สูตรอาหาร

30 เมนูอาหารลดไข้คนป่วย ทำเองที่บ้าน อร่อย ย่อยง่าย ฟื้นตัวเร็ว

ช่วงที่ร่างกายมีไข้ ระบบเผาผลาญทำงานหนักขึ้น อุณหภูมิแกนกลางสูงขึ้นทุก 1 องศาเซลเซียสจะเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานร้อยละ 10-13 สิ่งที่ผู้ป่วยต้องการมากที่สุดคือพลังงานที่ย่อยง่าย ดูดซึมเร็ว และไม่สร้างภาระให้ระบบทางเดินอาหารที่กำลังอ่อนล้า น้ำคือสิ่งแรกที่ร่างกายขาด เพราะไข้ทำให้เสียน้ำทางผิวหนังและลมหายใจเร็วกว่าปกติ การให้ น้ำขิงอุ่น หรือน้ำซุปใสจึงเป็นก้าวแรกของการฟื้นตัว

โปรตีนเป็นอีกกุญแจสำคัญ เพราะร่างกายกำลังซ่อมแซมเนื้อเยื่อและสร้างภูมิคุ้มกัน อาหารอย่างไข่ตุ๋น ข้าวต้มหมู และปลานึ่งให้โปรตีนที่ดูดซึมง่ายโดยไม่ต้องใช้เอนไซม์ย่อยมาก ผักและผลไม้สุกนิ่มให้วิตามินซี วิตามินเอ และสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย ตรงข้ามกับอาหารทอด อาหารมัน เครื่องเทศจัด และน้ำตาลสูงที่ดึงน้ำออกจากเซลล์และเพิ่มภาระให้ตับ

บทความนี้รวบรวม 30 เมนูอาหารลดไข้ที่ผ่านเกณฑ์ 3 ข้อคือ ย่อยง่ายใน 1-2 ชั่วโมง ดูดซึมสารอาหารได้เร็ว และวัตถุดิบหาได้ในครัวไทยทั่วไป เมนูทั้งหมดจัดเรียงตามประเภทอาหาร เริ่มจากข้าวต้มและโจ๊กที่เป็นหลักของคนป่วย ตามด้วยซุปใสและน้ำซุปที่มีแร่ธาตุสูง ไข่โปรตีนย่อยง่าย เนื้อปลาและเนื้อไม่ติดมัน น้ำผลไม้และเครื่องดื่มอุ่น ผลไม้สด และของทานเล่นเบาๆ

1. ข้าวต้มกระดูกหมู

ข้าวต้มกระดูกหมู เป็น ข้าวต้ม แบบไทยที่ใช้กระดูกหมูอ่อนต้มเคี่ยวจนน้ำซุปหวานกลมกล่อม ข้าวจะซึมน้ำซุปจนบานนุ่ม เนื้อหมูเปื่อยหลุดจากกระดูก รสออกเค็มเบา หวานจากหมู ซดร้อนๆ คล่องคอ ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 40 นาที เหมาะกับมื้อเช้าหรือมื้อเย็นของคนป่วยที่ต้องการพลังงานจากข้าวและโปรตีนจากหมู

เคล็ดลับคือเลือกกระดูกหมูอ่อนที่มีเอ็นและเนื้อติด ลวกน้ำเดือดก่อน 1 นาทีเพื่อช้อนฟองเลือดทิ้ง จะได้น้ำซุปใสไม่ขุ่น ระหว่างเคี่ยวให้หรี่ไฟอ่อนที่สุด ปิดฝาแง้มไว้ เนื้อหมูจะเปื่อยนุ่มโดยไม่แห้งและน้ำซุปยังใส

บทความที่เกี่ยวข้อง
@tid_cooking

แจกสูตร ข้าวต้มกระดูกหมู ซุปหอม รสชาติเข้มข้น ทำง่ายประหยัดเวลา ติดครัว อาหาร ทำอาหาร อาหารทําเอง ชีวิตติดครัว ชีวิตติดรีวิว เรื่องรีวิวไว้ใจเจ๊ ห้องครัวTikTok ครัวTiktok

♬ เสียงต้นฉบับ – ชีวิตติดครัว – ชีวิตติดครัว

ส่วนผสม

  1. กระดูกหมูอ่อน (หั่นท่อน 2 นิ้ว ลวกน้ำเดือด) 300 กรัม
  2. ข้าวสารหอมมะลิ (ซาวน้ำ) 1/2 ถ้วย
  3. กระเทียมกลีบเล็ก (บุบพอแตก) 5 กลีบ
  4. รากผักชี (ทุบ) 2 ราก
  5. เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
  6. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  7. ซุปก้อนรสหมู 1/2 ก้อน
  8. ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  9. ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  10. ขิงแก่ (ฝานแว่นบาง 3 ชิ้น) 5 กรัม
  11. กระเทียมเจียว 1 ช้อนโต๊ะ
  12. น้ำเปล่า 6 ถ้วย

วิธีทำ

  1. เตรียมกระดูกหมู: ลวกกระดูกหมูในน้ำเดือด 1 นาที ตักขึ้นล้างน้ำเย็น สะเด็ดพักไว้
  2. ตั้งหม้อน้ำ: ใส่น้ำเปล่า 6 ถ้วย ตั้งไฟแรงจนเดือด ใส่ขิงแว่น รากผักชี และกระเทียมบุบ
  3. ใส่กระดูกหมู: ใส่กระดูกหมูลงไป รอเดือดอีกครั้ง ช้อนฟองทิ้งให้หมด
  4. เคี่ยว: หรี่ไฟอ่อน ปิดฝาแง้ม เคี่ยวนาน 25-30 นาที จนเนื้อหมูเปื่อยหลุดจากกระดูก
  5. ใส่ข้าว: ซาวข้าวสาร ใส่ลงในหม้อ คนเบาๆ อย่าให้ติดก้น ต้มต่อด้วยไฟอ่อน 15 นาทีจนข้าวบานนุ่ม
  6. ปรุงรส: ใส่ซุปก้อน เกลือป่น และซีอิ๊วขาว คนให้ละลาย ชิมรสชาติ
  7. เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยต้นหอมซอย ผักชีซอย และกระเทียมเจียว

2. ข้าวต้มไก่

ข้าวต้มไก่ เป็นเมนูอ่อนย่อยง่ายที่เป็นทางเลือกสำหรับคนที่ไม่ทานหมู เนื้อไก่ให้โปรตีนสูงและไขมันต่ำกว่าเนื้อหมู เหมาะกับคนป่วยที่ต้องการโปรตีนฟื้นฟูร่างกายโดยไม่หนักท้อง น้ำซุปจากกระดูกไก่ให้รสหวานธรรมชาติและคอลลาเจนจากกระดูก ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลาประมาณ 30 นาที

ข้อควรระวังคืออย่าใช้ไก่ติดหนัง เพราะหนังไก่มีไขมันสูงทำให้ย่อยยากขึ้น ใช้เนื้ออกหรือสันในไก่ล้วนแทน ระหว่างต้มไก่ให้ใช้ไฟอ่อน เนื้อไก่จะนุ่มไม่กระด้าง

ส่วนผสม

  1. เนื้ออกไก่ (ล้างสะอาด หั่นชิ้นพอดีคำ) 200 กรัม
  2. ข้าวสารหอมมะลิ (ซาวน้ำ) 1/2 ถ้วย
  3. กระเทียม (บุบพอแตก) 4 กลีบ
  4. ขิงแก่ (ฝานแว่น) 5 กรัม
  5. ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  6. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  7. ซุปก้อนรสไก่ 1/2 ก้อน
  8. ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  9. ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  10. กระเทียมเจียว 1 ช้อนชา
  11. พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
  12. น้ำเปล่า 5 ถ้วย

วิธีทำ

  1. เตรียมไก่: ล้างอกไก่ให้สะอาด ซับด้วยกระดาษครัว หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ พักไว้
  2. ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่าลงหม้อ ตั้งไฟแรงจนเดือด ใส่ขิงแว่นและกระเทียมบุบ
  3. ต้มไก่: ใส่เนื้อไก่ลงไป หรี่ไฟกลาง ต้มนาน 10 นาที ช้อนฟองที่ลอยขึ้น
  4. ใส่ข้าว: ซาวข้าวสาร ใส่ลงหม้อ คนเบาๆ ต้มต่อด้วยไฟอ่อน 15-20 นาทีจนข้าวบาน
  5. ปรุงรส: ใส่ซุปก้อน ซีอิ๊วขาว และเกลือป่น ชิมรส ปิดไฟ
  6. เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยต้นหอม ผักชี กระเทียมเจียว และพริกไทยป่นเล็กน้อย

3. โจ๊กหมู

โจ๊กหมู ต่างจากข้าวต้มตรงที่ใช้ข้าวหักหรือข้าวสารตำให้แตก เม็ดข้าวจะละเอียดและบานจนเป็นเนื้อเดียวกันกับน้ำซุป เนื้อเนียนกว่าข้าวต้มปกติ ย่อยง่ายกว่าเพราะไม่ต้องบดเคี้ยวมาก รสเค็มกลมกล่อมจากหมูสับและน้ำซุปกระดูก ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 25 นาที เหมาะกับเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และคนป่วยที่ไม่มีแรงเคี้ยว

ความลับของโจ๊กหมูเนื้อเนียนคือต้องใช้ข้าวหักแท้หรือข้าวสารที่ตำให้แตกก่อนหุง ไม่ใช้ข้าวเต็มเมล็ด และต้องหมั่นคนระหว่างต้มเพื่อไม่ให้ติดก้นหม้อ ใส่น้ำมากกว่าข้าวต้มปกติในอัตราส่วนข้าว 1 ส่วนต่อน้ำ 8 ส่วน

ส่วนผสม

  1. ข้าวหักหรือข้าวสารตำแตก 1/2 ถ้วย
  2. หมูสับไม่ติดมัน 150 กรัม
  3. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  4. ขิงแก่ (ฝานแว่นบาง) 3 ชิ้น
  5. ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  6. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  7. ซุปก้อนรสหมู 1/2 ก้อน
  8. ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  9. ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  10. ขิงซอย (สำหรับโรยหน้า) 1 ช้อนชา
  11. พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
  12. น้ำเปล่า 4 ถ้วย

วิธีทำ

  1. เตรียมข้าว: หากใช้ข้าวสาร ให้นำข้าวสารตำในครกพอแตก ไม่ต้องละเอียด แช่น้ำไว้ 10 นาทีแล้วซาว
  2. ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่า กระเทียมสับ และขิงแว่น ตั้งไฟแรงจนเดือด
  3. ใส่ข้าว: ใส่ข้าวหักลงไป คนทันทีไม่ให้ข้าวติดก้น หรี่ไฟอ่อน ต้มนาน 15 นาที หมั่นคนเป็นระยะ
  4. ใส่หมูสับ: เมื่อโจ๊กเริ่มข้น ใส่หมูสับลงไป คนให้หมูกระจายทั่ว ไม่เป็นก้อน ต้มต่อ 5-7 นาทีจนหมูสุก
  5. ปรุงรส: ใส่ซุปก้อน ซีอิ๊วขาว และเกลือป่น คนให้ละลาย ชิมรส
  6. เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยต้นหอม ผักชี ขิงซอย และพริกไทยป่น

4. โจ๊กไข่

โจ๊กไข่ เป็นเมนูประหยัดเวลาที่ใช้ไข่เป็นแหล่งโปรตีนแทนหมูสับ ไข่ให้โปรตีนที่ย่อยง่ายที่สุดชนิดหนึ่ง ร่างกายดูดซึมได้เร็วกว่าเนื้อสัตว์ เหมาะกับผู้ป่วยที่เบื่อเนื้อสัตว์หรือต้องการเปลี่ยนรสชาติจากโจ๊กหมู รสหวานมันจากไข่แดงตัดกับความเค็มของซุปอย่างลงตัว ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลา 15 นาที

เทคนิคให้ไข่สวยคือตอกไข่ใส่ถ้วยก่อน แล้วเทลงกลางหม้อโจ๊กที่กำลังเดือดเบาๆ อย่าคนทันที ปล่อยให้ไข่ขาวเซ็ตตัว 1 นาทีก่อนค่อยๆ คน จะได้เส้นไข่ขาวสวยและไข่แดงกึ่งสุกที่ครีมมี่

ส่วนผสม

  1. ข้าวหักหรือข้าวสารตำแตก 1/2 ถ้วย
  2. ไข่ไก่สด 2 ฟอง
  3. กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
  4. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  5. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  6. ซุปก้อนรสหมู 1/3 ก้อน
  7. ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  8. ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  9. ขิงซอย 1 ช้อนชา
  10. น้ำปลา 1/2 ช้อนชา
  11. พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
  12. น้ำเปล่า 4 ถ้วย

