20 เมนูมังสวิรัติ ทำง่าย อิ่มอร่อยได้หลายแบบ
- รวมอาหารจานเดียว เมนูไข่ เต้าหู้ เห็ด วุ้นเส้น และซุปครบ 20 แบบ
- แต่ละสูตรจัดสัดส่วนสำหรับประมาณ 1-2 ที่ เหมาะกับการทำกินในบ้าน
- อ้างอิงชื่อและลักษณะเมนูจากหลักฐานวิดีโอ พร้อมแยกสัดส่วนที่จัดทำเพิ่มเติมให้ชัดเจน
- เครื่องปรุงสำเร็จรูปควรตรวจฉลากให้เหมาะกับรูปแบบมังสวิรัติที่รับประทาน
อาหารมังสวิรัติไม่จำเป็นต้องวนอยู่กับผักลวกหรือสลัดเพียงอย่างเดียว ไข่ เต้าหู้ เห็ด ข้าว และเส้นสามารถนำมาปรับเป็นอาหารรสจัด อาหารจานเดียว หรือมื้อเบาได้หลากหลาย หากต้องการต่อยอดเมนูที่ใช้ไข่เป็นหลัก สามารถดู ไอเดียเมนูไข่ เพิ่มเติมได้
รายการนี้เรียงทั้ง 20 เมนูตามหลักฐานที่กำหนดไว้ ชื่อเมนูและคำอธิบายส่วนที่วิดีโอยืนยันอ้างอิงจาก caption ส่วนปริมาณวัตถุดิบและขั้นตอนด้านล่างจัดทำเป็นสูตรสำหรับใช้ในครัวจริง เมื่อหลักฐานไม่ได้ระบุสัดส่วน จะไม่อ้างว่าสูตรดังกล่าวถอดมาจากคลิปโดยตรง
หลายเมนูมีเครื่องปรุงที่ต้องเลือกชนิดให้เหมาะ เช่น พริกแกง ซอสปรุงรส ซอสเห็ด หรือเครื่องปรุงกึ่งสำเร็จรูป การอ่านฉลากก่อนใช้ช่วยหลีกเลี่ยงส่วนผสมจากเนื้อสัตว์ ปลา กุ้ง น้ำปลา หรือสารปรุงแต่งที่ไม่ตรงกับแนวทางการกินที่ตั้งไว้
จุดสำคัญอยู่ที่การแยกระหว่างสิ่งที่หลักฐานยืนยันกับสูตรปรับใช้ สูตรด้านล่างจึงเน้นทำง่าย ปริมาณไม่มาก และสามารถปรับรสตามวัตถุดิบที่มี
1. ข้าวไข่ข้นห่อหมกเห็ด
ข้าวไข่ข้นห่อหมกเห็ดรวมความนุ่มของไข่กับกลิ่นพริกแกงและเห็ด เหมาะกับมื้อจานเดียวที่อยากได้รสเข้มขึ้นโดยไม่ต้องใช้เนื้อสัตว์ เสิร์ฟบนข้าวร้อนช่วยให้รสห่อหมกกลมกล่อมขึ้น
ความลงตัวของ ข้าวไข่ข้นห่อหมกเห็ด อยู่ที่สัดส่วนระหว่างส่วนหลักกับเครื่อง โดย ข้าวสวย ไข่ไก่ และเห็ดออรินจิหรือเห็ดชิเมจิ ทำให้แต่ละคำมีรสกลมกล่อมและกินต่อเนื่องได้ไม่เลี่ยน เหมาะเสิร์ฟร้อนหลังปรุงเสร็จ
สูตรด้านล่างเป็นสัดส่วนปรับใช้สำหรับ 1-2 ที่ ไม่ได้ถอดตัวเลขจากวิดีโอ พริกแกงควรเลือกสูตรมังสวิรัติที่ไม่มีส่วนผสมของกะปิ กุ้งแห้ง หรือน้ำปลา
ส่วนผสม
- ข้าวสวย 1-2 ถ้วย
- ไข่ไก่ 3 ฟอง
- เห็ดออรินจิหรือเห็ดชิเมจิ 100 กรัม
- กะทิ 3 ช้อนโต๊ะ
- พริกแกงเผ็ดสูตรมังสวิรัติ 1 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
- น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
- ใบมะกรูดซอย 1 ใบ
- พริกชี้ฟ้าซอยเล็กน้อย
- น้ำมัน 1 ช้อนชา
วิธีทำ
- ผสมกะทิ พริกแกง ซีอิ๊วขาว และน้ำตาลให้เข้ากัน
- ใส่เห็ดลงกระทะ ผัดกับส่วนผสมพริกแกงจนเห็ดสุกและน้ำขลุกขลิก
- ตอกไข่ลงชาม ตีพอเข้ากัน แล้วเทลงกระทะที่ทาน้ำมันบาง ๆ
- ใช้ไฟอ่อน คนไข่เบา ๆ จนสุกนุ่มทั่วทั้งกระทะ
- ตักข้าวใส่จาน วางไข่ข้น ตามด้วยห่อหมกเห็ด โรยใบมะกรูดและพริกชี้ฟ้า
2. ข้าวมันไข่
ข้าวมันไข่เป็นทางเลือกจากข้าวมันไก่ โดยใช้ไข่เพิ่มความอิ่มและโปรตีน ข้าวหอมกลิ่นขิงกับกระเทียมเข้ากันได้ดีกับน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวรสเปรี้ยว เค็ม หวาน และเผ็ด
ข้าวมันไข่ เหมาะกับมื้อเร่งรีบและจัดใส่กล่องได้ง่าย ข้าวหอมมะลิ น้ำ และไข่ไก่ ช่วยให้จานครบทั้งความอิ่ม ความหอม และสีสันที่น่ากิน จัดเป็นมื้อกลางวันได้ลงตัว
สูตรน้ำจิ้มด้านล่างลดปริมาณจากอัตราส่วนใน caption ให้เหมาะกับ 1-2 ที่ ส่วนวิธีหุงข้าวและเตรียมไข่เป็นแนวทางปรับใช้เพิ่มเติม ควรเลือกเต้าเจี้ยวและซีอิ๊วที่ไม่มีส่วนผสมจากสัตว์
ส่วนผสม
- ข้าวหอมมะลิ 1 ถ้วย
- น้ำ 1 ถ้วย
- ไข่ไก่ 3 ฟอง
- ขิงหั่นแว่น 4-5 แว่น
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
- แตงกวาสำหรับเสิร์ฟ
น้ำจิ้ม
- ขิงแก่สับ 15 กรัม
- พริกแดงและพริกขี้หนูรวม 10 กรัม
- น้ำกระเทียมดอง 1 ช้อนโต๊ะ
