30 เมนูไข่เค็มไข่แดงเค็มทำเองที่บ้าน อร่อยมันเค็ม ครบทั้งคาวหวาน
ไข่เค็มเป็นวัตถุดิบมหัศจรรย์ที่เปลี่ยนเมนูธรรมดาให้อร่อยขึ้นในพริบตา ไข่แดงเค็มเนื้อทรายมันลิ้นเพิ่มมิติรสชาติให้ผัดผักจืดๆ กลายเป็นจานเด็ด หรือเปลี่ยนขนมอบให้หอมมันลึกซึ้งเกินบรรยาย หลายคนอาจคุ้นเคยแค่กินไข่เค็มต้มเปล่าๆ กับข้าวต้ม แต่ความจริงไข่เค็มนำไปทำอาหารได้หลากหลายกว่านั้นมาก
ไข่เค็มเกิดจากการนำไข่เป็ดสดมาดองในน้ำเกลือเข้มข้นหรือพอกด้วยดินผสมเกลือ ตามข้อมูลจากวิกิพีเดีย กระบวนการดองทำให้เกลือซึมเข้าเนื้อไข่ ส่งผลให้ไข่ขาวแน่นเค็ม ส่วนไข่แดงเปลี่ยนเป็นสีส้มแดงเข้มข้น มีรสมันทรายละเอียด แหล่งผลิตขึ้นชื่อในไทยได้แก่ไชยา สุราษฎร์ธานี และลพบุรี ไข่เค็มที่ดองได้ที่แล้วไข่แดงจะแข็งตัวเป็นก้อนกลม ยังไม่เยิ้ม การนำไปทำให้สุกด้วยความร้อนจะทำให้ไขมันในไข่แดงละลายกลายเป็นสีแดงมันเยิ้มที่ชวนน้ำลายสอ
บทความนี้รวบรวม 30 เมนูไข่เค็มและไข่แดงเค็มแบบจัดเต็ม จัดเรียงจากเมนูของคาวตามวิธีทำ ได้แก่ ต้ม ดาว ผัด ทอด ยำ แกง นึ่ง และปิดท้ายด้วยเมนูของหวานขนมอบ แต่ละเมนูระบุส่วนผสมแบบชั่งตวงจริงพร้อมวิธีทำเป็นขั้นตอน ทำตามแล้วได้ผลแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ที่ต้องการเริ่มจากไข่เค็มต้มง่ายๆ หรือคนที่พร้อมลุยเมนูระดับภัตตาคารอย่างปูผัดไข่เค็ม
“หัวใจของเมนูไข่เค็มคือการเลือกไข่เค็มที่มีไข่แดงสีส้มแดงจัด มันเยิ้มเป็นทรายละเอียด ไม่ใช่แข็งกระด้าง ไข่เค็มจากไชยามีชื่อเสียงเรื่องไข่แดงมันเยิ้มกว่าที่อื่นเพราะใช้ไข่เป็ดไล่ทุ่งที่เลี้ยงแบบธรรมชาติ หากหาไม่ได้ให้เลือกไข่เค็มที่ระบุวันผลิตไม่เกิน 2 เดือน จะได้รสชาติที่ดีที่สุด”
30 เมนูไข่เค็มและไข่แดงเค็ม
1. ไข่เค็มต้ม
ไข่เค็มต้มเป็นเมนูพื้นฐานที่สุดและกินง่ายที่สุด เพียงนำไข่เค็มดิบมาต้มในน้ำเดือดจนสุก ได้ไข่ขาวเนื้อแน่นเค็มอ่อนๆ ตัดกับไข่แดงมันเยิ้มสีส้มแดงที่ละลายในปาก นิยมกินคู่กับข้าวต้มร้อนๆ หรือเป็นกับข้าวเคียงในสำรับอาหารไทย ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลาประมาณ 15 นาที เหมาะกับมื้อเช้าหรือมื้อดึกเบาๆ
เคล็ดลับเฉพาะคือการต้มไข่เค็มต้องเริ่มจากน้ำเย็นเสมอ ค่อยๆ ตั้งไฟกลางจนเดือด หากใส่ไข่เค็มในน้ำเดือดโดยตรง เปลือกไข่จะแตกจากความต่างของอุณหภูมิกะทันหัน ทำให้ไข่ขาวทะลักออกมาเสียรูป หลังต้มเสร็จให้แช่น้ำเย็นทันที 1 นาที จะปอกเปลือกได้ง่ายขึ้น
ส่วนผสม
- ไข่เค็มดิบ 4 ฟอง
- น้ำเปล่าสำหรับต้ม 1 ลิตร
- น้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเย็นสำหรับแช่หลังต้ม 500 มิลลิลิตร
วิธีทำ
- เตรียมไข่: ล้างเปลือกไข่เค็มให้สะอาดด้วยน้ำเปล่า ขัดเบาๆ เอาดินหรือคราบเกลือออกให้หมด
- ตั้งน้ำต้ม: ใส่ไข่เค็มลงในหม้อ เทน้ำเปล่าจนท่วมไข่ เติมน้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ ตั้งไฟกลาง
- ต้ม: เมื่อน้ำเดือดแล้ว ลดไฟลงเหลือไฟอ่อน จับเวลา 12 นาทีสำหรับไข่แดงเยิ้ม 15 นาทีสำหรับไข่แดงสุกเต็มที่
- แช่น้ำเย็น: ตักไข่ขึ้นแช่น้ำเย็นทันที 1 นาที เพื่อให้ปอกเปลือกง่าย เนื้อไข่ไม่ติดเปลือก
- ผ่าเสิร์ฟ: ปอกเปลือก ผ่าครึ่งตามขวาง วางบนจาน เสิร์ฟคู่ข้าวต้มร้อนๆ หรือเป็นกับข้าวในสำรับ
2. ไข่เค็มดาว
ไข่เค็มดาวเป็นเมนูพลิกแพลงจากการดาวไข่ไก่ธรรมดา โดยตอกไข่เค็มดิบลงกระทะแทนไข่ไก่ ได้ไข่ขาวกรอบขอบบาง ไข่แดงกึ่งสุกกึ่งดิบที่มีรสมันเข้มข้นกว่าไข่ไก่ดาวหลายเท่า นิยมกินกับข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมปังปิ้ง ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 5 นาที เหมาะกับมื้อเช้ารีบเร่งที่อยากกินอะไรพิเศษกว่าเดิม
เคล็ดลับสำคัญคือการใช้กระทะเทฟลอนและน้ำมันน้อยมาก แค่พรมบางๆ เพราะไข่เค็มมีไขมันในตัวสูงอยู่แล้ว การดาวด้วยไฟอ่อนจะทำให้ไข่ขาวสุกทั่วถึงโดยไข่แดงยังไม่ไหม้ หากชอบไข่แดงสุกทั้งฟองให้กลับด้านดาวเบาๆ ตอนท้าย 30 วินาที
ส่วนผสม
- ไข่เค็มดิบ 2 ฟอง
- น้ำมันพืช 1/2 ช้อนชา
- พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ข้าวสวยร้อน 1 ถ้วย
วิธีทำ
- ตั้งกระทะ: ใช้กระทะเทฟลอน ตั้งไฟอ่อน ทาน้ำมันพืชบางๆ ให้ทั่วกระทะ
- ตอกไข่: ตอกไข่เค็มลงในถ้วยเล็กก่อน แล้วค่อยเทลงกระทะ เพื่อป้องกันเปลือกไข่ร่วงและไข่แดงแตก
- ดาวไข่: ดาวด้วยไฟอ่อน 3-4 นาที จนไข่ขาวด้านล่างสุกกรอบ ขอบเป็นสีน้ำตาลอ่อน
- กลับด้าน: หากต้องการไข่แดงสุกทั้งฟองให้กลับด้านดาวต่ออีก 30 วินาที หากชอบเยิ้มให้ตักขึ้นเลย
- เสิร์ฟ: ตักขึ้นวางบนข้าวสวยร้อน โรยพริกไทยป่นและต้นหอมซอย กินร้อนๆ
3. ข้าวผัดไข่เค็ม
ข้าวผัดไข่เค็มเป็นเมนูจานเดียวที่ยกระดับข้าวผัดธรรมดาให้หอมมันนัวกว่าเดิมหลายเท่า โดยใช้ไข่เค็มต้มสุกยี้รวมกับข้าวผัดจนเป็นเม็ดทรายเหลืองอร่ามคลุกเคล้าทุกอณูข้าว รสชาติเค็มมันกลมกล่อมจากไข่เค็มแท้ๆ โดยไม่ต้องปรุงเยอะ นิยมใส่กุ้งสดหรือหมูสับเพิ่มโปรตีน ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 15 นาที เหมาะกับมื้อเที่ยงหรือมื้อเย็นจานเดียวอิ่มท้อง
เคล็ดลับคือการใช้ข้าวหุงสุกที่แช่เย็นไว้ 1 คืน ข้าวจะร่วนไม่แฉะเวลาผัด และการยี้ไข่เค็มต้องทำขณะใส่ลงกระทะ ใช้ตะหลิวบี้ให้แตกเป็นเม็ดทรายเล็กๆ จะกระจายตัวทั่วข้าวผัดดีกว่าใช้ช้อนบี้ก่อนใส่ เพราะไข่แดงจะติดกันเป็นก้อน
ส่วนผสม
- ข้าวสวยเย็นจัด 2 ถ้วย
- ไข่เค็มต้มสุก (ยี้หยาบ) 2 ฟอง
- กุ้งสด (แกะเปลือกผ่าหลัง) 100 กรัม
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
- พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
- ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ
- แตงกวาหั่นแว่น 1/2 ลูก
วิธีทำ
- เตรียมข้าว: ใช้ข้าวหุงสุกที่แช่ตู้เย็นอย่างน้อย 4 ชั่วโมง หรือข้ามคืน จะร่วนซุยที่สุด
- ผัดกระเทียม: ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ พอกระทะร้อนใส่กระเทียมสับ ผัดจนหอมเหลือง
- ผัดกุ้ง: ใส่กุ้งสดลงผัดกับกระเทียม พลิกจนกุ้งสุกเป็นสีส้ม ตักกุ้งพักไว้ในจาน
- ผัดไข่ไก่: ใส่น้ำมันที่เหลือ ตอกไข่ไก่ลงกระทะ ยีให้แตก ผัดพอสุก ใส่ข้าวเย็นลงผัด
- ใส่ไข่เค็ม: ใส่ไข่เค็มต้มสุกลงบนข้าว ใช้ตะหลิวบี้ไข่แดงให้แตกเป็นเม็ดทรายเล็กๆ ผัดคลุกให้ทั่วข้าว
- ปรุงรส: ใส่กุ้งที่พักไว้ ปรุงด้วยซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย พริกไทยป่น ผัดให้เข้ากัน
- เสิร์ฟ: ตักใส่จาน โรยต้นหอมซอย วางแตงกวาข้างจาน เสิร์ฟร้อนๆ
4. ผัดฟักทองไข่เค็ม
ผัดฟักทองไข่เค็มเป็นเมนูยอดนิยมที่แทบทุกร้านอาหารจีน-ไทยต้องมี ใช้ฟักทองเนื้อแน่นหั่นชิ้นพอดีคำชุบแป้งทอดกรอบ แล้วนำมาผัดคลุกกับซอสไข่เค็มเข้มข้น รสชาติหวานมันของฟักทองตัดกับความเค็มมันของไข่แดงเค็มได้ลงตัว เนื้อสัมผัสกรอบนอกนุ่มในชุ่มซอส ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลาประมาณ 25 นาที เหมาะกับมื้อเย็นกับข้าวสวยร้อนๆ
เคล็ดลับคือการเลือกฟักทองพันธุ์ไทยเนื้อแน่นสีเหลืองเข้ม ไม่ใช้ฟักทองญี่ปุ่นเพราะเนื้อแฉะเกินไป และการชุบแป้งทอดต้องใช้แป้งมันผสมแป้งข้าวโพดในอัตรา 2:1 จะได้เปลือกกรอบนานไม่ยุบเมื่อคลุกซอสในภายหลัง
ส่วนผสม
- ฟักทองแก่ (หั่นชิ้นขนาด 1×2 นิ้ว) 300 กรัม
- ไข่เค็มดิบ (แยกไข่แดงและไข่ขาว) 3 ฟอง
- แป้งมันสำปะหลัง 4 ช้อนโต๊ะ
- แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืชสำหรับทอด 500 มิลลิลิตร
- เนยสดชนิดเค็ม 1 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
- นมข้นจืด 2 ช้อนโต๊ะ
- ใบโหระพาทอด 5 ใบ
วิธีทำ
- เตรียมฟักทอง: ปอกเปลือกฟักทอง หั่นเป็นชิ้นหนาประมาณ 1 เซนติเมตร กว้าง 2 เซนติเมตร ล้างน้ำแล้วซับให้แห้ง
