สูตรอาหาร

20 เมนูผักชีลาว ทำง่าย เปลี่ยนผักธรรมดาให้น่ากิน

  • รวม 20 สูตรตั้งแต่เมนูทอด ผัด แกง อ่อม ลาบ ไปจนถึงผักดอง
  • ปริมาณส่วนผสมออกแบบสำหรับ 1-2 ที่ เหมาะกับมื้อเล็กในบ้าน
  • ผักชีลาวช่วยเติมกลิ่นหอมสดชื่น เข้ากับไข่ เนื้อสัตว์ ปลา เห็ด และน้ำแกงรสจัด
  • หลายสูตรใช้วัตถุดิบพื้นฐาน ปรับระดับความเผ็ดและความเค็มได้ตามรสที่ชอบ

ผักชีลาวเป็นผักกลิ่นหอมที่ช่วยให้กับข้าวธรรมดามีมิติขึ้นทันที ทั้งในอาหารอีสาน อาหารไทยบ้าน ๆ ไปจนถึงอาหารที่มีกลิ่นอายต่างประเทศ ใบและก้านอ่อนใช้ได้กับเมนูต้ม ผัด ทอด ดอง หรือโรยช่วงท้ายเพื่อรักษาความหอม

เมนูผักชีลาวในบทความนี้มีตั้งแต่ไข่เจียวที่ทำเสร็จเร็ว ไปจนถึงแกงอ่อมร้อน ๆ คั่วเนื้อรสจัด ผักดองเปรี้ยวหวาน และปลาตุ๋นเนื้อนุ่ม จึงเลือกทำได้ทั้งมื้อเช้า มื้อกลางวัน และมื้อเย็น โดยไม่ต้องเตรียมวัตถุดิบซับซ้อน

เคล็ดลับสำคัญอยู่ที่การล้างผักให้สะอาด สะเด็ดน้ำก่อนหั่น และไม่ต้มใบผักชีลาวนานเกินไป กลิ่นหอมจะชัดกว่าเมื่อใส่ช่วงท้าย ยกเว้นเมนูดองที่ต้องรักษาความสะอาดของภาชนะและเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม

ผักชีลาวเพียงหนึ่งกำมือช่วยเปลี่ยนเมนูพื้นฐานให้หอมเด่นขึ้นได้ โดยเฉพาะเมื่อจับคู่กับรสเผ็ด เค็ม เปรี้ยว หรือความมันจากไข่และเนื้อสัตว์

1. ไข่เจียวผักชีลาว

ไข่เจียวผักชีลาวเป็นเมนูเริ่มต้นที่ใช้วัตถุดิบน้อย กลิ่นสมุนไพรสดเข้ากับไข่ได้ดี เหมาะกับวันที่อยากทำกับข้าวเร็ว ๆ แล้วเสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อน

บทความที่เกี่ยวข้อง

เนื้อไข่ด้านนอกเหลืองหอม ส่วนด้านในยังนุ่มและมีใบผักชีลาวกระจายทั่ว รสเค็มอ่อนช่วยดึงกลิ่นผักให้เด่น มื้อเช้าหรือมื้อเร่งรีบทำจานนี้ได้สะดวก

ควรซับผักชีลาวให้แห้งก่อนใส่ไข่ เพราะน้ำที่ติดใบมากเกินไปทำให้น้ำมันกระเด็นและเนื้อไข่เจียวไม่ฟู ผู้ที่ชอบเมนูจากไข่เพิ่มเติมดู ไอเดียเมนูไข่ ต่อได้

ส่วนผสม

  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • ผักชีลาวซอย 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนชา
  • ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนชา
  • น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทยป่นเล็กน้อย

วิธีทำ

  1. ล้างผักชีลาว สะเด็ดน้ำให้แห้ง แล้วซอยเป็นท่อนสั้น
  2. ตอกไข่ลงชาม ใส่น้ำปลา ซีอิ๊วขาว และพริกไทย ตีให้เข้ากัน
  3. ใส่ผักชีลาวลงในไข่แล้วคนเบา ๆ
  4. ตั้งกระทะไฟกลางค่อนแรง ใส่น้ำมัน รอจนร้อน
  5. เทไข่ลงทอดจนด้านล่างสุกเหลือง กลับด้านแล้วทอดต่อจนสุกทั่ว
  6. ตักขึ้นพักให้น้ำมันส่วนเกินไหลออกก่อนเสิร์ฟ

2. ต้มยำไก่ผักชีลาว

ต้มยำไก่ผักชีลาวให้ทั้งรสแซ่บและกลิ่นสมุนไพรสด ใช้เนื้อไก่ชิ้นพอดีคำต้มกับตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด และเติมผักชีลาวช่วงท้าย

น้ำซุปมีรสเปรี้ยว เค็ม เผ็ด และหอมสดชื่น เนื้อไก่นุ่มรับน้ำต้มยำได้เต็มที่ เหมาะเสิร์ฟเป็นกับข้าวในวันที่อยากได้อาหารร้อน ๆ ซดคล่องคอ

อย่าต้มผักชีลาวตั้งแต่ต้น เพราะความหอมจะอ่อนลง ควรรอให้ไก่สุกถึงด้านในก่อนปรุงมะนาว และปิดไฟก่อนเติมน้ำมะนาวเพื่อลดรสขม

ส่วนผสม

  • สะโพกไก่หั่นชิ้น 250 กรัม
  • น้ำ 600 มิลลิลิตร
  • ตะไคร้บุบ 1 ต้น
  • ข่าหั่น 4 แว่น
  • ใบมะกรูดฉีก 3 ใบ
  • พริกขี้หนูบุบ 5 เม็ด
  • น้ำปลา 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • ผักชีลาวหั่นท่อน 1/2 ถ้วย
  • เห็ดฟางหรือเห็ดนางฟ้า 80 กรัม