- เต้าเจี้ยว 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 3/4 ช้อนชา
- น้ำส้มสายชู 2 1/4 ช้อนชา
วิธีทำ
- ผัดกระเทียมและขิงกับน้ำมันจนหอม ใส่ข้าวสารที่ล้างและสะเด็ดน้ำแล้วลงผัดประมาณ 1 นาที
- ย้ายข้าวลงหม้อ เติมน้ำ แล้วหุงจนสุก
- ต้มไข่ประมาณ 9-10 นาทีหรือจนไข่สุกตามต้องการ จากนั้นปอกเปลือก
- ผสมวัตถุดิบน้ำจิ้มทั้งหมด คนให้น้ำตาลละลาย ชิมแล้วลดพริกได้ตามระดับความเผ็ดที่ต้องการ
- ตักข้าวมันใส่จาน วางไข่ต้มและแตงกวา เสิร์ฟกับน้ำจิ้ม
3. ข้าวไข่ขยี้ซอสโชยุ
ข้าวไข่ขยี้ซอสโชยุเหมาะกับวันที่ต้องการอาหารจานเดียวแบบรวดเร็ว ไข่ที่ผัดจนเป็นชิ้นนุ่มรับรสเค็มหอมจากโชยุ ก่อนตักราดข้าวร้อนเป็นมื้อเรียบง่าย
ข้าวไข่ขยี้ซอสโชยุ เป็นอาหารจานเดียวที่อิ่มท้องและปรับเครื่องได้หลากหลาย ข้าวสวย ไข่ไก่ และโชยุ ช่วยเติมทั้งรส กลิ่น และเนื้อสัมผัส เหมาะกับมื้อที่ต้องการความสะดวก เพิ่มผักเคียงช่วยให้จานครบขึ้น
ปริมาณด้านล่างจึงจัดทำขึ้นสำหรับใช้งานจริง ควรระวังความเค็มของโชยุแต่ละยี่ห้อและเริ่มปรุงทีละน้อย หากต้องการไข่นุ่มควรใช้ไฟกลางค่อนอ่อน
ส่วนผสม
- ข้าวสวย 1-2 ถ้วย
- ไข่ไก่ 3 ฟอง
- โชยุ 2 ช้อนชา
- น้ำ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาล 1/4 ช้อนชา
- น้ำมัน 1 ช้อนชา
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- งาคั่วเล็กน้อย
วิธีทำ
- ผสมโชยุ น้ำ และน้ำตาลให้เข้ากัน
- ตั้งกระทะด้วยไฟกลาง ใส่น้ำมัน แล้วตอกไข่ลงไป
- ใช้ตะหลิวขยี้ไข่เป็นชิ้นขนาดพอดี ผัดจนเกือบสุก
- เทซอสโชยุลงรอบกระทะ คลุกเร็ว ๆ จนไข่สุกทั่ว
- ตักราดข้าว โรยต้นหอมและงาคั่ว
4. ผัดมาม่ามังสวิรัติ
ผัดมาม่ามังสวิรัติเป็นเมนูเส้นที่ใช้เวลาไม่นาน เพิ่มผักหลายชนิดเพื่อให้มีทั้งความกรอบ สีสัน และปริมาณอาหารมากขึ้น เหมาะกับการเคลียร์ผักที่เหลือในตู้เย็น
รสของ ผัดมาม่ามังสวิรัติ ควรกลมกล่อมโดยไม่แฉะ การผัด บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 2 ก้อน ไข่ไก่ และกะหล่ำปลีหั่น ด้วยไฟเหมาะสมช่วยให้วัตถุดิบยังมีเนื้อสัมผัสและรับซอสได้ทั่วถึง เหมาะกับมื้อเย็นที่ต้องการความเรียบง่าย
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและผงปรุงรสบางสูตรมีส่วนประกอบจากเนื้อสัตว์ ควรตรวจฉลากก่อนใช้ สูตรนี้ใช้ซอสปรุงเองแทนซองเครื่องปรุงเพื่อลดความไม่แน่นอน
ส่วนผสม
- บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 2 ก้อน
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- กะหล่ำปลีหั่น 1 ถ้วย
- แครอทหั่นเส้น 1/3 ถ้วย
- เห็ด 80 กรัม
- กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- ซอสเห็ดสูตรมังสวิรัติ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
- พริกไทยเล็กน้อย
- น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ลวกเส้นให้คลายตัวแต่ยังไม่นิ่มมาก สะเด็ดน้ำพักไว้
- ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ผัดกระเทียม ตามด้วยเห็ด แครอท และกะหล่ำปลี
- ดันผักไว้ด้านหนึ่ง ตอกไข่ลงกระทะและผัดจนสุก
- ใส่เส้น ซีอิ๊วขาว ซอสเห็ด และน้ำตาล
- ผัดด้วยไฟค่อนข้างแรงจนซอสเคลือบเส้น โรยพริกไทยก่อนเสิร์ฟ
5. ลาบไข่ต้ม
ลาบไข่ต้มเปลี่ยนไข่ต้มธรรมดาให้มีรสเปรี้ยว เผ็ด และหอมข้าวคั่ว เหมาะเป็นกับข้าวหรือจานโปรตีนคู่กับผักสด เนื้อไข่แดงช่วยลดความจัดของน้ำลาบได้ดี
เสน่ห์ของ ลาบไข่ต้ม อยู่ที่รสแซ่บกลมกล่อมและเครื่องที่หลากหลาย โดย ไข่ไก่ หอมแดงซอย และต้นหอมซอย ทำให้แต่ละคำมีมิติ เหมาะกับมื้อที่อยากได้อาหารรสเข้มแต่ไม่หนักเกินไป แบ่งทำปริมาณเล็กเพื่อชิมรสก่อนได้
สูตรนี้ใช้ซีอิ๊วขาวแทนน้ำปลาและเลือกปรับพริกตามความชอบ เมื่อต้มไข่ควรให้ไข่ขาวสุกทั่ว และเก็บไข่ที่ปอกแล้วในตู้เย็นหากยังไม่รับประทานทันที