- เตรียมไข่เค็ม: แยกไข่แดงและไข่ขาวออกจากกัน นำไข่แดงไปนึ่ง 8 นาทีจนสุก แล้วบี้ด้วยส้อมให้เป็นผงทรายละเอียด
- ชุบแป้ง: ผสมแป้งมันและแป้งข้าวโพดเข้าด้วยกัน นำฟักทองลงคลุกแป้งบางๆ ให้ทั่วทุกชิ้น
- ทอดฟักทอง: ตั้งน้ำมันไฟกลาง 180 องศาเซลเซียส ทอดฟักทองครั้งละ 6-7 ชิ้น พอเหลืองกรอบ ตักขึ้นพักบนกระดาษซับน้ำมัน
- ผัดไข่เค็ม: ตั้งกระทะไฟอ่อน ใส่เนยสด พอละลายใส่กระเทียมสับผัดพอหอม ใส่ไข่แดงเค็มนึ่งที่บี้ไว้ลงผัดกับเนย
- ปรุงซอส: ใส่น้ำตาลทรายและนมข้นจืดลงกระทะ ผัดจนซอสเป็นฟองเนียนละเอียด
- คลุกฟักทอง: ใส่ฟักทองทอดลงผัดคลุกกับซอสไข่เค็มให้ทั่วทุกชิ้น ใช้ไฟอ่อน เร่งมือคลุกเร็วๆ
- เสิร์ฟ: ตักใส่จาน แต่งด้วยใบโหระพาทอด เสิร์ฟร้อนๆ
5. กุ้งผัดไข่เค็ม
กุ้งผัดไข่เค็มเป็นเมนูหรูที่ยกสถานะจากอาหารบ้านๆ ขึ้นโต๊ะภัตตาคารได้ทันที ใช้กุ้งแม่น้ำหรือกุ้งขาวตัวใหญ่ชุบแป้งทอดจนเปลือกกรอบ จากนั้นคลุกซอสไข่เค็มเข้มข้นแบบแห้ง รสชาติหวานเด้งของกุ้งสดตัดกับซอสเค็มมันทรายละเอียด เนื้อสัมผัสกรอบนอกนุ่มใน ทุกคำเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของไข่แดงเค็มผัดเนย ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลาประมาณ 20 นาที เหมาะกับมื้อพิเศษหรืองานเลี้ยงสังสรรค์
เคล็ดลับคือการผัดซอสไข่เค็มต้องใช้ไฟอ่อนมาก และไม่เติมน้ำเด็ดขาด ซอสจะแห้งเป็นทรายละเอียดเกาะกุ้งดีกว่าแบบเหลว การเลือกกุ้งต้องเด็ดหัวไว้เพราะหัวกุ้งมีมันที่เพิ่มความหวานให้ซอส
ส่วนผสม
- กุ้งแม่น้ำหรือกุ้งขาวตัวใหญ่ (แกะเปลือกไว้หาง ผ่าหลัง) 300 กรัม
- ไข่แดงเค็มดิบ (นึ่งสุกบี้ละเอียด) 3 ฟอง
- แป้งทอดกรอบสำเร็จรูป 3 ช้อนโต๊ะ
- เนยสดชนิดเค็ม 1 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
- พริกชี้ฟ้าแดง (ซอยบาง) 1 เม็ด
- น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
- นมข้นจืด 1 ช้อนโต๊ะ
- ใบแกงกะหรี่ 3 ใบ
- น้ำมันพืชสำหรับทอด 400 มิลลิลิตร
วิธีทำ
- เตรียมกุ้ง: ล้างกุ้งให้สะอาด ซับให้แห้งด้วยกระดาษทิชชู่ คลุกแป้งทอดกรอบบางๆ ให้ทั่ว
- ทอดกุ้ง: ตั้งน้ำมันไฟกลาง 170 องศา ทอดกุ้งครั้งละ 4-5 ตัว พอเปลือกเหลืองกรอบ ประมาณ 2 นาที ตักขึ้นพัก
- เตรียมไข่เค็ม: นึ่งไข่แดงเค็มดิบ 8 นาทีจนสุก บี้ด้วยส้อมให้เป็นผงทรายละเอียด
- ผัดซอส: ตั้งกระทะไฟอ่อน ใส่เนยสด กระเทียมสับ และใบแกงกะหรี่ ผัดจนหอม
- ผัดไข่เค็ม: ใส่ไข่แดงเค็มที่บี้ไว้ลงผัดกับเนย ใช้ไฟอ่อน ผัดจนเป็นฟองทรายละเอียด
- ปรุงรส: ใส่น้ำตาลทราย นมข้นจืด และพริกชี้ฟ้าซอย ผัดรวมให้เข้ากัน
- คลุกกุ้ง: ใส่กุ้งทอดลงผัดคลุกกับซอสไข่เค็ม ใช้ไฟอ่อน เร่งมือคลุกเร็ว พอซอสเกาะกุ้งทั่วถึง ปิดไฟ
- เสิร์ฟ: ตักใส่จาน วางใบแกงกะหรี่ทอดกรอบแต่งหน้า เสิร์ฟร้อนๆ
6. ปลาหมึกผัดไข่เค็ม
ปลาหมึกผัดไข่เค็มเป็นเมนูที่เปลี่ยนปลาหมึกกรอบจืดๆ ให้จัดจ้านนัวมันด้วยซอสไข่แดงเค็ม ใช้ปลาหมึกกล้วยหั่นแว่นชุบแป้งทอดจนตัวงอเป็นวงแหวนกรอบ ราดซอสไข่เค็มเข้มข้นหอมเนย เนื้อสัมผัสกรอบนอกหนึบนิดๆ ข้างในนุ่ม รสชาติเค็มมันตัดด้วยพริกขี้หนูซอยเล็กน้อย ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลาประมาณ 20 นาที เหมาะกับกับแกล้มหรือกับข้าวจานเด็ด
เคล็ดลับคือปลาหมึกต้องซับน้ำให้แห้งสนิทก่อนชุบแป้ง หากยังมีน้ำแป้งจะหลุดตอนทอด และการลวกปลาหมึกในน้ำเดือด 30 วินาทีก่อนทอดจะช่วยให้ปลาหมึกหดตัวน้อยลงระหว่างทอด ทำให้ชิ้นใหญ่สวย
ส่วนผสม
- ปลาหมึกกล้วย (หั่นแว่นหนา 1 เซนติเมตร) 300 กรัม
- ไข่แดงเค็มดิบ (นึ่งสุกบี้ละเอียด) 3 ฟอง
- แป้งทอดกรอบสำเร็จรูป 3 ช้อนโต๊ะ
- แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ
- เนยสดชนิดเค็ม 1 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
- พริกขี้หนูสวนซอย 3 เม็ด
- น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืชสำหรับทอด 400 มิลลิลิตร
วิธีทำ
- เตรียมปลาหมึก: ล้างปลาหมึก ซับให้แห้งสนิท ลวกในน้ำเดือด 30 วินาที ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำ
- เตรียมไข่เค็ม: นึ่งไข่แดงเค็มดิบ 8 นาทีจนสุก บี้ด้วยส้อมให้เป็นผงทรายละเอียด
- ชุบแป้ง: ผสมแป้งทอดกรอบกับแป้งข้าวโพด นำปลาหมึกคลุกแป้งให้ทั่ว แล้วสะบัดแป้งส่วนเกินออก
- ทอดปลาหมึก: ตั้งน้ำมันไฟกลาง 170 องศา ทอดปลาหมึกครั้งละพอประมาณ พอเหลืองกรอบ ตักขึ้นพักบนกระดาษซับน้ำมัน
- ผัดซอส: ตั้งกระทะไฟอ่อน ใส่เนยสดและกระเทียมสับ ผัดจนหอม ใส่ไข่แดงเค็มที่บี้ไว้
- ปรุงซอส: ผัดไข่เค็มจนฟูเป็นฟองทราย ใส่น้ำตาลทราย ซีอิ๊วขาว พริกขี้หนูซอย ผัดให้เข้ากัน
- คลุกปลาหมึก: ใส่ปลาหมึกทอดลงผัดคลุกกับซอสเร็วๆ ใช้ไฟอ่อน ให้ซอสเกาะทั่วตัวปลาหมึก
- เสิร์ฟ: ตักใส่จาน โรยต้นหอมซอย เสิร์ฟทันทีพร้อมข้าวสวยร้อน
7. ปูผัดไข่เค็ม
ปูผัดไข่เค็มเป็นหนึ่งในเมนูระดับภัตตาคารที่แพงและหรูที่สุดในลิสต์นี้ ใช้ปูม้าหรือปูทะเลทั้งตัวหั่นท่อนชุบแป้งทอดจนเปลือกกรอบ จากนั้นคลุกซอสไข่เค็มเข้มข้นที่ผัดกับมันปู รสชาติหวานธรรมชาติของเนื้อปูบวกกับซอสเค็มมันทรายละเอียด ทำให้เกิดความนัวที่ไม่มีเมนูใดเทียบ ระดับความยาก: ยาก ใช้เวลาประมาณ 30 นาที เหมาะกับมื้อพิเศษหรือเลี้ยงแขก
เคล็ดลับระดับร้านคือการเก็บมันปูจากกระดองแล้วผัดรวมกับเนยก่อนใส่ไข่เค็ม มันปูจะละลายเป็นน้ำมันสีส้มสวย และเพิ่มกลิ่นหอมหวานของทะเลที่ไม่มีส่วนผสมอื่นทดแทนได้
ส่วนผสม
- ปูม้าหรือปูทะเล (หั่นแยกก้ามและตัว) 500 กรัม
- ไข่แดงเค็มดิบ (นึ่งสุกบี้ละเอียด) 4 ฟอง
- แป้งทอดกรอบสำเร็จรูป 4 ช้อนโต๊ะ
- เนยสดชนิดเค็ม 2 ช้อนโต๊ะ
- มันปู 2 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกชี้ฟ้าแดงซอย 1 เม็ด
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
- ซอสปรุงรส 1/2 ช้อนชา
- นมข้นจืด 2 ช้อนโต๊ะ
- ต้นหอมท่อน 2 ต้น
- น้ำมันพืชสำหรับทอด 600 มิลลิลิตร
วิธีทำ
- เตรียมปู: ล้างปูให้สะอาด สะเด็ดน้ำ ซับให้แห้ง เก็บมันปูจากกระดองไว้ต่างหาก
- เตรียมไข่เค็ม: นึ่งไข่แดงเค็มดิบ 8 นาทีจนสุก บี้ด้วยส้อมให้เป็นผงทรายละเอียด
- ชุบแป้ง: คลุกชิ้นปูกับแป้งทอดกรอบบางๆ ให้ทั่วทุกชิ้น
- ทอดปู: ตั้งน้ำมันไฟกลาง 170 องศา ทอดปูจนเปลือกเหลืองกรอบ ประมาณ 3-4 นาที ตักขึ้นพัก
- ผัดมันปู: ตั้งกระทะไฟอ่อน ใส่เนยสด 1 ช้อนโต๊ะ และมันปู ผัดจนมันปูละลายเป็นน้ำมันสีส้ม
- ผัดไข่เค็ม: ใส่เนยที่เหลือและกระเทียมสับ ผัดพอหอม ตามด้วยไข่แดงเค็มบี้ละเอียด ผัดจนฟูเป็นทราย
- ปรุงซอส: ใส่น้ำตาลทราย ซอสปรุงรส นมข้นจืด และพริกชี้ฟ้าซอย ผัดให้เป็นซอสเนียนข้น
- คลุกปู: ใส่ปูทอดลงผัดคลุกกับซอสเร็วๆ ให้ซอสเกาะทั่วทุกชิ้น
- เสิร์ฟ: ตักใส่จาน โรยต้นหอมท่อน เสิร์ฟร้อนๆ กับน้ำจิ้มซีฟู้ด
8. ไก่ทอดไข่เค็ม
ไก่ทอดไข่เค็มเป็นเมนูฟาสต์ฟู้ดสไตล์เอเชียที่หลายคนติดใจ ใช้เนื้อสะโพกไก่หมักนมจนนุ่ม ชุบแป้งทอดกรอบนอกฉ่ำใน ราดซอสไข่เค็มเข้มข้นหอมเนย กินคู่ข้าวสวยร้อนหรือเป็นกับแกล้มก็อร่อยไม่แพ้กัน ต่างจากไก่ทอดทั่วไปตรงที่มีชั้นซอสเค็มมันทรายละเอียดเกาะบนเปลือกกรอบ รสชาติกลมกล่อมไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้ม ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที เหมาะกับงานปาร์ตี้หรือมื้อพิเศษ
เคล็ดลับคือการหมักไก่ด้วยนมสดก่อนทอด 30 นาที เอนไซม์ในนมจะช่วยทำให้เนื้อไก่นุ่มชุ่มฉ่ำขึ้น และการทอดสองรอบ รอบแรกไฟกลางให้สุกทั่ว รอบสองไฟแรง 1 นาทีให้เปลือกกรอบพิเศษ
ส่วนผสม
- เนื้อสะโพกไก่ไม่มีกระดูก (หั่นชิ้นพอดีคำ) 400 กรัม
- ไข่แดงเค็มดิบ (นึ่งสุกบี้ละเอียด) 3 ฟอง
- นมสด 100 มิลลิลิตร
- แป้งสาลีอเนกประสงค์ 4 ช้อนโต๊ะ
- แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ
- ผงฟู 1/2 ช้อนชา