วิธีทำ

  1. ต้มน้ำจนเดือด ใส่ตะไคร้ ข่า และใบมะกรูด
  2. ใส่ไก่ ต้มไฟกลางจนเนื้อสุกทั่วและไม่มีสีชมพูด้านใน
  3. ใส่เห็ด ต้มต่อประมาณ 2-3 นาที
  4. ปรุงน้ำปลาและพริกขี้หนู
  5. ใส่ผักชีลาว คนพอทั่วแล้วปิดไฟ
  6. เติมน้ำมะนาว ชิมรสแล้วเสิร์ฟทันที

3. ไก่ผัดกะปิผักชีลาว

ไก่ผัดกะปิผักชีลาวเป็นกับข้าวกลิ่นเข้ม ใช้สะโพกไก่ผัดกับพริก กระเทียม และกะปิจนเครื่องปรุงเคลือบเนื้อ ก่อนใส่ผักชีลาวให้กลิ่นสดตัดความเค็มมัน

รสหลักออกเค็มหวานและเผ็ดหอม เนื้อสะโพกไก่มีความฉ่ำจึงเหมาะกับการผัดไฟแรงช่วงสั้น กินกับข้าวสวยช่วยให้รสกะปิกลมกล่อมขึ้น

กะปิแต่ละชนิดเค็มไม่เท่ากัน ควรเริ่มด้วยปริมาณน้อยแล้วค่อยชิมเพิ่ม ระหว่างผัดต้องให้เนื้อไก่สุกทั่ว หากชอบเมนูไก่อื่นต่อยอดได้จาก สูตรน่องไก่

ส่วนผสม

  • สะโพกไก่หั่นชิ้น 250 กรัม
  • กะปิ 1 ช้อนชา
  • กระเทียม 5 กลีบ
  • พริกจินดา 4 เม็ด
  • น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
  • น้ำ 2 ช้อนโต๊ะ
  • ผักชีลาวหั่นท่อน 1/2 ถ้วย

วิธีทำ

  1. โขลกกระเทียม พริก และกะปิพอหยาบ
  2. ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันแล้วผัดเครื่องโขลกจนหอม
  3. ใส่ไก่ ผัดจนผิวตึงและเกือบสุก
  4. เติมน้ำ ซอสหอยนางรม และน้ำตาล ผัดต่อจนไก่สุกทั่ว
  5. ใส่ผักชีลาว เร่งไฟแล้วผัดเร็วประมาณ 20-30 วินาที
  6. ปิดไฟและตักเสิร์ฟพร้อมข้าว

4. แกงคั่วหมูผักชีลาว

แกงคั่วหมูผักชีลาวเป็นเมนูรสเข้มที่มีกลิ่นปลาร้าและผักชีลาวเด่น ใช้หมูหั่นบางเพื่อให้สุกเร็วและซึมรสน้ำแกงได้ทั่ว

น้ำแกงขลุกขลิกให้รสเค็มนัว เผ็ดกำลังดี และมีกลิ่นสมุนไพรชัด เหมาะกับข้าวเหนียวหรือข้าวสวย รวมถึงผักสดกรอบสำหรับตัดรส

ต้มหมูให้สุกถึงด้านในก่อนใส่ผัก และควรเติมปลาร้าทีละน้อยเพราะความเค็มแตกต่างตามยี่ห้อ หากชอบเนื้อหมูหลายสไตล์ ลองดู สูตรหมูกรอบ สำหรับมื้อถัดไป

ส่วนผสม

  • หมูสันคอหั่นบาง 200 กรัม
  • น้ำ 350 มิลลิลิตร
  • พริกแห้ง 5 เม็ด
  • หอมแดง 3 หัว
  • ตะไคร้ซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลาร้าต้มสุก 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนชา
  • ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
  • ผักชีลาวหั่นท่อน 1 ถ้วย

วิธีทำ

  1. โขลกพริกแห้ง หอมแดง และตะไคร้ให้หยาบ
  2. ใส่น้ำลงหม้อ ตั้งไฟจนเดือดแล้วใส่เครื่องโขลก
  3. ใส่หมู ต้มจนสุกทั่ว
  4. ปรุงด้วยน้ำปลาร้าและน้ำปลา
  5. ใส่ข้าวคั่ว คนให้กระจายแล้วเติมผักชีลาว
  6. ต้มต่อเพียงครู่เดียวแล้วปิดไฟ

5. คั่วไก่ใส่ผักชีลาว

คั่วไก่ใส่ผักชีลาวเป็นอาหารอีสานแบบน้ำขลุกขลิก เนื้อไก่เคี่ยวกับพริก หอมแดง ตะไคร้ และน้ำปลาร้าจนเข้าเนื้อ ก่อนเติมผักชีลาวให้หอม

รสเผ็ดเค็มนัวเข้ากับความหวานธรรมชาติของเนื้อไก่ น้ำแกงไม่มากจึงเกาะเนื้อได้ดี เหมาะกับข้าวเหนียวและผักสดในมื้อกลางวันหรือมื้อเย็น

ควรใช้ไฟกลางระหว่างคั่วเพื่อไม่ให้น้ำแห้งก่อนเนื้อไก่สุก หากหม้อแห้งเร็วให้เติมน้ำร้อนทีละน้อย และใช้เขียงแยกสำหรับไก่ดิบเพื่อลดการปนเปื้อน

ส่วนผสม

  • เนื้อไก่หั่นชิ้น 250 กรัม
  • น้ำ 250 มิลลิลิตร
  • พริกจินดา 5 เม็ด
  • หอมแดง 3 หัว
  • ตะไคร้ซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลาร้าต้มสุก 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนชา
  • ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
  • ผักชีลาว 1 ถ้วย
  • ต้นหอมหั่นท่อน 2 ต้น

