30 เมนูอาหารลดไข้คนป่วย ทำเองที่บ้าน อร่อย ย่อยง่าย ฟื้นตัวเร็ว
ช่วงที่ร่างกายมีไข้ ระบบเผาผลาญทำงานหนักขึ้น อุณหภูมิแกนกลางสูงขึ้นทุก 1 องศาเซลเซียสจะเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานร้อยละ 10-13 สิ่งที่ผู้ป่วยต้องการมากที่สุดคือพลังงานที่ย่อยง่าย ดูดซึมเร็ว และไม่สร้างภาระให้ระบบทางเดินอาหารที่กำลังอ่อนล้า น้ำคือสิ่งแรกที่ร่างกายขาด เพราะไข้ทำให้เสียน้ำทางผิวหนังและลมหายใจเร็วกว่าปกติ การให้ น้ำขิงอุ่น หรือน้ำซุปใสจึงเป็นก้าวแรกของการฟื้นตัว
โปรตีนเป็นอีกกุญแจสำคัญ เพราะร่างกายกำลังซ่อมแซมเนื้อเยื่อและสร้างภูมิคุ้มกัน อาหารอย่างไข่ตุ๋น ข้าวต้มหมู และปลานึ่งให้โปรตีนที่ดูดซึมง่ายโดยไม่ต้องใช้เอนไซม์ย่อยมาก ผักและผลไม้สุกนิ่มให้วิตามินซี วิตามินเอ และสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย ตรงข้ามกับอาหารทอด อาหารมัน เครื่องเทศจัด และน้ำตาลสูงที่ดึงน้ำออกจากเซลล์และเพิ่มภาระให้ตับ
บทความนี้รวบรวม 30 เมนูอาหารลดไข้ที่ผ่านเกณฑ์ 3 ข้อคือ ย่อยง่ายใน 1-2 ชั่วโมง ดูดซึมสารอาหารได้เร็ว และวัตถุดิบหาได้ในครัวไทยทั่วไป เมนูทั้งหมดจัดเรียงตามประเภทอาหาร เริ่มจากข้าวต้มและโจ๊กที่เป็นหลักของคนป่วย ตามด้วยซุปใสและน้ำซุปที่มีแร่ธาตุสูง ไข่โปรตีนย่อยง่าย เนื้อปลาและเนื้อไม่ติดมัน น้ำผลไม้และเครื่องดื่มอุ่น ผลไม้สด และของทานเล่นเบาๆ
1. ข้าวต้มกระดูกหมู
ข้าวต้มกระดูกหมู เป็น ข้าวต้ม แบบไทยที่ใช้กระดูกหมูอ่อนต้มเคี่ยวจนน้ำซุปหวานกลมกล่อม ข้าวจะซึมน้ำซุปจนบานนุ่ม เนื้อหมูเปื่อยหลุดจากกระดูก รสออกเค็มเบา หวานจากหมู ซดร้อนๆ คล่องคอ ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 40 นาที เหมาะกับมื้อเช้าหรือมื้อเย็นของคนป่วยที่ต้องการพลังงานจากข้าวและโปรตีนจากหมู
เคล็ดลับคือเลือกกระดูกหมูอ่อนที่มีเอ็นและเนื้อติด ลวกน้ำเดือดก่อน 1 นาทีเพื่อช้อนฟองเลือดทิ้ง จะได้น้ำซุปใสไม่ขุ่น ระหว่างเคี่ยวให้หรี่ไฟอ่อนที่สุด ปิดฝาแง้มไว้ เนื้อหมูจะเปื่อยนุ่มโดยไม่แห้งและน้ำซุปยังใส
ส่วนผสม
- กระดูกหมูอ่อน (หั่นท่อน 2 นิ้ว ลวกน้ำเดือด) 300 กรัม
- ข้าวสารหอมมะลิ (ซาวน้ำ) 1/2 ถ้วย
- กระเทียมกลีบเล็ก (บุบพอแตก) 5 กลีบ
- รากผักชี (ทุบ) 2 ราก
- เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- ซุปก้อนรสหมู 1/2 ก้อน
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ขิงแก่ (ฝานแว่นบาง 3 ชิ้น) 5 กรัม
- กระเทียมเจียว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 6 ถ้วย
วิธีทำ
- เตรียมกระดูกหมู: ลวกกระดูกหมูในน้ำเดือด 1 นาที ตักขึ้นล้างน้ำเย็น สะเด็ดพักไว้
- ตั้งหม้อน้ำ: ใส่น้ำเปล่า 6 ถ้วย ตั้งไฟแรงจนเดือด ใส่ขิงแว่น รากผักชี และกระเทียมบุบ
- ใส่กระดูกหมู: ใส่กระดูกหมูลงไป รอเดือดอีกครั้ง ช้อนฟองทิ้งให้หมด
- เคี่ยว: หรี่ไฟอ่อน ปิดฝาแง้ม เคี่ยวนาน 25-30 นาที จนเนื้อหมูเปื่อยหลุดจากกระดูก
- ใส่ข้าว: ซาวข้าวสาร ใส่ลงในหม้อ คนเบาๆ อย่าให้ติดก้น ต้มต่อด้วยไฟอ่อน 15 นาทีจนข้าวบานนุ่ม
- ปรุงรส: ใส่ซุปก้อน เกลือป่น และซีอิ๊วขาว คนให้ละลาย ชิมรสชาติ
- เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยต้นหอมซอย ผักชีซอย และกระเทียมเจียว
2. ข้าวต้มไก่
ข้าวต้มไก่ เป็นเมนูอ่อนย่อยง่ายที่เป็นทางเลือกสำหรับคนที่ไม่ทานหมู เนื้อไก่ให้โปรตีนสูงและไขมันต่ำกว่าเนื้อหมู เหมาะกับคนป่วยที่ต้องการโปรตีนฟื้นฟูร่างกายโดยไม่หนักท้อง น้ำซุปจากกระดูกไก่ให้รสหวานธรรมชาติและคอลลาเจนจากกระดูก ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
ข้อควรระวังคืออย่าใช้ไก่ติดหนัง เพราะหนังไก่มีไขมันสูงทำให้ย่อยยากขึ้น ใช้เนื้ออกหรือสันในไก่ล้วนแทน ระหว่างต้มไก่ให้ใช้ไฟอ่อน เนื้อไก่จะนุ่มไม่กระด้าง
ส่วนผสม
- เนื้ออกไก่ (ล้างสะอาด หั่นชิ้นพอดีคำ) 200 กรัม
- ข้าวสารหอมมะลิ (ซาวน้ำ) 1/2 ถ้วย
- กระเทียม (บุบพอแตก) 4 กลีบ
- ขิงแก่ (ฝานแว่น) 5 กรัม
- ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- ซุปก้อนรสไก่ 1/2 ก้อน
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมเจียว 1 ช้อนชา
- พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 5 ถ้วย
วิธีทำ
- เตรียมไก่: ล้างอกไก่ให้สะอาด ซับด้วยกระดาษครัว หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ พักไว้
- ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่าลงหม้อ ตั้งไฟแรงจนเดือด ใส่ขิงแว่นและกระเทียมบุบ
- ต้มไก่: ใส่เนื้อไก่ลงไป หรี่ไฟกลาง ต้มนาน 10 นาที ช้อนฟองที่ลอยขึ้น
- ใส่ข้าว: ซาวข้าวสาร ใส่ลงหม้อ คนเบาๆ ต้มต่อด้วยไฟอ่อน 15-20 นาทีจนข้าวบาน
- ปรุงรส: ใส่ซุปก้อน ซีอิ๊วขาว และเกลือป่น ชิมรส ปิดไฟ
- เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยต้นหอม ผักชี กระเทียมเจียว และพริกไทยป่นเล็กน้อย
3. โจ๊กหมู
โจ๊กหมู ต่างจากข้าวต้มตรงที่ใช้ข้าวหักหรือข้าวสารตำให้แตก เม็ดข้าวจะละเอียดและบานจนเป็นเนื้อเดียวกันกับน้ำซุป เนื้อเนียนกว่าข้าวต้มปกติ ย่อยง่ายกว่าเพราะไม่ต้องบดเคี้ยวมาก รสเค็มกลมกล่อมจากหมูสับและน้ำซุปกระดูก ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 25 นาที เหมาะกับเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และคนป่วยที่ไม่มีแรงเคี้ยว
ความลับของโจ๊กหมูเนื้อเนียนคือต้องใช้ข้าวหักแท้หรือข้าวสารที่ตำให้แตกก่อนหุง ไม่ใช้ข้าวเต็มเมล็ด และต้องหมั่นคนระหว่างต้มเพื่อไม่ให้ติดก้นหม้อ ใส่น้ำมากกว่าข้าวต้มปกติในอัตราส่วนข้าว 1 ส่วนต่อน้ำ 8 ส่วน
ส่วนผสม
- ข้าวหักหรือข้าวสารตำแตก 1/2 ถ้วย
- หมูสับไม่ติดมัน 150 กรัม
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- ขิงแก่ (ฝานแว่นบาง) 3 ชิ้น
- ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- ซุปก้อนรสหมู 1/2 ก้อน
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ขิงซอย (สำหรับโรยหน้า) 1 ช้อนชา
- พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 4 ถ้วย
วิธีทำ
- เตรียมข้าว: หากใช้ข้าวสาร ให้นำข้าวสารตำในครกพอแตก ไม่ต้องละเอียด แช่น้ำไว้ 10 นาทีแล้วซาว
- ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่า กระเทียมสับ และขิงแว่น ตั้งไฟแรงจนเดือด
- ใส่ข้าว: ใส่ข้าวหักลงไป คนทันทีไม่ให้ข้าวติดก้น หรี่ไฟอ่อน ต้มนาน 15 นาที หมั่นคนเป็นระยะ
