สูตรอาหาร

30 เมนูข้าวแกงทำเองที่บ้าน ครบเครื่องแกง ผัด ต้ม ทอด กินกับข้าวสวยร้อนๆ

รวม 30 เมนูข้าวแกงทำเองที่บ้าน ตั้งแต่อาหารประเภทแกงกะทิเข้มข้น แกงน้ำใสจัดจ้าน ผัดพริกแกงหอมเครื่อง ผัดผักสไตล์ร้านตามสั่ง ไปจนถึงต้มยำ ต้มข่า และเมนูทอดกรอบ หลายเมนูในนี้ก็เป็น อาหารจานเดียว ที่กินกับข้าวสวยได้อิ่มในจานเดียว คัดจากเมนูที่ครองใจคนไทยทุกภาค วัตถุดิบหาได้ในตลาดสดและซูเปอร์มาร์เก็ต ระดับความยากตั้งแต่ง่ายใน 10 นาทีไปจนถึงเมนูที่ต้องใช้เวลาเคี่ยว 2 ชั่วโมง พร้อมปริมาณส่วนผสม วิธีทำ และเคล็ดลับเฉพาะที่ทำให้รสชาติเทียบชั้นร้านดัง

คัดเลือกจากเมนูที่คนไทยกินจริงในชีวิตประจำวันและโอกาสพิเศษ ครอบคลุมเครื่องแกงไทยทั้งพริกแกงเผ็ด พริกแกงเขียวหวาน พริกแกงมัสมั่น พริกแกงส้ม และพริกแกงป่า ซึ่ง วิกิพีเดีย อธิบายว่าแกงไทยแตกต่างจากแกงอินเดียตรงที่ใช้สมุนไพรสดอย่างข่า ตะไคร้ และใบมะกรูดแทนเครื่องเทศแห้ง รวมถึงเมนูผัดที่ใช้พริกแกงเป็นฐานและเมนูต้มที่ใช้น้ำพริกเผาและเครื่องสมุนไพร แต่ละเมนูผ่านเกณฑ์: วัตถุดิบหาได้ในไทยทั่วไป ระดับความยากที่มือใหม่ฝึกทำตามได้ มีเอกลักษณ์รสชาติชัดเจนไม่ซ้ำกัน และเป็นเมนูที่ร้านข้าวแกงทั่วประเทศนิยมขาย

“หัวใจของข้าวแกงไทยไม่ได้อยู่ที่ความเผ็ด แต่อยู่ที่ความสมดุลระหว่างพริกแกง กะทิ น้ำปลา น้ำตาล และสมุนไพรสดที่ใส่ตอนท้าย ถ้าคุมสมดุลนี้ได้ ต่อให้ทำครั้งแรก รสชาติก็ไม่แพ้ร้าน”

หมวดแกง (12 เมนู)

แกงเขียวหวานไก่

แกงเขียวหวานไก่ เป็นแกงกะทิที่มีน้ำพริกแกงสีเขียวจากพริกชี้ฟ้าเขียวสด มีกลิ่นหอมเฉพาะจากใบโหระพาและมะเขือพวง รสชาติหวานมันจากกะทิ นำด้วยรสเค็มกลมกล่อม ตัดด้วยเผ็ดปลายลิ้นจากพริกแกง เนื้อไก่นุ่มดูดซึมน้ำแกงได้ดี ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลาประมาณ 35 นาที

เคล็ดลับที่ทำให้แกงเขียวหวานไม่แตกมัน: ใส่กะทิทีละครึ่งก่อน เคี่ยวไฟกลางจนแตกมัน แล้วค่อยเติมกะทิที่เหลือตอนท้าย หัวกะทิที่แตกมันจะดึงความหอมของพริกแกงออกมาเต็มที่

ส่วนผสม

  1. สะโพกไก่ (หั่นชิ้นพอดีคำ) 400 กรัม
  2. หัวกะทิ 1 ถ้วย
  3. หางกะทิ 2 ถ้วย
  4. พริกแกงเขียวหวาน 3 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  7. มะเขือเปราะ (ผ่าสี่) 5 ลูก
  8. มะเขือพวง 1/2 ถ้วย
  9. ใบมะกรูดฉีก 4 ใบ
  10. พริกชี้ฟ้าแดง (หั่นแฉลบ) 2 เม็ด
  11. ใบโหระพา 1/2 ถ้วย
  12. น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ผัดพริกแกง: ใส่น้ำมันพืชลงกระทะ ตามด้วยหัวกะทิ 1/2 ถ้วย ผัดไฟกลางจนกะทิแตกมันและมีกลิ่นหอม ใช้เวลาประมาณ 3 ถึง 4 นาที
  2. ผัดไก่: ใส่ไก่ลงผัดกับพริกแกง ผัดจนไก่สุกด้านนอกและเคลือบพริกแกงทั่ว ประมาณ 3 นาที
  3. ตุ๋นด้วยหางกะทิ: เติมหางกะทิทั้งหมดลงไป ต้มไฟกลางจนเดือด ลดไฟอ่อน เคี่ยว 15 นาทีจนไก่สุกนุ่ม
  4. ปรุงรส: ใส่น้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ คนให้ละลาย ชิมรสให้ได้หวานมันนำ เค็มตาม ตามด้วยเผ็ดปลายลิ้น
  5. ใส่มะเขือ: ใส่มะเขือเปราะและมะเขือพวงลงไป ต้มต่ออีก 5 นาทีจนมะเขือสุก
  6. เติมหัวกะทิ: เติมหัวกะทิที่เหลืออีก 1/2 ถ้วย ต้มต่อ 2 นาทีให้กะทิเข้ากัน
  7. ใส่สมุนไพร: ใส่ใบมะกรูดฉีกและพริกชี้ฟ้าแดง ปิดไฟ โรยใบโหระพา คนเบาๆ
  8. เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม รับประทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ และไข่เค็มครึ่งฟอง

แกงมัสมั่นไก่

แกงมัสมั่นไก่ เป็นแกงไทยที่ได้รับอิทธิพลจากอาหารเปอร์เซียและอินเดียผ่านพ่อค้ามุสลิมในสมัยอยุธยา โดดเด่นด้วยเครื่องเทศอบแห้งอย่างอบเชย กระวาน ลูกจันทน์ และยี่หร่า น้ำแกงข้นจากกะทิและมันฝรั่งต้ม รสชาติหวานนำ เค็มกลมกล่อม มีกลิ่นหอมเครื่องเทศอุ่นๆ เนื้อไก่นุ่มเปื่อยหลุดจากกระดูก ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที

เคล็ดลับ: คั่วเครื่องเทศแห้ง (อบเชย กระวาน ลูกจันทน์) ในกระทะด้วยไฟอ่อนก่อนตำ จะดึงน้ำมันหอมระเหยออกมาได้มากกว่าการใส่ลงไปตรงๆ และควรหมักไก่กับพริกแกงมัสมั่นและหัวกะทิ 1 ช้อนโต๊ะก่อนอย่างน้อย 10 นาที

@momcookingtasty

แกงมัสมั่นไก่ 🐔🌿💕 เข้มข้น ราดข้าวร้อนๆ เคล็ดลับความอร่อยของแม่ในวันนี้ น้ำมะขามเปียก เข้มข้น ตราสามเอภูเขา ได้รสมะขามแท้ๆ ทำเมนูไหนก็อร่อย . . #สามเอภูเขา น้ำมะขามเปียกเข้มข้น #เปรี้ยวหอมเหมือนคั้นมือ แม่ทำกับข้าวอร่อย #tiktok

♬ เสียงต้นฉบับ – แม่ทำกับข้าวอร่อย👩🏻‍🍳 – แม่ทำกับข้าวอร่อย👩🏻‍🍳

ส่วนผสม

  1. น่องไก่ติดสะโพก (หั่นท่อน) 500 กรัม
  2. หัวกะทิ 1 ถ้วย
  3. หางกะทิ 3 ถ้วย
  4. พริกแกงมัสมั่น 4 ช้อนโต๊ะ
  5. มันฝรั่ง (หั่นชิ้นใหญ่) 2 หัว
  6. หอมใหญ่ (หั่นเสี้ยว) 1 หัว
  7. ถั่วลิสงคั่ว 3 ช้อนโต๊ะ
  8. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  9. น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
  10. น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
  11. อบเชยแท่ง 1 แท่ง
  12. กระวาน 3 เม็ด
  13. ใบกระวาน 2 ใบ
  14. น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. หมักไก่: คลุกไก่กับพริกแกงมัสมั่น 1 ช้อนโต๊ะและหัวกะทิ 1 ช้อนโต๊ะ หมัก 10 นาที
  2. ผัดพริกแกง: ใส่น้ำมันพืชและหัวกะทิ 1/2 ถ้วยลงกระทะ ผัดไฟกลางจนแตกมัน ใส่พริกแกงที่เหลือลงผัด 3 นาทีจนหอม
  3. ใส่ไก่: ใส่ไก่ที่หมักไว้ลงผัดจนสุกด้านนอก ตามด้วยหอมใหญ่ ผัดต่ออีก 2 นาที
  4. ใส่เครื่องเทศ: ใส่อบเชย กระวาน และใบกระวาน ผัดให้เครื่องเทศส่งกลิ่นหอม
  5. ตุ๋น: เติมหางกะทิจนท่วมไก่ ต้มไฟกลางจนเดือด แล้วลดไฟอ่อน เคี่ยว 45 นาทีจนไก่เปื่อยนุ่ม
  6. ใส่มันฝรั่ง: ใส่มันฝรั่งและถั่วลิสงคั่ว ตุ๋นต่ออีก 20 นาทีจนมันฝรั่งนุ่ม
  7. ปรุงรส: ใส่น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และน้ำมะขามเปียก ชิมรสให้หวานนำ เค็ม มัน เปรี้ยวปลาย
  8. เคี่ยวข้น: เร่งไฟกลางเคี่ยวต่อ 5 นาทีให้น้ำแกงข้นขึ้น
  9. เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยหอมเจียวและกระเทียมเจียว กินกับข้าวสวยร้อนๆ และอาจาด

พะแนงหมู

พะแนงหมู เป็นแกงกะทิข้นที่ใช้น้ำพริกแกงเผ็ดเป็นฐาน แต่เพิ่มเครื่องเทศอบแห้งอย่างยี่หร่าและผักชีคั่ว มีน้ำแกงน้อยกว่าแกงเขียวหวาน ข้นกว่าเกือบเป็นครีม รสชาติเค็มหวานนำ เผ็ดนิด มีกลิ่นหอมเครื่องเทศและใบมะกรูด เนื้อหมูนุ่ม ตัดด้วยความมันของกะทิ ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 25 นาที

เคล็ดลับ: ใช้หมูสันคอแทนหมูเนื้อแดงจะได้ความนุ่มและมันกำลังดี และควรฉีกใบมะกรูดใส่ตอนปิดไฟ ไม่ใช่ตอนผัด มิฉะนั้นกลิ่นหอมจะระเหยไปหมดก่อนเสิร์ฟ

ส่วนผสม

  1. หมูสันคอ (หั่นชิ้นบาง) 300 กรัม
  2. หัวกะทิ 1 ถ้วย
  3. พริกแกงเผ็ด 2 ช้อนโต๊ะ
  4. น้ำปลา 1.5 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำตาลปี๊บ 1.5 ช้อนโต๊ะ
  6. ใบมะกรูดซอย 4 ใบ
  7. พริกชี้ฟ้าแดง (หั่นแฉลบ) 1 เม็ด
  8. ใบโหระพา 1/4 ถ้วย
  9. น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ผัดพริกแกง: ใส่น้ำมันพืชและหัวกะทิ 1/2 ถ้วยลงกระทะ ผัดไฟกลางให้แตกมัน ใส่พริกแกงเผ็ดลงผัด 2 นาทีจนสีเข้มและมีกลิ่นหอม
  2. ผัดหมู: ใส่หมูลงผัดกับพริกแกงให้สุกด้านนอก ใช้ไฟกลาง 3 นาที
  3. เติมกะทิ: เติมหัวกะทิที่เหลือลงไป เคี่ยวไฟอ่อน 8 ถึง 10 นาทีให้น้ำแกงข้นขึ้น
  4. ปรุงรส: ใส่น้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ คนให้ละลาย ชิมรสให้เค็มหวานกำลังดี มีเผ็ดตามเล็กน้อย
  5. ใส่สมุนไพร: ปิดไฟ ใส่ใบมะกรูดซอยและพริกชี้ฟ้าแดง คนเบาๆ โรยใบโหระพา
  6. เสิร์ฟ: ตักใส่จาน ราดบนข้าวสวยร้อนๆ