วิธีทำ

  1. โขลกพริก หอมแดง และตะไคร้พอหยาบ
  2. ใส่เครื่องโขลก ไก่ และน้ำลงหม้อ
  3. ต้มไฟกลางจนไก่สุกและน้ำลดเหลือขลุกขลิก
  4. ปรุงน้ำปลาร้า น้ำปลา และข้าวคั่ว
  5. ใส่ผักชีลาวกับต้นหอม คนให้ทั่ว
  6. ปิดไฟทันทีเมื่อผักเริ่มสลด

6. ลาบปลาผักชีลาว

ลาบปลาผักชีลาวเป็นเมนูเบาแต่รสจัด ใช้เนื้อปลาสุกคลุกกับพริกป่น ข้าวคั่ว น้ำปลา น้ำมะนาว และผักชีลาวซอย เพื่อให้ได้กลิ่นหอมต่างจากลาบทั่วไป

เนื้อปลานุ่มและแตกเป็นชิ้นพอดี รับรสเปรี้ยวเผ็ดได้ดี ข้าวคั่วเพิ่มความหอมและสัมผัสเล็กน้อย เสิร์ฟกับผักสดหรือข้าวเหนียวเข้ากันมาก

เลือกปลาที่เนื้อสดและไม่มีกลิ่นผิดปกติ แล้วปรุงจนเนื้อทึบและสุกทั่วก่อนคลุกเครื่อง หลีกเลี่ยงการคนแรงเกินไปเพราะเนื้อปลาจะแหลกจนเสียสัมผัส

ส่วนผสม

  • เนื้อปลานิลหรือปลากะพง 220 กรัม
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกป่น 1 ช้อนชา
  • ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
  • หอมแดงซอย 2 หัว
  • ผักชีลาวซอย 1/2 ถ้วย
  • ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำสำหรับต้มปลา 400 มิลลิลิตร

วิธีทำ

  1. ต้มน้ำให้เดือด ใส่ปลาแล้วต้มจนสุกทั่ว
  2. ตักปลาขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำ แล้วแยกเป็นชิ้นพอดีคำ
  3. ผสมน้ำปลา น้ำมะนาว พริกป่น และข้าวคั่วในชาม
  4. ใส่ปลา หอมแดง ต้นหอม และผักชีลาว
  5. คลุกเบา ๆ ให้เครื่องปรุงเคลือบทั่ว
  6. ชิมรสและเสิร์ฟทันที

7. พริกดองผักชีลาว

พริกดองผักชีลาวเป็นเครื่องเคียงรสเปรี้ยวหวานที่เก็บไว้กินคู่ของทอด ข้าวต้ม หรืออาหารรสเข้มได้ น้ำดองทำจากน้ำส้มสายชู น้ำ น้ำตาล และเกลือ

พริกยังคงความกรอบเล็กน้อย ขณะที่กระเทียม ขิง และผักชีลาวช่วยแต่งกลิ่นให้น้ำดองซับซ้อนขึ้น เมื่อพักจนรสซึมจะรับประทานง่ายกว่าในวันแรก

ขวดต้องสะอาดและแห้ง ใช้อุปกรณ์สะอาดทุกครั้งที่ตัก หลังน้ำดองเย็นควรเก็บในตู้เย็น และทิ้งทันทีหากมีกลิ่นผิดปกติ ฟองผิดธรรมชาติ หรือเชื้อราปรากฏ

ส่วนผสม

  • พริกชี้ฟ้า 120 กรัม
  • กระเทียม 4 กลีบ
  • ผักชีลาว 4 กิ่ง
  • ขิงหั่นบาง 5 ชิ้น
  • น้ำส้มสายชู 150 มิลลิลิตร
  • น้ำ 150 มิลลิลิตร
  • น้ำตาล 2 ช้อนชา
  • เกลือ 1 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. ล้างพริก ผักชีลาว และกระเทียม แล้วผึ่งให้แห้งสนิท
  2. ล้างขวดแก้วด้วยน้ำร้อนตามความเหมาะสม แล้วปล่อยให้แห้ง
  3. เรียงพริก กระเทียม ขิง และผักชีลาวลงขวดให้ค่อนข้างแน่น
  4. ต้มน้ำ น้ำส้มสายชู น้ำตาล และเกลือจนเดือด
  5. เทน้ำดองร้อนลงขวดให้ผักจม ปิดฝาแล้วพักจนเย็น
  6. แช่ตู้เย็นอย่างน้อย 2-3 วันก่อนรับประทาน

8. ผักชีลาวดองแตงกวา

ผักชีลาวดองแตงกวาเป็นของกินเล่นและเครื่องเคียงที่มีรสสดชื่น ใช้แตงกวากรอบจับคู่กับกลิ่นผักชีลาวในน้ำดองเปรี้ยวหวาน

เนื้อแตงกวาหลังดองยังมีความกรุบ หากหั่นไม่บางเกินไป รสเปรี้ยว เค็ม และหวานช่วยตัดอาหารมันได้ดี เหมาะกินกับแซนด์วิชหรือจานเนื้อย่าง

ควรใช้แตงกวาสดที่ผิวแน่นและไม่มีรอยช้ำ ภาชนะต้องสะอาด น้ำดองควรท่วมชิ้นแตงกวา และเก็บในตู้เย็นตลอดหลังอุณหภูมิลดลง

ส่วนผสม

  • แตงกวา 2 ลูก ประมาณ 200 กรัม
  • ผักชีลาว 5 กิ่ง
  • น้ำ 150 มิลลิลิตร
  • น้ำส้มสายชู 150 มิลลิลิตร
  • น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ 1 ช้อนชา
  • กระเทียมบุบ 2 กลีบ