วิธีทำ

  1. ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่าและกระเทียมสับ ตั้งไฟแรงจนเดือด
  2. ใส่ข้าว: ใส่ข้าวหัก คนเบาๆ หรี่ไฟอ่อน ต้มนาน 12-15 นาทีจนข้าวบาน คนเป็นระยะ
  3. ปรุงรส: ใส่ซุปก้อน ซีอิ๊วขาว เกลือป่น และน้ำปลา คนให้ละลาย
  4. ใส่ไข่: ตอกไข่ใส่ถ้วยแล้วเทลงกลางหม้อช้าๆ ปล่อยให้เซ็ตตัว 1 นาที
  5. คนเบาๆ: ใช้ตะหลิวคนเบาๆ ให้ไข่ขาวกระจายเป็นเส้น ไข่แดงจะกึ่งสุกกึ่งเหลว
  6. เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยต้นหอม ผักชี ขิงซอย และพริกไทยป่น

5. ข้าวต้มปลา

ข้าวต้มปลา ใช้เนื้อปลาขาวอย่างปลากะพง ปลาจาระเม็ด หรือปลานิล เนื้อปลามีโปรตีนย่อยง่ายและไขมันต่ำ น้ำซุปปลาหวานเบา ซดแล้วสดชื่นไม่เลี่ยน เหมาะกับผู้ป่วยที่เบื่อเนื้อหมูหรือไก่ เนื้อปลาจะฟูนุ่มละลายในปาก ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 25 นาที

ข้อสำคัญคือต้องใช้ปลาสดเท่านั้น ปลาที่ไม่สดจะมีกลิ่นคาวแรงและเนื้อเละ วิธีล้างปลาคือเคล้าเกลือแล้วล้างน้ำเย็นจนหมดเมือก ระหว่างต้มให้ใส่ขิงเพิ่มเพื่อดับกลิ่นคาว และห้ามคนแรงจนเนื้อปลาแตกกระจาย

ส่วนผสม

  1. เนื้อปลากะพงขาว (หั่นชิ้นหนา 1.5 เซนติเมตร) 200 กรัม
  2. ข้าวสารหอมมะลิ (ซาวน้ำ) 1/2 ถ้วย
  3. ขิงแก่ (ฝานแว่น) 5 กรัม
  4. กระเทียม (บุบ) 3 กลีบ
  5. ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  6. ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  7. ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  8. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  9. น้ำปลา 1/2 ช้อนชา
  10. กระเทียมเจียว 1 ช้อนชา
  11. พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
  12. น้ำเปล่า 5 ถ้วย

วิธีทำ

  1. เตรียมปลา: ล้างปลาด้วยเกลือ ล้างน้ำเย็นจนหมดเมือก ซับแห้ง หั่นชิ้นหนา 1.5 เซนติเมตร
  2. ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่า ตั้งไฟแรงจนเดือด ใส่ขิงแว่นและกระเทียมบุบ
  3. ต้มข้าว: ใส่ข้าวสารลงไป หรี่ไฟอ่อน ต้ม 15 นาทีจนข้าวบาน
  4. ใส่ปลา: ใส่ชิ้นปลาลงในหม้อ ระวังอย่าวางซ้อนกัน ใช้ไฟอ่อน รอ 3-4 นาทีให้เนื้อปลาเปลี่ยนเป็นสีขาว
  5. ปรุงรส: ใส่ซีอิ๊วขาว เกลือป่น และน้ำปลา เบาๆ อย่าคนแรง
  6. เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยต้นหอม ผักชี กระเทียมเจียว พริกไทยป่น

6. ซุปไก่

ซุปไก่ เป็นเมนูสากลที่ใช้ได้ผลกับคนป่วยมานานหลายร้อยปี น้ำซุปไก่ร้อนๆ ให้กรดอะมิโนซิสเทอีน (Cysteine) ที่ช่วยลดเสมหะและบรรเทาอาการคัดจมูก เนื้อไก่ให้โปรตีนไม่ติดมัน ซุปใสอุ่นๆ ซดคล่องคอตลอดวัน ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 35 นาที เหมาะดื่มแทนน้ำหรือกินคู่กับข้าวสวยนิ่ม

เคล็ดลับน้ำซุปใสแบบร้านโรงแรมคือเริ่มจากการต้มไก่ในน้ำเย็น (ไม่ใช่น้ำเดือด) แล้วใช้ไฟอ่อนที่สุด ห้ามเดือดพล่าน ฟองที่ลอยขึ้นจะน้อยและน้ำซุปใสสะอาดโดยไม่ต้องกรอง

@moo_hiw

แจกสูตร ซุปไก่มันฝรั่ง ซดน้ำซุปร้อนๆ คล่องคอมาก วัตถุดิบและส่วนผสม -น่องไก่ 1 กิโลกรัม -แครอท 1 หัว -มันฝรั่ง 3 หัว -มะเขือเทศ 3 ลูก -หัวหอมใหญ่ 1 ลูก -รากผักชี 2 ราก -เกลือ 1 ช้อนชา -น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา -ผงปรุงรส 2 ช้อนชา -พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา หมูหิว เจ๊หมูชวนหิว

♬ เสียงต้นฉบับ – หมูหิว เจ๊หมูชวนหิว – หมูหิว เจ๊หมูชวนหิว

ส่วนผสม

  1. น่องไก่ไม่ติดหนัง 1 ชิ้น (200 กรัม)
  2. หัวหอมใหญ่ (หั่นครึ่ง) 1/2 หัว
  3. แครอท (หั่นท่อน 2 นิ้ว) 1/2 หัว
  4. เซเลอรี่หรือคื่นช่ายฝรั่ง (หั่นท่อน) 1 ต้น
  5. กระเทียม (บุบ) 4 กลีบ
  6. ขิงแก่ (ฝานแว่น) 10 กรัม
  7. เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
  8. พริกไทยเม็ด 1/2 ช้อนชา
  9. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  10. ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  11. น้ำเปล่า 6 ถ้วย

วิธีทำ

  1. เตรียมไก่: ล้างน่องไก่ ซับแห้ง ใส่หม้อพร้อมน้ำเปล่า 6 ถ้วย (น้ำเย็น)
  2. ใส่ผัก: ใส่หัวหอมใหญ่ แครอท เซเลอรี่ กระเทียม ขิง และพริกไทยเม็ดลงในหม้อ
  3. ตั้งไฟอ่อน: เปิดไฟอ่อนที่สุด ห้ามคน ปล่อยให้ค่อยๆ เดือด ใช้เวลาประมาณ 20-25 นาที
  4. ช้อนฟอง: เมื่อเริ่มมีฟองขาวลอย ให้ช้อนออกด้วยทัพพี ให้หมด
  5. ตักน่องไก่: เมื่อไก่สุกนุ่ม (ใช้ส้อมจิ้มแล้วไม่มีน้ำสีชมพู) ตักน่องไก่ออก แกะเนื้อเป็นชิ้นเล็ก
  6. กรองน้ำซุป: กรองน้ำซุปด้วยกระชอนตาถี่ ใส่เนื้อไก่ที่แกะไว้กลับลงไป
  7. ปรุงรส: ใส่เกลือป่นและซีอิ๊วขาว โรยต้นหอม เสิร์ฟร้อน

7. ซุปฟักทอง

ซุปฟักทอง เป็นซุปเนื้อเนียนสีเหลืองทองที่ทำจากฟักทองต้มแล้วปั่น ฟักทองอุดมด้วยวิตามินเอและเบต้าแคโรทีนที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เนื้อสัมผัสเนียนละเอียด รสหวานธรรมชาติไม่ต้องเติมน้ำตาล เหมาะกับเด็กเล็ก คนแก่ และคนป่วยที่เบื่ออาหาร ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 25 นาที

ฟักทองที่เหมาะทำซุปคือฟักทองแก่จัด เนื้อสีเข้ม เปลือกแข็ง มีแป้งมาก เมื่อต้มสุกแล้วปั่นจะได้เนื้อเนียนข้น ห้ามใช้ฟักทองอ่อนที่เนื้อฟ่ามไม่หวาน และ เมนูฟักทอง อื่นๆ ก็ปรับใช้กับคนป่วยได้เช่นกัน

@krua.co

ซุปฟักทองแครอทร้อนๆ 🎃🥕แบบไม่ใส่ครีมนมเนย🥛🧈 หอมมันจากนมถั่วเหลืองแท้ๆ แพ้นมวัวก็กินได้ ไม่ใส่น้ำตาล หวานจากธรรมชาติล้วนๆ #ฟองฟอง #นมถั่วเหลือง #ซุปฟักทองแครอท #แพ้นมวัว #วีแกน #เมนูโปรด #อร่อย ทำเองได้ #kruadotco วัตถุดิบ น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ หอมใหญ่ซอย 150 กรัม กระเทียมกลีบใหญ่บุบ 5 กลีบ ฟักทองหั่นชิ้น 500 กรัม แครอทหั่นชิ้น 250 กรัม ใบกระวาน 1 ใบ น้ำเปล่า 4 ถ้วย เกลือสมุทร 1 ช้อนชา ฟองฟอง น้ำเต้าหู้ สูตรไม่มีน้ำตาล 100 กรัม เกลือสมุทรและพริกไทยดำบดตามชอบ ขนมปังปิ้งสำหรับจัดเสิร์ฟ วิธีทำ 1. ตั้งหม้อบนไฟกลางใส่น้ำมันมะกอก พอร้อนใส่หอมใหญ่ลงไปผัดจนสุก มีสีออกน้ำตาลอ่อนเล็กน้อย จากนั้นใส่กระเทียม ฟักทอง แครอทและใบกระวาน ลงไปผัดจนผักเริ่มนิ่ม เติมน้ำ ปรุงรสด้วยเกลือคนพอเข้ากัน ตุ๋นซุปฟักทอง 40 นาที จากนั้นนำใบกระวานออก 2. นำไปปั่นในโถปั่นหรือเครื่องปั่นมือถือจนเนียนละเอียดดี (พักเบสซุปให้หายร้อน แพ็คใส่ถุงซิปล็อค ปริมาณต่อเสิร์ฟ 200 กรัม เก็บไว้ในช่องแช่แข็งได้นาน 1 เดือน) 3. ตักเบสซุปฟักทองที่จะทานลงในหม้อเล็ก 200 กรัม เติมฟองฟอง น้ำเต้าหู้ สูตรไม่มีน้ำตาล สามารถปรุงรสด้วยเกลือสมุทรและพริกไทยดำบดตามชอบ 4. ตักใส่ถ้วย ตกแต่งด้วยน้ำมันมะกอก ฟองฟอง น้ำเต้าหู้ พริกไทย พาร์สเลย์ เสิร์ฟพร้อมขนมปังปิ้ง

♬ เสียงต้นฉบับ – KRUA.CO – KRUA.CO

ส่วนผสม

  1. ฟักทองแก่ (ปอกเปลือก หั่นเต๋า 2 เซนติเมตร) 300 กรัม
  2. หัวหอมใหญ่ (สับหยาบ) 1/4 หัว
  3. กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
  4. เนยจืด 1 ช้อนโต๊ะ
  5. นมสดรสจืด 1/2 ถ้วย
  6. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  7. พริกไทยป่น 1/8 ช้อนชา
  8. ซุปก้อนรสไก่ 1/3 ก้อน
  9. น้ำเปล่า 2 ถ้วย
  10. ผักชีซอยสำหรับโรยหน้า

วิธีทำ

  1. ผัดหอม: ตั้งหม้อ ใส่เนย ใช้ไฟอ่อน ใส่หอมใหญ่และกระเทียม ผัดจนหอมใส
  2. ใส่ฟักทอง: ใส่ฟักทองเต๋าลงไป ผัดเบา 2 นาทีจนฟักทองส่งกลิ่นหอม
  3. ต้ม: เติมน้ำเปล่าจนท่วมฟักทอง ใส่ซุปก้อน ตั้งไฟกลางจนเดือด หรี่ไฟอ่อน ปิดฝา ต้ม 15 นาทีจนฟักทองนิ่ม
  4. ปั่น: ยกลงจากเตา ใช้เครื่องปั่นมือถือปั่นในหม้อ หรือเทใส่โถปั่น ปั่นจนเนื้อเนียนละเอียด
  5. ปรุง: ใส่นมสด เกลือ และพริกไทย คนให้เข้ากัน ตั้งไฟอ่อนให้อุ่นอีกครั้ง (ห้ามเดือดเพราะนมจะแตก)
  6. เสิร์ฟ: ตักใส่ถ้วย โรยผักชี เสิร์ฟอุ่น

