โดนัท คืออะไร? ประวัติและวิธีทำโดนัทสูตรอร่อย
- ประวัติศาสตร์ยาวนาน: โดนัทมีต้นกำเนิดจากขนม Olykoek ของชาวดัตช์ และพัฒนามาเป็นรูปวงแหวนในปี ค.ศ. 1847 โดย Hanson Gregory กัปตันเรืออเมริกัน
- รูตรงกลางมีเหตุผล: การเจาะรูช่วยให้โดนัทสุกทั่วถึง ไม่มีแป้งดิบตรงกลาง และทอดได้เร็วขึ้น
- หลากหลายชนิด: มีทั้งแบบยีสต์เนื้อนุ่ม แบบเค้กเนื้อแน่น และแบบสอดไส้ครีมหรือแยม สามารถเลือกตามความชอบ
- ทำเองได้ไม่ยาก: ใช้ส่วนผสมพื้นฐาน ได้แก่ แป้ง ยีสต์ ไข่ นม และเนย นวดจนเนียน พักให้ขึ้นฟู ทอดในน้ำมันร้อน 180 องศา และเคลือบตามชอบ
เคยสงสัยไหมว่าทำไม โดนัท ถึงมีรูตรงกลาง? ขนมทอดหวานที่ดูเรียบง่ายนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายศตวรรษ และเดินทางข้ามทวีปจนกลายเป็นหนึ่งในขนมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ต่างก็หลงใหลในรสชาติหวานมันและเนื้อสัมผัสนุ่มฟูของโดนัท
โดนัทไม่ใช่เพียงขนมธรรมดา แต่เป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงการผสมผสานของหลายชนชาติ ตั้งแต่ชาวดัตช์ในนิวยอร์ก ไปจนถึงกะลาสีเรืออเมริกันที่คิดค้นรูเจาะกลาง บทความนี้จะพาไปสำรวจทุกแง่มุมของโดนัท ตั้งแต่ต้นกำเนิด ประวัติความเป็นมา ไปจนถึงสูตรและวิธีทำที่สามารถลองทำได้เองที่บ้าน

โดนัท คืออะไร?
โดนัท (Doughnut หรือ Donut) คือขนมปังหวานทอดที่ทำจากแป้งสาลี น้ำตาล ไข่ นม และผงฟูหรือยีสต์ มีลักษณะเด่นคือรูปทรงวงแหวนที่มีรูตรงกลาง แม้ว่าจะมีบางชนิดที่เป็นทรงกลมไม่มีรู เช่น โดนัทไส้ต่างๆ การทำโดนัทนั้นมีสองวิธีหลัก คือการใช้ยีสต์ให้แป้งขึ้นฟู หรือใช้ผงฟูแบบโดนัทเค้ก
เนื้อสัมผัสของโดนัทจะแตกต่างกันตามสูตร โดนัทแบบยีสต์จะมีเนื้อนุ่มเบาคล้ายขนมปัง ในขณะที่โดนัทแบบเค้กจะมีเนื้อแน่นกว่าและมีรสชาติคล้ายเค้ก ทั้งสองแบบสามารถเคลือบหน้าได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาลไอซิ่ง ช็อกโกแลต หรือโรยหน้าด้วยท็อปปิ้งต่างๆ
การสะกดคำว่า “Doughnut” เป็นการสะกดดั้งเดิมที่ใช้ในอังกฤษและหลายประเทศ ส่วน “Donut” เป็นการสะกดแบบย่อที่นิยมในสหรัฐอเมริกา ตามข้อมูลจาก Oxford Dictionaries ทั้งสองรูปแบบสามารถใช้ได้ถูกต้องเหมือนกัน
ประวัติความเป็นมาของโดนัท
ต้นกำเนิดจากยุโรป
ประวัติศาสตร์ของ โดนัท สามารถสืบย้อนไปได้หลายศตวรรษ ในยุคกรีกและโรมโบราณ พ่อครัวทำขนมทอดจากแป้งและราดน้ำผึ้ง ซึ่งถือเป็นต้นแบบของขนมทอดหวานหลายชนิดรวมถึงโดนัท ในยุคกลาง พ่อครัวชาวอาหรับเริ่มทอดแป้งยีสต์และชุบน้ำเชื่อม จากนั้นสูตรเหล่านี้แพร่หลายไปยังยุโรปตอนเหนือในช่วงศตวรรษที่ 15