- ใส่หมูสับ: เมื่อโจ๊กเริ่มข้น ใส่หมูสับลงไป คนให้หมูกระจายทั่ว ไม่เป็นก้อน ต้มต่อ 5-7 นาทีจนหมูสุก
- ปรุงรส: ใส่ซุปก้อน ซีอิ๊วขาว และเกลือป่น คนให้ละลาย ชิมรส
- เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยต้นหอม ผักชี ขิงซอย และพริกไทยป่น
4. โจ๊กไข่
โจ๊กไข่ เป็นเมนูประหยัดเวลาที่ใช้ไข่เป็นแหล่งโปรตีนแทนหมูสับ ไข่ให้โปรตีนที่ย่อยง่ายที่สุดชนิดหนึ่ง ร่างกายดูดซึมได้เร็วกว่าเนื้อสัตว์ เหมาะกับผู้ป่วยที่เบื่อเนื้อสัตว์หรือต้องการเปลี่ยนรสชาติจากโจ๊กหมู รสหวานมันจากไข่แดงตัดกับความเค็มของซุปอย่างลงตัว ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลา 15 นาที
เทคนิคให้ไข่สวยคือตอกไข่ใส่ถ้วยก่อน แล้วเทลงกลางหม้อโจ๊กที่กำลังเดือดเบาๆ อย่าคนทันที ปล่อยให้ไข่ขาวเซ็ตตัว 1 นาทีก่อนค่อยๆ คน จะได้เส้นไข่ขาวสวยและไข่แดงกึ่งสุกที่ครีมมี่
ส่วนผสม
- ข้าวหักหรือข้าวสารตำแตก 1/2 ถ้วย
- ไข่ไก่สด 2 ฟอง
- กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- ซุปก้อนรสหมู 1/3 ก้อน
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ขิงซอย 1 ช้อนชา
- น้ำปลา 1/2 ช้อนชา
- พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 4 ถ้วย
วิธีทำ
- ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่าและกระเทียมสับ ตั้งไฟแรงจนเดือด
- ใส่ข้าว: ใส่ข้าวหัก คนเบาๆ หรี่ไฟอ่อน ต้มนาน 12-15 นาทีจนข้าวบาน คนเป็นระยะ
- ปรุงรส: ใส่ซุปก้อน ซีอิ๊วขาว เกลือป่น และน้ำปลา คนให้ละลาย
- ใส่ไข่: ตอกไข่ใส่ถ้วยแล้วเทลงกลางหม้อช้าๆ ปล่อยให้เซ็ตตัว 1 นาที
- คนเบาๆ: ใช้ตะหลิวคนเบาๆ ให้ไข่ขาวกระจายเป็นเส้น ไข่แดงจะกึ่งสุกกึ่งเหลว
- เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยต้นหอม ผักชี ขิงซอย และพริกไทยป่น
5. ข้าวต้มปลา
ข้าวต้มปลา ใช้เนื้อปลาขาวอย่างปลากะพง ปลาจาระเม็ด หรือปลานิล เนื้อปลามีโปรตีนย่อยง่ายและไขมันต่ำ น้ำซุปปลาหวานเบา ซดแล้วสดชื่นไม่เลี่ยน เหมาะกับผู้ป่วยที่เบื่อเนื้อหมูหรือไก่ เนื้อปลาจะฟูนุ่มละลายในปาก ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 25 นาที
ข้อสำคัญคือต้องใช้ปลาสดเท่านั้น ปลาที่ไม่สดจะมีกลิ่นคาวแรงและเนื้อเละ วิธีล้างปลาคือเคล้าเกลือแล้วล้างน้ำเย็นจนหมดเมือก ระหว่างต้มให้ใส่ขิงเพิ่มเพื่อดับกลิ่นคาว และห้ามคนแรงจนเนื้อปลาแตกกระจาย
ส่วนผสม
- เนื้อปลากะพงขาว (หั่นชิ้นหนา 1.5 เซนติเมตร) 200 กรัม
- ข้าวสารหอมมะลิ (ซาวน้ำ) 1/2 ถ้วย
- ขิงแก่ (ฝานแว่น) 5 กรัม
- กระเทียม (บุบ) 3 กลีบ
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- น้ำปลา 1/2 ช้อนชา
- กระเทียมเจียว 1 ช้อนชา
- พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 5 ถ้วย
วิธีทำ
- เตรียมปลา: ล้างปลาด้วยเกลือ ล้างน้ำเย็นจนหมดเมือก ซับแห้ง หั่นชิ้นหนา 1.5 เซนติเมตร
- ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่า ตั้งไฟแรงจนเดือด ใส่ขิงแว่นและกระเทียมบุบ
- ต้มข้าว: ใส่ข้าวสารลงไป หรี่ไฟอ่อน ต้ม 15 นาทีจนข้าวบาน
- ใส่ปลา: ใส่ชิ้นปลาลงในหม้อ ระวังอย่าวางซ้อนกัน ใช้ไฟอ่อน รอ 3-4 นาทีให้เนื้อปลาเปลี่ยนเป็นสีขาว
- ปรุงรส: ใส่ซีอิ๊วขาว เกลือป่น และน้ำปลา เบาๆ อย่าคนแรง
- เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยต้นหอม ผักชี กระเทียมเจียว พริกไทยป่น
6. ซุปไก่
ซุปไก่ เป็นเมนูสากลที่ใช้ได้ผลกับคนป่วยมานานหลายร้อยปี น้ำซุปไก่ร้อนๆ ให้กรดอะมิโนซิสเทอีน (Cysteine) ที่ช่วยลดเสมหะและบรรเทาอาการคัดจมูก เนื้อไก่ให้โปรตีนไม่ติดมัน ซุปใสอุ่นๆ ซดคล่องคอตลอดวัน ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 35 นาที เหมาะดื่มแทนน้ำหรือกินคู่กับข้าวสวยนิ่ม
เคล็ดลับน้ำซุปใสแบบร้านโรงแรมคือเริ่มจากการต้มไก่ในน้ำเย็น (ไม่ใช่น้ำเดือด) แล้วใช้ไฟอ่อนที่สุด ห้ามเดือดพล่าน ฟองที่ลอยขึ้นจะน้อยและน้ำซุปใสสะอาดโดยไม่ต้องกรอง
ส่วนผสม
- น่องไก่ไม่ติดหนัง 1 ชิ้น (200 กรัม)
- หัวหอมใหญ่ (หั่นครึ่ง) 1/2 หัว
- แครอท (หั่นท่อน 2 นิ้ว) 1/2 หัว
- เซเลอรี่หรือคื่นช่ายฝรั่ง (หั่นท่อน) 1 ต้น
- กระเทียม (บุบ) 4 กลีบ
- ขิงแก่ (ฝานแว่น) 10 กรัม
- เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
- พริกไทยเม็ด 1/2 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 6 ถ้วย
วิธีทำ
- เตรียมไก่: ล้างน่องไก่ ซับแห้ง ใส่หม้อพร้อมน้ำเปล่า 6 ถ้วย (น้ำเย็น)
- ใส่ผัก: ใส่หัวหอมใหญ่ แครอท เซเลอรี่ กระเทียม ขิง และพริกไทยเม็ดลงในหม้อ
- ตั้งไฟอ่อน: เปิดไฟอ่อนที่สุด ห้ามคน ปล่อยให้ค่อยๆ เดือด ใช้เวลาประมาณ 20-25 นาที
- ช้อนฟอง: เมื่อเริ่มมีฟองขาวลอย ให้ช้อนออกด้วยทัพพี ให้หมด
- ตักน่องไก่: เมื่อไก่สุกนุ่ม (ใช้ส้อมจิ้มแล้วไม่มีน้ำสีชมพู) ตักน่องไก่ออก แกะเนื้อเป็นชิ้นเล็ก
- กรองน้ำซุป: กรองน้ำซุปด้วยกระชอนตาถี่ ใส่เนื้อไก่ที่แกะไว้กลับลงไป
- ปรุงรส: ใส่เกลือป่นและซีอิ๊วขาว โรยต้นหอม เสิร์ฟร้อน
7. ซุปฟักทอง
ซุปฟักทอง เป็นซุปเนื้อเนียนสีเหลืองทองที่ทำจากฟักทองต้มแล้วปั่น ฟักทองอุดมด้วยวิตามินเอและเบต้าแคโรทีนที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เนื้อสัมผัสเนียนละเอียด รสหวานธรรมชาติไม่ต้องเติมน้ำตาล เหมาะกับเด็กเล็ก คนแก่ และคนป่วยที่เบื่ออาหาร ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 25 นาที
ฟักทองที่เหมาะทำซุปคือฟักทองแก่จัด เนื้อสีเข้ม เปลือกแข็ง มีแป้งมาก เมื่อต้มสุกแล้วปั่นจะได้เนื้อเนียนข้น ห้ามใช้ฟักทองอ่อนที่เนื้อฟ่ามไม่หวาน และ เมนูฟักทอง อื่นๆ ก็ปรับใช้กับคนป่วยได้เช่นกัน
ส่วนผสม
- ฟักทองแก่ (ปอกเปลือก หั่นเต๋า 2 เซนติเมตร) 300 กรัม
- หัวหอมใหญ่ (สับหยาบ) 1/4 หัว
- กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
- เนยจืด 1 ช้อนโต๊ะ
- นมสดรสจืด 1/2 ถ้วย
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- พริกไทยป่น 1/8 ช้อนชา
- ซุปก้อนรสไก่ 1/3 ก้อน
- น้ำเปล่า 2 ถ้วย
- ผักชีซอยสำหรับโรยหน้า
วิธีทำ
- ผัดหอม: ตั้งหม้อ ใส่เนย ใช้ไฟอ่อน ใส่หอมใหญ่และกระเทียม ผัดจนหอมใส
- ใส่ฟักทอง: ใส่ฟักทองเต๋าลงไป ผัดเบา 2 นาทีจนฟักทองส่งกลิ่นหอม
- ต้ม: เติมน้ำเปล่าจนท่วมฟักทอง ใส่ซุปก้อน ตั้งไฟกลางจนเดือด หรี่ไฟอ่อน ปิดฝา ต้ม 15 นาทีจนฟักทองนิ่ม
