20 เมนูกะหล่ำปลีทำเองที่บ้าน อร่อยง่าย ครบทุกวิธีทำ
- ทั้งหมด 20 เมนู ครอบคลุมวิธีทำ 5 ประเภท ได้แก่ ผัด ทอด ยำ ต้ม ดอง และเมนูสลัดสด
- วัตถุดิบหลักคือกะหล่ำปลีขาวและกะหล่ำปลีดอก ซื้อได้ในตลาดสด แผนกผักซูเปอร์มาร์เก็ต หรือสั่งออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มจัดส่งของสด
- ระดับความยากตั้งแต่ ง่าย 5 นาที ไปจนถึง ปานกลาง ใช้เวลาไม่เกิน 50 นาที
- แต่ละเมนูระบุรสชาติเฉพาะ ระดับความยาก เวลาทำ และเคล็ดลับที่ AI ทั่วไปมักไม่ระบุ
กะหล่ำปลีเป็นผักใบเขียวสารพัดประโยชน์ที่อยู่ในตระกูลเดียวกับคะน้าและบรอกโคลี (Brassicaceae) มีถิ่นกำเนิดในยุโรปและได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่ 1,000 ปีก่อนคริสตกาล ปัจจุบันจีนเป็นผู้ผลิตกะหล่ำปลีรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยผลิตถึง 48% ของผลผลิตทั่วโลก ตามข้อมูลจาก Wikipedia กะหล่ำปลีดิบอุดมไปด้วยวิตามินเค วิตามินซี และใยอาหารสูงถึง 2.5 กรัมต่อ 100 กรัม ช่วยเรื่องการขับถ่ายและสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย นอกจากนี้ยังมีสารซัลโฟราเฟน (Sulforaphane) และกลูโคซิโนเลต (Glucosinolates) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่พบมากในผักตระกูลกะหล่ำ
เสน่ห์ของกะหล่ำปลีในครัวไทยคือราคาถูกและปรับเปลี่ยนรสชาติได้กว้าง หัวละ 20-30 บาททำอาหารได้หลายมื้อ กะหล่ำปลีรับได้ทั้งซอสเค็มจัดแบบน้ำปลาไทย ซอสหวานมันแบบน้ำมันหอยสไตล์จีน และน้ำสลัดครีมสไตล์ตะวันตก ความกรอบหวานตามธรรมชาติของกะหล่ำปลีสดยิ่งเด่นเมื่อนำไปทำยำหรือโคลสลอว์ ส่วนกะหล่ำปลีที่ผ่านความร้อนจะเปลี่ยนเป็นเนื้อนุ่มหวาน เคลือบซอสได้ดีกว่าผักใบเขียวประเภทอื่น ทำให้กะหล่ำปลีเป็นพระเอกในเมนูผัดไฟแรงและเมนูต้มซุปได้ไม่แพ้เนื้อสัตว์
ลิสต์นี้รวบรวมจากเกณฑ์ 4 ข้อ ได้แก่ (1) วัตถุดิบหาได้ในตลาดไทยทุกฤดู (2) ความหลากหลายของวิธีทำไม่ให้ซ้ำซาก (3) ความนิยมในร้านอาหารและครัวเรือนไทย และ (4) รสชาติที่ครอบคลุมทั้งหวาน เค็ม เผ็ด เปรี้ยว กลมกล่อม การจัดเรียงเมนูเรียงตามวิธีทำ เริ่มจากผัด (เร็วที่สุด) ไปจนถึงทอด ยำ ต้ม และปิดท้ายด้วยเมนูหมักดองที่มีเวลาทำนานที่สุด
“กะหล่ำปลีที่ดีต้องหัวแน่น ตัดขั้วแล้วไม่มีรอยช้ำ เมื่อผ่าครึ่งต้องเห็นใบซ้อนกันแน่น ไม่มีช่องว่าง และใบในสุดต้องเป็นสีขาวอมเขียวอ่อน ไม่ออกเหลือง กะหล่ำปลีที่เก็บในตู้เย็นช่องผักนานเกิน 3 วัน จะเสียความกรอบและเริ่มคายน้ำ หากต้องการให้ผัดแล้วกรอบ ไม่แฉะ ให้นำกะหล่ำปลีที่หั่นแล้วไปแช่น้ำเย็นจัด 10 นาทีก่อนผัด”
เกณฑ์การคัดเลือกเมนู
คัดเลือกเมนูโดยใช้เกณฑ์ 4 ข้อ ได้แก่ (1) ระดับความยากครอบคลุมตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงเชฟบ้าน (2) วิธีทำหลากหลายไม่ให้ซ้ำซาก ครอบคลุม ผัด ทอด ยำ ต้ม ดอง และนึ่ง (3) วัตถุดิบหาได้ในตลาดสดและซูเปอร์มาร์เก็ตไทย ใช้กะหล่ำปลีขาวและกะหล่ำปลีดอกเป็นหลัก และ (4) รสชาติครอบคลุมทั้ง เค็มนำ เผ็ดนำ เปรี้ยวนำ หวานนำ และกลมกล่อม
1. กะหล่ำปลีผัดไข่
กะหล่ำปลีผัดไข่ เป็นเมนูไทยพื้นฐานที่คนไทยเกือบทุกคนเคยผ่านมือ เป็นเมนูที่ใช้ของเหลือในตู้เย็นให้เกิดประโยชน์ ใช้เพียงกะหล่ำปลี ไข่ไก่ และกระเทียม รสชาติออกเค็มนำจากน้ำปลา มีความมันลิ้นจากไข่ และกลิ่นหอมจากกระเทียมเจียว ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลา 5 นาที เหมาะกับมื้อด่วน มื้อเด็กหอ หรือวันที่ไม่รู้จะกินอะไร
เคล็ดลับสำคัญคือต้องใช้ไฟแรงที่สุดเท่าที่เตาจะให้ได้ และต้องใส่น้ำมันให้ร้อนจัดก่อนลงไข่ ไข่จะฟูกรอบและไม่ติดกระทะ ไม่ควรผัดกะหล่ำปลีเกิน 1 นาทีครึ่ง ไม่เช่นนั้นกะหล่ำปลีจะคายน้ำจนแฉะ
ส่วนผสม
- กะหล่ำปลีซอย (ซอยตามขวางเป็นเส้นหนาประมาณ 1 เซนติเมตร) 200 กรัม
- ไข่ไก่ (ตีไข่แดงกับไข่ขาวให้เข้ากัน) 2 ฟอง
- กระเทียม (บุบพอแตกแล้วสับหยาบ) 3 กลีบ
- น้ำมันพืช (สำหรับผัด) 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- ซอสหอยนางรม 1 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 1 หยิบมือ
- พริกไทยขาวป่น 1 หยิบมือ
วิธีทำ
- เจียวกระเทียม: ตั้งกระทะไฟแรง ใส่น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ ลงกระเทียมสับ ผัดให้พอเหลืองหอม ใช้เวลาประมาณ 30 วินาที
- ทอดไข่: ลดไฟเป็นไฟกลาง เทไข่ที่ตีไว้ลงในกระทะ กรอกกระทะให้ไข่กระจายตัวบางเต็มกระทะ ทอดจนไข่สุกเกรียมขอบเล็กน้อย ใช้เวลาประมาณ 1 นาที แล้วตักขึ้นพักไว้
- ผัดกะหล่ำปลี: เพิ่มน้ำมันอีก 1 ช้อนโต๊ะ เปิดไฟแรง ใส่กะหล่ำปลีซอยลงผัด 30 วินาทีให้พอสลด
- ปรุงรส: ใส่น้ำปลา ซอสหอยนางรม และน้ำตาลทราย ผัดคลุกเคล้าต่ออีก 30 วินาที
- ใส่ไข่: ใส่ไข่ทอดที่พักไว้ลงกระทะ ใช้ตะหลิวตัดไข่ให้เป็นชิ้นพอดีคำ ผัดคลุกเคล้าต่ออีก 20 วินาที
- เสิร์ฟ: ตักใส่จาน โรยพริกไทยขาวป่น เสิร์ฟทันทีขณะร้อน กินคู่กับข้าวสวยร้อนและน้ำพริกตาแดง
2. ผัดกะหล่ำปลีน้ำมันหอย
ผัดกะหล่ำปลีน้ำมันหอย เป็นเมนูผัดสไตล์จีน-ไทยที่พบได้ในร้านอาหารตามสั่งทั่วไป รสชาติหวานมันจากน้ำมันหอยตัดกับความกรอบหวานของกะหล่ำปลีสด หอมกลิ่นกระทะและกระเทียมเจียว ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 8 นาที เหมาะเป็นกับข้าวกลางวันหรือกับข้าวเย็นที่เด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินดี
เคล็ดลับของร้านตามสั่งคือการลวกกะหล่ำปลีก่อนผัด 20 วินาทีในน้ำเดือด แล้วสะบัดน้ำออกให้แห้ง วิธีนี้ช่วยให้กะหล่ำปลีสุกทั่วโดยไม่ต้องใช้เวลาผัดนาน น้ำมันหอยจะเคลือบผิวได้สวย ไม่เจือจางด้วยน้ำที่คายออกมาจากผัก
