล้วพักสะเด็ดน้ำมัน
  6. จัดเสิร์ฟ: ราดน้ำตำเล็กน้อยหรือเสิร์ฟแยกเป็นดิป คู่กับผักสด

6. แกงอ่อมหมูใส่มะละกอ

แกงอ่อมหมูใส่มะละกอเป็นอาหารอีสานที่เน้นกลิ่นสมุนไพรและน้ำซุปขลุกขลิก รสเค็มนัวจากปลาร้าและความหวานอ่อนของมะละกอช่วยให้หม้อแกงมีมิติ เมนูนี้เหมาะกับคนชอบกับข้าวรสลึก ใช้เวลาประมาณ 35 นาที และกินกับข้าวเหนียวได้ดี

เคล็ดลับคือควรคั่วเครื่องแกงกับหมูก่อน แล้วค่อยเติมน้ำ จะช่วยดึงกลิ่นสมุนไพรออกมาเต็มที่ และมะละกอควรใส่ช่วงท้ายเพื่อให้ยังมีเนื้อสัมผัส

@tool.tongchannel

วิธีทำแกงอ่อมหมูสามชั้นใส่มะละกอ อาหารอีสานแซ่บนัว ใส่ผักหาง่ายในสวนครัว #อาหารง่ายๆ #กับข้าว #เมนู

♬ เสียงต้นฉบับ – Tool&Tong แม่บ้านยุคไอที – Tool&Tong แม่บ้านยุคไอที

ส่วนผสม

  1. หมูสามชั้นหั่นชิ้น 200 กรัม
  2. มะละกอดิบหั่นชิ้น 2 ถ้วย
  3. พริกแกงอ่อม 3 ช้อนโต๊ะ
  4. น้ำปลาร้า 2 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  6. ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
  7. ตะไคร้หั่นท่อน 2 ต้น
  8. ใบแมงลัก 1 ถ้วย
  9. หอมแดง 4 หัว
  10. ผักชีฝรั่งซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  11. น้ำเปล่า 4 ถ้วย
  12. พริกจินดา 5 เม็ด

วิธีทำ

  1. ผัดเครื่องแกง: ตั้งหม้อไฟกลาง ใส่หมูสามชั้นลงผัดกับพริกแกงอ่อมจนหอม 2 นาที
  2. เติมน้ำ: ใส่น้ำเปล่าแล้วคนให้เครื่องละลาย เดือดไฟกลาง
  3. ใส่สมุนไพร: ใส่ตะไคร้ หอมแดง และพริกจินดา ต้ม 5 นาที
  4. ใส่มะละกอ: ใส่มะละกอลงต้มต่อ 8 ถึง 10 นาทีจนเริ่มนุ่ม
  5. ปรุงรส: เติมน้ำปลาร้า น้ำปลา และข้าวคั่ว ชิมให้นัวเค็มพอดี
  6. ใส่ใบแมงลักและเสิร์ฟ: ปิดไฟ ใส่ใบแมงลักกับผักชีฝรั่ง เสิร์ฟร้อนๆ คู่ข้าวเหนียว

7. ยำมะละกอกุ้งสด

ยำมะละกอกุ้งสดเป็นเมนูรสสดจัดที่ใช้ความกรอบของมะละกอดิบตัดกับความหวานเด้งของกุ้งลวก รสจะเปรี้ยวเผ็ดและสะอาดกว่าส้มตำเล็กน้อย เพราะใช้วิธีคลุกแบบยำแทนการตำ เหมาะกับมื้อเบาๆ หรือจานเรียกน้ำย่อย ใช้เวลาประมาณ 20 นาที

สิ่งที่ควรระวังคือกุ้งต้องลวกพอดีไม่แข็ง และมะละกอควรบีบน้ำออกเล็กน้อยก่อนคลุก เพื่อให้เครื่องยำไม่เจือจาง

@leeparkun_24

@ผู้ติดตาม📍ยำมะละกอกุ้งสด 📍ยำเส้นกรุบๆๆเพิ่มความนัวด้วยนำ้ปลาร้า 📍ใครชอบยำปลาร้าแบบนี้ต้องจัด 📍มีที่เดียวเจ๊ไก่ดอนเมือง 📍การันตีความนัวโดยแม่ไก่ดอนเมือง 📍สามารถเลือกของสดใส่ยำทางร้านมีปูม้า,ขาไก่,หอยแครง,หมูยอ ทุกจานราคา150฿จ้า มาเด้อพี่น้องของแซ่บรอคุณอยู่👍👍👍👍👍#ร้านส้มตําเจ๊ไก่ดอนเมือง #อร่อยบอกต่อ #ปักหมุดร้านอร่อย📍 ร้านส้มตำเจ้ไก่ดอนเมือง #ความนัวเต็ม10เจ๊ไก่การันตี ตำเส้นเล็กเจ๊ไก่ดอนเมือง #เจ๊ไก่ดอนเมือง @Jay Kai ส้มตำเจ๊ไก่ดอนเมือง