- ปั่น: ยกลงจากเตา ใช้เครื่องปั่นมือถือปั่นในหม้อ หรือเทใส่โถปั่น ปั่นจนเนื้อเนียนละเอียด
- ปรุง: ใส่นมสด เกลือ และพริกไทย คนให้เข้ากัน ตั้งไฟอ่อนให้อุ่นอีกครั้ง (ห้ามเดือดเพราะนมจะแตก)
- เสิร์ฟ: ตักใส่ถ้วย โรยผักชี เสิร์ฟอุ่น
8. ซุปผักรวม
ซุปผักรวม เป็นเมนูที่รวมผักหลากหลายมาต้มจนนิ่มแล้วปั่นให้เป็นซุปเนื้อเนียน ได้วิตามินจากผักหลายชนิดในถ้วยเดียว เหมาะกับคนป่วยที่เคี้ยวผักสดไม่ไหวแต่ยังต้องการวิตามินและแร่ธาตุ เลือกผักที่มีรสหวานอ่อนตามธรรมชาติเช่นแครอท ฟักทอง มันเทศ และมันฝรั่ง ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 25 นาที
จัดสัดส่วนผักให้สมดุล: ร้อยละ 50 เป็นผักหัวให้เนื้อซุปข้น (แครอท มันฝรั่ง) ร้อยละ 30 เป็นผักหวานให้รส (ฟักทอง หอมใหญ่) และร้อยละ 20 เป็นผักใบอ่อนให้วิตามิน (ตำลึง ผักโขม)
ส่วนผสม
- แครอท (ปอกเปลือก หั่นท่อน) 100 กรัม
- มันฝรั่ง (ปอกเปลือก หั่นเต๋า) 100 กรัม
- ฟักทอง (ปอกเปลือก หั่นเต๋า) 80 กรัม
- หัวหอมใหญ่ (หั่นหยาบ) 1/4 หัว
- ตำลึงหรือเบบี้สปิแนช (ล้างสะอาด) 1/2 ถ้วย
- กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
- เนยจืด 1 ช้อนชา
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- ซุปก้อนรสไก่ 1/3 ก้อน
- นมสดรสจืด 1/4 ถ้วย
- น้ำเปล่า 2 1/2 ถ้วย
วิธีทำ
- ผัดหอมกระเทียม: ใส่เนยในหม้อ ตั้งไฟอ่อน ใส่หอมใหญ่และกระเทียม ผัดให้หอมใส
- ใส่ผักหัว: ใส่แครอท มันฝรั่ง และฟักทอง ผัดเบา 2 นาที
- ต้ม: เติมน้ำเปล่าและซุปก้อน ตั้งไฟกลางจนเดือด หรี่ไฟอ่อน ปิดฝา ต้ม 15 นาทีจนผักหัวนิ่ม
- ใส่ผักใบ: ใส่ตำลึงลงไป ต้มต่ออีก 2 นาทีจนผักใบสลด ปิดไฟ
- ปั่น: ปั่นด้วยเครื่องปั่นมือถือจนเนื้อเนียนละเอียด
- ปรุง: ใส่นมสดและเกลือป่น ตั้งไฟอ่อนอุ่นอีกครั้ง ห้ามเดือด
- เสิร์ฟ: ตักใส่ถ้วย เสิร์ฟอุ่นทันที
9. น้ำขิงอุ่น
น้ำขิงอุ่น เป็นเครื่องดื่มสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน ช่วยขับเหงื่อ ลดอาการคลื่นไส้อาเจียนที่มักมาพร้อมกับไข้ และกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ขิงมีสารจินเจอรอล (Gingerol) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบและลดไข้ตามธรรมชาติ น้ำขิงอุ่นเหมาะจิบระหว่างวันสำหรับคนที่มีไข้ตัวร้อนแต่มือเท้าเย็น ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลา 10 นาที
ใช้ขิงแก่สดเท่านั้น ขิงอ่อนรสเผ็ดร้อนไม่พอและกลิ่นอ่อนกว่า อัตราส่วนที่เหมาะสมคือขิงแก่ 10 กรัมต่อน้ำ 1 ถ้วย ต้มด้วยไฟอ่อน 5-7 นาทีเพื่อให้น้ำมันหอมระเหยออกมาเต็มที่
ส่วนผสม
- ขิงแก่ (ล้างสะอาด ไม่ต้องปอก หั่นแว่นบาง) 20 กรัม
- น้ำเปล่า 2 ถ้วย
- น้ำผึ้งแท้ 1-2 ช้อนชา
- มะนาว (คั้นเอาแต่น้ำ) 1/2 ช้อนชา
วิธีทำ
- ทุบขิง: นำขิงแว่นทุบพอแตกด้วยสันมีดหรือครก เพื่อให้น้ำขิงออกเต็มที่
- ต้ม: ใส่น้ำเปล่าและขิงทุบลงหม้อ ตั้งไฟกลางจนเดือด หรี่ไฟอ่อน ต้มต่อ 5-7 นาที
- กรอง: กรองกากขิงออกด้วยกระชอน เทน้ำขิงใส่แก้ว
- ปรุง: ใส่น้ำผึ้ง คนให้ละลาย บีบมะนาวเล็กน้อย (ไม่ต้องมาก ให้กลิ่น)
- เสิร์ฟ: เสิร์ฟขณะอุ่น จิบช้าๆ ตลอดวัน
10. น้ำมะนาวผสมน้ำผึ้งอุ่น
น้ำมะนาวผสมน้ำผึ้งอุ่น เป็นเครื่องดื่มแก้เจ็บคอชั้นยอด วิตามินซีจากมะนาวสดช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน น้ำผึ้งมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียตามธรรมชาติและเคลือบคอ ลดอาการระคายเคือง ใช้สัดส่วนน้ำผึ้ง 1 ช้อนชาต่อน้ำอุ่น 1 แก้วใหญ่ อุณหภูมิน้ำต้องอุ่นเท่านั้น (ไม่เกิน 60 องศาเซลเซียส) เพราะน้ำร้อนจัดจะทำลายเอนไซม์และวิตามินซี ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลา 3 นาที
ห้ามใช้น้ำร้อนเดือดผสมเด็ดขาด เพราะน้ำร้อนเกินจะทำให้น้ำผึ้งเปลี่ยนรสขมและทำลายวิตามินซีจากมะนาว วิธีทดสอบอุณหภูมิง่ายๆ คือเอานิ้วจุ่มน้ำ ต้องทนได้โดยไม่ลวก
ส่วนผสม
- น้ำมะนาวสดคั้น 1-2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำผึ้งแท้ 100% 1-2 ช้อนชา
- น้ำอุ่น (ประมาณ 50-60 องศาเซลเซียส) 1 ถ้วย (250 มิลลิลิตร)
- เกลือป่น ปลายช้อนชา
วิธีทำ
- เตรียมน้ำอุ่น: ต้มน้ำให้เดือด เทใส่แก้ว ทิ้งไว้ให้เย็นลง 3-4 นาทีจนเป็นน้ำอุ่น
- ผสมน้ำผึ้ง: ใส่น้ำผึ้งลงในน้ำอุ่น คนให้ละลายหมด
- ใส่มะนาว: บีบน้ำมะนาวสดลงไป ใส่เกลือปลายช้อน
- คน: คนให้ทุกอย่างเข้ากัน
- เสิร์ฟ: จิบขณะอุ่น ควรดื่มใน 15 นาทีหลังผสมเพื่อรักษาวิตามินซี
11. น้ำส้มคั้นสด
น้ำส้มคั้นสด แหล่งวิตามินซีที่เข้มข้นและดูดซึมง่าย วิตามินซีช่วยลดระยะเวลาการเป็นไข้และหวัด น้ำส้มคั้นสดมีน้ำตาลธรรมชาติให้พลังงานทันทีและมีโพแทสเซียมที่ช่วยทดแทนแร่ธาตุที่เสียไปทางเหงื่อ ไม่ควรเติมน้ำตาลเพิ่มเพราะส้มมีรสหวานธรรมชาติอยู่แล้ว ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลา 3 นาที
เลือกส้มเขียวหวานหรือส้มสายน้ำผึ้งที่เปลือกบาง เนื้อฉ่ำ มีน้ำมาก หลีกเลี่ยงส้มนำเข้าแช่เย็นที่เนื้อแห้งเพราะเก็บนาน การเก็บส้มไว้ที่อุณหภูมิห้อง 1-2 วันก่อนคั้นจะได้น้ำส้มที่หวานกว่าเก็บในตู้เย็น
ส่วนผสม
- ส้มเขียวหวานสด 3-4 ลูก (ประมาณ 400 กรัม)
- เกลือป่น ปลายช้อนชา (เสริม ไม่จำเป็น)
วิธีทำ
- เตรียมส้ม: นำส้มมาไว้ที่อุณหภูมิห้องก่อนคั้น (ถ้าเพิ่งออกจากตู้เย็น) ล้างเปลือกให้สะอาด
- ผ่าส้ม: ผ่าครึ่งตามขวาง (ไม่ใช่ตามยาว) เพื่อให้คั้นน้ำออกง่ายและไม่ขมจากเปลือก
- คั้น: ใช้ที่คั้นส้มมือหมุนหรือที่คั้นแบบมือบีบ คั้นจนหมด บีบเนื้อส้มเบาๆ เอาน้ำ
- กรอง: กรองผ่านกระชอนตาถี่ 1 ครั้ง (เอาทั้งกากและฟองขาว)
- เสิร์ฟ: เทใส่แก้ว ดื่มทันทีภายใน 5 นาทีเพื่อไม่ให้วิตามินซีถูกอากาศทำลาย
12. น้ำแตงโมปั่น
น้ำแตงโมปั่น ให้ความสดชื่นและน้ำตาลธรรมชาติจากแตงโม แตงโมประกอบด้วยน้ำถึงร้อยละ 92 และมีไลโคปีน (Lycopene) ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ รวมถึงซิทรูลีน (Citrulline) ที่ช่วยขยายหลอดเลือดและลดอุณหภูมิกาย เหมาะกับคนไข้สูงที่ต้องการลดอุณหภูมิและชดเชยน้ำ ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลา 5 นาที
ควรปั่นโดยไม่ต้องเติมน้ำตาลหรือเชื่อมใดๆ เพราะแตงโมสุกมีรสหวานธรรมชาติเพียงพอแล้ว ถ้าแตงโมไม่หวาน ให้เติมน้ำผึ้งครึ่งช้อนชาแทนน้ำตาล เพราะน้ำผึ้งให้ความหวานธรรมชาติและมีคุณสมบัติต้านเชื้อ
ส่วนผสม
- แตงโมเนื้อแดง (หั่นเต๋า ไม่เอาเมล็ด แช่เย็น) 2 ถ้วย (300 กรัม)