วิธีทำ

  1. ล้างแตงกวาและผักชีลาวให้สะอาด แล้วซับให้แห้ง
  2. หั่นแตงกวาเป็นแว่นหนาประมาณ 0.5 เซนติเมตร
  3. ใส่แตงกวา ผักชีลาว และกระเทียมลงภาชนะสะอาด
  4. ต้มน้ำ น้ำส้มสายชู น้ำตาล และเกลือจนละลาย
  5. พักน้ำดองประมาณ 5 นาทีแล้วเทให้ท่วมผัก
  6. พักจนเย็น ปิดฝาและแช่ตู้เย็นอย่างน้อย 12 ชั่วโมง

9. ซุปผักลาว

ซุปผักลาวจานนี้รวมผักกาดขาว ผักชีลาว สมุนไพร และเห็ดหลายชนิด คลุกกับเครื่องพริก หอมแดง กระเทียม และน้ำปลาร้า ให้ผักเต็มคำในจานเดียว

รสออกเผ็ดเค็มนัว มีความหอมจากขิง ถั่วและงาคั่วช่วยเพิ่มมิติ ส่วนเห็ดหลายชนิดให้เนื้อสัมผัสต่างกันทั้งนุ่ม หนึบ และกรอบ เหมาะกับมื้อผักแน่น ๆ

ล้างเห็ดและผักให้สะอาด แยกส่วนที่สุกยากลงต้มก่อน ส่วนเห็ดเข็มทองใส่ช่วงท้ายเพื่อไม่ให้เละ หากชอบวัตถุดิบชนิดนี้เพิ่มเติมมี เมนูเห็ดเข็มทอง สำหรับเลือกทำต่อ

ส่วนผสม

  • ผักกาดขาว 150 กรัม
  • เห็ดเข็มทอง 50 กรัม
  • เห็ดนางฟ้า 60 กรัม
  • เห็ดหูหนูดำ 40 กรัม
  • ผักชีลาว 1/2 ถ้วย
  • ขิงซอย 1 ช้อนชา
  • พริกสด 4 เม็ด
  • พริกแห้ง 3 เม็ด
  • กระเทียม 4 กลีบ
  • หอมแดง 2 หัว
  • น้ำปลาร้าต้มสุก 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนชา
  • ถั่วลิสงคั่วบด 1 ช้อนโต๊ะ
  • งาคั่ว 1 ช้อนชา
  • น้ำ 500 มิลลิลิตร

วิธีทำ

  1. ต้มน้ำจนเดือด ใส่ผักกาดขาว เห็ดหูหนู และเห็ดนางฟ้า
  2. ต้มจนผักนุ่มแล้วใส่เห็ดเข็มทองกับผักชีลาว ต้มต่อสั้น ๆ
  3. ตักผักและเห็ดขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำ
  4. โขลกพริก กระเทียม หอมแดง และขิงให้หยาบ
  5. คลุกผักกับเครื่องโขลก น้ำปลาร้า น้ำปลา ถั่วลิสง และงาคั่ว
  6. ชิมรสแล้วจัดเสิร์ฟ

10. แกงอ่อมกระดูกหมูใส่กวางตุ้งและผักชีลาว

แกงอ่อมกระดูกหมูเป็นเมนูน้ำแกงสมุนไพรที่ใช้กระดูกหมูต้มจนเนื้อนุ่ม แล้วเติมกวางตุ้งกับผักชีลาวให้ได้ทั้งความหวานจากผักและกลิ่นสด

น้ำแกงมีความนัวจากปลาร้าและข้าวคั่ว เนื้อหมูติดกระดูกให้สัมผัสนุ่มเมื่อเคี่ยวพอดี เหมาะกับมื้อเย็นที่ต้องการอาหารร้อนและมีผักในหม้อเดียว

กระดูกหมูต้องต้มจนเนื้อสุกและนุ่มก่อนใส่ผัก หากมีฟองลอยควรช้อนออกเพื่อให้น้ำแกงสะอาดขึ้น และใส่กวางตุ้งช่วงท้ายเพื่อรักษาสีและสัมผัส

ส่วนผสม

  • กระดูกหมูอ่อน 300 กรัม
  • กวางตุ้ง 120 กรัม
  • ผักชีลาว 1 ถ้วย
  • น้ำ 700 มิลลิลิตร
  • ตะไคร้ซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • หอมแดง 3 หัว
  • พริกสด 5 เม็ด
  • น้ำปลาร้าต้มสุก 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนชา
  • ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ต้มน้ำให้เดือด ใส่กระดูกหมูแล้วลดเป็นไฟกลาง
  2. ช้อนฟองออกและต้มต่อประมาณ 25-35 นาทีจนเนื้อนุ่ม
  3. โขลกพริก หอมแดง และตะไคร้พอหยาบ แล้วใส่ลงหม้อ
  4. ปรุงด้วยน้ำปลาร้าและน้ำปลา
  5. ใส่กวางตุ้ง ต้มจนเริ่มนุ่ม แล้วใส่ข้าวคั่ว
  6. เติมผักชีลาว คนพอสลดแล้วปิดไฟ

11. อ่อมเครื่องในไก่ใส่ผักชีลาว

อ่อมเครื่องในไก่เป็นเมนูบ้าน ๆ ที่กลิ่นเครื่องแกงเข้ม ใช้ตะไคร้ หอมแดง กระเทียม พริก และปลาร้าต้มกับเครื่องใน ก่อนเติมข้าวคั่วและผักชีลาว

เครื่องในมีเนื้อสัมผัสหลายแบบ ทั้งนุ่มและหนึบ น้ำแกงขลุกขลิกให้รสจัดและหอมใบมะกรูด เหมาะเสิร์ฟกับข้าวเหนียวพร้อมผักสดที่รสไม่แรง