ส่วนผสม
- ไข่ไก่ 3 ฟอง
- หอมแดงซอย 2 ช้อนโต๊ะ
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักชีฝรั่งซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะนาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
- พริกป่น 1/2-1 ช้อนชา
- ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
- ใบสะระแหน่สำหรับเสิร์ฟ
วิธีทำ
- ต้มไข่ 9-10 นาที แช่น้ำเย็นแล้วปอกเปลือก
- ผสมน้ำมะนาว ซีอิ๊วขาว น้ำตาล และพริกป่น
- ใส่หอมแดง ต้นหอม ผักชีฝรั่ง และข้าวคั่วลงคลุก
- ผ่าไข่ต้มเป็นชิ้น จัดลงจาน
- ราดน้ำลาบและโรยใบสะระแหน่ก่อนเสิร์ฟ
6. น้ำพริกอ่องมังสวิรัติเต้าหู้คินุ
น้ำพริกอ่องเวอร์ชันนี้ใช้เต้าหู้คินุแทนเนื้อสัตว์ ได้เนื้อสัมผัสนุ่มและซึมซับรสจากมะเขือเทศกับพริกแกง เหมาะกินกับข้าวและผักลวกหลายชนิด
น้ำพริกอ่องมังสวิรัติเต้าหู้คินุ เป็นเมนูที่ปรับเข้ากับมื้อประจำวันได้ง่าย เต้าหู้คินุ มะเขือเทศเชอร์รีหรือมะเขือเทศสีดา และพริกแกงน้ำพริกอ่องสูตรมังสวิรัติ ช่วยสร้างรสกลมกล่อมและเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย กินเป็นจานหลักหรือกับข้าวได้ จัดใส่กล่องสำหรับมื้อนอกบ้านได้
พริกแกงสำเร็จรูปอาจมีกะปิ จึงควรเลือกสูตรเจหรือสูตรมังสวิรัติ เต้าหู้คินุแตกง่าย ควรใส่หลังซอสมะเขือเทศเริ่มข้นและคลุกเพียงเบา ๆ
ส่วนผสม
- เต้าหู้คินุ 150 กรัม
- มะเขือเทศเชอร์รีหรือมะเขือเทศสีดา 180 กรัม
- พริกแกงน้ำพริกอ่องสูตรมังสวิรัติ 1 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนชา
- น้ำตาล 1 ช้อนชา
- น้ำ 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมัน 1 ช้อนชา
- ผักสดหรือผักลวกสำหรับเสิร์ฟ
วิธีทำ
- หั่นมะเขือเทศเป็นชิ้นเล็กและหั่นเต้าหู้เป็นลูกเต๋า
- ผัดกระเทียมกับน้ำมัน ตามด้วยพริกแกงจนหอม
- ใส่มะเขือเทศ น้ำ ซีอิ๊วขาว และน้ำตาล เคี่ยวจนมะเขือเทศนิ่ม
- ใส่เต้าหู้แล้วใช้ตะหลิวคลุกเบา ๆ ประมาณ 2-3 นาที
- ปิดไฟเมื่อซอสข้น เสิร์ฟกับผักสด ผักลวก และข้าว
7. วุ้นเส้นคีโตต้มยำเห็ดชิเมจิ
วุ้นเส้นคีโตต้มยำเห็ดชิเมจิเป็นเมนูน้ำรสจัดที่ใช้เห็ดเพิ่มเนื้อสัมผัสและความอิ่ม เส้นบุกหรือเส้นคอนยัคเหมาะกับน้ำต้มยำเพราะไม่เละง่ายเมื่อต้มช่วงสั้น
วุ้นเส้นคีโตต้มยำเห็ดชิเมจิ ให้รสจัดสดชื่นและกินแล้วไม่เลี่ยน การคลุก เส้นคอนยัค เห็ดชิเมจิ และน้ำซุปผัก ก่อนเสิร์ฟไม่นานช่วยรักษาความกรอบ ความฉ่ำ และกลิ่นสมุนไพรให้ชัดเจน เสิร์ฟคู่เครื่องเคียงรสสดชื่นได้ดี
เส้นคอนยัคควรล้างให้สะอาดตามคำแนะนำบนบรรจุภัณฑ์ ส่วนความเปรี้ยวจากมะนาวควรเติมหลังปิดไฟเพื่อรักษากลิ่นและลดโอกาสเกิดรสขม
ส่วนผสม
- เส้นคอนยัค 150 กรัม
- เห็ดชิเมจิ 120 กรัม
- น้ำซุปผัก 500 มิลลิลิตร
- ตะไคร้ทุบ 1 ต้น
- ข่าหั่น 3 แว่น
- ใบมะกรูดฉีก 3 ใบ
- พริกขี้หนูบุบ 3-6 เม็ด
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะนาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- มะเขือเทศ 1 ลูก
- ผักชีเล็กน้อย
วิธีทำ
- ล้างเส้นคอนยัคแล้วสะเด็ดน้ำ
- ต้มน้ำซุปกับตะไคร้ ข่า และใบมะกรูดประมาณ 3 นาที
- ใส่เห็ดและมะเขือเทศ ต้มจนเห็ดสุก
- เติมเส้นและซีอิ๊วขาว ต้มต่อ 1-2 นาที
- ปิดไฟ ใส่พริกและน้ำมะนาว ชิมรสแล้วโรยผักชี
8. ต้มยำโป๊ะแตกเห็ดชิเมจิ
ต้มยำโป๊ะแตกเห็ดชิเมจิเน้นน้ำซุปใส กลิ่นสมุนไพร และรสเผ็ดเปรี้ยว ใช้เห็ดหลายชนิดแทนวัตถุดิบทะเลได้ ทำเป็นมื้อเบาหรือกินคู่ข้าวสวยได้ดี
เสน่ห์ของ ต้มยำโป๊ะแตกเห็ดชิเมจิ อยู่ที่รสแซ่บกลมกล่อมและเครื่องที่หลากหลาย โดย เห็ดชิเมจิ เห็ดนางรม และน้ำซุปผัก ทำให้แต่ละคำมีมิติ เหมาะกับมื้อที่อยากได้อาหารรสเข้มแต่ไม่หนักเกินไป เหมาะทำเป็นจานกลางสำหรับแบ่งกันกิน
