อาหารและเครื่องดื่ม

ขนมชั้น คืออะไร? ประวัติ ความหมายมงคล และวิธีทำสูตรโบราณ

  • ขนมชั้น เป็นขนมไทยโบราณใช้ในงานพิธีมงคล ต้องทำให้ได้ 9 ชั้นเพื่อความเป็นศิริมงคล
  • ส่วนผสมหลักประกอบด้วยแป้งมัน แป้งท้าวยายหม่อม แป้งข้าวเจ้า กะทิ น้ำตาล และน้ำใบเตย
  • วิธีทำ ที่ถูกต้องต้องนึ่งทีละชั้น ควบคุมไฟอ่อน และตรวจสอบให้ชั้นก่อนหน้าสุกดีก่อนเทชั้นถัดไป

หลายคนอาจเคยเห็น ขนมชั้น วางขายตามตลาดนัดหรืองานบุญ ลักษณะเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมสลับสีเขียวขาวเป็นชั้น ๆ แต่น้อยคนจะรู้ว่าขนมชั้นมีประวัติยาวนานและแฝงความหมายทางวัฒนธรรมอันดีงาม ขนมชั้นไม่ได้เป็นเพียงของหวานธรรมดา แต่เป็นขนมมงคลที่ปรากฏในพิธีกรรมสำคัญของไทยมาช้านาน

ความพิเศษของขนมชั้นอยู่ที่ขั้นตอนการทำที่ต้องใช้ความพิถีพิถัน ตั้งแต่การคัดเลือกแป้งหลายชนิด การปั่นน้ำใบเตยให้เข้มข้น ไปจนถึงการนึ่งทีละชั้นจนกว่าจะครบ 9 ชั้นตามความเชื่อโบราณ ทุกขั้นตอนสะท้อนความประณีตและภูมิปัญญาการทำขนมไทยที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น

บทความนี้จะพาไปสำรวจต้นกำเนิดของขนมชั้น ความหมายของเลข 9 ที่ซ่อนอยู่ในเนื้อขนม พร้อมส่วนผสมและ วิธีทำ แบบโบราฐที่ทำให้ได้เนื้อนุ่มหนืดหอมกลิ่นใบเตยแท้ ๆ ไม่ว่าจะอยากทำกินเองหรือศึกษาภูมิปัญญาไทย เนื้อหาต่อไปนี้มีคำตอบครบถ้วน

ขนมชั้น คืออะไร?

ขนมชั้นเป็นขนมไทยโบราณที่ใช้ในงานพิธีมงคล

ขนมชั้น เป็นขนมไทยโบราณมีลักษณะเด่นที่เนื้อแป้งเรียงตัวเป็นชั้น ๆ สลับสี โดยทั่วไปใช้สีเขียวจากน้ำใบเตยและสีขาวจากน้ำดอกมะลิหรือกะทิสด เนื้อขนมมีความนุ่มเหนียวหนืด เคี้ยวแล้วลื่นไหลในปาก มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของใบเตยผสมกับความหวานมันของกะทิ

ขนมชั้นมักปรากฏในงานบุญขึ้นบ้านใหม่ งานทำบุญอุทิศส่วนกุศล หรืองานมงคลต่าง ๆ เนื่องจากมีความเชื่อว่าหากนำขนมชั้นไปใช้ในพิธีจะนำมาซึ่งความสุขและความเจริญก้าวหน้าแก่เจ้าภาพ บางท้องถิ่นในไทยเรียกขนมชั้นว่า “ขนมชั้นฟ้า” เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลยิ่งขึ้น

ปัจจุบันขนมชั้นอยู่ในลิสต์ขนมไทยมงคล 9 ชนิดที่นิยมใช้ในพิธีสำคัญ ร่วมกับทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เม็ดขนุน ขนมทองเอก ขนมดาราทอง ขนมเสน่ห์จันทร์ และขนมถ้วยฟู ขนมแต่ละชนิดมีความหมายแฝงที่สะท้อนวิถีความเชื่อและวัฒนธรรมไทย

ประวัติและที่มาของขนมชั้นในประเทศไทย

ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าขนมชั้นเกิดขึ้นในประเทศไทยเมื่อใดหรือใครเป็นผู้คิดค้น แต่จากการศึกษาพบว่าขนมลักษณะคล้ายกันมีกระจายอยู่ในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายประเทศ อาทิ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม สะท้อนว่าขนมชั้นมีเส้นทางการเดินทางข้ามวัฒนธรรมมายาวนาน

ข้อมูลจากประเทศมาเลเซียระบุว่า ขนมชั้นได้รับอิทธิพลจากชาวดัตช์หรือเนเธอร์แลนด์ที่เคยปกครองอินโดนีเซียในช่วงศตวรรษที่ 18 โดยดัดแปลงมาจากขนมอบแบบตะวันตก แล้วเปลี่ยนวิธีการทำจากการอบมาเป็นการนึ่งแทน ซึ่งเป็นวิธีการปรุงอาหารที่นิยมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากกว่า นี่เป็นเหตุผลที่ขนมชั้นมีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า Steamed Layer Cake