8. ซุปผักรวม

ซุปผักรวม เป็นเมนูที่รวมผักหลากหลายมาต้มจนนิ่มแล้วปั่นให้เป็นซุปเนื้อเนียน ได้วิตามินจากผักหลายชนิดในถ้วยเดียว เหมาะกับคนป่วยที่เคี้ยวผักสดไม่ไหวแต่ยังต้องการวิตามินและแร่ธาตุ เลือกผักที่มีรสหวานอ่อนตามธรรมชาติเช่นแครอท ฟักทอง มันเทศ และมันฝรั่ง ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 25 นาที

จัดสัดส่วนผักให้สมดุล: ร้อยละ 50 เป็นผักหัวให้เนื้อซุปข้น (แครอท มันฝรั่ง) ร้อยละ 30 เป็นผักหวานให้รส (ฟักทอง หอมใหญ่) และร้อยละ 20 เป็นผักใบอ่อนให้วิตามิน (ตำลึง ผักโขม)

@miyyo_ware

Girls must try!Harvard Vegetable Soup📒 / Hi gaiss! have you heard about this Harvard vegetable soup?which is studied by Harvard University~
It’s anti-inflammatory and low in calories! It can also boost immunity! / 🎃Ingredients
Onion 100g
Pumpkin 100g
Cabbage 100g
Carrot 100g
/
☁️How?
1. Wash and chop the four types of vegetables (it’s best to leave the skin on).
2. Add 1000ml of water, bring it to a boil over high heat, then reduce the heat and simmer for twenty minutes.
3. No need to add seasonings✨Because the soup has a naturally sweet vegetable broth 
👩Girls should drink it often❤️ #soup #healthy #weightloss #harvard #recipe #simple #nosalt #mealprep #easy #cooking #kitchen #fyp #reels #quickmeal #lecreuset

♬ Feels (Sped up) (feat. Pharrell Williams, Katy Perry & Big Sean) – Calvin Harris

ส่วนผสม

  1. แครอท (ปอกเปลือก หั่นท่อน) 100 กรัม
  2. มันฝรั่ง (ปอกเปลือก หั่นเต๋า) 100 กรัม
  3. ฟักทอง (ปอกเปลือก หั่นเต๋า) 80 กรัม
  4. หัวหอมใหญ่ (หั่นหยาบ) 1/4 หัว
  5. ตำลึงหรือเบบี้สปิแนช (ล้างสะอาด) 1/2 ถ้วย
  6. กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
  7. เนยจืด 1 ช้อนชา
  8. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  9. ซุปก้อนรสไก่ 1/3 ก้อน
  10. นมสดรสจืด 1/4 ถ้วย
  11. น้ำเปล่า 2 1/2 ถ้วย

วิธีทำ

  1. ผัดหอมกระเทียม: ใส่เนยในหม้อ ตั้งไฟอ่อน ใส่หอมใหญ่และกระเทียม ผัดให้หอมใส
  2. ใส่ผักหัว: ใส่แครอท มันฝรั่ง และฟักทอง ผัดเบา 2 นาที
  3. ต้ม: เติมน้ำเปล่าและซุปก้อน ตั้งไฟกลางจนเดือด หรี่ไฟอ่อน ปิดฝา ต้ม 15 นาทีจนผักหัวนิ่ม
  4. ใส่ผักใบ: ใส่ตำลึงลงไป ต้มต่ออีก 2 นาทีจนผักใบสลด ปิดไฟ
  5. ปั่น: ปั่นด้วยเครื่องปั่นมือถือจนเนื้อเนียนละเอียด
  6. ปรุง: ใส่นมสดและเกลือป่น ตั้งไฟอ่อนอุ่นอีกครั้ง ห้ามเดือด
  7. เสิร์ฟ: ตักใส่ถ้วย เสิร์ฟอุ่นทันที

9. น้ำขิงอุ่น

น้ำขิงอุ่น เป็นเครื่องดื่มสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน ช่วยขับเหงื่อ ลดอาการคลื่นไส้อาเจียนที่มักมาพร้อมกับไข้ และกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ขิงมีสารจินเจอรอล (Gingerol) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบและลดไข้ตามธรรมชาติ น้ำขิงอุ่นเหมาะจิบระหว่างวันสำหรับคนที่มีไข้ตัวร้อนแต่มือเท้าเย็น ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลา 10 นาที

ใช้ขิงแก่สดเท่านั้น ขิงอ่อนรสเผ็ดร้อนไม่พอและกลิ่นอ่อนกว่า อัตราส่วนที่เหมาะสมคือขิงแก่ 10 กรัมต่อน้ำ 1 ถ้วย ต้มด้วยไฟอ่อน 5-7 นาทีเพื่อให้น้ำมันหอมระเหยออกมาเต็มที่

@itis_tooeasy

ดื่มน้ำขิงต้านโควิดได้จริงหรือไม่? ไม่จริง เพราะยังไม่มีข้อมูลการศึกษาวิจัยโดยตรง ดื่มน้ำขิงได้ โดยได้ประโยชน์ดังนี้ มีฤทธิ์ต้านสารอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ ลดการไอ และยับยั้งเชื้อไวรัสที่ก่อโรคในทางเดินหายใจได้ ขับลม แก้ท้องอืด แก้หอบไอ ขับเสมหะ ที่มาของข้อมูล : กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก มาดูวิธีต้มน้ำขิง ทำเองได้ง่ายเว่อร์ ต้มน้ำขิง น้ำขิง #ง่ายเว่อร์ #อร่อยได้ง่ายเว่อร์

♬ เสียงต้นฉบับ – tooeasy – tooeasy

ส่วนผสม

  1. ขิงแก่ (ล้างสะอาด ไม่ต้องปอก หั่นแว่นบาง) 20 กรัม
  2. น้ำเปล่า 2 ถ้วย
  3. น้ำผึ้งแท้ 1-2 ช้อนชา
  4. มะนาว (คั้นเอาแต่น้ำ) 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. ทุบขิง: นำขิงแว่นทุบพอแตกด้วยสันมีดหรือครก เพื่อให้น้ำขิงออกเต็มที่
  2. ต้ม: ใส่น้ำเปล่าและขิงทุบลงหม้อ ตั้งไฟกลางจนเดือด หรี่ไฟอ่อน ต้มต่อ 5-7 นาที
  3. กรอง: กรองกากขิงออกด้วยกระชอน เทน้ำขิงใส่แก้ว
  4. ปรุง: ใส่น้ำผึ้ง คนให้ละลาย บีบมะนาวเล็กน้อย (ไม่ต้องมาก ให้กลิ่น)
  5. เสิร์ฟ: เสิร์ฟขณะอุ่น จิบช้าๆ ตลอดวัน

10. น้ำมะนาวผสมน้ำผึ้งอุ่น

น้ำมะนาวผสมน้ำผึ้งอุ่น เป็นเครื่องดื่มแก้เจ็บคอชั้นยอด วิตามินซีจากมะนาวสดช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน น้ำผึ้งมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียตามธรรมชาติและเคลือบคอ ลดอาการระคายเคือง ใช้สัดส่วนน้ำผึ้ง 1 ช้อนชาต่อน้ำอุ่น 1 แก้วใหญ่ อุณหภูมิน้ำต้องอุ่นเท่านั้น (ไม่เกิน 60 องศาเซลเซียส) เพราะน้ำร้อนจัดจะทำลายเอนไซม์และวิตามินซี ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลา 3 นาที

ห้ามใช้น้ำร้อนเดือดผสมเด็ดขาด เพราะน้ำร้อนเกินจะทำให้น้ำผึ้งเปลี่ยนรสขมและทำลายวิตามินซีจากมะนาว วิธีทดสอบอุณหภูมิง่ายๆ คือเอานิ้วจุ่มน้ำ ต้องทนได้โดยไม่ลวก

@uno.notify

น้ำผึ้งมะนาวยามเช้าช่วยเรื่องอะไร? น้ำผึ้งมะนาว+น้ำอุ่นคือที่สุด #น้ําผึ้งมะนาว #น้ําผึ้งมะนาาว #น้ําผึ้งมะนาวต้องเข้าละ #มะนาวน้ําผึ้ง #honeylemon @Uno Fresh Sips @Uno Fresh Sips

♬ เสียงต้นฉบับ – Uno Fresh Sips – Uno Fresh Sips

ส่วนผสม

  1. น้ำมะนาวสดคั้น 1-2 ช้อนโต๊ะ
  2. น้ำผึ้งแท้ 100% 1-2 ช้อนชา
  3. น้ำอุ่น (ประมาณ 50-60 องศาเซลเซียส) 1 ถ้วย (250 มิลลิลิตร)
  4. เกลือป่น ปลายช้อนชา

วิธีทำ

  1. เตรียมน้ำอุ่น: ต้มน้ำให้เดือด เทใส่แก้ว ทิ้งไว้ให้เย็นลง 3-4 นาทีจนเป็นน้ำอุ่น
  2. ผสมน้ำผึ้ง: ใส่น้ำผึ้งลงในน้ำอุ่น คนให้ละลายหมด
  3. ใส่มะนาว: บีบน้ำมะนาวสดลงไป ใส่เกลือปลายช้อน
  4. คน: คนให้ทุกอย่างเข้ากัน
  5. เสิร์ฟ: จิบขณะอุ่น ควรดื่มใน 15 นาทีหลังผสมเพื่อรักษาวิตามินซี

11. น้ำส้มคั้นสด

น้ำส้มคั้นสด แหล่งวิตามินซีที่เข้มข้นและดูดซึมง่าย วิตามินซีช่วยลดระยะเวลาการเป็นไข้และหวัด น้ำส้มคั้นสดมีน้ำตาลธรรมชาติให้พลังงานทันทีและมีโพแทสเซียมที่ช่วยทดแทนแร่ธาตุที่เสียไปทางเหงื่อ ไม่ควรเติมน้ำตาลเพิ่มเพราะส้มมีรสหวานธรรมชาติอยู่แล้ว ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลา 3 นาที

เลือกส้มเขียวหวานหรือส้มสายน้ำผึ้งที่เปลือกบาง เนื้อฉ่ำ มีน้ำมาก หลีกเลี่ยงส้มนำเข้าแช่เย็นที่เนื้อแห้งเพราะเก็บนาน การเก็บส้มไว้ที่อุณหภูมิห้อง 1-2 วันก่อนคั้นจะได้น้ำส้มที่หวานกว่าเก็บในตู้เย็น

@jayjayimaim

แจกสูตรน้ำส้มคั้น 3 สูตรเผื่อใครจะทำกินเองที่บ้านหรือจะทำขายก็สามารถทำได้ #น้ําส้มคั้นสด @Jayjay Imaim @Jayjay Imaim @Jayjay Imaim

♬ เสียงต้นฉบับ – Jayjay Imaim – พี่เจสอนชงน้ำอิ่มเอมเปรมปรี

ส่วนผสม

  1. ส้มเขียวหวานสด 3-4 ลูก (ประมาณ 400 กรัม)
  2. เกลือป่น ปลายช้อนชา (เสริม ไม่จำเป็น)

วิธีทำ

  1. เตรียมส้ม: นำส้มมาไว้ที่อุณหภูมิห้องก่อนคั้น (ถ้าเพิ่งออกจากตู้เย็น) ล้างเปลือกให้สะอาด
  2. ผ่าส้ม: ผ่าครึ่งตามขวาง (ไม่ใช่ตามยาว) เพื่อให้คั้นน้ำออกง่ายและไม่ขมจากเปลือก
  3. คั้น: ใช้ที่คั้นส้มมือหมุนหรือที่คั้นแบบมือบีบ คั้นจนหมด บีบเนื้อส้มเบาๆ เอาน้ำ
  4. กรอง: กรองผ่านกระชอนตาถี่ 1 ครั้ง (เอาทั้งกากและฟองขาว)
  5. เสิร์ฟ: เทใส่แก้ว ดื่มทันทีภายใน 5 นาทีเพื่อไม่ให้วิตามินซีถูกอากาศทำลาย

12. น้ำแตงโมปั่น

น้ำแตงโมปั่น ให้ความสดชื่นและน้ำตาลธรรมชาติจากแตงโม แตงโมประกอบด้วยน้ำถึงร้อยละ 92 และมีไลโคปีน (Lycopene) ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ รวมถึงซิทรูลีน (Citrulline) ที่ช่วยขยายหลอดเลือดและลดอุณหภูมิกาย เหมาะกับคนไข้สูงที่ต้องการลดอุณหภูมิและชดเชยน้ำ ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลา 5 นาที