- น้ำต้มสุกเย็น 1/4 ถ้วย (ถ้าแตงโมเนื้อแข็ง ให้ใส่ ถ้านิ่มดีแล้วไม่ต้อง)
- เกลือป่น ปลายช้อนชา
วิธีทำ
- เตรียมแตงโม: หั่นแตงโมเป็นเต๋า เอาเมล็ดดำออกให้หมด แช่เย็น 15 นาทีก่อนปั่น
- ปั่น: ใส่แตงโม เกลือปลายช้อน และน้ำต้มสุกเย็น (ถ้าจำเป็น) ลงโถปั่น
- ปั่นละเอียด: ปั่นด้วยความเร็วสูง 20-30 วินาที จนเนื้อเนียนละเอียด
- กรอง: กรองผ่านกระชอนตาถี่เพื่อเอากาก (ไม่บังคับ)
- เสิร์ฟ: เทใส่แก้ว ดื่มทันที อย่าให้น้ำแตงโมตกตะกอนนาน
13. น้ำมะพร้าวสด
น้ำมะพร้าวสด เป็นเครื่องดื่มไอโซโทนิกธรรมชาติที่มีส่วนประกอบของอิเล็กโทรไลต์คล้ายกับในน้ำเกลือแร่ อุดมด้วยโพแทสเซียมและแมกนีเซียม ช่วยทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่เสียไปทางเหงื่อระหว่างเป็นไข้โดยไม่มีน้ำตาลเติมแต่งและสีสังเคราะห์ เป็นหนึ่งในไม่กี่เครื่องดื่มที่ทั้งปลอดภัยและมีประโยชน์จริงสำหรับคนป่วยทุกระดับ ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลา 2 นาที
เลือกมะพร้าวน้ำหอมที่ยังเขียวหรือเพิ่งเริ่มเปลี่ยนเป็นสีตาล หลีกเลี่ยงมะพร้าวแก่ที่น้ำมีรสเปรี้ยวฝาด แช่มะพร้าวในตู้เย็นก่อน 30 นาที น้ำจะหวานสดชื่นขึ้นตามธรรมชาติ
ส่วนผสม
- มะพร้าวน้ำหอมสด 1 ลูก
- หลอดดูด หรือเทใส่แก้ว
วิธีทำ
- แช่เย็น: แช่มะพร้าวในตู้เย็น 30 นาที (หรือแช่ถังน้ำแข็ง 15 นาที)
- เจาะ: ใช้มีดปาดตา เปิดฝาด้านบน หรือใช้ที่เจาะมะพร้าว
- ตรวจสอบ: ดมกลิ่นก่อน ต้องหอมสด ไม่มีกลิ่นเปรี้ยว หรือฟองฟู่
- เท: เทน้ำใส่แก้วหรือดื่มจากลูกโดยตรง
- เสิร์ฟ: ดื่มทันที อุณหภูมิเย็นกำลังดี ไม่เย็นจัดเกินไป
14. ไข่ตุ๋น
ไข่ตุ๋น สไตล์ญี่ปุ่นหรือชาวันมูชิ (Chawanmushi) เป็นเมนูไข่นึ่งเนื้อเนียนละเอียด ไข่เป็นโปรตีนคุณภาพสูงที่ย่อยง่ายที่สุดชนิดหนึ่ง ย่อยหมดในกระเพาะภายใน 1-2 ชั่วโมง เนื้อเนียนนุ่ม ทานง่ายโดยไม่ต้องเคี้ยว เหมาะกับผู้ป่วยทุกวัย ระดับความยาก: ปานกลาง (ต้องควบคุมอุณหภูมิการนึ่ง) ใช้เวลา 20 นาที
ความลับของไข่ตุ๋นเนื้อเนียนไร้ฟองอากาศคือกรองไข่ที่ตีแล้วผ่านกระชอนตาถี่ 1-2 ครั้ง และใช้ไฟอ่อนมากระหว่างนึ่ง ปิดฝาหม้อนึ่งด้วยผ้าขาวบางก่อนปิดฝาเพื่อกันน้ำหยดใส่หน้าไข่
ส่วนผสม
- ไข่ไก่สดเบอร์ 2 จำนวน 2 ฟอง
- ดาชิหรือน้ำซุปปลาแห้งญี่ปุ่น (อุ่น) 1 ถ้วย (240 มิลลิลิตร)
- ซีอิ๊วญี่ปุ่น (โชยุ) 1 ช้อนชา
- มิริน 1/2 ช้อนชา
- เกลือป่น 1/8 ช้อนชา
- เนื้ออกไก่ (หั่นชิ้นเล็ก) 30 กรัม
- เห็ดหอมแห้ง (แช่น้ำจนนุ่ม หั่นเส้น) 1 ดอก
- ต้นหอมญี่ปุ่นซอย 1/2 ช้อนชา
- แครอท (หั่นแว่นบางต้มสุก) 2 ชิ้น
วิธีทำ
- เตรียมหม้อนึ่ง: ใส่น้ำในหม้อนึ่ง ตั้งไฟกลางให้เดือด
- ตีไข่: ตอกไข่ใส่ชาม ใช้ตะเกียบค่อยๆ ตีอย่าให้เกิดฟองฟู่ ใช้สันตะเกียบตัดไข่ขาวให้ขาด
- ผสมน้ำซุป: ผสมดาชิอุ่นกับโชยุ มิริน และเกลือ คนให้ละลาย ค่อยๆ เทใส่ไข่ คนช้าๆ
- กรอง: เทไข่ผ่านกระชอนตาถี่ 2 ครั้งเพื่อเอาไข่ขาวที่ยังหลงเหลืออยู่
- ใส่เครื่อง: ใส่ชิ้นไก่ เห็ดหอม และแครอทลงในถ้วยสำหรับนึ่ง 2 ใบ
- เทไข่: ค่อยๆ เทส่วนผสมไข่ใส่ถ้วย ใช้ช้อนช้อนฟองอากาศที่ผิวหน้าออก
- นึ่ง: ปิดปากถ้วยด้วยฟอยล์ วางในลังถึงที่น้ำเดือดแล้ว ลดไฟอ่อนที่สุด ปิดฝาหม้อนึ่ง (มีผ้าขาวบางหุ้มฝาไว้) นึ่ง 12-15 นาที เขย่าเบาๆ ตรงกลางต้องไม่เหลว
- เสิร์ฟ: โรยต้นหอมญี่ปุ่นซอย เสิร์ฟร้อน
15. ไข่ลวก
ไข่ลวก เป็นเมนูโปรตีนที่ใช้เวลาทำน้อยที่สุดในลิสต์นี้ ไข่ขาวสุกนุ่ม ไข่แดงเป็นยางมะตูมเหลวๆ ให้รสชาติหวานมัน อุดมด้วยโปรตีนและวิตามินดี ไม่ต้องใช้เครื่องปรุงใดๆ ย่อยง่าย เหมาะกับคนป่วยที่ไม่ทานเนื้อสัตว์หรือเพิ่งเริ่มกลับมาทานอาหารแข็งหลังจากอาเจียน ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 7-10 นาที
ใช้น้ำในปริมาณที่ท่วมไข่สองเท่า ใส่น้ำส้มสายชู 1 ช้อนชาลงในน้ำต้มกันไข่แตก ตั้งเวลาให้แม่น: 6 นาทีสำหรับไข่แดงเป็นยางมะตูม, 7-8 นาทีสำหรับไข่แดงกึ่งสุก, 10 นาทีสำหรับไข่ต้มสุกแข็ง
ส่วนผสม
- ไข่ไก่สดเบอร์ 2 (อุณหภูมิห้อง) 2 ฟอง
- น้ำส้มสายชู 1 ช้อนชา
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- น้ำเปล่าสำหรับต้ม
- ซีอิ๊วขาวเล็กน้อย (สำหรับราด)
วิธีทำ
- เตรียมไข่: นำไข่ออกจากตู้เย็น วางไว้ที่อุณหภูมิห้อง 15 นาทีก่อนต้ม (ไข่เย็นจัดทำให้แตกในน้ำร้อน)
- ตั้งน้ำ: เทน้ำใส่หม้อให้ท่วมไข่ประมาณ 2 เท่า ใส่น้ำส้มสายชูและเกลือ ตั้งไฟแรงจนเดือดจัด
- ใส่ไข่: ใช้ช้อนตักไข่ค่อยๆ วางลงในหม้อทีละฟอง ลดไฟลงเล็กน้อยให้เดือดเบาๆ
- จับเวลา: ตั้งเวลา 6-7 นาทีทันทีที่ใส่ไข่ลงครบ
- น้ำเย็น: เตรียมชามน้ำเย็นจัด (ใส่น้ำแข็ง) เมื่อหมดเวลา ตักไข่แช่น้ำเย็นทันที 3 นาทีเพื่อให้ปอกง่าย
- ปอก: ม้วนไข่กับเขียงให้เปลือกแตกทั่ว ค่อยๆ ปอกใต้น้ำไหล
- เสิร์ฟ: ผ่าครึ่งไข่ ราดซีอิ๊วขาวเล็กน้อย หรือทานเปล่าคู่กับข้าวต้ม
16. ปลานึ่งซีอิ๊ว
ปลานึ่งซีอิ๊ว เป็นเมนูปลาที่คงคุณค่าสารอาหารสูงสุดเพราะใช้วิธีนึ่ง เนื้อปลาฉ่ำนุ่ม ไม่มีน้ำมันจากการทอด ซีอิ๊วให้รสเค็มกลมกล่อมตัดกับขิงซอยที่ให้ความหอมและดับคาว เนื้อปลาขาวอย่างปลากะพงหรือปลาเก๋าให้โปรตีนสูงและย่อยง่าย คนป่วยสามารถทานได้แม้ไม่มีแรงเคี้ยวมาก ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 15 นาที
เลือกปลาสด ลูกตาต้องใส เหงือกสีแดงสด เนื้อแน่นกดแล้วคืนตัว ปลาที่ไม่สดจะเหม็นคาวและเนื้อเละเวลานึ่ง นึ่งด้วยไฟแรง น้ำเดือดจัด ใช้เวลาสั้นเพื่อให้ปลาสุกพอดีไม่แห้ง
ส่วนผสม
- ปลากะพงขาวหรือปลาเก๋า (ตัวประมาณ 400 กรัม ขอดเกล็ด ผ่าท้อง ควักไส้ออก บั้งข้างละ 3 ทแยง) 1 ตัว
- ขิงแก่ (ซอยเส้นบางยาว) 15 กรัม
- ต้นหอม (ซอยเส้นยาว) 2 ต้น
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันงา 1/2 ช้อนชา
- ซีอิ๊วญี่ปุ่น (โชยุ) 1 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 1/4 ช้อนชา
- น้ำซุปไก่หรือน้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
- ผักชีสำหรับแต่งหน้า
วิธีทำ
- เตรียมปลา: ล้างปลาให้สะอาด ซับแห้งด้วยกระดาษครัวทั้งนอกและในท้อง บั้งข้างละ 3 ทแยง
- ผสมซอส: ผสมซีอิ๊วขาว โชยุ น้ำตาล น้ำมันงา และน้ำซุปเข้าด้วยกัน คนให้น้ำตาลละลาย
- วางปลา: วางปลาบนจานสำหรับนึ่ง ซับขิงครึ่งหนึ่งไว้บนตัวปลาและในแผลบั้ง
- ราดซอส: ราดซอสที่ผสมแล้วให้ทั่วตัวปลา
- นึ่ง: ตั้งลังถึงน้ำเดือดจัด วางจานปลาลง ปิดฝา นึ่งด้วยไฟแรง 8-10 นาที (ปลาหนา 10 นาที ปลาบาง 8 นาที)
