สูตรอาหาร

30 เมนูอาหารจานเดียวทำเองที่บ้าน อร่อยง่าย ครบทุกสไตล์

รวม 30 เมนูอาหารจานเดียวที่ทำเองได้ที่บ้าน ครอบคลุมทั้งข้าวผัดแบบไทยและจีน ข้าวราดกะเพรา กระเทียมพริกไทย เมนูคะน้า เมนูเส้นแบบผัดซีอิ๊ว ราดหน้า ผัดขี้เมา สุกี้ และผัดมักกะโรนี คัดจากเมนูที่ใช้วัตถุดิบหาได้ในตลาดสดและซูเปอร์ไทยทั่วไป ระดับความยากตั้งแต่มือใหม่จนถึงระดับที่ต้องใช้ไฟแรงและจังหวะผัด พร้อมเคล็ดลับเฉพาะที่ทำให้รสชาติถึงขั้นร้านอาหาร

อาหารจานเดียวคือหัวใจของ อาหารไทย ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นมื้อเที่ยงเร่งรีบ มื้อเย็นหลังเลิกงาน หรือมื้อดึกแก้หิว การมีเมนูข้าวสักจานที่ทำเสร็จใน 10 ถึง 20 นาที คือทางออกที่ทั้งอิ่มและคุ้มค่า บทความนี้รวบรวม 30 เมนูอาหารจานเดียวที่หมุนรอบข้าวสวยและเส้นเป็นหลัก ตั้งแต่อาหารจานด่วนสไตล์ร้านตามสั่ง ไปจนถึงเมนูที่มีขั้นตอนพิถีพิถันขึ้นอีกนิดเพื่อรสชาติที่ลึกกว่า

ทุกเมนูในลิสต์นี้ผ่านเกณฑ์คัดเลือก 3 ข้อคือ วัตถุดิบหาได้ในตลาดสดหรือซูเปอร์ไทยทั่วไป ขั้นตอนทำตามได้ในครัวบ้านโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษ และรสชาติออกมาตรงตามที่ควรจะเป็นเมื่อทำตามสูตร คนที่เพิ่งเริ่มเข้าครัวจะพบเมนูพื้นฐานที่ฝึกทักษะผัดไฟแรงและปรุงรสได้ ส่วนคนที่ทำอาหารเป็นประจำจะเจอเมนูที่เพิ่มลูกเล่นและเทคนิคให้ข้าวจานเดิมอร่อยขึ้นไปอีก

1. ข้าวกะเพราหมูสับ

ข้าวกะเพราหมูสับเป็นเมนูอาหารจานเดียวยอดนิยมอันดับต้นของร้านตามสั่งทั่วไทย มีเอกลักษณ์ที่กลิ่นหอมฉุนของใบกะเพราผัดไฟแรงกับหมูสับ กระเทียม และพริกขี้หนู รสชาติออกเค็มเผ็ดนำ หวานตามเล็กน้อยจากน้ำมันหอยและน้ำตาลทราย น้ำในเนื้อหมูสับผสมกับซอสทำให้ได้เนื้อขลุกขลิกเคลือบข้าว ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 10 นาที เหมาะกับมื้อกลางวันเร่งรีบหรืองานด่วนที่อยากได้อะไรเผ็ดร้อน

เคล็ดลับสำคัญของกะเพราหมูสับให้หอมคือการตำพริกกับกระเทียมเข้าด้วยกัน ไม่ใช้วิธีสับแยก เพราะน้ำมันหอมระเหยจากทั้งสองอย่างจะผสมกันในครกก่อนลงกระทะ และใส่ใบกะเพราหลังปิดไฟเท่านั้น ความร้อน残留ในกระทะจะทำให้ใบกะเพราสลดพอดีโดยไม่ไหม้และยังเก็บกลิ่นไว้ได้ครบ

ส่วนผสม

  1. หมูสับ 150 กรัม
  2. กระเทียมไทย (บุบพอแตกแล้วตำหยาบ) 5 กลีบ
  3. พริกขี้หนูสวน (ตำหยาบ) 8 เม็ด
  4. ใบกะเพรา 1 ถ้วย
  5. น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำมันหอย 1.5 ช้อนโต๊ะ
  7. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  8. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  9. ซอสปรุงรส 1/2 ช้อนโต๊ะ
  10. น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
  11. ข้าวสวยร้อน 1 จาน
  12. ไข่ดาว 1 ฟอง

วิธีทำ

  1. ตำพริกกระเทียม: ตำพริกขี้หนูและกระเทียมรวมกันในครกให้แตกหยาบ ไม่ต้องละเอียดมาก
  2. ผัดพริกกระเทียม: ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันพืช พอกระทะร้อนใส่พริกกระเทียมตำลงผัดจนหอม ระวังอย่าให้ไหม้
  3. ผัดหมูสับ: ใส่หมูสับลงผัด ใช้ตะหลิวยีให้หมูกระจายตัว ผัดจนหมูสุกและเป็นเม็ดร่วน
  4. ปรุงรส: ใส่น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส และน้ำตาลทราย ผัดคลุกให้เข้ากัน เติมน้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
  5. ปิดไฟใส่กะเพรา: ปิดไฟเตา แล้วใส่ใบกะเพราลงคลุกในกระทะ พลิกเร็วๆ ให้ใบกะเพราสลดจากความร้อน
  6. จัดจาน: ตักข้าวสวยใส่จาน ราดหมูกะเพราลงข้างข้าว วางไข่ดาวบนข้าว
  7. เสิร์ฟ: เสิร์ฟร้อนๆ คู่กับน้ำปลาพริกหรือพริกน้ำปลาข้างจาน

2. ข้าวกะเพราหมูกรอบ

ข้าวกะเพราหมูกรอบเป็นเมนูที่ยกระดับจากกะเพราธรรมดาด้วยความกรอบมันของหนังหมูทอดตัดกับซอสกะเพราเข้มข้น เนื้อหมูกรอบที่ผ่านการทอดมาแล้วจะซับซอสได้ดี แต่ยังคงความกรอบนอกนุ่มใน รสชาติเค็มเผ็ดจากพริกกระเทียม หอมมันจากหนังหมูกรอบ และมีรสหวานอ่อนจากน้ำตาล ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 12 นาที ถ้าใช้หมูกรอบสำเร็จจากร้านขายหมูแดง

หมูกรอบที่ใช้ควรเป็นชิ้นที่ทอดมาดี หนังฟูกรอบ เนื้อด้านในนุ่มไม่แห้ง ถ้าทำหมูกรอบเองให้ต้มหนังก่อนแล้วทอดน้ำมันร้อนจัดจนหนังพองฟู แต่สำหรับมื้อเร่งด่วน ซื้อหมูกรอบจากร้านข้าวหมูแดงใกล้บ้านก็ได้รสชาติดีไม่แพ้กัน

ส่วนผสม

  1. หมูกรอบ (หั่นชิ้นพอดีคำ) 150 กรัม
  2. กระเทียมไทย (ตำหยาบ) 5 กลีบ
  3. พริกขี้หนูสวน (ตำหยาบ) 8 เม็ด
  4. ใบกะเพรา 1 ถ้วย
  5. น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำมันหอย 1.5 ช้อนโต๊ะ
  7. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  8. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  9. ซอสปรุงรส 1/2 ช้อนโต๊ะ
  10. น้ำปลา 1/2 ช้อนชา
  11. ข้าวสวยร้อน 1 จาน
  12. ไข่ดาว 1 ฟอง

วิธีทำ

  1. ตำพริกกระเทียม: ตำพริกขี้หนูและกระเทียมรวมกันในครกจนแตกหยาบ
  2. ผัดพริกกระเทียม: ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันพืช ใส่พริกกระเทียมตำลงเจียวจนหอม
  3. ผัดหมูกรอบ: ใส่หมูกรอบลงผัด พลิกไปมาจนหมูกรอบร้อนทั่วและขอบเริ่มกรอบขึ้น ใช้เวลาประมาณ 2 นาที
  4. ปรุงรส: ใส่น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว น้ำปลา ซอสปรุงรส และน้ำตาลทราย ผัดคลุกเร็วๆ ให้ซอสเคลือบหมูกรอบ
  5. ปิดไฟใส่กะเพรา: ปิดไฟ ใส่ใบกะเพราลงคลุกทันที พลิก 2 ถึง 3 ครั้งให้ใบสลด
  6. จัดจาน: ตักข้าวสวยใส่จาน ตักหมูกรอบกะเพราราดข้างข้าว วางไข่ดาว
  7. เสิร์ฟ: กินร้อนๆ พร้อมพริกน้ำปลา

3. ข้าวกะเพราไก่

ข้าวกะเพราไก่เป็นอีกเมนูคลาสสิกของร้านอาหารตามสั่ง ใช้เนื้อไก่หั่นชิ้นพอดีคำผัดกับซอสกะเพรา เนื้อไก่นุ่มและซับซอสได้ดี ต่างจากหมูสับตรงที่เนื้อไก่มีความนุ่มเด้งกว่าเมื่อผัดสุกพอดี รสชาติเค็มเผ็ด หวานน้อย กลิ่นกะเพราฟุ้ง ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 10 นาที

ไก่ที่ใช้ควรเป็นเนื้ออกไก่หั่นเฉียงตามขวางเส้นใย จะได้เนื้อนุ่มไม่เหนียว เคล็ดลับคือหมักไก่กับซีอิ๊วขาวและแป้งมันเล็กน้อยก่อนผัด 5 นาที เนื้อจะนุ่มและมีสัมผัสเด้งสู้ฟัน

ส่วนผสม

  1. อกไก่ (หั่นชิ้นพอดีคำ) 150 กรัม
  2. กระเทียมไทย (ตำหยาบ) 5 กลีบ
  3. พริกขี้หนูสวน (ตำหยาบ) 8 เม็ด
  4. ใบกะเพรา 1 ถ้วย
  5. น้ำมันพืช 1.5 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำมันหอย 1.5 ช้อนโต๊ะ
  7. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  8. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  9. ซอสปรุงรส 1/2 ช้อนโต๊ะ
  10. แป้งมัน 1/2 ช้อนชา (สำหรับหมักไก่)
  11. ข้าวสวยร้อน 1 จาน
  12. ไข่ดาว 1 ฟอง

วิธีทำ

  1. หมักไก่: คลุกไก่กับซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะและแป้งมัน หมักไว้ 5 นาที
  2. ตำพริกกระเทียม: ตำพริกขี้หนูและกระเทียมรวมกันในครกให้แตกหยาบ
  3. ผัดพริกกระเทียม: ตั้งกระทะไฟกลางถึงแรง ใส่น้ำมันพืช ร้อนแล้วใส่พริกกระเทียมตำ ผัดจนหอม
  4. ผัดไก่: ใส่ไก่หมักลงผัด กระจายให้เนื้อไก่ไม่ติดกัน ผัดจนไก่สุกขาวทั่ว ใช้เวลาประมาณ 2 นาที
  5. ปรุงรส: ใส่น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาวที่เหลือ ซอสปรุงรส และน้ำตาลทราย ผัดคลุกเร็วๆ ให้ซอสเคลือบไก่
  6. ปิดไฟใส่กะเพรา: ปิดไฟ ใส่ใบกะเพราลงคลุก พลิกเร็วจนใบสลด
  7. จัดจาน: ข้าวสวยร้อน ราดไก่กะเพรา วางไข่ดาว เสิร์ฟพร้อมพริกน้ำปลา