ควรปั่นโดยไม่ต้องเติมน้ำตาลหรือเชื่อมใดๆ เพราะแตงโมสุกมีรสหวานธรรมชาติเพียงพอแล้ว ถ้าแตงโมไม่หวาน ให้เติมน้ำผึ้งครึ่งช้อนชาแทนน้ำตาล เพราะน้ำผึ้งให้ความหวานธรรมชาติและมีคุณสมบัติต้านเชื้อ

ส่วนผสม

  1. แตงโมเนื้อแดง (หั่นเต๋า ไม่เอาเมล็ด แช่เย็น) 2 ถ้วย (300 กรัม)
  2. น้ำต้มสุกเย็น 1/4 ถ้วย (ถ้าแตงโมเนื้อแข็ง ให้ใส่ ถ้านิ่มดีแล้วไม่ต้อง)
  3. เกลือป่น ปลายช้อนชา

วิธีทำ

  1. เตรียมแตงโม: หั่นแตงโมเป็นเต๋า เอาเมล็ดดำออกให้หมด แช่เย็น 15 นาทีก่อนปั่น
  2. ปั่น: ใส่แตงโม เกลือปลายช้อน และน้ำต้มสุกเย็น (ถ้าจำเป็น) ลงโถปั่น
  3. ปั่นละเอียด: ปั่นด้วยความเร็วสูง 20-30 วินาที จนเนื้อเนียนละเอียด
  4. กรอง: กรองผ่านกระชอนตาถี่เพื่อเอากาก (ไม่บังคับ)
  5. เสิร์ฟ: เทใส่แก้ว ดื่มทันที อย่าให้น้ำแตงโมตกตะกอนนาน

13. น้ำมะพร้าวสด

น้ำมะพร้าวสด เป็นเครื่องดื่มไอโซโทนิกธรรมชาติที่มีส่วนประกอบของอิเล็กโทรไลต์คล้ายกับในน้ำเกลือแร่ อุดมด้วยโพแทสเซียมและแมกนีเซียม ช่วยทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่เสียไปทางเหงื่อระหว่างเป็นไข้โดยไม่มีน้ำตาลเติมแต่งและสีสังเคราะห์ เป็นหนึ่งในไม่กี่เครื่องดื่มที่ทั้งปลอดภัยและมีประโยชน์จริงสำหรับคนป่วยทุกระดับ ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลา 2 นาที

เลือกมะพร้าวน้ำหอมที่ยังเขียวหรือเพิ่งเริ่มเปลี่ยนเป็นสีตาล หลีกเลี่ยงมะพร้าวแก่ที่น้ำมีรสเปรี้ยวฝาด แช่มะพร้าวในตู้เย็นก่อน 30 นาที น้ำจะหวานสดชื่นขึ้นตามธรรมชาติ

@sundaypokpun

น้ำมะพร้าวสดใกล้ฉัน จากลูกมะพร้าวสดๆ ทานง่าย หอม หวาน ธรรมชาติ ไม่ผสมน้ำตาล ครับ🥰😍🌴🌴#ปอกปั่น น้ำมะพร้าวสด#ปอกมะพร้าว #เมนูง่ายๆ #คลังเครื่องดื่ม #เมนูประจําวัน #ร้านกาแฟ

♬ 울고 싶은 나는 고양이를 뒤집어 쓴다 OST 꽃의 망령 – youngjuuuuu

ส่วนผสม

  1. มะพร้าวน้ำหอมสด 1 ลูก
  2. หลอดดูด หรือเทใส่แก้ว

วิธีทำ

  1. แช่เย็น: แช่มะพร้าวในตู้เย็น 30 นาที (หรือแช่ถังน้ำแข็ง 15 นาที)
  2. เจาะ: ใช้มีดปาดตา เปิดฝาด้านบน หรือใช้ที่เจาะมะพร้าว
  3. ตรวจสอบ: ดมกลิ่นก่อน ต้องหอมสด ไม่มีกลิ่นเปรี้ยว หรือฟองฟู่
  4. เท: เทน้ำใส่แก้วหรือดื่มจากลูกโดยตรง
  5. เสิร์ฟ: ดื่มทันที อุณหภูมิเย็นกำลังดี ไม่เย็นจัดเกินไป

14. ไข่ตุ๋น

ไข่ตุ๋น สไตล์ญี่ปุ่นหรือชาวันมูชิ (Chawanmushi) เป็นเมนูไข่นึ่งเนื้อเนียนละเอียด ไข่เป็นโปรตีนคุณภาพสูงที่ย่อยง่ายที่สุดชนิดหนึ่ง ย่อยหมดในกระเพาะภายใน 1-2 ชั่วโมง เนื้อเนียนนุ่ม ทานง่ายโดยไม่ต้องเคี้ยว เหมาะกับผู้ป่วยทุกวัย ระดับความยาก: ปานกลาง (ต้องควบคุมอุณหภูมิการนึ่ง) ใช้เวลา 20 นาที

ความลับของไข่ตุ๋นเนื้อเนียนไร้ฟองอากาศคือกรองไข่ที่ตีแล้วผ่านกระชอนตาถี่ 1-2 ครั้ง และใช้ไฟอ่อนมากระหว่างนึ่ง ปิดฝาหม้อนึ่งด้วยผ้าขาวบางก่อนปิดฝาเพื่อกันน้ำหยดใส่หน้าไข่

ส่วนผสม

  1. ไข่ไก่สดเบอร์ 2 จำนวน 2 ฟอง
  2. ดาชิหรือน้ำซุปปลาแห้งญี่ปุ่น (อุ่น) 1 ถ้วย (240 มิลลิลิตร)
  3. ซีอิ๊วญี่ปุ่น (โชยุ) 1 ช้อนชา
  4. มิริน 1/2 ช้อนชา
  5. เกลือป่น 1/8 ช้อนชา
  6. เนื้ออกไก่ (หั่นชิ้นเล็ก) 30 กรัม
  7. เห็ดหอมแห้ง (แช่น้ำจนนุ่ม หั่นเส้น) 1 ดอก
  8. ต้นหอมญี่ปุ่นซอย 1/2 ช้อนชา
  9. แครอท (หั่นแว่นบางต้มสุก) 2 ชิ้น

วิธีทำ

  1. เตรียมหม้อนึ่ง: ใส่น้ำในหม้อนึ่ง ตั้งไฟกลางให้เดือด
  2. ตีไข่: ตอกไข่ใส่ชาม ใช้ตะเกียบค่อยๆ ตีอย่าให้เกิดฟองฟู่ ใช้สันตะเกียบตัดไข่ขาวให้ขาด
  3. ผสมน้ำซุป: ผสมดาชิอุ่นกับโชยุ มิริน และเกลือ คนให้ละลาย ค่อยๆ เทใส่ไข่ คนช้าๆ
  4. กรอง: เทไข่ผ่านกระชอนตาถี่ 2 ครั้งเพื่อเอาไข่ขาวที่ยังหลงเหลืออยู่
  5. ใส่เครื่อง: ใส่ชิ้นไก่ เห็ดหอม และแครอทลงในถ้วยสำหรับนึ่ง 2 ใบ
  6. เทไข่: ค่อยๆ เทส่วนผสมไข่ใส่ถ้วย ใช้ช้อนช้อนฟองอากาศที่ผิวหน้าออก
  7. นึ่ง: ปิดปากถ้วยด้วยฟอยล์ วางในลังถึงที่น้ำเดือดแล้ว ลดไฟอ่อนที่สุด ปิดฝาหม้อนึ่ง (มีผ้าขาวบางหุ้มฝาไว้) นึ่ง 12-15 นาที เขย่าเบาๆ ตรงกลางต้องไม่เหลว
  8. เสิร์ฟ: โรยต้นหอมญี่ปุ่นซอย เสิร์ฟร้อน

15. ไข่ลวก

ไข่ลวก เป็นเมนูโปรตีนที่ใช้เวลาทำน้อยที่สุดในลิสต์นี้ ไข่ขาวสุกนุ่ม ไข่แดงเป็นยางมะตูมเหลวๆ ให้รสชาติหวานมัน อุดมด้วยโปรตีนและวิตามินดี ไม่ต้องใช้เครื่องปรุงใดๆ ย่อยง่าย เหมาะกับคนป่วยที่ไม่ทานเนื้อสัตว์หรือเพิ่งเริ่มกลับมาทานอาหารแข็งหลังจากอาเจียน ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 7-10 นาที

ใช้น้ำในปริมาณที่ท่วมไข่สองเท่า ใส่น้ำส้มสายชู 1 ช้อนชาลงในน้ำต้มกันไข่แตก ตั้งเวลาให้แม่น: 6 นาทีสำหรับไข่แดงเป็นยางมะตูม, 7-8 นาทีสำหรับไข่แดงกึ่งสุก, 10 นาทีสำหรับไข่ต้มสุกแข็ง

@kintamjett

🥚 สูตรไข่ลวกสไตล์ร้านอาหารเช้า ✅ วิธีทำง่ายๆ 1. ต้มน้ำให้เดือดก่อน (Rolling boil) 2. ปิดไฟได้เลย 3. ใส่ไข่เบอร์ 0 (อุณหภูมิห้อง) ปิดฝา 4. ตั้งเวลา 8 นาที 5. ครบเวลา → แช่น้ำอุณหภูมิห้องทันที (หรือเย็นเล็กน้อย) 6. ค่อย ๆ กะเทาะเปลือก ⏱️ เทียบเวลา (เอาไปปรับได้เลย) * 8 นาที → เยิ้มแดงกำลังดี (สายลาวา) * 10 นาที → ไข่แดงเริ่มเป็นยางมะตูมนิดๆ #kintamjett #เมนูง่ายๆ #ไข่ลวก #สุขภาพดี

♬ เสียงต้นฉบับ – Kintamjett – Kintamjett

ส่วนผสม

  1. ไข่ไก่สดเบอร์ 2 (อุณหภูมิห้อง) 2 ฟอง
  2. น้ำส้มสายชู 1 ช้อนชา
  3. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  4. น้ำเปล่าสำหรับต้ม
  5. ซีอิ๊วขาวเล็กน้อย (สำหรับราด)

วิธีทำ

  1. เตรียมไข่: นำไข่ออกจากตู้เย็น วางไว้ที่อุณหภูมิห้อง 15 นาทีก่อนต้ม (ไข่เย็นจัดทำให้แตกในน้ำร้อน)
  2. ตั้งน้ำ: เทน้ำใส่หม้อให้ท่วมไข่ประมาณ 2 เท่า ใส่น้ำส้มสายชูและเกลือ ตั้งไฟแรงจนเดือดจัด
  3. ใส่ไข่: ใช้ช้อนตักไข่ค่อยๆ วางลงในหม้อทีละฟอง ลดไฟลงเล็กน้อยให้เดือดเบาๆ
  4. จับเวลา: ตั้งเวลา 6-7 นาทีทันทีที่ใส่ไข่ลงครบ
  5. น้ำเย็น: เตรียมชามน้ำเย็นจัด (ใส่น้ำแข็ง) เมื่อหมดเวลา ตักไข่แช่น้ำเย็นทันที 3 นาทีเพื่อให้ปอกง่าย
  6. ปอก: ม้วนไข่กับเขียงให้เปลือกแตกทั่ว ค่อยๆ ปอกใต้น้ำไหล
  7. เสิร์ฟ: ผ่าครึ่งไข่ ราดซีอิ๊วขาวเล็กน้อย หรือทานเปล่าคู่กับข้าวต้ม

16. ปลานึ่งซีอิ๊ว

ปลานึ่งซีอิ๊ว เป็นเมนูปลาที่คงคุณค่าสารอาหารสูงสุดเพราะใช้วิธีนึ่ง เนื้อปลาฉ่ำนุ่ม ไม่มีน้ำมันจากการทอด ซีอิ๊วให้รสเค็มกลมกล่อมตัดกับขิงซอยที่ให้ความหอมและดับคาว เนื้อปลาขาวอย่างปลากะพงหรือปลาเก๋าให้โปรตีนสูงและย่อยง่าย คนป่วยสามารถทานได้แม้ไม่มีแรงเคี้ยวมาก ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 15 นาที

เลือกปลาสด ลูกตาต้องใส เหงือกสีแดงสด เนื้อแน่นกดแล้วคืนตัว ปลาที่ไม่สดจะเหม็นคาวและเนื้อเละเวลานึ่ง นึ่งด้วยไฟแรง น้ำเดือดจัด ใช้เวลาสั้นเพื่อให้ปลาสุกพอดีไม่แห้ง