- เนยสดชนิดเค็ม 2 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมผง 1/2 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
- นมข้นจืด 2 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- น้ำมันพืชสำหรับทอด 500 มิลลิลิตร
วิธีทำ
- หมักไก่: หมักไก่ด้วยนมสด เกลือป่น พริกไทยป่น กระเทียมผง 30 นาทีในตู้เย็น
- เตรียมไข่เค็ม: นึ่งไข่แดงเค็มดิบ 8 นาทีจนสุก บี้ด้วยส้อมให้เป็นผงทรายละเอียด
- ชุบแป้ง: ผสมแป้งสาลี แป้งข้าวโพด และผงฟู นำไก่จากนมหมักลงคลุกแป้งให้ทั่ว กดแป้งให้แน่น
- ทอดรอบแรก: ตั้งน้ำมันไฟกลาง 160 องศา ทอดไก่ 5-6 นาทีจนสุกเหลือง ตักขึ้นพัก 3 นาที
- ทอดรอบสอง: เร่งไฟเป็นไฟแรง 180 องศา ทอดไก่อีก 1 นาทีให้เปลือกกรอบพิเศษ ตักขึ้นพัก
- ผัดซอส: ตั้งกระทะไฟอ่อน ใส่เนยสด พอละลายใส่ไข่แดงเค็มบี้ละเอียด น้ำตาลทราย นมข้นจืด
- ผัดจนซอสเป็นฟองทรายเนียน: ใช้เวลาประมาณ 2-3 นาที
- คลุกไก่: ใส่ไก่ทอดลงผัดคลุกกับซอสให้ทั่วอย่างรวดเร็ว ปิดไฟ
- เสิร์ฟ: ตักใส่จาน เสิร์ฟร้อนๆ กับข้าวสวยหรือเป็นฟิงเกอร์ฟู้ด
9. หมูกรอบผัดไข่เค็ม
หมูกรอบผัดไข่เค็มเป็นเมนูฟิวชันไทย-จีนที่รวมสองพระเอกคือหมูกรอบหนังพองกรุบกรอบกับซอสไข่เค็มเข้มข้น หนังหมูที่ผ่านการทอดจนฟูกรอบเสียงดังกร๊วบทุกครั้งที่เคี้ยว มาคลุกกับซอสไข่แดงเค็มหอมเนย รสชาติเค็มไข่ตัดกับหวานมันของเนื้อหมูสามชั้น ทำให้เสียวมือทุกคำที่กิน ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลาประมาณ 35 นาที (ไม่รวมทำหมูกรอบ) เหมาะกับมื้อพิเศษหรือกับข้าวร้อนๆ
เคล็ดลับสำคัญคือตัวหมูกรอบ ใช้วิธีเจาะหนังด้วยส้อมให้ทั่วก่อนทอด หนังจะพองฟูสวย หากทำหมูกรอบเอง ต้องตากหนังให้แห้งอย่างน้อย 4 ชั่วโมง และใช้น้ำส้มสายชูทาหนังก่อนอบหรือทอดจะได้หนังกรอบมากเป็นพิเศษ
ส่วนผสม
- หมูกรอบ (หั่นชิ้นพอดีคำ) 300 กรัม
- ไข่แดงเค็มดิบ (นึ่งสุกบี้ละเอียด) 4 ฟอง
- เนยสดชนิดเค็ม 2 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกแห้งทอด 5 เม็ด
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ
- นมข้นจืด 2 ช้อนโต๊ะ
- ใบกะเพรากรอบ 10 ใบ
- น้ำมันพืชสำหรับทอดซอส 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- เตรียมหมูกรอบ: หากทำเอง ใช้หมูสามชั้นต้มจนหนังนิ่ม เจาะหนังด้วยส้อมให้ทั่ว ตากลม 4 ชั่วโมง อบที่ 200 องศา 30 นาที แล้วทอดน้ำมันร้อนจัดจนหนังพอง
- เตรียมไข่เค็ม: นึ่งไข่แดงเค็มดิบ 8 นาทีจนสุก บี้ด้วยส้อมให้เป็นผงทรายละเอียด
- อุ่นหมูกรอบ: นำหมูกรอบเข้าเตาอบลมร้อน 180 องศา 5 นาที หรือทอดน้ำมันร้อนสั้นๆ ให้หนังกลับมากรอบอีกครั้ง
- ผัดซอส: ตั้งกระทะไฟอ่อน ใส่เนยสดและน้ำมันพืช ตามด้วยกระเทียมสับ ผัดจนหอม
- ผัดไข่เค็ม: ใส่ไข่แดงเค็มบี้ลงผัดกับเนยจนเป็นฟองทรายละเอียด
- ปรุงซอส: ใส่น้ำตาลทราย ซีอิ๊วขาว และนมข้นจืด ผัดต่อจนซอสข้นเนียน
- คลุกหมูกรอบ: ใส่หมูกรอบและพริกแห้งทอดลงผัดคลุกกับซอสเร็วๆ ใช้เวลาไม่เกิน 1 นาที เพื่อรักษาความกรอบของหนังหมู
- เสิร์ฟ: ตักใส่จาน โรยใบกะเพรากรอบ เสิร์ฟทันที อย่าทิ้งไว้นานเพราะหนังจะนิ่ม
10. มันฝรั่งทอดไข่เค็ม
มันฝรั่งทอดไข่เค็มเป็นเมนูกับแกล้มยอดฮิตที่เปลี่ยนมันฝรั่งทอดธรรมดาให้เป็นของกินเล่นระดับพรีเมียม ใช้มันฝรั่งแล่เป็นแท่งหนา ผ่านการลวกก่อนแล้วทอดสองรอบจนกรอบนอกนุ่มใน จากนั้นคลุกซอสไข่เค็มหอมเนยพริกขี้หนูซอย รสชาติเค็มมันเผ็ดนิดๆ หอมกลิ่นไข่เค็มอบอวลทุกคำ ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 25 นาที เหมาะกับปาร์ตี้หรืองานสังสรรค์
เคล็ดลับคือการแช่มันฝรั่งในน้ำเกลือเย็น 30 นาทีก่อนทอด จะดึงแป้งส่วนเกินออก ทำให้มันฝรั่งกรอบและไม่ดำระหว่างทอด และการลวกมันฝรั่งในน้ำเดือด 3 นาทีก่อนทอดจะทำให้ข้างในสุกนุ่มพร้อมกับเปลือกนอกกรอบ
ส่วนผสม
- มันฝรั่งหัวใหญ่ (ปอกเปลือกหั่นแท่งหนา 1 เซนติเมตร) 400 กรัม
- ไข่แดงเค็มดิบ (นึ่งสุกบี้ละเอียด) 3 ฟอง
- เนยสดชนิดเค็ม 1.5 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
- พริกขี้หนูสวนซอย 4 เม็ด
- น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
- เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
- นมข้นจืด 1 ช้อนโต๊ะ
- ใบแกงกะหรี่ 3 ใบ
- น้ำมันพืชสำหรับทอด 500 มิลลิลิตร
วิธีทำ
- แช่มันฝรั่ง: ปอกเปลือกและหั่นแท่งแล้ว แช่น้ำเกลือเย็น 30 นาที จากนั้นล้างน้ำเปล่าและซับให้แห้ง
- ลวกมันฝรั่ง: ต้มน้ำเดือด ใส่เกลือเล็กน้อย ลวกมันฝรั่ง 3 นาที ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ พักให้เย็น
- เตรียมไข่เค็ม: นึ่งไข่แดงเค็มดิบ 8 นาทีจนสุก บี้ด้วยส้อมให้เป็นผงทรายละเอียด
- ทอดรอบแรก: ตั้งน้ำมันไฟกลาง 150 องศา ทอดมันฝรั่ง 4-5 นาทีพอสุก ตักขึ้นพัก
- ทอดรอบสอง: เร่งไฟเป็น 180 องศา ทอดมันฝรั่งต่ออีก 2-3 นาทีจนเหลืองกรอบ ตักขึ้นพักบนกระดาษซับน้ำมัน
- ผัดซอส: ตั้งกระทะไฟอ่อน ใส่เนยสด กระเทียมสับ และพริกขี้หนูซอย ผัดจนหอม
- ผัดไข่เค็ม: ใส่ไข่แดงเค็มบี้ละเอียด น้ำตาลทราย เกลือป่น และนมข้นจืด ผัดจนเป็นฟองทรายเนียน
- คลุกมันฝรั่ง: ใส่มันฝรั่งทอดและใบแกงกะหรี่ลงผัดคลุกกับซอสเร็วๆ
- เสิร์ฟ: ตักใส่จาน เสิร์ฟร้อนๆ เป็นกับแกล้มหรือฟิงเกอร์ฟู้ด
11. เต้าหู้ทอดไข่เค็ม
เต้าหู้ทอดไข่เค็มเป็นเมนูทางเลือกสำหรับผู้ที่กินมังสวิรัติหรือเจที่ยังอยากลิ้มรสไข่เค็ม ใช้เต้าหู้ขาวแข็งหั่นชิ้นพอดีคำ ทอดจนผิวเหลืองกรอบนอกนุ่มใน ราดด้วยซอสไข่เค็มหอมเนยที่ดัดแปลงให้เข้มข้นขึ้นด้วยนมถั่วเหลือง รสชาติมันนวลของเต้าหู้บวกกับซอสเค็มมันทรายละเอียดของไข่แดง ทำให้ได้เมนูที่อิ่มท้องและมีโปรตีนสูง ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 15 นาที
เคล็ดลับคือการเลือกเต้าหู้ขาวแข็ง (firm tofu) ไม่ใช่เต้าหู้อ่อน เพราะเนื้อจะแน่นไม่เละระหว่างทอด และการห่อเต้าหู้ด้วยกระดาษทิชชู่แล้ววางของหนักทับไว้ 15 นาที จะรีดน้ำออกจากเต้าหู้ ทำให้ทอดแล้วกรอบกว่า
ส่วนผสม
- เต้าหู้ขาวแข็ง (หั่นชิ้นขนาด 1×2 นิ้ว) 300 กรัม
- ไข่แดงเค็มดิบ (นึ่งสุกบี้ละเอียด) 2 ฟอง
- แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ
- เนยสดชนิดเค็ม 1 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
- พริกชี้ฟ้าแดงซอย 1 เม็ด
- น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
- นมข้นจืด 2 ช้อนโต๊ะ
- ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืชสำหรับทอด 300 มิลลิลิตร
วิธีทำ
- เตรียมเต้าหู้: ห่อเต้าหู้ด้วยกระดาษทิชชู่ วางของหนักทับ 15 นาที รีดน้ำออก หั่นเป็นชิ้น แล้วซับให้แห้ง
- ชุบแป้ง: คลุกเต้าหู้ด้วยแป้งข้าวโพดบางๆ ทั่วทุกชิ้น
- ทอดเต้าหู้: ตั้งน้ำมันไฟกลาง 170 องศา ทอดเต้าหู้จนเหลืองกรอบทุกด้าน ตักขึ้นพักบนกระดาษซับน้ำมัน
- เตรียมไข่เค็ม: นึ่งไข่แดงเค็มดิบ 8 นาทีจนสุก บี้ด้วยส้อมให้เป็นผงทรายละเอียด
- ผัดซอส: ตั้งกระทะไฟอ่อน ใส่เนยสด กระเทียมสับ และพริกชี้ฟ้าซอย ผัดจนหอม
- ใส่ไข่เค็ม: ใส่ไข่แดงเค็มบี้ละเอียดลงผัดจนเป็นฟองทราย
- ปรุงรส: ใส่น้ำตาลทราย ซีอิ๊วขาว และนมข้นจืด ผัดจนซอสเนียนข้น
- คลุกเต้าหู้: ใส่เต้าหู้ทอดลงผัดคลุกกับซอสเร็วๆ ให้ทั่ว
- เสิร์ฟ: ตักใส่จาน โรยผักชีซอย เสิร์ฟกับข้าวสวยร้อนหรือเป็นกับแกล้ม
12. ผัดผักบุ้งไข่เค็ม
ผัดผักบุ้งไข่เค็มเป็นเมนูที่พลิกแพลงจากผัดผักบุ้งไฟแดงคลาสสิก โดยนำไข่เค็มต้มสุกมาบี้แล้วผัดรวมกับผักบุ้งในกระทะไฟแรง ได้ผักบุ้งกรอบสดที่เคลือบด้วยเม็ดทรายไข่เค็มหอมๆ ทั่วทุกเส้น รสชาติเค็มมันตัดกับความกรอบหวานของผักบุ้งไทย สูตรนี้ใช้ไฟแรงสูงแบบก้นกระทะร้อนแดงเหมือนร้านอาหารตามสั่ง ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลาประมาณ 10 นาที