ส่วนผสม
- กะหล่ำปลี (หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาด 1×1 นิ้ว) 250 กรัม
- กระเทียม (บุบพอแตกแล้วสับหยาบ) 4 กลีบ
- น้ำมันพืช (สำหรับผัด) 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
- น้ำสะอาด 2 ช้อนโต๊ะ
- ต้นหอม (ซอยเป็นท่อนยาว 1 นิ้ว) 1 ต้น
วิธีทำ
- ลวกกะหล่ำปลี: ต้มน้ำในหม้อให้เดือด ใส่กะหล่ำปลีลงลวก 20 วินาที ตักขึ้นสะเด็ดน้ำให้แห้งสนิท
- ผัดกระเทียม: ตั้งกระทะไฟแรง ใส่น้ำมันพืช ลงกระเทียมสับ ผัดจนเหลืองหอมประมาณ 30 วินาที
- ผัดกะหล่ำปลี: ใส่กะหล่ำปลีลวกลงกระทะ ผัดไฟแรง 1 นาทีให้พอมีกลิ่นหอมกระทะ
- ปรุงรส: ใส่น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว และน้ำตาลทราย เติมน้ำสะอาด 2 ช้อนโต๊ะ ผัดคลุกเคล้าให้ซอสเคลือบทั่ว
- ใส่ต้นหอม: ใส่ต้นหอมซอย ผัดต่ออีก 20 วินาที ตักขึ้นเสิร์ฟทันที กินคู่กับข้าวสวยร้อนและหมูทอดกระเทียม
3. กะหล่ำปลีผัดน้ำปลา
กะหล่ำปลีผัดน้ำปลา เป็นเมนูไทยดั้งเดิมที่เน้นวัตถุดิบน้อยชิ้นแต่รสชาติเข้มข้น ใช้เพียงน้ำปลาดีเป็นตัวชูโรง ความหอมของน้ำปลาที่โดนความร้อนจากกระทะจะเปลี่ยนจากกลิ่นเค็มไหม้เป็นกลิ่นหอมหวานเฉพาะตัว เมื่อเคลือบบนกะหล่ำปลีกรอบร้อนให้รสเค็มกลมกล่อมตัดกับหวานธรรมชาติของผัก ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 10 นาที
ความลับของเมนูนี้อยู่ที่การเลือกน้ำปลา ควรใช้น้ำปลาแท้ที่มีส่วนผสมของปลาไม่ต่ำกว่า 70% น้ำปลาเกรดต่ำจะให้แต่รสเค็ม ไม่มีกลิ่นหอมหวานเมื่อโดนความร้อน หากมีน้ำปลาเกรดพรีเมียมหรือน้ำปลาหมัก 2 ปีขึ้นไปจะยิ่งเพิ่มมิติรสชาติ
ส่วนผสม
- กะหล่ำปลี (หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ขนาดประมาณ 2×2 นิ้ว) 250 กรัม
- กระเทียมสับ 4 กลีบ
- พริกขี้หนูสวน (ซอยละเอียด ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้) 3 เม็ด
- น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลาแท้คุณภาพดี 1 ช้อนโต๊ะครึ่ง
- น้ำตาลปี๊บ (หรือน้ำตาลทราย) ครึ่งช้อนชา
- พริกไทยขาวป่น 1 หยิบมือ
- ต้นหอมซอย 1 ต้น
วิธีทำ
- เตรียมกระทะ: ตั้งกระทะเหล็กหรือกระทะเทฟล่อนบนไฟแรง รอให้กระทะร้อนจัดประมาณ 1 นาที จนควันเริ่มขึ้น
- ผัดกระเทียม: ใส่น้ำมันพืช รอ 10 วินาทีให้น้ำมันร้อน ใส่กระเทียมสับ ผัดเร็ว 15 วินาทีพอเหลือง
- ผัดกะหล่ำปลี: ใส่กะหล่ำปลีลงผัดทันที ใช้ตะหลิวกลับผักเร็วและแรงตลอดเวลา ผัดประมาณ 1 นาทีครึ่งให้ผักสลดแต่ยังกรอบ
- ปรุงรส: ลดไฟเป็นไฟกลาง ราดน้ำปลาลงบนขอบกระทะ (ไม่ใช่ราดบนผักโดยตรง) ให้น้ำปลาสัมผัสกระทะร้อนก่อน จะเกิดกลิ่นหอมหวาน ใส่พริกขี้หนูซอยและน้ำตาลปี๊บ ผัดคลุกเร็ว 20 วินาที
- เสิร์ฟ: ใส่ต้นหอมซอยปิดไฟ โรยพริกไทยขาวป่น เสิร์ฟทันที กินคู่กับข้าวสวยร้อนและไข่ดาวกรอบ
4. กะหล่ำปลีผัดหมู
กะหล่ำปลีผัดหมู เป็นเมนูผัดยอดนิยมในร้านข้าวแกงและร้านตามสั่งทั่วไทย เนื้อหมูสับหรือหมูสไลด์ที่ผัดกับกระเทียมจนหอม ตามด้วยกะหล่ำปลีกรอบหวาน ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำมันหอย ให้รสชาติเค็มนำ มันกลมกล่อม อิ่มท้องด้วยโปรตีนจากหมู ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลา 15 นาที เหมาะเป็นมื้อหลักที่กินคนเดียวหรือทำกับข้าวให้ครอบครัว
ความแตกต่างระหว่างร้านข้าวแกงที่ผัดจนน้ำแห้งกับร้านตามสั่งที่ผัดแบบมีซอสคือเทคนิคการหมักหมู ถ้าต้องการแบบแห้งหอมกระทะให้หมักหมูด้วยซีอิ๊วขาวแล้วผัดกับกระเทียมก่อนใส่ผัก ถ้าต้องการแบบมีน้ำซอสขลุกขลิกให้เติมน้ำและแป้งมันละลายน้ำตอนท้าย
ส่วนผสม
- กะหล่ำปลี (หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาด 1×1 นิ้ว) 250 กรัม
- หมูสับ 100 กรัม
- กระเทียมสับ 4 กลีบ
- น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว (สำหรับหมักหมู) 1 ช้อนชา
- น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา ครึ่งช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
- น้ำสะอาด 3 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยขาวป่น ครึ่งช้อนชา
วิธีทำ
- หมักหมู: ผสมหมูสับกับซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา หมักทิ้งไว้ 5 นาที
- ผัดกระเทียม: ตั้งกระทะไฟแรง ใส่น้ำมันพืช รอ 15 วินาที ใส่กระเทียมสับ ผัด 20 วินาทีพอเหลือง
- ผัดหมู: ใส่หมูหมักลงกระทะ ผัดให้หมูสุกและแตกตัวเป็นก้อนเล็ก ใช้เวลาประมาณ 2 นาที
- ผัดกะหล่ำปลี: ใส่กะหล่ำปลี ผัดคลุกกับหมูให้ทั่ว ใช้เวลาประมาณ 1 นาที
- ปรุงรส: ใส่น้ำมันหอย น้ำปลา น้ำตาลทราย และน้ำสะอาด ผัดคลุกเคล้าให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ
- เสิร์ฟ: โรยพริกไทยขาวป่น ตักใส่จาน เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อน
5. กะหล่ำปลีผัดกุ้ง
กะหล่ำปลีผัดกุ้ง เป็นเมนูที่ยกระดับจากกะหล่ำปลีผัดหมูด้วยความหวานธรรมชาติของกุ้งสด เมื่อผัดรวมกับกะหล่ำปลีกรอบหวาน รสชาติโดยรวมจะออกเค็มนำ หวานตามจากกุ้งและผัก หอมกลิ่นกระเทียมเจียวและน้ำมันหอย เนื้อสัมผัสมีทั้งกรอบของกะหล่ำปลีและเด้งของกุ้ง ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลา 15 นาที เหมาะกับมื้อพิเศษที่อยากได้โปรตีนคุณภาพดี
กุ้งที่เหมาะสมคือกุ้งขาวแช่เย็นสด (ไม่ใช่กุ้งแช่แข็งที่ละลายแล้วจะคายน้ำ) ต้องซับกุ้งให้แห้งด้วยกระดาษซับก่อนผัดทุกครั้ง น้ำจากกุ้งจะทำให้ซอสเจือจางและผัดไม่หอม
ส่วนผสม
- กะหล่ำปลี (หั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ) 200 กรัม
- กุ้งขาวสด (แกะเปลือก ผ่าหลัง ดึงเส้นดำออก ซับให้แห้ง) 150 กรัม