สูตรนี้เพิ่มสมุนไพรพื้นฐานเพื่อให้ทำซ้ำได้ง่าย ใช้น้ำซุปผักและซีอิ๊วขาวแทนเครื่องปรุงจากปลา ความเค็มของน้ำซุปสำเร็จรูปควรตรวจชิมก่อนเติมซีอิ๊ว
ส่วนผสม
- เห็ดชิเมจิ 100 กรัม
- เห็ดนางรม 80 กรัม
- น้ำซุปผัก 550 มิลลิลิตร
- ตะไคร้ 1 ต้น
- ข่า 3 แว่น
- ใบมะกรูด 3 ใบ
- หอมแดงบุบ 2 หัว
- มะเขือเทศ 1 ลูก
- พริกขี้หนูบุบ 4-6 เม็ด
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
- ใบกะเพราหรือผักชีเล็กน้อย
วิธีทำ
- ต้มน้ำซุปกับตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด และหอมแดงจนหอม
- ใส่มะเขือเทศและเห็ดทั้งสองชนิด
- ต้มจนเห็ดสุกประมาณ 3-4 นาที แล้วปรุงด้วยซีอิ๊วขาว
- ปิดไฟ เติมพริกขี้หนูและน้ำมะนาว
- โรยใบกะเพราหรือผักชีก่อนเสิร์ฟ
9. เต้าหู้โมคิ 3 เมนู
เต้าหู้โมคิมีเนื้อสัมผัสหนึบ จึงนำไปจี่ ผัด หรือใส่สุกี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้เนื้อสัตว์ สูตรชุดนี้แบ่งวัตถุดิบหนึ่งแพ็กออกเป็นสามรสสำหรับมื้อเล็ก ๆ
เต้าหู้โมคิ 3 เมนู เป็นเมนูที่ปรับเข้ากับมื้อประจำวันได้ง่าย เต้าหู้โมคิ น้ำมัน และซีอิ๊วขาว ช่วยสร้างรสกลมกล่อมและเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย กินเป็นจานหลักหรือกับข้าวได้ ปรับระดับรสให้เข้ากับสมาชิกในบ้านได้
แนวทางด้านล่างจึงเป็นสามวิธีปรุงที่จัดทำเพิ่มเติม ไม่ใช่การถอดสูตรจากคลิป เต้าหู้สำเร็จรูปแต่ละยี่ห้อมีความเค็มต่างกัน ควรชิมก่อนเติมซอสเพิ่ม
ส่วนผสม
- เต้าหู้โมคิ 250 กรัม
- น้ำมัน 2 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนชา
- ซอสเห็ดสูตรมังสวิรัติ 2 ช้อนชา
- น้ำจิ้มสุกี้ 2 ช้อนโต๊ะ
- ผักกาดขาว 1 ถ้วย
- เห็ด 80 กรัม
- งาคั่ว 1 ช้อนชา
- ต้นหอมซอยเล็กน้อย
วิธีทำ
- แบ่งเต้าหู้เป็นสามส่วนเท่า ๆ กัน
- แบบจี่กรอบ นำส่วนแรกลงกระทะใส่น้ำมันเล็กน้อย จี่ทุกด้านจนผิวเหลือง แล้วแตะซีอิ๊วขาวบาง ๆ
- แบบผัดซอส นำส่วนที่สองผัดกับซอสเห็ด เติมน้ำ 1 ช้อนโต๊ะ แล้วโรยงา
- แบบสุกี้ ต้มน้ำประมาณ 300 มิลลิลิตร ใส่ผักกาดขาว เห็ด และเต้าหู้ส่วนสุดท้ายจนสุก
- เสิร์ฟสุกี้กับน้ำจิ้มและโรยต้นหอม
10. หมูสามชั้นกรอบเจจากเต้าหู้คินุ
หมูสามชั้นกรอบเจจากเต้าหู้คินุเป็นเมนูเลียนแบบเนื้อสัตว์โดยใช้เต้าหู้สร้างเนื้อสัมผัสนุ่มด้านใน แล้วเพิ่มผิวกรอบด้านนอก เหมาะนำไปกินกับข้าวหรือใช้ต่อยอดในเมนูผัด
ความอร่อยของ หมูสามชั้นกรอบเจจากเต้าหู้คินุ อยู่ที่ความต่างระหว่างผิวกรอบกับเนื้อด้านใน การเตรียม เต้าหู้คินุชนิดค่อนข้างแน่น แป้งข้าวโพด และซีอิ๊วขาว ให้แห้งพอดีช่วยให้ทอดง่ายและได้สีสวย กินทันทีหลังปรุงช่วยรักษาเนื้อสัมผัส
สูตรนี้จึงไม่ยึดระยะเวลาเก็บจาก caption เต้าหู้คินุมีความชื้นสูง ควรทำให้สุก กินทันทีเมื่อทำได้ หรือแช่เย็นในภาชนะปิดสนิทและอุ่นให้ร้อนทั่วก่อนกินซ้ำ
ส่วนผสม
- เต้าหู้คินุชนิดค่อนข้างแน่น 200 กรัม
- แป้งข้าวโพด 3 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
- พริกไทยขาว 1/4 ช้อนชา
- แผ่นแป้งปอเปี๊ยะหรือแผ่นข้าว 2 แผ่น
- น้ำมันสำหรับทอดประมาณ 1/2 ถ้วย
วิธีทำ
- ซับเต้าหู้ให้แห้งมากที่สุด แล้วหั่นเป็นแท่งหนา
- ปรุงเต้าหู้ด้วยซีอิ๊วขาวและพริกไทย ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที
- คลุกแป้งข้าวโพดบาง ๆ แล้วห่อด้วยแผ่นแป้งที่ตัดพอดีชิ้น
- ตั้งน้ำมันไฟกลาง ทอดจนผิวเหลืองกรอบและเต้าหู้ร้อนทั่ว
- พักบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมันก่อนหั่นและเสิร์ฟ
11. ทอดมันเห็ดออรินจิ
ทอดมันเห็ดออรินจิได้เนื้อสัมผัสเด้งและฉ่ำจากเห็ดสับ คลุกพริกแกงกับสมุนไพรแล้วทอดเป็นชิ้นเล็ก เหมาะกินเล่นหรือกินคู่ข้าวสวยและแตงกวา