เคล็ดลับคือการลวกผักบุ้งในน้ำเดือด 30 วินาทีก่อนผัด จะล็อกสีเขียวสดและลดความเหนียวของก้าน จากนั้นผัดด้วยไฟแรงจัดในเวลาสั้นที่สุดเพื่อคงความกรอบ และต้องผัดในกระทะที่ร้อนจัดมีควันขึ้นก่อนใส่ผัก เพื่อให้ได้กลิ่นหอมกระทะ (wok hei)
ส่วนผสม
- ผักบุ้งไทย (เด็ดเป็นท่อน ล้างสะเด็ดน้ำ) 300 กรัม
- ไข่เค็มต้มสุก (ยี้หยาบ) 2 ฟอง
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกขี้หนูสวนบุบ 5 เม็ด
- น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
- เต้าเจี้ยว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ลวกผักบุ้ง: ต้มน้ำเดือด ใส่ผักบุ้งลวก 30 วินาที ตักขึ้นสะเด็ดน้ำทันที ห้ามแช่น้ำเย็น
- เตรียมเครื่อง: ผสมเต้าเจี้ยว น้ำมันหอย น้ำตาลทราย และน้ำเปล่าเข้าด้วยกันในถ้วยเล็ก
- ตั้งกระทะ: ตั้งกระทะเหล็กไฟแรงจนควันขึ้น ใส่น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ รอจนน้ำมันร้อนจัด
- ผัดกระเทียม: ใส่กระเทียมสับและพริกขี้หนู ผัดเร็วๆ 10 วินาทีจนหอม
- ผัดผักบุ้ง: ใส่ผักบุ้งลวกลงกระทะ ผัดด้วยไฟแรงตลอดเวลา เติมน้ำมันที่เหลือ
- ปรุงรส: ราดซอสที่ผสมไว้ลงบนผักบุ้ง ผัดคลุกเร็วๆ 30 วินาที
- ใส่ไข่เค็ม: ใส่ไข่เค็มต้มสุกยี้หยาบลงผัดรวมกับผักบุ้งอย่างรวดเร็ว
- เสิร์ฟ: ตักใส่จานทันที เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อน อย่าทิ้งไว้นานเพราะผักบุ้งจะนิ่ม
13. บวบผัดไข่เค็ม
บวบผัดไข่เค็มเป็นเมนูเรียบง่ายแต่รสชาติไม่ธรรมดา ใช้บวบหอมหรือบวบเหลี่ยมหั่นแฉลบ ผัดกับกระเทียมเจียวจนสลดนุ่ม แล้วใส่ไข่เค็มยี้หยาบลงผัดรวม รสชาติหวานธรรมชาติของบวบสดบวกกับความเค็มมันทรายละเอียดของไข่แดงเค็ม เกิดเป็นเมนูผัดรสกลมกล่อมที่ไม่ต้องปรุงเยอะ น้ำจากบวบจะซึมออกมาผสมกับไข่เค็มกลายเป็นซอสธรรมชาติ ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 10 นาที
เคล็ดลับคือการเลือกบวบอ่อน เปลือกยังเขียวสด ไม่แก่เพราะเนื้อจะฟ่ามเป็นเส้นใย และไม่ต้องปอกเปลือกบวบทั้งหมด ให้ปอกเป็นทางสลับ จะได้เนื้อสัมผัสกรอบนิดๆ จากเปลือก และหั่นแฉลบบาง 45 องศา จะสุกเร็วและดูสวย
ส่วนผสม
- บวบอ่อน (หั่นแฉลบบาง) 400 กรัม
- ไข่เค็มต้มสุก (ยี้หยาบ) 2 ฟอง
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ซอสปรุงรส 1/2 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 1/4 ช้อนชา
- พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- เตรียมบวบ: ล้างบวบ ปอกเปลือกเป็นทางสลับ หั่นแฉลบ 45 องศาให้บางประมาณ 3 มิลลิเมตร
- เจียวกระเทียม: ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันพืช ตามด้วยกระเทียมสับ เจียวจนเหลืองหอม
- ผัดบวบ: ใส่บวบหั่นแฉลบลงผัด 1-2 นาทีจนบวบเริ่มสลด
- เติมน้ำ: เติมน้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ ผัดต่อให้บวบนุ่มแต่ยังมีกรอบ
- ปรุงรส: ใส่น้ำมันหอย ซอสปรุงรส น้ำตาลทราย และพริกไทยป่น ผัดให้เข้ากัน
- ใส่ไข่เค็ม: ใส่ไข่เค็มต้มสุกยี้หยาบลงผัดรวม รอให้น้ำบวบซึมออกมาผสมกับไข่เค็ม
- ผัดต่อ: ผัดต่ออีก 1 นาทีให้ซอสเข้ากับบวบทั่วถึง
- เสิร์ฟ: ตักใส่จาน เสิร์ฟร้อนๆ กับข้าวสวย
14. ปลาสลิดผัดไข่เค็ม
ปลาสลิดผัดไข่เค็มเป็นเมนูไทยแท้ที่รวมภูมิปัญญาการถนอมอาหารไทยสองชนิด คือปลาสลิดแดดเดียวทอดกรอบกับไข่เค็ม ปลาสลิดทอดเนื้อแน่นหวานกรอบทั้งตัว คลุกกับซอสไข่เค็มหอมเนยและน้ำปลาหวาน ได้รสชาติเค็มมันหวานที่ลงตัวแปลกใหม่ กินกับข้าวสวยร้อนหรือเป็นกับแกล้มก็อร่อย ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 15 นาที
เคล็ดลับคือการเลือกปลาสลิดแดดเดียวที่เนื้อหนาและแห้งพอดี หากปลาแฉะเกินไปจะอมน้ำมันตอนทอดและไม่กรอบ ก่อนทอดให้ซับความชื้นด้วยกระดาษทิชชู่ และทอดด้วยไฟกลางค่อนข้างอ่อนจนสุกทั่วทั้งตัวก่อนเร่งไฟให้กรอบ
ส่วนผสม
- ปลาสลิดแดดเดียว 4 ตัว
- ไข่แดงเค็มดิบ (นึ่งสุกบี้ละเอียด) 3 ฟอง
- เนยสดชนิดเค็ม 1 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
- น้ำปลา 1 ช้อนชา
- น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
- พริกขี้หนูสวนซอย 3 เม็ด
- นมข้นจืด 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักชีฝรั่งซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืชสำหรับทอด 400 มิลลิลิตร
วิธีทำ
- เตรียมปลา: ซับปลาสลิดให้แห้งด้วยกระดาษทิชชู่ ใช้กรรไกรตัดครีบแหลมออกเล็กน้อย
- ทอดปลา: ตั้งน้ำมันไฟอ่อนถึงกลาง 140 องศา ทอดปลาจนสุกเหลืองทั้งสองด้านประมาณด้านละ 3 นาที เร่งไฟแรงตอนท้ายให้กรอบ ตักขึ้นพัก
- เตรียมไข่เค็ม: นึ่งไข่แดงเค็มดิบ 8 นาทีจนสุก บี้ด้วยส้อมให้เป็นผงทรายละเอียด
- ผัดซอส: ตั้งกระทะไฟอ่อน ใส่เนยสด กระเทียมสับ และพริกขี้หนูซอย ผัดจนหอม
- ใส่ไข่เค็ม: ใส่ไข่แดงเค็มบี้ละเอียด น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และนมข้นจืด ผัดจนซอสเนียน
- คลุกปลา: ใส่ปลาสลิดทอดลงผัดคลุกกับซอสเร็วๆ อย่าใช้เวลานานเกินไป
- เสิร์ฟ: ตักใส่จาน โรยผักชีฝรั่งซอย เสิร์ฟเป็นกับข้าวหรือกับแกล้ม
15. สปาเกตตี้ไข่เค็ม
สปาเกตตี้ไข่เค็มเป็นเมนูฟิวชันตะวันออก-ตะวันตกที่กำลังเป็นกระแสในร้านคาเฟ่และร้านอาหารอิตาเลียนร่วมสมัยในไทย ใช้เส้นสปาเกตตี้ลวกพออัลเดนเต คลุกกับซอสครีมไข่เค็มเข้มข้นที่ผสมวิปปิ้งครีมและพาร์มิซานชีส ได้เส้นที่หอมมันเค็มนัวทุกเส้น โรยหน้าด้วยกุ้งแม่น้ำย่างหรือเบคอนกรอบ ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลาประมาณ 25 นาที
เคล็ดลับระดับร้านคือการใช้น้ำต้มเส้นมาผสมซอส 1 ทัพพี แป้งจากน้ำต้มเส้นจะช่วยให้ซอสเกาะเส้นได้ดีขึ้น (mantecatura แบบอิตาเลียน) และการผัดเส้นกับซอสในกระทะต่ออีก 1-2 นาที ไม่ใช่แค่ราด จะทำให้เส้นดูดซึมซอสเข้ากันดีกว่า
ส่วนผสม
- เส้นสปาเกตตี้ 200 กรัม
- ไข่แดงเค็มดิบ (นึ่งสุกบี้ละเอียด) 3 ฟอง
- วิปปิ้งครีม 150 มิลลิลิตร
- พาร์มิซานชีสขูด 30 กรัม
- เนยสดชนิดจืด 1 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนชา
- กุ้งแม่น้ำ (แกะเปลือกไว้หาง) 6 ตัว
- พริกไทยดำป่น 1/2 ช้อนชา
- เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
- ใบโหระพาทอด 5 ใบ
- น้ำเปล่าสำหรับต้มเส้น 2 ลิตร
วิธีทำ
- ต้มเส้น: ต้มน้ำเดือดใส่เกลือ 1 ช้อนชา ใส่เส้นสปาเกตตี้ ต้มตามเวลาบนซอง ลบ 1 นาที ให้ได้อัลเดนเต เก็บน้ำต้มเส้นไว้ 1/2 ถ้วย
- ย่างกุ้ง: ตั้งกระทะย่างไฟกลาง ทาเนยบางๆ ย่างกุ้งด้านละ 2 นาทีจนสุก โรยพริกไทยดำเล็กน้อย พักไว้
- เตรียมไข่เค็ม: นึ่งไข่แดงเค็มดิบ 8 นาทีจนสุก บี้ด้วยส้อมให้เป็นผงทรายละเอียด
- ผัดซอส: ตั้งกระทะไฟอ่อน ใส่เนยสดและกระเทียมสับ ผัดจนหอม ใส่ไข่แดงเค็มบี้ละเอียด
- เทครีม: เทวิปปิ้งครีมลงผัดกับไข่เค็ม คนให้เนียนเป็นซอสเนื้อเดียวกัน
- ใส่ชีส: ใส่พาร์มิซานชีสขูดและพริกไทยดำป่น คนให้ชีสละลายเข้ากับซอส
- ผัดเส้น: ใส่เส้นสปาเกตตี้และน้ำต้มเส้น 1/2 ถ้วยลงกระทะซอส ผัดคลุกด้วยไฟอ่อน 1-2 นาที ให้ซอสเกาะเส้นทั่ว
- เสิร์ฟ: ตักเส้นใส่จาน วางกุ้งย่างบนเส้น แต่งด้วยใบโหระพาทอด
16. ยำไข่เค็ม
ยำไข่เค็มเป็นเมนูยำแซ่บสไตล์ไทยแบบใหม่ที่ใช้ไข่เค็มต้มสุกหั่นแว่นเป็นพระเอก แทนที่เนื้อสัตว์ทั่วไป ราดน้ำยำรสจัดจ้านแบบไทย เปรี้ยว เผ็ด เค็ม หวาน ครบรส เนื้อไข่เค็มขาวแน่นไข่แดงมันเยิ้มตัดกับน้ำยำเปรี้ยวเผ็ดมะนาวพริกขี้หนูได้อย่างน่าแปลกใจ ใส่สมุนไพรสดอย่างตะไคร้ หอมแดง และใบสะระแหน่เพิ่มความสดชื่น ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 10 นาที