แกงเผ็ดเป็ดย่าง

แกงเผ็ดเป็ดย่าง ใช้พริกแกงเผ็ดเป็นฐานเช่นเดียวกับพะแนง แต่มีน้ำแกงมากกว่าและเน้นรสเผ็ดนำ รสชาติเผ็ดร้อนจากพริกแกงและพริกไทยอ่อน ตัดด้วยหวานมันกะทิและความหอมของเป็ดย่าง เป็ดย่างหนังกรอบเนื้อนุ่มช่วยเพิ่มเท็กซ์เจอร์ ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลา 40 นาที (ยังไม่รวมเวลาย่างเป็ด)

เคล็ดลับ: ถ้าใช้เป็ดย่างสำเร็จจากร้าน ให้หั่นเป็ดทั้งหนังและเนื้อเป็นชิ้นพอดีคำ ถ้ามีโอกาสย่างเอง หมักเป็ดด้วยซีอิ๊วขาว น้ำผึ้ง และผงพะโล้ก่อนย่าง หนังจะหอมและกรอบกว่า

ส่วนผสม

  1. เป็ดย่าง (หั่นชิ้นพอดีคำ) 400 กรัม
  2. หัวกะทิ 3/4 ถ้วย
  3. หางกะทิ 2 ถ้วย
  4. พริกแกงเผ็ด 3 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  7. มะเขือเปราะ (ผ่าสี่) 5 ลูก
  8. มะเขือพวง 1/3 ถ้วย
  9. ใบมะกรูดฉีก 4 ใบ
  10. พริกไทยอ่อน 1/4 ถ้วย
  11. ใบโหระพา 1/4 ถ้วย
  12. น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ผัดพริกแกง: ใส่น้ำมันพืชและหัวกะทิ 1/2 ถ้วย ผัดไฟกลางจนแตกมัน ใส่พริกแกงเผ็ดลงผัด 3 นาทีจนหอม
  2. ผัดเป็ด: ใส่เป็ดย่างลงผัดกับพริกแกงให้เคลือบทั่ว 2 ถึง 3 นาที
  3. เติมหางกะทิ: เทหางกะทิลงไป ต้มไฟกลางจนเดือด ลดไฟอ่อน เคี่ยว 15 นาที
  4. ปรุงรส: ใส่น้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ ชิมรสให้เผ็ดนำ หวานตาม เค็มกลม
  5. ใส่มะเขือ: ใส่มะเขือเปราะ มะเขือพวง และพริกไทยอ่อน เคี่ยวต่อ 5 นาที
  6. เติมหัวกะทิ: ใส่หัวกะทิที่เหลือ ต้มต่ออีก 2 นาทีจนน้ำแกงเนียน
  7. ใส่สมุนไพร: ใส่ใบมะกรูดฉีก ปิดไฟ โรยใบโหระพา
  8. เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม กินคู่ข้าวสวยร้อนๆ

แกงป่าไก่

แกงป่าไก่ เป็นแกงไทยที่ไม่ใส่กะทิ ใช้น้ำเป็นฐานแทน ต่างจากแกงกะทิที่นิยมในภาคกลาง แกงป่ามีรสเผ็ดจัดจ้าน เปรี้ยวจากหน่อไม้ดอง และเค็มกลมกล่อมจากน้ำปลา จุดเด่นคือน้ำแกงใสแต่รสเข้มข้นด้วยเครื่องแกงป่าที่เน้นพริกแห้ง ข่า ตะไคร้ และกระชาย เนื้อไก่เด้งไม่เละ ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลา 30 นาที

เคล็ดลับ: ใช้พริกแกงป่าโขลกสดแทนพริกแกงสำเร็จรูปจะหอมกว่ามาก และใส่กระชายซอยตอนท้ายแกงเดือด กระชายจะหอมฟุ้งและกรุบในปาก

ส่วนผสม

  1. สะโพกไก่ (หั่นชิ้นพอดีคำ) 400 กรัม
  2. น้ำเปล่า 3 ถ้วย
  3. พริกแกงป่า 3 ช้อนโต๊ะ
  4. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  5. หน่อไม้ดอง (ต้มน้ำทิ้งก่อนใช้) 1 ถ้วย
  6. มะเขือเปราะ (ผ่าสี่) 5 ลูก
  7. มะเขือพวง 1/3 ถ้วย
  8. พริกขี้หนูสวน (บุบ) 5 เม็ด
  9. ใบมะกรูดฉีก 4 ใบ
  10. กระชายซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  11. ใบกะเพรา 1/2 ถ้วย
  12. น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ผัดพริกแกง: ใส่น้ำมันพืชลงหม้อ ผัดพริกแกงป่าด้วยไฟกลาง 2 ถึง 3 นาทีจนหอม
  2. ผัดไก่: ใส่ไก่ลงผัดกับพริกแกงจนสุกนอกและเคลือบเครื่องทั่ว 3 นาที
  3. เติมน้ำ: เทน้ำเปล่าลงไป ต้มไฟกลางจนเดือด เคี่ยวไฟอ่อน 15 นาที
  4. ปรุงรส: ใส่น้ำปลา ชิมให้ได้เค็มเผ็ดนำ
  5. ใส่ผัก: ใส่หน่อไม้ดอง มะเขือเปราะ มะเขือพวง และพริกขี้หนูบุบ ต้มต่อ 5 นาที
  6. ใส่สมุนไพร: ใส่ใบมะกรูดและกระชายซอย ปิดไฟ
  7. เสิร์ฟ: โรยใบกะเพรา ตักใส่ชาม กินกับข้าวสวยร้อนๆ และไข่ต้ม

แกงเทโพหมูสามชั้น

แกงเทโพ เป็นแกงไทยโบราณที่มีต้นกำเนิดจากปลาเทโพ (ปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง) นิยมใช้หมูสามชั้นทดแทนเพราะความมันช่วยเพิ่มรสกลมกล่อม หมูสามชั้นเป็นวัตถุดิบที่ใช้ได้กว้างในอาหารไทย (ดู 20 เมนูหมูสามชั้น เพิ่มเติม) มีเอกลักษณ์คือใช้ผักบุ้งไทยหรือผักบุ้งเป็นผักหลัก น้ำแกงสีส้มอมแดงจากพริกแกงเผ็ด ใส่กะทิน้อยกว่าแกงปกติ รสชาติเปรี้ยวนำจากมะขามเปียก ตัดด้วยเค็มมันของหมูสามชั้นและหวานปลาย ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลา 50 นาที

เคล็ดลับ: ต้มหมูสามชั้นในน้ำเดือดก่อน 5 นาทีแล้วล้างน้ำเย็น จะช่วยลดกลิ่นสาบและทำให้หมูแน่นไม่เละเมื่อเคี่ยว และใส่มะขามเปียกทีละครึ่งก่อน เพราะเปรี้ยวมากไปจะแก้ยาก

@chahnamint_blackkitchen

เมนูในวัยเด็ก รับรองว่าได้กินทุกบ้าน แกงเทโพหมูสามชั้น หอมมะกรูด ยิ่งกินยิ่งคิดถึงฝีมือแม่ ใกล้วันแม่แล้ว มีแพลนกลับไปทานอาหารอร่อยๆ กับแม่รึยังคะ ❤️❤️❤️

♬ ออเจ้าเอย – Fino the Ranad

ส่วนผสม

  1. หมูสามชั้น (ต้มแล้วหั่นชิ้นหนา 1 เซนติเมตร) 400 กรัม
  2. หัวกะทิ 1/2 ถ้วย
  3. หางกะทิ 2 ถ้วย
  4. พริกแกงเผ็ด 3 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ำมะขามเปียก 3 ช้อนโต๊ะ
  8. ผักบุ้งไทย (หั่นท่อน 2 นิ้ว) 2 ถ้วย
  9. ใบมะกรูดฉีก 4 ใบ
  10. น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ผัดพริกแกง: น้ำมันพืชและหัวกะทิลงหม้อ ผัดไฟกลางจนแตกมัน ใส่พริกแกงเผ็ดผัด 3 นาที
  2. ผัดหมู: ใส่หมูสามชั้นที่ต้มและหั่นแล้วลงผัดให้เคลือบพริกแกง 3 นาที
  3. เติมหางกะทิ: เทหางกะทิลงไป ต้มไฟกลางจนเดือด ลดไฟอ่อน เคี่ยว 30 นาทีจนหมูนุ่ม
  4. ปรุงรส: ใส่น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และน้ำมะขามเปียกทีละ 1.5 ช้อนโต๊ะ ชิมแล้วค่อยเติมเพิ่ม
  5. ใส่ผักบุ้ง: ใส่ผักบุ้งลงไป ต้มต่อ 3 นาทีจนผักสลดแต่ยังกรอบ
  6. ใส่ใบมะกรูด: ใส่ใบมะกรูดฉีก ปิดไฟ
  7. เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม กินกับข้าวสวยร้อนๆ

แกงไตปลา

แกงไตปลา เป็นแกงใต้แท้ที่มีเอกลักษณ์ด้วยการใส่ไตปลา (เครื่องในปลาหมัก) เป็นส่วนผสมหลัก มีกลิ่นแรงและรสจัดจ้าน เข้มข้นด้วยเครื่องแกงใต้ที่มีขมิ้น ตะไคร้ และพริกขี้หนูแห้ง ใส่ผักหลากหลายอย่างฟักทอง ถั่วฝักยาว หน่อไม้ และมะเขือ น้ำแกงข้น รสเค็มเผ็ดนำ เปรี้ยวปลาย ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลา 45 นาที

เคล็ดลับ: ตั้งไฟอ่อนเคี่ยวไตปลากับน้ำก่อนใส่เนื้อสัตว์ประมาณ 10 นาที เพื่อลดความคาวและให้รสกลมกล่อมขึ้น และใส่ผักที่สุกยากก่อน (ฟักทอง หน่อไม้) ตามด้วยผักสุกง่าย (ถั่วฝักยาว มะเขือ)

@lungpooshop

แกงไตปลา สูตรเด็ด อร่อยถึงเครื่อง ทำตามได้ง่าย ๆ #หรอยยักหาย #food #แกงไตปลา #อาหารไทย ทำง่ายอร่อยจริง

♬ เสียงต้นฉบับ – Lungpoo – Lungpoo

ส่วนผสม

  1. ปลาอินทรี (หั่นชิ้น) 300 กรัม
  2. น้ำไตปลา 1/2 ถ้วย
  3. น้ำเปล่า 3 ถ้วย
  4. พริกแกงใต้ 3 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  6. ฟักทอง (หั่นชิ้น) 1 ถ้วย
  7. ถั่วฝักยาว (หั่นท่อน) 1/2 ถ้วย
  8. หน่อไม้สด (ต้มแล้วหั่น) 1/2 ถ้วย
  9. มะเขือเปราะ (ผ่าสี่) 5 ลูก
  10. ขมิ้นซอย 2 แว่น
  11. ตะไคร้ (ทุบหั่นท่อน) 2 ต้น
  12. ใบมะกรูดฉีก 4 ใบ
  13. พริกขี้หนูสด (บุบ) 5 เม็ด

วิธีทำ

  1. ต้มไตปลา: เทน้ำเปล่าและน้ำไตปลาลงหม้อ ใส่ตะไคร้และขมิ้น ต้มไฟกลาง 10 นาทีให้เดือดและหอม
  2. ใส่พริกแกง: ใส่พริกแกงใต้ลงไป คนให้ละลาย ต้มต่อ 3 นาที
  3. ใส่ปลา: ใส่ปลาอินทรีลงไป ระวังอย่าคนแรงเกินไปเพราะเนื้อปลาจะเละ
  4. ปรุงรส: ใส่น้ำปลา ชิมให้รสเค็มเผ็ดกำลังดี
  5. ใส่ผักสุกยาก: ใส่ฟักทองและหน่อไม้ลงไป ต้ม 10 นาทีจนเริ่มนุ่ม
  6. ใส่ผักสุกง่าย: ใส่ถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ และพริกขี้หนูบุบ ต้มต่ออีก 5 นาที
  7. ปิดท้าย: ใส่ใบมะกรูดฉีก ปิดไฟ
  8. เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม ทานคู่ข้าวสวย หรือขนมจีนก็เข้ากันดี