ในประเทศไทย ขนมชั้นพัฒนาสูตรและเอกลักษณ์เป็นของตนเอง โดยเฉพาะการใช้สีจากธรรมชาติอย่างใบเตยและดอกอัญชัน รวมถึงการปรับสัดส่วนแป้งให้เหมาะกับรสนิยมคนไทย ภูมิปัญญานี้ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นจนกลายเป็นขนมพื้นบ้านที่หลายครอบครัวยังคงทำสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ความหมายมงคลและความเชื่อเรื่องเลข 9

เลข 9 ถือเป็นเลขมงคลในวัฒนธรรมไทย หมายถึงความก้าวหน้า ความสำเร็จ และการเจริญรุ่งเรือง ขนมชั้นจึงมีข้อกำหนดว่าต้องทำให้ได้ 9 ชั้น จึงจะถือว่าสมบูรณ์และนำโชคดีมาให้ หากทำไม่ครบ 9 ชั้น บางท้องที่ถือว่าไม่เป็นมงคลและไม่นำมาใช้ในงานพิธี

ความเชื่อนี้ยังเชื่อมโยงไปถึงการมอบขนมชั้นเป็นของขวัญแสดงความยินดีในโอกาสเลื่อนชั้น เลื่อนยศ หรือดำรงตำแหน่งใหม่ ชื่อของขนมเองสื่อความหมายถึงการก้าวหน้าไปสู่ระดับที่สูงขึ้น ทั้งในหน้าที่การงานและสถานะทางสังคม

การทำขนมชั้น 9 ชั้นยังต้องใช้ความอดทนและความพิถีพิถันอย่างสูง ทุกชั้นต้องสุกกำลังดีก่อนจะเทชั้นต่อไป หากชั้นใดชั้นหนึ่งไม่สุกหรือหนาไม่เท่ากัน เนื้อขนมจะไม่เรียงตัวสวยและอาจหลุดร่อนได้ นี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ขนมชั้นแสดงถึงความตั้งใจและความเคารพต่อผู้รับ

ขนมชั้น 9 ชั้น หมายถึงความเจริญก้าวหน้า นิยมมอบให้เพื่อแสดงความยินดีที่ได้เลื่อนชั้น เลื่อนยศฐาบรรดาศักดิ์ให้สูงส่งยิ่ง ๆ ขึ้นไป

ส่วนผสมหลักและหน้าที่ของแป้งแต่ละชนิด

ขนมชั้น ที่ดีต้องมีส่วนผสมของแป้งหลายชนิดผสมกันอย่างพอดี แป้งแต่ละอย่างมีหน้าที่แตกต่างกัน การเลือกใช้แป้งและสัดส่วนที่เหมาะสมจึงเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ขนมชั้นมีเนื้อนุ่ม เหนียว หนืด พอดี ไม่แข็งและไม่เละ

ชนิดแป้งหน้าที่ผลต่อเนื้อขนม
แป้งมันสำปะหลังทำให้เนื้อเนียนนุ่มเหนียว หนืด ดูใสเป็นมัน
แป้งท้าวยายหม่อมทำให้เนื้อเนียนเหนียวเนื้อเป็นเอกพันธ์ แข็งกว่าแป้งมันเล็กน้อย
แป้งข้าวเจ้าทำให้ขนมอยู่ตัวเนื้อแข็งขึ้น ไม่เละง่าย
แป้งถั่วเขียวช่วยให้ขนมอยู่ตัวไม่เหนียวมากเกินไป ทดแทนแป้งท้าวยายหม่อมได้

นอกจากแป้งแล้ว กะทิสดและน้ำตาลทรายยังเป็นส่วนผสมหลักที่ให้รสหวานมัน ส่วนน้ำใบเตยที่ปั่นเข้มข้นจะให้สีเขียวสดธรรมชาติและกลิ่นหอมเฉพาะตัว สูตรโบราณบางแห่งยังใส่เกลือเล็กน้อยเพื่อตัดรสหวานให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น

@nn.hcafe

ขนมชั้น 🥥💫 สูตรนี้ทำง่าย เหนียว นุ่ม หวานกำลังดีเลยค่ะ จะทำกินที่บ้านก็ง่าย ทำขายก็สะดวก 🫶🏻 #แป้งตราช้างสามเศียร #ErawanBrand อร่อยคาวหวานด้วยตำนานแป้งช้างสามเศียร #เมนูinspirebyช้างสามเศียร #สูตรลับทางลัดความอร่อย