ทอดมันเห็ดออรินจิ เหมาะทั้งเป็นกับข้าวและของกินเล่น โดย เห็ดออรินจิสับ พริกแกงเผ็ดสูตรมังสวิรัติ และแป้งข้าวโพด ทำให้รสมีความกลมกล่อม ควรเสิร์ฟทันทีเพื่อรักษาความกรอบและกลิ่นหอม เตรียมวัตถุดิบล่วงหน้าช่วยลดเวลาหน้าเตา
สูตรด้านล่างใช้ซีอิ๊วขาวแทนเครื่องปรุงรสจากปลา พริกแกงต้องตรวจส่วนประกอบก่อนใช้ หากต้องการลดน้ำมันสามารถนำส่วนผสมไปอบหรือใช้ เมนูหม้อทอดไร้น้ำมัน เป็นแนวทางต่อยอด
ส่วนผสม
- เห็ดออรินจิสับ 180 กรัม
- พริกแกงเผ็ดสูตรมังสวิรัติ 1 ช้อนโต๊ะ
- แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ
- แป้งสาลี 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนชา
- น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
- ถั่วฝักยาวซอย 3 ช้อนโต๊ะ
- ใบมะกรูดซอย 1 ใบ
- น้ำมันสำหรับทอด
วิธีทำ
- สับเห็ดให้ละเอียดแล้วบีบน้ำส่วนเกินออกเล็กน้อย
- ผสมเห็ด พริกแกง แป้งทั้งสองชนิด ซีอิ๊วขาว น้ำตาล ถั่วฝักยาว และใบมะกรูด
- ปั้นเป็นชิ้นแบนขนาดเล็ก
- ทอดด้วยไฟกลางจนสุกและสีเหลืองทั้งสองด้าน
- พักบนตะแกรงแล้วเสิร์ฟกับแตงกวาหรือน้ำจิ้มรสเปรี้ยวหวาน
12. ผัดกะเพราเห็ดเต้าหู้
ผัดกะเพราเห็ดเต้าหู้เป็นอาหารจานเดียวที่ได้ทั้งกลิ่นกะเพรา เนื้อสัมผัสจากเห็ด และโปรตีนจากเต้าหู้ ใช้เวลาผัดไม่นานและเหมาะกับข้าวสวยร้อน
ผัดกะเพราเห็ดเต้าหู้ เด่นที่กลิ่นกระทะและซอสเคลือบวัตถุดิบอย่างพอดี เต้าหู้แข็ง เห็ดชิเมจิหรือเห็ดออรินจิ และใบกะเพรา ช่วยให้จานนี้มีทั้งความหอมและเนื้อสัมผัส เหมาะกับมื้อเร่งรีบที่อยากได้รสเข้ม เพิ่มสมุนไพรสดก่อนเสิร์ฟช่วยให้หอมขึ้น
สูตรนี้ใช้เต้าหู้แข็งเพื่อให้คงรูปขณะผัดและใช้ซอสเห็ดสูตรมังสวิรัติแทนซอสหอยนางรมแบบทั่วไป ควรผัดใบกะเพราช่วงท้ายเพื่อให้ยังมีกลิ่นหอม
ส่วนผสม
- เต้าหู้แข็ง 150 กรัม
- เห็ดชิเมจิหรือเห็ดออรินจิ 100 กรัม
- ใบกะเพรา 1 ถ้วย
- กระเทียม 4 กลีบ
- พริก 3-6 เม็ด
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนชา
- ซอสเห็ดสูตรมังสวิรัติ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
- น้ำ 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- หั่นเต้าหู้เป็นชิ้นแล้วจี่ในกระทะจนผิวเหลือง พักไว้
- โขลกกระเทียมกับพริกหยาบ ๆ แล้วผัดกับน้ำมันจนหอม
- ใส่เห็ด ผัดจนเริ่มนิ่ม แล้วใส่เต้าหู้กลับลงกระทะ
- เติมซีอิ๊วขาว ซอสเห็ด น้ำตาล และน้ำ ผัดจนซอสเคลือบทั่ว
- ใส่ใบกะเพรา ผัดเร็ว ๆ แล้วปิดไฟ
13. เมี่ยงเห็ดทอดน้ำจิ้มแซ่บ
เมี่ยงเห็ดทอดน้ำจิ้มแซ่บมีทั้งเห็ดกรอบ ผักสด และน้ำจิ้มรสเปรี้ยวเผ็ด เหมาะเป็นอาหารกินเล่นหรือแบ่งกินหลายคนในมื้อที่ต้องการผักมากขึ้น
ความอร่อยของ เมี่ยงเห็ดทอดน้ำจิ้มแซ่บ อยู่ที่ความต่างระหว่างผิวกรอบกับเนื้อด้านใน การเตรียม เห็ดนางรม แป้งทอดกรอบ และน้ำเย็น ให้แห้งพอดีช่วยให้ทอดง่ายและได้สีสวย เหมาะกับวันที่อยากใช้วัตถุดิบในครัวให้คุ้ม
สูตรนี้เลือกเห็ดนางรมเพราะฉีกเป็นชิ้นและทอดง่าย สามารถสลับเห็ดตามที่มี หากต้องการไอเดียเพิ่มเติมสำหรับเห็ดเส้นเล็ก ดู เมนูเห็ดเข็มทอง ได้อีกทาง
ส่วนผสม
- เห็ดนางรม 150 กรัม
- แป้งทอดกรอบ 1/2 ถ้วย
- น้ำเย็น 1/3 ถ้วย
- น้ำมันสำหรับทอด
- ผักกาดหอม 1 ถ้วย
- แตงกวาหั่น 1/2 ลูก
- ใบสะระแหน่เล็กน้อย
น้ำจิ้มแซ่บ
- น้ำมะนาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาล 1 ช้อนชา
- พริกขี้หนูสับ 1 ช้อนชา
- กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
วิธีทำ
- ผสมส่วนประกอบน้ำจิ้มทั้งหมดให้น้ำตาลละลาย
- ผสมแป้งทอดกรอบกับน้ำเย็นพอข้น นำเห็ดลงชุบ
- ทอดเห็ดด้วยไฟกลางจนกรอบ แล้วพักบนตะแกรง
- จัดผักกาดหอม แตงกวา และสะระแหน่ลงจาน