เคล็ดลับคือไข่เค็มที่ใช้ในยำต้องต้มมาก่อนแล้วแช่เย็นจนเย็นสนิทอย่างน้อย 2 ชั่วโมง ไข่แดงจะเซ็ตตัวแข็งขึ้น หั่นแล้วไม่เละ และรสชาติของน้ำยำต้องจัดจ้านกว่าเมนูยำทั่วไปเพราะไข่เค็มมีรสเค็มในตัวอยู่แล้ว การปรุงน้ำยำให้เปรี้ยวและเผ็ดเด่นกว่าเค็มจะได้บาลานซ์ที่ดี
ส่วนผสม
- ไข่เค็มต้มสุก (แช่เย็น หั่นแว่นหนา 1 เซนติเมตร) 3 ฟอง
- ตะไคร้ซอยบาง 2 ต้น
- หอมแดงซอยบาง 3 หัว
- พริกขี้หนูสวนซอย 8 เม็ด
- ใบสะระแหน่ 1/2 ถ้วย
- ผักชีฝรั่งซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
- น้ำต้มสุก 1 ช้อนโต๊ะ
- มะเขือเทศราชินี (ผ่าครึ่ง) 6 ลูก
วิธีทำ
- เตรียมไข่: ใช้ไข่เค็มต้มสุกแช่เย็นอย่างน้อย 2 ชั่วโมง หั่นเป็นแว่นหนา 1 เซนติเมตร เรียงในจาน
- ทำน้ำยำ: ผสมน้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาลทราย และน้ำต้มสุก คนให้น้ำตาลละลาย
- ปรุงน้ำยำ: เติมพริกขี้หนูซอย 1/2 ส่วนลงในน้ำยำ คนให้เข้ากัน ชิมให้ได้รสเปรี้ยวเผ็ดนำ เค็มหวานตาม
- ใส่สมุนไพร: ใส่ตะไคร้ซอย หอมแดงซอย และพริกขี้หนูซอยที่เหลือลงผสมในน้ำยำ
- ราดน้ำยำ: ราดน้ำยำพร้อมสมุนไพรลงบนไข่เค็มหั่นแว่น ให้ทั่วถึงทุกชิ้น
- ใส่ผักสด: โรยมะเขือเทศ ใบสะระแหน่ และผักชีฝรั่งซอยให้ทั่ว
- เสิร์ฟ: เสิร์ฟทันทีเป็นกับข้าวหรือกับแกล้ม กินกับข้าวสวยร้อน
17. น้ำพริกไข่เค็ม
น้ำพริกไข่เค็มเป็นเมนูน้ำพริกไทยแหวกแนวที่ใช้ไข่เค็มต้มสุกมาเป็นวัตถุดิบหลักแทนกะปิหรือปลาร้า เนื้อน้ำพริกเนียนมันจากไข่แดงเค็มบี้ผสมกับพริกขี้หนูคั่ว มะนาว และกระเทียมเจียว น้ำพริกชนิดนี้มีรสชาติเค็มมันเผ็ดเปรี้ยวกลมกล่อม ทานคู่ผักสดกรอบๆ อย่างแตงกวา ถั่วฝักยาวลวก และไข่ต้ม กินได้ทั้งครอบครัวเพราะไม่มีกลิ่นแรงแบบกะปิ ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 15 นาที
เคล็ดลับคือการคั่วพริกขี้หนูและกระเทียมด้วยไฟอ่อนจนผิวมีรอยไหม้เล็กน้อย จะได้กลิ่นหอมรมควันเพิ่มความลึกให้กับน้ำพริก และการใช้ไข่เค็มอย่างน้อย 3 ฟองต่อน้ำพริก 1 ถ้วยเล็ก เพื่อให้ความมันของไข่แดงโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์
ส่วนผสม
- ไข่เค็มต้มสุก (เฉพาะไข่แดง บี้ละเอียด) 3 ฟอง
- พริกขี้หนูสวนคั่ว 15 เม็ด
- กระเทียมกลีบใหญ่คั่ว 5 กลีบ
- หอมแดงคั่ว 3 หัว
- น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1.5 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
- ผักชีต้นซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักสดแนม: แตงกวา ถั่วฝักยาวลวก มะเขือเปราะ ไข่ต้ม ตามชอบ
วิธีทำ
- คั่วเครื่อง: ตั้งกระทะไฟอ่อน คั่วพริกขี้หนู กระเทียม และหอมแดง จนผิวมีรอยไหม้นิดๆ และหอม
- ตำเครื่อง: โขลกพริกขี้หนูคั่ว กระเทียมคั่ว และหอมแดงคั่ว เข้าด้วยกันในครกให้ละเอียด
- ใส่ไข่เค็ม: ใส่ไข่แดงเค็มต้มสุกที่บี้ละเอียดลงในครก โขลกเบาๆ ให้เข้ากับเครื่อง
- ปรุงรส: เติมน้ำมะนาว น้ำปลา และน้ำตาลปี๊บ โขลกผสมให้เข้ากันจนเนื้อน้ำพริกเนียน
- ชิมรส: ชิมและปรับรสตามชอบ ให้ได้เปรี้ยวเผ็ดเค็มมันที่สมดุล
- ใส่ผักชี: โรยผักชีต้นซอยลงไป คนเบาๆ
- เสิร์ฟ: ตักใส่ถ้วยน้ำพริก เสิร์ฟพร้อมผักสดแนมต่างๆ
18. ไข่เค็มทรงเครื่อง
ไข่เค็มทรงเครื่องเป็นเมนูประยุกต์จากไข่ตุ๋นทรงเครื่องแบบจีน โดยใช้ไข่เค็มดิบตีผสมกับหมูสับปรุงรสและเครื่องเทศจีน ราดหน้าด้วยกุ้งสดและเห็ดหอม นึ่งจนสุกได้เนื้อเนียนนุ่มคล้ายคัสตาร์ด มีรสเค็มกลมกล่อมจากไข่เค็มที่แทนที่เกลือและซีอิ๊วบางส่วน โรยหอมเจียวและซีอิ๊วดำเล็กน้อยตอนเสิร์ฟ ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
เคล็ดลับคือการกรองส่วนผสมไข่ผ่านกระชอนตาถี่ก่อนเทลงถ้วยนึ่ง เพื่อเอาไข่ขาวที่ตีไม่เข้ากันออก ทำให้ผิวหน้าเนียนสวยไร้ฟอง และการนึ่งด้วยไฟอ่อนมาก ห้ามน้ำเดือดพล่าน เพราะฟองอากาศจะกระแทกถ้วยทำให้หน้าไข่เป็นหลุมไม่สวย
ส่วนผสม
- ไข่เค็มดิบ 3 ฟอง
- หมูสับ 80 กรัม
- กุ้งสด (สับหยาบ) 50 กรัม
- เห็ดหอมแห้ง (แช่น้ำพอนิ่ม หั่นเส้น) 2 ดอก
- รากผักชีสับละเอียด 1 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
- น้ำมันงา 1/2 ช้อนชา
- แป้งข้าวโพด 1/2 ช้อนชา
- น้ำซุปไก่ 3 ช้อนโต๊ะ
- หอมเจียว 1 ช้อนโต๊ะ
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- เตรียมหมู: ผสมหมูสับกับรากผักชี ซีอิ๊วขาว และแป้งข้าวโพด หมักไว้ 10 นาที
- ตีไข่: ตอกไข่เค็มดิบใส่ชาม ตีให้เข้ากันเบาๆ อย่าให้เกิดฟองมาก
- เตรียมเห็ด: บีบน้ำออกจากเห็ดหอม หั่นเป็นเส้นบาง
- ผสมเครื่อง: ใส่หมูสับที่หมักไว้ กุ้งสับ และเห็ดหอมลงในไข่เค็ม คนพอเข้ากัน
- กรองไข่: กรองส่วนผสมไข่ผ่านกระชอนตาถี่ลงในถ้วยนึ่งทนความร้อน
- เติมน้ำซุป: เทน้ำซุปไก่ลงผสมในถ้วยไข่ คนเบาๆ
- นึ่ง: ตั้งลังถึงน้ำเดือดแล้วลดไฟให้อ่อนที่สุด นึ่งไข่ 12-15 นาทีจนเซ็ตตัว
- เสิร์ฟ: ยกออกจากลังถึง โรยหน้าด้วยหอมเจียวและต้นหอมซอย หยดน้ำมันงาเล็กน้อย
19. แกงส้มไข่เค็ม
แกงส้มไข่เค็มเป็นเมนูแกงไทยภาคกลางที่นำไข่เค็มต้มมาใส่แทนปลาหรือกุ้งในแกงส้มสูตรดั้งเดิม ไข่เค็มทั้งฟองต้มในน้ำแกงส้มรสเปรี้ยวเผ็ดหวานเค็มจนซึมรส เนื้อไข่ขาวแน่นดูดซับน้ำแกง ส่วนไข่แดงยังคงความมันเยิ้มตัดกับน้ำแกงส้มเปรี้ยวได้อย่างน่าประหลาดใจ น้ำแกงส้มใช้พริกแกงส้มใต้ที่มีขมิ้นเป็นหัวใจหลัก ได้สีเหลืองสวยและกลิ่นหอมเครื่องแกง ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลาประมาณ 25 นาที
เคล็ดลับคือการปรุงน้ำแกงส้มให้มีรสเปรี้ยวเด่นและหวานน้อยกว่าปกติ เพราะไข่เค็มจะปล่อยความเค็มออกมาระหว่างต้มในน้ำแกง หากปรุงน้ำแกงส้มเค็มเท่าปกติจะทำให้รสชาติเค็มเกินหลังใส่ไข่เค็มลงไป
ส่วนผสม
- ไข่เค็มต้มสุก (ปอกเปลือก) 4 ฟอง
- พริกแกงส้มใต้ 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะขามเปียก 4 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- กะปิ 1/2 ช้อนชา
- ขมิ้นผง 1/2 ช้อนชา
- หัวไชเท้า (หั่นท่อน) 100 กรัม
- ถั่วฝักยาว (หั่นท่อน) 3 ฝัก
- น้ำเปล่า 500 มิลลิลิตร
- ผักชีฝรั่งโรยหน้า 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- เตรียมเครื่องแกง: ผสมพริกแกงส้มใต้กับกะปิและขมิ้นผง นวดให้เข้ากัน
- ต้มน้ำแกง: ตั้งหม้อไฟกลาง เทน้ำเปล่า ใส่เครื่องแกงที่ผสมไว้ คนให้ละลาย
- ใส่หัวไชเท้า: เมื่อน้ำแกงเดือด ใส่หัวไชเท้า ต้ม 5 นาทีให้หัวไชเท้าสุกนุ่ม
- ปรุงรส: ใส่น้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ และน้ำปลา ชิมรสให้เปรี้ยวนำ เค็มหวานตาม
- ใส่ไข่เค็ม: ใส่ไข่เค็มต้มสุกทั้งฟองลงในหม้อแกง ลดไฟเหลือไฟอ่อน
- เคี่ยว: เคี่ยวต่อ 5-7 นาทีให้ไข่เค็มซึมรสแกง
- ใส่ถั่วฝักยาว: ใส่ถั่วฝักยาวหั่นท่อน ต้มต่ออีก 2 นาทีพอสุกกรอบ
- เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยผักชีฝรั่ง เสิร์ฟร้อนๆ กับข้าวสวย
20. ข้าวต้มไข่เค็ม
ข้าวต้มไข่เค็มเป็นเมนูอาหารเช้าอุ่นท้องที่ยกระดับข้าวต้มหมูสับธรรมดาให้พิเศษขึ้น ด้วยการใส่ไข่เค็มต้มสุกผ่าครึ่งลงในชามข้าวต้มร้อนๆ ไข่แดงมันเยิ้มจะละลายเล็กน้อยในน้ำข้าวต้ม ทำให้ได้รสชาติกลมกล่อมหวานมันจากธรรมชาติ ข้าวต้มแบบนี้ใช้ข้าวหักต้มจนเละนุ่ม ใส่หมูสับปรุงรสและขิงซอยเพิ่มความหอม ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
เคล็ดลับคือการใช้ข้าวหักแทนข้าวสารเต็มเมล็ด เพราะข้าวหักจะต้มเปื่อยง่ายกว่า ใช้เวลาสั้นลง และน้ำข้าวต้มจะข้นเป็นครีมธรรมชาติจากแป้งข้าว และการต้มไข่เค็มต้องแยกต่างหาก ห้ามต้มรวมกับข้าวต้มเพราะน้ำเกลือจากไข่เค็มจะทำให้ข้าวต้มออกเค็มเกินคุมรสไม่ได้
ส่วนผสม
- ข้าวหัก 1/2 ถ้วย
- ไข่เค็มต้มสุกปอกเปลือก (ผ่าครึ่ง) 2 ฟอง
- หมูสับ 100 กรัม
- ขิงแก่ (ซอยเส้นบาง) 1 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมเจียว 1 ช้อนโต๊ะ
- ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันงา 1/2 ช้อนชา
- พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 1 ลิตร
- ผักกาดดอง (หั่นฝอย) 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ซาวข้าว: ซาวข้าวหักในน้ำเปล่าพอสะอาด อย่าซาวจนน้ำใสเกินไปเพราะจะเสียแป้ง
- หมักหมู: หมักหมูสับกับซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะและพริกไทยป่น พักไว้
- ต้มข้าว: ตั้งหม้อไฟกลาง ใส่น้ำเปล่าและข้าวหัก ต้มจนเดือด จากนั้นลดไฟอ่อน
- เคี่ยวข้าว: เคี่ยวข้าวด้วยไฟอ่อน 20-25 นาที คนเป็นระยะ จนข้าวเปื่อยเละเป็นเนื้อเดียวกันกับน้ำ
- ใส่หมู: เมื่อข้าวเปื่อยแล้ว ใส่หมูสับหมักลงในหม้อ คนให้หมูกระจายตัว ไม่เป็นก้อน
- ปรุงรส: ใส่ซีอิ๊วขาวที่เหลือและน้ำมันงา คนให้เข้ากัน
- จัดชาม: ตักข้าวต้มใส่ชาม วางไข่เค็มผ่าครึ่ง โรยขิงซอย ต้นหอมซอย กระเทียมเจียว และผักกาดดอง
- เสิร์ฟ: เสิร์ฟร้อนๆ ปรุงพริกไทยป่นเพิ่มตามชอบ
21. โจ๊กไข่เค็ม
โจ๊กไข่เค็มเป็นอาหารเช้าสไตล์จีนที่ปรับให้เข้ากับลิ้นไทย ด้วยการใช้ข้าวหักต้มกับน้ำซุปหมูกระดูกจนข้นเป็นโจ๊กเนียนนุ่ม ใส่ไข่เค็มต้มสุกทั้งฟองลงในชามโจ๊กร้อนๆ ให้ความร้อนจากโจ๊กค่อยๆ อุ่นไข่เค็มอีกครั้ง ไข่แดงจะนุ่มเยิ้มเมื่อผ่าครึ่งด้วยช้อน กินคู่กับปาท่องโก๋กรอบๆ และขิงซอยอ่อน ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 40 นาที
เคล็ดลับคือการต้มโจ๊กด้วยกระดูกหมูอย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนใส่ข้าว จะได้น้ำซุปข้นหวานจากกระดูก และข้าวที่ใช้ทำโจ๊กต้องเป็นข้าวหักแช่น้ำไว้อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนต้ม เพื่อให้เมล็ดข้าวพองตัวและต้มเปื่อยได้เร็วขึ้น และโจ๊กที่ดีต้องไม่ข้นเกินไป ตอนต้มให้ใส่น้ำเยอะกว่าข้าว 8-10 เท่า
ส่วนผสม
- ข้าวหักแช่น้ำ 1 ชั่วโมง 1/2 ถ้วย
- ไข่เค็มต้มสุก (ปอกเปลือก) 2 ฟอง
- กระดูกหมูอ่อน 200 กรัม
- หมูสับ 80 กรัม
- ขิงแก่ซอย 2 ช้อนโต๊ะ
- ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันงา 1/2 ช้อนชา
- พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
- ปาท่องโก๋หั่นท่อน 1 คู่
- น้ำเปล่า 1.2 ลิตร
วิธีทำ
- ต้มน้ำซุป: ตั้งหม้อไฟกลาง ใส่น้ำเปล่าและกระดูกหมู พอเดือดลดไฟอ่อน เคี่ยว 30 นาที
- ใส่ข้าว: ใส่ข้าวหักที่แช่น้ำแล้วลงในหม้อ คนให้กระจาย
- ต้มโจ๊ก: ต้มด้วยไฟอ่อน เคี่ยว 20-25 นาทีจนข้าวเปื่อยเป็นโจ๊ก คนเป็นระยะ
- ใส่หมูสับ: ปรุงรสหมูสับด้วยซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะและพริกไทยเล็กน้อย ปั้นเป็นก้อนเล็ก ใส่ลงโจ๊ก
- ปรุงรส: ใส่ซีอิ๊วขาวที่เหลือและน้ำมันงา ชิมรส
- เตรียมไข่: อุ่นไข่เค็มต้มสุกในน้ำร้อน 2-3 นาที (หากเย็นจากตู้เย็น)
- จัดชาม: ตักโจ๊กใส่ชาม วางไข่เค็มทั้งฟองตรงกลาง โรยขิงซอยและต้นหอมซอย
- เสิร์ฟ: เสิร์ฟร้อนๆ กับพริกไทยป่น ปาท่องโก๋ทอดกรอบ สำหรับจิ้มหรือหักใส่โจ๊ก
22. ขนมไข่เค็ม
ขนมไข่เค็มเป็นขนมไทยโบราณที่ใช้ไข่เค็มต้มสุกมาทำไส้ขนมแป้งนึ่งหน้าตาคล้ายขนมถ้วยแต่ใช้ไข่เค็มแทนเนื้อมะพร้าว แป้งมี 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นแป้งข้าวเจ้ารสเค็มนิดๆ ชั้นบนเป็นไข่เค็มบี้ผสมกะทิและน้ำตาล รสชาติหวานมันเค็มกลมกล่อม เนื้อเนียนนุ่มละลายในปาก นิยมเป็นของว่างตอนบ่ายหรือของหวานหลังอาหาร ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
เคล็ดลับคือการใช้แป้งข้าวเจ้าผสมแป้งมันในอัตรา 3:1 จะได้เนื้อแป้งที่เนียนนุ่มแต่ไม่เละ และการนึ่งขนมต้องใช้ไฟอ่อนเท่านั้น หากใช้ไฟแรงแป้งจะเป็นหลุมไม่สวย และเช็ดฝาลังถึงด้วยผ้าขาวบางเพื่อป้องกันน้ำหยดใส่หน้าขนม
ส่วนผสม
- แป้งข้าวเจ้า 90 กรัม
- แป้งมันสำปะหลัง 30 กรัม
- ไข่เค็มต้มสุก (เฉพาะไข่แดง บี้ละเอียด) 3 ฟอง
- หัวกะทิ 200 มิลลิลิตร
- น้ำตาลทราย 100 กรัม
- เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 200 มิลลิลิตร
- ใบตองสำหรับรองถ้วยตะไล 10 ใบ
วิธีทำ
- ทำแป้งชั้นล่าง: ผสมแป้งข้าวเจ้า 60 กรัม กับน้ำเปล่า 150 มิลลิลิตรและเกลือ 1/4 ช้อนชา คนจนแป้งละลาย
- เทแป้งชั้นล่าง: เทแป้งชั้นล่างลงถ้วยตะไลที่รองใบตอง ประมาณ 1/2 ถ้วย นึ่งไฟอ่อน 5 นาที
- เตรียมไส้: ผสมไข่แดงเค็มบี้ละเอียดกับน้ำตาลทรายครึ่งหนึ่งและเกลือที่เหลือ
- ทำแป้งชั้นบน: ผสมแป้งข้าวเจ้าที่เหลือ แป้งมัน หัวกะทิ น้ำตาลที่เหลือ และน้ำเปล่าที่เหลือ คนให้เข้ากัน
- เทแป้งชั้นบน: เทแป้งชั้นบนลงบนแป้งชั้นล่างที่นึ่งสุกแล้ว ประมาณ 3/4 ถ้วย
- ใส่ไส้ไข่เค็ม: หยอดไส้ไข่เค็มตรงกลางหน้าขนมแต่ละถ้วย
- นึ่งต่อ: นึ่งด้วยไฟอ่อน 10-12 นาทีจนแป้งสุกใส
- พัก: ยกลงจากลังถึง พักให้เย็น แคะออกจากพิมพ์ เสิร์ฟ
23. ขนมเปี๊ยะไส้ไข่เค็ม
ขนมเปี๊ยะไส้ไข่เค็มเป็นขนมอบสไตล์จีน-ไทยที่มีเอกลักษณ์ด้วยแป้งสองชั้นกรอบร่วนนอกนุ่มใน สอดไส้ถั่วกวนหวานมันห่อหุ้มไข่แดงเค็มทั้งฟอง ตามประวัติศาสตร์จากบทความขนมไทยใน Aroimak ขนมเปี๊ยะนิยมใช้ในงานมงคลและเทศกาลไหว้พระจันทร์ ไข่แดงเค็มเป็นสัญลักษณ์แทนดวงจันทร์และความสมบูรณ์ รสชาติหวานอ่อนของไส้ถั่วและแป้งตัดกับความมันเค็มของไข่แดงลงตัว ระดับความยาก: ยาก ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
เคลล็ดลับสำคัญคือการพักแป้งทั้งสองชั้นในตู้เย็นอย่างน้อย 30 นาทีก่อนขึ้นรูป กลูเตนในแป้งจะคลายตัวทำให้แป้งกรอบร่วนเมื่ออบ การห่อไข่แดงต้องให้ไส้ถั่วหนาสม่ำเสมอรอบไข่แดง หนาประมาณ 5 มิลลิเมตร เท่ากันทุกด้าน มิฉะนั้นขนมจะบิดเบี้ยวตอนอบ
ส่วนผสม
- แป้งสาลีอเนกประสงค์ 200 กรัม
- แป้งเค้ก 100 กรัม
- เนยขาว (shortening) 150 กรัม
- น้ำตาลไอซิ่ง 50 กรัม
- น้ำเย็น 60 มิลลิลิตร
- ไข่แดงเค็มดิบ (นึ่ง 10 นาทีจนสุก) 6 ฟอง
- ถั่วกวนสำเร็จรูป (สำหรับไส้) 300 กรัม
- ไข่ไก่ (สำหรับทาหน้าขนม) 1 ฟอง
- งาขาวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ทำแป้งชั้นนอก: ผสมแป้งสาลี เนยขาว 50 กรัม และน้ำตาลไอซิ่ง ใส่น้ำเย็นทีละน้อย นวดพอเข้ากัน ห่อพลาสติก พักตู้เย็น 30 นาที
- ทำแป้งชั้นใน: ผสมแป้งเค้กกับเนยขาว 100 กรัม นวดจนเป็นก้อนเดียว พักตู้เย็น 30 นาที
- เตรียมไส้: แบ่งถั่วกวนเป็น 6 ก้อนเท่าๆ กัน ก้อนละประมาณ 50 กรัม
- ห่อไส้: แผ่ถั่วกวนแต่ละก้อนเป็นแผ่นกลม วางไข่แดงเค็มตรงกลาง ห่อให้มิด ขึ้นรูปเป็นก้อนกลม
- ห่อแป้ง: แผ่แป้งชั้นนอกห่อแป้งชั้นใน รีดเป็นแผ่นยาว ม้วน แล้วรีดอีกครั้งให้เป็นแผ่นกลม
- หุ้มไส้: วางไส้ตรงกลางแผ่นแป้ง ห่อให้มิด วางคว่ำด้านรอยต่อลงถาดอบ
- ทาหน้าขนม: ทาหน้าด้วยไข่ไก่ตีพอแตก โรยงาขาวคั่ว
- อบ: อบที่ 180 องศาเซลเซียส 25-30 นาทีจนเหลืองทอง พักให้เย็นบนตะแกรง
24. ซาลาเปาไส้ไข่เค็ม
ซาลาเปาไส้ไข่เค็มเป็นติ่มซำยอดนิยมที่พบในภัตตาคารจีนทั่วไทย แป้งซาลาเปานุ่มฟูห่อไส้หมูสับปรุงรสหวานเค็มแบบจีน สอดไส้ด้วยไข่แดงเค็มนึ่งสุกครึ่งฟองตรงกลาง รสชาติของแป้งนุ่มหวานอ่อน ตัดกับไส้หมูเนื้อแน่นฉ่ำน้ำ และไข่แดงเค็มมันเยิ้มที่ละลายในปาก ระดับความยาก: ยาก ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที (รวมพักแป้ง)
เคล็ดลับคือการหมักยีสต์ในน้ำอุ่น 40 องศาเซลเซียสเท่านั้น หากน้ำร้อนเกินไปยีสต์จะตาย ถ้าเย็นเกินไปยีสต์จะไม่ทำงาน และการนึ่งซาลาเปาต้องเปิดฝาหม้อนึ่งให้ไอน้ำระเหยออกก่อนปิดฝา จะช่วยให้ซาลาเปามีผิวเรียบสวยไม่เป็นลูกคลื่น
ส่วนผสม
- แป้งสาลีสำหรับทำซาลาเปา 300 กรัม
- ยีสต์แห้ง 1 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 50 กรัม
- น้ำอุ่น 150 มิลลิลิตร
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
- ผงฟู 1/2 ช้อนชา
- ไข่แดงเค็มดิบ (นึ่ง 10 นาทีจนสุก ผ่าครึ่ง) 4 ฟอง