ส่วนผสม

  1. ปลากะพงขาวหรือปลาเก๋า (ตัวประมาณ 400 กรัม ขอดเกล็ด ผ่าท้อง ควักไส้ออก บั้งข้างละ 3 ทแยง) 1 ตัว
  2. ขิงแก่ (ซอยเส้นบางยาว) 15 กรัม
  3. ต้นหอม (ซอยเส้นยาว) 2 ต้น
  4. ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำมันงา 1/2 ช้อนชา
  6. ซีอิ๊วญี่ปุ่น (โชยุ) 1 ช้อนชา
  7. น้ำตาลทราย 1/4 ช้อนชา
  8. น้ำซุปไก่หรือน้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
  9. พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
  10. ผักชีสำหรับแต่งหน้า

วิธีทำ

  1. เตรียมปลา: ล้างปลาให้สะอาด ซับแห้งด้วยกระดาษครัวทั้งนอกและในท้อง บั้งข้างละ 3 ทแยง
  2. ผสมซอส: ผสมซีอิ๊วขาว โชยุ น้ำตาล น้ำมันงา และน้ำซุปเข้าด้วยกัน คนให้น้ำตาลละลาย
  3. วางปลา: วางปลาบนจานสำหรับนึ่ง ซับขิงครึ่งหนึ่งไว้บนตัวปลาและในแผลบั้ง
  4. ราดซอส: ราดซอสที่ผสมแล้วให้ทั่วตัวปลา
  5. นึ่ง: ตั้งลังถึงน้ำเดือดจัด วางจานปลาลง ปิดฝา นึ่งด้วยไฟแรง 8-10 นาที (ปลาหนา 10 นาที ปลาบาง 8 นาที)
  6. ตรวจสุก: ใช้ปลายมีดแง้มตรงกลางตัวปลา เนื้อต้องขาวขุ่น ไม่ใส
  7. ตกแต่ง: นำจานออกจากลังถึง โรยขิงที่เหลือและต้นหอมซอย ราดด้วยน้ำซีอิ๊วในจาน
  8. เสิร์ฟ: โรยพริกไทยป่น ตกแต่งด้วยผักชี เสิร์ฟร้อนทันที

17. ต้มจืดเต้าหู้หมูสับ

ต้มจืดเต้าหู้หมูสับ หรือที่หลายคนเรียก แกงจืด เป็นเมนูน้ำใสรสอ่อน หวานจากน้ำซุปกระดูกและผักกาดขาว หมูสับให้โปรตีนและรสชาติกลมกล่อม เต้าหู้ไข่เนื้อนุ่มเสริมโปรตีนจากถั่วเหลืองทั้งยังย่อยง่าย ไม่มีน้ำมันหรือเครื่องเทศที่ระคายเคือง ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 20 นาที

เคล็ดลับคือหมักหมูสับกับรากผักชีโขลกและพริกไทยก่อน 10 นาที หมูจะหอมและไม่มีกลิ่นคาว ระหว่างต้มให้ช้อนฟองเป็นระยะเพื่อน้ำซุปใส

@moo_hiw

แจกสูตร แกงจืดเต้าหู้หมูสับ ซดน้ำซุปอร่อยโล่งคอทุกช้อน แกงจืด ใส่หมูสับ เต้าหู้ เน้นๆ เครื่องแน่น หมูหิว เจ๊หมูชวนหิว

♬ เสียงต้นฉบับ – หมูหิว เจ๊หมูชวนหิว – หมูหิว เจ๊หมูชวนหิว

ส่วนผสม

  1. หมูสับไม่ติดมัน 150 กรัม
  2. เต้าหู้ไข่ (หั่นแว่นหนา 1 เซนติเมตร) 1 หลอด
  3. ผักกาดขาว (หั่นชิ้นพอดีคำ) 150 กรัม
  4. แครอท (หั่นแว่นบาง) 30 กรัม
  5. กระเทียม (บุบพอแตก) 3 กลีบ
  6. รากผักชี (โขลก) 1 ช้อนชา
  7. ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  8. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  9. ซุปก้อนรสหมู 1/3 ก้อน
  10. ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  11. ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  12. พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
  13. น้ำเปล่า 4 ถ้วย

วิธีทำ

  1. หมักหมู: ผสมหมูสับกับรากผักชีโขลก พริกไทยป่น และซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา คลุกให้เข้ากัน หมัก 10 นาที
  2. ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่าลงหม้อ ตั้งไฟแรงจนเดือด ใส่กระเทียมบุบ
  3. ปั้นหมู: ปั้นหมูสับเป็นก้อนกลมขนาดพอดีคำ ใส่ลงในน้ำเดือด รอจนหมูสุกเปลี่ยนเป็นสีขาว
  4. ช้อนฟอง: ช้อนฟองที่ลอยขึ้นทิ้งเป็นระยะ
  5. ใส่ผัก: ใส่แครอทและผักกาดขาว ต้มต่อ 5 นาทีจนผักเริ่มนิ่ม
  6. ใส่เต้าหู้: ใส่เต้าหู้ไข่ ระวังอย่าคนแรงจนเต้าหู้แตก
  7. ปรุงรส: ใส่ซุปก้อน เกลือป่น และซีอิ๊วขาวที่เหลือ ชิมรส
  8. เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยต้นหอม ผักชี และพริกไทยป่น

18. ต้มจืดฟักเขียว

ต้มจืดฟักเขียว หรือที่ภาคกลางนิยมเรียกต้มจืดฟัก ฟักเขียวมีฤทธิ์เย็นตามแพทย์แผนจีน ช่วยลดความร้อนในร่างกายและขับปัสสาวะ เนื้อฟักเมื่อต้มสุกจะนิ่มใส ซับรสน้ำซุปได้ดี ฟักยังมีใยอาหารชนิดละลายน้ำที่ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้นซึ่งสำคัญมากเมื่อคนป่วยนอนนานแล้วท้องผูก ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 20 นาที

เคล็ดลับคือต้องเลือกฟักแก่จัด เปลือกแข็ง มีนวลขาวที่ผิว เนื้อแน่นหนักมือ ฟักอ่อนเนื้อจะฟ่าม เหนียว ไม่หวาน และเละง่ายเวลาต้ม

ส่วนผสม

  1. ฟักเขียว (ปอกเปลือก คว้านไส้ออก หั่นชิ้นหนา 2 เซนติเมตร) 300 กรัม
  2. หมูสับไม่ติดมัน 100 กรัม
  3. กระเทียม (บุบพอแตก) 3 กลีบ
  4. รากผักชี (โขลก) 1 ช้อนชา
  5. ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  6. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  7. ซุปก้อนรสหมู 1/3 ก้อน
  8. ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  9. ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  10. พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
  11. น้ำเปล่า 4 ถ้วย

วิธีทำ

  1. หมักหมู: ผสมหมูสับกับรากผักชีโขลก พริกไทยป่น และซีอิ๊วขาวเล็กน้อย หมัก 10 นาที
  2. ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่าลงหม้อ ตั้งไฟแรงจนเดือด ใส่กระเทียมบุบ
  3. ปั้นหมู: ปั้นหมูสับเป็นก้อนกลม ใส่ลงน้ำเดือด รอจนหมูสุก
  4. ช้อนฟอง: ช้อนฟองทิ้ง
  5. ใส่ฟัก: ใส่ฟักเขียวลงไป หรี่ไฟกลาง ต้มนาน 10-12 นาทีจนฟักใสและนิ่ม
  6. ปรุงรส: ใส่ซุปก้อน เกลือป่น และซีอิ๊วขาว ชิมรส
  7. เสิร์ฟ: โรยต้นหอม ผักชี และพริกไทยป่น

19. แกงจืดมะระยัดไส้

แกงจืดมะระยัดไส้ ใช้มะระจีนลูกใหญ่ เนื้อหนา ความขมน้อยกว่ามะระไทย เมื่อยัดไส้หมูสับแล้วต้มในน้ำซุปอ่อน จะได้รสขมอ่อนๆ ตัดกับความหวานของหมูและน้ำซุป น้ำซุปที่ได้จะมีรสชาติซับซ้อนกว่าต้มจืดทั่วไป มะระมีสรรพคุณช่วยเจริญอาหาร ลดน้ำตาลในเลือด และมีวิตามินซีสูง ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลา 35 นาที

ลดความขมของมะระด้วยการลวกในน้ำเดือดที่ใส่เกลือ 2 นาทีก่อนยัดไส้ ไม่ควรต้มนานเกิน 20 นาทีหลังยัดไส้เพราะมะระจะเละและขมจัด

ส่วนผสม

  1. มะระจีน (หั่นแว่นหนา 2.5 เซนติเมตร ควักไส้ออก) 1 ลูกใหญ่
  2. หมูสับไม่ติดมัน 150 กรัม
  3. วุ้นเส้น (แช่น้ำจนนุ่ม ตัดสั้น) 30 กรัม
  4. กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
  5. รากผักชีโขลก 1 ช้อนชา
  6. ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
  7. เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
  8. ซุปก้อนรสหมู 1/2 ก้อน
  9. ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  10. ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  11. พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
  12. น้ำเปล่า 5 ถ้วย

วิธีทำ

  1. เตรียมมะระ: ลวกแว่นมะระในน้ำเดือดผสมเกลือ 2 นาที ตักขึ้นแช่น้ำเย็นทันที สะเด็ด
  2. ผสมไส้: ผสมหมูสับ กระเทียมสับ รากผักชีโขลก ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ พริกไทยป่น และวุ้นเส้นตัดสั้น คลุกให้เข้ากัน
  3. ยัดไส้: นำหมูที่ผสมแล้วยัดลงในช่องว่างของแว่นมะระ กดให้แน่นแต่อย่าให้ล้น
  4. ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่าและซุปก้อนลงหม้อ ตั้งไฟแรงจนเดือด
  5. ใส่มะระ: เรียงมะระยัดไส้ลงในหม้อ หรี่ไฟกลาง ต้ม 15-20 นาทีจนมะระนิ่มและหมูสุก
  6. ปรุงรส: เติมเกลือและซีอิ๊วขาวที่เหลือ ชิมรส
  7. เสิร์ฟ: โรยต้นหอม ผักชี และพริกไทยป่น

20. โยเกิร์ตรสธรรมดา

โยเกิร์ตรสธรรมดา เป็นโปรไบโอติกธรรมชาติที่ช่วยฟื้นฟูแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ ซึ่งมักถูกรบกวนจากการใช้ยาปฏิชีวนะระหว่างป่วย โยเกิร์ตมีโปรตีนสูง แคลเซียมสูง และย่อยง่ายกว่านมสดเพราะผ่านกระบวนการหมักทำให้แลคโตสถูกย่อยสลายบางส่วน เหมาะทานเป็นของว่างระหว่างมื้อ ระดับความยาก: ไม่ต้องทำ เพียงเตรียม ใช้เวลา 1 นาที

เลือกโยเกิร์ตรสธรรมชาติที่ฉลากระบุว่ามีจุลินทรีย์มีชีวิต (Live and Active Cultures) หลีกเลี่ยงโยเกิร์ตแต่งกลิ่นผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง และห้ามทานโยเกิร์ตแช่เย็นจัดสำหรับคนป่วยที่เจ็บคอ ให้วางไว้ที่อุณหภูมิห้อง 10-15 นาทีก่อนทาน

ส่วนผสม

  1. โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย (140 กรัม)
  2. กล้วยน้ำว้าสุกหั่นแว่น (ไม่บังคับ) 1/2 ลูก
  3. น้ำผึ้ง (ไม่บังคับ สำหรับคนที่รู้สึกว่าเปรี้ยวเกิน) 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. นำโยเกิร์ตออกจากตู้เย็น: วางไว้ที่อุณหภูมิห้อง 10-15 นาทีก่อนทาน
  2. เปิดฝา: ตรวจสอบวันหมดอายุ สีต้องขาวนวล ไม่แยกชั้น ไม่มีน้ำใสลอย
  3. เตรียมกล้วย: หากใส่กล้วย ให้หั่นแว่นบางๆ วางบนโยเกิร์ต
  4. ปรุง: หยดน้ำผึ้งเล็กน้อยถ้าต้องการ
  5. เสิร์ฟ: ทานทีละน้อย ใช้ช้อนเล็กๆ อย่าทานโยเกิร์ตทั้งถ้วยในครั้งเดียวถ้าท้องยังอ่อน