- ตรวจสุก: ใช้ปลายมีดแง้มตรงกลางตัวปลา เนื้อต้องขาวขุ่น ไม่ใส
- ตกแต่ง: นำจานออกจากลังถึง โรยขิงที่เหลือและต้นหอมซอย ราดด้วยน้ำซีอิ๊วในจาน
- เสิร์ฟ: โรยพริกไทยป่น ตกแต่งด้วยผักชี เสิร์ฟร้อนทันที
17. ต้มจืดเต้าหู้หมูสับ
ต้มจืดเต้าหู้หมูสับ หรือที่หลายคนเรียก แกงจืด เป็นเมนูน้ำใสรสอ่อน หวานจากน้ำซุปกระดูกและผักกาดขาว หมูสับให้โปรตีนและรสชาติกลมกล่อม เต้าหู้ไข่เนื้อนุ่มเสริมโปรตีนจากถั่วเหลืองทั้งยังย่อยง่าย ไม่มีน้ำมันหรือเครื่องเทศที่ระคายเคือง ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 20 นาที
เคล็ดลับคือหมักหมูสับกับรากผักชีโขลกและพริกไทยก่อน 10 นาที หมูจะหอมและไม่มีกลิ่นคาว ระหว่างต้มให้ช้อนฟองเป็นระยะเพื่อน้ำซุปใส
ส่วนผสม
- หมูสับไม่ติดมัน 150 กรัม
- เต้าหู้ไข่ (หั่นแว่นหนา 1 เซนติเมตร) 1 หลอด
- ผักกาดขาว (หั่นชิ้นพอดีคำ) 150 กรัม
- แครอท (หั่นแว่นบาง) 30 กรัม
- กระเทียม (บุบพอแตก) 3 กลีบ
- รากผักชี (โขลก) 1 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- ซุปก้อนรสหมู 1/3 ก้อน
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 4 ถ้วย
วิธีทำ
- หมักหมู: ผสมหมูสับกับรากผักชีโขลก พริกไทยป่น และซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา คลุกให้เข้ากัน หมัก 10 นาที
- ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่าลงหม้อ ตั้งไฟแรงจนเดือด ใส่กระเทียมบุบ
- ปั้นหมู: ปั้นหมูสับเป็นก้อนกลมขนาดพอดีคำ ใส่ลงในน้ำเดือด รอจนหมูสุกเปลี่ยนเป็นสีขาว
- ช้อนฟอง: ช้อนฟองที่ลอยขึ้นทิ้งเป็นระยะ
- ใส่ผัก: ใส่แครอทและผักกาดขาว ต้มต่อ 5 นาทีจนผักเริ่มนิ่ม
- ใส่เต้าหู้: ใส่เต้าหู้ไข่ ระวังอย่าคนแรงจนเต้าหู้แตก
- ปรุงรส: ใส่ซุปก้อน เกลือป่น และซีอิ๊วขาวที่เหลือ ชิมรส
- เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยต้นหอม ผักชี และพริกไทยป่น
18. ต้มจืดฟักเขียว
ต้มจืดฟักเขียว หรือที่ภาคกลางนิยมเรียกต้มจืดฟัก ฟักเขียวมีฤทธิ์เย็นตามแพทย์แผนจีน ช่วยลดความร้อนในร่างกายและขับปัสสาวะ เนื้อฟักเมื่อต้มสุกจะนิ่มใส ซับรสน้ำซุปได้ดี ฟักยังมีใยอาหารชนิดละลายน้ำที่ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้นซึ่งสำคัญมากเมื่อคนป่วยนอนนานแล้วท้องผูก ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 20 นาที
เคล็ดลับคือต้องเลือกฟักแก่จัด เปลือกแข็ง มีนวลขาวที่ผิว เนื้อแน่นหนักมือ ฟักอ่อนเนื้อจะฟ่าม เหนียว ไม่หวาน และเละง่ายเวลาต้ม
ส่วนผสม
- ฟักเขียว (ปอกเปลือก คว้านไส้ออก หั่นชิ้นหนา 2 เซนติเมตร) 300 กรัม
- หมูสับไม่ติดมัน 100 กรัม
- กระเทียม (บุบพอแตก) 3 กลีบ
- รากผักชี (โขลก) 1 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- ซุปก้อนรสหมู 1/3 ก้อน
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 4 ถ้วย
วิธีทำ
- หมักหมู: ผสมหมูสับกับรากผักชีโขลก พริกไทยป่น และซีอิ๊วขาวเล็กน้อย หมัก 10 นาที
- ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่าลงหม้อ ตั้งไฟแรงจนเดือด ใส่กระเทียมบุบ
- ปั้นหมู: ปั้นหมูสับเป็นก้อนกลม ใส่ลงน้ำเดือด รอจนหมูสุก
- ช้อนฟอง: ช้อนฟองทิ้ง
- ใส่ฟัก: ใส่ฟักเขียวลงไป หรี่ไฟกลาง ต้มนาน 10-12 นาทีจนฟักใสและนิ่ม
- ปรุงรส: ใส่ซุปก้อน เกลือป่น และซีอิ๊วขาว ชิมรส
- เสิร์ฟ: โรยต้นหอม ผักชี และพริกไทยป่น
19. แกงจืดมะระยัดไส้
แกงจืดมะระยัดไส้ ใช้มะระจีนลูกใหญ่ เนื้อหนา ความขมน้อยกว่ามะระไทย เมื่อยัดไส้หมูสับแล้วต้มในน้ำซุปอ่อน จะได้รสขมอ่อนๆ ตัดกับความหวานของหมูและน้ำซุป น้ำซุปที่ได้จะมีรสชาติซับซ้อนกว่าต้มจืดทั่วไป มะระมีสรรพคุณช่วยเจริญอาหาร ลดน้ำตาลในเลือด และมีวิตามินซีสูง ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลา 35 นาที
ลดความขมของมะระด้วยการลวกในน้ำเดือดที่ใส่เกลือ 2 นาทีก่อนยัดไส้ ไม่ควรต้มนานเกิน 20 นาทีหลังยัดไส้เพราะมะระจะเละและขมจัด
ส่วนผสม
- มะระจีน (หั่นแว่นหนา 2.5 เซนติเมตร ควักไส้ออก) 1 ลูกใหญ่
- หมูสับไม่ติดมัน 150 กรัม
- วุ้นเส้น (แช่น้ำจนนุ่ม ตัดสั้น) 30 กรัม
- กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
- รากผักชีโขลก 1 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
- ซุปก้อนรสหมู 1/2 ก้อน
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 5 ถ้วย
วิธีทำ
- เตรียมมะระ: ลวกแว่นมะระในน้ำเดือดผสมเกลือ 2 นาที ตักขึ้นแช่น้ำเย็นทันที สะเด็ด
- ผสมไส้: ผสมหมูสับ กระเทียมสับ รากผักชีโขลก ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ พริกไทยป่น และวุ้นเส้นตัดสั้น คลุกให้เข้ากัน
- ยัดไส้: นำหมูที่ผสมแล้วยัดลงในช่องว่างของแว่นมะระ กดให้แน่นแต่อย่าให้ล้น
- ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่าและซุปก้อนลงหม้อ ตั้งไฟแรงจนเดือด
- ใส่มะระ: เรียงมะระยัดไส้ลงในหม้อ หรี่ไฟกลาง ต้ม 15-20 นาทีจนมะระนิ่มและหมูสุก
- ปรุงรส: เติมเกลือและซีอิ๊วขาวที่เหลือ ชิมรส
- เสิร์ฟ: โรยต้นหอม ผักชี และพริกไทยป่น
20. โยเกิร์ตรสธรรมดา
โยเกิร์ตรสธรรมดา เป็นโปรไบโอติกธรรมชาติที่ช่วยฟื้นฟูแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ ซึ่งมักถูกรบกวนจากการใช้ยาปฏิชีวนะระหว่างป่วย โยเกิร์ตมีโปรตีนสูง แคลเซียมสูง และย่อยง่ายกว่านมสดเพราะผ่านกระบวนการหมักทำให้แลคโตสถูกย่อยสลายบางส่วน เหมาะทานเป็นของว่างระหว่างมื้อ ระดับความยาก: ไม่ต้องทำ เพียงเตรียม ใช้เวลา 1 นาที
เลือกโยเกิร์ตรสธรรมชาติที่ฉลากระบุว่ามีจุลินทรีย์มีชีวิต (Live and Active Cultures) หลีกเลี่ยงโยเกิร์ตแต่งกลิ่นผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง และห้ามทานโยเกิร์ตแช่เย็นจัดสำหรับคนป่วยที่เจ็บคอ ให้วางไว้ที่อุณหภูมิห้อง 10-15 นาทีก่อนทาน
ส่วนผสม
- โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย (140 กรัม)
- กล้วยน้ำว้าสุกหั่นแว่น (ไม่บังคับ) 1/2 ลูก
- น้ำผึ้ง (ไม่บังคับ สำหรับคนที่รู้สึกว่าเปรี้ยวเกิน) 1/2 ช้อนชา
วิธีทำ
- นำโยเกิร์ตออกจากตู้เย็น: วางไว้ที่อุณหภูมิห้อง 10-15 นาทีก่อนทาน
- เปิดฝา: ตรวจสอบวันหมดอายุ สีต้องขาวนวล ไม่แยกชั้น ไม่มีน้ำใสลอย
- เตรียมกล้วย: หากใส่กล้วย ให้หั่นแว่นบางๆ วางบนโยเกิร์ต
- ปรุง: หยดน้ำผึ้งเล็กน้อยถ้าต้องการ