เครื่องในต้องล้างและตัดส่วนผิดปกติออกให้หมด จากนั้นปรุงจนสุกทั่ว โดยเฉพาะตับและกึ๋นไม่ควรเหลือส่วนดิบ ใช้ภาชนะสำหรับของดิบแยกจากอาหารพร้อมกิน

ส่วนผสม

  • เครื่องในไก่ 250 กรัม
  • พริกแห้ง 5 เม็ด
  • พริกสด 4 เม็ด
  • ตะไคร้ 1 ต้น
  • หอมแดง 3 หัว
  • กระเทียม 4 กลีบ
  • น้ำปลาร้าต้มสุก 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • ใบมะกรูด 3 ใบ
  • ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
  • ผักชีลาว 1/2 ถ้วย
  • ต้นหอม 2 ต้น
  • น้ำ 400 มิลลิลิตร

วิธีทำ

  1. ล้างเครื่องในไก่ให้สะอาด หั่นชิ้นพอดีคำ
  2. โขลกพริก ตะไคร้ หอมแดง และกระเทียมให้หยาบ
  3. ต้มน้ำ ใส่เครื่องโขลกและเครื่องในไก่
  4. ต้มจนเครื่องในสุกทั่วแล้วใส่น้ำปลาร้ากับใบมะกรูด
  5. เติมข้าวคั่ว ผักชีลาว และต้นหอม
  6. คนให้ผักสลดแล้วปิดไฟ

12. คั่วหมูผักชีลาวใส่วุ้นเส้น

คั่วหมูผักชีลาวใส่วุ้นเส้นเป็นเมนูจานเดียวที่รวมหมู ผัก และเส้นไว้พร้อมกัน วุ้นเส้นดูดน้ำปรุงได้ดี ทำให้ทุกคำมีรสเข้มและกลิ่นผักชีลาว

เนื้อหมูนุ่มตัดกับวุ้นเส้นเหนียวนุ่ม น้ำปรุงออกเค็มนัวและเผ็ดอ่อนตามปริมาณพริก เหมาะกับมื้อกลางวันที่ต้องการจานเดียวอิ่มกำลังดี

วุ้นเส้นควรแช่เพียงให้นิ่มแล้วตัดสั้นก่อนลงกระทะ หากเติมน้ำมากเกินไปเส้นจะนิ่มเละ ส่วนหมูต้องผัดให้สุกทั่วก่อนใส่ผักชีลาว

ส่วนผสม

  • หมูสันคอหั่นบาง 180 กรัม
  • วุ้นเส้นแห้ง 50 กรัม
  • ผักชีลาว 1/2 ถ้วย
  • พริกสด 4 เม็ด
  • กระเทียม 4 กลีบ
  • น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำ 100 มิลลิลิตร
  • น้ำตาล 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. แช่วุ้นเส้นในน้ำตามเวลาบนบรรจุภัณฑ์ แล้วสะเด็ดน้ำ
  2. โขลกพริกกับกระเทียมพอหยาบ
  3. ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ผัดเครื่องโขลกจนหอม
  4. ใส่หมู ผัดจนสุกทั่ว แล้วเติมน้ำปลา ซอสหอยนางรม น้ำตาล และน้ำ
  5. ใส่วุ้นเส้น ผัดจนเส้นดูดน้ำปรุงและนุ่มพอดี
  6. เติมผักชีลาว ผัดเร็ว ๆ แล้วปิดไฟ

13. ผัดพริกแกงไก่ใส่ผักชีลาว

ผัดพริกแกงไก่ใส่ผักชีลาวใช้พริกแกงเผ็ดเป็นฐาน ช่วยให้ทำอาหารรสจัดได้รวดเร็ว เนื้อไก่ผัดจนสุกแล้วเติมผักชีลาวเพื่อเสริมกลิ่นสมุนไพรสด

รสเผ็ดเค็มและหวานปลายเล็กน้อยเข้ากับข้าวสวย เนื้อไก่ชุ่มซอสพริกแกง ขณะที่ผักชีลาวช่วยลดความหนักของเครื่องแกง เหมาะกับมื้อเย็นแบบทำจานเดียว

พริกแกงสำเร็จรูปมีความเค็มต่างกัน จึงควรชิมก่อนเติมน้ำปลา และผัดไก่จนสุกถึงด้านในทุกชิ้นก่อนใส่ผัก เพื่อลดเวลาที่ผักสัมผัสความร้อน

ส่วนผสม

  • เนื้อไก่หั่นชิ้น 220 กรัม
  • พริกแกงเผ็ด 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนชา
  • น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
  • น้ำ 3 ช้อนโต๊ะ
  • ผักชีลาว 1 ถ้วย
  • พริกชี้ฟ้าหั่นเฉียง 1 เม็ด

วิธีทำ

  1. ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันและพริกแกง
  2. ผัดจนพริกแกงหอม เติมน้ำเล็กน้อยหากแห้งเกินไป
  3. ใส่ไก่ ผัดจนเนื้อสุกทั่ว
  4. ปรุงน้ำปลาและน้ำตาล
  5. ใส่พริกชี้ฟ้าและผักชีลาว
  6. เร่งไฟ ผัดเร็วประมาณ 30 วินาทีแล้วปิดไฟ

14. ผักชีลาวชุบไข่ทอด

ผักชีลาวชุบไข่ทอดใช้ช่อผักทั้งส่วนอ่อนชุบไข่ปรุงรสแล้วทอดจนเหลือง เป็นเมนูที่ได้กลิ่นผักชัดกว่าไข่เจียวและเหมาะทำเป็นกับข้าวชิ้นเล็ก

ด้านนอกมีความกรอบบางจากไข่ที่สัมผัสน้ำมัน ส่วนผักด้านในยังนุ่มและหอม เสิร์ฟกับซอสพริก น้ำจิ้มซีฟู้ด หรือข้าวสวยร้อนเข้ากันได้หลายแบบ