21. กล้วยน้ำว้า

กล้วยน้ำว้า เป็นผลไม้ที่เหมาะกับคนป่วยที่สุดชนิดหนึ่ง มีแป้งและน้ำตาลธรรมชาติให้พลังงานทันที โพแทสเซียมสูงช่วยทดแทนแร่ธาตุที่เสียไปจากเหงื่อระหว่างไข้ และมีสารแทนนินที่ช่วยบรรเทาอาการท้องเสียซึ่งพบได้บ่อยในเด็กเล็กที่เป็นไข้ เนื้อกล้วยนิ่ม ทานง่าย ไม่ต้องเคี้ยวมาก เหมาะเป็นมื้อว่างระหว่างวัน ระดับความยาก: ไม่ต้องทำ ใช้เวลา 1 นาที

กล้วยน้ำว้าที่เหมาะทานคือสุกงอม เปลือกเริ่มมีจุดดำ แต่เนื้อในยังแน่นไม่เละ กล้วยห่ามหรือเขียวมีแป้งสูงเกินไปและย่อยยากกว่ากล้วยสุก หลีกเลี่ยงการทานกล้วยจากตู้เย็นที่เย็นจัด

ส่วนผสม

  1. กล้วยน้ำว้าสุก (เปลือกเริ่มมีจุดดำ) 1-2 ลูก

วิธีทำ

  1. เลือกกล้วย: เลือกกล้วยที่สุกงอม เปลือกเหลืองเข้ม มีจุดดำเล็กน้อย เนื้อในแน่น
  2. ปอก: ล้างเปลือกด้วยน้ำสะอาด ซับแห้ง ปอกเปลือก
  3. ตรวจสอบ: เนื้อกล้วยต้องเป็นสีครีมนวล ไม่มีราหรือเนื้อเปลี่ยนสีเป็นดำ
  4. ทาน: ทานช้าๆ คำเล็ก เคี้ยวให้ละเอียดแล้วจึงกลืน
  5. หากเคี้ยวลำบาก: บดกล้วยด้วยส้อมให้ละเอียด แล้วค่อยทานทีละนิด

22. มะละกอสุก

มะละกอสุก อุดมด้วยเอนไซม์ปาเปน (Papain) ที่ช่วยย่อยโปรตีน ทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารจากอาหารมื้อหลักได้ดีขึ้น มีวิตามินซีสูงและเบต้าแคโรทีนที่ช่วยต้านการอักเสบ เนื้อมะละกอสุกนุ่มฉ่ำ ทานง่าย ไม่ต้องเคี้ยวมาก เหมาะกับคนป่วยและผู้สูงอายุ ระดับความยาก: ไม่ต้องทำ ใช้เวลา 2 นาที

เลือกมะละกอสุกที่เปลือกเหลืองถึงส้ม กดแล้วยวบเล็กน้อย กลิ่นหอมเฉพาะตัว หลีกเลี่ยงมะละกอที่เปลือกเขียว กดแข็ง หรือสุกจนเนื้อเละและมีกลิ่นหมัก

ส่วนผสม

  1. มะละกอสุก (เนื้อเหลืองถึงส้ม) 1/4 ลูก (ประมาณ 150 กรัม)
  2. มะนาว (ไม่บังคับ) 2-3 หยด

วิธีทำ

  1. เลือกมะละกอ: เลือกลูกที่เปลือกเหลืองถึงส้ม กดแล้วยวบเล็กน้อย ไม่มีรอยช้ำหรือเชื้อรา
  2. ปอก: ปอกเปลือกด้วยมีด ผ่าครึ่ง ใช้ช้อนควักเมล็ดดำออกให้หมด
  3. หั่น: หั่นเนื้อเป็นชิ้นพอดีคำ หนาประมาณ 1.5 เซนติเมตร
  4. ปรุง: บีบมะนาว 2-3 หยดถ้าต้องการเพิ่มรสเปรี้ยว
  5. เสิร์ฟ: จัดใส่จาน ทานที่อุณหภูมิห้อง ไม่แช่เย็น

23. แอปเปิ้ลตุ๋น

แอปเปิ้ลตุ๋น เป็นเมนูผลไม้ปรุงสุกที่เหมาะกับคนป่วยที่เคี้ยวผลไม้สดไม่ไหว แอปเปิ้ลเมื่อตุ๋นสุกจะปล่อยเพกทินซึ่งเป็นใยอาหารชนิดละลายน้ำที่ช่วยเคลือบกระเพาะและบรรเทาอาการท้องเสีย เนื้อแอปเปิ้ลตุ๋นนุ่มละมุน รสเปรี้ยวหวานธรรมชาติโดยไม่ต้องเติมน้ำตาล ซินนามอนช่วยเพิ่มกลิ่นหอมอุ่น ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 15 นาที

ใช้แอปเปิ้ลแดงหรือเขียวก็ได้ แต่แอปเปิ้ลแดงเนื้อจะเละเร็วกว่าและหวานกว่า ส่วนแอปเปิ้ลเขียวเนื้อจะคงรูปมากกว่าและเปรี้ยวเล็กน้อย ตุ๋นด้วยไฟอ่อน ห้ามคนบ่อยจนแอปเปิ้ลเละเป็นเนื้อเดียวกับน้ำ

@emilymnutrition

Cinnamon Stewed Apples (no added sugar) A nourishing fall staple that’s perfect for topping yogurt, chia pudding, pancakes or just enjoy as is🥰 – stewed apples are packed with pectin, a prebiotic fibre that feeds your good bacteria and can help reduce inflammation – the cooking process makes the apples easier to digest and can help the body absorb nutrients more efficiently – cinnamon is rich in antioxidants and supports healthy blood sugar levels Recipe: 2 large apples, cored and chopped (~3-4 cups)* 1/4 cup + 1 tbsp water 1/2 tbsp apple cider vinegar 1/2-1 tsp ground cinnamon Pinch sea salt 1 tsp arrowroot starch/flour (or cornstarch) 1/2 tsp vanilla extract 1. Add the apples, 1/4 cup of water, apple cider vinegar and cinnamon to a saucepan and bring to a simmer over medium heat. Reduce heat to medium low, cover, and cook, stirring occasionally, until the apples are just tender, about 10-15 minutes (timing will depend on the type of apple you use and how big the pieces are). 2. Meanwhile, add the arrowroot and 1 tbsp of water in a small bowl and stir to combine. Once apples are tender, add to the saucepan and cook for another 2-3 minutes until the liquid thickens. Enjoy! *I prefer using honeycrisp apples for this recipe, but Granny Smith, Fuji, Pink Lady or other firm varieties would work well! *I don’t find it necessary to add any sugar, but if you’re looking to make them sweeter, feel free to add some maple syrup #stewedapples #fallrecipes #guthealth #gutsupport

♬ In the Mood – Glenn Miller

ส่วนผสม

  1. แอปเปิ้ลแดง (ปอกเปลือก คว้านแกน หั่นชิ้นหนา 1 เซนติเมตร) 1 ลูก
  2. น้ำเปล่า 1/4 ถ้วย
  3. ผงซินนามอน 1/8 ช้อนชา
  4. น้ำผึ้ง (ไม่บังคับ) 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. เตรียมแอปเปิ้ล: ปอกเปลือก คว้านแกนกลางและเมล็ดออก หั่นเป็นชิ้นหนา 1 เซนติเมตร
  2. ตั้งหม้อ: ใส่แอปเปิ้ลและน้ำเปล่าในหม้อใบเล็ก โรยซินนามอน ตั้งไฟกลางจนเดือด
  3. ตุ๋น: หรี่ไฟอ่อนที่สุด ปิดฝา ตุ๋น 10-12 นาทีจนแอปเปิ้ลนิ่ม (ใช้ส้อมจิ้มแล้วทะลุง่าย)
  4. เช็คเนื้อ: เปิดฝาดู แอปเปิ้ลต้องนิ่มแต่ไม่เละเป็นซอส ถ้าน้ำแห้งเกินเติมทีละ 1 ช้อนโต๊ะ
  5. ปรุง: หยดน้ำผึ้งถ้าต้องการความหวานเพิ่ม คนเบาๆ
  6. เสิร์ฟ: ตักใส่ถ้วยเล็ก เสิร์ฟอุ่น

24. ข้าวต้มธรรมดา (ข้าวต้มกุ๊ย)

ข้าวต้มกุ๊ย หรือข้าวต้มขาวเปล่า เป็นข้าวต้มที่ไม่มีเนื้อสัตว์หรือเครื่องปรุงใดๆ นอกจากเกลือนิดหน่อย เป็นอาหารอ่อนพื้นฐานที่สุดที่กระเพาะรับได้ เหมาะกับวันที่คนป่วยยังทานอะไรไม่ได้มาก หรือมีอาการคลื่นไส้ ทานกับซีอิ๊วขาวหยดเดียวหรือเกลือปลายช้อนก็พอ ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลา 20 นาที

อัตราส่วนน้ำต่อข้าวสำหรับข้าวต้มคือ 1:6 ถึง 1:8 (ข้าว 1 ส่วนต่อน้ำ 6-8 ส่วน) ใช้ไฟกลางให้น้ำเดือดก่อนใส่ข้าว จากนั้นหรี่ไฟอ่อน หมั่นคนเป็นครั้งคราวไม่ให้ติดก้น

ส่วนผสม

  1. ข้าวสารหอมมะลิ (ซาวน้ำ) 1/4 ถ้วย
  2. น้ำเปล่า 2 ถ้วย
  3. เกลือป่น 1/8 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. ซาวข้าว: ซาวข้าวสาร 1-2 ครั้งจนน้ำซาวใส สะเด็ด
  2. ต้มน้ำ: ใส่น้ำเปล่าลงหม้อ ตั้งไฟแรงจนเดือด
  3. ใส่ข้าว: ใส่ข้าวสารลงไป คน 1 ครั้ง หรี่ไฟอ่อน
  4. ต้ม: ต้มนาน 18-20 นาที หมั่นคนทุก 3-4 นาทีไม่ให้ติดก้น
  5. ปรุง: ใส่เกลือปลายช้อน คนละลาย
  6. เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม เสิร์ฟเปล่าๆ หรือกับไข่ลวก

25. น้ำซุปกระดูกไก่

น้ำซุปกระดูกไก่ เป็นซุปใสที่ใช้ดื่มแทนน้ำหรือเป็นฐานสำหรับเมนูอื่นๆ กระดูกไก่เมื่อเคี่ยวด้วยไฟอ่อนนาน 1-2 ชั่วโมงจะปล่อยคอลลาเจน เจลาติน แร่ธาตุแคลเซียม ฟอสฟอรัส และแมกนีเซียมออกมาในน้ำซุป กรดอะมิโนไกลซีนช่วยให้หลับดีขึ้นและลดการอักเสบในร่างกาย ผู้ป่วยที่ทานอะไรไม่ได้อย่างน้อยควรได้รับน้ำซุปนี้เพื่อทดแทนน้ำและเกลือแร่ ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 1-2 ชั่วโมง

ใช้กระดูกที่มีข้อต่อและเอ็นเยอะ เช่น ปีกไก่ คอไก่ หรือโครงไก่ ใส่น้ำส้มสายชูหมัก 1 ช้อนชาตอนเริ่มต้มเพื่อดึงแคลเซียมออกจากกระดูก ระหว่างเคี่ยวห้ามคน ห้ามเติมน้ำเพิ่ม (ถ้าจำเป็นให้เติมน้ำเดือด ไม่ใช่น้ำเย็น)

ส่วนผสม

  1. โครงไก่หรือปีกไก่ (ล้างสะอาด) 500 กรัม
  2. หัวหอมใหญ่ (หั่นครึ่ง) 1/2 หัว
  3. แครอท (หั่นท่อน) 1/2 หัว
  4. เซเลอรี่หรือคื่นช่ายฝรั่ง (หั่นท่อน) 1 ต้น
  5. กระเทียม (บุบ) 5 กลีบ
  6. ขิงแก่ (ฝานแว่น) 10 กรัม
  7. น้ำส้มสายชูหมัก 1 ช้อนชา
  8. เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
  9. พริกไทยเม็ด 1/2 ช้อนชา
  10. น้ำเปล่า 8 ถ้วย

วิธีทำ

  1. ลวกกระดูก: นำโครงไก่ลวกในน้ำเดือด 2 นาที สะเด็ด ล้างน้ำเย็น เพื่อเอาเลือดและฟอง
  2. ใส่หม้อ: ใส่กระดูกไก่และส่วนผสมทั้งหมด (ยกเว้นเกลือ) ลงในหม้อ ใส่น้ำเปล่าจนท่วม
  3. ตั้งไฟ: ตั้งไฟแรงจนเริ่มเดือด ใส่เกลือและน้ำส้มสายชู หรี่ไฟอ่อนที่สุด
  4. เคี่ยว: เคี่ยวนาน 1-2 ชั่วโมง ห้ามคน ห้ามปิดฝาสนิท (แง้มไว้เล็กน้อย) ช้อนฟองเป็นระยะ
  5. กรอง: กรองน้ำซุปผ่านกระชอนตาถี่ 2 ชั้น (หรือผ้าขาวบาง) ทิ้งกาก
  6. พัก: ตั้งให้เย็นเล็กน้อย หากมีไขมันลอยหน้าให้ช้อนออก
  7. จัดเก็บ: เก็บในขวดแก้ว แช่เย็นได้ 3 วัน หรือแช่แข็งได้ 1 เดือน
  8. เสิร์ฟ: อุ่นก่อนดื่ม ปรุงรสเพิ่มด้วยเกลือตามชอบ