♬ เลิกไม่ลง – bt.musix

ส่วนผสม

  1. มะละกอดิบขูดเส้น 3 ถ้วย
  2. กุ้งสดแกะเปลือก 200 กรัม
  3. หอมแดงซอย 4 หัว
  4. พริกขี้หนูซอย 8 เม็ด
  5. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
  8. ขึ้นฉ่ายหั่นท่อน 1/2 ถ้วย
  9. มะเขือเทศผ่าครึ่ง 3 ลูก
  10. ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  11. กระเทียมเจียว 1 ช้อนโต๊ะ
  12. น้ำแข็ง 2 ถ้วย

วิธีทำ

  1. ลวกกุ้ง: ต้มน้ำให้เดือดไฟแรง ลวกกุ้ง 1 นาทีแล้วแช่น้ำเย็นทันที
  2. เตรียมน้ำยำ: ผสมน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาล และพริกขี้หนูคนให้น้ำตาลละลาย
  3. จัดมะละกอ: บีบเส้นมะละกอให้หมาดแล้วใส่ชามผสม
  4. ใส่เครื่อง: ใส่หอมแดง มะเขือเทศ ขึ้นฉ่าย และต้นหอมลงคลุก
  5. ใส่กุ้ง: ใส่กุ้งลวกแล้วคลุกเบาๆ 10 วินาที
  6. เสิร์ฟ: โรยกระเทียมเจียวแล้วตักเสิร์ฟทันทีให้ความกรอบยังอยู่

8. ต้มกะทิมะละกอ

ต้มกะทิมะละกอเป็นกับข้าวหวานเค็มละมุนแบบไทยบ้าน รสกะทิอ่อนๆ ช่วยดึงความหวานของมะละกอสุกและทำให้ซุปมีความนวล เมนูนี้เหมาะกับมื้อเย็นที่อยากได้อะไรไม่จัดมาก ใช้เวลาประมาณ 25 นาที

เคล็ดลับคืออย่าใช้ไฟแรงหลังใส่กะทิ เพราะจะแตกมันง่าย ควรคุมไฟอ่อนถึงกลาง และใส่ใบแมงลักท้ายสุดเพื่อให้กลิ่นสด

ส่วนผสม

  1. มะละกอสุกหั่นชิ้น 2 ถ้วย
  2. กะทิ 2 ถ้วย
  3. น้ำเปล่า 1 ถ้วย
  4. กุ้งสด 150 กรัม
  5. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  7. หอมแดงบุบ 3 หัว
  8. ใบแมงลัก 1 ถ้วย
  9. ข่าแก่หั่นแว่น 4 ชิ้น
  10. ตะไคร้ทุบ 1 ต้น
  11. เกลือ 1/2 ช้อนชา
  12. พริกชี้ฟ้าแดง 2 เม็ด

วิธีทำ

  1. ต้มน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่ากับข่าและตะไคร้ ต้มไฟกลาง 5 นาที
  2. เติมกะทิ: ใส่กะทิลงไปครึ่งหนึ่ง คนเบาๆ แล้วลดไฟอ่อน
  3. ใส่มะละกอ: ใส่มะละกอสุกและหอมแดง ต้ม 5 นาที
  4. ปรุงรส: เติมน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และเกลือ ชิมให้หวานเค็มกลม
  5. ใส่กุ้ง: ใส่กุ้งสดลงต้ม 2 ถึง 3 นาทีจนสุก
  6. ใส่ใบแมงลักและเสิร์ฟ: ปิดไฟ ใส่ใบแมงลักและพริกชี้ฟ้าแดง เสิร์ฟร้อนๆ

9. แกงป่ามะละกอ

แกงป่ามะละกอเป็นแกงเผ็ดแบบไม่ใส่กะทิที่ได้กลิ่นสมุนไพรเด่นและความเผ็ดกระชับ มะละกอดิบช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสกรอบนุ่มและทำให้แกงมีความหวานธรรมชาติ เหมาะกับคนชอบกับข้าวรสแรง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที

เมนูนี้ดีเมื่อโขลกเครื่องแกงให้ละเอียดและผัดกับน้ำมันเล็กน้อยก่อนเติมน้ำ จะทำให้กลิ่นเครื่องเทศออกชัด และควรใส่มะละกอช่วงต้นเพื่อให้ต้มทันกับเนื้อสัตว์

ส่วนผสม

  1. มะละกอดิบหั่นชิ้น 2 ถ้วย
  2. เนื้อไก่หั่นชิ้น 200 กรัม
  3. พริกแกงป่า 3 ช้อนโต๊ะ
  4. กระชายซอย 3 ช้อนโต๊ะ
  5. ใบกะเพรา 1 ถ้วย
  6. ถั่วฝักยาวหั่นท่อน 1 ถ้วย
  7. มะเขือเปราะผ่าสี่ 4 ลูก
  8. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  9. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  10. น้ำเปล่า 4 ถ้วย
  11. พริกไทยอ่อน 2 ช่อ
  12. พริกชี้ฟ้าแดง 2 เม็ด

วิธีทำ

  1. ผัดพริกแกง: ตั้งหม้อไฟกลาง ผัดพริกแกงป่ากับน้ำมัน 1 นาทีให้หอม
  2. ใส่เนื้อสัตว์: ใส่ไก่ลงผัดจนผิวตึง 2 นาที
  3. เติมน้ำ: ใส่น้ำเปล่าลงไปแล้วคนให้เครื่องแกงกระจาย
  4. ใส่มะละกอและผัก: ใส่มะละกอ มะเขือเปราะ และถั่วฝักยาว ต้มไฟกลาง 8 ถึง 10 นาที
  5. ปรุงรส: เติมน้ำปลาและน้ำตาลทราย ชิมให้เผ็ดเค็มชัด
  6. ใส่สมุนไพรท้าย: ใส่กระชาย พริกไทยอ่อน ใบกะเพรา และพริกชี้ฟ้า ปิดไฟแล้วเสิร์ฟร้อนๆ

10. มะละกอเชื่อม

มะละกอเชื่อมเป็นของหวานไทยที่ใช้ความแน่นของมะละกอดิบหรือกึ่งสุกมาต้มในน้ำเชื่อมจนเนื้อใสและนุ่มแต่ไม่เละ รสหวานหอมและมีสัมผัสหนึบเล็กน้อย เหมาะกับปิดมื้ออาหาร ใช้เวลาประมาณ 45 นาที

เคล็ดลับคือแช่มะละกอในปูนใสหรือเกลืออ่อนๆ ก่อนเชื่อมจะช่วยให้เนื้อแน่นขึ้น แล้วค่อยเคี่ยวไฟอ่อนจนสีสวยและน้ำเชื่อมซึมเข้าเนื้อ

ส่วนผสม

  1. มะละกอดิบหรือกึ่งสุกหั่นชิ้น 500 กรัม
  2. น้ำตาลทราย 300 กรัม
  3. น้ำเปล่า 2 ถ้วย
  4. ใบเตย 3 ใบ
  5. เกลือ 1/4 ช้อนชา
  6. น้ำปูนใส 4 ถ้วย
  7. มะนาว 1 ลูก
  8. น้ำมะพร้าว 1 ถ้วย
  9. แป้งมันสำปะหลัง 1 ช้อนโต๊ะ
  10. งาขาวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
  11. กะทิ 1/2 ถ้วย
  12. วานิลลา 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. เตรียมมะละกอ: แช่มะละกอในน้ำปูนใส 30 นาที ล้างออกแล้วพักให้สะเด็ดน้ำ
  2. ทำน้ำเชื่อม: ต้มน้ำเปล่ากับน้ำตาล ใบเตย เกลือ และน้ำมะพร้าวไฟกลางจนเดือด
  3. ใส่มะละกอ: ใส่มะละกอลงเคี่ยวไฟอ่อน 20 นาที จนเริ่มใส
  4. เช็กเนื้อ: ใช้ส้อมจิ้มดู ถ้านุ่มแต่ยังไม่แตกให้ปิดไฟพักไว้ 10 นาที
  5. ทำซอสกะทิ: เคี่ยวกะทิกับแป้งมันและวานิลลาจนข้นเล็กน้อย
  6. จัดเสิร์ฟ: ตักมะละกอเชื่อมราดซอสกะทิ โรยงาขาวคั่ว เสิร์ฟอุ่นๆ