ชาวดัตช์พัฒนาขนมชื่อ “Olykoek” หรือ “เค้กน้ำมัน” ซึ่งเป็นก้อนแป้งหวานทอดในน้ำมันหมู มีการใส่ถั่ว ผลไม้แห้ง และเครื่องเทศ ตามบันทึกของนักเขียน Washington Irving ในปี ค.ศ. 1809 เขาบรรยายขนมนี้ว่าเป็นก้อนแป้งหวานทอดในน้ำมันหมูและเรียกว่า “doughnuts” หรือ “olykoeks”
การถือกำเนิดของรูโดนัท
หนึ่งในตำนานที่น่าสนใจที่สุดคือเรื่องของ Hanson Gregory กัปตันเรืออเมริกันที่อ้างว่าเป็นผู้ประดิษฐ์โดนัทรูปวงแหวนในปี ค.ศ. 1847 ขณะอายุเพียง 16 ปี เขาทำงานบนเรือขนมะนาว และพบปัญหาว่าขนมทอดแบบดั้งเดิมมักมีแป้งดิบตรงกลาง
ตามบันทึกจาก Smithsonian Magazine Gregory แก้ปัญหานี้โดยใช้ฝากระปุกพริกไทยเจาะรูตรงกลางแป้ง ทำให้ขนมสุกทั่วถึงและกรอบสม่ำเสมอ การเจาะรูนี้ไม่เพียงแก้ปัญหาแป้งดิบ แต่ยังทำให้โดนัททอดได้เร็วขึ้นและประหยัดน้ำมันมากขึ้น
โดนัทในสงครามโลก
โดนัทกลายเป็นสัญลักษณ์ของความรักชาติอเมริกันในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อกลุ่มอาสาสมัครหญิงที่เรียกว่า “Doughnut Lassies” จาก Salvation Army เสิร์ฟโดนัททอดสดให้ทหารในสนามรบฝรั่งเศส ขนมหวานรสหอมหวานช่วยปลอบประโลมจิตใจทหารที่คิดถึงบ้าน และทำให้โดนัทกลายเป็นสัญลักษณ์ของบ้านเกิด
หลังสงครามสิ้นสุด ทหารผ่านศึกนำความรักในโดนัทกลับมาด้วย ทำให้ความนิยมพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ในปี ค.ศ. 1920 Adolph Levitt ผู้อพยพชาวรัสเซียประดิษฐ์เครื่องทำโดนัทอัตโนมัติเครื่องแรก สามารถผลิตได้ถึง 80 โหลต่อชั่วโมง นับเป็นจุดเริ่มต้นของอุตสาหกรรมโดนัทขนาดใหญ่
การเติบโตของแฟรนไชส์โดนัท
ในปี ค.ศ. 1937 Vernon Rudolph เริ่มขายโดนัทให้ร้านค้าในรัฐนอร์ทแคโรไลนา กลิ่นหอมของโดนัททอดสดดึงดูดผู้คนที่เดินผ่านมาขอซื้อจำนวนมาก จนเขาต้องเจาะรูในผนังเพื่อขายตรงให้ลูกค้า นี่คือจุดกำเนิดของ Krispy Kreme ที่โด่งดังในเวลาต่อมา
ในปี ค.ศ. 1950 William Rosenberg ก่อตั้ง Dunkin’ Donuts ในรัฐแมสซาชูเซตส์ สองแบรนด์นี้กลายเป็นยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมโดนัท และขยายสาขาไปทั่วโลก ปัจจุบันสหรัฐอเมริกาผลิตโดนัทประมาณ 10,000 ล้านชิ้นต่อปี สะท้อนถึงความนิยมที่ไม่เคยเสื่อมคลาย
ชนิดของโดนัทที่นิยม
โดนัทยีสต์ (Yeast Doughnut)
โดนัทชนิดนี้ใช้ยีสต์เป็นตัวทำให้แป้งขึ้นฟู มีเนื้อสัมผัสนุ่มเบาคล้ายขนมปัง รสชาติอ่อนหวาน มักเคลือบด้วยน้ำตาลไอซิ่งหรือกลาซ เป็นแบบที่ Krispy Kreme ใช้และได้รับความนิยมอย่างมาก