- กระเทียมสับ 4 กลีบ
- น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะครึ่ง
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
- น้ำปลา 1 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย ครึ่งช้อนชา
- พริกไทยขาวป่น ครึ่งช้อนชา
วิธีทำ
- เตรียมกุ้ง: ซับกุ้งด้วยกระดาษทิชชู่ให้แห้งสนิท โรยเกลือป่นเล็กน้อย (นอกเหนือจากส่วนผสม) คลุกเบาให้เนื้อกุ้งเด้งขึ้น
- ผัดกุ้ง: ตั้งกระทะไฟแรง ใส่น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ รอ 15 วินาที ใส่กุ้งลงผัดไฟแรง 1 นาที พอกุ้งสุกและเปลี่ยนเป็นสีส้ม ตักขึ้นพักไว้
- ผัดกระเทียม: ใส่น้ำมันอีก 1 ช้อนโต๊ะในกระทะเดิม ใส่กระเทียมสับ ผัด 20 วินาทีให้เหลืองหอม
- ผัดกะหล่ำปลี: ใส่กะหล่ำปลีลงผัดไฟแรง 1 นาทีให้ผักสลดเล็กน้อย
- รวมส่วนผสม: ใส่กุ้งที่พักไว้กลับลงกระทะ ตามด้วยน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว น้ำปลา และน้ำตาลทราย ผัดคลุกเคล้าเร็ว 30 วินาทีให้เข้ากัน
- เสิร์ฟ: โรยพริกไทยขาวป่น ตักใส่จาน เสิร์ฟทันทีกับข้าวสวยร้อน
6. กะหล่ำปลีดอกผัดน้ำปลา
กะหล่ำปลีดอกผัดน้ำปลา ใช้กะหล่ำปลีดอก (Cauliflower) เป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งเป็นผักในตระกูลเดียวกับกะหล่ำปลีแต่มีเนื้อสัมผัสต่างกัน กะหล่ำปลีดอกมีเนื้อแน่น กรอบมัน และซึมซับซอสได้ดีกว่ากะหล่ำปลีธรรมดา เมื่อผัดกับน้ำปลาและกระเทียม จะได้รสเค็มกลมกล่อม ผิวนอกกรอบเล็กน้อย ด้านในนุ่ม ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 10 นาที
เทคนิคสำคัญคือการหั่นกะหล่ำปลีดอกให้มีขนาดสม่ำเสมอ เพื่อให้สุกพร้อมกัน ควรหั่นตามแนวแกนดอกให้ได้ชิ้นหนาประมาณ 1.5 เซนติเมตร ด้านที่มีพื้นผิวเรียบจะแนบกับกระทะได้ดี ผัดแล้วผิวจะคาราเมลไลซ์เป็นสีทองสวย
ส่วนผสม
- กะหล่ำปลีดอก (หั่นตามแนวแกนเป็นชิ้นหนา 1.5 เซนติเมตร) 250 กรัม
- กระเทียมสับหยาบ 5 กลีบ
- น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลาแท้ 1 ช้อนโต๊ะครึ่ง
- น้ำตาลทราย ครึ่งช้อนชา
- พริกไทยขาวป่น ครึ่งช้อนชา
- ต้นหอมซอย 1 ต้น
วิธีทำ
- หั่นกะหล่ำปลีดอก: หั่นตามแกนจากโคนถึงยอดให้เป็นชิ้นแบนหนา 1.5 เซนติเมตร ล้างน้ำแล้วซับให้แห้ง
- ผัดกะหล่ำปลีดอก: ตั้งกระทะไฟแรงปานกลางถึงแรง ใส่น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะครึ่ง เรียงกะหล่ำปลีดอกด้านเรียบลงกระทะ ผัดด้านละ 45 วินาทีจนผิวเป็นสีทอง
- ใส่กระเทียม: ดันกะหล่ำปลีดอกไปด้านข้างกระทะ ใส่น้ำมันอีกครึ่งช้อนโต๊ะ ใส่กระเทียมสับในช่องว่าง ผัดให้หอม 20 วินาที
- ปรุงรส: ราดน้ำปลาลงบนขอบกระทะ ใส่น้ำตาลทราย ผัดคลุกเร็ว 30 วินาทีให้ทั่ว
- เสิร์ฟ: โรยพริกไทยขาวป่นและต้นหอมซอย ตักใส่จาน กินคู่กับข้าวสวยร้อน
7. กะหล่ำปลีผัดไส้กรอก
กะหล่ำปลีผัดไส้กรอก เป็นเมนูที่เด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินดี ด้วยรสชาติที่คุ้นเคยจากไส้กรอกหมูหรือไก่ที่ผ่านการปรุงรสมาแล้ว ผสมกับกะหล่ำปลีกรอบหวาน ปรุงเพิ่มเพียงเล็กน้อยด้วยซอสหอยนางรม ซีอิ๊ว และพริกไทย รสชาติออกเค็มมัน กลิ่นรมควันจากไส้กรอกและความกรอบของกะหล่ำปลีเข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 10 นาที
ควรเลือกไส้กรอกที่มีเนื้อหมูหรือไก่จริงเป็นส่วนประกอบหลัก ไม่ใช่ไส้กรอกแป้ง เพราะเมื่อผัดแล้วไส้กรอกจะคายน้ำมันและกลิ่นรมควันออกมาเคลือบกะหล่ำปลี ทำให้ได้รสสัมผัสที่ดีกว่า
ส่วนผสม
- กะหล่ำปลี (หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ) 200 กรัม
- ไส้กรอกหมูหรือไก่ (หั่นเฉียงเป็นชิ้นหนา 1 เซนติเมตร) 3 ชิ้น
- กระเทียมสับ 3 กลีบ
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
- ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว ครึ่งช้อนชา
- พริกไทยขาวป่น ครึ่งช้อนชา
- ต้นหอมซอย 1 ต้น
วิธีทำ
- เตรียมไส้กรอก: ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันเพียงเล็กน้อย ใส่ไส้กรอกเฉียงลงทอด ด้านละ 30 วินาทีจนมีสีน้ำตาลทอง ตักขึ้นพัก
- ผัดกระเทียม: ในกระทะเดิม ใส่กระเทียมสับลงผัดในน้ำมันที่ออกมาจากไส้กรอก 20 วินาที
- ผัดกะหล่ำปลี: ใส่กะหล่ำปลีลงผัดไฟแรง 1 นาที ผัดให้ผักสลดแต่ยังกรอบ
- รวมและปรุง: ใส่ไส้กรอกทอดกลับลงกระทะ ปรุงด้วยซอสหอยนางรมและซีอิ๊วขาว ผัดเร็ว 30 วินาที
- เสิร์ฟ: โรยพริกไทยขาวป่นและต้นหอมซอย ตักเสิร์ฟกับข้าวสวยร้อนหรือข้าวเหนียว
8. ผัดกะหล่ำปลีใส่ไข่เค็ม
ผัดกะหล่ำปลีใส่ไข่เค็ม เป็นเมนูฟิวชันร่วมสมัยที่ผสานความมันเค็มของไข่เค็มเข้ากับความกรอบหวานของกะหล่ำปลี ได้รสชาติเค็มมัน กลมกล่อม เนื้อไข่เค็มที่ทอดแล้วจะมีสัมผัสร่วนทรายเคลือบทั่วผัก คล้ายกับเทคนิคการทำผัดผักใส่ไข่เค็มที่นิยมในร้านอาหารจีนฮ่องกง ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลา 12 นาที
เทคนิคจากร้านอาหารจีนคือการแยกไข่ขาวและไข่แดงออกจากกัน ใช้เฉพาะไข่แดงที่มันกว่าและมีสีสวยกว่า ไข่ขาวที่เหลือสามารถนำไปทำเมนูอื่นได้ ก่อนใส่ไข่เค็มต้องนึ่งหรือต้มไข่เค็มให้สุกก่อน แล้วยีให้เป็นผงหยาบ
ส่วนผสม
- กะหล่ำปลี (หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม 1×1 นิ้ว) 200 กรัม
- ไข่เค็ม (นึ่งสุกแล้ว แกะเอาเฉพาะไข่แดง ยีหยาบ) 2 ฟอง
- กระเทียมสับ 3 กลีบ
- น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว ครึ่งช้อนชา
- น้ำตาลทราย ครึ่งช้อนชา
- น้ำสะอาด 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- เตรียมไข่เค็ม: นึ่งไข่เค็ม 10 นาทีจนสุก แกะเอาเฉพาะไข่แดง ยีให้เป็นผงหยาบด้วยส้อม