ผักต้องสะเด็ดน้ำให้แห้งก่อนทอดเพื่อลดน้ำมันกระเด็น ใช้ไฟกลางเพื่อให้ไข่สุกโดยไม่ไหม้เร็ว และไม่ควรใส่ชิ้นผักแน่นกระทะจนทอดไม่ทั่ว

ส่วนผสม

  • ผักชีลาว 8-10 กิ่ง
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • น้ำปลา 1 ช้อนชา
  • พริกไทยป่นเล็กน้อย
  • แป้งทอดกรอบ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันพืชสำหรับทอดประมาณ 120 มิลลิลิตร

วิธีทำ

  1. ล้างผักชีลาวแล้วซับให้แห้ง ตัดเป็นช่อขนาดพอดี
  2. ตีไข่กับน้ำปลา พริกไทย และแป้งทอดกรอบ
  3. ตั้งน้ำมันด้วยไฟกลางจนร้อน
  4. ชุบช่อผักชีลาวในส่วนผสมไข่แล้ววางลงทอด
  5. ทอดแต่ละด้านจนไข่สุกเหลือง
  6. ตักขึ้นพักบนตะแกรงหรือกระดาษซับน้ำมัน

15. แกงอ่อมปลาแขยงใส่ผักชีลาว

แกงอ่อมปลาแขยงใส่ผักชีลาวเป็นแกงน้ำขลุกขลิกที่เน้นรสสมุนไพรและกลิ่นปลาร้า ปลาแขยงให้เนื้อหวานและเข้ากับผักชีลาวได้เด่น

น้ำแกงรสเผ็ดเค็มนัวซึมเข้าสู่เนื้อปลา ข้าวคั่วช่วยเพิ่มความหอมและทำให้น้ำมีเนื้อขึ้นเล็กน้อย เหมาะกินร้อน ๆ กับข้าวเหนียวหรือข้าวสวย

ควรทำความสะอาดปลาให้ละเอียดและตัดครีบแหลมอย่างระมัดระวัง เมื่อลงหม้อแล้วหลีกเลี่ยงการคนแรง เพราะเนื้อปลาแตกง่าย และต้องต้มจนปลาสุกทั่ว

ส่วนผสม

  • ปลาแขยงทำความสะอาด 250 กรัม
  • น้ำ 500 มิลลิลิตร
  • พริกสด 5 เม็ด
  • หอมแดง 3 หัว
  • ตะไคร้ 1 ต้น
  • น้ำปลาร้าต้มสุก 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนชา
  • ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
  • ผักชีลาว 1 ถ้วย
  • ต้นหอม 2 ต้น

วิธีทำ

  1. โขลกพริก หอมแดง และตะไคร้พอหยาบ
  2. ต้มน้ำจนเดือด ใส่เครื่องโขลก
  3. ใส่ปลาแขยง ต้มไฟกลางโดยไม่คนแรง
  4. เมื่อปลาสุก ปรุงด้วยน้ำปลาร้าและน้ำปลา
  5. ใส่ข้าวคั่ว ผักชีลาว และต้นหอม
  6. ต้มต่อสั้น ๆ แล้วปิดไฟ

16. อ่อมไก่ผักชีลาว

อ่อมไก่ผักชีลาวเป็นแกงบ้าน ๆ ที่ใส่ฟักช่วยเพิ่มความหวานธรรมชาติ เนื้อไก่และฟักต้มในน้ำแกงพริก หอมแดง ตะไคร้ และปลาร้าจนรสเข้ากัน

ฟักสุกแล้วเนื้อนุ่มฉ่ำน้ำแกง ส่วนไก่ให้ความหวานมัน รสโดยรวมเผ็ดเค็มและหอมข้าวคั่ว เหมาะกับมื้อเย็นเมื่ออยากได้หม้อเดียวที่มีทั้งเนื้อและผัก

หั่นฟักขนาดใกล้กันเพื่อให้สุกพร้อมกัน ใส่ผักชีลาวหลังฟักนุ่มแล้ว และตรวจให้แน่ใจว่าเนื้อไก่ส่วนหนาสุดสุกทั่วก่อนยกลงจากเตา

ส่วนผสม

  • เนื้อไก่ 250 กรัม
  • ฟักหั่นชิ้น 180 กรัม
  • ผักชีลาว 1 ถ้วย
  • ต้นหอม 2 ต้น
  • พริกสด 5 เม็ด
  • หอมแดง 3 หัว
  • ตะไคร้ 1 ต้น
  • น้ำปลาร้าต้มสุก 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ 1/4 ช้อนชา
  • น้ำ 600 มิลลิลิตร

วิธีทำ

  1. โขลกพริก หอมแดง และตะไคร้พอแตก
  2. ต้มน้ำ ใส่เครื่องโขลกและไก่
  3. ต้มจนไก่เกือบสุก แล้วใส่ฟัก
  4. ปรุงน้ำปลาร้าและเกลือ ต้มจนฟักนุ่ม
  5. เติมข้าวคั่ว ผักชีลาว และต้นหอม
  6. คนให้ทั่ว ต้มต่อสั้น ๆ แล้วปิดไฟ

17. แกงเห็ดผึ้งหวานนอร์เวย์ใส่ผักชีลาว

แกงเห็ดผึ้งหวานนอร์เวย์ใส่ผักชีลาวเน้นรสของเห็ดและน้ำแกงสมุนไพร ใช้การต้มมากกว่าผัด จึงได้จานที่ไม่หนักน้ำมันและมีกลิ่นผักสดเด่น

เห็ดมีสัมผัสนุ่มและเด้งตามชนิด น้ำแกงเผ็ดเค็มนัวช่วยดึงความหวานของเห็ดออกมา ผักชีลาวเพิ่มกลิ่นหอม เหมาะกินกับข้าวร้อนในมื้ออากาศเย็น