โดนัทเค้ก (Cake Doughnut)
ทำจากแป้งผสมผงฟู มีเนื้อสัมผัสแน่นกว่าแบบยีสต์ คล้ายกับเค้ก รสชาติหวานมันกว่า มักโรยน้ำตาลป่น อบเชย หรือเคลือบช็อกโกแลต
โดนัทไส้ (Filled Doughnut)
เป็นโดนัททรงกลมไม่มีรู ฉีดไส้ต่างๆ เข้าไปหลังทอดเสร็จ ไส้ที่นิยม ได้แก่ ไส้แยมผลไม้ คัสตาร์ด ครีม หรือช็อกโกแลต ในเยอรมนีเรียกว่า “Berliner” ส่วนในอิสราเอลเรียก “Sufganiyot” มักรับประทานในเทศกาล Hanukkah
โดนัทโฮล (Doughnut Holes)
ชิ้นกลมเล็กๆ ที่ได้จากการเจาะรูโดนัท ในอดีตมักทิ้งไป แต่ปัจจุบันร้านค้าขายเป็นขนมทานเล่น Dunkin’ Donuts เรียกว่า “Munchkins” ขนาดพอดีคำเหมาะสำหรับเป็นของว่าง
โดนัทในวัฒนธรรมต่างๆ
แต่ละประเทศมีขนมทอดที่คล้ายโดนัทในแบบของตัวเอง ชาวฝรั่งเศสมี “Beignet” โรยน้ำตาลป่น ชาวญี่ปุ่นมี “Pon de Ring” เนื้อเหนียวนุ่มเป็นเอกลักษณ์ ชาวจีนมี “Youtiao” หรือปาท่องโก๋ที่รับประทานกับข้าวต้มหรือน้ำเต้าหู้ สำหรับขนมทอดแป้งสไตล์ไทย สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ ขนมเบื้อง ขนมไทยโบราณ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งขนมทอดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
วิธีทำโดนัทสูตรง่ายที่บ้าน
ส่วนผสมสำหรับโดนัทยีสต์
การทำโดนัทที่บ้านไม่ยากอย่างที่คิด เพียงเตรียมส่วนผสมต่อไปนี้:
- แป้งสาลีอเนกประสงค์ 500 กรัม
- ยีสต์แห้ง 7 กรัม (1 ซอง)
- น้ำตาลทราย 60 กรัม
- เกลือ 1/2 ช้อนชา
- นมอุ่น 180 มิลลิลิตร
- ไข่ไก่ 2 ฟอง
- เนยสดนิ่ม 60 กรัม
- น้ำมันสำหรับทอด
วิธีทำขั้นตอนต่อขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 1: เตรียมส่วนผสมแห้ง
ร่อนแป้งสาลีลงในชามผสมขนาดใหญ่ เติมยีสต์แห้ง น้ำตาล และเกลือ คนให้เข้ากัน ทำหลุมตรงกลางสำหรับใส่ส่วนผสมเปียก
ขั้นตอนที่ 2: ผสมแป้ง
เทนมอุ่น (อุณหภูมิประมาณ 37-40 องศาเซลเซียส) ลงในหลุม ตอกไข่ตาม นวดแป้งจนเนียนประมาณ 10 นาที จากนั้นเติมเนยสดนิ่มทีละน้อย นวดต่อจนแป้งยืดหยุ่นและไม่ติดมือ
ขั้นตอนที่ 3: หมักแป้ง
ปั้นแป้งเป็นก้อนกลม ใส่ในชามที่ทาน้ำมันบางๆ คลุมด้วยผ้าชื้น พักในที่อุ่นประมาณ 1 ชั่วโมง หรือจนแป้งขยายตัวเป็นสองเท่า
ขั้นตอนที่ 4: รีดและตัดแป้ง
กดแป้งไล่อากาศออก รีดให้หนาประมาณ 1 เซนติเมตร ใช้พิมพ์วงกลมตัดเป็นรูปโดนัท ใช้พิมพ์เล็กกว่าเจาะรูตรงกลาง เก็บแป้งส่วนรูไว้ทำโดนัทโฮล
ขั้นตอนที่ 5: พักแป้งรอบสอง