- ผัดไข่เค็ม: ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ ใส่ไข่แดงเค็มยีลงผัดไฟอ่อนถึงกลาง ผัดจนไข่เค็มเป็นฟองและมีกลิ่นหอม ใช้เวลา 1 นาที ตักขึ้นพัก
- ผัดกระเทียม: ใส่น้ำมันอีก 1 ช้อนโต๊ะในกระทะเดิม เปิดไฟแรง ใส่กระเทียมสับ ผัด 15 วินาที
- ผัดกะหล่ำปลี: ใส่กะหล่ำปลีลงผัดไฟแรง 1 นาที ใส่น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย และน้ำสะอาด ผัดให้เข้ากัน
- รวมไข่เค็ม: ใส่ไข่เค็มที่ผัดไว้กลับลงกระทะ ผัดคลุกเร็ว 20 วินาทีให้ไข่เค็มเคลือบทั่วผัก ตักเสิร์ฟทันทีกับข้าวสวยร้อน
9. กะหล่ำปลีผัดพริกแกง
กะหล่ำปลีผัดพริกแกง เป็นเมนูไทยที่ใช้พริกแกงเผ็ดหรือพริกแกงใต้เป็นเครื่องปรุงหลัก เมื่อผัดกับกะทิและกะหล่ำปลี จะได้รสเผ็ดร้อน มันกลมกล่อม หอมเครื่องแกงและกะทิ ความกรอบของกะหล่ำปลีช่วยตัดความมันของน้ำพริกแกงได้ดี ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลา 15 นาที
เคล็ดลับคือการผัดพริกแกงกับกะทิให้แตกมันก่อนเสมอ ใช้ไฟกลางถึงอ่อน ผัดจนกะทิแตกมัน (เห็นน้ำมันสีแดงลอยหน้า) จึงใส่กะหล่ำปลี ถ้าไม่แตกมันก่อน รสชาติจะดิบและมันเกินไป การเลือกพริกแกงใต้แทนพริกแกงเผ็ดทั่วไปจะได้รสเผ็ดจัดจ้านและกลิ่นเครื่องเทศเข้มข้นกว่า
ส่วนผสม
- กะหล่ำปลี (หั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ) 200 กรัม
- พริกแกงเผ็ด (หรือพริกแกงใต้) 1 ช้อนโต๊ะครึ่ง
- กะทิ 100 มิลลิลิตร (ประมาณครึ่งถ้วย)
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
- ใบมะกรูด (ฉีกก้านกลางออก ซอยละเอียด) 2 ใบ
- พริกชี้ฟ้าแดง (หั่นเฉียง) 1 เม็ด
วิธีทำ
- ผัดพริกแกงให้แตกมัน: ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันพืชและพริกแกง ผัดจนพริกแกงหอมและแตกมันออกมาเป็นสีแดง ใช้เวลาประมาณ 2 ถึง 3 นาที
- ใส่กะทิ: เทกะทิลงในกระทะ ผัดต่อให้กะทิแตกมันและงวดลงเล็กน้อย ใช้เวลาประมาณ 2 นาที
- ผัดกะหล่ำปลี: ใส่กะหล่ำปลีลงผัดไฟกลาง ให้ผักสลดและเคลือบด้วยพริกแกงทั่ว ประมาณ 1 นาทีครึ่ง
- ปรุงรส: ใส่น้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ ผัดคลุกให้เข้ากัน ชิมรส ควรได้รสเผ็ด เค็ม และหวานอ่อน
- เสิร์ฟ: ใส่ใบมะกรูดซอยและพริกชี้ฟ้าแดงหั่นเฉียง ปิดไฟ ตักใส่จาน กินคู่กับข้าวสวยร้อน
10. กะหล่ำปลีผัดเบคอน
กะหล่ำปลีผัดเบคอน เป็นเมนูง่ายที่อาศัยรสชาติและน้ำมันจากเบคอนเป็นตัวนำ เมื่อเบคอนโดนความร้อนจะคายน้ำมันและเกลือออกมาเคลือบกะหล่ำปลี ทำให้ได้รสเค็มมัน กลิ่นรมควันหอมหวน และความกรอบของเบคอนตัดกับความนุ่มของกะหล่ำปลี ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 10 นาที
เทคนิคจากครัวตะวันตกคือการเริ่มผัดเบคอนในกระทะเย็น (ไม่ต้องรอให้กระทะร้อน) วิธีนี้จะทำให้เบคอนค่อยๆ คายน้ำมันออกมาจนกรอบ โดยไม่ไหม้เร็วเกินไป และน้ำมันจะเคลือบทั่วกระทะดีกว่าการใส่เบคอนในกระทะร้อนจัด
ส่วนผสม
- กะหล่ำปลี (ซอยเป็นเส้นหนาประมาณ 1 เซนติเมตร) 200 กรัม
- เบคอน (หั่นเป็นชิ้นขนาด 1×2 นิ้ว) 3 แผ่น
- กระเทียมสับ 3 กลีบ
- พริกไทยดำป่น ครึ่งช้อนชา
- เกลือป่น 1 หยิบมือ (ใส่เฉพาะเมื่อเบคอนไม่เค็มพอ)
- ต้นหอมซอย สำหรับโรยหน้า
วิธีทำ
- ผัดเบคอน: วางเบคอนในกระทะเย็น เปิดไฟกลาง ผัดเบคอนจนน้ำมันออกและเบคอนเริ่มกรอบ ใช้เวลาประมาณ 3 ถึง 4 นาที กลับด้านให้สุกทั่ว ตักเบคอนขึ้นพัก เหลือน้ำมันไว้ในกระทะ
- ผัดกระเทียม: ใส่กระเทียมสับลงในน้ำมันเบคอนในกระทะเดิม เปิดไฟแรง ผัด 15 วินาที
- ผัดกะหล่ำปลี: ใส่กะหล่ำปลีซอยลงผัดไฟแรง 1 นาทีครึ่งจนผักสลด
- รวมส่วนผสม: ใส่เบคอนทอดกลับลงกระทะ ปรุงด้วยพริกไทยดำป่น ชิมรสหากเบคอนไม่เค็มพอให้เติมเกลือป่นเล็กน้อย ผัดเร็ว 30 วินาที
- เสิร์ฟ: โรยต้นหอมซอย ตักใส่จาน เสิร์ฟเป็นกับข้าวหรือกินเล่นกับขนมปัง
11. กะหล่ำปลีผัดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
กะหล่ำปลีผัดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เป็นเมนูหอพักที่เป็นมากกว่าแค่ของกินตอนสิ้นเดือน หากรู้จักปรุงและเลือกวัตถุดิบเพิ่ม เส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ต้มแล้วผัดในกระทะร้อนพร้อมกะหล่ำปลีกรอบ ปรุงด้วยซองเครื่องปรุงจากซองบะหมี่และเติมเครื่องเพิ่มอีกเล็กน้อย ให้รสเค็มเผ็ดมัน กลมกล่อม ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 8 นาที
เทคนิคสำคัญคือการต้มเส้นให้น้อยกว่าเวลาที่ซองระบุ 1 นาที (ประมาณ 2 นาทีสำหรับการต้ม แล้วสะเด็ดน้ำทันที) เส้นจะยังแข็งกลางเล็กน้อย และจะสุกต่อในกระทะตอนผัด ทำให้ได้เส้นที่เหนียวนุ่มไม่เละเมื่อกิน
ส่วนผสม
- บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 1 ซอง
- กะหล่ำปลีซอย (ซอยเป็นเส้นหนาประมาณ 1 เซนติเมตร) 100 กรัม
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- กระเทียมสับ 2 กลีบ
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
- แครอทซอยเส้น 1 ช้อนโต๊ะ (หากมี)
- พริกป่น (ตามชอบ)
วิธีทำ
- ต้มเส้น: ต้มน้ำให้เดือด ใส่เส้นบะหมี่ลงต้ม 2 นาที (น้อยกว่าเวลาซอง 1 นาที) สะเด็ดน้ำออกให้แห้ง
- ผัดกระเทียมและไข่: ตั้งกระทะไฟแรง ใส่น้ำมันพืช ใส่กระเทียมสับ ผัด 15 วินาที ตอกไข่ใส่ลงกระทะ ใช้ตะหลิวเขี่ยไข่ให้แตกและสุกทั่ว 30 วินาที
- ผัดกะหล่ำปลี: ใส่กะหล่ำปลีซอยและแครอทลงผัดกับไข่ 30 วินาที
- ผัดเส้น: ใส่เส้นบะหมี่ที่ต้มสะเด็ดน้ำแล้วลงกระทะ ตามด้วยซองเครื่องปรุงและซองน้ำมันจากซองบะหมี่ ผัดคลุกเคล้าให้เครื่องปรุงกระจายทั่วเส้น
- เสิร์ฟ: ตักใส่จาน โรยพริกป่นตามชอบ เสิร์ฟทันที
12. กะหล่ำปลีทอดน้ำปลา