- ห่อเห็ดทอดด้วยผักสดแล้วแตะน้ำจิ้มก่อนกิน
14. ผัดวุ้นเส้นโบราณ
ผัดวุ้นเส้นโบราณเป็นเมนูเส้นผัดแห้งที่มีไข่และผักหลายชนิด รสหวานเค็มกลมกล่อม เส้นที่ดูดซอสพอดีจะนุ่มแต่ไม่แฉะ เหมาะกับมื้อกลางวันหรือมื้อเย็น
ผัดวุ้นเส้นโบราณ เหมาะกับมื้อเร่งรีบและจัดใส่กล่องได้ง่าย วุ้นเส้นแห้ง ไข่ไก่ และกะหล่ำปลี ช่วยให้จานครบทั้งความอิ่ม ความหอม และสีสันที่น่ากิน จัดจานด้วยผักสีสดช่วยเพิ่มความน่ากิน
เพื่อให้เหมาะกับอาหารมังสวิรัติ สูตรนี้เปลี่ยนซอสหอยนางรมเป็นซอสเห็ดสูตรมังสวิรัติ ควรตรวจฉลากซอสปรุงรสทุกชนิด โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดจากสัตว์
ส่วนผสม
- วุ้นเส้นแห้ง 80 กรัม
- ไข่ไก่ 2 ฟอง
- กะหล่ำปลี 1 ถ้วย
- แครอท 1/3 ถ้วย
- ต้นหอม 2 ต้น
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- ซอสเห็ดสูตรมังสวิรัติ 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนชา
- น้ำตาล 1 ช้อนชา
- ซีอิ๊วดำ 1/4 ช้อนชา
- น้ำ 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- แช่วุ้นเส้นในน้ำจนเส้นนุ่ม แล้วตัดให้สั้นพอกิน
- ผัดกระเทียมกับน้ำมัน ใส่ไข่และยีให้เป็นชิ้น
- ใส่กะหล่ำปลีและแครอท ผัดจนเริ่มนิ่ม
- เติมวุ้นเส้น ซอสเห็ด ซีอิ๊วขาว น้ำตาล ซีอิ๊วดำ และน้ำ
- ผัดจนเส้นดูดซอสและกระทะค่อนข้างแห้ง ใส่ต้นหอมก่อนปิดไฟ
15. สุกี้เห็ดปลาแห้ง
สุกี้เห็ดปลาแห้งตามชื่อใน caption เป็นเมนูสุกี้ที่นำเสนอในแนวอาหารคลีนและแพลนต์เบส จุดเด่นอยู่ที่การทำได้รวดเร็วและมีเห็ดเป็นองค์ประกอบหลัก
สุกี้เห็ดปลาแห้ง เป็นเมนูที่ปรับเข้ากับมื้อประจำวันได้ง่าย เห็ดออรินจิ เห็ดชิเมจิ และผักกาดขาว ช่วยสร้างรสกลมกล่อมและเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย กินเป็นจานหลักหรือกับข้าวได้ ทำเป็นชุดเล็กได้โดยไม่เหลือเก็บมาก
เพื่อให้สูตรด้านล่างยังอยู่ในแนวมังสวิรัติ จึงใช้เห็ดออรินจิฉีกแล้วจี่จนแห้งแทนส่วนที่อาจทำให้เกิดความกำกวม และใช้น้ำซุปผักเป็นฐานของสุกี้
ส่วนผสม
- เห็ดออรินจิ 100 กรัม
- เห็ดชิเมจิ 80 กรัม
- ผักกาดขาว 1 1/2 ถ้วย
- ขึ้นฉ่าย 1 ต้น
- วุ้นเส้น 40 กรัม
- น้ำซุปผัก 450 มิลลิลิตร
- น้ำจิ้มสุกี้สูตรมังสวิรัติ 3 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
- น้ำมัน 1 ช้อนชา
วิธีทำ
- ฉีกเห็ดออรินจิเป็นเส้นบาง จี่กับน้ำมันในกระทะจนขอบแห้งและเริ่มเหลือง
- ต้มน้ำซุปผักจนเดือด ใส่ผักกาดขาวและเห็ดชิเมจิ
- ใส่วุ้นเส้นและเห็ดออรินจิที่จี่ไว้ ต้มจนวัตถุดิบสุก
- ปรุงด้วยซีอิ๊วขาวและน้ำจิ้มสุกี้ส่วนหนึ่ง
- ใส่ขึ้นฉ่ายแล้วปิดไฟ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มที่เหลือ
16. ข้าวอบเห็ดในหม้อหุงข้าว
ข้าวอบเห็ดในหม้อหุงข้าวเหมาะกับมื้อที่ต้องการเตรียมอาหารในภาชนะเดียว กลิ่นเห็ดและซอสซึมเข้าสู่ข้าวระหว่างหุง ช่วยให้ได้มื้ออิ่มท้องโดยไม่ต้องผัดหลายกระทะ
จุดเด่นของ ข้าวอบเห็ดในหม้อหุงข้าว อยู่ที่กลิ่นหอมและเนื้อสัมผัสที่ชัดเจน การจัด ข้าวหอมมะลิ เห็ดหอมสดหรือเห็ดออรินจิ และเต้าหู้แข็ง ให้มีขนาดใกล้กันช่วยให้สุกพร้อมกันและเสิร์ฟได้สวย เหมาะหมุนเวียนเป็นเมนูประจำสัปดาห์
สูตรนี้เพิ่มเต้าหู้แข็งเพื่อเสริมโปรตีน ปริมาณน้ำอาจต้องปรับเล็กน้อยตามชนิดข้าวและหม้อหุงข้าว ควรอ้างอิงระดับน้ำตามคำแนะนำของเครื่องหากแตกต่างจากสูตร
ส่วนผสม
- ข้าวหอมมะลิ 1 ถ้วย
- เห็ดหอมสดหรือเห็ดออรินจิ 120 กรัม
- เต้าหู้แข็ง 100 กรัม
- แครอทหั่นเต๋า 1/3 ถ้วย
- ขิงซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- ซอสเห็ดสูตรมังสวิรัติ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันงา 1 ช้อนชา
- น้ำประมาณ 1 ถ้วย
- ต้นหอมซอยเล็กน้อย