- เสิร์ฟ: ทานทีละน้อย ใช้ช้อนเล็กๆ อย่าทานโยเกิร์ตทั้งถ้วยในครั้งเดียวถ้าท้องยังอ่อน
21. กล้วยน้ำว้า
กล้วยน้ำว้า เป็นผลไม้ที่เหมาะกับคนป่วยที่สุดชนิดหนึ่ง มีแป้งและน้ำตาลธรรมชาติให้พลังงานทันที โพแทสเซียมสูงช่วยทดแทนแร่ธาตุที่เสียไปจากเหงื่อระหว่างไข้ และมีสารแทนนินที่ช่วยบรรเทาอาการท้องเสียซึ่งพบได้บ่อยในเด็กเล็กที่เป็นไข้ เนื้อกล้วยนิ่ม ทานง่าย ไม่ต้องเคี้ยวมาก เหมาะเป็นมื้อว่างระหว่างวัน ระดับความยาก: ไม่ต้องทำ ใช้เวลา 1 นาที
กล้วยน้ำว้าที่เหมาะทานคือสุกงอม เปลือกเริ่มมีจุดดำ แต่เนื้อในยังแน่นไม่เละ กล้วยห่ามหรือเขียวมีแป้งสูงเกินไปและย่อยยากกว่ากล้วยสุก หลีกเลี่ยงการทานกล้วยจากตู้เย็นที่เย็นจัด
ส่วนผสม
- กล้วยน้ำว้าสุก (เปลือกเริ่มมีจุดดำ) 1-2 ลูก
วิธีทำ
- เลือกกล้วย: เลือกกล้วยที่สุกงอม เปลือกเหลืองเข้ม มีจุดดำเล็กน้อย เนื้อในแน่น
- ปอก: ล้างเปลือกด้วยน้ำสะอาด ซับแห้ง ปอกเปลือก
- ตรวจสอบ: เนื้อกล้วยต้องเป็นสีครีมนวล ไม่มีราหรือเนื้อเปลี่ยนสีเป็นดำ
- ทาน: ทานช้าๆ คำเล็ก เคี้ยวให้ละเอียดแล้วจึงกลืน
- หากเคี้ยวลำบาก: บดกล้วยด้วยส้อมให้ละเอียด แล้วค่อยทานทีละนิด
22. มะละกอสุก
มะละกอสุก อุดมด้วยเอนไซม์ปาเปน (Papain) ที่ช่วยย่อยโปรตีน ทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารจากอาหารมื้อหลักได้ดีขึ้น มีวิตามินซีสูงและเบต้าแคโรทีนที่ช่วยต้านการอักเสบ เนื้อมะละกอสุกนุ่มฉ่ำ ทานง่าย ไม่ต้องเคี้ยวมาก เหมาะกับคนป่วยและผู้สูงอายุ ระดับความยาก: ไม่ต้องทำ ใช้เวลา 2 นาที
เลือกมะละกอสุกที่เปลือกเหลืองถึงส้ม กดแล้วยวบเล็กน้อย กลิ่นหอมเฉพาะตัว หลีกเลี่ยงมะละกอที่เปลือกเขียว กดแข็ง หรือสุกจนเนื้อเละและมีกลิ่นหมัก
ส่วนผสม
- มะละกอสุก (เนื้อเหลืองถึงส้ม) 1/4 ลูก (ประมาณ 150 กรัม)
- มะนาว (ไม่บังคับ) 2-3 หยด
วิธีทำ
- เลือกมะละกอ: เลือกลูกที่เปลือกเหลืองถึงส้ม กดแล้วยวบเล็กน้อย ไม่มีรอยช้ำหรือเชื้อรา
- ปอก: ปอกเปลือกด้วยมีด ผ่าครึ่ง ใช้ช้อนควักเมล็ดดำออกให้หมด
- หั่น: หั่นเนื้อเป็นชิ้นพอดีคำ หนาประมาณ 1.5 เซนติเมตร
- ปรุง: บีบมะนาว 2-3 หยดถ้าต้องการเพิ่มรสเปรี้ยว
- เสิร์ฟ: จัดใส่จาน ทานที่อุณหภูมิห้อง ไม่แช่เย็น
23. แอปเปิ้ลตุ๋น
แอปเปิ้ลตุ๋น เป็นเมนูผลไม้ปรุงสุกที่เหมาะกับคนป่วยที่เคี้ยวผลไม้สดไม่ไหว แอปเปิ้ลเมื่อตุ๋นสุกจะปล่อยเพกทินซึ่งเป็นใยอาหารชนิดละลายน้ำที่ช่วยเคลือบกระเพาะและบรรเทาอาการท้องเสีย เนื้อแอปเปิ้ลตุ๋นนุ่มละมุน รสเปรี้ยวหวานธรรมชาติโดยไม่ต้องเติมน้ำตาล ซินนามอนช่วยเพิ่มกลิ่นหอมอุ่น ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 15 นาที
ใช้แอปเปิ้ลแดงหรือเขียวก็ได้ แต่แอปเปิ้ลแดงเนื้อจะเละเร็วกว่าและหวานกว่า ส่วนแอปเปิ้ลเขียวเนื้อจะคงรูปมากกว่าและเปรี้ยวเล็กน้อย ตุ๋นด้วยไฟอ่อน ห้ามคนบ่อยจนแอปเปิ้ลเละเป็นเนื้อเดียวกับน้ำ
ส่วนผสม
- แอปเปิ้ลแดง (ปอกเปลือก คว้านแกน หั่นชิ้นหนา 1 เซนติเมตร) 1 ลูก
- น้ำเปล่า 1/4 ถ้วย
- ผงซินนามอน 1/8 ช้อนชา
- น้ำผึ้ง (ไม่บังคับ) 1/2 ช้อนชา
วิธีทำ
- เตรียมแอปเปิ้ล: ปอกเปลือก คว้านแกนกลางและเมล็ดออก หั่นเป็นชิ้นหนา 1 เซนติเมตร
- ตั้งหม้อ: ใส่แอปเปิ้ลและน้ำเปล่าในหม้อใบเล็ก โรยซินนามอน ตั้งไฟกลางจนเดือด
- ตุ๋น: หรี่ไฟอ่อนที่สุด ปิดฝา ตุ๋น 10-12 นาทีจนแอปเปิ้ลนิ่ม (ใช้ส้อมจิ้มแล้วทะลุง่าย)
- เช็คเนื้อ: เปิดฝาดู แอปเปิ้ลต้องนิ่มแต่ไม่เละเป็นซอส ถ้าน้ำแห้งเกินเติมทีละ 1 ช้อนโต๊ะ
- ปรุง: หยดน้ำผึ้งถ้าต้องการความหวานเพิ่ม คนเบาๆ
- เสิร์ฟ: ตักใส่ถ้วยเล็ก เสิร์ฟอุ่น
24. ข้าวต้มธรรมดา (ข้าวต้มกุ๊ย)
ข้าวต้มกุ๊ย หรือข้าวต้มขาวเปล่า เป็นข้าวต้มที่ไม่มีเนื้อสัตว์หรือเครื่องปรุงใดๆ นอกจากเกลือนิดหน่อย เป็นอาหารอ่อนพื้นฐานที่สุดที่กระเพาะรับได้ เหมาะกับวันที่คนป่วยยังทานอะไรไม่ได้มาก หรือมีอาการคลื่นไส้ ทานกับซีอิ๊วขาวหยดเดียวหรือเกลือปลายช้อนก็พอ ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลา 20 นาที
อัตราส่วนน้ำต่อข้าวสำหรับข้าวต้มคือ 1:6 ถึง 1:8 (ข้าว 1 ส่วนต่อน้ำ 6-8 ส่วน) ใช้ไฟกลางให้น้ำเดือดก่อนใส่ข้าว จากนั้นหรี่ไฟอ่อน หมั่นคนเป็นครั้งคราวไม่ให้ติดก้น
ส่วนผสม
- ข้าวสารหอมมะลิ (ซาวน้ำ) 1/4 ถ้วย
- น้ำเปล่า 2 ถ้วย
- เกลือป่น 1/8 ช้อนชา
วิธีทำ
- ซาวข้าว: ซาวข้าวสาร 1-2 ครั้งจนน้ำซาวใส สะเด็ด
- ต้มน้ำ: ใส่น้ำเปล่าลงหม้อ ตั้งไฟแรงจนเดือด
- ใส่ข้าว: ใส่ข้าวสารลงไป คน 1 ครั้ง หรี่ไฟอ่อน
- ต้ม: ต้มนาน 18-20 นาที หมั่นคนทุก 3-4 นาทีไม่ให้ติดก้น
- ปรุง: ใส่เกลือปลายช้อน คนละลาย
- เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม เสิร์ฟเปล่าๆ หรือกับไข่ลวก
25. น้ำซุปกระดูกไก่
น้ำซุปกระดูกไก่ เป็นซุปใสที่ใช้ดื่มแทนน้ำหรือเป็นฐานสำหรับเมนูอื่นๆ กระดูกไก่เมื่อเคี่ยวด้วยไฟอ่อนนาน 1-2 ชั่วโมงจะปล่อยคอลลาเจน เจลาติน แร่ธาตุแคลเซียม ฟอสฟอรัส และแมกนีเซียมออกมาในน้ำซุป กรดอะมิโนไกลซีนช่วยให้หลับดีขึ้นและลดการอักเสบในร่างกาย ผู้ป่วยที่ทานอะไรไม่ได้อย่างน้อยควรได้รับน้ำซุปนี้เพื่อทดแทนน้ำและเกลือแร่ ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 1-2 ชั่วโมง
ใช้กระดูกที่มีข้อต่อและเอ็นเยอะ เช่น ปีกไก่ คอไก่ หรือโครงไก่ ใส่น้ำส้มสายชูหมัก 1 ช้อนชาตอนเริ่มต้มเพื่อดึงแคลเซียมออกจากกระดูก ระหว่างเคี่ยวห้ามคน ห้ามเติมน้ำเพิ่ม (ถ้าจำเป็นให้เติมน้ำเดือด ไม่ใช่น้ำเย็น)
ส่วนผสม
- โครงไก่หรือปีกไก่ (ล้างสะอาด) 500 กรัม
- หัวหอมใหญ่ (หั่นครึ่ง) 1/2 หัว
- แครอท (หั่นท่อน) 1/2 หัว
- เซเลอรี่หรือคื่นช่ายฝรั่ง (หั่นท่อน) 1 ต้น
- กระเทียม (บุบ) 5 กลีบ
- ขิงแก่ (ฝานแว่น) 10 กรัม
- น้ำส้มสายชูหมัก 1 ช้อนชา
- เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
- พริกไทยเม็ด 1/2 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 8 ถ้วย
วิธีทำ
- ลวกกระดูก: นำโครงไก่ลวกในน้ำเดือด 2 นาที สะเด็ด ล้างน้ำเย็น เพื่อเอาเลือดและฟอง
- ใส่หม้อ: ใส่กระดูกไก่และส่วนผสมทั้งหมด (ยกเว้นเกลือ) ลงในหม้อ ใส่น้ำเปล่าจนท่วม
- ตั้งไฟ: ตั้งไฟแรงจนเริ่มเดือด ใส่เกลือและน้ำส้มสายชู หรี่ไฟอ่อนที่สุด
- เคี่ยว: เคี่ยวนาน 1-2 ชั่วโมง ห้ามคน ห้ามปิดฝาสนิท (แง้มไว้เล็กน้อย) ช้อนฟองเป็นระยะ
- กรอง: กรองน้ำซุปผ่านกระชอนตาถี่ 2 ชั้น (หรือผ้าขาวบาง) ทิ้งกาก
- พัก: ตั้งให้เย็นเล็กน้อย หากมีไขมันลอยหน้าให้ช้อนออก