4. ข้าวกะเพราทะเลรวมมิตร

ข้าวกะเพราทะเลรวมมิตรยกระดับจากกะเพราเนื้อสัตว์ธรรมดาด้วยส่วนผสมทะเลรวม ทั้งกุ้ง ปลาหมึก และเนื้อปลา ความสดของทะเลเข้ากันดีกับรสเผ็ดร้อนของพริกขี้หนูและกลิ่นกะเพรา น้ำจากทะเลที่ออกมาระหว่างผัดผสมกับซอสทำให้ได้รสกลมกล่อมและอูมามิจากธรรมชาติ ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลาประมาณ 15 นาที

หัวใจของเมนูนี้คือการปรุงทะเลทีละชนิดตามเวลาที่ใช้สุกไม่เท่ากัน ปลาหมึกสุกเร็วสุด กุ้งตามมา และเนื้อปลาสุกสุดท้าย การผัดรวมทะเลทั้งหมดพร้อมกันจะทำให้บางอย่างสุกเกินจนเนื้อแข็ง

ส่วนผสม

  1. กุ้งสด (ปอกเปลือกผ่าหลังดึงเส้นดำ) 80 กรัม
  2. ปลาหมึก (หั่นแว่น) 80 กรัม
  3. เนื้อปลากะพง (หั่นชิ้นพอดีคำ) 80 กรัม
  4. กระเทียมไทย (ตำหยาบ) 6 กลีบ
  5. พริกขี้หนูสวน (ตำหยาบ) 10 เม็ด
  6. ใบกะเพรา 1 ถ้วย
  7. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  8. น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
  9. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  10. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  11. ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
  12. น้ำปลา 1/2 ช้อนชา
  13. ข้าวสวยร้อน 1 จาน
  14. ไข่ดาว 1 ฟอง

วิธีทำ

  1. ตำพริกกระเทียม: ตำพริกขี้หนูและกระเทียมรวมกันในครกจนแตกหยาบ
  2. ผัดพริกกระเทียม: ตั้งกระทะไฟกลางถึงแรง ใส่น้ำมันพืช 1.5 ช้อนโต๊ะ ร้อนแล้วใส่พริกกระเทียมตำ ผัดจนหอม
  3. ผัดทะเลทีละชนิด: ใส่ปลาหมึกลงผัดก่อน 30 วินาที ตามด้วยกุ้ง ผัดต่ออีก 1 นาที สุดท้ายใส่ปลากะพง ผัดเบาๆ ไม่ให้ปลาแตก
  4. ปรุงรส: ใส่น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว น้ำปลา ซอสปรุงรส และน้ำตาลทราย ผัดคลุกเร็วๆ ใช้ไฟแรง
  5. ปิดไฟใส่กะเพรา: ปิดไฟ ใส่ใบกะเพราลงคลุก พลิก 2 ถึง 3 ครั้งให้ใบสลด
  6. จัดจาน: ตักข้าวสวยใส่จาน ราดทะเลกะเพรา วางไข่ดาว
  7. เสิร์ฟ: กินร้อน พร้อมพริกน้ำปลาและมะนาวซีก

5. ข้าวหมูกระเทียมพริกไทย

ข้าวหมูกระเทียมพริกไทยเป็นเมนูไทยที่น้อยแต่มาก คือใช้วัตถุดิบน้อยชิ้นแต่ได้รสชัดลึก กลิ่นหอมของกระเทียมเจียวและพริกไทยป่นผสานกับหมูหั่นบางที่หมักจนรสซึมเข้าเนื้อ หมูที่หมักดีจะนุ่มและมีกลิ่นพริกไทยอ่อนๆ เวลาเคี้ยวซอสกระเทียมที่ผัดขลุกขลิกเคลือบข้าวทุกเม็ด ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 15 นาที เป็นเมนูยอดนิยมสำหรับคนที่เบื่อกะเพราแต่อยากกินอะไรที่มีกลิ่นเครื่องเทศหอม

ในการเลือก หมูสามชั้น สำหรับเมนูนี้ ควรใช้สันคอหมูหรือหมูสามชั้นส่วนเนื้อที่บางกำลังดี เพราะมันที่แทรกจะทำให้เนื้อนุ่มและหอมเมื่อผัดไฟแรง

ส่วนผสม

  1. สันคอหมู (หั่นชิ้นบาง) 150 กรัม
  2. กระเทียมไทย (สับละเอียด) 6 กลีบ
  3. พริกไทยดำ (ตำหยาบ) 1/2 ช้อนชา
  4. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  5. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
  7. ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา
  8. น้ำตาลทราย 1/4 ช้อนชา
  9. รากผักชี (ทุบหยาบ) 1 ราก
  10. น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
  11. ข้าวสวยร้อน 1 จาน
  12. ไข่ดาว 1 ฟอง

วิธีทำ

  1. หมักหมู: หมักหมูกับซีอิ๊วขาวครึ่งหนึ่ง รากผักชีทุบ พริกไทยดำ และกระเทียมสับครึ่งหนึ่ง หมัก 10 นาที
  2. ทอดกระเทียม: ตั้งกระทะไฟอ่อน ใส่น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ ใส่กระเทียมสับที่เหลือลงเจียวจนเหลืองทอง ตักขึ้นพักไว้
  3. ผัดหมู: ใช้กระทะเดิมปรับไฟกลางถึงแรง ใส่น้ำมันที่เหลือ ใส่หมูหมักลงผัดจนสุกและขอบเกรียมเล็กน้อย
  4. ปรุงรส: ใส่น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาวที่เหลือ ซอสปรุงรส และน้ำตาลทราย ผัดคลุก เติมน้ำเปล่าเล็กน้อยให้ซอสเคลือบ
  5. โรยกระเทียมเจียว: โรยกระเทียมเจียวที่พักไว้ลงครึ่งหนึ่ง คลุกเร็วๆ
  6. จัดจาน: ตักข้าวสวยใส่จาน ราดหมูกระเทียมพริกไทย โรยกระเทียมเจียวที่เหลือ วางไข่ดาว
  7. เสิร์ฟ: กินร้อน คู่กับแตงกวาสดและต้นหอมซอย

6. ข้าวไก่กระเทียมพริกไทย

ข้าวไก่กระเทียมพริกไทยดัดแปลงจากหมูกระเทียมมาใช้เนื้อไก่ เบากว่าและย่อยง่ายกว่า แต่ยังคงความหอมของกระเทียมเจียวและกลิ่นพริกไทย เนื้อไก่นุ่มซับซอสกระเทียมได้ดีเพราะผิวเรียบและบาง ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 12 นาที

การใช้ไก่ส่วนสะโพกแทนอกไก่จะให้เนื้อนุ่มกว่าและมีมันเล็กน้อย ทำให้ผัดแล้วไม่แห้ง ไม่ต้องหมักแป้งมันก็ยังนุ่ม ถ้าหมั่นใจในการคุมไฟให้ใช้เนื้ออกไก่แล้วหมักแป้งมันแทนก็ได้

ส่วนผสม

  1. สะโพกไก่ (หั่นชิ้นบาง) 150 กรัม
  2. กระเทียมไทย (สับละเอียด) 6 กลีบ
  3. พริกไทยดำ (ตำหยาบ) 1/2 ช้อนชา
  4. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  5. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
  7. ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา
  8. น้ำตาลทราย 1/4 ช้อนชา
  9. รากผักชี (ทุบหยาบ) 1 ราก
  10. ข้าวสวยร้อน 1 จาน
  11. ไข่ดาว 1 ฟอง

วิธีทำ

  1. หมักไก่: หมักไก่กับซีอิ๊วขาวครึ่งหนึ่ง รากผักชีทุบ พริกไทยดำ และกระเทียมสับครึ่งหนึ่ง หมักไว้ 10 นาที
  2. ทอดกระเทียม: ตั้งกระทะไฟอ่อน ใส่น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ เจียวกระเทียมสับที่เหลือจนเหลืองทอง ตักพัก
  3. ผัดไก่: กระทะเดิมไฟกลางถึงแรง ใส่น้ำมันที่เหลือ ใส่ไก่หมักลงผัดจนสุกและขอบเริ่มเกรียม
  4. ปรุงรส: ใส่น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาวที่เหลือ ซอสปรุงรส น้ำตาลทราย ผัดคลุกให้ซอสเคลือบไก่
  5. โรยกระเทียมเจียว: ใส่กระเทียมเจียวครึ่งหนึ่ง คลุกเร็วแล้วปิดไฟ
  6. จัดจาน: ตักข้าวสวย ราดไก่กระเทียม โรยกระเทียมเจียวที่เหลือ ไข่ดาว แตงกวา
  7. เสิร์ฟ: กินร้อน

7. ข้าวผัดหมู

ข้าวผัด หมูเป็นเมนูพื้นฐานที่ฝึกฝนทักษะการผัดข้าว ใช้ข้าวสวยเย็นหรือข้าวหุงที่พักจนเย็นสนิทผัดกับหมูหมัก ไข่ และเครื่องปรุง ข้าวผัดไทย ที่ดีต้องเม็ดร่วน ไม่แฉะ และมีกลิ่นหอมกระทะ (Wok Hei) ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลาประมาณ 10 นาที

หัวใจของข้าวผัดคือข้าวต้องเย็นและค่อนข้างแห้ง ข้าวที่หุงใหม่ร้อนๆ จะแฉะและจับตัวเป็นก้อน ควรใช้ข้าวที่หุงแล้วพักในตู้เย็นอย่างน้อย 2 ชั่วโมงหรือข้ามคืน สูตรนี้ใช้ข้าวเย็นทำให้ผัดแล้วร่วนสวย

ส่วนผสม

  1. ข้าวสวยเย็น 1.5 ถ้วย
  2. หมูสันนอก (หั่นชิ้นบาง) 100 กรัม
  3. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  4. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  5. ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  7. ซีอิ๊วขาว 1.5 ช้อนโต๊ะ
  8. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  9. ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา
  10. พริกไทยขาวป่น 1/4 ช้อนชา
  11. แตงกวาหั่น 3 ชิ้น
  12. มะนาว 1 ซีก

วิธีทำ

  1. หมักหมู: หมักหมูกับซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะและพริกไทยขาวเล็กน้อย หมัก 10 นาที
  2. ผัดกระเทียม: ตั้งกระทะไฟแรงจนควันขึ้น ใส่น้ำมันพืช ใส่กระเทียมสับผัดพอหอม
  3. ผัดหมู: ใส่หมูหมักลงผัดจนสุก ประมาณ 1 นาที
  4. ใส่ไข่: เขี่ยหมูไปด้านข้างกระทะ ต่อยไข่ลงตรงกลาง ขยี้ไข่ให้แตกและสุก แล้วคลุกกับหมู
  5. ผัดข้าว: ใส่ข้าวเย็นลงกระทะ ใช้ตะหลิวขยี้ให้ข้าวแตกตัวจากกัน ผัดเร็วๆ ใช้ไฟแรง
  6. ปรุงรส: ใส่ซีอิ๊วขาวที่เหลือ น้ำตาลทราย ซอสปรุงรส และพริกไทยขาว ผัดคลุกจนเข้ากันและข้าวแห้งร่วน
  7. เสิร์ฟ: โรยต้นหอมซอย จัดใส่จานพร้อมแตงกวาและมะนาว

8. ข้าวผัดกุ้ง

ข้าวผัดกุ้งคือข้าวผัดที่ยกระดับด้วยกุ้งสดตัวโต มีความหวานธรรมชาติจากกุ้งตัดกับรสเค็มของซอส กุ้งต้องผัดสุกกำลังดีเพื่อให้เนื้อยังเด้งกรอบ ไม่แห้งแข็ง ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลาประมาณ 12 นาที