แกงส้มชะอมกุ้ง

แกงส้มชะอมกุ้ง เป็นแกงส้มภาคกลางที่มีน้ำแกงสีส้มอ่อนจากพริกแกงส้ม ใส่มะขามเปียกให้น้ำแกงเปรี้ยวสดชื่น จุดเด่นคือไข่ชะอมทอดหั่นชิ้นที่ดูดซึมน้ำแกงได้ดีและมีกลิ่นหอมเฉพาะของชะอม ใส่กุ้งสดที่แกะเปลือกผ่าหลังให้สวยงามเมื่อสุก รสชาติเปรี้ยวนำ เค็มตาม หวานปลายจากกุ้ง ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 25 นาที

เคล็ดลับ: ใช้กุ้งแช่บ๊วยหรือกุ้งขาวตัวใหญ่จะได้เนื้อหวานและแน่นเมื่อสุก และไม่ควรต้มแกงส้มนานเกิน 5 นาทีหลังจากใส่กุ้ง มิฉะนั้นกุ้งจะแข็งและน้ำแกงจะไม่สด

ส่วนผสม

  1. กุ้งขาว (แกะเปลือก ผ่าหลัง ดึงเส้นดำออก) 300 กรัม
  2. น้ำเปล่า 3 ถ้วย
  3. พริกแกงส้ม 3 ช้อนโต๊ะ
  4. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำมะขามเปียก 3 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
  7. ไข่ชะอมทอด (หั่นชิ้นสี่เหลี่ยม) 1 ถ้วย
  8. หัวไชเท้า (หั่นแว่น) 1/2 หัว
  9. ผักบุ้งไทย (หั่นท่อน) 1/2 ถ้วย

วิธีทำ

  1. ต้มน้ำ: เทน้ำเปล่าลงหม้อ ใส่หัวไชเท้าลงไป ต้มไฟกลาง 5 นาทีจนหัวไชเท้าเริ่มใส
  2. ใส่พริกแกง: ใส่พริกแกงส้มลงไป คนให้ละลาย ต้มต่อ 3 นาที
  3. ปรุงรส: ใส่น้ำมะขามเปียก น้ำปลา และน้ำตาลปี๊บ คนให้เข้ากัน ชิมรสให้เปรี้ยวนำ เค็ม หวานน้อย
  4. ใส่กุ้ง: ใส่กุ้งและไข่ชะอมทอดลงไป ต้มไฟกลาง 3 นาทีจนกุ้งสุกเปลี่ยนเป็นสีส้ม
  5. ใส่ผักบุ้ง: ใส่ผักบุ้งลงไป ต้มต่อ 1 นาทีจนผักสลด
  6. เสิร์ฟ: ปิดไฟ ตักใส่ชาม กินกับข้าวสวยร้อนๆ และน้ำปลาพริก

แกงฟักทองใส่ไก่

แกงฟักทองใส่ไก่ เป็นแกงกะทิที่ใช้ฟักทองเป็นผักหลัก มีน้ำแกงสีเหลืองสวยจากเนื้อฟักทองที่ละลายลงในน้ำแกง รสชาติหวานมันจากฟักทองและกะทิ เค็มกลมจากน้ำปลา และเผ็ดน้อยจากพริกแกงเผ็ดหรือพริกแกงคั่ว เนื้อไก่นุ่ม ฟักทองสุกกำลังดี ให้ฟีลอบอุ่นสบายท้อง ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 30 นาที

เคล็ดลับ: เลือกฟักทองเนื้อแน่นสีเหลืองเข้ม (พันธุ์ศรีลังกาหรือพันธุ์คางคก) จะได้น้ำแกงหวานธรรมชาติ ไม่ต้องใส่น้ำตาลมาก และหั่นฟักทองชิ้นหนาประมาณ 2 เซนติเมตรเพื่อไม่ให้เละเมื่อเคี่ยว วิธีการเลือกฟักทองที่ดีและอีกหลายเมนูฟักทองดูได้ที่ บทความรวมเมนูฟักทอง

@kubkhaonaikrua

แกงเผ็ดฟักทอง ใส่ไก่ น้ำแกงสีสวยน่ากินอย่าลืมทำแบบนี้ Red Curry Pumpkin with Chicken #Tiktokพากิน #food #cooking #thaifood ทำอาหาร ทำกับข้าว #สูตรอาหาร สอนทำอาหาร วิธีทำอาหาร #ช่องอาหาร #กับข้าวในครัว #ห้องครัวtiktok

♬ เสียงต้นฉบับ – กับข้าวในครัว – กับข้าวในครัว

ส่วนผสม

  1. สะโพกไก่ (หั่นชิ้นพอดีคำ) 300 กรัม
  2. ฟักทอง (หั่นชิ้นหนา 2 เซนติเมตร) 300 กรัม
  3. หัวกะทิ 1/2 ถ้วย
  4. หางกะทิ 2 ถ้วย
  5. พริกแกงเผ็ด 2 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
  8. ใบมะกรูดฉีก 3 ใบ
  9. ใบโหระพา 1/4 ถ้วย
  10. น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ผัดพริกแกง: ใส่น้ำมันพืชและหัวกะทิลงหม้อ ผัดไฟกลางจนแตกมัน ใส่พริกแกงเผ็ด ผัด 2 ถึง 3 นาทีจนหอม
  2. ผัดไก่: ใส่ไก่ลงผัดกับพริกแกงจนสุกนอก 3 นาที
  3. ใส่ฟักทอง: ใส่ฟักทองลงผัดเบาๆ ให้เคลือบพริกแกง 2 นาที
  4. เติมหางกะทิ: เทหางกะทิลงไป ต้มไฟกลางจนเดือด ลดไฟอ่อน เคี่ยว 15 ถึง 20 นาทีจนฟักทองนุ่ม
  5. ปรุงรส: ใส่น้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ ชิมรสให้หวานมันจากฟักทองตามธรรมชาติ เค็มกลม
  6. ใส่สมุนไพร: ใส่ใบมะกรูด ปิดไฟ โรยใบโหระพา
  7. เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม กินกับข้าวสวยร้อนๆ

แกงเลียงกุ้งสด

แกงเลียงกุ้งสด เป็นแกงน้ำใสแบบไทยโบราณที่เน้นผักรวมหลายชนิดและกุ้งสดเป็นพระเอก มีเอกลักษณ์ที่การใส่พริกไทยและหอมแดงโขลกละเอียดแทนการใช้พริกแกง น้ำแกงใสรสเผ็ดร้อนอ่อนๆ จากพริกไทย เค็มกลมจากน้ำปลา และหวานธรรมชาติจากน้ำต้มผักกับกุ้งสด ผักกรอบหวาน กุ้งเด้ง ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 20 นาที

เคล็ดลับ: โขลกพริกไทยเม็ดกับหอมแดงและรากผักชีให้ละเอียดจนเป็นครีม จะได้น้ำแกงที่หอมลึกและเผ็ดนวล และใส่กุ้งทีหลังสุดในขั้นตอนที่ใกล้เสิร์ฟ กุ้งจะสุกแบบเด้ง ไม่แห้งแข็ง

ส่วนผสม

  1. กุ้งขาว (แกะเปลือก ผ่าหลัง) 200 กรัม
  2. น้ำเปล่า 4 ถ้วย
  3. พริกไทยเม็ด 1 ช้อนชา
  4. หอมแดง 5 หัว
  5. รากผักชี 2 ราก
  6. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  7. ฟักเขียว (หั่นชิ้นบาง) 1 ถ้วย
  8. ตำลึง (เด็ดใบ) 1 ถ้วย
  9. บวบ (หั่นแว่น) 1/2 ลูก
  10. ข้าวโพดอ่อน (หั่นท่อน) 1/2 ถ้วย
  11. เห็ดฟาง (ผ่าครึ่ง) 1/2 ถ้วย
  12. ใบแมงลัก 1/4 ถ้วย

วิธีทำ

  1. โขลกเครื่อง: โขลกพริกไทยเม็ด หอมแดง และรากผักชีให้ละเอียดจนเป็นเนื้อเดียวกัน
  2. ต้มน้ำ: ตั้งหม้อน้ำ ใส่เครื่องที่โขลกลงไป ต้มไฟกลางจนเดือด 5 นาที
  3. ใส่ผักสุกยาก: ใส่ฟักเขียว ข้าวโพดอ่อน และบวบ ต้ม 5 นาทีจนเริ่มนุ่ม
  4. ใส่ผักสุกง่าย: ใส่เห็ดฟาง ต้มต่อ 3 นาที
  5. ใส่กุ้ง: ใส่กุ้งลงไป ต้ม 2 นาทีจนกุ้งเปลี่ยนเป็นสีส้ม
  6. ปรุงรส: ใส่น้ำปลา ชิมรสให้เค็มกลม หวานจากน้ำผักและกุ้ง
  7. ใส่ตำลึง: ใส่ใบตำลึงและใบแมงลัก ปิดไฟทันที
  8. เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม กินกับข้าวสวยร้อนๆ

แกงหยวกกล้วยใส่หมู

แกงหยวกกล้วยใส่หมู เป็นแกงกะทิที่ใช้หยวกกล้วย (แกนในของต้นกล้วย) เป็นวัตถุดิบหลัก เนื้อหยวกกล้วยมีรสฝาดอ่อนและดูดซึมน้ำแกงได้ดี ต้องหั่นและแช่น้ำเกลือก่อนปรุงเพื่อลดความฝาดและป้องกันดำ น้ำแกงกะทิเข้มข้น หอมพริกแกงเผ็ด เนื้อหมูนุ่มชิ้นพอดีคำ ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลา 40 นาที

เคล็ดลับ: เลือกหยวกกล้วยน้ำว้าหรือกล้วยหอมที่ต้นยังอ่อน ถ้าแก่เกินไปจะเหนียวและฝาดมาก หลังจากหั่นเป็นเส้นแล้วแช่น้ำเกลือ 10 นาทีแล้วล้างออก บีบน้ำทิ้งให้แห้ง จะลดความฝาดได้เกือบหมด

ส่วนผสม

  1. หมูสามชั้น (หั่นชิ้นบาง) 300 กรัม
  2. หยวกกล้วย (หั่นเส้น แช่น้ำเกลือ ล้างสะอาด บีบแห้ง) 2 ถ้วย
  3. หัวกะทิ 1/2 ถ้วย
  4. หางกะทิ 2 ถ้วย
  5. พริกแกงเผ็ด 3 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  8. ใบมะกรูดฉีก 4 ใบ
  9. พริกชี้ฟ้าแดง (หั่นแฉลบ) 2 เม็ด
  10. ใบโหระพา 1/4 ถ้วย
  11. น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ผัดพริกแกง: ใส่น้ำมันพืชและหัวกะทิลงหม้อ ผัดไฟกลางจนแตกมัน ใส่พริกแกงเผ็ดผัด 3 นาที
  2. ผัดหมู: ใส่หมูสามชั้นลงผัดให้เคลือบพริกแกงจนสุกนอก 3 ถึง 4 นาที
  3. ใส่หยวกกล้วย: ใส่หยวกกล้วยที่เตรียมไว้ลงผัดเบาๆ 2 นาที
  4. เติมหางกะทิ: เทหางกะทิลงไป ต้มไฟกลางจนเดือด ลดไฟอ่อน เคี่ยว 20 นาที
  5. ปรุงรส: ใส่น้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ ชิมรสให้เค็มหวานมันกลมกล่อม
  6. ใส่สมุนไพร: ใส่ใบมะกรูดและพริกชี้ฟ้าแดง ปิดไฟ
  7. เสิร์ฟ: โรยใบโหระพา ตักใส่ชาม กินกับข้าวสวยร้อนๆ

แกงหัวปลี

แกงหัวปลี เป็นแกงกะทิหอมมันที่ใช้หัวปลี (ดอกกล้วย) เป็นวัตถุดิบหลัก เนื้อหัวปลีฝาดเล็กน้อยและมีสัมผัสกรุบนุ่มเมื่อผ่านการต้มหรือนึ่งก่อน น้ำแกงกะทิหอมกลิ่นพริกแกงเผ็ด ใส่หมูหรือกุ้งก็ได้ รสชาติเค็มหวานมันกลมกล่อม ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลา 35 นาที