- หมูสับ 200 กรัม
- เห็ดหอมแห้งแช่น้ำซอย 3 ดอก
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย (ไส้) 2 ช้อนโต๊ะ
- แป้งข้าวโพด (ละลายน้ำเย็น 2 ช้อนโต๊ะ) 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- หมักยีสต์: ผสมน้ำอุ่นกับน้ำตาลทราย 1 ช้อนชา โรยยีสต์ พัก 10 นาทีจนขึ้นฟอง
- นวดแป้ง: ผสมแป้งสาลี น้ำตาลทรายที่เหลือ ผงฟู น้ำมันพืช และส่วนผสมยีสต์ นวด 10 นาทีจนเนียน พัก 1 ชั่วโมง
- ทำไส้: ผัดหมูสับกับน้ำมันเล็กน้อยจนสุก ใส่เห็ดหอม ซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย และน้ำตาลทราย
- ผัดไส้ต่อ: เติมแป้งข้าวโพดละลายน้ำ ผัดจนไส้ข้นเหนียว พักให้เย็น
- ขึ้นรูป: แบ่งแป้งเป็น 8 ก้อน แผ่เป็นแผ่นกลม วางไส้หมูและไข่แดงเค็มครึ่งฟองตรงกลาง
- ห่อซาลาเปา: จับจีบแป้งห่อไส้ให้มิด วางบนกระดาษรองซาลาเปา พัก 20 นาที
- นึ่ง: ตั้งน้ำเดือดในลังถึง เปิดฝาระบายไอน้ำ แล้วปิดฝา นึ่งซาลาเปาไฟกลาง 12 นาที
- เสิร์ฟ: ยกลง เสิร์ฟร้อนๆ กับน้ำจิ้มซีอิ๊วดำและพริกน้ำส้ม
25. คุกกี้ไข่เค็ม
คุกกี้ไข่เค็มเป็นขนมอบกรอบร่วนที่ผสมผสานระหว่างขนมอบตะวันตกกับวัตถุดิบเอเชียอย่างลงตัว ใช้ไข่แดงเค็มนึ่งสุกบี้ละเอียดผสมลงในแป้งคุกกี้เนยสด ได้คุกกี้ที่มีรสเค็มมันเฉพาะตัว ตัดกับความหวานอ่อนของแป้งเนย เนื้อกรอบร่วนละลายในปาก แตกต่างจากคุกกี้ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง นิยมเป็นของฝากหรือของกินเล่นช่วงเทศกาล ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
เคล็ดลับระดับมืออาชีพคือการแช่ไข่แดงเค็มในน้ำมันพืช 1 ชั่วโมงก่อนนึ่ง จะทำให้ไข่แดงมันเยิ้มกว่าเดิม และการร่อนแป้งกับไข่แดงเค็มบี้ผ่านตะแกรงตาถี่เพื่อให้ไข่แดงกระจายตัวในแป้งอย่างสม่ำเสมอ ไม่เป็นก้อน ไม่เช่นนั้นคุกกี้จะมีรสเค็มเฉพาะจุด
ส่วนผสม
- แป้งสาลีอเนกประสงค์ 200 กรัม
- เนยสดชนิดจืด (อุณหภูมิห้อง) 120 กรัม
- ไข่แดงเค็มดิบ (นึ่งสุก บี้ผ่านตะแกรง) 4 ฟอง
- น้ำตาลไอซิ่ง 60 กรัม
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- ไข่ไก่ (เฉพาะไข่แดง สำหรับทาหน้า) 1 ฟอง
- งาขาวคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- เตรียมไข่เค็ม: นึ่งไข่แดงเค็มดิบ 8 นาทีจนสุก บี้ให้ละเอียดผ่านกระชอนตาถี่
- ตีเนยและน้ำตาล: ตีเนยสดและน้ำตาลไอซิ่งด้วยความเร็วต่ำจนเข้ากันดี อย่าตีนานเกิน
- ผสมไข่เค็ม: ใส่ไข่แดงเค็มบี้และเกลือลงในส่วนผสมเนย ตีต่อด้วยความเร็วต่ำ
- ใส่แป้ง: ร่อนแป้งสาลีลงในส่วนผสม ใช้ไม้พายตะล่อมเบาๆ จนเป็นก้อนแป้ง
- พักแป้ง: ห่อแป้งด้วยพลาสติกถนอมอาหาร แช่ตู้เย็น 20 นาที
- ขึ้นรูป: แผ่แป้งหนา 5 มิลลิเมตร ใช้ที่ตัดคุกกี้ตัดเป็นรูปวงกลม วางบนถาดอบ
- ทาหน้า: ทาหน้าคุกกี้ด้วยไข่แดงตีพอแตก โรยงาขาว
- อบ: อบที่ 170 องศาเซลเซียส 15-18 นาทีจนเหลืองสวย พักบนตะแกรง
26. เค้กไข่เค็ม
เค้กไข่เค็มเป็นขนมอบฟิวชันที่ดัดแปลงจากสปันจ์เค้กเนื้อนุ่มฟู โดยใส่ไข่แดงเค็มนึ่งสุกลงในเนื้อเค้กเป็นชิ้นๆ และผสมผงไข่แดงเค็มลงในแป้งเพื่อให้ได้กลิ่นหอมมันของไข่เค็มทั่วทั้งก้อน ราดหน้าด้วยซอสคาราเมลเค็มหรือครีมชีส ชั้นของรสชาติหวานนำ เค็ม มันตาม กินแล้วติดใจ ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลาประมาณ 45 นาที
เคล็ดลับคือไข่แดงเค็มที่ใส่ในเนื้อเค้กต้องคลุกแป้งสาลีก่อนใส่ จะไม่จมก้นพิมพ์ระหว่างอบ และการแช่ไข่แดงเค็มในน้ำมันพืช 2 ชั่วโมงก่อนนึ่ง จะทำให้ไข่แดงมันเยิ้มกว่าปกติมาก เมื่ออบกับเค้กจะได้เนื้อสัมผัสที่ชุ่มฉ่ำ
ส่วนผสม
- แป้งเค้ก 150 กรัม
- เนยสดชนิดจืด (ละลาย) 80 กรัม
- น้ำตาลทราย 100 กรัม
- ไข่ไก่ 3 ฟอง
- นมสด 60 มิลลิลิตร
- ผงฟู 1 ช้อนชา
- ไข่แดงเค็มดิบ (นึ่งสุก หั่น 4 ชิ้นต่อฟอง) 3 ฟอง
- ครีมชีส (อุณหภูมิห้อง) 100 กรัม
- น้ำตาลไอซิ่ง 40 กรัม
- เนยสด (สำหรับครีมหน้า) 30 กรัม
- กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา
วิธีทำ
- เตรียมไข่เค็ม: นึ่งไข่แดงเค็ม 8 นาที หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ คลุกแป้งสาลีบางๆ
- ตีไข่: ตีไข่ไก่กับน้ำตาลทรายด้วยความเร็วสูงจนฟูเป็นริบบิ้น ประมาณ 8 นาที
- ผสมแป้ง: ร่อนแป้งเค้กและผงฟู ใส่ลงในไข่ที่ตีฟูแล้ว ใช้ไม้พายตะล่อมเบาๆ
- ใส่เนยและนม: เทเนยละลายและนมสดลงไป ตะล่อมต่อจนเข้ากัน
- ใส่ไข่เค็ม: ใส่ไข่แดงเค็มหั่นชิ้นลงในส่วนผสม ตะล่อมเบาๆ 1-2 ครั้ง
- เทพิมพ์: เทส่วนผสมใส่พิมพ์ทาเนยและรองกระดาษไข
- อบ: อบที่ 170 องศาเซลเซียส 25-30 นาที จนสุก ทดสอบด้วยไม้จิ้มฟัน
- ทำหน้าครีม: ตีครีมชีสกับเนยสดและน้ำตาลไอซิ่งจนเนียน ใส่กลิ่นวานิลลา
- แต่งหน้า: ปาดครีมชีสบนเค้กที่เย็นสนิท แช่ตู้เย็น 1 ชั่วโมงก่อนเสิร์ฟ
27. ลาวาไข่เค็ม
ลาวาไข่เค็มเป็นขนมอบกระแสแรงที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างลาวาเค้กช็อกโกแลตกับไข่เค็ม ซ่อนไส้ไข่แดงเค็มเหลวเยิ้มไว้ตรงกลางเนื้อเค้กช็อกโกแลตเข้มข้น เมื่อใช้ช้อนผ่าตรงกลาง ไข่แดงเค็มมันเยิ้มจะทะลักออกมาดุจลาวาภูเขาไฟสีส้มทอง ตัดกับความขมเข้มของช็อกโกแลตได้อย่างมหัศจรรย์ ระดับความยาก: ยาก ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
เคล็ดลับคือไส้ไข่แดงเค็มต้องทำจากไข่แดงเค็มดิบที่แช่น้ำมันพืชและนึ่งเพียง 5 นาทีเท่านั้น (กึ่งสุกกึ่งดิบ) เพื่อให้ไส้ยังเหลวพอที่จะไหลเยิ้มเมื่ออบ และต้องแช่แข็งไส้ไข่แดงก่อนนำไปห่อไส้เค้ก มิฉะนั้นไส้จะซึมเข้าเนื้อเค้กก่อนอบ
ส่วนผสม
- ดาร์กช็อกโกแลต 70% 150 กรัม
- เนยสดชนิดจืด 100 กรัม
- ไข่ไก่ 3 ฟอง
- ไข่แดง 2 ฟอง
- น้ำตาลทราย 80 กรัม
- แป้งสาลีอเนกประสงค์ 40 กรัม
- ผงโกโก้ 1 ช้อนโต๊ะ
- ไข่แดงเค็มดิบ (นึ่ง 5 นาที แช่แข็ง) 4 ฟอง
- เนยสดและแป้งสำหรับทาพิมพ์
วิธีทำ
- เตรียมไส้ไข่เค็ม: นึ่งไข่แดงเค็มดิบ 5 นาที (ให้สุกแค่เปลือกนอก) พักให้เย็น แช่แข็ง 1 ชั่วโมง
- ละลายช็อกโกแลต: ตั้งหม้อน้ำร้อนอ่างซ้อน ใส่ดาร์กช็อกโกแลตและเนยสด คนจนละลายเนียน พัก
- ตีไข่: ตีไข่ไก่ ไข่แดง และน้ำตาลทรายจนขึ้นฟูข้นเป็นริบบิ้น
- ผสมแป้ง: ร่อนแป้งสาลีและผงโกโก้ลงในไข่ ตะล่อมจนเข้ากัน
- ผสมช็อกโกแลต: เทช็อกโกแลตละลายลงในส่วนผสมไข่ ตะล่อมจนเนียน
- เทพิมพ์: ทาเนยและโรยแป้งในพิมพ์มัฟฟิน เทส่วนผสมครึ่งพิมพ์ วางไข่แดงเค็มแช่แข็งตรงกลาง
- เททับ: เทส่วนผสมที่เหลือทับจนเกือบเต็มพิมพ์
- อบ: อบที่ 210 องศาเซลเซียส 10-12 นาที หน้าเค้กแห้งแต่ข้างในยังเหลว
- เสิร์ฟ: คว่ำเค้กออกจากพิมพ์ทันที เสิร์ฟร้อนๆ กับไอศกรีมวานิลา
28. บัวลอยไข่เค็ม
บัวลอยไข่เค็มเป็นขนมไทยประยุกต์ที่ดัดแปลงจากบัวลอยน้ำกะทิคลาสสิก โดยใช้ไข่เค็มนึ่งสุกเป็นไส้ตรงกลางเม็ดบัวลอยแป้งข้าวเหนียวนุ่มหนึบ ต่างจากบัวลอยไส้เผือกหรือไส้งาดำทั่วไป รสชาติหวานมันของน้ำกะทิอุ่นๆ ตัดกับไส้ไข่เค็มเค็มนิดๆ อุ่นๆ ในปาก เนื้อแป้งเหนียวนุ่มล้อมรอบไข่แดงมันทรายละเอียดที่ละลายในปาก ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลาประมาณ 40 นาที
เทคนิคการปั้นคือต้องใช้แป้งข้าวเหนียวผสมแป้งมันในอัตรา 4:1 เพื่อให้เนื้อแป้งเหนียวนุ่มแต่ไม่แข็งเกินไปหลังต้ม และไข่แดงเค็มต้องนึ่งสุกเต็มที่ก่อนนำมาห่อ หั่นเป็นชิ้นขนาด 1 เซนติเมตรเท่านั้น หากชิ้นใหญ่เกินไปแป้งจะแตกตอนต้ม
ส่วนผสม
- แป้งข้าวเหนียว 200 กรัม
- แป้งมันสำปะหลัง 50 กรัม
- น้ำเปล่าอุ่น 150 มิลลิลิตร
- ไข่แดงเค็มดิบ (นึ่งสุก หั่นชิ้น 1 เซนติเมตร) 6 ฟอง
- หัวกะทิ 400 มิลลิลิตร
- น้ำตาลทราย 120 กรัม
- เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
- ใบเตย 3 ใบ
- น้ำเปล่าสำหรับต้มบัวลอย 1 ลิตร
วิธีทำ