♬ เสียงต้นฉบับ – nn.hcafe – nn.hcafe

วิธีทำขนมชั้นสูตรโบราณ

สูตรที่แนะนำมาจากครัวของอาจารย์นาโนชย์ พูนผล ผู้เชี่ยวชาญด้านขนมหวานไทยโบราฐ สูตรนี้เน้นการใช้แป้งมันสำปะหลัง 480 กรัม ผสมกับแป้งข้าวเจ้า 30 กรัม และแป้งท้าวยายหม่อม 150 กรัม ใช้หัวกะทิ 900 กรัม หางกะทิ 100 กรัม น้ำตาลทราย 950 กรัม เกลือ 1 ช้อนชา พร้อมน้ำใบเตยเข้มข้น 100 กรัม และน้ำลอยดอกมะลิ 100 กรัม

ขั้นตอนแรกเริ่มจากการเตรียมน้ำใบเตยเข้มข้นโดยนำใบเตยสดมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ปั่นร่วมกับหัวกะทิเล็กน้อย กรองเอากากออก แล้วนำน้ำที่ได้ไปปั่นใหม่กับใบเตยหั่นอีกครั้ง ทำซ้ำ 3-4 รอบ จนได้น้ำใบเตยที่มีสีเขียวเข้มและกลิ่นหอมจัด จากนั้นเตรียมน้ำเชื่อมโดยนำน้ำตาลทราย เกลือ และน้ำหางกะทิตั้งไฟคนให้ละลาย

นำแป้งทั้งสามชนิดผสมเข้าด้วยกัน ใส่น้ำหางกะทิลงไปนวดให้เป็นเนื้อเดียวกัน ตามด้วยหัวกะทิ คนให้แป้งละลาย แล้วเทน้ำเชื่อมที่อุ่นลงไป ใช้ตะกร้อมือคนอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันไม่ให้แป้งจับตัวเป็นเม็ด แบ่งส่วนผสมออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งผสมน้ำใบเตย อีกส่วนผสมน้ำลอยดอกมะลิ

เตรียมถาดนึ่งด้วยการทาน้ำมันขี้โล้ที่ได้จากการเคี่ยวหัวกะทิจนเหลือแต่น้ำมันใส ๆ เทแป้งสีเขียวลงไปเป็นชั้นแรก นำไปนึ่งจนสุก ตามด้วยแป้งสีขาว สลับกันไปเรื่อย ๆ ทีละชั้น จนกว่าจะครบ 9 ชั้น แต่ละชั้นใช้เวลานึ่งประมาณ 5-8 นาที ขึ้นอยู่กับความหนาของชั้นและระดับไฟ

เทคนิคสำคัญอีกประการหนึ่งคือการนึ่งถาดให้ร้อนก่อนเทแป้งชั้นแรก จะช่วยให้ขนมไม่ติดถาดโดยไม่ต้องใช้น้ำมันมาก หรือหากใช้ถาดซิลิโคนหรือถาดสแตนเลสที่มีคุณภาพดี อาจลดปริมาณน้ำมันที่ใช้ทาได้เล็กน้อย แต่สูตรโบราณยังคงนิยมใช้น้ำมันขี้โล้เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมเฉพาะตัว

เทคนิคนึ่งขนมชั้นให้สวยทุกชั้น

ความหนาของแต่ละชั้นควรอยู่ที่ประมาณ 2-3 มิลลิเมตร หากบางเกินไปเนื้อขนมจะแห้งและฉีกขาดง่าย หากหนาเกินไปจะสุกไม่ทั่วถึงและเนื้อยวบยาบ การใช้ถาดนึ่งที่มีระบายไอน้ำดีจะช่วยให้ความร้อนกระจายตัวสม่ำเสมอ

ก่อนเทแป้งชั้นต่อไป ต้องแน่ใจว่าชั้นก่อนหน้าสุกแล้วจริง ๆ โดยสังเกตจากสีที่ใสขึ้นและผิวที่แห้งสนิท หากเทแป้งใหม่ลงไปขณะที่ชั้นล่างยังไม่สุกดี ชั้นจะปะปนกันและไม่มีขอบเขตชัดเจน ซึ่งทำให้เสียความสวยงาม

การควบคุมไฟให้อ่อนลงตัวเป็นปัจจัยสำคัญ ไฟแรงเกินไปจะทำให้ขนมพองหรือแตกร้าว ไฟอ่อนเกินไปจะทำให้สุกช้าและเนื้อเปียก นอกจากนี้การใช้ผ้าขาวบางคลุมฝาถาดนึ่งจะช่วยป้องกันไอน้ำหยดลงบนขนม ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้พื้นผิวขนมไม่เรียบเนียน