เคล็ดลับ: ลอกกาบหัวปลีชั้นนอกที่แข็งทิ้ง ใช้เฉพาะส่วนในที่อ่อน นึ่งหรือลวกในน้ำเดือด 3 นาทีก่อนใส่แกงเพื่อลดความฝาดและคงสีไม่ให้ดำ และใส่ตอนท้ายหลังจากน้ำแกงเดือดแล้ว ไม่ต้องเคี่ยวนานเกินไปเดี๋ยวเนื้อหัวปลีเละ

@gingapmaekoy

แกงหัวปลีใส่กระดูกหมู สูตรเด็ดไม่ดำ หวานนัวจากน้ำซุปกระดูกหมู อร่อยจนข้าวหมดหม้อ.. #แกงหัวปลี #แกงหัวปลีใส่กระดูกหมู #สูตรอาหาร #อาหารพื้นบ้าน #กับข้าวง่ายๆ วัตถุดิบ 1.หัวปลี 2.มะเขือเทศลูกเล็ก 3.ใบชะพลู/ชะอม 4.กระดูกหมู 5.พริกแกง(พริกแห้ง/หอมแดง/กระเทียม/กะปิแท้/เกลือ) 6.ปรุงรส(ผงปรุงรสคลีนไนช/น้ำปลาร้าคีโต)

♬ เสียงต้นฉบับ – กินกับแม่ก้อย – กินกับแม่ก้อย

ส่วนผสม

  1. หมูสับ 200 กรัม
  2. หัวปลี (หั่นตามขวาง แช่น้ำเกลือ ลวก 3 นาที สะเด็ดน้ำ) 2 ถ้วย
  3. หัวกะทิ 1/2 ถ้วย
  4. หางกะทิ 2 ถ้วย
  5. พริกแกงเผ็ด 2.5 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  8. ใบมะกรูดฉีก 4 ใบ
  9. พริกชี้ฟ้าแดง (หั่นแฉลบ) 2 เม็ด
  10. ใบโหระพา 1/4 ถ้วย
  11. น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ผัดพริกแกง: น้ำมันพืชและหัวกะทิลงหม้อ ผัดไฟกลางจนแตกมัน ใส่พริกแกงเผ็ดผัด 2 ถึง 3 นาทีจนหอม
  2. ผัดหมู: ใส่หมูสับลงผัดให้ร่วนและเคลือบพริกแกงจนสุก 3 นาที
  3. เติมหางกะทิ: เทหางกะทิลงไป ต้มไฟกลางจนเดือด
  4. ใส่หัวปลี: ใส่หัวปลีที่ลวกแล้วลงไป ต้มต่อ 8 ถึง 10 นาที
  5. ปรุงรส: ใส่น้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ ชิมรสให้เค็มนำ หวานตาม มันกะทิกลม
  6. ใส่สมุนไพร: ใส่ใบมะกรูดและพริกชี้ฟ้าแดง ปิดไฟ โรยใบโหระพา
  7. เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม พร้อมข้าวสวยร้อนๆ

หมวดผัด (10 เมนู)

ผัดกะเพราหมูสับ

ผัดกะเพราหมูสับ เป็นอาหารไทยจานด่วนที่ได้รับความนิยมสูงสุดในร้านข้าวแกงและร้านตามสั่ง ใช้พริกขี้หนูกระเทียมโขลกหยาบผัดกับหมูสับ ปรุงรสเค็มนำด้วยน้ำปลาและซีอิ๊วดำ หวานน้อย ใส่ใบกะเพราไทยที่ให้กลิ่นหอมฉุนเฉพาะตัวเมื่อโดนความร้อน ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลา 10 นาที

เคล็ดลับ: ทอดไข่ดาวด้วยไฟแรงให้น้ำมันร้อนจัด ไข่จะฟูกรอบขอบ ตอกไข่ลงไปแล้วอย่ากลับด้าน รอจนขอบกรอบแล้วตักขึ้น และใส่ใบกะเพราตอนปิดไฟเท่านั้น กลิ่นกะเพราจะหอมฟุ้งไม่จมหายไปในกระทะ

ส่วนผสม

  1. หมูสับ 200 กรัม
  2. พริกขี้หนูสวน 8 เม็ด
  3. กระเทียม 5 กลีบ
  4. น้ำปลา 1.5 ช้อนโต๊ะ
  5. ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนชา
  6. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  7. น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
  8. ใบกะเพรา 1 ถ้วย
  9. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  10. ไข่ไก่ (สำหรับทอดไข่ดาว) 1 ฟอง

วิธีทำ

  1. โขลกเครื่อง: โขลกพริกขี้หนูและกระเทียมเข้าด้วยกันแบบหยาบ ไม่ต้องละเอียดมาก
  2. ทอดไข่ดาว: ตั้งกระทะน้ำมัน 2 ช้อนโต๊ะไฟแรงจนน้ำมันร้อนจัด ตอกไข่ลงทอดจนขอบกรอบ ตักพักไว้
  3. ผัดพริกกระเทียม: ใช้กระทะเดิม ใส่น้ำมันเพิ่มเล็กน้อยถ้าแห้ง ใส่พริกกระเทียมโขลก ผัดไฟกลาง 1 นาทีจนหอม
  4. ผัดหมู: ใส่หมูสับลงผัด รวนให้หมูกระจายตัว ผัดจนสุก 2 ถึง 3 นาที
  5. ปรุงรส: ใส่น้ำปลา ซีอิ๊วดำ น้ำตาล และน้ำเปล่า ผัดให้เข้ากัน 1 นาที
  6. ใส่ใบกะเพรา: ปิดไฟ ใส่ใบกะเพราลงไป ผัดคลุกเร็วๆ ให้กะเพราสลด
  7. เสิร์ฟ: ตักราดบนข้าวสวยร้อนๆ วางไข่ดาวข้างจาน กินคู่พริกน้ำปลา

ผัดพริกแกงไก่

ผัดพริกแกงไก่ เป็นเมนูผัดแห้งที่ใช้พริกแกงเผ็ดผัดกับไก่จนแห้งหอม น้ำพริกแกงเคลือบเนื้อไก่เป็นเงา มีกลิ่นหอมของใบมะกรูดซอยและพริกไทยอ่อน รสเค็มนำ หวานน้อย เผ็ดกลาง เนื้อไก่กรอบนอกนุ่มใน ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 15 นาที

เคล็ดลับ: ผัดพริกแกงกับน้ำมันไฟอ่อนก่อนใส่ไก่ ให้พริกแกงสุกและหอมเต็มที่ ใช้เวลาประมาณ 3 ถึง 4 นาที ถ้าพริกแกงดิบจะเหม็นเขียวและรสเฝื่อน

ส่วนผสม

  1. เนื้อไก่ (หั่นชิ้นบาง) 300 กรัม
  2. พริกแกงเผ็ด 2 ช้อนโต๊ะ
  3. น้ำปลา 1.5 ช้อนโต๊ะ
  4. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  5. ใบมะกรูดซอย 3 ใบ
  6. พริกไทยอ่อน 1/4 ถ้วย
  7. พริกชี้ฟ้าแดง (หั่นแฉลบ) 1 เม็ด
  8. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  9. น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ผัดพริกแกง: ตั้งกระทะน้ำมันไฟอ่อน ใส่พริกแกงลงผัดช้าๆ 3 ถึง 4 นาทีจนพริกแกงหอมและสีเข้ม
  2. ผัดไก่: เร่งไฟเป็นกลาง ใส่ไก่ลงผัดจนสุกและผิวไก่ตึง 3 ถึง 4 นาที
  3. ปรุงรส: ใส่น้ำปลา น้ำตาล และน้ำเปล่า ผัดให้ซอสเคลือบไก่ทั่ว 2 นาที
  4. ใส่เครื่องเคียง: ใส่พริกไทยอ่อนและใบมะกรูดซอย ผัดเร็วๆ 1 นาที
  5. เสิร์ฟ: ตักใส่จาน โรยพริกชี้ฟ้าแดง กินกับข้าวสวยร้อนๆ

ผัดพริกแกงหมู

ผัดพริกแกงหมู ใช้หลักการเดียวกับผัดพริกแกงไก่แต่ใช้หมูสันนอกหรือหมูเนื้อแดงแทน รสชาติเค็มเผ็ดนำด้วยพริกแกงใต้ ใส่กระชายซอยและพริกไทยอ่อนให้กลิ่นหอมสมุนไพรสด เนื้อหมูกรอบนอกนุ่มในเพราะผ่านการหมักกับซีอิ๊วขาวก่อนผัด ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 15 นาที

เคล็ดลับ: หมักหมูกับซีอิ๊วขาวและแป้งมัน 1 ช้อนชาก่อนผัด 10 นาที แป้งมันจะเคลือบผิวหมูทำให้หมูนุ่มและดูดซอสได้ดี และผัดหมูด้วยไฟแรงให้ผิวหมูสุกเร็วโดยที่ข้างในยังนุ่ม

ส่วนผสม

  1. หมูสันนอก (หั่นชิ้นบาง หมักซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชาและแป้งมัน 1 ช้อนชา) 300 กรัม
  2. พริกแกงใต้ 2 ช้อนโต๊ะ
  3. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  4. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  5. น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
  6. กระชายซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  7. พริกไทยอ่อน 1/4 ถ้วย
  8. ใบมะกรูดซอย 3 ใบ
  9. พริกชี้ฟ้าแดง (หั่นแฉลบ) 1 เม็ด
  10. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ผัดพริกแกง: ตั้งกระทะน้ำมันไฟอ่อน ใส่พริกแกงใต้ ผัด 3 นาทีจนหอมและสีเข้ม
  2. ผัดหมู: เร่งไฟแรง ใส่หมูที่หมักไว้ลงผัด จนหมูสุกและมีสี 3 ถึง 4 นาที
  3. ปรุงรส: ใส่น้ำปลา น้ำตาล และน้ำเปล่า ผัดให้เข้ากัน 1 นาที
  4. ใส่สมุนไพร: ใส่กระชายซอย พริกไทยอ่อน และใบมะกรูดซอย ผัดเร็วๆ 1 นาที
  5. เสิร์ฟ: ตักใส่จาน โรยพริกชี้ฟ้าแดง ทานกับข้าวสวยร้อนๆ

ผัดเผ็ดปลาดุก

ผัดเผ็ดปลาดุก ใช้ปลาดุกทอดกรอบมาผัดกับพริกแกงเผ็ดและสมุนไพรสด เนื้อปลาดุกกรอบนอกนุ่มใน รสชาติเค็มเผ็ดจัดจ้าน หอมตะไคร้ซอย ใบมะกรูด และพริกไทยอ่อน น้ำพริกแกงแห้งเคลือบเกาะชิ้นปลา ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลา 25 นาที (รวมทอดปลา)

เคล็ดลับ: ทอดปลาดุกด้วยน้ำมันร้อนจัดและอย่ากลับปลาบ่อย ทอดทีละด้านจนกรอบแล้วค่อยกลับ จะได้ปลากรอบไม่ติดกระทะ และเมื่อผัดพริกแกงกับปลาให้ใช้ไฟแรงและผัดเร็ว ปลาจะยังกรอบอยู่ ไม่นิ่มเพราะน้ำซอส

@pkfoodwarehouse

ผัดเผ็ดปลาดุก เมนูนี้เราใช้พริกแกงเผ็ดสำเร็จรูป ตรา น้ำใจ เพราะใช้งานสะดวก หาซื้อง่าย และพริกแกงเนื้อละเอียด เผ็ดร้อนถึงเครื่อง ยิ่งใส่เครื่องสมุนไพรเยอะๆ ก็ทำให้ช่วยเสริมกลิ่นและรสชาติ เราจะผัดให้มีน้ำขลุกขลิกเอาไว้คลุกข้าว อร่อยจนต้องเบิ้ลข้าวเลยค่ะ #ผัดเผ็ดปลาดุก #กับข้าว #ห้องครัวTiktok #Tiktokfood พริกแกงน้ำใจ #namjaibrand