ใช้เฉพาะเห็ดจากแหล่งจำหน่ายที่ระบุชนิดชัดเจน ไม่ควรเก็บเห็ดป่าที่ไม่รู้ชนิดมาปรุงเอง และควรต้มเห็ดให้สุกทั่วก่อนปรุงรสขั้นสุดท้าย

ส่วนผสม

  • เห็ดผึ้งหวานหรือเห็ดกินได้ที่ระบุชนิดชัดเจน 200 กรัม
  • น้ำ 500 มิลลิลิตร
  • พริกสด 4 เม็ด
  • หอมแดง 3 หัว
  • ตะไคร้ 1 ต้น
  • น้ำปลาร้าต้มสุก 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนชา
  • ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
  • ผักชีลาว 1 ถ้วย

วิธีทำ

  1. ตัดโคนเห็ดและล้างตามความเหมาะสม แล้วพักให้สะเด็ดน้ำ
  2. โขลกพริก หอมแดง และตะไคร้พอหยาบ
  3. ต้มน้ำจนเดือด ใส่เครื่องโขลกและเห็ด
  4. ต้มจนเห็ดสุกทั่ว แล้วปรุงน้ำปลาร้ากับน้ำปลา
  5. เติมข้าวคั่วและผักชีลาว
  6. คนพอสลดแล้วปิดไฟ

18. คั่วเนื้อใส่ผักชีลาว

คั่วเนื้อใส่ผักชีลาวเป็นอาหารรสจัดที่ใช้เนื้อวัวหั่นบางเคี่ยวกับเครื่องสมุนไพรและน้ำปลาร้าจนน้ำลดขลุกขลิก ก่อนใส่ผักชีลาวให้กลิ่นเด่น

เนื้อมีความนุ่มหรือหนึบตามส่วนที่เลือก รสเผ็ดเค็มนัวช่วยให้กินกับข้าวเหนียวได้เพลิน ผักชีลาวตัดกลิ่นเนื้อและเพิ่มความสดในทุกคำ

หั่นเนื้อขวางเส้นใยเพื่อช่วยให้เคี้ยวง่าย หากใช้ส่วนที่เหนียวควรเพิ่มเวลาเคี่ยวและน้ำทีละน้อย ระหว่างปรุงควรรักษาอุณหภูมิให้เนื้อสุกทั่วก่อนชิม

ส่วนผสม

  • เนื้อวัวหั่นบาง 220 กรัม
  • น้ำ 250 มิลลิลิตร
  • พริกสด 5 เม็ด
  • หอมแดง 3 หัว
  • ตะไคร้ 1 ต้น
  • น้ำปลาร้าต้มสุก 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนชา
  • ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
  • ผักชีลาว 1 ถ้วย

วิธีทำ

  1. โขลกพริก หอมแดง และตะไคร้ให้หยาบ
  2. ใส่เนื้อ เครื่องโขลก และน้ำลงหม้อ
  3. คั่วไฟกลางจนเนื้อสุกและน้ำลด
  4. ปรุงด้วยน้ำปลาร้าและน้ำปลา
  5. ใส่ข้าวคั่วและผักชีลาว
  6. คนเร็ว ๆ จนผักเริ่มสลดแล้วปิดไฟ

19. สันคอหมูผัดผักชีลาว

สันคอหมูผัดผักชีลาวใช้เนื้อหมูส่วนที่มีมันแทรกเล็กน้อย ทำให้ผัดแล้วไม่แห้งง่าย จับคู่กับกระเทียมและผักชีลาวเพื่อให้ได้กลิ่นหอมชัด

เนื้อหมูนุ่มฉ่ำ มีรสเค็มหวานแบบกับข้าวไทย ผักชีลาวสลดเล็กน้อยแต่ยังมีสัมผัสสด เหมาะกับข้าวสวยหรือทำเป็นกับข้าวในมื้อเร่งรีบ

กระทะควรร้อนก่อนใส่หมูเพื่อให้ผิวเนื้อขึ้นสีโดยไม่คายน้ำมากเกินไป แต่ต้องผัดต่อจนหมูสุกทั่ว จากนั้นใส่ผักช่วงท้ายและไม่ผัดนานเกินจำเป็น

ส่วนผสม

  • สันคอหมูหั่นบาง 220 กรัม
  • ผักชีลาว 1 ถ้วย
  • กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
  • น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
  • น้ำ 2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกสดหั่น 2 เม็ด

วิธีทำ

  1. ตั้งกระทะไฟกลางค่อนแรง ใส่น้ำมันและกระเทียม
  2. ผัดจนหอมแล้วใส่สันคอหมู
  3. ผัดจนหมูสุกทั่ว เติมน้ำหากกระทะแห้ง
  4. ปรุงด้วยซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว และน้ำตาล
  5. ใส่พริกกับผักชีลาว
  6. ผัดเร็วประมาณ 30 วินาทีแล้วปิดไฟ

20. ปลาตุ๋นผักชีลาว

ปลาตุ๋นผักชีลาวเป็นเมนูเนื้อนุ่มที่ใช้ไฟอ่อนให้ปลาค่อย ๆ รับรสจากน้ำซุป กระเทียม ขิง และเครื่องปรุง ก่อนเติมผักชีลาวเพื่อสร้างกลิ่นสดช่วงท้าย

น้ำตุ๋นมีรสเค็มหวานอ่อนและกลิ่นขิง เนื้อปลานุ่มชุ่มน้ำ เหมาะกับข้าวสวย มื้อเย็น หรือวันที่อยากได้อาหารรสไม่จัด หากชอบปลาเนื้อมัน ลองต่อยอดจาก สูตรปลาแซลมอน