โภชนาการและพลังงานของขนมชั้น

ขนมชั้นให้พลังงานหลักจากแป้งและน้ำตาล ตามข้อมูลโภชนาการจากฐานข้อมูลผู้ใช้งาน ขนมชั้น 100 กรัมมีพลังงานประมาณ 99 กิโลแคลอรี ประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรต 19.7 กรัม และไขมัน 2.1 กรัม โดยไม่มีโปรตีน ข้อมูลนี้เหมาะสำหรับการคำนวณแคลอรีเบื้องต้นในการวางแผนรับประทาน

สำหรับขนมชั้นหนึ่งชิ้นขนาดมาตรฐานพบว่ามีพลังงานประมาณ 115 กิโลแคลอรีต่อชิ้น ดังนั้นหากรับประทาน 2-3 ชิ้นต่อวัน จะได้รับพลังงานใกล้เคียงกับการรับประทานข้าวหนึ่งส่วน ผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักควรระวังปริมาณการบริโภคให้เหมาะสม

แม้ขนมชั้นจะไม่ใช่อาหารที่มีประโยชน์ทางโภชนาการสูง แต่เป็นของหวานที่ให้ความสุขทางอารมณ์และเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการกินไทย การรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะและไม่บ่อยจนเกินไป จะช่วยให้ได้รับความอร่อยโดยไม่กระทบต่อสุขภาพมากนัก

ความนิยมของขนมชั้นในปัจจุบัน

ในปัจจุบันขนมชั้นยังคงหาซื้อได้ตามตลาดสด งานวัด และร้านขนมไทยทั่วไป ราคาจำหน่ายอยู่ที่ชิ้นละ 5-10 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดและวัตถุดิบที่ใช้ บางร้านพัฒนาสูตรเป็นรูปทรงดอกไม้หรือดอกกุหลาบเพื่อเพิ่มความน่าสนใจในการจำหน่าย

ขนมชั้นยังเป็นที่ต้องการในธุรกิจจัดเลี้ยงและงานพิธีมงคล โดยเฉพาะงานบุญขึ้นบ้านใหม่และงานแต่งงาน บางครอบครัวยังคงสืบสูตรการทำขนมชั้นจากบรรพบุรุษ เพื่อรักษาภูมิปัญญาและรสชาติดั้งเดิมไว้ให้ลูกหลานได้สัมผัส

นอกจากนี้ ขนมชั้นยังปรากฏในหมวด อาหารว่างไทย ที่ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งถือเป็นโอกาสในการเผยแพร่วัฒนธรรมอาหารไทยสู่สายตาชาวโลก ความงดงามของชั้นแป้งสลับสีและกลิ่นหอมของใบเตยล้วนสร้างความประทับใจให้ผู้ได้ลิ้มลอง

สรุป

ขนมชั้นเป็นมากกว่าขนมหวานธรรมดา เพราะแฝงไปด้วย ประวัติ ศาสตร์ ความเชื่อ และภูมิปัญญาการทำอาหารไทยที่สะสมมายาวนาน ตั้งแต่ต้นกำเนิดที่ได้รับอิทธิพลจากชาวดัตช์ ผ่านการพัฒนาสูตรจนกลายเป็นขนมไทยโบราณที่ใช้ในงานพิธีมงคล ทุกชั้นของขนมชั้นสะท้อนความตั้งใจและความประณีตของผู้ทำ

การทำขนมชั้นให้ได้ 9 ชั้นที่สวยงามและอร่อย ต้องอาศัยเทคนิคและความใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกแป้ง การปั่นน้ำใบเตย ไปจนถึงการควบคุมไฟในการนึ่ง ผู้ที่สนใจสามารถนำสูตรโบราณที่นำเสนอไปลองฝึกทำได้ โดยเริ่มจากสูตรง่าย ๆ ก่อนค่อย ๆ พัฒนาฝีมือ

หากชื่นชอบเนื้อหาเกี่ยวกับขนมไทยโบราฐและภูมิปัญญาการทำอาหาร สามารถแชร์บทความนี้ให้ผู้ที่สนใจได้อ่าน หรือแสดงความคิดเห็นในส่วนท้ายของหน้าเว็บเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำขนมชั้น การอนุรักษ์ขนมไทยให้อยู่คู่สังคมไทยต่อไป เป็นภารกิจที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้

กดเพื่ออ่านต่อ

Aroimak

ในฐานะนักวิจารณ์ เชื่อว่าอาหารเป็นงานศิลปะรูปแบบหนึ่ง และมุ่งมั่นที่จะเขียนบทวิจารณ์ที่ทั้งสวยงามและให้ข้อมูลแก่ผู้อ่าน บทวิจารณ์จะครอบคลุมรสชาติ คุณภาพ และราคาของอาหาร รวมถึงบรรยากาศของร้านอาหารและการบริการของพนักงาน เชื่อว่าบทวิจารณ์จะช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจได้อย่างรอบคอบเมื่อเลือกร้านอาหารที่จะไปเยือน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back to top button
สารบัญ