การเลือกกุ้งควรใช้กุ้งแช่เย็นไม่ใช่กุ้งแช่แข็ง เพราะเนื้อจะแน่นและหวานกว่า กุ้งแช่แข็งที่ละลายน้ำแล้วเนื้อจะร่วนและรสจืด ก่อนผัดซับกุ้งให้แห้งด้วยกระดาษซับน้ำ ไม่เช่นนั้นน้ำจากกุ้งจะทำให้ข้าวแฉะ

@tid_cooking

แจกสูตร ข้าวผัดกุ้ง เมนูง่ายๆ ความอร่อยล้นจาน . วัตถุดิบและส่วนผสม กุ้ง 10 ตัว ข้าวเปล่า 1 ถ้วย ไข่ไก่ 3 ฟอง ต้นหอม 4 ต้น กระเทียม 5 กลีบ ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ พริกไทยป่น 1 ช้อนชา ผงปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ . ชีวิตติดครัว ชีวิตติดรีวิว เรื่องรีวิวไว้ใจเจ๊

♬ เสียงต้นฉบับ – ชีวิตติดครัว – ชีวิตติดครัว

ส่วนผสม

  1. ข้าวสวยเย็น 1.5 ถ้วย
  2. กุ้งสด (แกะเปลือกผ่าหลัง) 100 กรัม
  3. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  4. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  5. ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  7. ซีอิ๊วขาว 1.5 ช้อนโต๊ะ
  8. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  9. ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา
  10. พริกไทยขาวป่น 1/4 ช้อนชา
  11. แตงกวาหั่น 3 ชิ้น
  12. มะนาว 1 ซีก

วิธีทำ

  1. เตรียมกุ้ง: ซับกุ้งให้แห้ง หมักกับเกลือและพริกไทยเล็กน้อย หมัก 5 นาที
  2. ผัดกระเทียม: ตั้งกระทะไฟแรงจนควันขึ้น ใส่น้ำมันพืช ใส่กระเทียมสับผัดพอหอม
  3. ผัดกุ้ง: ใส่กุ้งลงผัด พลิกด้านเดียวจนเริ่มเป็นสีชมพู แล้วพลิกกลับ ผัดต่ออีก 30 วินาทีจนสุก ตักพักไว้ (อย่าสุกเกิน)
  4. ผัดไข่: กระทะเดิมใส่น้ำมันเพิ่มเล็กน้อย ต่อยไข่ลงขยี้ให้แตก
  5. ผัดข้าว: ใส่ข้าวเย็นลงกระทะ ขยี้ให้แตกตัว ผัดไฟแรงจนข้าวร่วน
  6. ปรุงรส: ใส่ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย ซอสปรุงรส พริกไทยขาว คลุกให้เข้ากัน
  7. ใส่กุ้ง: ใส่กุ้งที่พักไว้กลับลงกระทะ คลุกเร็วๆ ปิดไฟ โรยต้นหอม เสิร์ฟพร้อมแตงกวาและมะนาว

9. ข้าวผัดปู

ข้าวผัดปูคือเมนูระดับภัตตาคารที่ทำเองได้ที่บ้าน โดยใช้เนื้อปูสดที่แกะแล้ว ความหวานของเนื้อปูคือหัวใจของเมนูนี้ แตกต่างจากข้าวผัดอื่นตรงที่ไม่ใส่คะน้า แต่เน้นให้รสปูเด่นด้วยการผัดซอสบางๆ ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลาประมาณ 15 นาที

เนื้อปูที่ใช้ควรเป็นเนื้อปูสดแกะ ไม่ใช่ปูอัดหรือเนื้อปูกระป๋อง เพราะรสหวานธรรมชาติสู้กันไม่ได้ เนื้อปูม้าหรือปูทะเลล้วนใช้ได้ โดยเลือกตัวที่มีขายตามตลาดสด ส่วนใหญ่วันละ 2 ถึง 3 ตัวก็พอสำหรับ 1 จาน

ส่วนผสม

  1. ข้าวสวยเย็น 1.5 ถ้วย
  2. เนื้อปูสด (แกะสุกแล้ว) 100 กรัม
  3. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  4. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  5. ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  7. ซีอิ๊วขาว 1.5 ช้อนโต๊ะ
  8. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  9. ซอสปรุงรส 1/2 ช้อนชา
  10. พริกไทยขาวป่น 1/4 ช้อนชา
  11. แตงกวาหั่น 3 ชิ้น
  12. มะนาว 1 ซีก

วิธีทำ

  1. เตรียมเนื้อปู: แกะเนื้อปูให้เป็นเส้น ตรวจสอบเศษเปลือกให้หมด หมักกับซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนชาเล็กน้อย
  2. ผัดกระเทียม: ตั้งกระทะไฟแรงจนควันขึ้น ใส่น้ำมันพืช ใส่กระเทียมสับผัดพอหอม
  3. ผัดไข่: ต่อยไข่ลงกระทะ ขยี้ให้แตกและสุก 50 เปอร์เซ็นต์
  4. ผัดข้าว: ใส่ข้าวเย็น ขยี้ให้แตก ผัดไฟแรง
  5. ปรุงรส: ใส่ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย ซอสปรุงรส พริกไทยขาว ผัดคลุก
  6. ใส่เนื้อปู: ใส่เนื้อปูลงผัด คลุกเบาๆ ไม่ให้เนื้อปูแตกมาก ผัดต่ออีก 30 วินาที
  7. เสิร์ฟ: โรยต้นหอมซอย เสิร์ฟคู่แตงกวาและมะนาว

10. ข้าวผัดแหนม

ข้าวผัดแหนมเป็นเมนูที่ดึงเอารสเปรี้ยวธรรมชาติของ แหนม มาใช้แทนน้ำส้มสายชูหรือมะนาว ทำให้ข้าวผัดมีมิติรสเปรี้ยวกลมลึกที่ต่างจากข้าวผัดทั่วไป หมูแหนมที่ผ่านการหมักจะมีความเปรี้ยวและกลิ่นกระเทียมติดมาในตัว ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 12 นาที

ควรเลือกแหนมที่หมักได้ที่พอดี มีรสเปรี้ยวชัดแต่ไม่เปรี้ยวแหลม เนื้อแหนมที่ดีต้องแน่นและเป็นเนื้อเดียวกัน ถ้าแหนมยังอ่อนเกินไป (ยังไม่เปรี้ยว) ให้ห่อใบตองทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องอีก 1 วัน

ส่วนผสม

  1. ข้าวสวยเย็น 1.5 ถ้วย
  2. แหนมหมู (หั่นเต๋าเล็ก) 100 กรัม
  3. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  4. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  5. ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  6. พริกขี้หนูซอย 3 เม็ด
  7. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  8. ซีอิ๊วขาว 1.5 ช้อนโต๊ะ
  9. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  10. พริกไทยขาวป่น 1/4 ช้อนชา
  11. แตงกวาหั่น 3 ชิ้น
  12. มะนาว 1 ซีก

วิธีทำ

  1. เตรียมแหนม: แกะแหนมออกจากห่อ หั่นเป็นเต๋าเล็กขนาด 1 เซนติเมตร
  2. ผัดกระเทียมและแหนม: ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ ใส่กระเทียมสับผัดหอม ใส่แหนมลงผัดจนสุกและมีกลิ่นหอม ตักพัก
  3. ผัดไข่: กระทะเดิมใส่น้ำมันที่เหลือ ไฟแรง ต่อยไข่ลงขยี้ให้แตก
  4. ผัดข้าว: ใส่ข้าวเย็นลงกระทะ ขยี้ให้แตก ผัดไฟแรง
  5. ปรุงรส: ใส่ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย พริกไทยขาว พริกขี้หนูซอย ผัดคลุก
  6. ใส่แหนม: ใส่แหนมผัดกลับลงกระทะ คลุกเร็วให้เข้ากัน
  7. เสิร์ฟ: โรยต้นหอม เสิร์ฟพร้อมแตงกวาและมะนาว

11. ข้าวผัดกุนเชียง

ข้าวผัดกุนเชียงดึงเอากลิ่นหอมรมควันและรสหวานมันของกุนเชียงมาเป็นตัวชูโรงในข้าวผัด ความหวานมันของกุนเชียงเมื่อผัดกับข้าวเย็นไฟแรงจะได้กลิ่นเฉพาะที่ลงตัวกับซีอิ๊วดำเล็กน้อย ทำให้ข้าวมีสีน้ำตาลอ่อนและกลิ่นหอมน่ากิน ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 12 นาที

กุนเชียงที่ใช้ควรนำไปนึ่งหรืออบก่อนหั่นเป็นแว่น เพราะการทอดกุนเชียงดิบโดยตรงจะทำให้มันละลายมากเกินไปและกุนเชียงเหี่ยว กุนเชียงนึ่งแล้วจะหั่นง่ายและมีความนุ่มกรอบในตัว

ส่วนผสม

  1. ข้าวสวยเย็น 1.5 ถ้วย
  2. กุนเชียง (นึ่งสุก หั่นแว่นเฉียง) 80 กรัม
  3. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  4. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  5. ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำมันพืช 1.5 ช้อนโต๊ะ
  7. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  8. ซีอิ๊วดำ 1/2 ช้อนชา
  9. น้ำตาลทราย 1/4 ช้อนชา
  10. พริกไทยขาวป่น 1/4 ช้อนชา
  11. แตงกวาหั่น 3 ชิ้น

วิธีทำ

  1. เตรียมกุนเชียง: นึ่งกุนเชียง 5 นาที หั่นเป็นแว่นเฉียงบาง 3 มิลลิเมตร
  2. ทอดกุนเชียง: ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันพืช 1/2 ช้อนโต๊ะ ทอดกุนเชียงจนขอบเกรียมและหอม ตักพัก
  3. ผัดกระเทียมและไข่: กระทะเดิมไฟแรง ใส่น้ำมันที่เหลือ ใส่กระเทียมสับผัดหอม ต่อยไข่ลงขยี้ให้แตก
  4. ผัดข้าว: ใส่ข้าวเย็น ขยี้ให้แตก ผัดไฟแรง
  5. ปรุงรส: ใส่ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ น้ำตาลทราย พริกไทยขาว ผัดคลุกจนข้าวแห้งและสีเสมอกัน
  6. ใส่กุนเชียง: ใส่กุนเชียงทอดกลับลงกระทะ คลุกเร็ว ปิดไฟ
  7. เสิร์ฟ: โรยต้นหอม แตงกวา

12. ข้าวผัดต้มยำทะเล

ข้าวผัดต้มยำทะเลคือการแปลงโฉมต้มยำจากซุปเป็นข้าวผัดรสจัดจ้าน มีกลิ่นสมุนไพรต้มยำทั้งตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด และพริกเผา ความเผ็ดเปรี้ยวเข้มข้นเคลือบข้าวทุกเม็ด น้ำพริกเผาเป็นส่วนสำคัญที่ให้สีส้มแดงและความมันหอม ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลาประมาณ 20 นาที

เคล็ดลับของข้าวผัดต้มยำทะเลคือการตำน้ำพริกต้มยำสดจากตะไคร้ ข่า หอมแดง และพริกขี้หนู แทนการใช้พริกแกงสำเร็จรูป เพราะกลิ่นสมุนไพรสดที่ผัดกับน้ำมันจะหอมกว่าและมีมิติรสลึกกว่า