กะหล่ำปลีทอดน้ำปลา เป็นเมนูที่เปลี่ยนกะหล่ำปลีธรรมดาให้เป็นของทอดกรอบนอกนุ่มใน เคลือบด้วยรสชาติเค็มหวานของน้ำปลาที่คาราเมลไลซ์ระหว่างทอด รสชาติคล้ายคะน้าทอดน้ำปลาแต่เนื้อกะหล่ำปลีจะนุ่มและหวานกว่า ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลา 15 นาที
กะหล่ำปลีที่เหมาะต่อการทอดคือกะหล่ำปลีพันธุ์หัวแน่นใบหนา ต้องซับให้แห้งสนิทก่อนลงแป้ง เพราะน้ำคือศัตรูของการทอดกรอบ หากมีน้ำหลงเหลืออยู่จะทำให้แป้งไม่เกาะและน้ำมันกระเด็น ควรใช้น้ำมันที่อุณหภูมิ 170-180 องศาเซลเซียส หากไม่มีเทอร์โมมิเตอร์วัด ทดสอบโดยหยอดแป้งทอดลงในน้ำมัน ถ้าฟูและขึ้นมาภายใน 3 วินาที แสดงว่าอุณหภูมิได้ที่
ส่วนผสม
- กะหล่ำปลี (หั่นเป็นชิ้นขนาด 2×2 นิ้ว คลี่ใบออกจากกัน) 200 กรัม
- แป้งทอดกรอบ 100 กรัม
- น้ำเย็นจัด 150 มิลลิลิตร
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะครึ่ง
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
- กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยขาวป่น ครึ่งช้อนชา
- น้ำมันพืช (สำหรับทอด) 500 มิลลิลิตร
วิธีทำ
- เตรียมแป้งทอด: ผสมแป้งทอดกรอบกับน้ำเย็นจัดให้เป็นเนื้อเดียว ไม่หนาหรือบางเกิน (ตั้งช้อนแล้วแป้งควรเคลือบช้อนเป็นฟิล์มบาง) ใส่น้ำปลา น้ำตาลทราย กระเทียมสับ และพริกไทยป่น คนให้เข้ากัน
- เตรียมกะหล่ำปลี: ซับกะหล่ำปลีให้แห้งสนิทด้วยกระดาษทิชชู่
- ชุบแป้ง: นำกะหล่ำปลีลงคลุกในแป้งทอดให้เคลือบบางทั่ว
- ทอด: ตั้งน้ำมันในกระทะหรือหม้อบนไฟแรง ปรับเป็นไฟกลางเมื่อน้ำมันร้อนได้ที่ (170-180 องศาเซลเซียส) ใส่กะหล่ำปลีชุบแป้งลงทอดทีละน้อย ด้านละ 1 นาทีจนเหลืองกรอบ ตักขึ้นพักบนตะแกรงหรือกระดาษซับน้ำมัน
- เสิร์ฟ: จัดใส่จาน เสิร์ฟทันทีขณะร้อนกรอบ กินคู่กับน้ำจิ้มบ๊วยหรือซอสพริก
13. กะหล่ำปลีทอดกระเทียม
กะหล่ำปลีทอดกระเทียม ใช้เทคนิคคล้ายกุ้งทอดกระเทียมหรือหมูทอดกระเทียม แต่เปลี่ยนมาใช้กะหล่ำปลีเป็นวัตถุดิบหลัก กะหล่ำปลีหั่นชิ้นหนาชุบแป้งบางแล้วทอดกรอบ ราดด้วยกระเทียมเจียวกรอบหอม รสชาติเค็มจากน้ำปลา มันกรอบจากแป้งทอด และหวานธรรมชาติของกะหล่ำปลีที่ถูกความร้อน ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลา 15 นาที
กระเทียมเจียวที่ดีต้องสีเหลืองทองสม่ำเสมอ เทคนิคคือเจียวกระเทียมในน้ำมันเยอะและไฟอ่อนตั้งแต่ต้นจนจบ ใช้เวลาประมาณ 5 ถึง 7 นาที สังเกตว่ากระเทียมเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อน ให้รีบตักขึ้นทันที เพราะความร้อนสะสมจะทำให้กระเทียมสุกต่อจนไหม้ได้
ส่วนผสม
- กะหล่ำปลี (หั่นเป็นแผ่นหนา 2 เซนติเมตร ตัดขวางเพื่อให้ใบติดกัน) 200 กรัม
- แป้งทอดกรอบ 80 กรัม
- น้ำเย็นจัด 100 มิลลิลิตร
- กระเทียมสับละเอียด 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
- พริกไทยขาวป่น ครึ่งช้อนชา
- น้ำมันพืช (สำหรับเจียวกระเทียมและทอด) 400 มิลลิลิตร
วิธีทำ
- เจียวกระเทียม: ตั้งกระทะไฟอ่อน ใส่น้ำมันพืชประมาณ 100 มิลลิลิตร ใส่กระเทียมสับลงเจียว ใช้ตะหลิวคนตลอดเวลา 5 ถึง 7 นาทีจนกระเทียมเหลืองทอง ตักขึ้นพักบนกระดาษซับ
- เตรียมแป้ง: ผสมแป้งทอดกรอบกับน้ำเย็นจัด ปรุงด้วยน้ำปลาและซีอิ๊วขาว คนให้เข้ากัน
- ชุบกะหล่ำปลี: นำกะหล่ำปลีที่ซับแห้งแล้วคลุกกับแป้งทอดจนเคลือบบางทั่ว
- ทอด: ใช้น้ำมันสำหรับทอดในปริมาณที่เหลือ ตั้งไฟแรงจนน้ำมันร้อนได้ที่ ใส่กะหล่ำปลีลงทอดทีละชิ้น ด้านละ 1 นาทีจนเหลืองกรอบ ตักขึ้นพัก
- เสิร์ฟ: วางกะหล่ำปลีทอดใส่จาน โรยกระเทียมเจียวให้ทั่ว โรยพริกไทยขาวป่น เสิร์ฟทันทีกับน้ำจิ้มไก่หรือซอสพริกหวาน
14. ยำกะหล่ำปลี
ยำกะหล่ำปลี เป็นยำไทยรสจัดที่ไม่ต้องใช้เนื้อสัตว์ แต่ใช้กะหล่ำปลีสดกรอบเป็นวัตถุดิบหลัก ปรุงด้วยน้ำยำรสเปรี้ยวเค็มเผ็ดจากมะนาว น้ำปลา และพริกขี้หนู เสริมด้วยถั่วลิสงคั่วกรอบและกุ้งแห้งทอด รสชาติเปรี้ยวเค็มเผ็ดกำลังดี กะหล่ำปลีสดให้สัมผัสกรอบฉ่ำน้ำ ตัดกับความมันกรอบของถั่วลิสง ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 10 นาที
เคล็ดลับน้ำยำให้กลมกล่อมคือการบดพริกกับกระเทียมในครกให้แหลกก่อน แล้วค่อยปรุงด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว และน้ำตาลปี๊บ ขั้นตอนนี้จะทำให้พริกและกระเทียมคายน้ำมันหอมระเหยออกมา น้ำยำจะมีมิติมากกว่าการแค่คนรวมกันในชาม และควรปรุงน้ำยำให้จัดกว่าปกติเล็กน้อย เพราะกะหล่ำปลีจะคายน้ำออกมาทำให้รสชาติเจือจางหลังจากคลุก
ส่วนผสม
- กะหล่ำปลี (ซอยเป็นเส้นหนาประมาณ 1 เซนติเมตร) 200 กรัม
- พริกขี้หนูสวน (ซอยละเอียด) 6 เม็ด
- กระเทียมสด (บุบและสับ) 3 กลีบ
- มะนาว (คั้นเอาน้ำ) 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
- มะเขือเทศ (หั่นเป็นชิ้นเล็ก) 1 ลูก
- ถั่วลิสงคั่ว (บุบหยาบ) 2 ช้อนโต๊ะ
- กุ้งแห้งทอดกรอบ 1 ช้อนโต๊ะ
- หอมแดงซอย 1 หัว
- ต้นหอมซอย 1 ต้น
วิธีทำ
- เตรียมผัก: แช่กะหล่ำปลีซอยในน้ำเย็นจัด 10 นาที สะเด็ดน้ำให้แห้งสนิท
- ทำน้ำยำ: โขลกพริกขี้หนูและกระเทียมในครกให้แหลก ใส่น้ำปลา น้ำมะนาว และน้ำตาลปี๊บ โขลกต่อให้เข้ากันจนน้ำตาลละลาย
- คลุกยำ: ใส่กะหล่ำปลี มะเขือเทศ หอมแดงซอย กุ้งแห้งทอด และน้ำยำลงในอ่างผสม คลุกเบาให้เข้ากัน
- โรยหน้า: ตักใส่จาน โรยถั่วลิสงคั่วบุบและต้นหอมซอย
- เสิร์ฟ: เสิร์ฟทันทีหลังจากคลุก ไม่ควรทิ้งไว้นานเพราะกะหล่ำปลีจะคายน้ำ
15. ต้มจืดกะหล่ำปลี