- จัดเก็บ: เก็บในขวดแก้ว แช่เย็นได้ 3 วัน หรือแช่แข็งได้ 1 เดือน
- เสิร์ฟ: อุ่นก่อนดื่ม ปรุงรสเพิ่มด้วยเกลือตามชอบ
26. ผักต้มสุกนิ่ม
ผักต้มสุกนิ่ม เป็นเมนูข้างเคียงที่ช่วยให้คนป่วยได้รับวิตามินและใยอาหารโดยไม่ต้องเคี้ยวผักสดหรือผัดน้ำมัน เลือกผักเนื้อแน่นที่ต้มแล้วนิ่มหวาน เช่น ฟักทอง แครอท ตำลึง กะหล่ำดอก และบรอกโคลี ต้มจนนิ่มทั่วแล้วทานกับข้าวต้มหรือซุป ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 10-15 นาที
อย่าต้มผักนานเกินจนสีซีดและวิตามินสลายหมด วิธีที่ดีคือนึ่งแทนการต้มในน้ำ เพราะวิตามินที่ละลายน้ำจะไม่ถูกทิ้งไปกับน้ำต้ม หากต้มในน้ำ ให้ใช้น้ำน้อยที่สุดและต้มไฟแรง 3-5 นาที
ส่วนผสม
- ฟักทอง (ปอกเปลือก หั่นชิ้นพอดีคำ) 100 กรัม
- แครอท (ปอกเปลือก หั่นแว่นหนา 1 เซนติเมตร) 50 กรัม
- ตำลึง (เด็ดใบ ล้างสะอาด) 1/2 ถ้วย
- กะหล่ำดอก (หั่นดอก) 50 กรัม
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- น้ำเปล่าสำหรับต้ม
วิธีทำ
- เตรียมผัก: ล้างผักทุกชนิดให้สะอาด หั่นแต่ละชนิดขนาดพอดีคำ
- ต้มผักแข็งก่อน: ตั้งน้ำให้เดือด ใส่เกลือ ใส่ฟักทอง แครอท และกะหล่ำดอก ต้มไฟกลาง 5 นาที
- ตามด้วยผักใบ: ใส่ตำลึงลงไป ต้มต่ออีก 2-3 นาทีจนผักทุกชนิดนิ่ม
- ตรวจสอบ: ใช้ส้อมจิ้มผักหัว ถ้าทะลุง่ายและเนื้อนิ่ม แสดงว่าสุกดี
- สะเด็ด: ตักขึ้น สะเด็ดน้ำ จัดใส่จาน
- เสิร์ฟ: ทานเปล่าหรือทานคู่กับข้าวต้ม ซีอิ๊วขาวหยดเดียวก็พอ
27. ฟักทองนึ่ง
ฟักทองนึ่ง เป็นของหวานธรรมชาติที่ได้รสหวานจากฟักทองล้วนๆ โดยไม่ต้องเติมน้ำตาล ฟักทองอุดมด้วยวิตามินเอสูงมาก (เบต้าแคโรทีน) ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน บำรุงสายตา และต้านการอักเสบ เนื้อฟักทองนึ่งนุ่มละมุน ทานง่าย ไม่มีส่วนผสมของนมหรือเนยที่บางคนแพ้ จึงปลอดภัยสำหรับเด็กเล็กและคนท้องเสีย ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 15 นาที
เลือกฟักทองแก่ที่มีเนื้อสีเหลืองเข้ม แสดงว่ามีเบต้าแคโรทีนสูง นึ่งทั้งเปลือกเพื่อรักษาความหวานและป้องกันน้ำซึมเข้าเนื้อ หลังจากนึ่งสุก ค่อยปอกเปลือกออก
ส่วนผสม
- ฟักทองแก่จัด (เนื้อสีเหลืองเข้ม) 1/4 ลูก (ประมาณ 250 กรัม)
- เกลือป่น ปลายช้อนชา (ไม่บังคับ)
- น้ำเปล่าสำหรับนึ่ง
วิธีทำ
- ล้างฟักทอง: ล้างเปลือกให้สะอาดด้วยน้ำและฟองน้ำ โดยเฉพาะตามร่อง
- หั่น: หั่นฟักทองเป็นชิ้นกว้างประมาณ 3-4 นิ้ว ไม่ต้องปอกเปลือก เอาไส้และเมล็ดออก
- ตั้งลังถึง: ใส่น้ำในลังถึง ตั้งไฟแรงจนน้ำเดือด
- เรียง: วางชิ้นฟักทองบนรังถึง ด้านเปลือกลง ด้านเนื้อขึ้น
- นึ่ง: ปิดฝา นึ่งด้วยไฟแรง 12-15 นาที จนเนื้อฟักทองนิ่ม (ใช้ส้อมจิ้มทะลุได้)
- เช็คสุก: จิ้มส้อมตรงกลางชิ้น ถ้าทะลุง่ายโดยไม่ติด แสดงว่าสุก
- เสิร์ฟ: วางบนจาน ปอกเปลือกออกก่อนทาน (เปลือกจะลอกง่ายตอนสุก) ทานอุ่นๆ
28. มันฝรั่งบด
มันฝรั่งบด เป็นอาหารอ่อนสไตล์ตะวันตกที่ให้คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนย่อยง่าย เนื้อมันฝรั่งบดละเอียดเนียนนุ่ม ทานง่าย ไม่ต้องเคี้ยว มันฝรั่งมีโพแทสเซียมสูงและให้พลังงานดีโดยไม่มีไขมัน เป็นเมนูแก้เบื่อสำหรับคนที่ทานข้าวต้มมาหลายวัน ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 20 นาที
ใช้มันฝรั่งชนิดที่มีแป้งสูง (Starchy Potatoes) เช่น มันฝรั่งผิวน้ำตาล หรือที่ไทยนิยมเรียกมันฝรั่งยักษ์ ไม่ควรใช้มันฝรั่งผิวแดงหรือมันฝรั่งใหม่เพราะเนื้อจะเหนียวไม่เนียน ระหว่างบดห้ามใช้เครื่องปั่นไฟฟ้าเพราะจะทำให้แป้งมันฝรั่งแตกตัวและเนื้อเหนียวเป็นกาว
ส่วนผสม
- มันฝรั่งแป้งสูง (ปอกเปลือก หั่นชิ้นเท่าๆ กัน) 2 หัวกลาง (250 กรัม)
- เนยจืด 1 ช้อนโต๊ะ
- นมสดรสจืดอุ่น 3-4 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- พริกไทยป่น 1/8 ช้อนชา
วิธีทำ
- หั่นมันฝรั่ง: ปอกเปลือก ล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นขนาดเท่าๆ กัน (กว้างประมาณ 2 เซนติเมตร)
- ต้ม: ใส่มันฝรั่งลงหม้อ เติมน้ำจนท่วมและใส่เกลือนิดหน่อย ตั้งไฟแรงจนเดือด หรี่ไฟกลาง ต้ม 15 นาทีจนมันฝรั่งนิ่ม (จิ้มมีดแล้วทะลุ)
- สะเด็ด: เทน้ำทิ้งผ่านกระชอน ให้สะเด็ดน้ำจนแห้งสนิท
- บด: ใช้ที่บดมันฝรั่งมือหรือส้อม กดและบดมันฝรั่งในหม้อยังร้อนจนเนื้อละเอียดเนียน
- ใส่เนย: ใส่เนยจืด คนให้เนยละลายและเคลือบทั่ว
- ใส่นม: ค่อยๆ เติมนมอุ่นทีละช้อน คนให้เข้ากันจนได้เนื้อครีมข้นตามชอบ
- ปรุงรส: ใส่เกลือและพริกไทย คนเบาๆ
- เสิร์ฟ: ตักใส่จาน ทานอุ่นทันที
29. ขนมปังนิ่มจิ้มนมอุ่น
ขนมปังนิ่มจิ้มนมอุ่น เป็นอาหารอ่อนแบบฝรั่งที่ใช้ขนมปังขาวเนื้อนิ่มตัดขอบแข็งออก จิ้มกับนมสดอุ่นจนขนมปังซับนมและนิ่มละลายในปาก เหมาะกับคนป่วยที่ไม่มีแรงเคี้ยวแม้แต่อาหารอ่อน ให้น้ำตาลธรรมชาติจากแลคโตสในนมและคาร์โบไฮเดรตจากขนมปัง ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลา 5 นาที
ใช้ขนมปังแซนด์วิชขาวเนื้อนิ่มเท่านั้น หลีกเลี่ยงขนมปังโฮลวีตที่มีกากใยสูงเพราะย่อยยาก และไม่ใช้ขนมปังที่มีเนยหรือไส้ ต้องอุ่นนมในไมโครเวฟหรือหม้อด้วยไฟอ่อนประมาณ 40-50 องศาเซลเซียส ไม่เดือด
ส่วนผสม
- ขนมปังแซนด์วิชขาวเนื้อนิ่ม (ตัดขอบแข็งออก) 2 แผ่น
- นมสดรสจืด 1/2 ถ้วย (120 มิลลิลิตร)
- น้ำตาลทราย (ไม่บังคับ) 1/4 ช้อนชา
วิธีทำ
- เตรียมขนมปัง: ตัดขอบสีน้ำตาลของขนมปังทั้ง 4 ด้านออกให้หมด เหลือแต่เนื้อขนมปังขาว
- อุ่นนม: เทนมใส่ถ้วยแก้ว อุ่นในไมโครเวฟ 30-40 วินาทีหรืออุ่นในหม้อด้วยไฟอ่อนที่สุด ห้ามเดือด
- ตรวจสอบอุณหภูมิ: ทดสอบด้วยการจุ่มนิ้วที่สะอาด นมต้องอุ่นไม่ร้อนลวก
- ผสมน้ำตาล: ใส่น้ำตาลทราย (ถ้าใช้) คนให้ละลาย
- ฉีกขนมปัง: ฉีกขนมปังเป็นชิ้นเล็กๆ พอดีคำ
- จิ้ม: นำขนมปังจิ้มนมอุ่นแล้วทานทันที ขนมปังจะนิ่มและละลายในปาก
30. น้ำเก๊กฮวยอุ่น
น้ำเก๊กฮวยอุ่น เป็นเครื่องดื่มสมุนไพรจีนที่ใช้ดอกเก๊กฮวยแห้งต้ม ดอกเก๊กฮวยมีฤทธิ์เย็นตามแพทย์แผนจีน ช่วยลดไข้ ลดความร้อนในร่างกาย บรรเทาอาการปวดศีรษะและตาแดงที่มักมากับไข้ และมีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เครื่องดื่มชนิดนี้เหมาะเป็นเครื่องดื่มจิบระหว่างวันเพื่อลดอุณหภูมิกายและเพิ่มน้ำให้ร่างกาย ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลา 15 นาที