♬ เสียงต้นฉบับ – ที่กิน ที่เที่ยว FoodTravel – ที่กิน ที่เที่ยว FoodTravel

ส่วนผสม

  1. ปลาดุก (หั่นชิ้น) 400 กรัม
  2. พริกแกงเผ็ด 2 ช้อนโต๊ะ
  3. น้ำปลา 1.5 ช้อนโต๊ะ
  4. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  5. ตะไคร้ซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  6. ใบมะกรูดซอย 4 ใบ
  7. พริกไทยอ่อน 1/4 ถ้วย
  8. กระชายซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  9. พริกชี้ฟ้าแดง (หั่นแฉลบ) 1 เม็ด
  10. ใบโหระพา 1/4 ถ้วย
  11. น้ำมันพืชสำหรับทอด 2 ถ้วย
  12. น้ำมันพืชสำหรับผัด 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ทอดปลาดุก: ตั้งน้ำมันในกระทะไฟแรงจนร้อนจัด ใส่ปลาดุกทอดทีละชิ้นจนกรอบเหลือง 5 ถึง 6 นาที ตักพักบนกระดาษซับน้ำมัน
  2. ผัดพริกแกง: ตั้งกระทะสะอาดใส่น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ ใส่พริกแกงเผ็ดลงผัดไฟอ่อน 3 นาทีจนหอม
  3. ปรุงรส: ใส่น้ำปลาและน้ำตาล ผัดให้ละลาย
  4. ผัดรวม: เร่งไฟแรง ใส่ปลาดุกทอด ตะไคร้ซอย กระชาย และพริกไทยอ่อน ผัดเร็วๆ 1 นาที
  5. ใส่สมุนไพร: ใส่ใบมะกรูดซอย ปิดไฟ โรยใบโหระพา
  6. เสิร์ฟ: ตักใส่จาน โรยพริกชี้ฟ้าแดง กินกับข้าวสวยร้อนๆ

คะน้าหมูกรอบ

คะน้าหมูกรอบ เป็นเมนูผัดจีน-ไทยยอดนิยมในร้านข้าวแกง จุดเด่นคือหมูกรอบหนังพองกรอบ เนื้อนุ่ม มันลิ้น ผัดกับคะน้าฮ่องกงหรือคะน้าไทยใบหยิก ซอสหอยนางรมปรุงรส เค็มหวานมัน ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 10 นาที (ไม่รวมเวลาเตรียมหมูกรอบ)

เคล็ดลับ: ลวกคะน้าในน้ำเดือด 30 วินาทีก่อนผัด จะช่วยลดความขมและคงสีเขียวสด จากนั้นผัดด้วยไฟแรง ใส่หมูกรอบตามทีหลังเพื่อไม่ให้หนังหมูกรอบอมน้ำซอสจนนิ่ม

ส่วนผสม

  1. หมูกรอบ (หั่นชิ้นพอดีคำ) 200 กรัม
  2. คะน้า (หั่นท่อน 2 นิ้ว) 300 กรัม
  3. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  4. น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
  5. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  7. น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
  8. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  9. พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. ลวกคะน้า: ตั้งน้ำเดือด ลวกคะน้า 30 วินาที ตักขึ้นแช่น้ำเย็น สะเด็ดน้ำ
  2. เจียวกระเทียม: ตั้งกระทะน้ำมันไฟกลาง ใส่กระเทียมสับเจียวจนหอมเหลือง
  3. ผัดคะน้า: เร่งไฟแรง ใส่คะน้าลงผัด 1 นาที
  4. ใส่หมูกรอบ: ใส่หมูกรอบลงผัดเบาๆ 1 นาที
  5. ปรุงรส: ใส่น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว น้ำตาล และน้ำเปล่า ผัดให้เข้ากัน 1 นาที
  6. เสิร์ฟ: โรยพริกไทยป่น ตักใส่จาน กินกับข้าวสวยร้อนๆ

ผัดผักบุ้งน้ำมันหอย

ผัดผักบุ้งน้ำมันหอย เป็นผัดผักจานด่วนที่ใช้ผักบุ้งจีนหรือผักบุ้งไทยเป็นหลัก ผัดไฟแรงในเวลาสั้นเพื่อให้ผักบุ้งกรอบ สีเขียวสด ซอสหอยนางรมเค็มหวาน กระเทียมเจียวหอม และพริกขี้หนูเผ็ดนิด ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลา 5 นาที

เคล็ดลับ: ใช้ไฟแรงที่สุดที่มีตลอดการผัด และใส่ผักบุ้งเฉพาะส่วนยอดอ่อนและก้านอ่อน ก้านแก่จะเหนียวและไม่อร่อย ใส่ผักบุ้งแล้วผัดไวๆ ไม่เกิน 1 ถึง 2 นาที ผักบุ้งจะกรอบกำลังดี

@kruayaipan

ผัดผักบุ้งน้ำมันหอย เมนูง่ายๆ ทานตอนร้อนๆ นี่อร่อยมาก 😋 #ครัวยายปัน #ผัดผักบุ้ง #เข้าครัวtiktok #ห้องครัวtiktok

♬ เสียงต้นฉบับ – Krua Yai Pan – Krua Yai Pan (ครัวยายปัน)

ส่วนผสม

  1. ผักบุ้งจีน (เด็ดท่อน ก้านและใบ) 300 กรัม
  2. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  3. พริกขี้หนู (บุบ) 5 เม็ด
  4. น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
  5. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
  6. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  7. เต้าเจี้ยวบด 1/2 ช้อนโต๊ะ
  8. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. เจียวกระเทียม: ตั้งกระทะน้ำมันไฟแรง ใส่กระเทียมสับลงเจียวจนหอมและเริ่มเหลือง
  2. ใส่พริก: ใส่พริกขี้หนูบุบลงผัดให้หอม 30 วินาที
  3. ผัดผักบุ้ง: ใส่ผักบุ้งลงไป ผัดเร็วๆ ไฟแรง 1 ถึง 2 นาที ให้ผักบุ้งเริ่มสลดแต่ยังเขียวสด
  4. ปรุงรส: ใส่น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว น้ำตาล และเต้าเจี้ยวบด ผัดคลุกเร็วๆ 30 วินาที
  5. เสิร์ฟ: ตักใส่จานทันที อย่าทิ้งไว้ในกระทะเดี๋ยวผักสุกเกิน กินกับข้าวสวยร้อนๆ

หมูผัดเปรี้ยวหวาน

หมูผัดเปรี้ยวหวาน เป็นเมนูผัดสไตล์จีนที่คนไทยนำมาปรับใช้ ซอสเปรี้ยวหวานสีส้มแดงจากซอสมะเขือเทศและน้ำส้มสายชู ใส่สับปะรด แตงกวา มะเขือเทศ และพริกหยวกเพื่อสีสันและความกรอบ หมูชุบแป้งทอดกรอบก่อนนำมาคลุกซอส ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลา 25 นาที

เคล็ดลับ: ทอดหมูสองรอบ รอบแรกไฟปานกลางให้สุก รอบสองไฟแรงให้กรอบ วิธีนี้หมูจะกรอบนานและไม่อมน้ำมัน ส่วนซอสให้เคี่ยวน้ำตาลกับน้ำส้มสายชูก่อนจนเหนียว ค่อยเติมซอสมะเขือเทศ ซอสจะเงาสวยและไม่แฉะ

ส่วนผสม

  1. หมูสันนอก (หั่นชิ้นพอดีคำ) 250 กรัม
  2. แป้งทอดกรอบ 1/2 ถ้วย
  3. ซอสมะเขือเทศ 3 ช้อนโต๊ะ
  4. น้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
  6. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  7. สับปะรด (หั่นชิ้น) 1/2 ถ้วย
  8. แตงกวา (หั่นชิ้น) 1/2 ถ้วย
  9. มะเขือเทศ (หั่นเสี้ยว) 1/2 ลูก
  10. พริกหยวก (หั่นชิ้น) 1/2 ลูก
  11. หอมใหญ่ (หั่นชิ้น) 1/4 หัว
  12. น้ำเปล่า 1/4 ถ้วย
  13. น้ำมันพืชสำหรับทอด 2 ถ้วย
  14. น้ำมันพืชสำหรับผัด 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ชุบแป้งหมู: คลุกหมูกับแป้งทอดกรอบให้เคลือบทั่ว
  2. ทอดหมูรอบแรก: ตั้งน้ำมันไฟปานกลาง ทอดหมูจนสุกเหลือง 3 ถึง 4 นาที ตักพัก
  3. ทอดหมูรอบสอง: เร่งไฟแรง ทอดหมูซ้ำจนกรอบเข้ม 1 ถึง 2 นาที ตักพักบนกระดาษซับน้ำมัน
  4. ทำซอส: ตั้งกระทะน้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ ใส่น้ำตาลและน้ำส้มสายชู เคี่ยวไฟอ่อนจนน้ำตาลละลายและเหนียวข้น 2 นาที
  5. ปรุงซอส: ใส่ซอสมะเขือเทศ ซีอิ๊วขาว และน้ำเปล่า คนให้เข้ากัน 1 นาที
  6. ผัดผัก: ใส่หอมใหญ่ พริกหยวก สับปะรด แตงกวา และมะเขือเทศ ผัดเร็วๆ 1 นาที
  7. คลุกหมู: ใส่หมูทอดกรอบลงไป ผัดคลุกเบาๆให้ซอสเคลือบทั่ว ปิดไฟ
  8. เสิร์ฟ: ตักใส่จาน กินกับข้าวสวยร้อนๆ

ผัดกะหล่ำปลี

ผัดกะหล่ำปลี เป็นผัดผักสไตล์ร้านตามสั่งที่คนไทยสั่งบ่อย ใช้กะหล่ำปลีหั่นชิ้นพอดีคำผัดไฟแรง ใส่ไข่ไก่ให้หอมมัน ปรุงรสเค็มหวานด้วยน้ำมันหอยและซีอิ๊วขาว ได้ผักกรอบหวาน กลิ่นไข่หอมๆ และซอสเซี่ยงไฮ้ ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลา 7 นาที

เคล็ดลับ: ผัดกะหล่ำปลีด้วยไฟแรงตลอดเวลา กะหล่ำปลีจะกรอบหวานและไม่คายน้ำ ถ้าไฟอ่อนจะออกน้ำและนิ่มเกินไป ใส่ไข่หลังจากผัดกะหล่ำปลีสักครู่หนึ่ง ให้ไข่เคลือบผักบางๆ

ส่วนผสม

  1. กะหล่ำปลี (หั่นชิ้นพอดีคำ) 300 กรัม
  2. ไข่ไก่ 2 ฟอง
  3. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  4. น้ำมันหอย 1.5 ช้อนโต๊ะ
  5. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  7. พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
  8. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. เจียวกระเทียม: ตั้งกระทะน้ำมันไฟกลาง ใส่กระเทียมสับเจียวจนหอม
  2. ผัดกะหล่ำปลี: เร่งไฟแรง ใส่กะหล่ำปลีลงผัด 2 ถึง 3 นาทีจนเริ่มสลดแต่ยังกรอบ
  3. ใส่ไข่: ตอกไข่ใส่ลงไป ผัดเร็วๆให้ไข่เคลือบทั่ว
  4. ปรุงรส: ใส่น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว และน้ำตาล ผัดคลุกเร็วๆ 1 นาที
  5. เสิร์ฟ: โรยพริกไทยป่น ตักใส่จาน กินกับข้าวสวยร้อนๆ

หอยลายผัดพริกเผา

หอยลายผัดพริกเผา เป็นเมนูทะเลยอดนิยมในร้านข้าวแกง ใช้หอยลายสดผัดกับน้ำพริกเผา น้ำมันหอย และพริกสด รสชาติเค็มหวานเผ็ดนิด หอมกลิ่นน้ำพริกเผาเข้มข้น หอยลายเนื้อเด้งหวานธรรมชาติ ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 10 นาที

เคล็ดลับ: แช่หอยลายในน้ำเกลือ 30 นาทีก่อนใช้ ให้หอยคายทรายออกมา ล้างหลายน้ำจนสะอาด และเมื่อผัดให้ใช้ไฟแรง หอยจะสุกใน 2 ถึง 3 นาที อย่าผัดนานเกินไปเดี๋ยวเนื้อหอยหดแข็ง