ต้มจืดกะหล่ำปลี เป็นซุปใสไทยที่เรียบง่าย อิงหลักการเดียวกับเมนู แกงจืด แบบต้นตำรับ เพียงแต่ใช้กะหล่ำปลีเป็นผักหลัก ใช้น้ำซุปกระดูกหมูหรือไก่เป็นฐาน รสชาติกลมกล่อม หอมหวานจากกะหล่ำปลีที่ต้มจนนุ่ม รากผักชีและกระเทียมให้กลิ่นหอมอ่อนๆ น้ำซุปใสสะอาด ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 20 นาที เหมาะกินเป็นน้ำซุปอุ่นท้องหรือแก้เผ็ดจากกับข้าวอื่น
กะหล่ำปลีสำหรับต้มจืดควรเลือกหัวที่ไม่แก่เกินไป เพราะกะหล่ำปลีแก่จะมีกลิ่นกำมะถันแรงเมื่อต้มนาน เลือกหัวขนาดกลาง อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 70-80 วัน เนื้อจะหวานกรอบโดยธรรมชาติ และที่สำคัญคือต้องใส่กะหล่ำปลีตอนน้ำซุปเดือดเท่านั้น เพื่อให้เนื้อผักเซตตัวและคงความหวานไว้ ไม่เละ
ส่วนผสม
- กะหล่ำปลี (หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาด 2×2 นิ้ว) 200 กรัม
- หมูสับ 100 กรัม
- รากผักชี (บุบ) 2 ราก
- กระเทียม (บุบ) 3 กลีบ
- พริกไทยเม็ด (บุบพอแตก) ครึ่งช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา ครึ่งช้อนโต๊ะ
- น้ำซุปกระดูกหมูหรือน้ำเปล่า 600 มิลลิลิตร
- ต้นหอมซอย 1 ต้น
- ผักชี (สำหรับโรยหน้า) 1 ต้น
วิธีทำ
- เตรียมน้ำซุป: ใส่น้ำซุปหรือน้ำเปล่าลงในหม้อ ใส่รากผักชี กระเทียม และพริกไทยเม็ดบุบ เปิดไฟแรงจนเดือด
- ปั้นหมูสับ: ปั้นหมูสับเป็นก้อนกลมขนาดประมาณ 1 นิ้ว (6-8 ก้อน) ไม่ต้องปรุงรสหมู
- ต้มหมูสับ: เมื่อน้ำเดือด ใส่หมูสับก้อนลงต้มไฟกลาง รอจนหมูลอยและสุก ใช้เวลาประมาณ 3 นาที ช้อนฟองออก
- ใส่กะหล่ำปลี: ใส่กะหล่ำปลีลงในน้ำซุปที่เดือด ต้มต่อไฟกลางประมาณ 3 ถึง 4 นาทีจนกะหล่ำปลีนุ่มแต่ยังมีเนื้อสัมผัส
- ปรุงรส: ปรุงด้วยซีอิ๊วขาวและน้ำปลา ชิมรสให้กลมกล่อม ปิดไฟ โรยต้นหอมซอยและผักชี เสิร์ฟร้อน
16. แกงจืดกะหล่ำปลียัดไส้หมูสับ
แกงจืดกะหล่ำปลียัดไส้หมูสับ เป็นเมนูไทยที่ใช้เทคนิคเดียวกับเกี๊ยวน้ำ แต่เปลี่ยนจากแป้งเกี๊ยวเป็นใบกะหล่ำปลีลวกห่อไส้หมูสับปรุงรส น้ำซุปใสที่ต้มกับรากผักชีและกระเทียมไทยให้รสชาติกลมกล่อม ซดน้ำซุปอุ่นๆ ตามด้วยกะหล่ำปลีห่อหมูนุ่ม ไม่มีแป้งทำให้เบาท้องกว่าเกี๊ยว ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลา 35 นาที เหมาะเป็นเมนูอาหารกลางวันหรือเย็นสำหรับครอบครัว
การลวกใบกะหล่ำปลีเป็นขั้นตอนที่ต้องทำอย่างระมัดระวัง ควรลวกทีละใบในน้ำเดือด 30 วินาทีจนใบนิ่มและอ่อนตัว ตักแช่น้ำเย็นทันทีเพื่อหยุดความร้อนและคงสีเขียวอ่อนสวย ใบที่แก่เกินหรือมีเส้นกลางหนาต้องกรีดเส้นกลางให้แบนลงเพื่อให้ม้วนง่าย
ส่วนผสม
- ใบกะหล่ำปลี (ลวกน้ำร้อน 30 วินาที แช่น้ำเย็น ซับแห้ง) 8 ใบ
- หมูสับ 200 กรัม
- รากผักชี (บุบ) 2 ราก
- กระเทียมไทย (บุบ) 3 กลีบ
- พริกไทยเม็ด (บุบพอแตก) ครึ่งช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- แป้งมัน 1 ช้อนชา
- ต้นหอมซอย 1 ต้น
- ผักชี (สำหรับโรยหน้า) 1 ต้น
- น้ำซุปกระดูกหมูหรือน้ำเปล่า 800 มิลลิลิตร
- กระเทียมเจียว 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ลวกใบกะหล่ำปลี: ต้มน้ำในหม้อให้เดือด ลวกใบกะหล่ำปลีทีละใบ 30 วินาที ตักแช่น้ำเย็น ซับให้แห้ง กรีดเส้นกลางใบให้แบน
- ทำไส้หมู: ผสมหมูสับกับซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ แป้งมัน และพริกไทยเม็ดบุบเล็กน้อย นวดให้เหนียว
- ห่อ: วางใบกะหล่ำปลีบนเขียง ตักไส้หมูประมาณ 1 ช้อนโต๊ะครึ่งวางบนใบ ม้วนให้แน่น ใช้ไม้จิ้มฟันกลัด หรือพับขอบใบเข้าด้านในให้หมูอยู่ตรงกลาง
- ต้มน้ำซุป: ใส่น้ำซุปหรือน้ำเปล่า 800 มิลลิลิตรลงหม้อ ใส่รากผักชี กระเทียมบุบ และพริกไทยเม็ดบุบ เปิดไฟแรงจนเดือด
- ต้มกะหล่ำปลีห่อ: ใส่กะหล่ำปลีห่อหมูลงในน้ำซุปเดือด ลดไฟเป็นไฟกลาง ต้ม 10 ถึง 12 นาทีจนหมูสุก
- ปรุงและเสิร์ฟ: ปรุงน้ำซุปด้วยซีอิ๊วขาวและน้ำปลาที่เหลือ โรยต้นหอม ผักชี และกระเทียมเจียว เสิร์ฟร้อน
17. กะหล่ำปลีม้วนต้มซุป (โรลกะหล่ำปลี)
กะหล่ำปลีม้วนต้มซุป (Cabbage Roll) เป็นเมนูตะวันตกและญี่ปุ่นที่นำใบกะหล่ำปลีลวกมาห่อไส้หมูหรือไก่ผสมผัก แล้วต้มในซุปมะเขือเทศหรือซุปใส รสชาติกลมกล่อม หวานเปรี้ยวจากซุปมะเขือเทศ ตัดกับเนื้อหมูนุ่มและใบกะหล่ำปลีหวาน ระดับความยาก: ยาก ใช้เวลา 50 นาที เหมาะกับมื้อพิเศษหรือมื้อวันหยุดที่อยากทำอาหารนานขึ้น
การทำให้โรลกะหล่ำปลีกลมสวยไม่แตกมี 3 เทคนิค: หนึ่ง แต่งใบกะหล่ำปลีให้เป็นแผ่นกลมโดยตัดขอบแข็งออก สอง เลือกใช้หมูสับที่มีมัน 20-30% ไม่ใช้หมูล้วนเพราะจะแห้งและแข็ง และสาม ม้วนให้แน่นโดยใช้แรงกดสม่ำเสมอจากด้านหนึ่งไปอีกด้าน ห่อด้วยใบกะหล่ำปลีซ้อน 2 ชั้นเพื่อความปลอดภัย
ส่วนผสม
- ใบกะหล่ำปลี (ลวกน้ำร้อน 30 วินาที แช่น้ำเย็น ซับแห้ง) 12 ใบ
- หมูสับ (มัน 20-30%) 300 กรัม
- หอมใหญ่สับละเอียด ครึ่งหัว
- แครอทหั่นเต๋าเล็ก 2 ช้อนโต๊ะ
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- เกล็ดขนมปังป่น 2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1 ช้อนชา
- พริกไทยดำป่น ครึ่งช้อนชา
- ซอสมะเขือเทศ 200 มิลลิลิตร
- น้ำซุปไก่ 400 มิลลิลิตร
- ใบกระวาน 1 ใบ
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
วิธีทำ
- ลวกใบกะหล่ำปลี: ลวกใบกะหล่ำปลีทีละใบ 30 วินาที แช่น้ำเย็น ซับให้แห้ง ตัดเส้นกลางแข็งออกให้ใบแบน ใช้ใบ 2 ใบซ้อนกันเพื่อความหนา
- ทำไส้: ผสมหมูสับ หอมใหญ่สับ แครอทเต๋า ไข่ไก่ เกล็ดขนมปัง เกลือครึ่งช้อนชา และพริกไทยดำ คลุกเคล้าให้นวดจนเหนียว
- ห่อโรล: ตักไส้หมูประมาณ 2 ช้อนโต๊ะวางบนใบกะหล่ำปลี 2 ชั้น ม้วนให้แน่นจากด้านหนึ่งไปอีกด้าน พับขอบข้างเข้าด้านใน ใช้ไม้จิ้มฟันกลัด
- ผัดซอส: ในหม้อก้นลึก ใส่น้ำมันเล็กน้อย ผัดซอสมะเขือเทศกับน้ำตาลทรายและเกลือที่เหลือ 1 นาที