ซื้อดอกเก๊กฮวยแห้งจากร้านยาจีนหรือซูเปอร์มาร์เก็ต เลือกดอกที่มีสีเหลืองสด กลิ่นหอมสะอาด ไม่มีกลิ่นอับหรือฝุ่น ห้ามใส่น้ำตาลมากเกินไปในเวอร์ชันสำหรับคนป่วย ใช้น้ำตาลกรวดหรือหล่อฮังก๊วยเป็นตัวให้ความหวานจะดีกว่าน้ำตาลทราย
ส่วนผสม
- ดอกเก๊กฮวยแห้ง 1/4 ถ้วย (ประมาณ 10 กรัม)
- น้ำเปล่า 3 ถ้วย (750 มิลลิลิตร)
- น้ำตาลกรวดเล็กน้อย หรือหล่อฮังก๊วยแห้ง 1/4 ลูก
- เกลือป่น ปลายช้อนชา
วิธีทำ
- ล้างดอกเก๊กฮวย: ล้างดอกเก๊กฮวยแห้งในน้ำเย็น 1-2 ครั้งผ่านกระชอน เพื่อเอาฝุ่นและสิ่งสกปรกออก สะเด็ด
- ต้มน้ำ: ใส่น้ำเปล่าลงหม้อ ตั้งไฟแรงจนเดือด
- ใส่ดอกเก๊กฮวย: ใส่ดอกเก๊กฮวยและน้ำตาลกรวด (หรือหล่อฮังก๊วย) ลงไป หรี่ไฟอ่อน
- ต้ม: ต้มนาน 10 นาที ห้ามปิดฝา (น้ำเก๊กฮวยจะหอมกว่า)
- ใส่เกลือ: ใส่เกลือปลายช้อน แค่พอให้รสกลม (ตัดรสขม)
- กรอง: กรองผ่านกระชอนตาถี่ เอากากดอกออกให้หมด
- เสิร์ฟ: เทใส่แก้วหรือเหยือก ให้ดื่มอุ่นๆ หรืออุณหภูมิห้อง ไม่แช่เย็นสำหรับคนป่วย
ตารางเปรียบเทียบ 30 เมนูอาหารลดไข้
| ชื่อเมนู | ประเภท | ความยาก | เวลา | รสชาติ |
|---|---|---|---|---|
| ข้าวต้มกระดูกหมู | ข้าวต้ม (ไทย) | ง่าย | 40 นาที | เค็มเบา หวานซุป |
| ข้าวต้มไก่ | ข้าวต้ม (ไทย) | ง่ายมาก | 30 นาที | เค็มกลมกล่อม หวานไก่ |
| โจ๊กหมู | โจ๊ก (ไทย-จีน) | ง่าย | 25 นาที | เค็ม หวานหมู เนื้อเนียน |
| โจ๊กไข่ | โจ๊ก (ไทย-จีน) | ง่ายมาก | 15 นาที | เค็มอ่อน มันไข่แดง |
| ข้าวต้มปลา | ข้าวต้ม (ไทย) | ง่าย | 25 นาที | เค็มเบา หวานปลา |
| ซุปไก่ | ซุป (สากล) | ง่าย | 35 นาที | เค็มอ่อน หวานผัก |
| ซุปฟักทอง | ซุปปั่น (สากล) | ง่าย | 25 นาที | หวานธรรมชาติ มันนม |
| ซุปผักรวม | ซุปปั่น (สากล) | ง่าย | 25 นาที | หวานผัก เค็มเบา |
| น้ำขิงอุ่น | เครื่องดื่มสมุนไพร | ง่ายมาก | 10 นาที | เผ็ดร้อน หวานน้ำผึ้ง |
| น้ำมะนาวน้ำผึ้งอุ่น | เครื่องดื่ม | ง่ายมาก | 3 นาที | เปรี้ยวหวาน เค็มปลาย |
| น้ำส้มคั้นสด | เครื่องดื่มน้ำผลไม้ | ง่ายมาก | 3 นาที | เปรี้ยวหวาน สดชื่น |
| น้ำแตงโมปั่น | เครื่องดื่มน้ำผลไม้ | ง่ายมาก | 5 นาที | หวานฉ่ำ ชื่นใจ |
| น้ำมะพร้าวสด | เครื่องดื่มธรรมชาติ | ง่ายมาก | 2 นาที | หวานสดชื่น หอม |
| ไข่ตุ๋น | นึ่ง (ญี่ปุ่น) | ปานกลาง | 20 นาที | เค็มอ่อน หวานดาชิ |
| ไข่ลวก | ต้ม (สากล) | ง่าย | 10 นาที | มันไข่แดง เค็มซีอิ๊ว |
| ปลานึ่งซีอิ๊ว | นึ่ง (จีน-ไทย) | ง่าย | 15 นาที | เค็มหอมซีอิ๊ว หวานปลา |
| ต้มจืดเต้าหู้หมูสับ | ต้ม (ไทย-จีน) | ง่าย | 20 นาที | เค็มอ่อน หวานหมูผัก |
| ต้มจืดฟักเขียว | ต้ม (ไทย-จีน) | ง่าย | 20 นาที | เค็มอ่อน หวานฟัก |
| แกงจืดมะระยัดไส้ | ต้ม (ไทย-จีน) | ปานกลาง | 35 นาที | ขมอ่อน หวานหมู |
| โยเกิร์ตรสธรรมดา | ของว่าง (สากล) | ไม่ต้องทำ | 1 นาที | เปรี้ยวครีมมี่ |
| กล้วยน้ำว้า | ผลไม้สด | ไม่ต้องทำ | 1 นาที | หวานหอม มัน |
| มะละกอสุก | ผลไม้สด | ไม่ต้องทำ | 2 นาที | หวานฉ่ำ เนื้อนุ่ม |
| แอปเปิ้ลตุ๋น | ผลไม้ตุ๋น (สากล) | ง่าย | 15 นาที | เปรี้ยวหวาน กลิ่นซินนามอน |
| ข้าวต้มกุ๊ย | ข้าวต้ม (ไทย) | ง่ายมาก | 20 นาที | จืด เค็มปลาย |
| น้ำซุปกระดูกไก่ | น้ำซุป (สากล) | ง่าย | 1-2 ชั่วโมง | เค็มอ่อน หวานกระดูก |
| ผักต้มสุกนิ่ม | ต้ม (สากล) | ง่าย | 10-15 นาที | หวานผักธรรมชาติ |
| ฟักทองนึ่ง | นึ่ง (ไทย-สากล) | ง่าย | 15 นาที | หวานธรรมชาติ เนื้อเนียน |
| มันฝรั่งบด | บด (ตะวันตก) | ง่าย | 20 นาที | เค็มเบา มันเนย |
| ขนมปังนิ่มจิ้มนมอุ่น | ของว่าง (ตะวันตก) | ง่ายมาก | 5 นาที | หวานนม นุ่มละลาย |
| น้ำเก๊กฮวยอุ่น | เครื่องดื่มสมุนไพรจีน | ง่าย | 15 นาที | หวานเบา หอมดอกไม้ |
เคล็ดลับเตรียมอาหารสำหรับคนป่วย
เลือกวัตถุดิบที่สดที่สุด อาหารสำหรับคนป่วยต้องปลอดภัยสูงกว่าปกติเพราะภูมิคุ้มกันกำลังต่ำ เนื้อสัตว์ต้องซื้อจากแหล่งที่ไว้ใจได้ เก็บต่ำกว่า 4 องศาเซลเซียส และปรุงให้สุกทั่วถึงทั้งชิ้น อุณหภูมิแกนกลางเนื้อต้องถึง 74 องศาเซลเซียสขึ้นไป ไม่ควรทานเนื้อสัตว์ดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบเด็ดขาดระหว่างพักฟื้น
ลดโซเดียม แต่ไม่ตัดเกลือหมด ร่างกายคนป่วยเสียเกลือแร่ทางเหงื่อสูงกว่าปกติ การปรุงอาหารอ่อนจึงต้องใส่เกลือในปริมาณที่พอดี ไม่จืดสนิทเพราะจะทำให้ผู้ป่วยเบื่ออาหาร แต่ก็ไม่เค็มเกินไปเพราะไตกำลังทำงานหนัก ใช้ซีอิ๊วขาวและเกลือในปริมาณที่วัดได้ชัดเจน แทนการเหยาะด้วยกะประมาณ
แบ่งมื้อเล็กๆ ทานบ่อยๆ กระเพาะของคนป่วยรับอาหารทีละมากไม่ได้ ให้แบ่งมื้ออาหารเป็น 5-6 มื้อเล็กๆ แทนมื้อใหญ่ 3 มื้อ แต่ละมื้อห่างกัน 2-3 ชั่วโมง อาหารควรอุ่นทุกครั้งก่อนทาน หลีกเลี่ยงอาหารที่ตั้งทิ้งไว้เกิน 2 ชั่วโมงที่อุณหภูมิห้องเพราะแบคทีเรียเติบโตเร็วมาก
เน้นความสะอาดสูงสุด ล้างมือก่อนเตรียมอาหาร ใช้เขียงแยกเนื้อสัตว์กับผัก ล้างอุปกรณ์ด้วยน้ำร้อนหรือน้ำยาล้างจานที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ อาหารที่เหลือห้ามเก็บซ้ำเกิน 24 ชั่วโมงแม้จะแช่เย็น เมื่อนำกลับมาอุ่นต้องร้อนทั่วถึงทั้งจาน ห้ามอุ่นอาหารคนป่วยมากกว่า 1 ครั้ง
อาหารคือยาที่ดีที่สุดสำหรับพักฟื้น
การดูแลคนป่วยเริ่มที่ครัว อาหารอ่อนที่ทำสดใหม่ทุกมื้อคือการฟื้นฟูที่ร่างกายต้องการมากกว่ายาเม็ดใดๆ น้ำซุปใสที่เคี่ยวจากกระดูกจริงให้แร่ธาตุ ข้าวต้มร้อนๆ ให้พลังงานที่ย่อยง่าย เนื้อปลานึ่งให้โปรตีนซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และน้ำผลไม้สดให้วิตามินที่ภูมิคุ้มกันต้องการ การเลือกทำเมนูอาหารลดไข้ที่ใช่ในเวลาที่เหมาะสม จะช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
ทั้ง 30 เมนูอาหารจานเดียว ที่รวบรวมไว้นี้ผ่านเกณฑ์ย่อยง่าย ดูดซึมเร็ว และปลอดภัย วัตถุดิบทุกชนิดหาได้ทั่วไปในครัวไทย ผู้ดูแลสามารถเลือกเมนูตามความพร้อมของวัตถุดิบและระดับแรงที่มีในวันนั้น วันที่ไม่มีแรงมาก เริ่มด้วยน้ำขิงอุ่นและข้าวต้มกุ๊ย วันที่เริ่มมีแรงมากขึ้น ขยับไปต้มจืดเต้าหู้หมูสับหรือปลานึ่งซีอิ๊ว
เชื่อมั่นในอาหารที่ทำเองด้วยความใส่ใจ ซุปที่เคี่ยวเองในครัวเล็กๆ มีคุณค่ามากกว่าซุปกระป๋องราคาแพงที่เต็มไปด้วยโซเดียมและวัตถุกันเสีย ชามข้าวต้มร้อนๆ ที่คนในครอบครัวต้มให้ มีพลังแห่งการฟื้นฟูที่มากกว่าตัวเลขโภชนาการบนฉลาก เพราะอาหารที่ดีที่สุดไม่ใช่สูตรที่วัดกันที่ส่วนผสมเพียงอย่างเดียว แต่วัดกันที่ความตั้งใจของผู้ทำด้วย


