สูตรอาหาร

20 เมนูแกงเผ็ด พร้อมวิธีทำและส่วนผสม อร่อยง่ายทำได้จริง

  • แกงเผ็ดเป็นอาหารไทยยอดนิยมที่สามารถปรับเปลี่ยนวัตถุดิบหลักได้หลากหลาย ทั้งเนื้อสัตว์ ทะเล และผัก ทำให้มีเมนูที่หลากหลายไม่ซ้ำเดิม
  • การทำแกงเผ็ดให้อร่อยต้องเริ่มจากการเคี่ยวหัวกะทิจนแตกมัน แล้วผัดน้ำพริกแกงจนหอม จึงเติมส่วนผสมอื่นๆ และปรุงรสให้สมดุล
  • เครื่องเทศและสมุนไพรในแกงเผ็ด เช่น ข่า ตะไคร้ และพริก มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ ช่วยระบบย่อยอาหารและกระตุ้นเผาผลาญพลังงาน
  • แกงเผ็ดเหมาะรับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ และควรเลือกวัตถุดิบสดคุณภาพดีเพื่อให้ได้รสชาติที่ดีที่สุด

เมื่อพูดถึงอาหารไทยรสจัด หลายคนคงนึกถึงแกงเผ็ดที่มีสีแดงสดใส กลิ่นหอมจากเครื่องแกง และรสชาติที่เข้มข้นกลมกล่อม แกงเผ็ดหรือที่หลายคนเรียกว่าแกงแดงเป็นหนึ่งในเมนูอาหารไทยที่ได้รับความนิยมสูงสุด ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะของน้ำพริกแกงที่ผสมผสานระหว่างเครื่องเทศไทยหลากหลายชนิด จึงทำให้แกงเผ็ดมีรสชาติที่โดดเด่นและไม่เหมือนใคร

ความพิเศษของเมนูแกงเผ็ดอยู่ตรงที่สามารถปรับเปลี่ยนวัตถุดิบหลักได้ตามความชอบ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ประเภทต่างๆ หรือผักสด ทำให้เกิดเมนูใหม่ที่หลากหลายและไม่เบื่อ นอกจากนี้ แกงเผ็ดยังเป็นเมนูที่เหมาะกับการรับประทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ ช่วยเพิ่มความอร่อยและทำให้อิ่มท้องได้เป็นอย่างดี บทความนี้จะพาไปสำรวจ 20 เมนูแกงเผ็ดยอดนิยม พร้อมส่วนผสมและวิธีทำที่ละเอียด เพื่อให้ทุกคนสามารถทำตามได้ง่ายที่บ้าน

ความเป็นมาของแกงเผ็ด อาหารไทยที่โด่งดังไปทั่วโลก

แกงเผ็ดมีต้นกำเนิดมาจากการผสมผสานวัฒนธรรมการทำอาหารไทยโบราณที่เน้นการใช้เครื่องเทศและสมุนไพรท้องถิ่น โดยเฉพาะพริกแดงที่นำมาใช้เป็นส่วนประกอบหลัก ทำให้แกงมีสีแดงสดใสและรสเผ็ดจัดจ้าน ในอดีต แกงเผ็ดนิยมทำในงานเลี้ยงสำคัญหรือพิธีการต่างๆ เพราะถือเป็นอาหารที่สะท้อนถึงความประณีตและฝีมือของแม่ครัว

การทำน้ำพริกแกงเผ็ดในสมัยก่อนต้องใช้เวลาและความพิถีพิถันสูง เริ่มจากการคัดเลือกเครื่องเทศคุณภาพดี เช่น พริกแห้ง กระเทียม หอมแดง ข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด และกะปิ จากนั้นนำมาโขลกให้ละเอียดจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียว กระบวนการนี้ต้องอาศัยทักษะและประสบการณ์ เพื่อให้ได้น้ำพริกแกงที่มีกลิ่นหอมและรสชาติสมดุล

ปัจจุบัน แกงเผ็ดได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยเฉพาะในประเทศตะวันตก ที่หลายคนนิยมรับประทานเมนูแกงเผ็ดเป็นประจำ ร้านอาหารไทยทั่วโลกมักจะมีเมนูนี้อยู่เสมอ และได้รับคำชมจากนักท่องเที่ยวมากมาย ความสำเร็จนี้แสดงให้เห็นถึงเสน่ห์และคุณค่าของอาหารไทยที่สามารถเข้าถึงผู้คนทุกวัฒนธรรม

นอกจากรสชาติที่โดดเด่นแล้ว แกงเผ็ดยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูง เพราะมีส่วนผสมของผักสดและเครื่องเทศที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น ข่าที่ช่วยบรรเทาอาการปวดท้อง ตะไคร้ที่ช่วยระบบย่อยอาหาร และพริกที่ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกาย การรับประทานแกงเผ็ดจึงไม่เพียงแต่อร่อย แต่ยังได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายอีกด้วย