- ทำแป้ง: ผสมแป้งข้าวเหนียวและแป้งมัน ใส่น้ำอุ่นทีละน้อย นวดจนแป้งเนียนไม่ติดมือ พัก 15 นาที
- เตรียมไข่เค็ม: นึ่งไข่แดงเค็มดิบ 8 นาที หั่นเป็นชิ้นขนาด 1 เซนติเมตร
- ปั้นบัวลอย: แบ่งแป้งเป็นก้อนเท่าไข่นกกระทา แผ่เป็นแผ่น วางไข่เค็มตรงกลาง ห่อให้มิด
- ต้มน้ำกะทิ: ตั้งหม้อไฟกลาง เทหัวกะทิ ใส่น้ำตาลทราย เกลือป่น และใบเตย คนให้น้ำตาลละลาย พอเดือดปิดไฟ
- ต้มบัวลอย: ต้มน้ำเปล่าในหม้ออีกใบจนเดือด ใส่บัวลอยปั้นลงต้ม พอบัวลอยลอยขึ้น ต้มต่ออีก 2 นาที
- สะเด็ดน้ำ: ตักบัวลอยขึ้นจากน้ำร้อน สะเด็ดน้ำให้แห้ง
- ใส่กะทิ: ใส่บัวลอยต้มสุกลงในหม้อน้ำกะทิอุ่น
- เสิร์ฟ: ตักใส่ถ้วย เสิร์ฟอุ่นๆ หรืออุณหภูมิห้อง
29. ขนมโมจิไส้ไข่เค็ม
ขนมโมจิไส้ไข่เค็มเป็นขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่นที่มาประยุกต์ให้เข้ากับลิ้นไทย โดยใช้แป้งโมจิเหนียวนุ่มห่อไส้ถั่วแดงกวนผสมไข่แดงเค็มนึ่งสุก ได้เค้กรสชาติหวานของถั่วแดงตัดกับความมันเค็มของไข่แดง อร่อยแปลกใหม่ เนื้อโมจิเหนียวนุ่มยืดกำลังดี ด้านนอกคลุกแป้งข้าวโพดคั่วเพื่อไม่ให้ติดมือ ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลาประมาณ 40 นาที
เคล็ดลับคือการนวดแป้งโมจิด้วยมือที่ทาน้ำมันพืชบางๆ กันแป้งติด และการห่อไส้ต้องห่อตอนแป้งยังอุ่นอยู่ หากแป้งเย็นจะแข็งและห่อขึ้นรูปยาก และควรใช้ถุงมือยางแบบบางเพื่อให้ขึ้นรูปได้คล่องและไม่ให้แป้งติดนิ้ว
ส่วนผสม
- แป้งข้าวเหนียว 150 กรัม
- น้ำตาลทราย 80 กรัม
- น้ำเปล่า 200 มิลลิลิตร
- แป้งข้าวโพดคั่ว (สำหรับคลุก) 4 ช้อนโต๊ะ
- ไข่แดงเค็มดิบ (นึ่งสุก หั่นครึ่ง) 4 ฟอง
- ถั่วแดงกวนสำเร็จรูป 200 กรัม
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- น้ำมันพืชสำหรับทานวด 1 ช้อนชา
วิธีทำ
- เตรียมแป้ง: ผสมแป้งข้าวเหนียว น้ำตาลทราย เกลือป่น และน้ำเปล่า คนจนเนียน
- นึ่งแป้ง: เทแป้งใส่ภาชนะทนความร้อน นึ่งไฟกลาง 20 นาที คนทุก 5 นาที เพื่อให้แป้งสุกทั่ว
- เตรียมไส้: แบ่งถั่วแดงกวนเป็น 8 ก้อน แผ่ให้เป็นแผ่น วางไข่แดงเค็มครึ่งฟองตรงกลาง ห่อให้มิด
- นวดแป้งโมจิ: รอให้แป้งโมจิอุ่นพอจับได้ ทาน้ำมันพืชที่มือ นวดแป้ง 2-3 นาทีจนเนียนเหนียว
- ขึ้นรูป: แบ่งแป้งโมจิเป็น 8 ก้อน แผ่เป็นแผ่นกลม วางไส้ถั่วกวนห่อไข่เค็มตรงกลาง
- ห่อโมจิ: ดึงแป้งขึ้นห่อไส้ให้มิด บีบปิดรอยต่อให้สนิท
- คลุกแป้งคั่ว: นำโมจิที่ห่อแล้วคลุกกับแป้งข้าวโพดคั่วให้ทั่ว
- เสิร์ฟ: ใส่ถ้วยกระดาษ จัดใส่กล่อง เสิร์ฟที่อุณหภูมิห้อง หรือแช่ตู้เย็น 30 นาทีก่อนเสิร์ฟ
30. ทาร์ตไข่เค็ม
ทาร์ตไข่เค็มเป็นขนมอบกรอบร่วนสอดไส้คัสตาร์ดไข่เค็มเนื้อเนียนละมุนลิ้น ดัดแปลงจากพอร์ตุกีสเอ้กทาร์ต (Pastel de Nata) อันโด่งดัง โดยแทนที่คัสตาร์ดไข่ไก่ล้วนด้วยส่วนผสมของไข่แดงเค็มและวิปปิ้งครีม ได้รสชาติเค็มมันหวานลงตัวเข้มข้นกว่าเอ้กทาร์ตปกติ เปลือกแป้งพายกรอบร่วนเป็นชั้นๆ ตัดกับไส้คัสตาร์ดเนียนนุ่ม หน้าทาร์ตมีจุดไหม้เกรียมนิดๆ จากการอบไฟบน ระดับความยาก: ยาก ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
เคล็ดลับระดับโปรคือการนึ่งไข่เค็มกับน้ำตาลทรายเล็กน้อยแล้วบดผ่านกระชอนก่อนผสมลงคัสตาร์ด วิธีนี้จะช่วยให้ไข่แดงละเอียดเป็นเนื้อเดียวกันกับครีมไม่เป็นก้อน และการอบด้วยไฟล่างก่อนแล้วเปิดไฟบนตอนท้ายเพื่อให้หน้าทาร์ตเกรียมสวย ตัวแป้งพายต้องแช่เย็นระหว่างพักทุกขั้นตอนเพื่อให้เนยไม่ละลายและได้ชั้นที่กรอบร่วน
ส่วนผสม
- แป้งพายสำเร็จรูป (พัฟเพสตรี้) 1 แผ่น
- ไข่แดงเค็มดิบ (นึ่งสุกแล้วบดผ่านกระชอน) 4 ฟอง
- วิปปิ้งครีม 200 มิลลิลิตร
- นมข้นจืด 100 มิลลิลิตร
- น้ำตาลทราย 80 กรัม
- ไข่ไก่ (เฉพาะไข่แดง) 2 ฟอง
- แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
- กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา
- เนยสดทาพิมพ์
วิธีทำ
- เตรียมไข่เค็ม: นึ่งไข่แดงเค็มดิบกับน้ำตาลทราย 1 ช้อนชา 8 นาที บดผ่านกระชอนตาถี่ให้ละเอียด
- ทำไส้คัสตาร์ด: ตั้งหม้อไฟอ่อน ใส่วิปปิ้งครีม นมข้นจืด และน้ำตาลทรายที่เหลือ คนจนน้ำตาลละลาย อย่าให้เดือด
- ผสมไข่: พอส่วนผสมครีมอุ่น ยกลงจากเตา ใส่ไข่แดงบดละเอียด ไข่แดงไก่ และแป้งข้าวโพด ตีให้เข้ากัน
- กรองไส้: กรองไส้คัสตาร์ดผ่านกระชอนตาถี่ ใส่กลิ่นวานิลลา พักให้เย็น
- เตรียมพิมพ์: ทาเนยที่พิมพ์มัฟฟินหรือพิมพ์ทาร์ต รองด้วยแป้งพายที่ตัดเป็นวงกลมให้ใหญ่กว่าพิมพ์เล็กน้อย
- เทไส้: เทไส้คัสตาร์ดลงในพิมพ์ ประมาณ 3/4 ของพิมพ์
- อบ: อบที่ 200 องศาเซลเซียส ไฟล่าง 15 นาที จากนั้นเปิดไฟบน 200 องศา ต่ออีก 5-7 นาทีจนหน้าเกรียม
- เสิร์ฟ: พักให้อุ่น แคะออกจากพิมพ์ เสิร์ฟร้อนๆ หรืออุ่น
เคล็ดลับเลือกซื้อและเตรียมไข่เค็ม
การเลือกไข่เค็มเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ทุกเมนูในบทความนี้อร่อย หากเลือกไข่เค็มไม่ดี ต่อให้ทำตามสูตรเป๊ะแค่ไหนก็ไม่สามารถดึงรสชาติที่ดีที่สุดออกมาได้ หลักการเลือกไข่เค็มมี 3 ขั้นตอน หนึ่งคือเลือกแหล่งผลิตที่ไว้ใจได้ ไข่เค็มจากไชยา สุราษฎร์ธานี มีชื่อเสียงเรื่องไข่แดงสีแดงจัดและมันเยิ้มเป็นพิเศษ เพราะใช้ไข่เป็ดไล่ทุ่งที่เลี้ยงแบบปล่อยธรรมชาติ ไข่แดงจะมีขนาดใหญ่และสีเข้มกว่าไข่เป็ดฟาร์มทั่วไป ดังที่บทความ Wikipedia ระบุไว้ว่าดินจอมปลวกที่ใช้พอกในพื้นที่ไชยามีแร่ธาตุเฉพาะที่ช่วยเร่งกระบวนการดองและให้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์
สองคือการตรวจสอบวันผลิต ไข่เค็มที่ดีควรผลิตไม่เกิน 2 เดือนก่อนจำหน่าย ไข่ที่ดองนานเกิน 3 เดือนจะเค็มจัดเกินไปและไข่แดงจะแข็งกระด้างไม่มันเยิ้มเมื่อนำไปทำให้สุก หากซื้อแบบแพ็คในซูเปอร์มาร์เก็ตควรพลิกดูวันหมดอายุ หากซื้อแบบกองในตลาดสดควรสอบถามผู้ขายโดยตรง สามคือการเลือกไข่เค็มตามประเภทการใช้งาน หากทำเมนูที่ต้องการไข่แดงสวยมันเยิ้ม เช่น ผัดฟักทองไข่เค็ม ลาวาไข่เค็ม หรือขนมเปี๊ยะ ควรซื้อไข่เค็มดิบมาล้างดินพอกออกแล้วนึ่งหรือต้มเอง เพราะไข่เค็มที่ต้มสุกมาแล้วไข่แดงจะเซ็ตตัวแข็ง การนึ่งไข่แดงเค็มดิบเองจะควบคุมความสุกได้แม่นยำกว่า
การเก็บรักษาไข่เค็มดิบที่ยังไม่แกะดินพอกสามารถเก็บในอุณหภูมิห้องได้ประมาณ 1 เดือน แต่แนะนำให้แช่ตู้เย็นช่องธรรมดาจะเก็บได้นาน 2-3 เดือน หากแกะดินพอกออกแล้วและยังเป็นไข่ดิบ ควรแช่ตู้เย็นและใช้ภายใน 1 สัปดาห์ สำหรับไข่เค็มต้มสุกแล้ว เก็บในตู้เย็นได้ 3-5 วัน ก่อนใช้ควรอุ่นในน้ำร้อนหรือนึ่งอีกครั้งเพื่อให้ไข่แดงนุ่มเยิ้มเหมือนเพิ่งต้มใหม่ๆ
สรุป
30 เมนูไข่เค็มและไข่แดงเค็มในบทความนี้ครอบคลุมทุกวิธีทำและทุกมื้ออาหาร ตั้งแต่เมนูของคาวกินกับข้าวสวยร้อนอย่างผัดฟักทองไข่เค็ม ปูผัดไข่เค็ม และแกงส้มไข่เค็ม ไปจนถึงเมนูกับแกล้มสำหรับงานปาร์ตี้อย่างไก่ทอดไข่เค็มและมันฝรั่งทอดไข่เค็ม ปิดท้ายด้วยของหวานและขนมอบที่เปลี่ยนไข่เค็มให้เป็นดาวเด่นในเมนูของหวาน ไม่ว่าจะเป็นขนมเปี๊ยะ ลาวาไข่เค็ม หรือทาร์ตไข่เค็ม
เสน่ห์ของไข่เค็มคือการเป็นวัตถุดิบที่ทั้งเรียบง่ายและหรูหราในเวลาเดียวกัน ไข่เค็มเพียงฟองเดียวสามารถเปลี่ยนรสชาติของเมนูธรรมดาที่สุดให้พิเศษขึ้น ตั้งแต่ข้าวต้มเปล่าๆ กลายเป็นข้าวต้มไข่เค็มหอมมัน ไปจนถึงสปาเกตตี้ครีมธรรมดากลายเป็นสปาเกตตี้ไข่เค็มนัวลิ้น หากใครยังไม่เคยก้าวข้ามจากไข่เค็มต้มเปล่า ลองเริ่มจากเมนูง่ายๆ อย่างผัดบวบไข่เค็มหรือข้าวผัดไข่เค็มก่อน แล้วค่อยๆ ฝึกเมนูที่ยากขึ้นอย่างลาวาไข่เค็มหรือทาร์ตไข่เค็ม
เมื่อลองทำเมนูไหนถูกใจ อย่าลืมแวะมาอ่านเมนูไข่ทำเองที่บ้านเพิ่มเติมได้ที่ Aroimak หรือถ้าชอบเมนูส้มตำรสแซ่บ ลองดู10 เมนูส้มตำยอดนิยม ที่มีตำไข่เค็มรวมอยู่ด้วย ลองทำแล้วเป็นอย่างไร แชร์รูปและบอกเล่าประสบการณ์ในคอมเมนต์ได้เลย