26. ผักต้มสุกนิ่ม

ผักต้มสุกนิ่ม เป็นเมนูข้างเคียงที่ช่วยให้คนป่วยได้รับวิตามินและใยอาหารโดยไม่ต้องเคี้ยวผักสดหรือผัดน้ำมัน เลือกผักเนื้อแน่นที่ต้มแล้วนิ่มหวาน เช่น ฟักทอง แครอท ตำลึง กะหล่ำดอก และบรอกโคลี ต้มจนนิ่มทั่วแล้วทานกับข้าวต้มหรือซุป ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 10-15 นาที

อย่าต้มผักนานเกินจนสีซีดและวิตามินสลายหมด วิธีที่ดีคือนึ่งแทนการต้มในน้ำ เพราะวิตามินที่ละลายน้ำจะไม่ถูกทิ้งไปกับน้ำต้ม หากต้มในน้ำ ให้ใช้น้ำน้อยที่สุดและต้มไฟแรง 3-5 นาที

@candidcookclick

ต้มฟักกระดูกอ่อน เมนูง่ายๆ เปื่อยๆ นิ่มๆ และได้ซดซุปร้อนๆ สำหรับคุณพ่อ #ห้องครัวtiktok #TikTokพากิน #มากกว่า60วิ #longervideos #เมนูง่ายๆ #กินตามtiktok #foodfestontiktok

♬ เสียงต้นฉบับ – แคนดิตคุกคลิก – แคนดิตคุกคลิก

ส่วนผสม

  1. ฟักทอง (ปอกเปลือก หั่นชิ้นพอดีคำ) 100 กรัม
  2. แครอท (ปอกเปลือก หั่นแว่นหนา 1 เซนติเมตร) 50 กรัม
  3. ตำลึง (เด็ดใบ ล้างสะอาด) 1/2 ถ้วย
  4. กะหล่ำดอก (หั่นดอก) 50 กรัม
  5. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  6. น้ำเปล่าสำหรับต้ม

วิธีทำ

  1. เตรียมผัก: ล้างผักทุกชนิดให้สะอาด หั่นแต่ละชนิดขนาดพอดีคำ
  2. ต้มผักแข็งก่อน: ตั้งน้ำให้เดือด ใส่เกลือ ใส่ฟักทอง แครอท และกะหล่ำดอก ต้มไฟกลาง 5 นาที
  3. ตามด้วยผักใบ: ใส่ตำลึงลงไป ต้มต่ออีก 2-3 นาทีจนผักทุกชนิดนิ่ม
  4. ตรวจสอบ: ใช้ส้อมจิ้มผักหัว ถ้าทะลุง่ายและเนื้อนิ่ม แสดงว่าสุกดี
  5. สะเด็ด: ตักขึ้น สะเด็ดน้ำ จัดใส่จาน
  6. เสิร์ฟ: ทานเปล่าหรือทานคู่กับข้าวต้ม ซีอิ๊วขาวหยดเดียวก็พอ

27. ฟักทองนึ่ง

ฟักทองนึ่ง เป็นของหวานธรรมชาติที่ได้รสหวานจากฟักทองล้วนๆ โดยไม่ต้องเติมน้ำตาล ฟักทองอุดมด้วยวิตามินเอสูงมาก (เบต้าแคโรทีน) ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน บำรุงสายตา และต้านการอักเสบ เนื้อฟักทองนึ่งนุ่มละมุน ทานง่าย ไม่มีส่วนผสมของนมหรือเนยที่บางคนแพ้ จึงปลอดภัยสำหรับเด็กเล็กและคนท้องเสีย ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 15 นาที

เลือกฟักทองแก่ที่มีเนื้อสีเหลืองเข้ม แสดงว่ามีเบต้าแคโรทีนสูง นึ่งทั้งเปลือกเพื่อรักษาความหวานและป้องกันน้ำซึมเข้าเนื้อ หลังจากนึ่งสุก ค่อยปอกเปลือกออก

@baanmaebum8

ฟักทองนึ่ง คนผ่าตัดทานดี ช่วยลดบวม ไฟเบอร์สูง แคลลอรี่ต่ำ ทานได้ทุกวัย ที่สำคัญอร่อยและอิ่มท้องค่ะ เมนูบ้านๆ #ห้องครัวtiktok #tiktokพากิน #tiktokพากินของอร่อย #อร่อยบอกต่อ #อร่อย #บ้านแม่บุ๋ม

♬ เสียงต้นฉบับ – บ้านแม่บุ๋ม – บ้านแม่บุ๋ม

ส่วนผสม

  1. ฟักทองแก่จัด (เนื้อสีเหลืองเข้ม) 1/4 ลูก (ประมาณ 250 กรัม)
  2. เกลือป่น ปลายช้อนชา (ไม่บังคับ)
  3. น้ำเปล่าสำหรับนึ่ง

วิธีทำ

  1. ล้างฟักทอง: ล้างเปลือกให้สะอาดด้วยน้ำและฟองน้ำ โดยเฉพาะตามร่อง
  2. หั่น: หั่นฟักทองเป็นชิ้นกว้างประมาณ 3-4 นิ้ว ไม่ต้องปอกเปลือก เอาไส้และเมล็ดออก
  3. ตั้งลังถึง: ใส่น้ำในลังถึง ตั้งไฟแรงจนน้ำเดือด
  4. เรียง: วางชิ้นฟักทองบนรังถึง ด้านเปลือกลง ด้านเนื้อขึ้น
  5. นึ่ง: ปิดฝา นึ่งด้วยไฟแรง 12-15 นาที จนเนื้อฟักทองนิ่ม (ใช้ส้อมจิ้มทะลุได้)
  6. เช็คสุก: จิ้มส้อมตรงกลางชิ้น ถ้าทะลุง่ายโดยไม่ติด แสดงว่าสุก
  7. เสิร์ฟ: วางบนจาน ปอกเปลือกออกก่อนทาน (เปลือกจะลอกง่ายตอนสุก) ทานอุ่นๆ

28. มันฝรั่งบด

มันฝรั่งบด เป็นอาหารอ่อนสไตล์ตะวันตกที่ให้คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนย่อยง่าย เนื้อมันฝรั่งบดละเอียดเนียนนุ่ม ทานง่าย ไม่ต้องเคี้ยว มันฝรั่งมีโพแทสเซียมสูงและให้พลังงานดีโดยไม่มีไขมัน เป็นเมนูแก้เบื่อสำหรับคนที่ทานข้าวต้มมาหลายวัน ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 20 นาที

ใช้มันฝรั่งชนิดที่มีแป้งสูง (Starchy Potatoes) เช่น มันฝรั่งผิวน้ำตาล หรือที่ไทยนิยมเรียกมันฝรั่งยักษ์ ไม่ควรใช้มันฝรั่งผิวแดงหรือมันฝรั่งใหม่เพราะเนื้อจะเหนียวไม่เนียน ระหว่างบดห้ามใช้เครื่องปั่นไฟฟ้าเพราะจะทำให้แป้งมันฝรั่งแตกตัวและเนื้อเหนียวเป็นกาว

ส่วนผสม

  1. มันฝรั่งแป้งสูง (ปอกเปลือก หั่นชิ้นเท่าๆ กัน) 2 หัวกลาง (250 กรัม)
  2. เนยจืด 1 ช้อนโต๊ะ
  3. นมสดรสจืดอุ่น 3-4 ช้อนโต๊ะ
  4. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  5. พริกไทยป่น 1/8 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. หั่นมันฝรั่ง: ปอกเปลือก ล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นขนาดเท่าๆ กัน (กว้างประมาณ 2 เซนติเมตร)
  2. ต้ม: ใส่มันฝรั่งลงหม้อ เติมน้ำจนท่วมและใส่เกลือนิดหน่อย ตั้งไฟแรงจนเดือด หรี่ไฟกลาง ต้ม 15 นาทีจนมันฝรั่งนิ่ม (จิ้มมีดแล้วทะลุ)
  3. สะเด็ด: เทน้ำทิ้งผ่านกระชอน ให้สะเด็ดน้ำจนแห้งสนิท
  4. บด: ใช้ที่บดมันฝรั่งมือหรือส้อม กดและบดมันฝรั่งในหม้อยังร้อนจนเนื้อละเอียดเนียน
  5. ใส่เนย: ใส่เนยจืด คนให้เนยละลายและเคลือบทั่ว
  6. ใส่นม: ค่อยๆ เติมนมอุ่นทีละช้อน คนให้เข้ากันจนได้เนื้อครีมข้นตามชอบ
  7. ปรุงรส: ใส่เกลือและพริกไทย คนเบาๆ
  8. เสิร์ฟ: ตักใส่จาน ทานอุ่นทันที

29. ขนมปังนิ่มจิ้มนมอุ่น

ขนมปังนิ่มจิ้มนมอุ่น เป็นอาหารอ่อนแบบฝรั่งที่ใช้ขนมปังขาวเนื้อนิ่มตัดขอบแข็งออก จิ้มกับนมสดอุ่นจนขนมปังซับนมและนิ่มละลายในปาก เหมาะกับคนป่วยที่ไม่มีแรงเคี้ยวแม้แต่อาหารอ่อน ให้น้ำตาลธรรมชาติจากแลคโตสในนมและคาร์โบไฮเดรตจากขนมปัง ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลา 5 นาที

ใช้ขนมปังแซนด์วิชขาวเนื้อนิ่มเท่านั้น หลีกเลี่ยงขนมปังโฮลวีตที่มีกากใยสูงเพราะย่อยยาก และไม่ใช้ขนมปังที่มีเนยหรือไส้ ต้องอุ่นนมในไมโครเวฟหรือหม้อด้วยไฟอ่อนประมาณ 40-50 องศาเซลเซียส ไม่เดือด

@kp_talonlak

ร้านนมสดตุ๋นเล็ก ๆ ขนมปังทำเอง นมร้อนสั่งใส่ไขหน้านม คือฟิน ร้าน Only Pang ถ.บางบัวทอง ใกล้ ข้าวต้มนายฮ้อปูดอง เปิด 18.00 น. – ตี 2 #kpตะลอนแหลก #Tiktokพากิน #แพรพากิน #ตรุษจีน2025 #นมตุ๋น #นนทบุรี #บางบัวทอง

♬ เสียงต้นฉบับ – KP ตะลอนแหลก ( แพร ) – KP ตะลอนแหลก ( แพร )

ส่วนผสม

  1. ขนมปังแซนด์วิชขาวเนื้อนิ่ม (ตัดขอบแข็งออก) 2 แผ่น
  2. นมสดรสจืด 1/2 ถ้วย (120 มิลลิลิตร)
  3. น้ำตาลทราย (ไม่บังคับ) 1/4 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. เตรียมขนมปัง: ตัดขอบสีน้ำตาลของขนมปังทั้ง 4 ด้านออกให้หมด เหลือแต่เนื้อขนมปังขาว
  2. อุ่นนม: เทนมใส่ถ้วยแก้ว อุ่นในไมโครเวฟ 30-40 วินาทีหรืออุ่นในหม้อด้วยไฟอ่อนที่สุด ห้ามเดือด
  3. ตรวจสอบอุณหภูมิ: ทดสอบด้วยการจุ่มนิ้วที่สะอาด นมต้องอุ่นไม่ร้อนลวก
  4. ผสมน้ำตาล: ใส่น้ำตาลทราย (ถ้าใช้) คนให้ละลาย
  5. ฉีกขนมปัง: ฉีกขนมปังเป็นชิ้นเล็กๆ พอดีคำ
  6. จิ้ม: นำขนมปังจิ้มนมอุ่นแล้วทานทันที ขนมปังจะนิ่มและละลายในปาก

30. น้ำเก๊กฮวยอุ่น

น้ำเก๊กฮวยอุ่น เป็นเครื่องดื่มสมุนไพรจีนที่ใช้ดอกเก๊กฮวยแห้งต้ม ดอกเก๊กฮวยมีฤทธิ์เย็นตามแพทย์แผนจีน ช่วยลดไข้ ลดความร้อนในร่างกาย บรรเทาอาการปวดศีรษะและตาแดงที่มักมากับไข้ และมีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เครื่องดื่มชนิดนี้เหมาะเป็นเครื่องดื่มจิบระหว่างวันเพื่อลดอุณหภูมิกายและเพิ่มน้ำให้ร่างกาย ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 15 นาที