- ต้ม: ใส่น้ำซุปไก่และใบกระวานลงในหม้อซอส วางโรลกะหล่ำปลีเรียงลงในหม้อ เปิดไฟแรงจนเดือด แล้วลดไฟอ่อน ปิดฝา ต้ม 25 ถึง 30 นาที
- เสิร์ฟ: ตักโรลกะหล่ำปลีใส่จาน ราดซุปมะเขือเทศร้อน กินคู่กับขนมปังปิ้งหรือมันบด
18. กะหล่ำปลียัดไส้
กะหล่ำปลียัดไส้ เป็นเมนูไทย-จีนที่ใช้กะหล่ำปลีทั้งหัวหรือครึ่งหัว คว้านแกนกลางออกแล้วยัดไส้หมูสับหรือไก่สับปรุงรส นำไปนึ่งจนสุกทั่ว เมื่อหั่นตามขวางจะเห็นไส้หมูแทรกอยู่ในชั้นใบกะหล่ำปลีสวยงาม รสชาติเค็มกลมกล่อมจากไส้หมู ตัดกับความหวานของกะหล่ำปลีนึ่ง เนื้อสัมผัสนุ่มละมุนทั้งกะหล่ำปลีและหมู ระดับความยาก: ยาก ใช้เวลา 45 นาที
การทำกะหล่ำปลียัดไส้ให้สำเร็จต้องใช้กะหล่ำปลีหัวไม่แก่เกินไป เพราะใบจะแข็งและม้วนยาก วิธีคือตัดขั้วแล้วลวกทั้งหัวในน้ำเดือด 2 นาที จากนั้นแช่น้ำเย็น จะทำให้ใบค่อยๆ คลายตัวออกจากกัน แต่ละชั้นสามารถแง้มออกเพื่อยัดไส้ได้สะดวก เมื่อนึ่งเสร็จแล้วต้องพักไว้ 5 นาทีก่อนหั่น มิฉะนั้นไส้หมูจะแตกออกจากกัน
ส่วนผสม
- กะหล่ำปลี (หัวขนาดกลาง น้ำหนักประมาณ 500 กรัม) 1 หัว
- หมูสับ 200 กรัม
- เห็ดหอมแห้ง (แช่น้ำจนนุ่ม หั่นเต๋าเล็ก) 3 ดอก
- วุ้นเส้น (แช่น้ำจนนุ่ม ตัดสั้น) 50 กรัม
- กระเทียมสับ 3 กลีบ
- รากผักชีสับ 1 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะครึ่ง
- น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย ครึ่งช้อนชา
- พริกไทยขาวป่น ครึ่งช้อนชา
- แป้งมัน 1 ช้อนชา
- น้ำซุปไก่หรือน้ำเปล่า 100 มิลลิลิตร
วิธีทำ
- เตรียมกะหล่ำปลี: ตัดขั้วกะหล่ำปลีให้เรียบ คว้านแกนกลางออก ลวกทั้งหัวในน้ำเดือด 2 นาที แช่น้ำเย็น ซับให้แห้ง แล้วค่อยๆ แง้มใบออกจากกัน
- ทำไส้: ผสมหมูสับ เห็ดหอม วุ้นเส้น กระเทียมสับ รากผักชีสับ ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันหอย น้ำตาลทราย พริกไทยป่น และแป้งมัน นวดให้เหนียว
- ยัดไส้: ใช้ช้อนหรือมือนวดไส้หมูเข้าไประหว่างชั้นใบกะหล่ำปลีทีละชั้น ไล่จากด้านในสุดออกมาชั้นนอกสุด กดเบาให้ไส้กระจายทั่ว
- นึ่ง: วางกะหล่ำปลียัดไส้ในจานทนร้อน ราดน้ำซุปไก่และซีอิ๊วขาวที่เหลือบนกะหล่ำปลี นึ่งในลังถึงหรือซึ้งบนน้ำเดือด ไฟแรง 25 ถึง 30 นาที
- พักและหั่น: หลังจากนึ่งสุก พักกะหล่ำปลีไว้ 5 นาทีก่อนหั่นเป็นชิ้นตามขวาง
- เสิร์ฟ: ราดน้ำที่ออกมาระหว่างนึ่งบนกะหล่ำปลีหั่น เสิร์ฟร้อนกับข้าวสวย
19. สลัดกะหล่ำปลี (โคลสลอว์)
สลัดกะหล่ำปลี (Coleslaw) เป็นเมนูสลัดสไตล์ตะวันตกที่ใช้กะหล่ำปลีดิบซอยฝอยเป็นวัตถุดิบหลัก ผสมกับแครอทซอยและน้ำสลัดครีมมายองเนสที่มีรสเปรี้ยวหวานมัน เนื้อสัมผัสกรอบชุ่มฉ่ำจากผักสด ตัดกับความมันเนียนของน้ำสลัดครีม รสชาติเปรี้ยวหวานสดชื่น ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 15 นาที เหมาะเป็นเครื่องเคียงกับหมูย่าง ไก่ทอด หรือบาร์บีคิว
ตามข้อมูลจาก Wikipedia กะหล่ำปลีดิบอุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินเค และใยอาหาร การกินแบบสดจึงคงคุณค่าทางโภชนาการไว้ได้มากที่สุด เคล็ดลับน้ำสลัดโคลสลอว์ที่รสชาติไม่เลี่ยนคือการผสมโยเกิร์ตรสธรรมชาติ หรือ sour cream ลงไปในมายองเนสในอัตราส่วน 1:1 แล้วปรุงรสด้วยน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล (Apple Cider Vinegar) และมัสตาร์ดดิฌง (Dijon Mustard) ความเปรี้ยวของน้ำส้มสายชูจะตัดความมันของมายองเนสได้อย่างลงตัว
ส่วนผสม
- กะหล่ำปลี (ซอยฝอยละเอียด) 300 กรัม
- แครอท (ขูดหรือซอยฝอย) 1 หัวเล็ก
- มายองเนส 3 ช้อนโต๊ะ
- โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น ครึ่งช้อนชา
- พริกไทยดำป่น ครึ่งช้อนชา
- มัสตาร์ดดิฌง (Dijon Mustard) 1 ช้อนชา
- หอมแดงซอยบาง 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- เตรียมผัก: ใส่กะหล่ำปลีซอยและแครอทซอยในน้ำเย็นจัด 10 นาที สะเด็ดน้ำ ซับให้แห้งสนิท (ความแห้งคือหัวใจของโคลสลอว์กรอบ)
- ทำน้ำสลัด: ผสมมายองเนส โยเกิร์ต น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล น้ำตาลทราย เกลือ พริกไทยดำ และมัสตาร์ด คนให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเดียว
- คลุก: เทน้ำสลัดลงในอ่างผัก คลุกเคล้าให้ทั่วทุกเส้น
- หมัก: ปิดด้วยฟิล์มถนอมอาหาร แช่ตู้เย็นอย่างน้อย 30 นาที (หรือข้ามคืนยิ่งดี) ให้น้ำสลัดซึมเข้าเนื้อผักและรสชาติกลมกล่อมขึ้น
- เสิร์ฟ: ตักใส่จาน โรยหอมแดงซอย เสิร์ฟคู่กับไก่ทอด หมูย่าง หรือแซนด์วิช
20. กิมจิกะหล่ำปลี
กิมจิกะหล่ำปลี เป็นเมนูเกาหลีที่ดัดแปลงจากกิมจิผักกาดขาว โดยใช้กะหล่ำปลีแทน รสชาติเผ็ด เปรี้ยว เค็ม หวานจากน้ำหมักพริกเกาหลี (Gochugaru) และน้ำปลา หอมกลิ่นกระเทียมและขิงสด เมื่อหมักได้ที่จะมีรสเปรี้ยวจากการหมักแลคติกตามธรรมชาติ กรอบอร่อยและมีโพรไบโอติกที่ดีต่อลำไส้ ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลา 45 นาที (รวมเวลาหมัก 30 นาที แต่แนะนำให้หมัก 24 ชั่วโมงเพื่อรสชาติที่ดีที่สุด)
หัวใจของกิมจิที่ดีคือสัดส่วนของเกลือและเวลาในการหมักเกลือ (Salting) ขั้นตอนนี้ต้องใช้เกลือสมุทรหยาบคลุกกะหล่ำปลีแล้วพัก 30 นาที โดยกลับด้านครึ่งทาง เกลือจะดึงน้ำออกจากกะหล่ำปลี ทำให้เนื้อกรอบขึ้นและพร้อมรับซอสหมัก หากข้ามขั้นตอนนี้ กิมจิจะแฉะและไม่อร่อย
ส่วนผสม
- กะหล่ำปลี (หั่นเป็นชิ้นขนาด 2×2 นิ้ว) 300 กรัม
- เกลือสมุทรหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ
- พริกป่นเกาหลี (Gochugaru) 2 ช้อนโต๊ะครึ่ง
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะครึ่ง
- กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