ตารางเปรียบเทียบเมนูมะละกอ

ชื่อเมนูประเภทความยากเวลารสชาติ
ส้มตำไทยไทยอีสานง่าย15 นาทีเปรี้ยว เค็ม หวาน เผ็ด
แกงส้มมะละกอกุ้งสดไทยภาคกลางง่ายถึงปานกลาง30 นาทีเปรี้ยวเค็มหวานปลาย
มะละกอผัดไข่บ้านๆ ไทยง่าย20 นาทีเค็มมัน หวานอ่อน
แกงเหลืองมะละกอปลากะพงไทยใต้ปานกลาง35 นาทีเปรี้ยวเผ็ดชัด
ส้มตำทอดฟิวชันไทยปานกลาง25 นาทีเปรี้ยวเค็มกรอบ
แกงอ่อมหมูใส่มะละกออีสานปานกลาง35 นาทีนัวเค็มสมุนไพร
ยำมะละกอกุ้งสดไทยร่วมสมัยง่าย20 นาทีเปรี้ยวเผ็ดสด
ต้มกะทิมะละกอไทยบ้านง่าย25 นาทีหวานเค็มละมุน
แกงป่ามะละกอไทยป่าปานกลาง30 นาทีเผ็ดสมุนไพร
มะละกอเชื่อมของหวานไทยง่ายถึงปานกลาง45 นาทีหวานหอมหนึบ

เคล็ดลับเลือกซื้อและเตรียมมะละกอ

เลือกมะละกอดิบที่เปลือกเขียวแข็งและกดแล้วแน่น สำหรับส้มตำหรือแกง ให้เลือกผลแก่จัดที่ยังไม่สุกเหลือง เพราะเส้นจะกรอบและไม่มีกลิ่นสุกเกินไป ถ้าใช้มะละกอสุกสำหรับผัดหรือของหวาน ควรเลือกผลที่ผิวเริ่มเหลืองสม่ำเสมอ เนื้อยังไม่ยุ่ย

การเตรียมมะละกอให้ดีเริ่มจากปอกเปลือก ล้างยางออกให้หมด แล้วซอยหรือหั่นตามเมนู หากต้องการความกรอบ ให้แช่น้ำเย็นหรือแช่น้ำปูนใสตามความเหมาะสมของจานนั้น การหั่นชิ้นสม่ำเสมอช่วยให้สุกพร้อมกันและทำให้รสเคลือบทั่วถึง

สำหรับมะละกอดิบที่เหลือหลังใช้งาน ควรห่อด้วยฟิล์มหรือเก็บในกล่องปิดสนิท แช่เย็นช่องผักได้ 2 ถึง 3 วัน ส่วนมะละกอสุกควรใช้ให้หมดเร็วเพื่อรักษารสและเนื้อสัมผัส

ทิ้งท้าย

มะละกอเป็นวัตถุดิบที่ทำได้มากกว่าเมนูส้มตำอย่างเดียว ทั้งแกง ผัด ยำ ต้ม และของหวาน ลิสต์นี้จึงตั้งใจให้ใช้ได้จริงในครัวบ้าน โดยมีทั้งเมนูคุ้นมือและเมนูที่ช่วยต่อยอดรสชาติแบบไทยหลากภูมิภาค

ถ้าต้องการเริ่มจากเมนูง่ายที่สุด ให้เลือกส้มตำไทย มะละกอผัดไข่ หรือยำมะละกอกุ้งสดก่อน ส่วนใครอยากได้รสจัดขึ้นค่อยไปที่แกงเหลือง แกงป่า และแกงอ่อม ซึ่งจะเห็นศักยภาพของมะละกอชัดขึ้นมาก

เก็บบทความนี้ไว้เป็นคู่มือเวลาได้มะละกอมาในครัวครั้งหน้า แล้วค่อยเลือกเมนูตามอารมณ์และเวลาที่มี ถ้าชอบแนวนี้ สามารถดูสูตรส้มตำเพิ่มเติมจาก Aroimak.co เพื่อขยายไอเดียเมนูได้ต่อ

กดเพื่ออ่านต่อ

Aroimak

ในฐานะนักวิจารณ์ เชื่อว่าอาหารเป็นงานศิลปะรูปแบบหนึ่ง และมุ่งมั่นที่จะเขียนบทวิจารณ์ที่ทั้งสวยงามและให้ข้อมูลแก่ผู้อ่าน บทวิจารณ์จะครอบคลุมรสชาติ คุณภาพ และราคาของอาหาร รวมถึงบรรยากาศของร้านอาหารและการบริการของพนักงาน เชื่อว่าบทวิจารณ์จะช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจได้อย่างรอบคอบเมื่อเลือกร้านอาหารที่จะไปเยือน

บทความที่เกี่ยวข้อง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back to top button
สารบัญ