ซื้อดอกเก๊กฮวยแห้งจากร้านยาจีนหรือซูเปอร์มาร์เก็ต เลือกดอกที่มีสีเหลืองสด กลิ่นหอมสะอาด ไม่มีกลิ่นอับหรือฝุ่น ห้ามใส่น้ำตาลมากเกินไปในเวอร์ชันสำหรับคนป่วย ใช้น้ำตาลกรวดหรือหล่อฮังก๊วยเป็นตัวให้ความหวานจะดีกว่าน้ำตาลทราย

@jinhenghuad468

วิธีการต้มน้ำเก๊กฮวย แบบดั้งเดิม ตามฉบับร้านขายยาจีน หอม อร่อย สดชื่น และไม่ขม! 💘 #ร้านขายยาจิ้นเฮงฮวด #วัดมังกรกมลาวาส #แชร์ความรู้ #ขึ้นฟีดเถอะ #ดั้งเดิม น้ำสมุนไพร #น้ําเก๊กฮวย

♬ Elegant and lively violin jazz – Cuisine, food, gourmet, cafe(1310636) – Ponetto

ส่วนผสม

  1. ดอกเก๊กฮวยแห้ง 1/4 ถ้วย (ประมาณ 10 กรัม)
  2. น้ำเปล่า 3 ถ้วย (750 มิลลิลิตร)
  3. น้ำตาลกรวดเล็กน้อย หรือหล่อฮังก๊วยแห้ง 1/4 ลูก
  4. เกลือป่น ปลายช้อนชา

วิธีทำ

  1. ล้างดอกเก๊กฮวย: ล้างดอกเก๊กฮวยแห้งในน้ำเย็น 1-2 ครั้งผ่านกระชอน เพื่อเอาฝุ่นและสิ่งสกปรกออก สะเด็ด
  2. ต้มน้ำ: ใส่น้ำเปล่าลงหม้อ ตั้งไฟแรงจนเดือด
  3. ใส่ดอกเก๊กฮวย: ใส่ดอกเก๊กฮวยและน้ำตาลกรวด (หรือหล่อฮังก๊วย) ลงไป หรี่ไฟอ่อน
  4. ต้ม: ต้มนาน 10 นาที ห้ามปิดฝา (น้ำเก๊กฮวยจะหอมกว่า)
  5. ใส่เกลือ: ใส่เกลือปลายช้อน แค่พอให้รสกลม (ตัดรสขม)
  6. กรอง: กรองผ่านกระชอนตาถี่ เอากากดอกออกให้หมด
  7. เสิร์ฟ: เทใส่แก้วหรือเหยือก ให้ดื่มอุ่นๆ หรืออุณหภูมิห้อง ไม่แช่เย็นสำหรับคนป่วย

ตารางเปรียบเทียบ 30 เมนูอาหารลดไข้

ชื่อเมนูประเภทความยากเวลารสชาติ
ข้าวต้มกระดูกหมูข้าวต้ม (ไทย)ง่าย40 นาทีเค็มเบา หวานซุป
ข้าวต้มไก่ข้าวต้ม (ไทย)ง่ายมาก30 นาทีเค็มกลมกล่อม หวานไก่
โจ๊กหมูโจ๊ก (ไทย-จีน)ง่าย25 นาทีเค็ม หวานหมู เนื้อเนียน
โจ๊กไข่โจ๊ก (ไทย-จีน)ง่ายมาก15 นาทีเค็มอ่อน มันไข่แดง
ข้าวต้มปลาข้าวต้ม (ไทย)ง่าย25 นาทีเค็มเบา หวานปลา
ซุปไก่ซุป (สากล)ง่าย35 นาทีเค็มอ่อน หวานผัก
ซุปฟักทองซุปปั่น (สากล)ง่าย25 นาทีหวานธรรมชาติ มันนม
ซุปผักรวมซุปปั่น (สากล)ง่าย25 นาทีหวานผัก เค็มเบา
น้ำขิงอุ่นเครื่องดื่มสมุนไพรง่ายมาก10 นาทีเผ็ดร้อน หวานน้ำผึ้ง
น้ำมะนาวน้ำผึ้งอุ่นเครื่องดื่มง่ายมาก3 นาทีเปรี้ยวหวาน เค็มปลาย
น้ำส้มคั้นสดเครื่องดื่มน้ำผลไม้ง่ายมาก3 นาทีเปรี้ยวหวาน สดชื่น
น้ำแตงโมปั่นเครื่องดื่มน้ำผลไม้ง่ายมาก5 นาทีหวานฉ่ำ ชื่นใจ
น้ำมะพร้าวสดเครื่องดื่มธรรมชาติง่ายมาก2 นาทีหวานสดชื่น หอม
ไข่ตุ๋นนึ่ง (ญี่ปุ่น)ปานกลาง20 นาทีเค็มอ่อน หวานดาชิ
ไข่ลวกต้ม (สากล)ง่าย10 นาทีมันไข่แดง เค็มซีอิ๊ว
ปลานึ่งซีอิ๊วนึ่ง (จีน-ไทย)ง่าย15 นาทีเค็มหอมซีอิ๊ว หวานปลา
ต้มจืดเต้าหู้หมูสับต้ม (ไทย-จีน)ง่าย20 นาทีเค็มอ่อน หวานหมูผัก
ต้มจืดฟักเขียวต้ม (ไทย-จีน)ง่าย20 นาทีเค็มอ่อน หวานฟัก
แกงจืดมะระยัดไส้ต้ม (ไทย-จีน)ปานกลาง35 นาทีขมอ่อน หวานหมู
โยเกิร์ตรสธรรมดาของว่าง (สากล)ไม่ต้องทำ1 นาทีเปรี้ยวครีมมี่
กล้วยน้ำว้าผลไม้สดไม่ต้องทำ1 นาทีหวานหอม มัน
มะละกอสุกผลไม้สดไม่ต้องทำ2 นาทีหวานฉ่ำ เนื้อนุ่ม
แอปเปิ้ลตุ๋นผลไม้ตุ๋น (สากล)ง่าย15 นาทีเปรี้ยวหวาน กลิ่นซินนามอน
ข้าวต้มกุ๊ยข้าวต้ม (ไทย)ง่ายมาก20 นาทีจืด เค็มปลาย
น้ำซุปกระดูกไก่น้ำซุป (สากล)ง่าย1-2 ชั่วโมงเค็มอ่อน หวานกระดูก
ผักต้มสุกนิ่มต้ม (สากล)ง่าย10-15 นาทีหวานผักธรรมชาติ
ฟักทองนึ่งนึ่ง (ไทย-สากล)ง่าย15 นาทีหวานธรรมชาติ เนื้อเนียน
มันฝรั่งบดบด (ตะวันตก)ง่าย20 นาทีเค็มเบา มันเนย
ขนมปังนิ่มจิ้มนมอุ่นของว่าง (ตะวันตก)ง่ายมาก5 นาทีหวานนม นุ่มละลาย
น้ำเก๊กฮวยอุ่นเครื่องดื่มสมุนไพรจีนง่าย15 นาทีหวานเบา หอมดอกไม้

เคล็ดลับเตรียมอาหารสำหรับคนป่วย

เลือกวัตถุดิบที่สดที่สุด อาหารสำหรับคนป่วยต้องปลอดภัยสูงกว่าปกติเพราะภูมิคุ้มกันกำลังต่ำ เนื้อสัตว์ต้องซื้อจากแหล่งที่ไว้ใจได้ เก็บต่ำกว่า 4 องศาเซลเซียส และปรุงให้สุกทั่วถึงทั้งชิ้น อุณหภูมิแกนกลางเนื้อต้องถึง 74 องศาเซลเซียสขึ้นไป ไม่ควรทานเนื้อสัตว์ดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบเด็ดขาดระหว่างพักฟื้น

ลดโซเดียม แต่ไม่ตัดเกลือหมด ร่างกายคนป่วยเสียเกลือแร่ทางเหงื่อสูงกว่าปกติ การปรุงอาหารอ่อนจึงต้องใส่เกลือในปริมาณที่พอดี ไม่จืดสนิทเพราะจะทำให้ผู้ป่วยเบื่ออาหาร แต่ก็ไม่เค็มเกินไปเพราะไตกำลังทำงานหนัก ใช้ซีอิ๊วขาวและเกลือในปริมาณที่วัดได้ชัดเจน แทนการเหยาะด้วยกะประมาณ

แบ่งมื้อเล็กๆ ทานบ่อยๆ กระเพาะของคนป่วยรับอาหารทีละมากไม่ได้ ให้แบ่งมื้ออาหารเป็น 5-6 มื้อเล็กๆ แทนมื้อใหญ่ 3 มื้อ แต่ละมื้อห่างกัน 2-3 ชั่วโมง อาหารควรอุ่นทุกครั้งก่อนทาน หลีกเลี่ยงอาหารที่ตั้งทิ้งไว้เกิน 2 ชั่วโมงที่อุณหภูมิห้องเพราะแบคทีเรียเติบโตเร็วมาก

เน้นความสะอาดสูงสุด ล้างมือก่อนเตรียมอาหาร ใช้เขียงแยกเนื้อสัตว์กับผัก ล้างอุปกรณ์ด้วยน้ำร้อนหรือน้ำยาล้างจานที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ อาหารที่เหลือห้ามเก็บซ้ำเกิน 24 ชั่วโมงแม้จะแช่เย็น เมื่อนำกลับมาอุ่นต้องร้อนทั่วถึงทั้งจาน ห้ามอุ่นอาหารคนป่วยมากกว่า 1 ครั้ง

อาหารคือยาที่ดีที่สุดสำหรับพักฟื้น

การดูแลคนป่วยเริ่มที่ครัว อาหารอ่อนที่ทำสดใหม่ทุกมื้อคือการฟื้นฟูที่ร่างกายต้องการมากกว่ายาเม็ดใดๆ น้ำซุปใสที่เคี่ยวจากกระดูกจริงให้แร่ธาตุ ข้าวต้มร้อนๆ ให้พลังงานที่ย่อยง่าย เนื้อปลานึ่งให้โปรตีนซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และน้ำผลไม้สดให้วิตามินที่ภูมิคุ้มกันต้องการ การเลือกทำเมนูอาหารลดไข้ที่ใช่ในเวลาที่เหมาะสม จะช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ทั้ง 30 เมนูอาหารจานเดียว ที่รวบรวมไว้นี้ผ่านเกณฑ์ย่อยง่าย ดูดซึมเร็ว และปลอดภัย วัตถุดิบทุกชนิดหาได้ทั่วไปในครัวไทย ผู้ดูแลสามารถเลือกเมนูตามความพร้อมของวัตถุดิบและระดับแรงที่มีในวันนั้น วันที่ไม่มีแรงมาก เริ่มด้วยน้ำขิงอุ่นและข้าวต้มกุ๊ย วันที่เริ่มมีแรงมากขึ้น ขยับไปต้มจืดเต้าหู้หมูสับหรือปลานึ่งซีอิ๊ว

เชื่อมั่นในอาหารที่ทำเองด้วยความใส่ใจ ซุปที่เคี่ยวเองในครัวเล็กๆ มีคุณค่ามากกว่าซุปกระป๋องราคาแพงที่เต็มไปด้วยโซเดียมและวัตถุกันเสีย ชามข้าวต้มร้อนๆ ที่คนในครอบครัวต้มให้ มีพลังแห่งการฟื้นฟูที่มากกว่าตัวเลขโภชนาการบนฉลาก เพราะอาหารที่ดีที่สุดไม่ใช่สูตรที่วัดกันที่ส่วนผสมเพียงอย่างเดียว แต่วัดกันที่ความตั้งใจของผู้ทำด้วย

กดเพื่ออ่านต่อ

Aroimak

ในฐานะนักวิจารณ์ เชื่อว่าอาหารเป็นงานศิลปะรูปแบบหนึ่ง และมุ่งมั่นที่จะเขียนบทวิจารณ์ที่ทั้งสวยงามและให้ข้อมูลแก่ผู้อ่าน บทวิจารณ์จะครอบคลุมรสชาติ คุณภาพ และราคาของอาหาร รวมถึงบรรยากาศของร้านอาหารและการบริการของพนักงาน เชื่อว่าบทวิจารณ์จะช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจได้อย่างรอบคอบเมื่อเลือกร้านอาหารที่จะไปเยือน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back to top button
สารบัญ