วิธีทำ
- ล้างข้าวแล้วสะเด็ดน้ำ ใส่ลงหม้อหุงข้าว
- เติมซีอิ๊วขาว ซอสเห็ด น้ำมันงา และน้ำ คนเบา ๆ
- วางเห็ด เต้าหู้ แครอท และขิงด้านบน
- หุงด้วยโปรแกรมข้าวปกติจนสุก แล้วพักต่อประมาณ 10 นาที
- เปิดฝา คลุกส่วนผสมให้ทั่วและโรยต้นหอม
17. เต้าหู้โมคิทำเมนูอะไรได้บ้าง
เต้าหู้โมคิสามารถนำไปปรุงได้หลายแบบจากเนื้อสัมผัสที่ค่อนข้างหนึบ รายการนี้เลือกทำเป็นเต้าหู้โมคิผัดซอสเห็ดแบบกระทะเดียว เพื่อให้ได้สูตรสั้นและใช้วัตถุดิบน้อย
เต้าหู้โมคิทำเมนูอะไรได้บ้าง กินง่ายและปรับรสตามวัตถุดิบที่มีได้ เต้าหู้โมคิ เห็ดชิเมจิ และบรอกโคลี เติมทั้งความหอม ความนุ่ม และสีสัน จึงเหมาะสำหรับหมุนเวียนในเมนูประจำบ้าน ชิมรสช่วงท้ายช่วยให้ปรับได้แม่นยำ
สูตรผัดซอสเห็ดด้านล่างจึงเป็นตัวอย่างปรับใช้ ไม่ได้อ้างว่าเป็นสูตรเดียวกับในวิดีโอ ควรตรวจฉลากเต้าหู้โมคิสำเร็จรูปหากต้องการหลีกเลี่ยงส่วนผสมจากสัตว์อย่างเคร่งครัด
ส่วนผสม
- เต้าหู้โมคิ 180 กรัม
- เห็ดชิเมจิ 80 กรัม
- บรอกโคลี 1/2 ถ้วย
- กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
- ซอสเห็ดสูตรมังสวิรัติ 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
- น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
- น้ำ 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมัน 1 ช้อนชา
- งาคั่วเล็กน้อย
วิธีทำ
- จี่เต้าหู้โมคิในกระทะกับน้ำมันจนผิวเริ่มเหลือง แล้วพักไว้
- ผัดกระเทียม ตามด้วยเห็ดและบรอกโคลี
- เติมน้ำเล็กน้อย ปิดฝาประมาณ 1 นาทีให้ผักสุก
- ใส่เต้าหู้กลับลงกระทะ ปรุงด้วยซอสเห็ด ซีอิ๊วขาว และน้ำตาล
- ผัดจนซอสเคลือบทั่ว โรยงาก่อนเสิร์ฟ
18. เต้าหู้ผัดใบโหระพาข้าวโพดหวาน
เต้าหู้ผัดใบโหระพาข้าวโพดหวานมีทั้งความหอมจากสมุนไพร ความหวานธรรมชาติจากข้าวโพด และเนื้อสัมผัสนุ่มแน่นจากเต้าหู้ เหมาะตักราดข้าวเป็นอาหารจานเดียว
เต้าหู้ผัดใบโหระพาข้าวโพดหวาน มีรสหวานกลมกล่อมและเนื้อสัมผัสชวนกิน เต้าหู้แข็ง เมล็ดข้าวโพดหวาน และใบโหระพา ช่วยสร้างกลิ่นหอมและความนุ่ม เหมาะเสิร์ฟเป็นของว่างหรือของหวานหลังมื้ออาหาร เสิร์ฟพร้อมเครื่องดื่มรสอ่อนช่วยตัดรสได้
สูตรนี้ใช้เต้าหู้แข็งเพื่อลดการแตกในกระทะ หากใช้ข้าวโพดกระป๋องควรสะเด็ดน้ำก่อน ส่วนใบโหระพาควรใส่ท้ายสุดแล้วผัดเพียงสั้น ๆ
ส่วนผสม
- เต้าหู้แข็ง 150 กรัม
- เมล็ดข้าวโพดหวาน 1/2 ถ้วย
- ใบโหระพา 1 ถ้วย
- พริกหวานหั่น 1/3 ถ้วย
- กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนชา
- ซอสเห็ดสูตรมังสวิรัติ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
- น้ำ 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- หั่นเต้าหู้เป็นชิ้นแล้วจี่จนผิวเหลือง พักไว้
- ผัดกระเทียมกับน้ำมันจนหอม ใส่พริกหวานและข้าวโพด
- ใส่เต้าหู้กลับลงกระทะ
- เติมซีอิ๊วขาว ซอสเห็ด น้ำตาล และน้ำ ผัดจนซอสเคลือบวัตถุดิบ
- ใส่ใบโหระพา ผัดพอใบสลดแล้วปิดไฟ
19. ผัดเห็ดหอมหน่อไม้ฝรั่งแครอท
ผัดเห็ดหอมหน่อไม้ฝรั่งแครอทเป็นเมนูผักกระทะเดียวที่มีทั้งความหอมของเห็ด ความกรอบของหน่อไม้ฝรั่ง และความหวานจากแครอท เหมาะกินคู่ข้าวหรือเพิ่มเต้าหู้เพื่อให้อิ่มขึ้น
รสของ ผัดเห็ดหอมหน่อไม้ฝรั่งแครอท ควรกลมกล่อมโดยไม่แฉะ การผัด เห็ดหอมสด หน่อไม้ฝรั่ง และแครอท ด้วยไฟเหมาะสมช่วยให้วัตถุดิบยังมีเนื้อสัมผัสและรับซอสได้ทั่วถึง จัดคู่กับเมนูรสเบาช่วยให้มื้อสมดุล
ผักสามชนิดใช้เวลาสุกไม่เท่ากัน จึงควรเริ่มจากแครอทและก้านหน่อไม้ฝรั่งก่อน แล้วค่อยใส่ส่วนยอด สูตรนี้ใช้ซอสเห็ดเพื่อเพิ่มรสอูมามิโดยไม่พึ่งเนื้อสัตว์
ส่วนผสม
- เห็ดหอมสด 100 กรัม
- หน่อไม้ฝรั่ง 120 กรัม
- แครอท 60 กรัม
- กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