ส่วนผสม

  1. หอยลาย (แช่น้ำเกลือ 30 นาที ล้างสะอาด) 400 กรัม
  2. น้ำพริกเผา 2 ช้อนโต๊ะ
  3. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
  4. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
  5. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  6. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  7. พริกขี้หนู (บุบ) 5 เม็ด
  8. พริกชี้ฟ้าแดง (หั่นแฉลบ) 1 เม็ด
  9. ใบโหระพา 1/4 ถ้วย
  10. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. เจียวกระเทียม: ตั้งกระทะน้ำมันไฟกลาง ใส่กระเทียมสับเจียวจนหอมเหลือง
  2. ใส่พริก: ใส่พริกขี้หนูบุบลงผัดให้หอม 30 วินาที
  3. ผัดหอย: เร่งไฟแรง ใส่หอยลายลงผัด 1 ถึง 2 นาทีให้หอยเริ่มอ้า
  4. ปรุงรส: ใส่น้ำพริกเผา น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว และน้ำตาล ผัดเร็วๆให้เคลือบทุกตัว 1 นาที
  5. ใส่สมุนไพร: ใส่พริกชี้ฟ้าแดงและใบโหระพา ปิดไฟ ผัดเร็วๆ 30 วินาที
  6. เสิร์ฟ: ตักใส่จานทันที กินกับข้าวสวยร้อนๆ

หมูผัดกะปิ

หมูผัดกะปิ เป็นเมนูไทยที่ใช้กะปิคุณภาพดีเป็นตัวชูรส กลิ่นกะปิหอมเข้มข้นเมื่อผัดกับน้ำมัน ใส่หมูสับหรือหมูหั่นชิ้น ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลเล็กน้อย ใส่พริกขี้หนูและสะตอหรือกระเทียมโทนเพื่อเพิ่มกลิ่น รสเค็มนำจากกะปิ หอมมันลิ้น ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 10 นาที

เคล็ดลับ: เลือกกะปิคลองโคนหรือกะปิระนองที่มีความหอมหวาน ไม่เค็มจัดจนเกินไป ผัดกะปิด้วยไฟอ่อนในน้ำมันให้กะปิหอมก่อนใส่หมู ถ้าใส่กะปิตอนท้ายจะเหม็นและกินแล้วแสบคอ

@ins_kamlangin

สามชั้นผัดกะปิสะตอ สูตรข้าวหมดหม้อเลยครับ กำลังอิน #ห้องครัวtiktok #tiktokพากิน #ผัดกะปิสะตอ โก้เอ็กซ์พี่ชายกำลังอิน

♬ เสียงต้นฉบับ – ที่กิน ที่เที่ยว FoodTravel – ที่กิน ที่เที่ยว FoodTravel

ส่วนผสม

  1. หมูสันนอก (หั่นชิ้นบาง) 250 กรัม
  2. กะปิ 1.5 ช้อนโต๊ะ
  3. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  4. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  5. พริกขี้หนู (บุบ) 5 เม็ด
  6. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  7. หอมแดงซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  8. สะตอ (แกะเปลือก) 1/2 ถ้วย
  9. พริกชี้ฟ้าแดง (หั่นแฉลบ) 1 เม็ด
  10. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ผัดกะปิ: ตั้งกระทะน้ำมันไฟอ่อน ใส่กะปิลงผัดละลาย 1 ถึง 2 นาทีจนหอมฟุ้ง
  2. เจียวกระเทียม: ใส่กระเทียมสับและหอมแดงซอยลงผัดต่อ 1 นาทีจนหอม
  3. ผัดหมู: เร่งไฟกลาง ใส่หมูลงผัดจนสุก 3 ถึง 4 นาที
  4. ปรุงรส: ใส่น้ำปลาและน้ำตาล ผัดให้เข้ากัน
  5. ใส่เครื่อง: ใส่พริกขี้หนูบุบและสะตอ ผัดเร็วๆ 1 นาที
  6. เสิร์ฟ: ปิดไฟ โรยพริกชี้ฟ้าแดง ตักใส่จาน กินกับข้าวสวยร้อนๆ และไข่ต้ม

หมวดต้ม (5 เมนู)

ต้มข่าไก่

ต้มข่าไก่ เป็นซุปน้ำข้นสีขาวจากกะทิ มีกลิ่นหอมข่าและตะไคร้เด่นชัด รสเปรี้ยวจากน้ำมะนาว เค็มจากน้ำปลา เผ็ดนวลจากพริกขี้หนู และมันกลมจากกะทิ เป็นเมนูซุปที่คนไทยและต่างชาติรู้จักดี เนื้อไก่นุ่ม ตัดด้วยเห็ดฟาง ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 20 นาที

เคล็ดลับ: หั่นข่าแว่นบางและบุบตะไคร้ให้แตกก่อนใส่ จะดึงกลิ่นออกมาได้เต็มที่ และใส่น้ำมะนาวตอนปิดไฟเท่านั้น ถ้าใส่ตอนน้ำเดือดจะได้รสเปรี้ยวเฝื่อน

@momcookingtasty

ต้มข่าไก่ 🥥🐔🌿 ซดร้อนๆ กินกับข้าวสวยหรอยหนัด แม่เลือกใช้กะทิอัมพวา หัวกะทิแท้ 100% กะทิสดใหม่ ขาว ข้น หอม มัน แม่ทำกับข้าวอร่อย #ห้องครัวtiktok #อร่อยบอกต่อ #เมนูประจําวัน #กะทิอัมพวา

♬ เสียงต้นฉบับ – แม่ทำกับข้าวอร่อย👩🏻‍🍳 – แม่ทำกับข้าวอร่อย👩🏻‍🍳

ส่วนผสม

  1. สะโพกไก่ (หั่นชิ้นพอดีคำ) 300 กรัม
  2. หัวกะทิ 1 ถ้วย
  3. หางกะทิ 2 ถ้วย
  4. ข่าอ่อน (หั่นแว่นบาง) 5 แว่น
  5. ตะไคร้ (ทุบหั่นท่อน) 2 ต้น
  6. หอมแดง (บุบ) 3 หัว
  7. พริกขี้หนู (บุบ) 5 เม็ด
  8. เห็ดฟาง (ผ่าครึ่ง) 1 ถ้วย
  9. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  10. น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
  11. ผักชีฝรั่ง (ซอย) 1 ช้อนโต๊ะ
  12. ใบมะกรูดฉีก 4 ใบ

วิธีทำ

  1. ต้มหางกะทิ: เทหางกะทิลงหม้อ ใส่ข่า ตะไคร้ หอมแดง ต้มไฟกลางจนเดือด
  2. ใส่ไก่: ใส่ไก่ลงต้มในน้ำกะทิเดือด 10 นาทีจนไก่สุก
  3. ใส่หัวกะทิ: เติมหัวกะทิลงไป คนเบาๆ ให้กะทิไม่แตก ต้มต่อ 3 นาที
  4. ใส่เห็ด: ใส่เห็ดฟางและพริกขี้หนูบุบ ต้มต่อ 3 นาที
  5. ใส่ใบมะกรูด: ใส่ใบมะกรูดฉีก ต้มต่อ 1 นาที
  6. ปรุงรสและปิดไฟ: ปิดไฟ ใส่น้ำปลาและน้ำมะนาว คนเบาๆ ชิมรสให้เปรี้ยวนำ เค็ม มัน
  7. เสิร์ฟ: โรยผักชีฝรั่ง เสิร์ฟร้อนๆ ในถ้วย คู่ข้าวสวย

ต้มยำกุ้งน้ำข้น

ต้มยำกุ้งน้ำข้น เป็นต้มยำกุ้งที่ใส่น้ำพริกเผาและกะทิหรือนมข้นจืดให้ได้น้ำซุปสีส้มอมขาวข้นกว่าต้มยำน้ำใส รสชาติเปรี้ยวจัด เผ็ดร้อน เค็มกลมกล่อม หอมน้ำพริกเผาและสมุนไพรไทย เนื้อกุ้งเด้งหวาน ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 15 นาที

เคล็ดลับ: คั่วน้ำพริกเผาบนกระทะไฟอ่อน 1 นาทีก่อนใส่ลงหม้อต้มยำ จะดึงกลิ่นหอมของน้ำพริกเผาได้มากกว่าใส่ลงไปตรงๆ และใช้กุ้งสดที่ยังไม่ได้แช่แข็งจะได้เนื้อเด้งหวานกว่า

@tumkinaeng

ทำกินเองชวนเพื่อนๆมาทำ ต้มยำกุ้งน้ำข้น ที่รสชาติอร่อย จัดจ้าน สีสวย ทำตามได้ไม่ยาก พร้อมเคล็บลับความอร่อยที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ นมข้นจืดคาร์เนชัน เพราะใครๆก้รู้ว่า ต้มยำกุ้งน้ำข้น ต้องคู่กับ นมข้นจืดคาร์เนชัน เท่านั้น ที่จะชูรสชาติต้มยำ จัดจ้าน ถึงเครื่อง สีสวยน่าทาน #สังเกตความอร่อยสังเกตคาร์เนชัน ต้มยำกุ้งน้ำข้นต้องคู่กับนมข้นจืดคาร์เนชันเท่านั้น #นมข้นจืดคาร์เนชัน ถึงเครื่องทุกชามถึงใจทุกคำ #CarnationThailand

♬ เสียงต้นฉบับ – ทำกินเอง – ทำกินเอง

ส่วนผสม

  1. กุ้งขาว (แกะเปลือก ผ่าหลัง ดึงเส้นดำ) 300 กรัม
  2. น้ำเปล่า 3 ถ้วย
  3. หัวกะทิ 1/2 ถ้วย
  4. น้ำพริกเผา 2 ช้อนโต๊ะ
  5. ข่า (หั่นแว่น) 4 แว่น
  6. ตะไคร้ (ทุบหั่นท่อน) 2 ต้น
  7. หอมแดง (บุบ) 3 หัว
  8. พริกขี้หนู (บุบ) 8 เม็ด
  9. เห็ดฟาง (ผ่าครึ่ง) 1 ถ้วย
  10. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  11. น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
  12. ใบมะกรูดฉีก 4 ใบ
  13. ผักชีและผักชีฝรั่ง สำหรับโรย

วิธีทำ

  1. ต้มน้ำสมุนไพร: ตั้งหม้อน้ำ ใส่ข่า ตะไคร้ หอมแดง และใบมะกรูด ต้มไฟกลางจนเดือด 5 นาที
  2. ใส่น้ำพริกเผา: คั่วน ้ามพริกเผาในกระทะไฟอ่อน 1 นาทีแล้วใส่ลงหม้อซุป คนให้ละลาย
  3. ใส่กุ้งและเห็ด: ใส่เห็ดฟางและกุ้งลงต้ม 3 นาทีจนกุ้งสุก
  4. ใส่กะทิ: เติมหัวกะทิลงไป คนเบาๆ 1 นาที
  5. ปรุงรสและปิดไฟ: ปิดไฟต้มยำ ใส่น้ำปลา น้ำมะนาว และพริกขี้หนูบุบ ชิมรสเปรี้ยวนำ เผ็ด เค็ม
  6. เสิร์ฟ: ใส่ถ้วย โรยผักชีและผักชีฝรั่ง เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ

ต้มจืดฟักน่องไก่

ต้มจืดฟักน่องไก่ เป็นซุปน้ำใสสไตล์จีน-ไทยที่เน้นรสกลมกล่อมธรรมชาติจากน่องไก่และฟักเขียว น้ำซุปหวานจากไก่และฟัก เนื้อไก่นุ่มเปื่อย ฟักใสทานแล้วชุ่มคอ มีกลิ่นหอมกระเทียมเจียวและพริกไทย ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 45 นาที

เคล็ดลับ: ลวกน่องไก่ในน้ำเดือด 3 นาทีแล้วล้างด้วยน้ำเย็นก่อนตุ๋น จะได้น้ำซุปใสไม่ขุ่น และใส่ฟักหลังจากตุ๋นไก่ไปแล้ว 20 นาที ฟักจะสุกกำลังดี ไม่เละ

@tid_cooking

แจกสูตร ต้มจืดฟักน่องไก่ ซุปหอมหวาน กลมกล่อม ติดครัว อาหาร ทำอาหาร อาหารทําเอง ชีวิตติดครัว ชีวิตติดรีวิว #เรื่องรีวิวไว้ใจเจ๊

♬ เสียงต้นฉบับ – ชีวิตติดครัว – ชีวิตติดครัว

ส่วนผสม

  1. น่องไก่ (ลวกน้ำร้อน 3 นาที) 3 น่อง
  2. ฟักเขียว (หั่นชิ้นใหญ่) 300 กรัม
  3. น้ำเปล่า 5 ถ้วย
  4. กระเทียม (บุบ) 5 กลีบ
  5. รากผักชี (บุบ) 2 ราก
  6. พริกไทยเม็ด 1/2 ช้อนชา
  7. ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
  8. ซีอิ๊วดำ 1/2 ช้อนชา
  9. กระเทียมเจียว 1 ช้อนโต๊ะ
  10. ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  11. ผักชี สำหรับโรย

วิธีทำ

  1. ตุ๋นไก่: ใส่น้ำเปล่าลงหม้อ ใส่กระเทียมบุบ รากผักชี และพริกไทยเม็ด ใส่ไก่ที่ลวกแล้ว ต้มไฟกลางจนเดือด ลดไฟอ่อน เคี่ยว 20 นาที
  2. ใส่ฟัก: ใส่ฟักเขียวลงไป ตุ๋นต่ออีก 20 ถึง 25 นาทีจนฟักสุกใสและไก่เปื่อยนุ่ม
  3. ปรุงรส: ใส่ซีอิ๊วขาวและซีอิ๊วดำ ชิมรสให้เค็มกลม หวานธรรมชาติจากไก่และฟัก
  4. เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยกระเทียมเจียว ต้นหอมซอย และผักชี

ไข่พะโล้

ไข่พะโล้ เป็นเมนูตุ๋นสไตล์จีนที่ปรับเป็นอาหารไทย ใช้ผงพะโล้หรือเครื่องพะโล้อบให้หอม เติมซีอิ๊วดำและน้ำตาลปี๊บให้รสหวานเค็มและสีน้ำตาลเข้มสวย ไข่ต้มตุ๋นจนซึมรสชาติ เนื้อหมูนุ่มละลาย ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 1 ชั่วโมง

เคล็ดลับ: ต้มไข่ให้สุกแข็งก่อนนำไปทอดในน้ำมันพอผิวเหลืองกรอบ ไข่จะดูดซึมน้ำพะโล้ได้ดีและเนื้อไข่แน่นไม่เละระหว่างตุ๋น ส่วนผงพะโล้ให้ห่อด้วยผ้าขาวบางแล้วใส่ลงหม้อ จะได้น้ำซุปใสไม่มีตะกอนผง

@nn.hcafe

ไข่พะโล้ หมูนุ่มๆ ไข่หนึบๆ อร่อยมากกกก ใช้กระทะใบใหญ่จาก @HomeySelect Ingredients – pork belly หมูสามชั้น – star anise โป๊ยกั้ก – cinnamon อบเชย – garlic cloves กระเทียม – coriander root รากผักชี – pepper พริกไทย – coconut palm sugar น้ำตาลมะพร้าว – soy sauce ซอสถั่วเหลือง – black soy sauce ซีอิ๊วดำ – pork flavour powder ผงปรุงรสหมู – water น้ำ – boiled eggs ไข่ต้มสุก #ห้องครัวtiktok #เมนูประจําวัน #food #เมนูง่ายๆ #ห้องครัวติ๊กต๊อก #ไข่พะโล้ #homeyselect

♬ APT. – ROSÉ & Bruno Mars

ส่วนผสม

  1. หมูสามชั้น (หั่นชิ้นหนา) 300 กรัม
  2. ไข่เป็ดต้ม (ต้มสุก แกะเปลือก ทอดพอเหลือง) 5 ฟอง
  3. น้ำเปล่า 3 ถ้วย
  4. ผงพะโล้ 1 ช้อนโต๊ะ (ห่อผ้าขาวบาง)
  5. อบเชย 1 แท่ง
  6. โป๊ยกั๊ก 2 ดอก
  7. ซีอิ๊วดำ 2 ช้อนโต๊ะ
  8. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  9. น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
  10. กระเทียม (บุบ) 5 กลีบ
  11. รากผักชี (บุบ) 2 ราก
  12. พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
  13. ผักชี สำหรับโรย

วิธีทำ

  1. ต้มหมู: ตั้งหม้อน้ำ ใส่กระเทียม รากผักชี อบเชย โป๊ยกั๊ก และผงพะโล้ที่ห่อผ้าขาวบาง ต้มไฟกลางจนเดือด
  2. ใส่หมู: ใส่หมูสามชั้นลงต้ม ตุ๋นไฟอ่อน 40 นาทีจนหมูนุ่ม
  3. ปรุงรส: ใส่ซีอิ๊วดำ ซีอิ๊วขาว และน้ำตาลปี๊บ คนให้ละลาย
  4. ใส่ไข่: ใส่ไข่เป็ดทอดลงไป ตุ๋นต่ออีก 15 ถึง 20 นาทีให้ไข่ดูดซึมน้ำพะโล้
  5. ปรับรส: ชิมรสให้หวานนำ เค็มตาม หอมเครื่องเทศ
  6. เสิร์ฟ: ตักไข่และหมูใส่จาน ราดน้ำพะโล้ โรยพริกไทยป่นและผักชี กินกับข้าวสวยร้อนๆ

ไก่ต้มน้ำปลา

ไก่ต้มน้ำปลา เป็นเมนูต้มที่ดูเรียบง่ายแต่รสชาติลึก ซุปน้ำใสสีอ่อนที่ได้รสหวานเค็มจากน้ำปลาดีและเนื้อไก่ หอมกระเทียมและพริกไทย เนื้อไก่นุ่มฉ่ำ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวรสจัด ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลา 30 นาที

เคล็ดลับ: ใช้น้ำปลาแท้คุณภาพดี การต้มไก่ด้วยน้ำปลาแท้จะได้รสหวานธรรมชาติโดยไม่ต้องใส่น้ำตาล และต้มไก่ด้วยไฟอ่อนที่สุดเท่าที่จะทำได้ น้ำซุปจะใสและเนื้อไก่นุ่มไม่ด้าน

ส่วนผสม

  1. สะโพกไก่ (ไม่หั่น แผ่นหนา) 500 กรัม
  2. น้ำเปล่า 4 ถ้วย
  3. น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
  4. กระเทียม (บุบ) 5 กลีบ
  5. พริกไทยเม็ด (บุบ) 1/2 ช้อนชา
  6. ขึ้นฉ่าย (หั่นท่อน) 1 ต้น
  7. ต้นหอม (หั่นท่อน) 1 ต้น
  8. น้ำจิ้ม: เต้าเจี้ยวบด 2 ช้อนโต๊ะ, พริกขี้หนูซอย 5 เม็ด, กระเทียมซอย 1 ช้อนชา, น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาล 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. ต้มน้ำ: ตั้งหม้อน้ำ ใส่กระเทียมบุบและพริกไทยเม็ด ต้มไฟกลางจนเดือด
  2. ใส่ไก่: ใส่ไก่ลงต้ม ไฟอ่อน 20 นาทีจนไก่สุกและนุ่ม
  3. ปรุงรส: ใส่น้ำปลา ต้มต่อ 3 นาที
  4. ใส่ผัก: ใส่ขึ้นฉ่ายและต้นหอม ปิดไฟ
  5. ทำน้ำจิ้ม: ผสมเต้าเจี้ยวบด พริกขี้หนู กระเทียมซอย น้ำมะนาว และน้ำตาล คนให้เข้ากัน
  6. เสิร์ฟ: ตักไก่ใส่จาน ราดน้ำซุป โรยขึ้นฉ่ายและต้นหอม เสิร์ฟคู่ข้าวสวยและน้ำจิ้มเต้าเจี้ยว

หมวดทอดและอื่นๆ (3 เมนู)

ทอดมันปลากราย

ทอดมันปลากราย เป็นอาหารทอดที่ใช้เนื้อปลากรายขูดผสมกับน้ำพริกแกงเผ็ดและถั่วฝักยาวซอย นวดจนเหนียวแล้วปั้นเป็นแผ่นทอดในน้ำมันร้อนจนกรอบนอกนุ่มใน มีกลิ่นหอมเครื่องแกงและใบมะกรูดซอย รสชาติเค็มเผ็ด เนื้อแน่นเด้ง ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลา 30 นาที

เคล็ดลับ: นวดเนื้อปลาในทิศทางเดียวและใส่น้ำเย็นจัดทีละน้อยขณะนวด จะได้เนื้อปลาที่เหนียวเด้ง และพักส่วนผสมในตู้เย็น 30 นาทีก่อนปั้นทอด เนื้อปลาจะแน่นขึ้นและไม่แตกเวลาทอด

@tid_cooking

แจกสูตร ทอดมันปลากราย เนื้อมันนุ่มเด้ง เข้มข้นถึงเครื่อง . ชีวิตติดครัว ชีวิตติดรีวิว เรื่องรีวิวไว้ใจเจ๊

♬ เสียงต้นฉบับ – ชีวิตติดครัว – ชีวิตติดครัว

ส่วนผสม

  1. เนื้อปลากรายขูด 400 กรัม
  2. พริกแกงเผ็ด 3 ช้อนโต๊ะ
  3. ถั่วฝักยาว (ซอยบาง) 1/4 ถ้วย
  4. ใบมะกรูดซอย 4 ใบ
  5. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  6. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  8. น้ำเย็นจัด 3 ช้อนโต๊ะ
  9. น้ำมันพืชสำหรับทอด 3 ถ้วย

วิธีทำ

  1. นวดเนื้อปลา: ใส่เนื้อปลากรายขูดลงชาม ใส่น้ำปลาและน้ำเย็นจัด นวดในทิศทางเดียวประมาณ 5 ถึง 7 นาทีจนเนื้อปลาเหนียว
  2. ผสมเครื่อง: ใส่พริกแกงเผ็ด ไข่ไก่ และน้ำตาล นวดต่อจนเข้ากันดี
  3. ใส่ผัก: ใส่ถั่วฝักยาวซอยและใบมะกรูดซอย ผสมให้กระจายทั่ว
  4. พัก: นำส่วนผสมแช่ตู้เย็น 30 นาที
  5. ปั้นทอด: ปั้นเป็นแผ่นกลมแบนหนาประมาณ 1 เซนติเมตร ทอดในน้ำมันร้อนไฟกลาง 3 ถึง 4 นาทีต่อด้านจนเหลืองกรอบ
  6. เสิร์ฟ: ตักพักบนกระดาษซับน้ำมัน เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มอาจาดและข้าวสวยร้อนๆ

ปลาสามรส

ปลาสามรส เป็นเมนูปลาทอดราดซอสที่มีรสชาติ 3 รสในจานเดียว เปรี้ยว หวาน เค็ม ตัดกันชัดเจน ปลาทอดกรอบทั้งตัว ราดด้วยซอสสีแดงจากน้ำพริกเผาและซอสพริก ใส่หอมเจียว พริกสด และสมุนไพร ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลา 25 นาที

เคล็ดลับ: ทอดปลาด้วยไฟแรงจนหนังกรอบ แข็งตัว และเนื้อข้างในสุก อย่ากลับปลาบ่อย กลับครั้งเดียวตอนกรอบแล้ว ส่วนซอสสามรสต้องชิมให้ได้เปรี้ยว หวาน เค็ม ในสัดส่วนที่เท่ากันและรู้สึกทั้งสามรสพร้อมกันเมื่อกิน

@kaethykitchen

เมนูตี้ปีใหม่มื้อนี้ขอนำเสนอ ปลาราดพริกสามรสจ้า 🐟 ปลานิล น้ำหนัก 9 ขีด แป้งทอดกรอบโรยๆตัวปลา 2 ช้อนแกง น้ำมันสำหรับทอด ซอสราดสามรส น้ำตาลมะพร้าว 3 ช้อนแกง ซอสฝาเขียว 1 ช้อนแกง ซอสหอย 2 ช้อนแกง ซอสพริก 2 ช้อนแกง น้ำมะขามเปียก 3 ช้อนแกง น้ำเปล่า 6 ช้อนแกง พริกสดสับ 3 ช้อนแกง กระเทียมสับ 3 ช้อนแกง #เอื้อยเก๋ #ปลาราดพริกสามรส #เมนูปีใหม่ ทำอาหาร #เอื้อยเก๋ติดครัว

♬ เสียงต้นฉบับ – เอื้อยเก๋ ติดครัว (2M💕) – เอื้อยเก๋ ติดครัว (2M💕)

ส่วนผสม

  1. ปลากะพงหรือปลานิล (ขอดเกล็ด ควักไส้ บั้งข้าง) 1 ตัว (500 กรัม)
  2. ซอสพริก 3 ช้อนโต๊ะ
  3. น้ำพริกเผา 1 ช้อนโต๊ะ
  4. น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ำเปล่า 1/4 ถ้วย
  8. หอมแดงซอยเจียว 2 ช้อนโต๊ะ
  9. พริกชี้ฟ้าแดง (หั่นแฉลบ) 2 เม็ด
  10. ใบผักชี 1/4 ถ้วย
  11. แป้งทอดกรอบสำหรับเคลือบปลา 1/2 ถ้วย
  12. น้ำมันพืชสำหรับทอด 3 ถ้วย

วิธีทำ

  1. เตรียมปลา: ซับปลาให้แห้ง คลุกแป้งทอดกรอบบางๆ ทั่วตัวปลา
  2. ทอดปลา: ตั้งน้ำมันไฟแรงจนร้อนจัด ใส่ปลาลงทอด 5 ถึง 6 นาทีต่อด้านจนเหลืองกรอบ ตักพัก
  3. ทำซอส: ตั้งกระทะ ใส่น้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียก น้ำปลา และน้ำเปล่า เคี่ยวไฟอ่อน 2 นาทีจนเหนียวข้น
  4. ใส่เครื่องซอส: ใส่ซอสพริกและน้ำพริกเผา คนให้เข้ากัน 1 นาที
  5. ราดซอส: จัดปลาทอดใส่จาน ราดซอสสามรสให้ทั่ว
  6. ตกแต่ง: โรยหอมแดงซอยเจียว พริกชี้ฟ้าแดง และใบผักชี
  7. เสิร์ฟ: กินกับข้าวสวยร้อนๆ

หมูหวาน

หมูหวาน เป็นเมนูทอดที่ใช้หมูเนื้อแดงหรือหมูสันนอกหมักด้วยน้ำตาลและน้ำปลาจนได้รสหวานเค็มกลมกล่อม นำไปทอดจนน้ำตาลเคลือบหมูเป็นเงาสวยและมีรสไหม้นิดๆ เนื้อหมูนุ่มฉ่ำ หอมกลิ่นน้ำตาลไหม้และกระเทียมเจียว ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 20 นาที (ไม่รวมเวลาหมัก)

เคล็ดลับ: หมักหมูอย่างน้อย 2 ชั่วโมงในตู้เย็น น้ำตาลจะซึมเข้าเนื้อหมูและทำให้นุ่มขึ้น และตอนทอดให้ใช้ไฟกลางจนหมูสุกแล้วเร่งไฟแรงช่วง 1 นาทีสุดท้าย ให้น้ำตาลเคลือบเงาและมีรสไหม้อ่อนๆ

@ceethekm1n4

✨แจกสูตรหมูหวาน ทำง่ายไม่ยากอย่างที่คิด วิธีทำให้หมูนุ่ม ไม่แข็งกระด้าง รสชาติเข้มข้นกลมกล่อม **อัตราส่วน** น้ำมันพืช 3-4 ชต. หมูสามชั้น 1 กก. ซอสปรุงรสฝาเขียว 2 ชต. ซีอิ๊วขาว 4 ชต. ซอสหอยนางรม 4 ชต. ซีอิ๊วดำ 2 ชต. น้ำตาลมะพร้าว 200 กรัม หอมแดงซอย 10 หัว @ ทำครึ่งสูตรได้ ส่วนผสมทุกตัวหารสอง@ วิธีทำ 1. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพืชประมาณ 3-4 ชต. วอร์มน้ำมันด้วยไฟกลางค่อนอ่อนให้ร้อน จากนั้นนำหอมเจียวลงไปผัดจนสุกใส (ไม่ต้องให้กรอบเหลือง) แล้วนำหมูสามชั้นลงไปผัดให้ผิวตึงๆ ก็ใส่เครื่องปรุงทั้งหมดลงไป ยกเว้นน้ำตาลมะพร้าว ผัดให้เข้ากันดีจนหมูสุก เติมน้ำเปล่าลงไปให้ท่วม เพื่อทำการเคี่ยวให้หมูนุ่ม พอน้ำงวดลงไปเหลือขลุกขลิก ให้ตักหมูมาชิมว่านุ่มเป็นที่พอใจหรือยัง หากต้องการให้นุ่มขึ้นอีกก็เติมน้ำลงไปเคี่ยวต่อได้ 2. เมื่อเคี่ยวจนหมูสุกนุ่มและน้ำงวดเป็นที่พอใจ ก็ให้ใส่น้ำตาลมะพร้าวลงไป ผัดจนน้ำตาลละลายดี ปรับเป็นไฟอ่อนแล้วเคี่ยวต่อไปจนเหลือน้ำขลุกขลิกก็เป็นอันใช้ได้ ปิดแก๊สตักใส่จาน จัดเสิร์ฟได้เลย หมูหมูหวาน้าข้าวคลุกกะปิม่ซีน้องมดดี้channel

♬ เสียงต้นฉบับ – แม่ซี – แม่ซี

ส่วนผสม

  1. หมูสันนอก (หั่นชิ้นบางตามขวาง) 300 กรัม
  2. น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
  3. น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
  4. น้ำปลา 1.5 ช้อนโต๊ะ
  5. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  6. ซีอิ๊วดำ 1/2 ช้อนชา
  7. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  8. พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
  9. น้ำมันพืชสำหรับทอด 1/2 ถ้วย
  10. กระเทียมเจียว สำหรับโรย

วิธีทำ

  1. หมักหมู: ผสมน้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย น้ำปลา ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ กระเทียมสับ และพริกไทยป่น คลุกหมูให้ทั่ว หมักในตู้เย็น 2 ชั่วโมง
  2. ทอดหมู: ตั้งกระทะน้ำมันไฟกลาง ใส่หมูลงทอดทีละชิ้น ไม่ให้ซ้อนกัน 3 ถึง 4 นาทีต่อด้านจนสุกและเคลือบน้ำตาลเป็นเงา
  3. เร่งไฟ: เร่งไฟแรง ทอดต่ออีก 1 นาทีจนหมูมีสีเข้มและมีกลิ่นน้ำตาลไหม้อ่อนๆ
  4. เสิร์ฟ: ตักพักบนกระดาษซับน้ำมัน โรยกระเทียมเจียว กินกับข้าวสวยร้อนๆ

เคล็ดลับเลือกซื้อและเตรียมวัตถุดิบสำหรับเมนูข้าวแกง

น้ำพริกแกง เลือกพริกแกงสดจากตลาดที่โขลกวันต่อวัน สังเกตสีของพริกแกง: พริกแกงเขียวหวานควรสีเขียวสดจากพริกชี้ฟ้า ไม่ใช่สีเขียวเข้มเกินไป (อาจผสมสี) พริกแกงเผ็ดควรสีแดงส้มจากพริกแห้ง ไม่ใช่สีแดงสดเกินธรรมชาติ ถ้าเลือกพริกแกงสำเร็จรูปจากซูเปอร์มาร์เก็ต เลือกยี่ห้อที่ระบุว่า “พริกแกงใต้” หรือ “พริกแกงชาววัง” มักมีคุณภาพดีกว่า และอ่านฉลากหลีกเลี่ยงยี่ห้อที่มีสารกันบูดเยอะ

กะทิ เลือกกะทิกล่อง UHT แทนกะทิกระป๋อง รสชาติจะใกล้เคียงกะทิคั้นสดมากกว่า กะทิกล่องมีส่วนผสมเป็นเนื้อมะพร้าวและน้ำ ไม่ใช้น้ำมันพืชหรือสารเพิ่มความข้น ถ้าคั้นกะทิเอง ใช้มะพร้าวขูด 500 กรัมต่อน้ำอุ่น 2 ถ้วย คั้นรอบแรกได้หัวกะทิ รอบสองได้หางกะทิ การคั้นสดจะได้กลิ่นหอมหวานและมันลิ้นที่ต่างจากกะทิสำเร็จรูป

เนื้อสัตว์ หมูและไก่เลือกจากตลาดสดที่ขายวันต่อวัน ดูสีเนื้อให้สด ไม่ซีดหรือมีจุดเลือดคั่ง เนื้อหมูควรสีชมพูอ่อน มันขาวสะอาด ส่วนเนื้อไก่ควรอมชมพูธรรมชาติ ไม่ใช่ขาวซีดจากการแช่สารฟอก ถ้าใช้ปลาในเมนูแกง (แกงส้ม แกงไตปลา) เลือกปลาเนื้อแน่นที่เมื่อสุกแล้วไม่เละ เช่น ปลาอินทรี ปลาช่อน ปลากะพง หลีกเลี่ยงปลาเนื้ออ่อนเช่นปลาดอลลี่ในเมนูแกง เพราะเนื้อจะเละไม่สวย

สมุนไพรสด ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และพริกสด ควรซื้อสดและเก็บในตู้เย็นช่องผัก ข่าแก่เนื้อแข็งและเป็นเสี้ยน ให้เลือกข่าอ่อนที่เปลือกบาง นิ้วจิกดูเป็นรอย ตะไคร้ควรอวบ กาบแน่น ไม่เหี่ยว ใบมะกรูดสดควรสีเขียวเข้ม ผิวใบมัน ไม่มีจุดดำ

ผักสำหรับแกง มะเขือเปราะ มะเขือพวง และถั่วฝักยาว เลือกสดจากตลาด มะเขือเปราะดูที่ขั้วเขียวสด มะเขือพวงดูที่ผลเต่งไม่เหี่ยว ถั่วฝักยาวเลือกฝักอ่อนที่หักแล้วดัง “เพี๊ยะ” ไม่เหนียว มีความเข้าใจผิดว่าการเลือกพืชผักต้องพึ่งร้านเฉพาะ แต่ซูเปอร์มาร์เก็ตไทยหลายแห่งก็มีวัตถุดิบคุณภาพดีเช่นกัน

สรุป

30 เมนูข้าวแกงที่รวมในบทความนี้ครอบคลุมอาหารไทยหลากหลายประเภท ตั้งแต่แกงกะทิเข้มข้นอย่างแกงเขียวหวาน แกงมัสมั่น และพะแนง แกงน้ำใสจัดจ้านอย่างแกงป่าและแกงส้ม ผัดแห้งหอมเครื่องอย่างผัดพริกแกงไก่และผัดเผ็ดปลาดุก ผัดผักสไตล์ร้านตามสั่งที่ทำได้ใน 5 ถึง 10 นาที ไปจนถึงต้มยำ ต้มข่า และเมนูทอดกรอบ แต่ละเมนูมีส่วนผสม วิธีทำ และเคล็ดลับที่ปรับให้เหมาะกับการทำที่บ้านโดยใช้อุปกรณ์ครัวทั่วไป

เสน่ห์ของข้าวแกงไทยอยู่ที่ความหลากหลายของรสชาติและกรรมวิธีการปรุงที่แตกต่างกันในแต่ละภาค แต่มีจุดร่วมกันคือการเน้นวัตถุดิบสด สมุนไพรไทย และการชิมปรับรสให้สมดุลระหว่างเค็ม หวาน เปรี้ยว และเผ็ด การเลือกวัตถุดิบที่ดีตั้งแต่ต้นเป็นตัวกำหนดความอร่อยถึง 70% ที่เหลือคือการปรุงตามขั้นตอนที่ถูกต้องและใส่ใจเรื่องไฟและเวลา

บทความนี้ตั้งใจให้เป็นคู่มือสำหรับมือใหม่ที่อยากเริ่มทำกับข้าวกินเอง รวมถึงคนที่ทำอาหารประจำอยู่แล้วแต่อยากลองเมนูใหม่ๆ ลองเลือก 2 ถึง 3 เมนูที่ใช้เวลาไม่เกิน 20 นาทีในวันแรก เมื่อมั่นใจแล้วค่อยขยับไปเมนูที่ต้องใช้เวลาเคี่ยวนานขึ้น การทำอาหารไม่ใช่แค่การกินให้อิ่ม แต่เป็นการเรียนรู้รสชาติและวัฒนธรรมไทยผ่านปลายนิ้วและลิ้นของตัวเอง

กดเพื่ออ่านต่อ

Aroimak

ในฐานะนักวิจารณ์ เชื่อว่าอาหารเป็นงานศิลปะรูปแบบหนึ่ง และมุ่งมั่นที่จะเขียนบทวิจารณ์ที่ทั้งสวยงามและให้ข้อมูลแก่ผู้อ่าน บทวิจารณ์จะครอบคลุมรสชาติ คุณภาพ และราคาของอาหาร รวมถึงบรรยากาศของร้านอาหารและการบริการของพนักงาน เชื่อว่าบทวิจารณ์จะช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจได้อย่างรอบคอบเมื่อเลือกร้านอาหารที่จะไปเยือน

บทความที่เกี่ยวข้อง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back to top button
สารบัญ