เลือกปลาเนื้อแน่นและสด วางชิ้นปลาให้ไม่ซ้อนกันมาก ใช้ไฟอ่อนเพื่อไม่ให้เนื้อแตก และตุ๋นจนปลาสุกทึบถึงกึ่งกลางก่อนยกเสิร์ฟ

ส่วนผสม

  • เนื้อปลากะพงหรือปลานิล 250 กรัม
  • ผักชีลาว 1 ถ้วย
  • ขิงหั่นแว่น 5 ชิ้น
  • กระเทียมบุบ 3 กลีบ
  • น้ำ 300 มิลลิลิตร
  • ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
  • น้ำมันงา 1/2 ช้อนชา
  • พริกไทยป่นเล็กน้อย
  • ต้นหอม 1 ต้น

วิธีทำ

  1. ใส่น้ำ ขิง กระเทียม ซีอิ๊วขาว และน้ำตาลลงหม้อ
  2. ต้มจนเดือดแล้วลดเป็นไฟอ่อน
  3. วางชิ้นปลาลงหม้อ ปิดฝาและตุ๋นประมาณ 7-10 นาทีตามความหนา
  4. ตรวจให้เนื้อปลาสุกทั่วและแยกตัวง่าย
  5. ใส่ผักชีลาว ต้นหอม น้ำมันงา และพริกไทย
  6. ตุ๋นต่อประมาณ 30 วินาทีแล้วปิดไฟ

เคล็ดลับทำเมนูผักชีลาวให้หอม อร่อย และไม่เสียรส

เลือกผักชีลาวที่ใบเขียวสด ก้านไม่ช้ำ และไม่มีกลิ่นหมัก ล้างในน้ำสะอาดอย่างเบามือ จากนั้นสะเด็ดหรือซับให้แห้งก่อนหั่น โดยเฉพาะเมนูทอด เพราะหยดน้ำบนผักทำให้น้ำมันกระเด็นได้ง่าย

สำหรับแกง อ่อม ต้มยำ และเมนูคั่ว ควรใส่ผักชีลาวใกล้ช่วงสุดท้ายของการปรุง ความร้อนเพียงสั้น ๆ ทำให้ใบสลดแต่ยังคงกลิ่นหอม ส่วนก้านอ่อนใส่ก่อนใบเล็กน้อยได้หากต้องการให้เนื้อนุ่มขึ้น

เมนูผัดควรใช้กระทะร้อนและผัดผักเพียงครู่เดียว ส่วนเมนูดองต้องเน้นความสะอาดของขวด น้ำดอง และอุปกรณ์ตัก หากต้องการเปลี่ยนวิธีปรุงในวันถัดไป สามารถหาแนวทางเพิ่มเติมจาก เมนูหม้อทอดไร้น้ำมัน โดยปรับวัตถุดิบให้เหมาะกับชนิดอาหาร

ระดับความเผ็ดและความเค็มของอาหารอีสานปรับได้ตามพริก น้ำปลา และปลาร้า เริ่มปรุงแต่น้อยแล้วชิมเพิ่มทีละขั้นช่วยลดโอกาสรสจัดเกินไป ส่วนเนื้อสัตว์ ปลา และเครื่องในควรผ่านความร้อนจนสุกทั่วทุกครั้ง

สรุป

เมนูผักชีลาวทำได้หลากหลายกว่าการใส่ในแกงอ่อม ตั้งแต่ไข่เจียว ผักชุบไข่ทอด ไก่ผัดกะปิ คั่วหมู ลาบปลา ต้มยำ ไปจนถึงแตงกวาดอง แต่ละแบบใช้กลิ่นหอมของผักในลักษณะต่างกันและเหมาะกับมื้ออาหารคนละสไตล์

หากต้องการเมนูทำเร็ว ไข่เจียว สันคอหมูผัด และผัดพริกแกงไก่เหมาะกับวันเร่งรีบ ส่วนแกงอ่อม คั่วไก่ คั่วเนื้อ และแกงเห็ดเหมาะกับมื้อที่อยากได้รสเข้มและอาหารร้อน สำหรับเครื่องเคียง พริกดองและแตงกวาดองช่วยเพิ่มรสสดชื่นให้โต๊ะอาหาร

การเลือกผักสด ใส่ในจังหวะที่เหมาะ และปรุงเนื้อสัตว์จนสุกทั่วเป็นพื้นฐานที่ช่วยให้ทั้ง 20 สูตรทำออกมาได้หอมและน่ากิน เมื่อคุ้นกับรสของผักชีลาวแล้ว ยังสามารถนำไปจับคู่กับไข่ ปลา หมู ไก่ เห็ด หรือผักชนิดอื่นเพื่อสร้างเมนูใหม่จากวัตถุดิบที่มีอยู่ในครัวได้อีกมาก

ไม่อยากพลาดบทความใหม่จาก Aroimak
เพิ่มเว็บไซต์นี้เป็นแหล่งข้อมูลที่ชื่นชอบบน Google เพื่อให้มีโอกาสเห็นเนื้อหาจากเรามากขึ้น

กดเพื่ออ่านต่อ

Aroimak

ในฐานะนักวิจารณ์ เชื่อว่าอาหารเป็นงานศิลปะรูปแบบหนึ่ง และมุ่งมั่นที่จะเขียนบทวิจารณ์ที่ทั้งสวยงามและให้ข้อมูลแก่ผู้อ่าน บทวิจารณ์จะครอบคลุมรสชาติ คุณภาพ และราคาของอาหาร รวมถึงบรรยากาศของร้านอาหารและการบริการของพนักงาน เชื่อว่าบทวิจารณ์จะช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจได้อย่างรอบคอบเมื่อเลือกร้านอาหารที่จะไปเยือน

บทความที่เกี่ยวข้อง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back to top button