ส่วนผสม

  1. ข้าวสวยเย็น 1.5 ถ้วย
  2. กุ้งสด (ปอกเปลือก) 80 กรัม
  3. ปลาหมึก (หั่นแว่น) 80 กรัม
  4. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  5. ตะไคร้ซอยละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
  6. ข่าอ่อนซอยละเอียด 1/2 ช้อนชา
  7. หอมแดงซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  8. ใบมะกรูดฉีก 3 ใบ
  9. พริกขี้หนูซอย 8 เม็ด
  10. น้ำพริกเผา 2 ช้อนโต๊ะ
  11. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  12. น้ำปลา 1.5 ช้อนโต๊ะ
  13. น้ำมะนาว 1.5 ช้อนโต๊ะ
  14. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  15. ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ตำสมุนไพร: ตำตะไคร้ ข่า หอมแดง พริกขี้หนู รวมกันในครกให้แตก
  2. ผัดสมุนไพร: ตั้งกระทะไฟกลางถึงแรง ใส่น้ำมันพืช ใส่สมุนไพรตำลงผัดจนหอม ใช้เวลาประมาณ 1 นาที
  3. ผัดทะเล: ใส่ปลาหมึกและกุ้งลงผัดจนเริ่มสุก ตักพักไว้ข้างกระทะ
  4. ผัดไข่: ต่อยไข่ลงกระทะ ขยี้ให้แตก
  5. ปรุงรส: ใส่น้ำพริกเผาลงผัดให้แตกมัน ตามด้วยข้าวเย็น ผัดคลุก
  6. ปรุงรสเพิ่ม: ใส่น้ำปลา น้ำตาลทราย ใบมะกรูดฉีก ผัดคลุกเร็ว
  7. ใส่ทะเลและเสิร์ฟ: ใส่ทะเลที่พักไว้กลับลงกระทะ คลุกเร็ว ปิดไฟ บีบมะนาว โรยต้นหอม

13. ข้าวผัดพริกแกงหมู

ข้าวผัดพริกแกงหมูเป็นเมนูที่ใช้พริกแกงแดงหรือพริกแกงเผ็ดเป็นหัวใจของรสชาติ ความหอมของเครื่องแกงที่ผัดกับน้ำมันจนแตกมันจะเคลือบข้าว ได้รสเผ็ดหอมลึกและสีแดงสวย ใส่ใบมะกรูดฉีกเพิ่มความหอมสดชื่น ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 12 นาที

พริกแกงที่ใช้ควรผัดกับน้ำมันและกะทิเล็กน้อยจนหอมและแตกมันก่อนใส่ข้าว ถ้าใส่พริกแกงโดยไม่ผัดก่อน กลิ่นเครื่องเทศจะดิบและรสจะเฝื่อน

ส่วนผสม

  1. ข้าวสวยเย็น 1.5 ถ้วย
  2. หมูสันนอก (หั่นชิ้นบาง) 100 กรัม
  3. พริกแกงแดง 1.5 ช้อนโต๊ะ
  4. กะทิ 2 ช้อนโต๊ะ
  5. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  6. ใบมะกรูดฉีก 3 ใบ
  7. พริกชี้ฟ้าแดง (หั่นเฉียง) 1 เม็ด
  8. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  9. น้ำปลา 1.5 ช้อนโต๊ะ
  10. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  11. ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  12. แตงกวาหั่น 3 ชิ้น

วิธีทำ

  1. เตรียมหมู: หมักหมูกับน้ำปลาเล็กน้อย 5 นาที
  2. ผัดพริกแกง: ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันพืช ใส่พริกแกงแดงและกะทิ ผัดจนหอมและแตกมัน ใช้เวลาประมาณ 2 นาที
  3. ผัดหมู: ใส่หมูลงผัดจนสุก
  4. ผัดไข่: เขี่ยหมูไปด้านข้าง ต่อยไข่ลงขยี้ให้แตก
  5. ผัดข้าว: ใส่ข้าวเย็น ผัดคลุกกับพริกแกงให้ทั่ว ใช้ไฟแรง
  6. ปรุงรส: ใส่น้ำปลา น้ำตาลทราย ใบมะกรูดฉีก และพริกชี้ฟ้า ผัดคลุกเร็ว
  7. เสิร์ฟ: โรยต้นหอม เสิร์ฟพร้อมแตงกวา

14. ข้าวผัดพริกแกงหมูกรอบ

ข้าวผัดพริกแกงหมูกรอบเพิ่มมิติเนื้อสัมผัสจากหมูกรอบหนังฟูกรอบผสมกับความเผ็ดหอมของพริกแกง น้ำมันจากหมูกรอบที่ละลายออกมาขณะผัดจะช่วยให้พริกแกงหอมยิ่งขึ้นและข้าวมันเงาสวย ต่างจากข้าวผัดพริกแกงหมูธรรมดาตรงที่มีความกรอบมันแทรกในทุกคำ ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 12 นาที

หมูกรอบที่ใช้ควรหั่นชิ้นพอดีคำและทอดมาแล้วจนหนังฟูกรอบ ไม่ควรใช้หมูกรอบที่ทอดทิ้งไว้นานจนหนังเหนียว เพราะจะไม่กรอบเมื่อผัดกับข้าว

ส่วนผสม

  1. ข้าวสวยเย็น 1.5 ถ้วย
  2. หมูกรอบ (หั่นชิ้นพอดีคำ) 100 กรัม
  3. พริกแกงแดง 1.5 ช้อนโต๊ะ
  4. กะทิ 2 ช้อนโต๊ะ
  5. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  6. ใบมะกรูดฉีก 3 ใบ
  7. พริกชี้ฟ้าแดง (หั่นเฉียง) 1 เม็ด
  8. น้ำมันพืช 1.5 ช้อนโต๊ะ
  9. น้ำปลา 1.5 ช้อนโต๊ะ
  10. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  11. ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  12. แตงกวาหั่น 3 ชิ้น

วิธีทำ

  1. เตรียมหมูกรอบ: ถ้าหมูกรอบเย็น ให้นำเข้าอบหรือทอดซ้ำสั้นๆ ให้หนังกรอบขึ้น
  2. ผัดพริกแกง: ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันพืช ใส่พริกแกงและกะทิ ผัดจนหอมและแตกมัน
  3. ผัดหมูกรอบ: ใส่หมูกรอบลงผัด พลิกไปมาจนร้อนทั่วและขอบเกรียมเล็กน้อย
  4. ผัดไข่: เขี่ยหมูกรอบไปด้านข้าง ต่อยไข่ลงขยี้ให้แตก
  5. ผัดข้าว: ใส่ข้าวเย็น ผัดคลุกกับพริกแกงให้ทั่ว ใช้ไฟแรง
  6. ปรุงรส: ใส่น้ำปลา น้ำตาลทราย ใบมะกรูดฉีก พริกชี้ฟ้า ผัดคลุกเร็ว
  7. เสิร์ฟ: โรยต้นหอม เสิร์ฟพร้อมแตงกวา

15. ข้าวผัดพริกหยวกไก่

ข้าวผัดพริกหยวกไก่เป็นเมนูที่ใช้ความหวานธรรมชาติของ พริกหยวก มาสร้างรสหวานอ่อนในข้าวผัด ตัดกับรสเค็มของซอสและเนื้อไก่นุ่ม สีแดงและเขียวของพริกหยวกทำให้ข้าวผัดน่ากินขึ้นทันที ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 12 นาที

พริกหยวกที่ใช้ควรเลือกผลที่มีผิวตึง เนื้อหนา ขั้วเขียวสด เมื่อผัดไฟแรงจะออกมาหวานกรอบ ไม่เหี่ยวเหลว เคล็ดลับคือหั่นพริกหยวกเป็นชิ้นเฉียงหนาประมาณ 1 เซนติเมตร เพื่อคงความกรอบหลังผัด

ส่วนผสม

  1. ข้าวสวยเย็น 1.5 ถ้วย
  2. อกไก่ (หั่นชิ้นพอดีคำ) 100 กรัม
  3. พริกหยวกแดง (หั่นเฉียง) 1/2 ลูก
  4. พริกหยวกเขียว (หั่นเฉียง) 1/2 ลูก
  5. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  6. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  7. หอมใหญ่หั่นเสี้ยว 1/4 ลูก
  8. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  9. ซีอิ๊วขาว 1.5 ช้อนโต๊ะ
  10. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
  11. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  12. พริกไทยขาวป่น 1/4 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. หมักไก่: หมักไก่กับซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ หมัก 5 นาที
  2. ผัดกระเทียม: ตั้งกระทะไฟแรงจนร้อน ใส่น้ำมันพืช ใส่กระเทียมสับผัดหอม
  3. ผัดไก่: ใส่ไก่หมักลงผัดจนสุก ขอบเริ่มเกรียม
  4. ผัดผัก: ใส่หอมใหญ่และพริกหยวกลงผัดเร็ว 30 วินาที ให้ยังกรอบ
  5. ผัดไข่: เขี่ยส่วนผสมข้างกระทะ ต่อยไข่ลงขยี้
  6. ผัดข้าว: ใส่ข้าวเย็น ผัดคลุกไฟแรง
  7. ปรุงรสและเสิร์ฟ: ใส่ซีอิ๊วขาวที่เหลือ น้ำมันหอย น้ำตาลทราย พริกไทยขาว ผัดคลุกเร็ว ปิดไฟ เสิร์ฟร้อน

16. ข้าวผัดพริกเผาหมูกรอบ

ข้าวผัดพริกเผาหมูกรอบเป็นหนึ่งในเมนูยอดนิยมของร้านอาหารตามสั่ง ด้วยรสชาติจัดจ้านจากน้ำพริกเผาที่มีความเผ็ด หวาน มัน ครบรส ผสมกับหมูกรอบหนังกรอบมัน ความหอมของน้ำพริกเผาเมื่อผัดกับไฟแรงจะได้กลิ่นกระเทียมเจียวและกุ้งแห้งชัดเจน ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 12 นาที

น้ำพริกเผาที่ดีสำหรับเมนูนี้ควรเป็นน้ำพริกเผาแบบมีเนื้อสัมผัส ไม่ใช่น้ำพริกเผาเนื้อเนียน เพราะกากกระเทียมเจียวและกุ้งแห้งในน้ำพริกเผาจะช่วยเพิ่ม texture ให้ข้าวผัด

ส่วนผสม

  1. ข้าวสวยเย็น 1.5 ถ้วย
  2. หมูกรอบ (หั่นชิ้นพอดีคำ) 100 กรัม
  3. น้ำพริกเผา 2 ช้อนโต๊ะ
  4. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  5. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  6. หอมใหญ่หั่นเสี้ยว 1/4 ลูก
  7. พริกชี้ฟ้าแดง (หั่นเฉียง) 1 เม็ด
  8. น้ำมันพืช 1.5 ช้อนโต๊ะ
  9. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  10. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  11. ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  12. แตงกวาหั่น 3 ชิ้น

วิธีทำ

  1. เตรียมหมูกรอบ: ถ้าหมูกรอบไม่กรอบให้ทอดซ้ำในน้ำมันร้อนจัดสั้นๆ
  2. ผัดกระเทียม: ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันพืช ใส่กระเทียมสับผัดพอหอม
  3. ผัดหมูกรอบ: ใส่หมูกรอบลงผัด พลิกจนร้อนและหนังเริ่มกรอบขึ้น
  4. ผัดน้ำพริกเผา: เขี่ยหมูกรอบข้างกระทะ ใส่น้ำพริกเผาลงผัดให้แตกมันและหอม
  5. ผัดไข่: ต่อยไข่ลงผัด ขยี้ให้แตก
  6. ปรุงรส: ใส่หอมใหญ่ พริกชี้ฟ้า ผัดเร็ว ใส่ข้าวเย็น น้ำปลา น้ำตาลทราย ผัดคลุกไฟแรงจนข้าวแห้ง
  7. เสิร์ฟ: โรยต้นหอม เสิร์ฟพร้อมแตงกวา

17. ข้าวทะเลผัดผงกะหรี่

ข้าวทะเลผัดผงกะหรี่คือเมนูที่ได้อิทธิพลจากอาหารจีน-ไทย มีกลิ่นหอมเครื่องเทศจากผงกะหรี่เหลืองผสมกับความหวานของทะเลนมและกะทิ จุดเด่นอยู่ที่สีเหลืองนวลของข้าวและกลิ่นหอมเครื่องเทศที่ฟุ้งทั่วครัว ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลาประมาณ 15 นาที

เคล็ดลับคือผัดผงกะหรี่กับน้ำมันและกะทิก่อนจนหอม เพื่อไล่กลิ่นดิบของเครื่องเทศ ถ้าใส่ผงกะหรี่ตอนหลังโดยไม่ผัดก่อน กลิ่นจะยังดิบและรสเฝื่อน

ส่วนผสม

  1. ข้าวสวยเย็น 1.5 ถ้วย
  2. กุ้งสด (ปอกเปลือก) 80 กรัม
  3. ปลาหมึก (หั่นแว่น) 80 กรัม
  4. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  5. ผงกะหรี่เหลือง 1.5 ช้อนโต๊ะ
  6. กะทิ 3 ช้อนโต๊ะ
  7. นมข้นจืด 2 ช้อนโต๊ะ
  8. หอมใหญ่หั่นเสี้ยว 1/4 ลูก
  9. พริกชี้ฟ้าแดงหั่นเฉียง 1 เม็ด
  10. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  11. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  12. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  13. ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  14. แตงกวาหั่น 3 ชิ้น

วิธีทำ

  1. เตรียมทะเล: หมักกุ้งและปลาหมึกกับซีอิ๊วขาวเล็กน้อย 5 นาที
  2. ผัดผงกะหรี่: ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ ใส่ผงกะหรี่และกะทิ 1 ช้อนโต๊ะ ผัดจนหอมและเป็นเนื้อเดียวกัน
  3. ผัดทะเล: ใส่กุ้งและปลาหมึกลงผัดจนเริ่มสุก ตักพักไว้
  4. ผัดไข่: กระทะเดิมใส่น้ำมันที่เหลือ ต่อยไข่ลงขยี้
  5. ผัดข้าว: ใส่หอมใหญ่ผัดพอสลด ใส่ข้าวเย็น กะทิที่เหลือ และนมข้นจืด ผัดคลุก
  6. ปรุงรส: ใส่ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย พริกชี้ฟ้า ผัดคลุกให้เข้ากัน
  7. ใส่ทะเลและเสิร์ฟ: ใส่ทะเลที่พักไว้กลับลงกระทะ คลุกเร็ว ปิดไฟ โรยต้นหอม เสิร์ฟพร้อมแตงกวา

18. ข้าวผัดฉ่าทะเล

ข้าวผัดฉ่าทะเลแปลงร่างจากเมนูผัดฉ่าที่นิยมกินกับข้าวสวยมาเป็นข้าวผัดในตัวเดียว รสจัดจ้านจากพริกไทยอ่อน กระชาย และพริกขี้หนู กลิ่นสมุนไพรไทยฉุนหอม ฟีลรวมคือเผ็ดร้อน เค็มมัน และมีกลิ่นสมุนไพรเป็นเอกลักษณ์ ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลาประมาณ 15 นาที

หัวใจของผัดฉ่าคือพริกไทยอ่อนและกระชาย หั่นกระชายเป็นเส้นบางแล้วผัดกับน้ำมันให้หอมก่อนใส่ทะเล พริกไทยอ่อนใส่ตอนท้ายเพื่อคงความกรอบและกลิ่นสด

ส่วนผสม

  1. ข้าวสวยเย็น 1.5 ถ้วย
  2. กุ้งสด (ปอกเปลือก) 80 กรัม
  3. ปลาหมึก (หั่นแว่น) 80 กรัม
  4. กระชาย (หั่นเส้นบาง) 2 ช้อนโต๊ะ
  5. พริกไทยอ่อน 2 ช่อ
  6. พริกขี้หนูสวน (บุบ) 8 เม็ด
  7. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  8. ใบมะกรูดฉีก 4 ใบ
  9. ใบโหระพา 1/2 ถ้วย
  10. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  11. น้ำปลา 1.5 ช้อนโต๊ะ
  12. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
  13. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  14. พริกชี้ฟ้าแดงหั่นเฉียง 1 เม็ด

วิธีทำ

  1. เตรียมทะเล: ซับทะเลให้แห้ง หมักกับน้ำปลาเล็กน้อย
  2. ผัดสมุนไพร: ตั้งกระทะไฟแรง ใส่น้ำมันพืช ใส่กระเทียมสับ พริกขี้หนูบุบ และกระชาย ผัดจนหอม ใช้เวลา 1 นาที
  3. ผัดทะเล: ใส่ปลาหมึกและกุ้ง ผัดจนเริ่มสุก
  4. ปรุงรส: ใส่น้ำมันหอย น้ำปลา น้ำตาลทราย ผัดคลุก
  5. ผัดข้าว: ใส่ข้าวเย็นลงผัดคลุกกับทะเลและเครื่องสมุนไพร ใช้ไฟแรง
  6. ใส่สมุนไพรสด: ใส่พริกไทยอ่อน ใบมะกรูดฉีก พริกชี้ฟ้า ผัดเร็ว 30 วินาที
  7. ปิดไฟใส่โหระพา: ปิดไฟ ใส่ใบโหระพาลงคลุกเร็ว พลิก 2 ครั้ง เสิร์ฟทันที

19. ข้าวคะน้าหมูกรอบ

คะน้า หมูกรอบเป็นเมนูผัดคลาสสิกของร้านข้าวแกงที่รวมสองเนื้อสัมผัสไว้ในจานเดียวคือความกรอบมันของหนังหมูกรอบและความกรอบสดของก้านคะน้าผัดไฟแรง รสชาติออกเค็มนำจากน้ำมันหอยและซีอิ๊วดำ มีความหวานอ่อนตามมาจากคะน้าสดและน้ำตาล กินกับข้าวสวยร้อนเข้ากันอย่างลงตัว ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 10 นาที

เคล็ดลับคะน้าให้กรอบสดไม่เหี่ยวคือการผัดด้วยไฟแรงจัดในเวลาอันสั้น กระทะต้องร้อนจนควันขึ้นก่อนใส่น้ำมัน หั่นก้านคะน้าเฉียงบางเพื่อให้สุกไวและสวย

ส่วนผสม

  1. ข้าวสวยร้อน 1 จาน
  2. หมูกรอบ (หั่นชิ้นพอดีคำ) 100 กรัม
  3. คะน้า (หั่นก้านเฉียง ใบฉีก) 150 กรัม
  4. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  5. พริกขี้หนูบุบ 3 เม็ด
  6. น้ำมันพืช 1.5 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ำมันหอย 1.5 ช้อนโต๊ะ
  8. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  9. ซีอิ๊วดำ 1/2 ช้อนชา
  10. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  11. น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. เตรียมคะน้า: แยกก้านและใบคะน้า หั่นก้านเฉียงบาง 1 เซนติเมตร ใบฉีก
  2. ผัดกระเทียม: ตั้งกระทะไฟแรงจนควันขึ้น ใส่น้ำมันพืช ใส่กระเทียมสับและพริกขี้หนู ผัดพอหอม
  3. ผัดหมูกรอบ: ใส่หมูกรอบลงผัดจนร้อนและหนังกรอบขึ้น ประมาณ 2 นาที
  4. ผัดก้านคะน้า: ใส่ก้านคะน้าลงผัด ผัดเร็ว 1 นาที จนก้านเริ่มใส
  5. ปรุงรส: ใส่น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ และน้ำตาลทราย ผัดคลุก เติมน้ำเปล่า
  6. ผัดใบคะน้า: ใส่ใบคะน้าลงผัดเร็วจนสลด ประมาณ 30 วินาที
  7. เสิร์ฟ: ตักราดบนข้าวสวยร้อน กินทันที

20. ข้าวคะน้าหมูชิ้น

ข้าวคะน้าหมูชิ้นเป็นเมนูผัดที่ใช้เนื้อหมูหั่นบางแทนหมูกรอบ เนื้อหมูนุ่มซับซอสน้ำมันหอยได้ดี ก้านคะน้ากรอบสดตัดกับหมูนุ่ม ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 10 นาที

หมูที่ใช้ควรเป็นสันนอกหรือสันคอหั่นบางตามขวางเส้นใย หมักกับซีอิ๊วขาวและแป้งมันเล็กน้อยเพื่อให้เนื้อยังนุ่มหลังผัดไฟแรง

ส่วนผสม

  1. ข้าวสวยร้อน 1 จาน
  2. สันคอหมู (หั่นชิ้นบาง) 100 กรัม
  3. คะน้า (หั่นก้านเฉียง ใบฉีก) 150 กรัม
  4. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  5. พริกขี้หนูบุบ 3 เม็ด
  6. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ำมันหอย 1.5 ช้อนโต๊ะ
  8. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  9. ซีอิ๊วดำ 1/2 ช้อนชา
  10. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  11. แป้งมัน 1/2 ช้อนชา (สำหรับหมักหมู)
  12. น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. หมักหมู: หมักหมูกับซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะและแป้งมัน หมัก 10 นาที
  2. ผัดกระเทียม: ตั้งกระทะไฟแรงจนควันขึ้น ใส่น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ ใส่กระเทียมสับและพริกขี้หนู ผัดหอม
  3. ผัดหมู: ใส่หมูลงผัดจนสุกและขอบเกรียมเล็กน้อย ใช้เวลาประมาณ 2 นาที
  4. ผัดก้านคะน้า: ใส่น้ำมันที่เหลือ ใส่ก้านคะน้าลงผัดเร็ว 1 นาที
  5. ปรุงรส: ใส่น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาวที่เหลือ ซีอิ๊วดำ น้ำตาลทราย ผัดคลุก เติมน้ำเปล่า
  6. ผัดใบคะน้า: ใส่ใบคะน้าลงผัดเร็วจนสลด 30 วินาที
  7. เสิร์ฟ: ราดบนข้าวสวยร้อน

21. ข้าวไข่เจียวหมูสับ

ข้าวไข่เจียวหมูสับเป็นเมนูที่เรียบง่ายที่สุดในลิสต์นี้แต่ทำออกมาให้อร่อยต้องอาศัยฝีมือ ไข่เจียวที่ดีต้องฟู กรอบนอกนุ่มใน ขอบเกรียมสีทองสวย ใส่หมูสับเพิ่มเนื้อสัมผัสและรสชาติ ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 8 นาที

เคล็ดลับไข่เจียวฟูคือการตีไข่ให้ขึ้นฟอง ใส่น้ำมันพืช 1 ช้อนชาลงในส่วนผสมไข่ก่อนตี และใช้กระทะน้ำมันท่วมเมื่อทอด กระทะต้องร้อนจัดก่อนเทไข่ลง ไข่จะฟูและกรอบทันที

ส่วนผสม

  1. ข้าวสวยร้อน 1 จาน
  2. ไข่ไก่ 2 ฟอง
  3. หมูสับ 80 กรัม
  4. น้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ
  5. พริกไทยขาวป่น 1/4 ช้อนชา
  6. น้ำมันพืชสำหรับทอด 1 ถ้วย
  7. ซอสพริก 1 ช้อนโต๊ะ
  8. ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  9. แตงกวาหั่น 3 ชิ้น

วิธีทำ

  1. ตีไข่: ตอกไข่ใส่ชาม ใส่น้ำปลา พริกไทยขาว หมูสับ และน้ำมันพืช 1 ช้อนชา ตีผสมให้เข้ากันจนขึ้นฟอง
  2. ตั้งกระทะ: ตั้งกระทะไฟแรง ใส่น้ำมันพืชท่วมประมาณ 1 ถ้วย รอจนน้ำมันร้อนจัด
  3. ทอดไข่เจียว: เทส่วนผสมไข่ลงกระทะจากที่สูงประมาณ 30 เซนติเมตรให้ไข่กระจายและฟู ใช้ไฟแรง
  4. กลับด้าน: เมื่อขอบไข่เหลืองกรอบ ใช้ตะหลิวกลับด้าน ทอดต่ออีก 1 นาที
  5. สะเด็ดน้ำมัน: ตักขึ้นวางบนกระดาษซับน้ำมัน
  6. จัดจาน: ตักข้าวสวยใส่จาน วางไข่เจียวหมูสับบนข้าว ราดซอสพริก โรยต้นหอม
  7. เสิร์ฟ: พร้อมแตงกวาสด

22. ข้าวผัดผักรวมมิตรหมู

ข้าวผัดผักรวมมิตรหมูเป็นเมนูที่รวมผักหลากชนิดไว้ในจานเดียว ทั้งแครอท ข้าวโพดอ่อน ถั่วลันเตา และ คะน้า ทำให้ได้ทั้งความกรอบ หวาน และสีสันสวยงาม เป็นทางเลือกสำหรับคนที่อยากกินผักพร้อมข้าวในจานเดียว ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 12 นาที

ผักแต่ละชนิดมีเวลาสุกไม่เท่ากัน ควรใส่ตามลำดับคือแครอทก่อนเพราะสุกช้าที่สุด ตามด้วยถั่วลันเตาและข้าวโพดอ่อน สุดท้ายคือคะน้าที่สุกเร็วที่สุด ผัดผักทั้งหมดด้วยไฟแรงเพื่อให้กรอบสด

ส่วนผสม

  1. ข้าวสวยเย็น 1.5 ถ้วย
  2. หมูสันนอก (หั่นชิ้นบาง) 80 กรัม
  3. แครอท (หั่นเต๋าเล็ก) 3 ช้อนโต๊ะ
  4. ข้าวโพดอ่อน (หั่นเฉียง) 3 ฝัก
  5. ถั่วลันเตา 3 ช้อนโต๊ะ
  6. คะน้าฮ่องกง (หั่นท่อน) 3 ต้น
  7. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  8. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  9. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  10. ซีอิ๊วขาว 1.5 ช้อนโต๊ะ
  11. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
  12. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  13. พริกไทยขาวป่น 1/4 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. หมักหมู: หมักหมูกับซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ หมัก 10 นาที
  2. ผัดกระเทียม: ตั้งกระทะไฟแรงจนร้อน ใส่น้ำมันพืช ใส่กระเทียมสับผัดหอม
  3. ผัดหมู: ใส่หมูลงผัดจนสุก
  4. ผัดผักตามลำดับ: ใส่แครอทผัด 1 นาที ใส่ข้าวโพดอ่อนและถั่วลันเตาผัดต่ออีก 30 วินาที
  5. ผัดไข่: เขี่ยทุกอย่างข้างกระทะ ต่อยไข่ลงขยี้ให้แตก
  6. ผัดข้าว: ใส่ข้าวเย็นและคะน้าลงผัดคลุก ไฟแรง
  7. ปรุงรสและเสิร์ฟ: ใส่ซีอิ๊วขาวที่เหลือ น้ำมันหอย น้ำตาลทราย พริกไทยขาว ผัดคลุกเร็ว

23. ข้าวหมูยอทอดกระเทียม

ข้าวหมูยอทอดกระเทียมเป็นเมนูเรียบง่ายที่ใช้ หมูยอ ทอดจนผิวเกรียมหอมคลุกกับกระเทียมเจียว เนื้อหมูยอเด้งนุ่มตัดกับกระเทียมกรอบหอม ราดซอสเล็กน้อยให้รสเค็มหวาน ตกแต่งด้วยไข่ดาวและต้นหอมซอย ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 10 นาที

หมูยอคุณภาพดีควรเนื้อแน่น เด้ง เนื้อเนียน ไม่มีฟองอากาศ และมีกลิ่นพริกไทยอ่อน หั่นเป็นชิ้นหนาประมาณ 1 เซนติเมตรเพื่อไม่ให้หมูยอหดมากเวลาทอด

ส่วนผสม

  1. ข้าวสวยร้อน 1 จาน
  2. หมูยอ (หั่นชิ้นหนา 1 ซม.) 120 กรัม
  3. กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ
  4. น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
  5. ไข่ดาว 1 ฟอง
  6. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ำมันหอย 1/2 ช้อนโต๊ะ
  8. ซอสพริก 1 ช้อนโต๊ะ
  9. น้ำตาลทราย 1/4 ช้อนชา
  10. ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  11. แตงกวาหั่น 3 ชิ้น

วิธีทำ

  1. ทอดกระเทียม: ตั้งกระทะไฟอ่อน ใส่น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ ใส่กระเทียมสับเจียวจนเหลืองทอง ตักพักไว้
  2. ทอดหมูยอ: ใช้กระทะเดิมไฟกลาง ใส่น้ำมันที่เหลือ วางหมูยอลงทอด พลิกจนผิวทั้งสองด้านเกรียมเหลืองทอง ใช้เวลาข้างละ 1 ถึง 2 นาที
  3. ปรุงซอส: ผสมซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย ซอสพริก และน้ำตาลทราย คนให้เข้ากัน
  4. เคลือบซอส: เทซอสลงกระทะหมูยอ ผัดคลุกเร็วบนไฟอ่อนให้ซอสเคลือบ
  5. จัดจาน: ตักข้าวสวยใส่จาน วางหมูยอทอด ไข่ดาว โรยกระเทียมเจียว ต้นหอม
  6. เสิร์ฟ: กินร้อนคู่แตงกวาสด

24. ผัดซีอิ๊วหมู

ผัดซีอิ๊วหมูเป็นเมนูเส้นก๋วยเตี๋ยวผัดแห้งสไตล์จีน-ไทยที่คนไทยคุ้นเคย เส้นใหญ่เหนียวนุ่มผัดกับซีอิ๊วจนสีเข้ม มีกลิ่นหอมกระทะและรสหวานเค็มมันจากน้ำมันหอยและซีอิ๊วดำ หมูนุ่มซับซอสดี ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลาประมาณ 12 นาที

ผัดซีอิ๊วให้อร่อยต้องใช้ไฟแรงจัด กระทะต้องร้อนมาก เส้นต้องเย็นและคลายตัวก่อนผัด ไม่ควรใช้เส้นที่เพิ่งลวกใหม่ๆ เพราะจะแฉะและไม่หอมกระทะ

ส่วนผสม

  1. เส้นใหญ่ (คลายเส้น แยกเป็นแผ่น) 200 กรัม
  2. หมูสันนอก (หั่นชิ้นบาง) 80 กรัม
  3. คะน้าฮ่องกง (หั่นท่อน) 3 ต้น
  4. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  5. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำมันพืช 2.5 ช้อนโต๊ะ
  7. ซีอิ๊วขาว 1.5 ช้อนโต๊ะ
  8. ซีอิ๊วดำ 1.5 ช้อนโต๊ะ
  9. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  10. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
  11. พริกไทยขาวป่น 1/4 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. เตรียมเส้น: คลายเส้นใหญ่ให้แยกเป็นแผ่น ถ้าติดกันใช้น้ำมันพืชเล็กน้อยคลุก
  2. หมักหมู: หมักหมูกับซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ หมัก 10 นาที
  3. ผัดกระเทียมและหมู: ตั้งกระทะไฟแรงจนควันขึ้น ใส่น้ำมันพืช 1.5 ช้อนโต๊ะ ใส่กระเทียมสับผัดหอม ใส่หมูผัดจนสุก
  4. ผัดไข่: เขี่ยหมูข้างกระทะ ต่อยไข่ลงขยี้ให้สุก
  5. ผัดเส้น: ใส่น้ำมันที่เหลือ ใส่เส้นใหญ่ลงผัด ใช้ตะหลิวเขี่ยให้เส้นกระจาย ใช้ไฟแรง
  6. ปรุงรส: ใส่ซีอิ๊วดำ ซีอิ๊วขาวที่เหลือ น้ำมันหอย น้ำตาลทราย พริกไทยขาว ผัดคลุกให้ซอสเคลือบเส้น
  7. ใส่คะน้าและเสิร์ฟ: ใส่คะน้าผัดเร็ว 30 วินาทีจนสลด ปิดไฟ เสิร์ฟร้อน

25. ราดหน้าหมู

ราดหน้าหมูเป็นเมนูก๋วยเตี๋ยวในน้ำราดข้นเหนียวหนืดที่ได้จากแป้งมันผสมน้ำซุป ราดบนเส้นใหญ่ทอดกรอบหรือลวก หมูนุ่มและคะน้าสดตัดกับน้ำราดรสกลมกล่อม กลิ่นเต้าเจี้ยวและซีอิ๊วดำอ่อนๆ ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลาประมาณ 20 นาที

การทำน้ำราดให้ข้นสวยต้องใช้แป้งมันละลายน้ำเย็นก่อนเทลงกระทะ และต้องคนเร็วตลอดเวลาหลังเทแป้งเพื่อไม่ให้เป็นก้อน น้ำราดที่ดีต้องข้นพอดี ไม่เหลวและไม่หนืดเกิน

ส่วนผสม

  1. เส้นใหญ่ (ลวกสุก) 200 กรัม
  2. หมูสันนอก (หั่นชิ้นบาง) 100 กรัม
  3. คะน้าฮ่องกง (หั่นท่อน) 3 ต้น
  4. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  5. เต้าเจี้ยว 1 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  7. ซีอิ๊วขาว 1.5 ช้อนโต๊ะ
  8. ซีอิ๊วดำ 1/2 ช้อนชา
  9. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  10. พริกไทยขาวป่น 1/4 ช้อนชา
  11. แป้งมัน 1.5 ช้อนโต๊ะ (ละลายน้ำเย็น 1/4 ถ้วย)
  12. น้ำซุป 1.5 ถ้วย
  13. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. หมักหมู: หมักหมูกับซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะและแป้งมันเล็กน้อย หมัก 10 นาที
  2. เตรียมเส้น: ลวกเส้นใหญ่ในน้ำเดือดพอสุก สะเด็ดน้ำ พักในจาน
  3. ผัดกระเทียมและเต้าเจี้ยว: ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันพืช ใส่กระเทียมสับและเต้าเจี้ยว ผัดให้หอม
  4. ผัดหมู: ใส่หมูลงผัดจนสุก
  5. ทำน้ำราด: เทน้ำซุปลงกระทะ ปรุงด้วยซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ น้ำมันหอย น้ำตาลทราย พริกไทยขาว คนให้เข้ากัน รอจนเดือด
  6. ใส่ผักและทำแป้ง: ใส่คะน้า ลดไฟลง เทแป้งมันละลายน้ำลงกะทะ คนเร็วตลอดจนน้ำราดข้นเหนียว
  7. จัดจาน: ราดน้ำราดบนเส้นใหญ่ที่เตรียมไว้ เสิร์ฟร้อน ปรุงเพิ่มด้วยน้ำส้มพริกดอง

26. ผัดขี้เมาเส้นใหญ่หมู

ผัดขี้เมาเส้นใหญ่หมูเป็นเมนูผัดจัดจ้านสไตล์ไทยที่เน้นรสเผ็ดร้อนจากพริกขี้หนูและพริกไทยอ่อน ผสมกับกลิ่นหอมของกระเทียมและใบกะเพรา เส้นใหญ่เหนียวนุ่มคลุกซอสพริกแกงและน้ำปลา ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลาประมาณ 12 นาที

ผัดขี้เมาให้อร่อยต้องใช้ไฟแรงตลอดเวลา กลิ่นหอมกระทะเป็นตัวชี้วัดคุณภาพ ใช้พริกขี้หนูบุบแทนการซอยเพื่อให้เผ็ดแต่ไม่แสบปากเกิน และต้องผัดเส้นกับซอสให้แห้ง ไม่แฉะ

ส่วนผสม

  1. เส้นใหญ่ (คลายเส้น) 200 กรัม
  2. หมูสันนอก (หั่นชิ้นบาง) 80 กรัม
  3. พริกขี้หนูสวน (บุบ) 10 เม็ด
  4. กระเทียมสับ 1.5 ช้อนโต๊ะ
  5. พริกไทยอ่อน 2 ช่อ
  6. ใบกะเพรา 1/2 ถ้วย
  7. พริกชี้ฟ้าแดง (หั่นเฉียง) 1 เม็ด
  8. น้ำมันพืช 2.5 ช้อนโต๊ะ
  9. น้ำปลา 1.5 ช้อนโต๊ะ
  10. น้ำมันหอย 1.5 ช้อนโต๊ะ
  11. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  12. ซีอิ๊วดำ 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. เตรียมเส้น: คลายเส้นใหญ่ให้แยกเป็นแผ่น
  2. หมักหมู: หมักหมูกับน้ำปลาเล็กน้อย 5 นาที
  3. ผัดกระเทียมและพริก: ตั้งกระทะไฟแรง ใส่น้ำมันพืช ใส่กระเทียมสับและพริกขี้หนูบุบ ผัดเร็วจนหอม
  4. ผัดหมู: ใส่หมูลงผัดจนสุก
  5. ผัดเส้น: ใส่เส้นใหญ่ลงผัด ใช้ไฟแรง ใช้ตะหลิวเขี่ยให้เส้นกระจายและโดนความร้อนทั่ว
  6. ปรุงรส: ใส่น้ำปลา น้ำมันหอย น้ำตาลทราย ซีอิ๊วดำ ผัดคลุกให้ซอสเคลือบเส้น
  7. ใส่สมุนไพร: ใส่พริกไทยอ่อน พริกชี้ฟ้า ผัดเร็ว 30 วินาที ปิดไฟ ใส่ใบกะเพรา คลุก 2 ครั้ง เสิร์ฟร้อน

27. มาม่าผัดขี้เมาทะเล

มาม่าผัดขี้เมาทะเลเป็นเมนูยอดนิยมของวัยรุ่นไทยที่ยกระดับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปด้วยเครื่องสมุนไพรไทยจัดจ้าน เส้นมาม่าผัดแห้งกับซอสพริกแกงและสมุนไพรสด รสเผ็ดจัด เค็มมัน กลิ่นกะเพราฟุ้ง ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 10 นาที

เคล็ดลับสำคัญคือลวกเส้นมาม่าในน้ำเดือดแค่ 1 นาทีให้พอนิ่มแต่ยังมีแกนกลางแข็งเล็กน้อย เพราะเส้นจะสุกต่อในกระทะตอนผัด ถ้าลวกสุกเกินเส้นจะเละเมื่อผัด

@moo_hiw

แจกสูตร มาม่าผัดขี้เมา เส้นนุ่ม เคล้ากับซอสรสแซ่บ มาม่า ผัดขี้เมา กุ้งเน้นๆ ทำกินก็ได้ ทำขายยิ่งเริ่ด . หมูหิว เจ๊หมูชวนหิว

♬ เสียงต้นฉบับ – หมูหิว เจ๊หมูชวนหิว – หมูหิว เจ๊หมูชวนหิว

ส่วนผสม

  1. บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 1 ห่อ (เก็บผงปรุงรสไว้)
  2. กุ้งสด (ปอกเปลือก) 60 กรัม
  3. ปลาหมึก (หั่นแว่น) 60 กรัม
  4. พริกขี้หนูสวน (บุบ) 8 เม็ด
  5. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  6. พริกไทยอ่อน 1 ช่อ
  7. ใบกะเพรา 1/2 ถ้วย
  8. พริกชี้ฟ้าแดง (หั่นเฉียง) 1 เม็ด
  9. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  10. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
  11. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  12. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. ลวกเส้น: ต้มน้ำเดือด ลวกเส้นมาม่า 1 นาที สะเด็ดน้ำ พักไว้
  2. ผัดกระเทียมและพริก: ตั้งกระทะไฟแรง ใส่น้ำมันพืช ใส่กระเทียมสับและพริกขี้หนูบุบ ผัดหอม
  3. ผัดทะเล: ใส่ปลาหมึกและกุ้งลงผัดจนเริ่มสุก
  4. ปรุงรส: ใส่น้ำมันหอย น้ำปลา น้ำตาลทราย และผงปรุงรสครึ่งซอง ผัดคลุก
  5. ผัดเส้น: ใส่เส้นมาม่าลงผัด ใช้ตะหลิวเขี่ยให้เส้นกระจาย ผัดจนเครื่องเคลือบเส้น
  6. ใส่สมุนไพร: ใส่พริกไทยอ่อน พริกชี้ฟ้า ผัดเร็ว 30 วินาที
  7. ปิดไฟใส่กะเพรา: ปิดไฟ ใส่ใบกะเพรา คลุกเร็ว เสิร์ฟทันที

28. สุกี้แห้งหมู

สุกี้แห้งหมูเป็นเมนูที่ดัดแปลงจากสุกี้น้ำมาเป็นผัดแห้ง ใช้เส้นหมี่ขาวหรือวุ้นเส้นผัดกับซอสสุกี้รสเปรี้ยวหวานเผ็ดจากน้ำจิ้มสุกี้และซอสพริก หมูนุ่มและผักกรอบรวมกันในจานเดียว ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 12 นาที

น้ำจิ้มสุกี้เป็นหัวใจรสชาติของเมนูนี้ น้ำจิ้มสุกี้ที่ดีควรมีรสเปรี้ยว หวาน เผ็ด จากพริก กระเทียม มะนาว และน้ำตาล ถ้าไม่มีน้ำจิ้มสุกี้สำเร็จรูป ผสมเองจากซอสพริก น้ำมะนาว น้ำตาล และกระเทียมสับ

ส่วนผสม

  1. วุ้นเส้น (แช่น้ำพอนิ่ม หั่นท่อน) 100 กรัม
  2. หมูสันนอก (หั่นชิ้นบาง) 80 กรัม
  3. ผักกาดขาว (หั่นท่อน) 50 กรัม
  4. ผักบุ้ง (หั่นท่อน) 3 ต้น
  5. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  6. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ำจิ้มสุกี้ 3 ช้อนโต๊ะ
  8. ซอสพริก 1 ช้อนโต๊ะ
  9. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  10. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  11. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  12. งาขาวคั่ว 1 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. เตรียมเส้น: แช่วุ้นเส้นในน้ำจนนิ่ม หั่นเป็นท่อนสั้น
  2. หมักหมู: หมักหมูกับซีอิ๊วขาวเล็กน้อย 5 นาที
  3. ผัดกระเทียม: ตั้งกระทะไฟแรง ใส่น้ำมันพืช ใส่กระเทียมสับผัดหอม
  4. ผัดหมู: ใส่หมูลงผัดจนสุก
  5. ผัดไข่: เขี่ยหมูข้างกระทะ ต่อยไข่ลงขยี้ให้สุก
  6. ผัดผักและเส้น: ใส่ผักกาดขาวและผักบุ้งผัดเร็ว 30 วินาที ใส่วุ้นเส้นลงผัด
  7. ปรุงรสและเสิร์ฟ: ใส่น้ำจิ้มสุกี้ ซอสพริก ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย ผัดคลุกจนเครื่องเคลือบเส้น โรยงาขาว เสิร์ฟร้อน

29. สุกี้น้ำทะเล

สุกี้น้ำทะเลเป็นซุปสไตล์ไทยที่รวมทะเลสด น้ำซุปหอมกระเทียมและซีอิ๊ว รสกลมกล่อมเปรี้ยวหวานเล็กน้อยจากน้ำจิ้มสุกี้ ใส่ผักหลากหลายและวุ้นเส้นต้มในน้ำซุปจนนุ่ม ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 15 นาที

น้ำซุปเป็นองค์ประกอบสำคัญ ใช้น้ำซุปไก่หรือน้ำซุปหมูเป็นพื้น แล้วปรุงด้วยกระเทียมเจียว ซีอิ๊วขาว และรากผักชี การมีน้ำซุปดีจะทำให้สุกี้น้ำอร่อยโดยไม่ต้องพึ่งซอสหนัก

ส่วนผสม

  1. วุ้นเส้น (แช่น้ำพอนิ่ม) 80 กรัม
  2. กุ้งสด (ปอกเปลือก) 60 กรัม
  3. ปลาหมึก (หั่นแว่น) 60 กรัม
  4. ผักกาดขาว (หั่นท่อน) 80 กรัม
  5. ผักบุ้ง (หั่นท่อน) 3 ต้น
  6. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  7. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  8. รากผักชีทุบ 1 ราก
  9. น้ำซุปไก่ 2 ถ้วย
  10. ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
  11. น้ำจิ้มสุกี้ 4 ช้อนโต๊ะ
  12. น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
  13. งาขาวคั่ว 1 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. เจียวกระเทียม: ตั้งหม้อไฟกลาง ใส่น้ำมันพืช ใส่กระเทียมสับเจียวพอหอม
  2. ใส่น้ำซุป: ใส่รากผักชีทุบและน้ำซุปไก่ ต้มจนเดือด
  3. ปรุงน้ำซุป: ปรุงด้วยซีอิ๊วขาว ชิมรสให้กลมกล่อม
  4. ใส่ทะเล: ใส่กุ้งและปลาหมึกลงต้มในน้ำซุปเดือดจนสุก ใช้เวลาประมาณ 2 นาที
  5. ใส่ผัก: ใส่ผักกาดขาวและผักบุ้งลงต้ม 1 นาที
  6. ใส่เส้นและไข่: ใส่วุ้นเส้นลงต้มจนนุ่ม ต่อยไข่ไก่ลงหม้อ ปล่อยให้ไข่สุกครึ่งนาที โดยไม่ต้องคน
  7. เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม ราดน้ำจิ้มสุกี้ โรยงาขาว

30. ผัดมักกะโรนีไก่

ผัดมักกะโรนีไก่เป็นเมนูฟิวชันไทย-ตะวันตกที่ใช้เส้นมักกะโรนีผัดกับซอสมะเขือเทศและซอสปรุงรสแบบไทย ได้รสชาติเปรี้ยวหวานเค็มมัน ลักษณะคล้ายสปาเก็ตตี้ผัดแต่ใช้ซอสแบบไทย ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 20 นาที

มักกะโรนีควรต้มในน้ำเดือดที่ใส่เกลือและน้ำมันพืชเล็กน้อย เพื่อให้เส้นมีรสและไม่ติดกัน ต้มให้สุกแบบ al dente คือยังมีความกรุบเล็กน้อย เพราะเส้นจะสุกต่อในกระทะตอนผัด

@khunpapa_

มักกะโรนีไก่ แบบสู้ชีวิตคือลืมกดอัดหลายซีนมาก🤣 วันนี้ปาทำไร #มักกะโรนีไก่ #ห้องครัวtiktok #เมนูง่ายๆ #foodtiktok #foodfestontiktok

♬ เค้ารักเธอที่สุด (ily) – MEYOU

ส่วนผสม

  1. มักกะโรนี (ต้มสุก al dente) 150 กรัม
  2. อกไก่ (หั่นชิ้นพอดีคำ) 100 กรัม
  3. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  4. หอมใหญ่หั่นเสี้ยว 1/4 ลูก
  5. มะเขือเทศ (หั่นเสี้ยว) 1/2 ลูก
  6. ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  7. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  8. ซอสมะเขือเทศ 3 ช้อนโต๊ะ
  9. ซีอิ๊วขาว 1.5 ช้อนโต๊ะ
  10. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  11. พริกไทยขาวป่น 1/4 ช้อนชา
  12. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  13. แตงกวาหั่น 3 ชิ้น

วิธีทำ

  1. ต้มเส้น: ต้มมักกะโรนีในน้ำเดือดใส่เกลือและน้ำมันพืชจนสุก al dente สะเด็ดน้ำ พักไว้
  2. หมักไก่: หมักไก่กับซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ หมัก 10 นาที
  3. ผัดกระเทียม: ตั้งกระทะไฟกลางถึงแรง ใส่น้ำมันพืช ใส่กระเทียมสับผัดหอม
  4. ผัดไก่: ใส่ไก่ลงผัดจนสุก
  5. ผัดไข่: เขี่ยไก่ข้างกระทะ ต่อยไข่ลงขยี้ให้สุก
  6. ผัดผัก: ใส่หอมใหญ่และมะเขือเทศ ผัดเร็ว 30 วินาที
  7. ผัดเส้นและปรุง: ใส่มักกะโรนี ซอสมะเขือเทศ ซีอิ๊วขาวที่เหลือ น้ำตาลทราย พริกไทยขาว ผัดคลุกไฟแรงจนซอสเคลือบเส้น โรยต้นหอม

ตารางสรุปเปรียบเทียบ 30 เมนูอาหารจานเดียว

ชื่อเมนูประเภทความยากเวลารสชาติ
ข้าวกะเพราหมูสับข้าวราดผัด (ไทย)ง่าย10 นาทีเค็มเผ็ด หอมกะเพรา
ข้าวกะเพราหมูกรอบข้าวราดผัด (ไทย)ง่าย12 นาทีเค็มเผ็ด มันกรอบ
ข้าวกะเพราไก่ข้าวราดผัด (ไทย)ง่าย10 นาทีเค็มเผ็ด เนื้อนุ่ม
ข้าวกะเพราทะเลรวมมิตรข้าวราดผัด (ไทย)ปานกลาง15 นาทีเค็มเผ็ด หวานทะเล
ข้าวหมูกระเทียมพริกไทยข้าวราดผัด (ไทย)ง่าย15 นาทีเค็มหอมพริกไทย กระเทียม
ข้าวไก่กระเทียมพริกไทยข้าวราดผัด (ไทย)ง่าย12 นาทีเค็มหอมนุ่ม กลมกล่อม
ข้าวผัดหมูข้าวผัด (จีน-ไทย)ปานกลาง10 นาทีเค็มมัน หอมกระทะ
ข้าวผัดกุ้งข้าวผัด (จีน-ไทย)ปานกลาง12 นาทีเค็มหวานกุ้ง หอมซีอิ๊ว
ข้าวผัดปูข้าวผัด (จีน-ไทย)ปานกลาง15 นาทีหวานเนื้อปู หอมอ่อน
ข้าวผัดแหนมข้าวผัด (ไทย)ง่าย12 นาทีเค็มเปรี้ยว กลิ่นหมัก
ข้าวผัดกุนเชียงข้าวผัด (จีน-ไทย)ง่าย12 นาทีหวานมัน รมควัน
ข้าวผัดต้มยำทะเลข้าวผัด (ไทยฟิวชัน)ปานกลาง20 นาทีเผ็ดเปรี้ยวหอมสมุนไพร
ข้าวผัดพริกแกงหมูข้าวผัด (ไทย)ง่าย12 นาทีเผ็ดหอมพริกแกง เค็มมัน
ข้าวผัดพริกแกงหมูกรอบข้าวผัด (ไทย)ง่าย12 นาทีเผ็ดมัน กรอบนุ่ม
ข้าวผัดพริกหยวกไก่ข้าวผัด (จีน-ไทย)ง่าย12 นาทีเค็มหวานอ่อน กลิ่นผักสด
ข้าวผัดพริกเผาหมูกรอบข้าวผัด (ไทย)ง่าย12 นาทีเผ็ดหวานมัน กลิ่นกุ้งแห้ง
ข้าวทะเลผัดผงกะหรี่ข้าวผัด (จีน-ไทย)ปานกลาง15 นาทีมันหอมกะหรี่ หวานทะเล
ข้าวผัดฉ่าทะเลข้าวผัด (ไทย)ปานกลาง15 นาทีเผ็ดร้อน กลิ่นกระชายและพริกไทยอ่อน
ข้าวคะน้าหมูกรอบข้าวราดผัด (จีน-ไทย)ง่าย10 นาทีเค็มหอมมัน กรอบสด
ข้าวคะน้าหมูชิ้นข้าวราดผัด (จีน-ไทย)ง่าย10 นาทีเค็มหอม นุ่มกรอบ
ข้าวไข่เจียวหมูสับข้าวราดทอด (ไทย)ง่าย8 นาทีเค็มมัน ฟูนุ่มกรอบ
ข้าวผัดผักรวมมิตรหมูข้าวผัด (จีน-ไทย)ง่าย12 นาทีเค็มหวานอ่อน ผักกรอบ
ข้าวหมูยอทอดกระเทียมข้าวราดทอด (ไทย)ง่าย10 นาทีเค็มหอมกรอบ เนื้อเด้ง
ผัดซีอิ๊วหมูเส้นผัด (จีน-ไทย)ปานกลาง12 นาทีหวานเค็มหอมซีอิ๊วดำ
ราดหน้าหมูเส้นราด (จีน-ไทย)ปานกลาง20 นาทีกลมกล่อม น้ำราดข้น
ผัดขี้เมาเส้นใหญ่หมูเส้นผัด (ไทย)ปานกลาง12 นาทีเผ็ดร้อน หอมกะเพรา
มาม่าผัดขี้เมาทะเลเส้นผัด (ไทยฟิวชัน)ง่าย10 นาทีเผ็ดจัด เค็มมัน
สุกี้แห้งหมูเส้นผัด (ไทย)ง่าย12 นาทีเปรี้ยวหวานเผ็ด หอมน้ำจิ้ม
สุกี้น้ำทะเลซุป (ไทย)ง่าย15 นาทีกลมกล่อม เปรี้ยวหวาน
ผัดมักกะโรนีไก่เส้นผัด (ฟิวชัน)ง่าย20 นาทีเปรี้ยวหวานเค็มมัน

เคล็ดลับเลือกซื้อและเตรียมวัตถุดิบสำหรับอาหารจานเดียว

ข้าวสำหรับทำข้าวผัด ข้าวที่เหมาะกับการทำข้าวผัดคือข้าวที่หุงแล้วพักให้เย็นสนิทหรือแช่ตู้เย็นอย่างน้อย 2 ชั่วโมง ข้าวหอมมะลิหุงด้วยน้ำน้อยกว่าปกติเล็กน้อยจะได้ข้าวที่ร่วนและเม็ดสวย ไม่แฉะ ข้าวหุงใหม่ร้อนๆ ห้ามนำมาผัดเด็ดขาดเพราะจะจับตัวเป็นก้อนและแฉะ

เนื้อหมูสำหรับข้าวราดผัด เลือกหมูสันนอกหรือสันคอสำหรับเมนูผัดไฟแรง เนื้อส่วนนี้มีมันแทรกน้อยและเนื้อแน่น ผัดแล้วนุ่มไม่เหนียว หมักด้วยซีอิ๊วขาวและแป้งมันเล็กน้อย 10 นาทีก่อนผัด เนื้อหมูจะนุ่มและมีรสชาติซึมลึก หลีกเลี่ยงหมูส่วนสะโพกสำหรับการผัดไฟแรงเพราะเนื้อจะแห้งและแข็ง

คะน้าสดกรอบนาน เลือกคะน้าที่มีก้านอวบ ใบสีเขียวเข้ม ไม่มีจุดเหลืองหรือรอยช้ำ ล้างด้วยน้ำเย็นแล้วซับให้แห้งสนิท แยกก้านและใบออกจากกัน หั่นก้านเฉียงบาง เก็บในตู้เย็นช่องผักได้ 3 ถึง 5 วัน เทคนิคสำคัญคือคะน้าต้องแห้งสนิทก่อนลงกระทะ น้ำที่ติดมากับคะน้าจะทำให้อุณหภูมิกระทะลดลงและกลายเป็นการนึ่งแทนการผัด

เส้นก๋วยเตี๋ยวสำหรับผัด เส้นใหญ่ควรซื้อแบบสดและคลายเส้นให้แยกออกจากกันก่อนผัด ถ้าเส้นติดกันเป็นก้อน ใช้ไมโครเวฟอุ่น 1 นาทีหรือนำไปนึ่งสั้นๆ อย่าใช้เส้นใหญ่ที่แช่ตู้เย็นแล้วแข็งโดยไม่ทำให้คลายตัวก่อน เพราะจะผัดไม่ทันและเส้นจะไม่ออกมานุ่มเหนียว

ทิ้งท้าย

30 เมนูอาหารจานเดียวในลิสต์นี้ครอบคลุมทุกความต้องการของมื้ออาหารประจำวัน ตั้งแต่เมนูเร่งด่วน 10 นาทีอย่างข้าวไข่เจียวหมูสับ ข้าวกะเพรา ไปจนถึงเมนูที่ใช้เวลาและฝีมือมากขึ้นอย่างข้าวผัดต้มยำทะเลและราดหน้าหมู ทุกเมนูผ่านเกณฑ์การคัดเลือกว่าต้องใช้วัตถุดิบที่หาได้ในตลาดสดและซูเปอร์ไทยทั่วไป และทำตามได้จริงในครัวบ้านด้วยอุปกรณ์พื้นฐาน

เมื่อลองทำเมนูเหล่านี้หมุนเวียนกันไปตลอดเดือนจะพบว่าแค่เปลี่ยนวัตถุดิบหลักจากหมูเป็นไก่หรือทะเล เปลี่ยนผักจากคะน้าเป็นพริกหยวก หรือเปลี่ยนวิธีการจากผัดเป็นต้ม ก็ได้เมนูใหม่ที่มีรสชาติและเนื้อสัมผัสต่างกันโดยสิ้นเชิง โดยยังคงความเรียบง่ายของอาหารจานเดียวไว้ การหมักเนื้อสัตว์ก่อนผัด การใช้ข้าวเย็น และการควบคุมไฟให้เหมาะสม เป็นสามปัจจัยพื้นฐานที่จะยกระดับอาหารจานเดียวจากระดับบ้านๆ ไปใกล้เคียงร้านอาหาร

อยากให้ลองทำเมนูที่ยังไม่เคยทำสัก 3 เมนูในสัปดาห์นี้ เริ่มจากเมนูง่ายก่อน แล้วค่อยๆ ขยับไปเมนูที่ใช้ฝีมือมากขึ้น เก็บสูตรนี้ไว้ใช้เป็นไอเดียมื้ออาหารประจำวันได้ตลอด

กดเพื่ออ่านต่อ

Aroimak

ในฐานะนักวิจารณ์ เชื่อว่าอาหารเป็นงานศิลปะรูปแบบหนึ่ง และมุ่งมั่นที่จะเขียนบทวิจารณ์ที่ทั้งสวยงามและให้ข้อมูลแก่ผู้อ่าน บทวิจารณ์จะครอบคลุมรสชาติ คุณภาพ และราคาของอาหาร รวมถึงบรรยากาศของร้านอาหารและการบริการของพนักงาน เชื่อว่าบทวิจารณ์จะช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจได้อย่างรอบคอบเมื่อเลือกร้านอาหารที่จะไปเยือน

บทความที่เกี่ยวข้อง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back to top button
สารบัญ