วางโดนัทบนถาดที่โรยแป้งบางๆ พักอีก 30-45 นาที หรือจนโดนัทพองตัวขึ้น
ขั้นตอนที่ 6: ทอดโดนัท
ตั้งน้ำมันในกระทะลึก ใช้ไฟปานกลาง รอให้ร้อนประมาณ 180 องศาเซลเซียส ทดสอบโดยหยดแป้งเล็กน้อยลงไป ถ้าลอยขึ้นทันทีแสดงว่าพร้อมทอด ใส่โดนัททีละ 2-3 ชิ้น ทอดด้านละประมาณ 1-2 นาที หรือจนเหลืองทอง พลิกกลับทอดอีกด้าน
ขั้นตอนที่ 7: เคลือบและตกแต่ง
พักโดนัทบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน เคลือบด้วยน้ำตาลไอซิ่ง ช็อกโกแลต หรือโรยน้ำตาลป่นตามชอบ ควรเคลือบขณะโดนัทยังอุ่น เพื่อให้หน้าเคลือบติดดี
เคล็ดลับสำคัญ
อุณหภูมิน้ำมันเป็นสิ่งสำคัญมาก ถ้าร้อนเกินไปโดนัทจะไหม้ด้านนอกแต่ดิบด้านใน ถ้าเย็นเกินไปโดนัทจะอมน้ำมัน ใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
นอกจากนี้ ไม่ควรนวดแป้งมากเกินไปหลังหมักครั้งแรก เพราะจะทำให้โดนัทเหนียวและไม่ฟู การพักแป้งรอบสองก็สำคัญเช่นกัน ช่วยให้โดนัทพองฟูสวย
คุณค่าทางโภชนาการและข้อควรรู้
โดนัทหนึ่งชิ้นมีแคลอรีประมาณ 200-400 แคลอรี ขึ้นอยู่กับขนาดและหน้าเคลือบ ประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรตจากแป้งและน้ำตาล ไขมันจากการทอด และโปรตีนเล็กน้อยจากไข่และนม
แม้จะเป็นขนมที่ให้พลังงานสูง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องเลิกรับประทาน การรับประทานอย่างพอดีและเลือกโดนัทที่ไม่เคลือบหวานมากเกินไป สามารถทำให้เพลิดเพลินกับขนมอร่อยได้โดยไม่ต้องกังวลมากนัก
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบขนมหวานสไตล์ตะวันตก อาจสนใจอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ทีรามิสุ ขนมอิตาเลียนหวานละมุน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งขนมหวานที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน
ทิ้งท้าย
โดนัท เป็นขนมหวานที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 300 ปี เดินทางจากยุโรปมาสู่อเมริกา และแพร่หลายไปทั่วโลก รูตรงกลางที่เป็นเอกลักษณ์มาจากการแก้ปัญหาแป้งดิบของกัปตันเรืออเมริกันในศตวรรษที่ 19 ปัจจุบันโดนัทมีหลากหลายรูปแบบและรสชาติให้เลือกสรร ตั้งแต่แบบดั้งเดิมเคลือบน้ำตาล ไปจนถึงแบบสอดไส้และหน้าแฟนซี
การทำโดนัทที่บ้านไม่ยากอย่างที่คิด เพียงมีส่วนผสมพื้นฐานและความอดทนในการรอแป้งขึ้นฟู ก็สามารถสร้างขนมอร่อยได้เอง ลองทำตามสูตรในบทความนี้ดู แล้วแบ่งปันความสำเร็จให้คนรอบข้างได้ชิม หรือหากมีเคล็ดลับเพิ่มเติม สามารถแสดงความคิดเห็นแลกเปลี่ยนกันได้