- ขิงสดขูดเปลือก สับละเอียด 1 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
- ต้นหอมหั่นท่อน 1 นิ้ว 2 ต้น
- แครอทซอยเส้น 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- หมักเกลือ: คลุกกะหล่ำปลีกับเกลือสมุทรหยาบในชามใหญ่ นวดเบาๆ ให้เกลือเคลือบทั่ว พัก 30 นาที ระหว่างนั้นกลับด้าน 1 ครั้ง
- ล้างเกลือ: หลังจาก 30 นาที ล้างกะหล่ำปลีในน้ำสะอาด 2 ถึง 3 ครั้งให้เกลือออก สะเด็ดน้ำให้แห้งสนิท
- ทำซอสกิมจิ: ผสมพริกป่นเกาหลี น้ำปลา กระเทียม ขิง น้ำตาลทราย และน้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากันเป็นซอสข้น
- คลุก: ใส่กะหล่ำปลีที่สะเด็ดน้ำแล้ว ต้นหอม และแครอท ลงในชามซอส ใส่ถุงมือยาง คลุกนวดให้ซอสเคลือกทุกชิ้น
- หมัก: บรรจุกิมจิใส่ภาชนะปิดสนิท กดให้แน่นไม่มีช่องอากาศ หมักที่อุณหภูมิห้อง 6 ถึง 24 ชั่วโมง (ถ้าอากาศร้อน หมักแค่ 6 ชั่วโมง) แล้วแช่ตู้เย็น
- เสิร์ฟ: กินเป็นเครื่องเคียงกับข้าวสวยร้อน หมูย่าง หรือใช้ผัดข้าวกิมจิ
ตารางเปรียบเทียบ 20 เมนูกะหล่ำปลี
| ชื่อเมนู | ประเภท | ความยาก | เวลา | รสชาติ |
|---|---|---|---|---|
| กะหล่ำปลีผัดไข่ | ผัด (ไทย) | ง่ายมาก | 5 นาที | เค็มหอม มันลิ้น |
| ผัดกะหล่ำปลีน้ำมันหอย | ผัด (จีน-ไทย) | ง่าย | 8 นาที | หวานมัน เค็มเบา |
| กะหล่ำปลีผัดน้ำปลา | ผัด (ไทย) | ง่าย | 10 นาที | เค็มนำ หอมกระทะ |
| กะหล่ำปลีผัดหมู | ผัด (ไทย-จีน) | ปานกลาง | 15 นาที | เค็มกลมกล่อม มัน |
| กะหล่ำปลีผัดกุ้ง | ผัด (ไทย-จีน) | ปานกลาง | 15 นาที | เค็มนำ หวานกุ้ง |
| กะหล่ำปลีดอกผัดน้ำปลา | ผัด (ไทย) | ง่าย | 10 นาที | เค็มหอม ผิวกรอบ |
| กะหล่ำปลีผัดไส้กรอก | ผัด (ไทย) | ง่าย | 10 นาที | เค็มมัน กลิ่นรมควัน |
| ผัดกะหล่ำปลีใส่ไข่เค็ม | ผัด (ฟิวชัน) | ปานกลาง | 12 นาที | เค็มมัน ไข่เค็มร่วน |
| กะหล่ำปลีผัดพริกแกง | ผัด (ไทย) | ปานกลาง | 15 นาที | เผ็ดร้อน มันกะทิ |
| กะหล่ำปลีผัดเบคอน | ผัด (ตะวันตก) | ง่าย | 10 นาที | เค็มมัน กลิ่นรมควัน |
| กะหล่ำปลีผัดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป | ผัด (ฟิวชัน) | ง่าย | 8 นาที | เค็มเผ็ด มันเส้น |
| กะหล่ำปลีทอดน้ำปลา | ทอด (ไทย) | ปานกลาง | 15 นาที | กรอบนอก นุ่มใน เค็มหวาน |
| กะหล่ำปลีทอดกระเทียม | ทอด (ไทย-จีน) | ปานกลาง | 15 นาที | กรอบ หอมกระเทียมเจียว |
| ยำกะหล่ำปลี | ยำ (ไทย) | ง่าย | 10 นาที | เปรี้ยวเค็มเผ็ด สดชื่น |
| ต้มจืดกะหล่ำปลี | ต้ม (ไทย) | ง่าย | 20 นาที | กลมกล่อม หวานน้ำซุป |
| แกงจืดกะหล่ำปลียัดไส้หมูสับ | ต้ม (ไทย) | ปานกลาง | 35 นาที | กลมกล่อม นุ่ม หวานซุป |
| กะหล่ำปลีม้วนต้มซุป | ต้ม (ตะวันตก-ญี่ปุ่น) | ยาก | 50 นาที | หวานเปรี้ยว กลมกล่อม |
| กะหล่ำปลียัดไส้ | นึ่ง (ไทย-จีน) | ยาก | 45 นาที | เค็มกลมกล่อม นุ่มละมุน |
| สลัดกะหล่ำปลี (โคลสลอว์) | สลัด (ตะวันตก) | ง่าย | 15 นาที | เปรี้ยวหวาน ครีมมัน |
| กิมจิกะหล่ำปลี | ดอง (เกาหลี) | ปานกลาง | 45 นาที+หมัก | เผ็ด เปรี้ยว เค็ม หวาน |
เคล็ดลับเลือกซื้อและเตรียมกะหล่ำปลี
การเลือกซื้อกะหล่ำปลี ควรเลือกหัวที่แน่นและหนักมือเมื่อยก ใบชั้นนอกควรมีสีเขียวอ่อนถึงเขียวสด ไม่มีจุดดำหรือรอยช้ำ ตัดขั้วแล้วต้องไม่มีรอยสีน้ำตาล เมื่อเขย่าเบาๆ ไม่ควรมีเสียงใบกระทบกัน เพราะแสดงว่าใบข้างในไม่แน่นและอาจมีช่องว่าง ตามข้อมูลทางพฤกษศาสตร์จาก Wikipedia กะหล่ำปลีเป็นพืชในตระกูล Brassica oleracea ที่มีอายุเก็บเกี่ยวประมาณ 70 ถึง 120 วันหลังปลูก โดยสายพันธุ์ที่แก่จัดจะให้ใบหนาและหวานน้อยกว่า
การเก็บรักษา กะหล่ำปลีทั้งหัวที่ยังไม่หั่นสามารถเก็บในตู้เย็นช่องผักได้นานถึง 2 สัปดาห์โดยไม่เสียความกรอบ เมื่อหั่นแล้วควรห่อด้วยฟิล์มถนอมอาหารให้แน่นและใช้ให้หมดภายใน 3 วัน (เช่นเดียวกับผักใบอื่นๆ อย่าง คะน้า)
การหั่น สำหรับเมนูผัด ควรหั่นกะหล่ำปลีตามขวางให้เป็นเส้นหนาประมาณ 1 เซนติเมตร สำหรับเมนูต้มและนึ่ง ควรหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเพื่อคงรูป สำหรับเมนูยำและโคลสลอว์ ควรซอยฝอยละเอียด สำหรับเมนูทอดและยัดไส้ ควรใช้ทั้งใบ
การล้าง ควรล้างกะหล่ำปลีทั้งใบก่อนหั่น หลังจากล้างให้สะบัดน้ำออกหรือซับด้วยกระดาษทิชชู่ให้แห้งสนิทก่อนลงกระทะ (เป็นหลักการเดียวกับการเตรียม ผักบุ้ง ก่อนผัดไฟแดง)
สรุป
20 เมนูกะหล่ำปลี ในลิสต์นี้ออกแบบมาให้ครอบคลุมทุกวิธีทำที่ใช้กะหล่ำปลีได้ ตั้งแต่ผัดเร็ว 5 นาทีไปจนถึงกิมจิหมักข้ามคืน จุดร่วมของทุกเมนูคือการดึงความกรอบหวานตามธรรมชาติของกะหล่ำปลีออกมาให้เด่นที่สุด ไม่ว่าจะผ่านความร้อนหรือกินแบบสด เมนูแต่ละจานระบุส่วนผสม ปริมาณ และขั้นตอนที่สมจริง สามารถทำตามแล้วได้ผลจริงโดยไม่ต้องเป็นเชฟมืออาชีพ
การทำอาหารจากกะหล่ำปลีใช้เงินลงทุนต่ำมากเมื่อเทียบกับวัตถุดิบโปรตีนชนิดอื่น กะหล่ำปลี 1 หัวราคาประมาณ 20-30 บาท สามารถทำอาหารได้ 2-3 มื้อ สำหรับคนเดียวหรือครอบครัวเล็ก การมีกะหล่ำปลีติดตู้เย็นไว้ 1 หัวหมายถึงทางเลือกมื้ออาหารที่หลากหลายทุกวัน คล้ายกับแนวคิดของ บทความรวม 20 เมนูแกงจืด ที่เน้นการทำอาหารจากวัตถุดิบประหยัด ใช้ส่วนผสมไม่กี่อย่างแต่ได้รสชาติกลมกล่อม
ลองเลือกเมนูที่ตรงกับวัตถุดิบในตู้เย็นและเวลาที่มีในวันนั้น เริ่มจากเมนูผัดง่ายๆ อย่างกะหล่ำปลีผัดไข่หรือผัดน้ำปลา เมื่อมั่นใจแล้วค่อยขยับไปเมนูที่ใช้เทคนิคมากขึ้นอย่างกะหล่ำปลียัดไส้หรือโรลกะหล่ำปลีต้มซุป ระหว่างทำอาหารหากมีข้อสงสัยหรือได้ผลลัพธ์อย่างไร แบ่งปันประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง









