สูตรอาหาร

30 เมนูอาหารย่อยง่าย ทำเองที่บ้าน ครบทุกมื้อ อิ่มสบายท้อง

  • ย่อยง่าย กระเพาะไม่ทำงานหนัก ทุกเมนูในลิสต์ผ่านการต้ม นึ่ง ตุ๋น หรือผัดน้ำมันน้อย เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน หลีกเลี่ยงของทอด อาหารมัน และเครื่องเทศจัดที่ระคายเคืองทางเดินอาหาร
  • มีคุณค่าทางโภชนาการครบ แต่ละเมนูให้โปรตีนจากเนื้อสัตว์และไข่ คาร์โบไฮเดรตจากข้าวและเส้น วิตามินจากผักหลากชนิด พร้อมสมุนไพรไทยที่ช่วยขับลมและทำให้รู้สึกสบายท้อง
  • หลากหลายวิธีทำและรสชาติ ตั้งแต่ข้าวต้มรสเค็มอ่อน โจ๊กเนียนนุ่ม แกงจืดหวานธรรมชาติ ไข่ตุ๋นครีมมี่ ไปจนถึงเมนูนึ่งที่เก็บความสดของวัตถุดิบ จัดสรรให้ไม่เบื่อแม้ทำติดต่อกันหลายมื้อ
  • ใช้เวลาทำไม่นาน เมนูส่วนใหญ่ใช้เวลา 10 ถึง 30 นาที ใช้อุปกรณ์ครัวพื้นฐาน ไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ เหมาะกับชีวิตประจำวันที่เร่งรีบ

อาหารย่อยง่ายคืออาหารที่ร่างกายใช้เวลาในการย่อยน้อยและดูดซึมสารอาหารได้เร็วโดยไม่สร้างภาระให้ระบบทางเดินอาหาร หลักสำคัญคือเนื้อสัมผัสต้องนุ่ม ผ่านกระบวนการต้ม นึ่ง ตุ๋น หรือลวก เนื้อสัตว์เป็นเนื้อไม่ติดมัน ผักผ่านการทำให้สุกจนนิ่ม และเครื่องปรุงใช้แต่น้อยหลีกเลี่ยงของมันจัดและเผ็ดร้อนจนเกินไป

สำหรับผู้สูงอายุ เด็กเล็ก คนที่เพิ่งหายป่วย หรือแม้แต่คนทั่วไปที่รู้สึกว่ามื้อก่อนยังไม่ย่อย อาหารกลุ่มนี้จะช่วยให้ระบบย่อยอาหารได้พักฟื้นโดยไม่ต้องอดอาหาร ขณะเดียวกันก็ยังได้รับพลังงานและสารอาหารเพียงพอที่จะใช้ในชีวิตประจำวัน การกิน ข้าวต้ม หรือ โจ๊ก สักถ้วยแทนข้าวสวยปกติ ก็ช่วยลดภาระการย่อยลงได้มากโดยที่ยังอิ่ม

บทความนี้รวบรวม 30 เมนูอาหารย่อยง่ายที่ผ่านเกณฑ์ 4 ข้อคือ วัตถุดิบหาได้ในครัวไทยทั่วไป ขั้นตอนทำตามได้จริงในครัวบ้าน เนื้อสัมผัสนุ่มย่อยง่ายใน 1-2 ชั่วโมง และรสชาติกลมกล่อมถูกปากคนไทย เมนูทั้งหมดจัดเรียงตามประเภทอาหาร เริ่มจากกลุ่มข้าวต้มและโจ๊กที่เป็น Comfort Food ของคนไทยทุกวัย ตามด้วยแกงจืดและต้มจืด ไข่ตุ๋น เมนูนึ่ง เมนูผัดเบาๆ และปิดท้ายด้วยซุปใสและก๋วยเตี๋ยวน้ำใส

1. ข้าวต้มปลา

ข้าวต้มปลา เป็น ข้าวต้ม แบบไทยที่ใช้เนื้อปลาขาวอย่างปลานิล ปลากะพง หรือปลาจาระเม็ด เนื้อปลาให้โปรตีนย่อยง่ายและไขมันต่ำมาก น้ำซุปหวานเบาจากกระดูกปลาและขิงแก่ ซดแล้วสดชื่นไม่เลี่ยน เนื้อปลาฟูนุ่มละลายในปาก ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 25 นาที เหมาะกับมื้อเช้าหรือมื้อเย็นที่อยากได้อะไรเบาๆ

ข้อสำคัญคือต้องใช้ปลาสดเท่านั้น ปลาที่ไม่สดจะมีกลิ่นคาวแรงและเนื้อเละไม่น่ากิน วิธีล้างปลาคือเคล้าเกลือแล้วล้างน้ำเย็นจนหมดเมือก ระหว่างต้มใส่ขิงแว่นเพิ่มเพื่อดับกลิ่นคาว และห้ามคนแรงจนเนื้อปลาแตกกระจาย จะทำให้ได้เมล็ดข้าวสวยและเนื้อปลาเต็มชิ้นสวยงามน่ารับประทาน

ส่วนผสม

  1. เนื้อปลากะพงขาว (หั่นชิ้นหนา 1.5 เซนติเมตร) 200 กรัม
  2. ข้าวสารหอมมะลิ (ซาวน้ำ) 1/2 ถ้วย
  3. ขิงแก่ (ฝานแว่นบาง) 5 กรัม
  4. กระเทียมกลีบเล็ก (บุบพอแตก) 3 กลีบ
  5. ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  6. ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  7. ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  8. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  9. น้ำปลา 1/2 ช้อนชา
  10. กระเทียมเจียว 1 ช้อนชา
  11. พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
  12. น้ำเปล่า 5 ถ้วย

วิธีทำ

  1. เตรียมปลา: ล้างเนื้อปลาด้วยเกลือ นวดเบาๆ ล้างน้ำเย็นจนหมดเมือก ซับแห้งด้วยกระดาษครัว หั่นชิ้นหนา 1.5 เซนติเมตร
  2. ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่าลงหม้อ ตั้งไฟแรงจนเดือด ใส่ขิงแว่นและกระเทียมบุบ ลดไฟกลาง
  3. ต้มข้าว: ใส่ข้าวสารที่ซาวแล้วลงไป คนเบาๆ หรี่ไฟอ่อน ต้มนาน 15 นาทีจนข้าวบานนุ่ม
  4. ใส่ปลา: เรียงชิ้นปลาลงในหม้อ ห้ามวางซ้อนกัน ใช้ไฟอ่อนที่สุด รอ 3-4 นาทีให้เนื้อปลาเปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่นทั่วชิ้น
  5. ปรุงรส: ใส่ซีอิ๊วขาว เกลือป่น และน้ำปลา ใช้ตะหลิวคนเบาๆ ที่ผิวน้ำโดยไม่ไปโดนเนื้อปลา
  6. เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยต้นหอมซอย ผักชีซอย กระเทียมเจียว และพริกไทยป่น เสิร์ฟทันทีร้อนๆ

2. ข้าวต้มกุ้ง

ข้าวต้มกุ้ง ใช้กุ้งสดที่ให้รสหวานธรรมชาติและเนื้อเด้งสู้ฟัน น้ำซุปจะออกหวานจากหัวกุ้งและมีสีส้มอ่อนสวยงาม กุ้งเป็นโปรตีนที่มีไขมันต่ำมากและย่อยง่าย เหมาะกับเด็กและคนที่ไม่ทานเนื้อหมูหรือไก่ ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 20 นาที

เคล็ดลับให้กุ้งเด้งกรอบคือการล้างกุ้งในน้ำผสมเกลือและแป้งมันเล็กน้อย 1 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็นจัด ก่อนต้มให้แช่กุ้งในน้ำเย็นจัด 5 นาที เนื้อกุ้งจะเด้งสวย ไม่หดจนแข็ง และควรใส่กุ้งเป็นลำดับสุดท้าย ต้มแค่ 2 นาทีพอดี ไม่เกินเพื่อไม่ให้เนื้อกระด้าง

ส่วนผสม

  1. กุ้งขาวแกะเปลือกผ่าหลัง (ล้างน้ำเกลือ สะเด็ด) 200 กรัม
  2. ข้าวสารหอมมะลิ (ซาวน้ำ) 1/2 ถ้วย
  3. กุ้งแห้งป่น 1 ช้อนโต๊ะ
  4. กระเทียมกลีบเล็ก (บุบพอแตก) 3 กลีบ
  5. รากผักชี (ทุบ) 2 ราก
  6. ขิงแก่ (ฝานแว่นบาง) 5 กรัม
  7. ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  8. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  9. ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  10. ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  11. กระเทียมเจียว 1 ช้อนชา
  12. พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
  13. น้ำเปล่า 5 ถ้วย

วิธีทำ

  1. เตรียมกุ้ง: แกะเปลือกกุ้งเก็บหัวกุ้งไว้ ผ่าหลังดึงเส้นดำออก ล้างด้วยน้ำเกลือเย็นจัด สะเด็ดพักในตู้เย็น
  2. ตำหัวกุ้ง: นำหัวกุ้งใส่ครก ตำเบาๆ พอแตก ใส่ผ้าขาวบางแล้วมัดปากถุง
  3. ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่า ตั้งไฟแรงจนเดือด ใส่ถุงหัวกุ้ง ขิง และรากผักชี ต้ม 5 นาทีให้น้ำซุปหวาน
  4. ตักถุงหัวกุ้งออก: ตักถุงหัวกุ้งทิ้ง ใส่กระเทียมบุบและข้าวสาร หรี่ไฟอ่อน ต้ม 15 นาทีจนข้าวบาน
  5. ใส่กุ้ง: ใส่เนื้อกุ้งลงไป ใช้ไฟกลาง ต้ม 2 นาทีพอดีจนกุ้งเปลี่ยนเป็นสีส้มและหดโค้งเล็กน้อย
  6. ปรุงรส: ใส่กุ้งแห้งป่น ซีอิ๊วขาว และเกลือป่น คนเบาๆ ปิดไฟทันที
  7. เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยต้นหอม ผักชี กระเทียมเจียว และพริกไทยป่น

3. ข้าวต้มหมูสับ

ข้าวต้มหมูสับ เป็นข้าวต้มไทยพื้นฐานที่คนไทยคุ้นเคยมากที่สุด หมูสับปรุงรสล่วงหน้าทำให้เนื้อหมูมีรสชาติในตัวและนุ่มละลายเมื่อสุก น้ำซุปหมูหวานกลมกล่อม ข้าวเมล็ดบานนิ่มซดคล่องคอ ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลาประมาณ 25 นาที เหมาะเป็นมื้อเช้าที่ให้พลังงานอยู่ท้อง

เทคนิคหมูสับให้เนื้อนุ่มและไม่เป็นก้อนแข็งคือหมักหมูสับกับซีอิ๊วขาวและแป้งมัน 1 ช้อนชาก่อนปั้นลงหม้อ 10 นาที แป้งมันจะเคลือบผิวหมูไว้ ทำให้หมูสับนุ่มแม้ต้มนาน และควรปั้นหมูเป็นก้อนพอดีคำ ไม่เล็กเกินไปเพราะจะแตกกระจายในน้ำซุป

@moo_hiw

แจกสูตร ข้าวต้มหมูสับ กลิ่นหอมมาก ข้าวต้มหมูสับทรงเครื่อง ข้าวต้มร้อนๆ หมูสับเยอะๆ . หมูหิว เจ๊หมูชวนหิว

♬ เสียงต้นฉบับ – หมูหิว เจ๊หมูชวนหิว – หมูหิว เจ๊หมูชวนหิว

ส่วนผสม

  1. หมูสับไม่ติดมัน (หมักซีอิ๊วขาวครึ่งช้อนและแป้งมันเล็กน้อย) 200 กรัม
  2. ข้าวสารหอมมะลิ (ซาวน้ำ) 1/2 ถ้วย
  3. กระเทียมกลีบเล็ก (บุบพอแตก) 4 กลีบ
  4. รากผักชี (ทุบ) 2 ราก
  5. ขิงแก่ (ฝานแว่นบาง) 5 กรัม
  6. ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  7. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  8. ซุปก้อนรสหมู 1/2 ก้อน
  9. ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  10. ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  11. กระเทียมเจียว 1 ช้อนโต๊ะ
  12. พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
  13. น้ำเปล่า 5 ถ้วย

วิธีทำ

  1. หมักหมูสับ: นวดหมูสับกับซีอิ๊วขาวครึ่งช้อนโต๊ะและแป้งมัน 1 ช้อนชา หมัก 10 นาที แล้วปั้นเป็นก้อนขนาดพอดีคำ
  2. ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่า ตั้งไฟแรงจนเดือด ใส่ขิงแว่น รากผักชี และกระเทียมบุบ ลดไฟกลาง
  3. ใส่ข้าว: ใส่ข้าวสารที่ซาวแล้ว คนเบาๆ หรี่ไฟอ่อน ต้ม 15 นาทีจนข้าวบาน หมั่นคนเป็นระยะ
  4. ใส่หมูสับ: วางก้อนหมูสับลงไปทีละก้อนในหม้อ ใช้ไฟอ่อน อย่าคนจนกว่าหมูจะเซ็ตตัว (ประมาณ 3 นาที)
  5. ปรุงรส: ใส่ซุปก้อน ซีอิ๊วขาวที่เหลือ และเกลือป่น คนเบาๆ ชิมรส ปิดไฟ
  6. เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยต้นหอม ผักชี กระเทียมเจียว และพริกไทยป่น

4. โจ๊กหมู

โจ๊กหมู ต่างจากข้าวต้มตรงที่ใช้ข้าวหักหรือข้าวสารตำให้แตก เมล็ดข้าวจะละเอียดจนเป็นเนื้อเดียวกับน้ำซุป เนื้อเนียนกว่าข้าวต้มปกติ โจ๊ก เป็นอาหารที่มีประวัติยาวนานในเอเชียตั้งแต่จีนถึงไทย ย่อยง่ายเพราะแทบไม่ต้องเคี้ยว ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 25 นาที เหมาะกับเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และคนที่มีปัญหาเรื่องการเคี้ยว

ความลับของโจ๊กเนื้อเนียนคือใช้ข้าวหักแท้หรือข้าวสารที่ตำให้แตกในครกก่อนหุง อัตราส่วนข้าว 1 ส่วนต่อน้ำ 8 ส่วน และต้องหมั่นคนระหว่างต้มเพื่อไม่ให้ติดก้นหม้อ ใส่หมูสับหลังจากข้าวเริ่มข้นจะได้หมูเนื้อนุ่มไม่สุกเกิน

ส่วนผสม

  1. ข้าวหักหรือข้าวสารตำแตก 1/2 ถ้วย
  2. หมูสับไม่ติดมัน 150 กรัม
  3. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  4. ขิงแก่ (ฝานแว่นบาง) 3 ชิ้น
  5. ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  6. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  7. ซุปก้อนรสหมู 1/2 ก้อน
  8. ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  9. ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  10. ขิงซอย (สำหรับโรยหน้า) 1 ช้อนชา
  11. พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
  12. น้ำเปล่า 4 ถ้วย

วิธีทำ

  1. เตรียมข้าว: หากใช้ข้าวสารให้ตำในครกพอแตก ไม่ต้องละเอียด แช่น้ำไว้ 10 นาทีแล้วซาว
  2. ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่า กระเทียมสับ และขิงแว่น ตั้งไฟแรงจนเดือด
  3. ใส่ข้าว: ใส่ข้าวหักลงไป คนทันทีไม่ให้ข้าวติดก้น หรี่ไฟอ่อน ต้มนาน 15 นาที หมั่นคนเป็นระยะ
  4. ใส่หมูสับ: เมื่อโจ๊กเริ่มข้น ใส่หมูสับลงไป คนให้หมูกระจายทั่ว ไม่เป็นก้อน ต้มต่อ 5-7 นาทีจนหมูสุก
  5. ปรุงรส: ใส่ซุปก้อน ซีอิ๊วขาว และเกลือป่น คนให้ละลาย ชิมรส ปิดไฟ
  6. เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยต้นหอม ผักชี ขิงซอย และพริกไทยป่น

5. โจ๊กไก่

โจ๊กไก่ เป็นทางเลือกของคนที่ไม่ทานหมูหรือต้องการโปรตีนย่อยง่ายจากสัตว์ปีก เนื้ออกไก่ให้โปรตีนสูงกว่าเนื้อหมูต่อน้ำหนักเท่ากันและมีไขมันต่ำมาก น้ำซุปไก่จะออกหวานละมุน ตัดด้วยขิงซอยร้อนๆ ช่วยขับลมและเพิ่มความสดชื่น ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลาประมาณ 25 นาที

ควรใช้อกไก่สดและหั่นตามขวางลายเนื้อเพื่อให้เส้นใยกล้ามเนื้อสั้นลง เนื้อไก่จะนุ่มไม่กระด้างเมื่อสุก ระหว่างต้มให้ใช้ไฟอ่อนและไม่ต้องคนจนกว่าไก่จะสุก เพราะเนื้อไก่ที่ยังดิบจะแตกกระจายง่าย

@momcookingtasty

โจ้กไก่ก้อน 🐔🥚💕 ข้าวเนียนนุ่ม ไก่ก้อนอร่อยสุดๆ กินเป็นมื้อเช้าเพลินมากๆ 🍃 แม่ใช้ซอสเเม็กกี้สูตรกลมกล่อม เเม็กกี้ซอสหอยนางรม ปรุงอาหารได้ทุกจาน หอมอร่อย กลมกล่อม ปิดท้ายด้วยซอสเหยาะจิ้มเข้ากันทุกเมนูเลยค่า #PartnershipwithMaggi แม่ทำกับข้าวอร่อย #อร่อยบอกต่อ #tiktok #ห้องครัวtiktok

♬ เสียงต้นฉบับ – อุ้ม ประสิทธิ์ – อุ้ม ประสิทธิ์

ส่วนผสม

  1. เนื้ออกไก่ (ล้างสะอาด หั่นชิ้นพอดีคำ) 200 กรัม
  2. ข้าวหักหรือข้าวสารตำแตก 1/2 ถ้วย
  3. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  4. ขิงแก่ (ฝานแว่นบาง) 3 ชิ้น
  5. ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  6. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  7. ซุปก้อนรสไก่ 1/2 ก้อน
  8. ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  9. ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  10. ขิงซอย (สำหรับโรยหน้า) 1 ช้อนชา
  11. พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
  12. น้ำเปล่า 4 ถ้วย

วิธีทำ

  1. เตรียมไก่: ล้างอกไก่ ซับแห้งด้วยกระดาษครัว หั่นตามขวางลายเนื้อเป็นชิ้นเล็กพอดีคำ
  2. ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่า กระเทียมสับ และขิงแว่น ตั้งไฟแรงจนเดือด ลดไฟกลาง
  3. ใส่ข้าว: ใส่ข้าวหักลงไป คนไม่ให้ติดก้น หรี่ไฟอ่อน ต้มนาน 15 นาทีจนข้าวเริ่มข้นและบาน
  4. ใส่ไก่: ใส่เนื้ออกไก่ลงไป คนเบาๆ ใช้ไฟอ่อน ต้มต่อ 5-7 นาทีจนเนื้อไก่เปลี่ยนเป็นสีขาวทั่ว
  5. ปรุงรส: ใส่ซุปก้อน ซีอิ๊วขาว และเกลือป่น คนให้ละลาย ชิมรส ปิดไฟ
  6. เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยต้นหอม ผักชี ขิงซอย และพริกไทยป่น

6. แกงจืดเต้าหู้หมูสับ

แกงจืดเต้าหู้หมูสับ เป็นหนึ่งในเมนู แกงจืด ยอดนิยมของครัวไทย น้ำซุปใสที่ได้จากการต้มหมูสับและเต้าหู้ให้รสกลมกล่อมเค็มเบา หวานจากน้ำซุปธรรมชาติ เต้าหู้ไข่เนื้อนุ่มดูดซึมน้ำซุปได้ดี ยิ่งต้มนานยิ่งอร่อย ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลาประมาณ 15 นาที

เคล็ดลับน้ำแกงจืดใสคือการช้อนฟองที่ลอยขึ้นผิวน้ำเป็นระยะตั้งแต่ขั้นตอนแรก และใช้ไฟกลางค่อนอ่อนตลอดการต้ม ไม่ใช้ไฟแรงเพราะจะทำให้น้ำซุปขุ่น ใส่เต้าหู้ไข่หลังหมูสับสุกแล้วเท่านั้นเพราะเต้าหู้ไข่เนื้อนิ่มจะเละถ้าต้มนานเกิน 5 นาที

@moo_hiw

แจกสูตร แกงจืดเต้าหู้หมูสับ ซดน้ำซุปอร่อยโล่งคอทุกช้อน แกงจืด ใส่หมูสับ เต้าหู้ เน้นๆ เครื่องแน่น หมูหิว เจ๊หมูชวนหิว

♬ เสียงต้นฉบับ – หมูหิว เจ๊หมูชวนหิว – หมูหิว เจ๊หมูชวนหิว

ส่วนผสม

  1. หมูสับไม่ติดมัน 150 กรัม
  2. เต้าหู้ไข่ (หั่นท่อน 2 เซนติเมตร) 1 หลอด
  3. กระเทียมกลีบเล็ก (บุบพอแตก) 3 กลีบ
  4. รากผักชี (ทุบ) 2 ราก
  5. ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  6. ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  7. ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  8. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  9. ซุปก้อนรสหมู 1/3 ก้อน
  10. พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
  11. น้ำเปล่า 3 ถ้วย

วิธีทำ

  1. ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่า กระเทียมบุบ และรากผักชี ตั้งไฟแรงจนเดือด ลดไฟกลาง
  2. ใส่หมูสับ: ปั้นหมูสับเป็นก้อนพอดีคำ วางลงหม้อทีละก้อน รอ 2 นาทีให้หมูเซ็ตตัวก่อนคน
  3. ช้อนฟอง: ใช้ทัพพีช้อนฟองที่ลอยขึ้นผิวน้ำออกจนหมด ระหว่างนี้ไฟยังอยู่ที่ระดับกลาง
  4. ปรุงรส: ใส่ซุปก้อน ซีอิ๊วขาว และเกลือป่น คนเบาๆ
  5. ใส่เต้าหู้: ใส่เต้าหู้ไข่หั่นท่อนลงไป ต้มต่อ 3-5 นาทีด้วยไฟอ่อน ระวังอย่าให้เต้าหู้แตก
  6. เสิร์ฟ: โรยต้นหอม ผักชี และพริกไทยป่น เสิร์ฟร้อน

7. แกงจืดตำลึง

แกงจืดตำลึง เป็น แกงจืด สไตล์ไทยที่ใช้ใบตำลึงอ่อนเป็นผักหลัก ใบตำลึงมีรสหวานนุ่มเมื่อสุก ไม่มีกลิ่นเหม็นเขียวหรือรสขม อุดมด้วยวิตามินเอสูงและมีใยอาหารแบบละลายน้ำที่ย่อยง่าย น้ำซุปจะออกสีเขียวอ่อนจางๆ จากคลอโรฟิลล์ธรรมชาติของใบตำลึง ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลาประมาณ 10 นาที

เทคนิคเลือกตำลึงคือใช้ยอดอ่อนและใบอ่อนเท่านั้น ใบแก่จะมีเสี้ยนแข็งย่อยยาก ควรเด็ดเอาแต่ใบ ไม่เอาก้าน เพราะก้านตำลึงมียางและเหนียว ใส่ใบตำลึงเป็นลำดับสุดท้ายหลังจากปิดไฟแล้ว ความร้อน残留ในหม้อจะทำให้ใบตำลึงสลดพอดี สีเขียวสด ไม่ดำและไม่เหี่ยวเกิน

@pankanprung

ต้มจืดหมูก้อนใส่ตำลึง **สิ่งที่ต้องเตรียม** หมูสับ 500 กรัม พริกไทย 1 ช้อนชา รากผักชี 2 ราก กระเทียม 8 กลีบ น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา ซีอิ๊วขาว 2 ช้อน น้ำเปล่า 1,800 มล คนอร์ซุปก้อน 2 ก้อน ตำลึง 3 กำมือ เต้าหู้ไข่ 2 หลอด #ปันกันปรุง #แจ็คปันกันปรุง #ต้มจืด#อาหาร #ห้องครัวtiktok

♬ เสียงต้นฉบับ – ปันกันปรุง – ปันกันปรุง

ส่วนผสม

  1. ใบตำลึงอ่อน (เด็ดใบ ล้างสะอาด) 2 ถ้วย
  2. หมูสับไม่ติดมัน 120 กรัม
  3. กระเทียมกลีบเล็ก (บุบพอแตก) 3 กลีบ
  4. รากผักชี (ทุบ) 1 ราก
  5. ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  6. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  7. ซุปก้อนรสหมู 1/3 ก้อน
  8. กระเทียมเจียว 1 ช้อนชา
  9. พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
  10. น้ำเปล่า 3 ถ้วย

วิธีทำ

  1. ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่า กระเทียมบุบ และรากผักชี ตั้งไฟแรงจนเดือด ลดไฟกลาง
  2. ใส่หมูสับ: ปั้นหมูสับเป็นก้อนเล็ก ใส่ลงหม้อ รอ 1 นาทีให้หมูเซ็ตตัว
  3. ช้อนฟอง: ช้อนฟองออกจนน้ำซุปใส ปรุงรสด้วยซุปก้อน ซีอิ๊วขาว และเกลือป่น
  4. ปิดไฟใส่ตำลึง: ปิดไฟเตา ใส่ใบตำลึงทั้งหมดลงในหม้อ ใช้ตะหลิวคนเบาๆ 1-2 ครั้ง ความร้อนจะทำให้ใบตำลึงสลดพอดีใน 30 วินาที
  5. เสิร์ฟ: ตักใส่ชามทันที โรยกระเทียมเจียวและพริกไทยป่น ไม่ควรตั้งทิ้งไว้นานเพราะใบตำลึงจะคล้ำ

8. แกงจืดฟักหมูสับ

แกงจืดฟักหมูสับ เป็นแกงจืดที่ใช้ฟักแก่ปอกเปลือกหั่นชิ้น เนื้อฟักเมื่อต้มสุกจะนุ่มใส อมน้ำซุปและให้รสหวานธรรมชาติแบบอ่อนๆ ทำให้ไม่ต้องเติมน้ำตาล ฟักมีปริมาณน้ำสูงจึงช่วยเพิ่มความสดชื่นและมีแคลอรีต่ำมาก ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 20 นาที

วิธีหั่นฟักให้สุกพอดีและไม่เละคือหั่นเป็นชิ้นสามเหลี่ยมหนาประมาณ 2 เซนติเมตร ถ้าหั่นบางเกินไปฟักจะเละ ถ้าหนาเกินไปจะใช้เวลาต้มนานจนน้ำซุปขุ่น และต้องหั่นฟักให้ขนาดเท่ากันทุกชิ้นเพื่อให้สุกพร้อมกัน

ส่วนผสม

  1. ฟักแก่ (ปอกเปลือก หั่นชิ้นหนา 2 เซนติเมตร) 300 กรัม
  2. หมูสับไม่ติดมัน 150 กรัม
  3. กระเทียมกลีบเล็ก (บุบพอแตก) 3 กลีบ
  4. รากผักชี (ทุบ) 2 ราก
  5. ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  6. ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  7. ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  8. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  9. ซุปก้อนรสหมู 1/3 ก้อน
  10. พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
  11. กระเทียมเจียว 1 ช้อนชา
  12. น้ำเปล่า 3 ถ้วย

วิธีทำ

  1. เตรียมฟัก: ปอกเปลือกฟักแก่ คว้านเมล็ดออก หั่นเป็นชิ้นสามเหลี่ยมหนา 2 เซนติเมตร ล้างน้ำ
  2. ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่า ใส่กระเทียมบุบและรากผักชี ตั้งไฟแรงจนเดือด
  3. ใส่ฟัก: ใส่ฟักลงไป หรี่ไฟกลาง ต้ม 7-8 นาทีจนฟักเริ่มใสและนิ่มเมื่อใช้ส้อมจิ้ม
  4. ใส่หมูสับ: ปั้นหมูสับเป็นก้อน ใส่ลงหม้อ รอ 2 นาทีจนหมูเซ็ตตัว
  5. ปรุงรส: ใส่ซุปก้อน ซีอิ๊วขาว และเกลือป่น ช้อนฟองออก ชิมรส
  6. เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยต้นหอม ผักชี กระเทียมเจียว และพริกไทยป่น

9. แกงจืดวุ้นเส้น

แกงจืดวุ้นเส้น หรือที่เรียกอีกชื่อว่า “แกงร้อน” เป็นแกงจืดใสที่ใส่ วุ้นเส้น ลงไปดูดซึมน้ำซุปจนอวบนุ่ม วุ้นเส้นทำจากถั่วเขียว ให้คาร์โบไฮเดรตแบบย่อยง่ายและไม่มีกลูเตน เนื้อสัมผัสลื่นนุ่ม ซดคล่องคอพร้อมน้ำซุป ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลาประมาณ 12 นาที

วุ้นเส้นต้องแช่น้ำเย็น 10 นาทีก่อนใช้แล้วตัดเป็นท่อนสั้นประมาณ 10 เซนติเมตร ห้ามแช่น้ำร้อนเพราะจะพองตัวมากเกินและเละเมื่อต้มอีกครั้ง ใส่วุ้นเส้นเป็นลำดับสุดท้าย ต้มแค่ 2 นาทีพอดีเพื่อให้วุ้นเส้นดูดซึมน้ำซุปและยังมีความเด้งนิดๆ

@krua.pa.pleon

ต้มจืดวุ้นเส้นสูตรโบราณ🍃 เมนูในความทรงจำที่อร่อยมาก ❤️ 🥣ส่วนผสม • น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ • กระเทียบสับ 2 ช้อนโต๊ะ • หมูสับ 300 กรัม • กุ้งแห้ง (แช่น้ำจนนิ่ม) 50 กรัม • ปลาหมึกแห้ง (แช่น้ำจนนิ่ม) 50 กรัม • รากผักชี 3 ราก • เห็ดหูหนู 100 กรัม • ขึ้นฉ่าย 2 ต้น • ซุปไก่ก้อน 1 ก้อน • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ • น้ำสะอาด 1500 มล. • ชุดต้มจืด 1 ชุด (ในชุดจะมีฟองเต้าหู้,ดอกไม้จีน,เห็ดหอม,สาหร่าย,วุ้นเส้นมาให้อย่างละนิด) สามารถซื้อฟองเต้าหู้และวุ้นเส้นมาใส่เพิ่มได้ ในคลิปเพิ่มวุ้นเส้นห่อละ 80 กรัม 2 ห่อ และฟองเต้าหู้ 1 ห่อ #ต้มจืดวุ้นเส้นโบราณ #ต้มจืด #เมนูอาหาร #ห้องครัวtiktok #tiktokทําอาหาร #tiktokพากิน #tiktokfood #ครัวพาเพลิน

♬ วันทั้งวันฉันเพ้อถึงแต่เธอ – ฮันเตอร์

ส่วนผสม

  1. วุ้นเส้น (แช่น้ำเย็น 10 นาที ตัดท่อน) 80 กรัม
  2. หมูสับไม่ติดมัน 150 กรัม
  3. กระเทียมกลีบเล็ก (บุบพอแตก) 3 กลีบ
  4. รากผักชี (ทุบ) 2 ราก
  5. ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  6. ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  7. ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  8. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  9. ซุปก้อนรสหมู 1/3 ก้อน
  10. พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
  11. กระเทียมเจียว 1 ช้อนชา
  12. น้ำเปล่า 3 ถ้วย

วิธีทำ

  1. เตรียมวุ้นเส้น: แช่วุ้นเส้นในน้ำเย็นสะอาด 10 นาทีจนนิ่ม ตัดด้วยกรรไกรเป็นท่อน 10 เซนติเมตร พักไว้ในกระชอน
  2. ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่า กระเทียมบุบ และรากผักชี ตั้งไฟแรงจนเดือด
  3. ใส่หมูสับ: ปั้นหมูสับเป็นก้อนเล็ก ใส่ลงหม้อ รอให้หมูสุก 3-4 นาที ช้อนฟองออก
  4. ปรุงรส: ใส่ซุปก้อน ซีอิ๊วขาว และเกลือป่น คนให้ละลาย
  5. ใส่วุ้นเส้น: ใส่วุ้นเส้นลงไป ใช้ตะเกียบหรือทัพพีคนให้วุ้นเส้นกระจาย ต้ม 2 นาที ปิดไฟ
  6. เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยต้นหอม ผักชี กระเทียมเจียว และพริกไทยป่น

10. ต้มจืดมะระยัดไส้

ต้มจืดมะระยัดไส้ เป็นแกงจืดชนิดหนึ่งที่ใช้มะระจีนยัดไส้หมูสับปรุงรส มะระจีนต่างจากมะระไทยตรงที่มีรสขมอ่อนและเนื้อหนากรอบ เมื่อต้มสุกความขมจะลดลงเหลือเพียงรสขมปลายลิ้นที่ตัดกับความหวานของหมูสับและน้ำซุปอย่างลงตัว ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลาประมาณ 35 นาที

ลดความขมของมะระด้วยการคลุกเกลือแล้วขยำเบาๆ ทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วล้างออก หรือลวกในน้ำเดือด 1-2 นาทีแล้วแช่น้ำเย็นทันที อีกวิธีคือใช้ช้อนคว้านไส้ในและเยื่อขาวที่ติดเมล็ดออกให้หมด เพราะความขมส่วนใหญ่จะอยู่ที่เยื่อขาวนี้

ส่วนผสม

  1. มะระจีน (หั่นท่อน 3 เซนติเมตร คว้านไส้ออก ลดความขม) 1 ผล (ประมาณ 300 กรัม)
  2. หมูสับไม่ติดมัน 200 กรัม
  3. วุ้นเส้น (แช่น้ำ ตัดท่อน 1 เซนติเมตร) 30 กรัม
  4. กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
  5. รากผักชีสับ 1/2 ช้อนชา
  6. ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  7. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  8. ซุปก้อนรสหมู 1/2 ก้อน
  9. ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  10. ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  11. กระเทียมเจียว 1 ช้อนชา
  12. พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
  13. น้ำเปล่า 4 ถ้วย

วิธีทำ

  1. เตรียมมะระ: หั่นมะระเป็นท่อน 3 เซนติเมตร คว้านไส้และเยื่อขาวออกให้หมด คลุกเกลือ ขยำเบาๆ แช่ทิ้งไว้ 10 นาที ล้างน้ำสะอาด สะเด็ด
  2. ทำไส้หมูสับ: ผสมหมูสับ วุ้นเส้นตัดสั้น กระเทียมสับ รากผักชีสับ ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ และพริกไทยป่นเล็กน้อย นวดจนเข้ากัน
  3. ยัดไส้: ยัดไส้หมูสับลงในท่อนมะระ กดให้แน่นพอประมาณ ไม่ต้องอัดแน่นเกินเพราะหมูสับจะพองตัวเมื่อสุก
  4. ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่า ตั้งไฟแรงจนเดือด ใส่ซุปก้อนและซีอิ๊วขาวที่เหลือ
  5. ต้ม: ค่อยๆ หย่อนท่อนมะระลงหม้อ หรี่ไฟกลาง ต้ม 20-25 นาทีจนมะระนิ่มและหมูสับสุกทั่ว
  6. ปรุงรส: เติมเกลือป่นตามชอบ ช้อนฟองออกถ้ามี
  7. เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยต้นหอม ผักชี กระเทียมเจียว และพริกไทยป่น

11. ไข่ตุ๋น

ไข่ตุ๋น เป็นเมนูไข่นึ่งสไตล์ไทยที่ได้เนื้อเนียนละเอียด เนื้อสัมผัสนุ่มเด้งเหมือนพุดดิ้ง รสเค็มเบาหวานนิดจากซีอิ๊วขาว ไข่เป็นแหล่งโปรตีนที่ย่อยง่ายที่สุด ร่างกายดูดซึมได้เร็วกว่าโปรตีนจากเนื้อสัตว์มาก ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 20 นาที

ความลับของไข่ตุ๋นเนื้อเนียนไร้รูพรุนคืออัตราส่วนน้ำซุปต่อไข่ที่ 1.5 ต่อ 1 และการกรองไข่ด้วยกระชอนตาถี่ก่อนนึ่ง ฟองอากาศที่เกิดขึ้นระหว่างตีไข่คือสาเหตุที่ทำให้หน้าไข่ตุ๋นเป็นหลุม ระหว่างนึ่งต้องใช้ไฟอ่อนมากและห้ามเปิดฝาซึ้งระหว่างนึ่ง อีกเคล็ดลับคือปิดฝาชามด้วยฟอยล์หรือผ้าขาวบางเพื่อไม่ให้หยดน้ำจากฝาซึ้งหล่นใส่หน้าไข่

ส่วนผสม

  1. ไข่ไก่ 2 ฟอง
  2. น้ำซุปไก่หรือน้ำเปล่าผสมซุปก้อน 1/4 ก้อน 3 ช้อนโต๊ะ
  3. ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ
  4. เกลือป่น 1 หยิบมือ
  5. ต้นหอมซอย 1 ช้อนชา
  6. พริกไทยป่น 1 หยิบมือ

วิธีทำ

  1. ผสมไข่: ตอกไข่ใส่ชาม ตีเบาๆ ด้วยตะเกียบหรือส้อม อย่าตีแรงจนเกิดฟองมาก
  2. ผสมน้ำซุป: ละลายซุปก้อนกับน้ำร้อน พักให้อุ่น ห้ามใช้น้ำร้อนจัดเพราะไข่จะสุกเป็นเส้น
  3. รวมกัน: เทน้ำซุปอุ่น ซีอิ๊วขาว และเกลือลงในไข่ คนเบาๆ จนเข้ากัน
  4. กรอง: กรองส่วนผสมไข่ผ่านกระชอนตาถี่ลงในชามสำหรับนึ่ง ใช้ช้อนตักฟองที่ลอยอยู่ออก
  5. ปิดชาม: ปิดปากชามด้วยฟอยล์ให้ตึง ไม่ให้หยดน้ำจากฝาซึ้งหล่นใส่
  6. นึ่ง: ใส่ในลังถึงน้ำเดือดที่มีไฟอ่อนมาก นึ่งนาน 12-15 นาทีจนไข่เซ็ตตัว (ทดสอบโดยการเขย่าเบาๆ เนื้อไข่ควรกระเพื่อมเล็กน้อยตรงกลาง)
  7. เสิร์ฟ: เปิดฟอยล์ โรยต้นหอมซอยและพริกไทยป่น เสิร์ฟร้อน

12. ไข่ตุ๋นทรงเครื่อง

ไข่ตุ๋นทรงเครื่อง เป็นไข่ตุ๋นที่เพิ่มเนื้อสัตว์ลงไปให้มีรสชาติและโปรตีนมากขึ้น ใส่หมูสับ กุ้ง หรือปูอัด ทำให้ได้ทั้งเนื้อเนียนของไข่ตุ๋นและรสหวานจากเนื้อสัตว์ในคำเดียวกัน นิยมเสิร์ฟเป็นมื้อเช้าหรือมื้อเย็นเบาๆ ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 25 นาที

เทคนิคให้เนื้อสัตว์ไม่จมอยู่ก้นชามคือการผัดหมูสับหรือเนื้อสัตว์ให้สุกก่อนแล้วใส่ลงไปตอนไข่ตุ๋นเริ่มเซ็ตตัว (ประมาณนาทีที่ 8 ของการนึ่ง) เนื้อสัตว์จะอยู่กระจายทั่วไข่ตุ๋น ไม่จมลงก้น หรืออีกวิธีคือวางเนื้อสัตว์สุกไว้ด้านล่างของชามก่อนเทไข่กรองลงไป

ส่วนผสม

  1. ไข่ไก่ 2 ฟอง
  2. น้ำซุปไก่หรือน้ำเปล่าผสมซุปก้อน 1/4 ก้อน 3 ช้อนโต๊ะ
  3. หมูสับ (ผัดสุก) 50 กรัม
  4. กุ้งสด (แกะเปลือก สับหยาบ ผัดสุก) 30 กรัม
  5. ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ
  6. เกลือป่น 1 หยิบมือ
  7. เห็ดหอมแห้ง (แช่น้ำ หั่นเส้น) 1 ดอก
  8. ต้นหอมซอย 1 ช้อนชา
  9. พริกไทยป่น 1 หยิบมือ

วิธีทำ

  1. เตรียมหน้าทรงเครื่อง: ผัดหมูสับกับน้ำมันเล็กน้อยด้วยไฟกลางจนสุก ใส่กุ้งสับ ผัดต่อ 1 นาที ใส่ซีอิ๊วขาวนิดหน่อย พักให้เย็น
  2. ผสมไข่: ตอกไข่ใส่ชาม ตีเบาๆ ด้วยตะเกียบ ไม่ให้เกิดฟองมาก
  3. ผสมน้ำซุป: ละลายซุปก้อนกับน้ำร้อน พักให้อุ่น เทใส่ไข่ พร้อมซีอิ๊วขาวและเกลือ คนเบาๆ
  4. กรอง: กรองไข่ผ่านกระชอนตาถี่ลงในชามนึ่ง ตักฟองออก
  5. ใส่หน้าทรงเครื่อง: ใส่เห็ดหอมแช่น้ำแล้วลงก่อน ตามด้วยหมูสับและกุ้งสับที่ผัดแล้วให้กระจายทั่ว
  6. ปิดและนึ่ง: ปิดชามด้วยฟอยล์ นึ่งในลังถึงไฟอ่อน 15-18 นาที
  7. เสิร์ฟ: โรยต้นหอมซอยและพริกไทยป่น เสิร์ฟร้อน

13. ข้าวต้มปลากะพง

ข้าวต้มปลากะพง เป็นข้าวต้มปลาพรีเมียมที่ใช้ปลากะพงขาวสด เนื้อปลากะพงแน่น หวาน และมีไขมันแทรกน้อยมาก เมื่อต้มสุกแล้วเนื้อยังคงเป็นชิ้นสวยไม่แตกกระจาย น้ำซุปจะหอมหวานจากกระดูกปลา ข้าวบานนุ่มนวล ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 30 นาที

ใช้กระดูกปลากะพงต้มน้ำซุปก่อน 10 นาทีจะได้น้ำซุปหวานธรรมชาติที่ไม่ต้องพึ่งซุปก้อน ข้อสำคัญคืออย่าใช้ไฟแรงเกินเพราะกระดูกปลาจะขุ่นและน้ำซุปจะมีสีคล้ำ กรองน้ำซุปด้วยกระชอนตาถี่ก่อนนำไปต้มข้าวเพื่อให้ได้น้ำซุปใสสะอาด

ส่วนผสม

  1. เนื้อปลากะพงขาว (หั่นชิ้นหนา 1.5 เซนติเมตร) 200 กรัม
  2. กระดูกปลากะพง (สำหรับต้มน้ำซุป) 100 กรัม
  3. ข้าวสารหอมมะลิ (ซาวน้ำ) 1/2 ถ้วย
  4. ขิงแก่ (ฝานแว่นบาง) 5 กรัม
  5. กระเทียมกลีบเล็ก (บุบพอแตก) 3 กลีบ
  6. รากผักชี (ทุบ) 2 ราก
  7. ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  8. ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  9. คื่นช่ายหั่นท่อน 1 ช้อนโต๊ะ
  10. ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  11. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  12. น้ำปลาอย่างดี 1/2 ช้อนชา
  13. กระเทียมเจียว 1 ช้อนชา
  14. พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
  15. น้ำเปล่า 6 ถ้วย

วิธีทำ

  1. เตรียมน้ำซุปปลา: ใส่น้ำเปล่า 6 ถ้วย ใส่กระดูกปลากะพง ขิงแว่น และรากผักชี ตั้งไฟกลาง เคี่ยวนาน 10 นาที
  2. กรองน้ำซุป: กรองน้ำซุปด้วยกระชอนตาถี่ แยกน้ำซุปใสเก็บไว้ ทิ้งกาก
  3. ต้มข้าว: ใส่น้ำซุปปลาที่กรองแล้วลงหม้อ ตั้งไฟแรงจนเดือด ใส่ข้าวสาร หรี่ไฟอ่อน ต้ม 15 นาทีจนข้าวบาน
  4. เตรียมปลา: หั่นเนื้อปลากะพงเป็นชิ้นหนา 1.5 เซนติเมตร ล้างน้ำเกลือเบาๆ ซับแห้ง
  5. ใส่ปลา: ใส่ชิ้นปลาลงในหม้อ เรียงให้กระจายไม่ซ้อนกัน ใช้ไฟอ่อน รอ 3-4 นาทีจนเนื้อปลาเปลี่ยนเป็นสีขาวทึบ
  6. ปรุงรส: ใส่ซีอิ๊วขาว เกลือป่น และน้ำปลา คนเบาๆ ปิดไฟ
  7. เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยต้นหอม ผักชี คื่นช่าย กระเทียมเจียว และพริกไทยป่น

14. ต้มยำปลาน้ำใส

ต้มยำปลาน้ำใส เป็นต้มยำแบบไม่ใส่กะทิและไม่ใส่น้ำพริกเผา เน้นน้ำซุปใสที่ได้รสเปรี้ยวจากมะนาว เผ็ดอ่อนจากพริกสด และหอมจากข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด เนื้อปลาที่ใช้ควรเป็นปลาเนื้อขาวที่แน่นไม่เละง่าย ต่างจากต้มยำกุ้งที่หลายคนคุ้นเคย ต้มยำปลาน้ำใสมีรสชาติเบากว่าและย่อยง่ายกว่า ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 20 นาที

ไม่ต้องใส่น้ำพริกเผาเพื่อคงความใสของน้ำซุป ถ้าต้องการความหอมเพิ่มให้ใช้น้ำมันกระเทียมเจียวหยอดตอนเสิร์ฟ ใส่ปลาทีหลังเครื่องสมุนไพรเพื่อไม่ให้เนื้อปลาเละ และบีบมะนาวหลังปิดไฟเพื่อไม่ให้รสเปรี้ยวเปลี่ยนเป็นขมจากความร้อน

@jmay_cooking1688

ต้มยำปลาน้ำใส ใส่ใบกระเพรา เนื้อปลาสดหวาน หอมกระเพรา เผ็ดร้อนด้วยพริกแห้งและพริกขี้หนู เปรี้ยว เค็ม เผ็ดแซ่บๆๆจ้าา#ครัวtiktok #tiktokพาชิม #อร่อยบอกต่อ #tiktokuni #tiktokfood #เมนูประจําวัน #longervideos #ต้มยํา #ต้มยําปลา #ต้มยําปลาน้ําใส #ปลา #ปลาทับทิม @Jmay cooking @Jmay cooking @Jmay cooking

♬ เสียงต้นฉบับ – Jmay cooking – Jmay cooking

ส่วนผสม

  1. เนื้อปลากะพงหรือปลานิล (หั่นชิ้นหนา 2 เซนติเมตร) 250 กรัม
  2. ตะไคร้ (ทุบ หั่นท่อน) 2 ต้น
  3. ข่าแก่ (ฝานแว่นบาง) 5 แว่น
  4. ใบมะกรูด (ฉีกก้านกลางออก) 4 ใบ
  5. หอมแดง (บุบพอแตก) 3 หัว
  6. พริกขี้หนูสวน (บุบพอแตก) 5 เม็ด
  7. มะนาว (คั้นน้ำ) 2 ช้อนโต๊ะ
  8. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  9. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  10. ผักชีฝรั่งซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  11. ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  12. น้ำเปล่า 4 ถ้วย

วิธีทำ

  1. ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่า ตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด และหอมแดง ตั้งไฟแรงจนเดือด ลดไฟกลาง ต้ม 5 นาทีเพื่อให้น้ำซุปหอม
  2. ใส่ปลา: ใส่เนื้อปลาลงไป หรี่ไฟอ่อน ต้มประมาณ 5-6 นาทีจนเนื้อปลาสุกเป็นสีขาวทั่ว
  3. ปรุงรส: ใส่น้ำปลาและเกลือป่น คนเบาๆ ชิมรสตามชอบ ใส่พริกขี้หนูบุบ
  4. ปิดไฟใส่มะนาว: ปิดไฟ ยกลงจากเตา ค่อยๆ เติมน้ำมะนาว คนเบาๆ (ห้ามใส่มะนาวตอนไฟยังติดเพราะจะขม)
  5. เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยผักชีฝรั่งและต้นหอม เสิร์ฟร้อน

15. ปลานึ่งซีอิ๊ว

ปลานึ่งซีอิ๊ว เป็นเมนูนึ่งสไตล์จีนที่นิยมใช้ปลากะพงหรือปลาเก๋า ปลาทั้งตัวถูกนึ่งบนจานที่รองด้วยขิงและต้นหอม ราดซีอิ๊วร้อนจัดหลังนึ่งเสร็จ เนื้อปลาจะหวานนุ่ม ซีอิ๊วร้อนเมื่อสัมผัสน้ำมันงาจะส่งกลิ่นหอมฟุ้งทันที เป็นเมนูที่เน้นความสดของปลาอย่างแท้จริง ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลาประมาณ 25 นาที

การนึ่งปลาทั้งตัวให้สุกพอดีทั่วถึงคือใช้ตะเกียบรองใต้ตัวปลาเพื่อให้ไอน้ำหมุนเวียนใต้ท้องปลา ระยะเวลานึ่งขึ้นกับขนาดปลา ปลา 500 กรัมใช้เวลาประมาณ 12-15 นาที ทดสอบสุกด้วยการใช้ปลายตะเกียบจิ้มเนื้อส่วนที่หนาที่สุด ถ้าเนื้อร่อนออกจากก้างง่ายแสดงว่าสุก

ส่วนผสม

  1. ปลากะพงขาว (ขอดเกล็ด ควักไส้ ล้าง บั้งเป็นร่อง) 1 ตัว (500 กรัม)
  2. ขิงแก่ (ซอยเส้นบาง) 20 กรัม
  3. ต้นหอม (ซอยเส้นยาว 5 เซนติเมตร) 3 ต้น
  4. ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  7. น้ำมันงา 1 ช้อนชา
  8. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  9. พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
  10. เกลือป่น (สำหรับขยี้ปลา) 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. เตรียมปลา: ล้างปลาให้สะอาด ขยี้เกลือให้ทั่วตัวปลาเพื่อลดกลิ่นคาว ล้างออก ซับแห้ง บั้งเนื้อปลาทั้งสองข้างเป็นร่องตื้น
  2. จัดจานนึ่ง: วางตะเกียบ 2 คู่ขวางบนจานนึ่ง วางขิงซอยครึ่งหนึ่งบนตะเกียบ วางปลาลงบนขิง
  3. นึ่ง: ตั้งน้ำในลังถึงให้เดือดจัด วางจานปลาลงไป ปิดฝา นึ่งด้วยไฟแรง 12-15 นาที
  4. เตรียมซอส: ผสมซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย น้ำตาลทราย และพริกไทยป่น คนจนน้ำตาลละลาย
  5. ตรวจปลา: เปิดฝา ใช้ตะเกียบจิ้มส่วนหนาที่สุดของปลา ถ้าเนื้อร่อนจากก้างและเป็นสีขาวทึบ ไม่ใส นำออกจากลังถึง
  6. ราดซอส: เทน้ำที่ออกจากตัวปลาบนจานทิ้ง ราดซอสที่ผสมไว้บนตัวปลา
  7. เจียวน้ำมัน: ตั้งน้ำมันพืชในกระทะให้ร้อนจนควันขึ้น โรยขิงซอยที่เหลือและต้นหอมบนตัวปลา ราดน้ำมันร้อนจัดลงไป
  8. เสิร์ฟ: หยดน้ำมันงาเล็กน้อย เสิร์ฟทันที

16. ปลากะพงนึ่งมะนาว

ปลากะพงนึ่งมะนาว เป็นเมนูนึ่งปลาสไตล์ไทยที่เน้นรสเปรี้ยวนำ ตามด้วยเผ็ดเล็กน้อยและเค็มกลมกล่อมจากกระเทียมและพริกสด น้ำซุปที่ได้จากน้ำมะนาวและน้ำปลาจะเคลือบเนื้อปลาไว้ พร้อมกลิ่นหอมของกระเทียมสับละเอียดที่จัดวางบนตัวปลา เป็นเมนูที่ทั้งย่อยง่ายและมีรสชาติจัดจ้านถูกปากคนไทย ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลาประมาณ 25 นาที

เคล็ดลับความจัดจ้านคือการตำกระเทียม พริก และน้ำตาลปี๊บให้ละเอียด แล้วผสมกับน้ำมะนาวและน้ำปลา ราดบนปลาหลังนึ่งสุกใหม่ๆ ร้อนๆ น้ำยำจะซึมเข้าเนื้อปลาได้ดี ใช้มะนาวสดและบีบตอนจะกินเท่านั้น ถ้าบีบมะนาวแล้วทิ้งไว้นานรสจะเปลี่ยน

@tamaengaroijang

ทำเองอร่อยจัง มาแล้วจ้าวันนี้แอดมี ปลากะพงนึ่งมะนาว นึ่งแบบง่ายๆ อร่อย จัดจ้าน เนื้อปลากะพงกับน้ำราดเข้ากันได้ดีมาก กินคู่กับกะหล่ำปลีนึ่ง ที่รองตัวปลากะพง คือเข้ากันที่สุดค่ะ ใครชอบกินปลานึ่งมะนาว ลองสูตรนี้ได้เลยนะคะ อร่อย ส่วนผสมดูในคอมเม้นน๊า วันนี้ ปลากะพงนึ่งมะนาว แอดใช้หม้อนึ่งปลาทรงรี ได้มาแล้วใช้คุ้มมากๆค่ะ ปลาตัวใหญ่ๆนึ่งได้สบาย ปลาสวย ไม่ต้องหั่น หางไม่ต้องหัก แถมใช้ได้กับเตาทุกประเภทด้วยนะคะ #ทําเองอร่อยจัง #เข้าครัวtiktok ทำอาหาร #สูตรอาหาร #tiktokอาหารทําเอง #easyrecipes #ปลากะพงนึ่งมะนาว #อร่อยบอกต่อ #tiktokthailand

♬ เสียงต้นฉบับ – Tamaengaroijang – Tamaengaroijang

ส่วนผสม

  1. ปลากะพงขาว (ขอดเกล็ด ควักไส้ บั้ง) 1 ตัว (500 กรัม)
  2. กระเทียมกลีบเล็ก (สับละเอียด) 10 กลีบ
  3. พริกขี้หนูสวน (ซอยละเอียด) 10 เม็ด
  4. น้ำมะนาวสด 3 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำปลา 2 1/2 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนชา
  7. ตะไคร้ (ทุบ หั่นท่อน) 1 ต้น
  8. ใบมะกรูด (ฉีก) 3 ใบ
  9. เกลือ (สำหรับขยี้ปลา) 1/2 ช้อนชา
  10. มะนาวฝานแว่น (สำหรับตกแต่ง) 2-3 แว่น

วิธีทำ

  1. เตรียมปลา: ล้างปลา ขยี้เกลือให้ทั่ว ล้างออก ซับแห้ง บั้งเนื้อทั้งสองข้าง
  2. จัดจานนึ่ง: วางตะไคร้ทุบและใบมะกรูดในจานนึ่ง วางปลาลงด้านบน
  3. นึ่ง: นึ่งในลังถึงน้ำเดือดไฟแรง 12-15 นาทีจนปลาสุก
  4. ทำน้ำยำ: ตำกระเทียมและพริกขี้หนูให้ละเอียด ใส่น้ำตาลปี๊บ ตามด้วยน้ำปลาและน้ำมะนาว คนให้เข้ากัน ชิมรส
  5. ราดน้ำยำ: นำปลาออกจากลังถึง เทน้ำที่ออกจากปลาทิ้ง ราดน้ำยำบนตัวปลาทันทีขณะร้อน
  6. เสิร์ฟ: วางมะนาวฝานแว่นข้างจาน เสิร์ฟร้อน

17. อกไก่นึ่ง

อกไก่นึ่ง เป็นเมนูคลีนที่ง่ายที่สุดในลิสต์นี้ ใช้อกไก่ปรุงรสเบาๆ แล้วนึ่งจนสุก ได้เนื้อไก่ที่นุ่มชุ่มฉ่ำ ตรงข้ามกับอกไก่ต้มที่มักแห้งกระด้าง อกไก่เป็นแหล่งโปรตีนลีนสูงสุด มีไขมันต่ำกว่าเนื้อสัตว์เกือบทุกชนิด ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลาประมาณ 15 นาที

ความลับของอกไก่นึ่งไม่ให้แห้งคือหมักกับซีอิ๊วขาวและน้ำมันงาก่อนนึ่ง 10-15 นาที และนึ่งด้วยไฟกลางค่อนอ่อน ไม่ใช่ไฟแรง เวลานึ่งประมาณ 10-12 นาทีสำหรับอกไก่หนา 2 เซนติเมตร ใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิภายในให้ได้ 74 องศาเซลเซียส ถ้าไม่มีให้ใช้ปลายมีดจิ้มกลางชิ้นหนาสุด ดูน้ำที่ออกมาจากเนื้อต้องเป็นใส ไม่ใช่สีชมพู

ส่วนผสม

  1. อกไก่ไม่ติดหนัง (ล้าง ซับแห้ง) 1 ชิ้น (250 กรัม)
  2. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  3. น้ำมันงา 1/2 ช้อนชา
  4. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  5. พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
  6. ขิงแก่ (ซอยเส้นบาง) 10 กรัม
  7. ต้นหอม (ซอยเส้นยาว) 1 ต้น
  8. กระเทียมสับ 1 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. หมักไก่: หมักอกไก่ด้วยซีอิ๊วขาว น้ำมันงา เกลือ และพริกไทยป่น นวดเบาๆ ให้น้ำซึมเข้าเนื้อ หมัก 15 นาที
  2. จัดจานนึ่ง: วางอกไก่บนจานนึ่ง โรยขิงซอยและกระเทียมสับบนเนื้อไก่
  3. นึ่ง: นึ่งในลังถึงน้ำเดือดด้วยไฟกลาง 10-12 นาที (ขึ้นกับความหนาของอกไก่)
  4. เช็คสุก: ใช้ปลายมีดจิ้มกลางชิ้นไก่ น้ำที่ออกต้องใส ไม่มีสีชมพู
  5. พักเนื้อ: นำอกไก่ออกจากลังถึง พัก 3 นาทีก่อนหั่น เพื่อให้น้ำในเนื้อกระจายตัวกลับ
  6. เสิร์ฟ: หั่นตามขวางลายเนื้อเป็นชิ้นหนา 1 เซนติเมตร โรยต้นหอมซอย เสิร์ฟคู่กับข้าวสวยร้อน น้ำจิ้มซีฟู้ด หรือซีอิ๊วขาวพริก

18. ผัดผักบุ้งน้ำมันหอย

ผัดผักบุ้งน้ำมันหอย เป็น ผัดผักบุ้ง แบบจีนที่ใช้น้ำมันหอยเป็นตัวปรุงหลัก เส้นผักบุ้งกรอบสีเขียวสด เคลือบด้วยซอสน้ำมันหอยมันวาว กระเทียมหอมเจียวกรอบ ผิดกับผักบุ้งไฟแดงที่เผ็ดจัด น้ำมันหอยให้รสหวานนัวกลมกล่อมไม่เผ็ด ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 8 นาที

ผักบุ้งที่ใช้ควรล้างแล้วสะเด็ดน้ำให้แห้งสนิท ถ้ามีน้ำติดมากจะทำให้ผัดแฉะและไม่หอมกระทะ ใช้กระทะไฟแรงที่สุด ใส่น้ำมันรอจนควันขึ้นก่อนใส่กระเทียม ผัดแค่ 1-2 นาทีพอดีเพื่อให้ผักบุ้งสลดแต่ยังกรอบ ไม่เหี่ยวเกิน

ส่วนผสม

  1. ผักบุ้งไทย (เด็ดเป็นท่อน ล้าง สะเด็ดน้ำให้แห้งสนิท) 300 กรัม
  2. น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
  3. กระเทียมกลีบใหญ่ (สับหยาบ) 5 กลีบ
  4. พริกขี้หนูสวน (บุบพอแตก) 3 เม็ด
  5. น้ำมันพืช 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  6. ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนชา
  7. น้ำตาลทราย 1/4 ช้อนชา
  8. น้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะ
  9. น้ำปลา 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. ผัดกระเทียม: ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพืช ใช้ไฟแรงจนน้ำมันร้อนจัด ใส่กระเทียมสับ ผัดจนเหลืองหอม (ประมาณ 20 วินาที)
  2. ใส่พริก: ใส่พริกขี้หนู ผัดเร็ว 10 วินาที
  3. ใส่ผักบุ้ง: เร่งไฟแรงที่สุด ใส่ผักบุ้งทั้งหมด ผัดพลิกเร็วๆ ด้วยตะหลิว 30 วินาที
  4. ปรุงรส: ใส่น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย และน้ำปลา สาดน้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะรอบขอบกระทะเพื่อสร้างไอน้ำ
  5. ผัดต่อ: ผัดเร็วอีก 30 วินาทีจนซอสเคลือบผักบุ้งทั่วและผักบุ้งสลดลงเล็กน้อยแต่ยังเขียวสด
  6. เสิร์ฟ: ตักใส่จานทันที ไม่ควรทิ้งไว้ในกระทะเพราะความร้อน残留จะทำให้ผักบุ้งสุกเกิน

19. ผัดฟักทองใส่ไข่

ผัดฟักทองใส่ไข่ เป็นเมนูบ้านๆ แบบไทยที่ ฟักทอง ถูกหั่นเป็นชิ้นบางแล้วผัดกับไข่ เนื้อฟักทองนุ่มหวาน ไข่เคลือบชิ้นฟักทองเป็นแผ่นบาง รสเค็มหวานกลมจากน้ำมันหอย ตัดกับกระเทียมหอมเจียวและพริกไทยอ่อน ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 12 นาที

หั่นฟักทองเป็นชิ้นหนาประมาณครึ่งเซนติเมตรและยาว 3-4 เซนติเมตร ถ้าหั่นหนาเกินไปฟักทองจะไม่สุก วิธีทดสอบว่าฟักทองสุกพอคือใช้ปลายตะหลิวสะกิดชิ้นฟักทอง ถ้านิ่มและแตกง่ายก็ใช้ได้ ก่อนใส่ไข่ต้องแน่ใจว่าฟักทองสุกดีแล้วเพราะไข่สุกเร็วกว่าฟักทองมาก

ส่วนผสม

  1. ฟักทองแก่ (ปอกเปลือก หั่นชิ้นบาง 0.5 เซนติเมตร) 250 กรัม
  2. ไข่ไก่ 2 ฟอง
  3. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  4. น้ำมันหอย 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  5. ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำตาลทราย 1/4 ช้อนชา
  7. น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
  8. น้ำมันพืช 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  9. พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
  10. ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ผัดกระเทียม: ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพืช ใช้ไฟกลาง ใส่กระเทียมสับ ผัดจนหอมเหลือง
  2. ผัดฟักทอง: ใส่ฟักทองลงไป ผัด 2-3 นาทีจนฟักทองเริ่มนิ่ม เติมน้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะ
  3. ปรุงรส: ใส่น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว และน้ำตาลทราย ผัดให้เคลือบฟักทองทั่ว
  4. เติมน้ำและผัดต่อ: เติมน้ำเปล่าอีก 1 ช้อนโต๊ะ ผัดต่อจนฟักทองนิ่มและน้ำงวด
  5. ใส่ไข่: ตอกไข่ใส่ชาม ตีพอแตก เทลงในกระทะให้ทั่ว ปล่อยให้ไข่เซ็ตตัว 30 วินาทีก่อนคน
  6. ผัดไข่: ใช้ตะหลิวผัดไข่เบาๆ ให้กระจายเคลือบชิ้นฟักทอง
  7. เสิร์ฟ: โรยพริกไทยป่นและต้นหอมซอย ตักใส่จาน

20. ผัดผักรวมมิตร

ผัดผักรวมมิตร เป็นเมนูผัดผักสไตล์จีนที่รวบรวมผักหลากหลายชนิดมาผัดรวมกันด้วยซอสน้ำมันหอยเบาๆ ใช้ผักฤดูกาลที่หาได้ในตลาดสดไทย ได้วิตามินและใยอาหารจากผักหลายชนิดในจานเดียว เหมาะกินคู่กับข้าวต้มหรือข้าวสวย ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 12 นาที

หลักการผัดผักรวมให้ทุกชนิดสุกพอดีคือใส่ผักตามลำดับความแข็ง แครอทและบรอกโคลีที่แข็งกว่าต้องใส่ก่อน ผักใบเขียวที่สุกเร็วใส่หลังสุด หั่นผักทุกชนิดให้ชิ้นขนาดใกล้เคียงกันเพื่อให้สุกพร้อมกัน และต้องผัดด้วยไฟแรงตลอดเวลา ผักจะกรอบและไม่ช้ำน้ำ

ส่วนผสม

  1. แครอท (หั่นแว่นบางเฉียง) 80 กรัม
  2. บรอกโคลี (หั่นช่อเล็ก) 100 กรัม
  3. ข้าวโพดอ่อน (หั่นท่อนเฉียง) 80 กรัม
  4. เห็ดหอมสด (หั่นชิ้น) 60 กรัม
  5. คะน้า (เด็ดใบและก้าน หั่นท่อน) 80 กรัม
  6. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
  8. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  9. น้ำตาลทราย 1/4 ช้อนชา
  10. น้ำมันพืช 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  11. น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
  12. พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. เตรียมผัก: ล้างผักทุกชนิด สะเด็ดให้แห้ง หั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ
  2. ผัดกระเทียม: ตั้งกระทะไฟแรง ใส่น้ำมัน รอจนควันขึ้น ใส่กระเทียมสับ ผัด 15 วินาที
  3. ใส่ผักแข็ง: ใส่แครอทและบรอกโคลี ผัด 1 นาที เติมน้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะ
  4. ใส่ผักกลาง: ใส่ข้าวโพดอ่อนและเห็ดหอม ผัดต่อ 30 วินาที เติมน้ำเปล่าที่เหลือ
  5. ปรุงรส: ใส่น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว และน้ำตาลทราย ผัดคลุกให้เคลือบทั่ว
  6. ใส่ผักใบ: ใส่คะน้าเป็นลำดับสุดท้าย ผัดเร็ว 30-40 วินาทีจนคะน้าสลดแต่ยังเขียวสด
  7. เสิร์ฟ: โรยพริกไทยป่น ตักใส่จาน เสิร์ฟทันที

21. ต้มจับฉ่าย

ต้มจับฉ่าย เป็นซุปผักรวมสไตล์จีนแต้จิ๋วที่ได้รับความนิยมในไทย ต้มผักหลากชนิดรวมกันในน้ำซุปที่เคี่ยวจากกระดูกหมูจนหวานกลมกล่อม จุดเด่นคือการใส่ผักหลายชนิดและเห็ดหอมแห้งที่ให้น้ำซุปหอมเป็นเอกลักษณ์ จับฉ่ายแปลว่า “ผักรวม” ในภาษาจีน เป็นอาหารที่อุดมด้วยวิตามินจากผักและคอลลาเจนจากกระดูกหมู ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลาประมาณ 40 นาที

ผักที่นิยมใส่ได้แก่ ผักกาดขาว แครอท หัวไชเท้า บรอกโคลี ข้าวโพดอ่อน และเห็ดหอมแห้ง ควรเริ่มจากการต้มกระดูกหมูก่อน 20 นาทีให้ได้น้ำซุปหวาน แล้วค่อยใส่ผักที่แข็งก่อน ตามด้วยผักที่สุกง่าย ความลับของน้ำซุปจับฉ่ายที่หอมคือการใส่เต้าซี่ (ถั่วเหลืองหมัก) เล็กน้อยและเห็ดหอมแห้งแช่น้ำ

@meafon

สูตรต้มจับฉ่าย น้ำซุปหอมหวานอร่อย ตักกี่ชามถึงจะพอ😋😋 #ต้มจับฉ่าย #กับข้าว #อาหาร #อร่อย#creatorsearchinsights

♬ Beautiful Land (Sape Dayak Borneo) – Helmy Trianggara

ส่วนผสม

  1. กระดูกหมูอ่อน (ลวกน้ำเดือด) 200 กรัม
  2. ผักกาดขาว (หั่นท่อน 3 เซนติเมตร) 150 กรัม
  3. แครอท (หั่นแว่นหนา) 80 กรัม
  4. หัวไชเท้า (ปอกเปลือก หั่นแว่น) 100 กรัม
  5. บรอกโคลี (หั่นช่อเล็ก) 80 กรัม
  6. เห็ดหอมแห้ง (แช่น้ำจนนิ่ม หั่นครึ่ง) 4 ดอก
  7. เต้าซี่ (ล้างน้ำ) 1/2 ช้อนชา
  8. กระเทียมกลีบเล็ก (บุบ) 3 กลีบ
  9. รากผักชี (ทุบ) 2 ราก
  10. ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
  11. เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
  12. ซุปก้อนรสหมู 1/2 ก้อน
  13. พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
  14. น้ำเปล่า 6 ถ้วย

วิธีทำ

  1. เตรียมกระดูกหมู: ลวกกระดูกหมูในน้ำเดือด 1 นาที ตักขึ้นล้างน้ำเย็น
  2. ต้มน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่า 6 ถ้วย ใส่กระดูกหมู กระเทียมบุบ และรากผักชี ตั้งไฟแรงจนเดือด ลดไฟอ่อน เคี่ยวนาน 20 นาที ช้อนฟองออก
  3. ใส่ผักแข็ง: ใส่หัวไชเท้าและแครอท ต้มต่อ 5 นาที
  4. ใส่เห็ดและเต้าซี่: ใส่เห็ดหอมและเต้าซี่ ต้มต่อ 5 นาที
  5. ใส่ผักกาดและบรอกโคลี: ใส่ผักกาดขาวและบรอกโคลี ต้มต่อ 5-7 นาทีจนผักทั้งหมดนิ่ม
  6. ปรุงรส: ใส่ซุปก้อน ซีอิ๊วขาว และเกลือป่น ชิมรส ปิดไฟ
  7. เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยพริกไทยป่น เสิร์ฟร้อน

22. ซุปฟักทอง

ซุปฟักทอง เป็นซุปเนื้อเนียนสีเหลืองทองจากฟักทองแก่ต้มแล้วปั่น ฟักทอง อุดมด้วยวิตามินเอและเบต้าแคโรทีนที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน เนื้อสัมผัสเนียนละเอียด รสหวานธรรมชาติจากฟักทอง โดยไม่ต้องเติมน้ำตาลมาก เหมาะกับเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และคนที่ต้องการอาหารเนื้อเนียนย่อยง่าย ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 25 นาที

ฟักทองที่เหมาะทำซุปคือฟักทองแก่จัด เนื้อสีส้มเข้ม เปลือกแข็ง มีแป้งมาก เมื่อต้มแล้วปั่นจะได้เนื้อเนียนข้น ห้ามใช้ฟักทองอ่อนที่เนื้อฟ่ามไม่มีรสหวาน เติมมันฝรั่ง 1 หัวเล็กลงไปต้มด้วยจะช่วยให้เนื้อซุปข้นขึ้นแบบธรรมชาติโดยไม่ต้องเติมแป้งหรือครีม

@krua.co

ซุปฟักทองแครอทร้อนๆ 🎃🥕แบบไม่ใส่ครีมนมเนย🥛🧈 หอมมันจากนมถั่วเหลืองแท้ๆ แพ้นมวัวก็กินได้ ไม่ใส่น้ำตาล หวานจากธรรมชาติล้วนๆ #ฟองฟอง #นมถั่วเหลือง #ซุปฟักทองแครอท #แพ้นมวัว #วีแกน #เมนูโปรด #อร่อย ทำเองได้ #kruadotco วัตถุดิบ น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ หอมใหญ่ซอย 150 กรัม กระเทียมกลีบใหญ่บุบ 5 กลีบ ฟักทองหั่นชิ้น 500 กรัม แครอทหั่นชิ้น 250 กรัม ใบกระวาน 1 ใบ น้ำเปล่า 4 ถ้วย เกลือสมุทร 1 ช้อนชา ฟองฟอง น้ำเต้าหู้ สูตรไม่มีน้ำตาล 100 กรัม เกลือสมุทรและพริกไทยดำบดตามชอบ ขนมปังปิ้งสำหรับจัดเสิร์ฟ วิธีทำ 1. ตั้งหม้อบนไฟกลางใส่น้ำมันมะกอก พอร้อนใส่หอมใหญ่ลงไปผัดจนสุก มีสีออกน้ำตาลอ่อนเล็กน้อย จากนั้นใส่กระเทียม ฟักทอง แครอทและใบกระวาน ลงไปผัดจนผักเริ่มนิ่ม เติมน้ำ ปรุงรสด้วยเกลือคนพอเข้ากัน ตุ๋นซุปฟักทอง 40 นาที จากนั้นนำใบกระวานออก 2. นำไปปั่นในโถปั่นหรือเครื่องปั่นมือถือจนเนียนละเอียดดี (พักเบสซุปให้หายร้อน แพ็คใส่ถุงซิปล็อค ปริมาณต่อเสิร์ฟ 200 กรัม เก็บไว้ในช่องแช่แข็งได้นาน 1 เดือน) 3. ตักเบสซุปฟักทองที่จะทานลงในหม้อเล็ก 200 กรัม เติมฟองฟอง น้ำเต้าหู้ สูตรไม่มีน้ำตาล สามารถปรุงรสด้วยเกลือสมุทรและพริกไทยดำบดตามชอบ 4. ตักใส่ถ้วย ตกแต่งด้วยน้ำมันมะกอก ฟองฟอง น้ำเต้าหู้ พริกไทย พาร์สเลย์ เสิร์ฟพร้อมขนมปังปิ้ง

♬ เสียงต้นฉบับ – KRUA.CO – KRUA.CO

ส่วนผสม

  1. ฟักทองแก่ (ปอกเปลือก หั่นเต๋า 2 เซนติเมตร) 300 กรัม
  2. มันฝรั่ง (ปอกเปลือก หั่นเต๋า) 1 หัวเล็ก
  3. หัวหอมใหญ่ (สับหยาบ) 1/4 หัว
  4. กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
  5. เนยจืด 1 ช้อนโต๊ะ
  6. นมสดรสจืด 1/2 ถ้วย
  7. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  8. พริกไทยป่น 1/8 ช้อนชา
  9. ซุปก้อนรสไก่ 1/3 ก้อน
  10. น้ำเปล่า 2 ถ้วย
  11. ผักชีซอย 1 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. ผัดหัวหอม: ตั้งหม้อ ใส่เนย ใช้ไฟอ่อน ใส่หัวหอมใหญ่และกระเทียม ผัดจนหอมใส 2-3 นาที
  2. ใส่ฟักทอง: ใส่ฟักทองและมันฝรั่ง ผัดเบา 2 นาทีจนส่งกลิ่นหอม
  3. ต้ม: เติมน้ำเปล่าจนท่วมผัก ใส่ซุปก้อน ตั้งไฟกลางจนเดือด หรี่ไฟอ่อน ปิดฝา ต้ม 15 นาทีจนฟักทองและมันฝรั่งนิ่มมาก
  4. ปั่น: ยกลงจากเตา ใช้เครื่องปั่นมือถือปั่นในหม้อ หรือเทใส่โถปั่น ปั่นจนเนื้อเนียนละเอียด
  5. ใส่นม: ใส่นมสด เกลือ และพริกไทย คนให้เข้ากัน ตั้งไฟอ่อนให้อุ่นอีกครั้ง (ห้ามเดือดเพราะนมจะแตก)
  6. เสิร์ฟ: ตักใส่ถ้วย โรยผักชีซอย เสิร์ฟอุ่น

23. ข้าวต้มเครื่อง

ข้าวต้มเครื่อง เป็นข้าวต้มที่ใส่เครื่องในหมูและหมูสับรวมกัน เป็นเมนูยอดนิยมตามร้านข้าวต้มรอบดึก น้ำซุปจะเข้มข้นและมีกลิ่นหอมเฉพาะจากเครื่องใน ข้าวต้มเครื่องแบบย่อยง่ายจะเลือกใช้แต่หมูสับ ตับหมู และกระเพาะหมูที่ล้างสะอาดและต้มจนนุ่ม ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลาประมาณ 35 นาที

การเตรียมเครื่องในหมูให้สะอาดหมดกลิ่นคือล้างตับหมูด้วยน้ำเกลือแล้วแช่นมสด 15 นาที ตับจะนุ่มและไม่คาว ส่วนกระเพาะหมูต้องกลับด้านในออก ล้างด้วยเกลือและน้ำส้มสายชู ขยำแรงๆ หลายรอบจนหมดเมือก แล้วลวกน้ำเดือดก่อนนำไปต้ม

@eatandshout

ข้าวต้มโบราณ เครื่องแน่นๆ ♨️🫰🏻 ส่วนผสม🥣 หมูสับ Minced Pork ตามชอบ น้ำมันเมล็ดคามีเลีย Camellia Oleifera Seed Oil ข้าวสวย Rice ตามชอบ กุ้งเเห้ง Dried Shrimp ตามชอบ กระเทียม Garlic ตามชอบ ซีอิ๊ว Soy Sauce 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันหอย Oyster Sauce 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาล Sugar 1 ช้อนโต๊ะ เห็ดหอม Shiitake Mushroom ตามชอบ คื่นช่าย Celery 1-2 ต้น วิธีทำ 🍳 ตั้งกระทะใส่น้ำมันเมล็ดคามีเลียจากนั้นนำกระเทียมสับลงไปเจียวให้เหลืองหอม พอได้ที่แล้วนำขึ้นมาพักไว้ นำหมูสับลงไปผัดปรุงรสด้วยน้ำมันหอย ซีอิ๊ว น้ำตาล เห็ดหอมเเช่น้ำผัดให้ทุกอย่างเข้ากัน ต่อมาทำส่วนข้าวต้ม ตั้งหม้อใส่น้ำเปล่า ข้าวสวย กุ้งแห้ง คนเรื่อยๆจนข้าวพองตัว แล้วใส่เครื่องที่ผัดเตรียมไว้ลงไป คนทุกอย่างให้เข้ากัน โรยหน้าด้วยคื่นช่ายซอยกับกระเทียมเจียวเป็นอันเสร็จค่ะ 📌คุณสมบัติพิเศษของน้ำมันเมล็ดคามีเลีย – มีกรดไขมันอิ่มตัวต่ำ และมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง – มีกรดโอเลอิก (โอเมก้า 9) ที่ดีต่อหัวใจ – มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว (โอเมก้า 6) ช่วยบำรุงผิวพรรณ และมี Antioxidant – มีกรดแอลฟาไลโนเลนิก (โอเมก้า 3) ที่ดีต่อสมอง – มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว ช่วยลดระดับ LDL (คอเรสเตอรอลชนิดไม่ดี) และเพิ่ม HDL (คอเรสเตอรอลชนิดดี) -ทนความร้อนได้สูงถึง 252 C สามารถใช้ปรุงอาหารที่ความร้อนสูง และยังใช้เป็นซอสหมักเนื้อสัตว์ได้อีกด้วย 🌱น้ำมันเมล็ดคามีเลีย มีจุดเริ่มต้นในเดือนกันยายน พ.ศ. 2547 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชกระแสให้มูลนิธิชัยพัฒนาติดต่อกับสถาบันพฤกษศาสตร์มณฑลยูนนาน เพื่อขอเมล็ดพันธุ์ และต้นอ่อนชาน้ำมันมาทดลองปลูกในประเทศไทย จนกลายมาเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาชาน้ำมันและพืชน้ำมัน มูลนิธิชัยพัฒนา ที่ค้นคว้า วิจัย และพัฒนาน้ำมันจากเมล็ดคามีเลีย ให้กลายเป็นน้ำมันเพื่อสุขภาพของคนไทย 🛒สามารถเข้าชมงานเทศกาลน้ำมันเมล็ดคามีเลียภัทรพัฒน์ ได้ตั้งแต่วันนี้ – 7 กันยายน2566 ที่ควอเทียร์ อเวนิว #eatandshout น้ำมันเมล็ดคามีเลีย #มูลนิธิชัยพัฒนา #เมนูประจําวัน #เมนูง่ายๆ #อร่อย #อร่อยบอกต่อ #ข้าวต้ม #ข้าวต้มทรงเครื่อง

♬ Cooking Class – FASSounds

ส่วนผสม

  1. ข้าวสารหอมมะลิ (ซาวน้ำ) 1/2 ถ้วย
  2. หมูสับไม่ติดมัน 100 กรัม
  3. ตับหมู (ล้างแช่นม หั่นชิ้นบาง) 80 กรัม
  4. กระเพาะหมู (ล้างสะอาด ลวก ต้มจนนุ่ม หั่นเส้น) 80 กรัม
  5. กระเทียมกลีบเล็ก (บุบพอแตก) 4 กลีบ
  6. ขิงแก่ (ฝานแว่นบาง) 10 กรัม
  7. รากผักชี (ทุบ) 2 ราก
  8. ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  9. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  10. ซุปก้อนรสหมู 1/2 ก้อน
  11. ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  12. ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  13. กระเทียมเจียว 1 ช้อนโต๊ะ
  14. พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
  15. น้ำเปล่า 5 ถ้วย

วิธีทำ

  1. เตรียมเครื่องใน: ล้างตับหมูด้วยน้ำเกลือ แช่นมสด 15 นาที ล้างออก หั่นชิ้นบาง ล้างกระเพาะหมูด้วยเกลือและน้ำส้มสายชู ขยำจนหมดเมือก ลวกน้ำเดือด 1 นาที
  2. ต้มเครื่องใน: ใส่น้ำเปล่า ใส่กระเพาะหมู ขิงแว่น และรากผักชี ตั้งไฟแรงจนเดือด หรี่ไฟอ่อน ต้ม 15 นาทีจนกระเพาะนุ่ม
  3. ใส่ข้าว: ใส่ข้าวสาร กระเทียมบุบ ต้มต่อด้วยไฟอ่อน 15 นาทีจนข้าวบาน
  4. ใส่หมูสับ: ปั้นหมูสับเป็นก้อนเล็ก ใส่ลงหม้อ ต้ม 3-4 นาที
  5. ใส่ตับ: ใส่ตับหมูหั่นชิ้นบาง ต้ม 3 นาทีพอดีจนตับสุก (อย่าต้มนานเกินเพราะตับจะแข็ง)
  6. ปรุงรส: ใส่ซุปก้อน ซีอิ๊วขาว และเกลือป่น ชิมรส ปิดไฟ
  7. เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยต้นหอม ผักชี กระเทียมเจียว และพริกไทยป่น

24. ข้าวต้มกุ้งใส่ขิง

ข้าวต้มกุ้งใส่ขิง เป็นข้าวต้มที่เพิ่มปริมาณขิงลงไปมากกว่าข้าวต้มกุ้งปกติ ขิงแก่หั่นเส้นฝอยให้กลิ่นหอมฉุนและรสเผ็ดร้อนอ่อนๆ ช่วยขับลมในกระเพาะและลำไส้ ทำให้รู้สึกสบายท้องหลังจากกิน เป็นเมนูฟื้นฟูยอดนิยมหลังอาหารไม่ย่อยหรือหลังหายป่วย ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 20 นาที

ใช้ขิงแก่ที่สด ไม่เหี่ยวหรือมีรอยช้ำ ขิงยิ่งแก่ยิ่งมีน้ำมันหอมระเหยมาก ควรใช้ขิงอัตราส่วน 1 ใน 4 ของเนื้อกุ้งเพื่อให้กลิ่นขิงนำชัดเจนแต่ไม่กลบรสกุ้ง หากต้องการให้รสกลมกล่อมขึ้นอีก เติมเหล้าจีนเล็กน้อย 1 ช้อนชาตอนใส่กุ้ง

@chefjomhomkhraw

เชฟจอมหอมครัว สอนทำ ข้าวต้มกุ้งหมูสับ เริ่มวันใหม่อย่างมีพลังทำง่ายๆ #ข้าวต้มกุ้ง #เชฟจอมหอมครัว #ครัวtiktok

♬ เสียงต้นฉบับ – เชฟจอมหอมครัว – เชฟจอมหอมครัว

ส่วนผสม

  1. กุ้งขาวแกะเปลือก (ผ่าหลัง ดึงเส้นดำ) 200 กรัม
  2. ข้าวสารหอมมะลิ (ซาวน้ำ) 1/2 ถ้วย
  3. ขิงแก่ (ซอยเส้นฝอย) 30 กรัม
  4. กระเทียมกลีบเล็ก (บุบพอแตก) 3 กลีบ
  5. รากผักชี (ทุบ) 2 ราก
  6. ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  7. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  8. ซุปก้อนรสหมู 1/3 ก้อน
  9. ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  10. ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  11. กระเทียมเจียว 1 ช้อนชา
  12. พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
  13. น้ำเปล่า 5 ถ้วย

วิธีทำ

  1. เตรียมกุ้ง: แกะเปลือกกุ้ง เก็บหัวกุ้งไว้ ผ่าหลังดึงเส้นดำ ล้างน้ำเกลือเย็นจัด สะเด็ด
  2. ตำหัวกุ้ง: นำหัวกุ้งใส่ครก ตำเบาๆ ให้แตก ห่อผ้าขาวบางมัดเป็นถุง
  3. ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่า ใส่ถุงหัวกุ้ง รากผักชี และขิงซอยครึ่งหนึ่ง ตั้งไฟแรงจนเดือด ลดไฟกลาง ต้ม 5 นาที
  4. ใส่ข้าว: ตักถุงหัวกุ้งออก ใส่กระเทียมบุบและข้าวสาร หรี่ไฟอ่อน ต้ม 15 นาทีจนข้าวบาน
  5. ใส่กุ้ง: ใส่เนื้อกุ้งและขิงซอยที่เหลือ ใช้ไฟกลาง ต้ม 2 นาทีจนกุ้งเปลี่ยนเป็นสีส้ม
  6. ปรุงรส: ใส่ซุปก้อน ซีอิ๊วขาว และเกลือป่น คนเบาๆ ปิดไฟ
  7. เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยต้นหอม ผักชี กระเทียมเจียว และพริกไทยป่น

25. แกงจืดสาหร่ายหมูสับ

แกงจืดสาหร่ายหมูสับ เป็น แกงจืด ที่ใช้สาหร่ายทะเลแห้งเป็นวัตถุดิบหลัก สาหร่ายอุดมด้วยไอโอดีน แคลเซียม และธาตุเหล็ก เมื่อแช่น้ำจะพองตัวเป็นแผ่นบาง สีเขียวเข้ม รสเค็มเบาตามธรรมชาติ ตัดกับความหวานของหมูสับและน้ำซุป ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลาประมาณ 12 นาที

สาหร่ายแห้งต้องแช่น้ำเย็น 5 นาทีก่อนใช้ และเปลี่ยนน้ำแช่ 2 ครั้งเพื่อเอาเกลือและทรายที่อาจติดมาออก อย่าแช่น้ำร้อนเพราะสาหร่ายจะพองตัวเร็วและเนื้อเละ ใส่สาหร่ายเป็นลำดับสุดท้ายและต้มแค่ 2-3 นาทีพอดี

@satangpkm

ต้มจืดหมูสับสาหร่ายแบบนี้ของโปรดใครบ้างงง? 👵🏻👩🏽‍🦰💓🍲 #อาม่า #เมนูอาม่า #ทําอาหารกินเองง่ายๆ #ต้มจืด #ของอร่อยบอกต่อ

♬ Aesthetic – Audiolist Productions

ส่วนผสม

  1. สาหร่ายทะเลแห้ง (แช่น้ำเย็น ล้างสะอาด หั่นท่อน) 20 กรัม (ก่อนแช่)
  2. หมูสับไม่ติดมัน 150 กรัม
  3. กระเทียมกลีบเล็ก (บุบพอแตก) 3 กลีบ
  4. รากผักชี (ทุบ) 1 ราก
  5. ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  6. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  7. ซุปก้อนรสหมู 1/3 ก้อน
  8. ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  9. ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  10. กระเทียมเจียว 1 ช้อนชา
  11. พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
  12. น้ำเปล่า 3 ถ้วย

วิธีทำ

  1. เตรียมสาหร่าย: แช่สาหร่ายแห้งในน้ำเย็น 5 นาที ล้างน้ำสะอาด 2 ครั้งจนหมดทราย บีบน้ำออกเบาๆ หั่นเป็นท่อนพอดีคำ
  2. ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่า กระเทียมบุบ และรากผักชี ตั้งไฟแรงจนเดือด ลดไฟกลาง
  3. ใส่หมูสับ: ปั้นหมูสับเป็นก้อนเล็ก ใส่ลงหม้อ รอ 2-3 นาทีจนหมูสุก ช้อนฟองออก
  4. ปรุงรส: ใส่ซุปก้อน ซีอิ๊วขาว และเกลือป่น คนเบาๆ
  5. ใส่สาหร่าย: ใส่สาหร่ายที่เตรียมไว้ลงไป คนเบาๆ ต้ม 2-3 นาทีด้วยไฟอ่อน
  6. เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยต้นหอม ผักชี กระเทียมเจียว และพริกไทยป่น

26. แกงจืดเต้าหู้ไข่

แกงจืดเต้าหู้ไข่ คล้ายกับแกงจืดเต้าหู้หมูสับแต่เน้นการใช้เต้าหู้ไข่หลายชนิดรวมกัน ทั้งเต้าหู้ไข่หลอด เต้าหู้ขาวแข็ง และเต้าหู้ทอด แกงจืดแบบนี้เป็นเมนูเจที่ปรับใส่หมูสับเพียงเล็กน้อยหรือไม่ใส่เลยก็ได้ น้ำซุปหวานจากผักและซีอิ๊วขาว ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลาประมาณ 12 นาที

เต้าหู้ไข่เนื้อนิ่มกว่ามาก ต้องใส่หลังสุดเพื่อไม่ให้เละ หมั่นช้อนฟองระหว่างต้มเพื่อให้น้ำซุปใส ถ้าทำแบบเจให้ใช้น้ำซุปผักแทนซุปก้อนหมู ใช้ซีอิ๊วขาวเห็ดหอมหรือซีอิ๊วเจในการปรุงรส

@nimnew.foodstyle

แกงจืดเต้าหู้ไข่หมูสับ เมนูแห่งความรักของนิว เรียกได้ว่าเติมเต้าหู้ไข่ไปที่ไหนก็จะรักทันที แต่วันนี้มาพร้อมกับความสะดวก และง่าย เพราะนิวเติมคนอร์ซุปก้อน รสหมูสูตรใหม่ลงไป เรียกได้ว่าแค่ 1 ก้อน กับ น้ำ 1 ลิตร ก็สามารถเสกแกงจืดกระทะนี้ให้ออกมาแสนอร่อยตรงเลยกับคำว่า อร่อยแน่แค่ก้อนเดียว เพราะได้น้ำซุปที่ หวาน กลมกล่อม หอมเครื่องเทศได้แล้ว พูดเลยค่ะว่าอยากให้ไปลองสูตรใหม่ #คนอร์ซุปก้อนในดวงใจ #เรื่องซุปต้องคนอร์ก้อนเท่านั้น #คนอร์ซุปก้อนหมู #คนอร์กระดูกหมูเล้ง #อร่อยแน่แค่ก้อนเดียว #แกงจืดเต้าหู้หมูสับ #tiktokfoods #ครัวtiktok

♬ Aesthetic – Tollan Kim

ส่วนผสม

  1. เต้าหู้ไข่ (หั่นท่อน 2 เซนติเมตร) 1 หลอด
  2. เต้าหู้ขาวแข็ง (หั่นเต๋า 2 เซนติเมตร) 100 กรัม
  3. เต้าหู้ทอด (หั่นชิ้น) 80 กรัม
  4. หมูสับไม่ติดมัน 80 กรัม
  5. กระเทียมกลีบเล็ก (บุบพอแตก) 3 กลีบ
  6. รากผักชี (ทุบ) 1 ราก
  7. ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  8. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  9. ซุปก้อนรสหมู 1/3 ก้อน
  10. ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  11. ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  12. พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
  13. น้ำเปล่า 3 ถ้วย

วิธีทำ

  1. ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่า กระเทียมบุบ และรากผักชี ตั้งไฟแรงจนเดือด
  2. ใส่หมูสับ: ปั้นหมูสับเป็นก้อนเล็ก ใส่ลงหม้อ ต้ม 3-4 นาทีจนหมูสุก ช้อนฟองออก
  3. ใส่เต้าหู้ขาวและเต้าหู้ทอด: ใส่เต้าหู้ขาวแข็งและเต้าหู้ทอด ต้มต่อ 3 นาที
  4. ปรุงรส: ใส่ซุปก้อน ซีอิ๊วขาว และเกลือป่น คนเบาๆ
  5. ใส่เต้าหู้ไข่: ใส่เต้าหู้ไข่หั่นท่อนลงไป ใช้ไฟอ่อน ต้ม 3 นาที ระวังอย่าให้เต้าหู้แตก
  6. เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยต้นหอม ผักชี และพริกไทยป่น

27. ปลาทูนึ่ง

ปลาทูนึ่ง ใช้ปลาทูสดนึ่งแทนการทอดแบบปลาทูทอดทั่วไป เนื้อปลาทูเมื่อนึ่งจะได้รสหวานธรรมชาติของปลาแท้ๆ โดยไม่มีน้ำมันส่วนเกิน รับประทานกับข้าวสวยร้อนและน้ำพริกกะปิ หรือใช้วิธีนึ่งกับขิงและต้นหอมเพื่อดับกลิ่นคาว และได้น้ำซุปอ่อนๆ กินคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ด ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 15 นาที

ปลาทูที่เหมาะนึ่งคือปลาทูสดที่ตายังใส เหงือกสีแดง ไม่มีกลิ่นคาวแรง ถ้าหาไม่ได้ใช้ปลาทูนึ่งสำเร็จรูปมาอุ่นด้วยการนึ่ง 5 นาทีแล้วราดน้ำจิ้มได้ทันที สำหรับปลาสดให้ขยี้เกลือทั่วตัวปลาก่อนนึ่งเพื่อให้หนังปลาตึงและเนื้อแน่น

@saichol_channel

#คลิปเต็มๆปลาทูนึ่งสร้างอาชีพ วิธีทำปลาทูนึ่งเนื้อนิ่มมันไม่เค็ม สูตรทำปลาทูนึ่งง่ายๆ ทำกินเองง่ายๆและทำขายสร้างอาชีพได้ สูตรนี้เด็ด เนื้อนิ่มๆ มัน ไม่เค็มมาก สูตรทำปลาทูนึ่ง #อร่อยเด็ดสายคลอง #thaifood

♬ เสียงต้นฉบับ – โต้งปืนโตchannel – โต้งปืนโตchannel

ส่วนผสม

  1. ปลาทูสด (ขอดเกล็ด ควักไส้ ล้าง ขยี้เกลือ) 2 ตัว (200 กรัม)
  2. ขิงแก่ (ซอยเส้นบาง) 10 กรัม
  3. ต้นหอมซอย 1 ต้น
  4. กระเทียมกลีบเล็ก (บุบ) 3 กลีบ
  5. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
  7. พริกขี้หนูสวนซอย 3 เม็ด
  8. เกลือ (สำหรับขยี้ปลา) 1/2 ช้อนชา
  9. น้ำมันงา 1/4 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. เตรียมปลา: ล้างปลาทู ขยี้เกลือให้ทั่ว ล้างออก สะเด็ด ซับแห้ง
  2. เรียงปลา: วางปลาทูบนจานนึ่ง ใส่ขิงซอยและกระเทียมบุบบนและในท้องปลา
  3. นึ่ง: นึ่งในลังถึงน้ำเดือด ไฟกลาง ประมาณ 10-12 นาทีจนเนื้อปลาสุก
  4. ทำน้ำจิ้ม: ผสมซีอิ๊วขาว น้ำมะนาว พริกขี้หนูซอย และน้ำมันงา คนให้เข้ากัน
  5. เสิร์ฟ: นำปลาทูนึ่งออกจากลังถึง ราดน้ำจิ้มหรือเสิร์ฟแยกถ้วย โรยต้นหอมซอย

28. ต้มซุปไก่ใส่ผัก

ต้มซุปไก่ใส่ผัก เป็นซุปใสที่ต้มน่องไก่หรือโครงไก่กับผักหลากชนิดจนน้ำซุปหวานธรรมชาติ ต่างจากซุปไก่แบบตะวันตกที่มักใส่ครีม ซุปไก่แบบนี้เน้นน้ำใสและรสชาติของสมุนไพรไทย น้ำซุปไก่มีกรดอะมิโนซิสเทอีนที่ช่วยบรรเทาอาการหวัดและลดเสมหะ ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 35 นาที

เคล็ดลับน้ำซุปไก่ให้ใสคือเริ่มจากน้ำเย็น ใส่ไก่ลงไปตั้งแต่แรก ใช้ไฟอ่อนที่สุดและห้ามเดือดพล่านระหว่างเคี่ยว ฟองจะน้อยมากและน้ำจะใสโดยไม่ต้องกรอง ใส่ผักที่มีกลิ่นหอมอย่างเซเลอรี่ หัวหอมใหญ่ และแครอทลงไปต้มด้วยกันเพื่อเพิ่มความหวานธรรมชาติ

@moo_hiw

แจกสูตร ซุปไก่มันฝรั่ง ซดน้ำซุปร้อนๆ คล่องคอมาก วัตถุดิบและส่วนผสม -น่องไก่ 1 กิโลกรัม -แครอท 1 หัว -มันฝรั่ง 3 หัว -มะเขือเทศ 3 ลูก -หัวหอมใหญ่ 1 ลูก -รากผักชี 2 ราก -เกลือ 1 ช้อนชา -น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา -ผงปรุงรส 2 ช้อนชา -พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา หมูหิว เจ๊หมูชวนหิว

♬ เสียงต้นฉบับ – หมูหิว เจ๊หมูชวนหิว – หมูหิว เจ๊หมูชวนหิว

ส่วนผสม

  1. น่องไก่ไม่ติดหนัง (ล้างสะอาด) 1 ชิ้น (200 กรัม)
  2. แครอท (หั่นท่อน 2 นิ้ว) 1 หัวเล็ก
  3. หัวไชเท้า (ปอกเปลือก หั่นแว่นหนา) 100 กรัม
  4. หัวหอมใหญ่ (หั่นครึ่ง) 1/2 หัว
  5. เซเลอรี่หรือคื่นช่ายฝรั่ง (หั่นท่อน) 1 ต้น
  6. กระเทียมกลีบเล็ก (บุบ) 4 กลีบ
  7. ขิงแก่ (ฝานแว่นบาง) 5 กรัม
  8. เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
  9. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  10. พริกไทยเม็ด 1/2 ช้อนชา
  11. ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  12. ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  13. น้ำเปล่า 5 ถ้วย

วิธีทำ

  1. เตรียมไก่: ล้างน่องไก่ ซับแห้ง ใส่หม้อพร้อมน้ำเปล่า (น้ำเย็น ไม่ใช่น้ำร้อน)
  2. ใส่ผัก: ใส่หัวหอมใหญ่ แครอท หัวไชเท้า เซเลอรี่ กระเทียมบุบ ขิงแว่น และพริกไทยเม็ด
  3. เคี่ยว: ตั้งไฟอ่อนที่สุด ปล่อยให้ค่อยๆ เดือด ห้ามคน ใช้เวลาประมาณ 25 นาที
  4. ช้อนฟอง: เมื่อเริ่มมีฟองขาวลอย ให้ช้อนออกให้หมดด้วยทัพพี
  5. ตักน่องไก่: ใช้ส้อมจิ้มเนื้อไก่ ถ้านิ่มและไม่มีน้ำสีชมพู นำน่องไก่ออก แกะเนื้อเป็นชิ้นเล็ก
  6. กรองและปรุง: กรองน้ำซุปด้วยกระชอนตาถี่ ใส่เนื้อไก่กลับลงไป ปรุงรสด้วยเกลือและซีอิ๊วขาว
  7. เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยต้นหอมและผักชี เสิร์ฟร้อน

29. ข้าวสวยกับไข่ลวก

ข้าวสวยกับไข่ลวก เป็นเมนูที่เรียบง่ายที่สุดในลิสต์นี้ ใช้ข้าวสวยร้อนๆ กินกับไข่ลวกที่ไข่แดงยังเป็นยางมะตูม ราดซีอิ๊วขาวหรือแม็กกี้เล็กน้อย ปรุงพริกไทยป่น เป็นอาหารเช้าที่ให้พลังงานทันทีและย่อยง่ายมาก ในวัฒนธรรมญี่ปุ่นเรียกเมนูคล้ายนี้ว่า ทามาโกะคาเกะโกะฮัง โดยใช้ไข่ดิบ แต่ไข่ลวกย่อยง่ายและปลอดภัยกว่า ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลาประมาณ 10 นาที

การลวกไข่ให้ได้ไข่แดงแบบยางมะตูม (ไข่ขาวสุก ไข่แดงกึ่งสุก) คือการต้มน้ำให้เดือดจัด แล้วใช้ช้อนค่อยๆ หย่อนไข่ทั้งฟองลงไป จับเวลาทันที 6 นาที 30 วินาที จากนั้นตักขึ้นแช่น้ำเย็นทันทีเพื่อหยุดการสุก ไข่ขาวจะสุกแข็งแต่ไข่แดงยังเยิ้มสวย ถ้าต้องการไข่ขาวสุกเต็มที่และไข่แดงข้นหนืด ต้ม 7-8 นาที

ส่วนผสม

  1. ข้าวสวยญี่ปุ่นหรือข้าวหอมมะลิหุงสุก 1 ถ้วย
  2. ไข่ไก่ (อุณหภูมิห้อง) 2 ฟอง
  3. ซีอิ๊วขาวญี่ปุ่นหรือซีอิ๊วขาวธรรมดา 1 ช้อนชา
  4. พริกไทยป่น 1 หยิบมือ
  5. ต้นหอมซอย 1 ช้อนชา
  6. งาขาวคั่ว 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. หุงข้าว: เตรียมข้าวสวยร้อนจัด ถ้าใช้ข้าวญี่ปุ่นให้ใส่น้ำน้อยกว่าปกติเล็กน้อยเพื่อให้เมล็ดข้าวร่วนแต่ไม่แข็ง
  2. ลวกไข่: ตั้งน้ำในหม้อให้เดือดจัด ใช้ช้อนค่อยๆ หย่อนไข่ลงไปทีละฟอง จับเวลา 6 นาที 30 วินาที
  3. แช่น้ำเย็น: ตักไข่ขึ้นแช่น้ำเย็นจัดทันที 30 วินาทีเพื่อหยุดการสุก
  4. ตอกไข่: ตอกไข่ลวกลงบนข้าวสวยร้อน ไข่ขาวจะสุก ไข่แดงจะเป็นยางมะตูม
  5. ปรุงรส: ราดซีอิ๊วขาวบางๆ โรยพริกไทยป่น ต้นหอมซอย และงาคั่ว
  6. เสิร์ฟ: คนไข่แดงกับข้าวให้เข้ากันเบาๆ รับประทานทันที

30. ก๋วยเตี๋ยวน้ำใสลูกชิ้นปลา

ก๋วยเตี๋ยวน้ำใสลูกชิ้นปลา เป็นก๋วยเตี๋ยวที่ไม่ใส่น้ำมันกระเทียมเจียวและเครื่องปรุงจัดจ้านเหมือนก๋วยเตี๋ยวน้ำตก น้ำซุปใสจากกระดูกหมูและหัวไชเท้า หวานอ่อนและซดคล่องคอ ลูกชิ้นปลาเนื้อเด้งให้โปรตีนย่อยง่าย เส้นเล็กหรือเส้นหมี่ลวกสุกนิ่ม ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 25 นาที

น้ำซุปใสให้ใช้กระดูกหมูอ่อนหรือโครงไก่ต้มกับหัวไชเท้า ห้ามใส่เครื่องเทศสีเข้มหรือซีอิ๊วดำระหว่างต้ม ลูกชิ้นปลาที่ดีต้องเด้งและสะอาด ไม่ออกเปรี้ยวหรือมีกลิ่น เลือกซื้อจากร้านที่น่าเชื่อถือหรือทำเองจากเนื้อปลาขาวบดกับแป้งมันและน้ำเย็นจัด

@pijikacook

ปกติกินก๋วยเตี๋ยวซุปใสๆแบบนี้จะไม่ปรุงอะไรเลย เป็นเหมือนกันมั้ยคะ 😅 #ห้องครัวtiktok #เมนูประจําวัน #ก๋วยเตี๋ยวน้ําใส

♬ As It Was – PREP

ส่วนผสม

  1. เส้นเล็กหรือเส้นหมี่ (ลวกสุก) 200 กรัม
  2. ลูกชิ้นปลา 8-10 ลูก
  3. กระดูกหมูอ่อน (ลวกน้ำเดือด) 200 กรัม
  4. หัวไชเท้า (ปอกเปลือก หั่นแว่นหนา) 100 กรัม
  5. กระเทียมกลีบเล็ก (บุบพอแตก) 3 กลีบ
  6. รากผักชี (ทุบ) 2 ราก
  7. ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  8. เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
  9. ถั่วงอกลวก 1/2 ถ้วย
  10. ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  11. ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  12. กระเทียมเจียว 1 ช้อนชา
  13. พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
  14. น้ำเปล่า 6 ถ้วย

วิธีทำ

  1. เตรียมน้ำซุป: ลวกกระดูกหมูในน้ำเดือด 1 นาที ตักขึ้นล้างน้ำเย็น
  2. ต้มน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่า 6 ถ้วย ใส่กระดูกหมู หัวไชเท้า กระเทียมบุบ และรากผักชี ตั้งไฟแรงจนเดือด ลดไฟอ่อน เคี่ยวนาน 20 นาที ช้อนฟองออก
  3. ปรุงรส: ใส่ซีอิ๊วขาวและเกลือป่น ชิมรส
  4. ลวกเครื่อง: ลวกลูกชิ้นปลาในน้ำซุปเดือด 2-3 นาทีจนลอยขึ้น ตักพักไว้ ลวกถั่วงอกในน้ำซุป 30 วินาที
  5. ลวกเส้น: ลวกเส้นในน้ำเดือดแยก 1-2 นาทีจนสุกนิ่ม สะเด็ดน้ำ ใส่ชาม
  6. จัดชาม: วางเส้นลงก้นชาม วางถั่วงอกและลูกชิ้นปลาบนเส้น
  7. ราดน้ำซุป: ตักน้ำซุปร้อนๆ ราดลงชามจนท่วมเส้น
  8. เสิร์ฟ: โรยต้นหอม ผักชี กระเทียมเจียว และพริกไทยป่น เสิร์ฟร้อน

ตารางเปรียบเทียบ 30 เมนูอาหารย่อยง่าย

ชื่อเมนูประเภทความยากเวลารสชาติ
ข้าวต้มปลาต้ม (ไทย)ง่าย25 นาทีเค็มเบา หวานปลา
ข้าวต้มกุ้งต้ม (ไทย)ง่าย20 นาทีหวานกุ้ง เค็มอ่อน
ข้าวต้มหมูสับต้ม (ไทย)ง่ายมาก25 นาทีเค็มกลมกล่อม หอมหมู
โจ๊กหมูต้ม (ไทย-จีน)ง่าย25 นาทีเค็มนวล เนื้อเนียน
โจ๊กไก่ต้ม (ไทย-จีน)ง่ายมาก25 นาทีหวานไก่ เค็มเบา
แกงจืดเต้าหู้หมูสับต้ม (ไทย-จีน)ง่ายมาก15 นาทีเค็มกลม หวานธรรมชาติ
แกงจืดตำลึงต้ม (ไทย)ง่ายมาก10 นาทีหวานผัก เค็มเบา
แกงจืดฟักหมูสับต้ม (ไทย-จีน)ง่าย20 นาทีหวานฟัก เค็มนวล
แกงจืดวุ้นเส้นต้ม (ไทย-จีน)ง่ายมาก12 นาทีเค็มเบา หวานซุป
ต้มจืดมะระยัดไส้ต้ม (จีน-ไทย)ปานกลาง35 นาทีขมอ่อน เค็มกลม
ไข่ตุ๋นนึ่ง (ไทย-จีน)ง่าย20 นาทีเค็มเบา เนื้อเนียน
ไข่ตุ๋นทรงเครื่องนึ่ง (ไทย-จีน)ง่าย25 นาทีเค็มหอม หวานหมูกุ้ง
ข้าวต้มปลากะพงต้ม (ไทย-จีน)ง่าย30 นาทีหวานปลา เค็มกลม
ต้มยำปลาน้ำใสต้ม (ไทย)ง่าย20 นาทีเปรี้ยวนำ เผ็ดอ่อน
ปลานึ่งซีอิ๊วนึ่ง (จีน)ปานกลาง25 นาทีเค็มหวาน หอมน้ำมันงา
ปลากะพงนึ่งมะนาวนึ่ง (ไทย)ปานกลาง25 นาทีเปรี้ยวนำ เผ็ดกระเทียม
อกไก่นึ่งนึ่ง (คลีน)ง่ายมาก15 นาทีเค็มเบา หอมงา
ผัดผักบุ้งน้ำมันหอยผัด (จีน-ไทย)ง่าย8 นาทีหวานมันหอย เค็มหอม
ผัดฟักทองใส่ไข่ผัด (ไทย)ง่าย12 นาทีหวานฟักทอง เค็มไข่
ผัดผักรวมมิตรผัด (จีน-ไทย)ง่าย12 นาทีหวานมันหอย เค็มเบา
ต้มจับฉ่ายต้ม (จีน-ไทย)ปานกลาง40 นาทีหวานกลมกล่อม ผักรวม
ซุปฟักทองต้ม/ปั่น (สากล)ง่าย25 นาทีหวานนวล เนื้อเนียน
ข้าวต้มเครื่องต้ม (ไทย-จีน)ปานกลาง35 นาทีเข้มข้น หวานเครื่องใน
ข้าวต้มกุ้งใส่ขิงต้ม (ไทย-จีน)ง่าย20 นาทีหอมขิง หวานกุ้ง
แกงจืดสาหร่ายหมูสับต้ม (จีน-ไทย)ง่ายมาก12 นาทีเค็มเบา กลิ่นทะเล
แกงจืดเต้าหู้ไข่ต้ม (ไทย-จีน)ง่ายมาก12 นาทีเค็มนวล เต้าหู้นุ่ม
ปลาทูนึ่งนึ่ง (ไทย)ง่าย15 นาทีหวานปลา เค็มเปรี้ยว
ต้มซุปไก่ใส่ผักต้ม (สากล)ง่าย35 นาทีหวานไก่ ผักหอม
ข้าวสวยกับไข่ลวกต้ม/ลวก (ญี่ปุ่น-ไทย)ง่ายมาก10 นาทีมันไข่แดง เค็มเบา
ก๋วยเตี๋ยวน้ำใสลูกชิ้นปลาต้ม (ไทย-จีน)ง่าย25 นาทีหวานซุป เค็มเบา

สรุป

30 เมนูอาหารย่อยง่ายในบทความนี้ครอบคลุมอาหารสำหรับทุกมื้อและทุกสถานการณ์ ตั้งแต่ข้าวต้มร้อนๆ สำหรับมื้อเช้าที่เร่งรีบ แกงจืดซดคล่องคอสำหรับมื้อกลางวันเบาๆ ไปจนถึงปลานึ่งและซุปใสสำหรับมื้อเย็นที่อยากให้ท้องเบา ทั้งหมดผ่านเกณฑ์การคัดเลือกเดียวกันคือ วัตถุดิบหาได้ในครัวไทย ทำตามได้จริงในครัวบ้าน และเนื้อสัมผัสนุ่มย่อยง่ายโดยไม่เสียรสชาติ

จุดร่วมของทั้ง 30 เมนูคือล้วนผ่านกระบวนการต้ม นึ่ง ตุ๋น หรือผัดเบาๆ หลีกเลี่ยงการทอดและการใช้เครื่องเทศจัด เนื้อสัตว์เป็นเนื้อไม่ติดมัน เนื้อปลา และไข่ ซึ่งล้วนเป็นแหล่งโปรตีนที่ย่อยง่าย การปรุงรสใช้ซีอิ๊วขาวและเกลือเป็นหลัก โดยมีสมุนไพรไทยอย่างขิงและรากผักชีช่วยเพิ่มกลิ่นหอมและทำให้รู้สึกสบายท้อง เมนูบางอย่างเช่น ผัดฟักทองใส่ไข่ หรือ แกงจืดเต้าหู้หมูสับ เป็นเมนูที่ทำซ้ำได้ไม่รู้เบื่อ

หากเพิ่งเริ่มทำอาหารหรือกำลังมองหาเมนูเบาๆ ลองเริ่มจากเมนูง่ายที่สุดอย่าง แกงจืดตำลึง หรือ ข้าวสวยกับไข่ลวก ที่ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีและใช้วัตถุดิบน้อยชิ้น จากนั้นค่อยๆ ขยับไปเมนูที่ใช้เวลาและฝีมือมากขึ้นอย่าง ต้มจืดมะระยัดไส้ หรือ ปลานึ่งซีอิ๊ว ซึ่งจะให้ประสบการณ์การทำอาหารที่สนุกและผลลัพธ์ที่น่าภาคภูมิใจ ลองเลือกสัก 3-4 เมนูจากลิสต์นี้แล้วเริ่มทำวันนี้ ระบบย่อยอาหารและร่างกายจะขอบคุณ

กดเพื่ออ่านต่อ

Aroimak

ในฐานะนักวิจารณ์ เชื่อว่าอาหารเป็นงานศิลปะรูปแบบหนึ่ง และมุ่งมั่นที่จะเขียนบทวิจารณ์ที่ทั้งสวยงามและให้ข้อมูลแก่ผู้อ่าน บทวิจารณ์จะครอบคลุมรสชาติ คุณภาพ และราคาของอาหาร รวมถึงบรรยากาศของร้านอาหารและการบริการของพนักงาน เชื่อว่าบทวิจารณ์จะช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจได้อย่างรอบคอบเมื่อเลือกร้านอาหารที่จะไปเยือน

บทความที่เกี่ยวข้อง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back to top button
สารบัญ