- ซอสเห็ดสูตรมังสวิรัติ 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
- น้ำตาล 1/4 ช้อนชา
- พริกไทย 1/4 ช้อนชา
- น้ำ 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- หั่นเห็ดหอม แครอท และหน่อไม้ฝรั่งเป็นชิ้นพอดีคำ
- ผัดกระเทียมกับน้ำมัน ใส่แครอทและก้านหน่อไม้ฝรั่งก่อน
- เติมเห็ดหอมและส่วนยอดหน่อไม้ฝรั่ง ผัดต่อจนเกือบสุก
- ปรุงด้วยซอสเห็ด ซีอิ๊วขาว น้ำตาล และน้ำ
- ผัดจนผักสุกแต่ยังกรอบ โรยพริกไทยก่อนตักเสิร์ฟ
20. ซุปเห็ด 3 อย่างไม่ใส่ครีม
ซุปเห็ดสามอย่างแบบไม่ใส่ครีมให้เนื้อสัมผัสละมุนจากการปั่นเห็ดและมันฝรั่ง ไม่จำเป็นต้องใช้ครีมนม เหมาะกับมื้อเช้า มื้อเบา หรือกินคู่ขนมปังอบกรอบ
ซุปเห็ด 3 อย่างไม่ใส่ครีม เหมาะกับมื้อครอบครัวเพราะเสิร์ฟร้อนได้เต็มหม้อ รสจาก เห็ดแชมปิญอง เห็ดออรินจิ และเห็ดหอมสด ผสานกันจนได้ทั้งความหอม ความนุ่ม และน้ำซุปที่กินคล่องคอ ใช้ภาชนะอุ่นช่วยรักษาอุณหภูมิขณะเสิร์ฟ
สูตรนี้เลือกเห็ดแชมปิญอง เห็ดออรินจิ และเห็ดหอม หากต้องการจับคู่กับขนมปังหลายแบบ สามารถดู สูตรขนมปัง สำหรับต่อยอดมื้อเช้าได้
ส่วนผสม
- เห็ดแชมปิญอง 80 กรัม
- เห็ดออรินจิ 80 กรัม
- เห็ดหอมสด 60 กรัม
- มันฝรั่งหั่นเต๋า 80 กรัม
- หอมใหญ่สับ 1/3 ถ้วย
- กระเทียม 1 กลีบ
- น้ำซุปผัก 400 มิลลิลิตร
- นมถั่วเหลืองรสไม่หวาน 100 มิลลิลิตร
- น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ
- เกลือเล็กน้อย
- พริกไทยดำเล็กน้อย
วิธีทำ
- ผัดหอมใหญ่และกระเทียมกับน้ำมันจนหอม
- ใส่เห็ดทั้งสามชนิดและมันฝรั่ง ผัดประมาณ 3-4 นาที
- เติมน้ำซุปผัก ต้มจนมันฝรั่งนุ่ม
- ปั่นซุปจนละเอียดตามความชอบ แล้วเทกลับหม้อ
- เติมนมถั่วเหลือง ปรุงเกลือและพริกไทย อุ่นจนร้อนโดยไม่ต้องต้มแรง
เคล็ดลับทำเมนูมังสวิรัติให้อร่อยและทำง่าย
เลือกแหล่งโปรตีนให้หลากหลายสลับกันระหว่างไข่ เต้าหู้ และผลิตภัณฑ์จากถั่ว จะช่วยให้แต่ละมื้อมีเนื้อสัมผัสต่างกัน เห็ดเหมาะกับเมนูผัด ต้ม และทอด เนื่องจากรับรสซอสและเครื่องเทศได้ดี
เครื่องปรุงสำเร็จรูปควรตรวจฉลากเสมอ โดยเฉพาะพริกแกง น้ำจิ้มสุกี้ ซอสหอย ซุปก้อน และเครื่องปรุงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หากต้องการทำเมนูรวดเร็วในวันเร่งรีบ เมนูไมโครเวฟ ช่วยต่อยอดวิธีเตรียมอาหารแบบใช้ภาชนะน้อยได้
เมนูผัดควรเตรียมวัตถุดิบให้พร้อมก่อนเปิดไฟ เนื่องจากเห็ด เต้าหู้ และผักหลายชนิดใช้เวลาสุกไม่นาน การผัดด้วยไฟเหมาะสมและไม่ใส่วัตถุดิบแน่นกระทะเกินไปช่วยลดน้ำที่ออกจากเห็ด
เมนูทอดควรควบคุมอุณหภูมิน้ำมันไม่ให้ต่ำจนอาหารอมน้ำมัน และไม่สูงจนผิวไหม้ก่อนด้านในร้อนทั่ว หลังทอดควรพักบนตะแกรงแทนการวางซ้อนกันเพื่อรักษาความกรอบ
อาหารที่มีไข่ เต้าหู้ปรุงสุก หรือซุปควรรับประทานหลังทำเสร็จเมื่อทำได้ หากต้องเก็บควรลดอุณหภูมิและนำเข้าตู้เย็นโดยไม่ปล่อยทิ้งไว้นาน ก่อนรับประทานซ้ำให้อุ่นจนร้อนทั่ว
สรุป
ทั้ง 20 สูตรแสดงให้เห็นว่าอาหารมังสวิรัติสามารถทำได้ตั้งแต่ข้าวไข่ข้น ข้าวมันไข่ ลาบไข่ เมนูเต้าหู้ ผัดกะเพรา ต้มยำ สุกี้ ไปจนถึงซุปเห็ด จึงเลือกปรับให้เข้ากับมื้อเช้า กลางวัน หรือเย็นได้ไม่ยาก
จุดที่ควรให้ความสำคัญมากที่สุดอยู่ที่เครื่องปรุง พริกแกง ซอสสำเร็จรูป และผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูปบางชนิดอาจมีส่วนประกอบจากสัตว์ การอ่านฉลากและเลือกสูตรมังสวิรัติช่วยให้เมนูตรงกับรูปแบบการกินมากขึ้น
สัดส่วนในบทความออกแบบสำหรับประมาณ 1-2 ที่และสามารถปรับตามรสที่ชอบได้ ส่วนรายละเอียดจากวิดีโอใช้เพื่อยืนยันชื่อและแนวทางของแต่ละเมนูเท่าที่หลักฐานรองรับ ทำให้สามารถนำไอเดียไปใช้ต่อโดยไม่อ้างข้อมูลเกินจากแหล่งต้นทาง