ส่วนผสมหลักของน้ำพริกแกงเผ็ด

ส่วนผสมพื้นฐานของน้ำพริกแกงเผ็ดประกอบด้วยเครื่องเทศและสมุนไพรที่ขาดไม่ได้ โดยเริ่มจากพริกแห้งที่เป็นตัวสร้างสีและรสเผ็ด ควรเลือกพริกคุณภาพดีที่มีสีสดและไม่มีกลิ่นอับ ปริมาณพริกที่ใช้ขึ้นอยู่กับความเผ็ดที่ต้องการ หากชอบรสเผ็ดจัดสามารถเพิ่มพริกขี้หนูแห้งได้ แต่ถ้าต้องการรสชาติไม่เผ็ดมากนัก อาจใช้พริกชี้ฟ้าแห้งหรือพริกหยวกแห้งแทน

กระเทียมและหอมแดงเป็นอีกสองส่วนผสมสำคัญที่ช่วยเพิ่มความหอมและความหวานธรรมชาติให้กับน้ำพริกแกง โดยควรใช้กระเทียมไทยที่มีกลิ่นแรงและหอมแดงสดที่มีเนื้อแน่น ส่วนผสมเหล่านี้ต้องสับหรือหั่นให้ละเอียดก่อนนำไปโขลกหรือปั่นเข้ากับเครื่องเทศอื่นๆ เพื่อให้เนื้อสัมผัสของน้ำพริกแกงเนียนและกลมกล่อม

ข่า ตะไคร้ และผิวมะกรูดคือเครื่องเทศที่ให้กลิ่นหอมเฉพาะตัวแก่แกงเผ็ด ข่าควรเลือกที่สดและมีเนื้อแน่น หั่นเป็นชิ้นบางๆ ส่วนตะไคร้ควรใช้ส่วนโคนที่นุ่มและหอม หั่นซอยให้ละเอียดเพื่อง่ายต่อการโขลก และผิวมะกรูดควรขูดเฉพาะส่วนสีเขียวที่มีน้ำมันหอมระเหย เพราะส่วนสีขาวจะมีรสขม

กะปิ เกลือ รากผักชี และลูกผักชีเป็นส่วนผสมเสริมที่ช่วยปรับรสชาติและกลิ่นของน้ำพริกแกงให้สมบูรณ์ กะปิควรเลือกชนิดที่มีคุณภาพดีและมีกลิ่นหอม ไม่ควรใช้มากเกินไปเพราะจะทำให้รสชาติเค็มและเหม็นคาว เกลือใช้สำหรับปรุงรสและช่วยให้การโขลกง่ายขึ้น ส่วนรากผักชีและลูกผักชีช่วยเพิ่มความหอมและรสชาติที่ลึกซึ้งให้กับน้ำพริกแกง สำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวก สามารถใช้น้ำพริกแกงสำเร็จรูปจากตลาดได้ แต่หากต้องการรสชาติที่แท้จริงและปรับแต่งได้ตามใจชอบ ควรลองทำน้ำพริกแกงเองสักครั้ง

20 เมนูแกงเผ็ดยอดนิยม พร้อมวิธีทำแบบละเอียด

@tid_cooking

แจกสูตร แกงเผ็ดหมู เผ็ดร้อน เข้มข้น อร่อยสุดๆ วัตถุดิบและส่วนผสม -สันคอหมู 1 กิโลกรัม -มะเขือพวง 1 ถ้วย -มะเขือเปาะ 15 ลูก -พริกชี้ฟ้าแดง 3 เม็ด -ใบโหระพา 2 ต้น -พริกแกงเผ็ด 2 ช้อนโต๊ะ -น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ -น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ -เกลือ 1/2 ช้อนชา -หัวกะทิ 800 กรัม -หางกะทิ 600 กรัม ชีวิตติดครัว ชีวิตติดรีวิว เรื่องรีวิวไว้ใจเจ๊

♬ เสียงต้นฉบับ – ชีวิตติดครัว – ชีวิตติดครัว

1. แกงเผ็ดหมูใส่มะเขือ

แกงเผ็ดหมูใส่มะเขือเป็นเมนูคลาสสิกที่ได้รับความนิยมสูงสุดในบ้านเรือนไทย เนื้อหมูที่นุ่มผสานกับมะเขือที่กรุบกรอบ รสชาติกะทิที่ขนมัน เข้ากันได้อย่างลงตัว เมนูนี้เหมาะสำหรับรับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ โดยเฉพาะในมื้อกลางวันหรือมื้อเย็น

ส่วนผสม: เนื้อหมูหั่นชิ้น 300 กรัม, น้ำพริกแกงเผ็ด 2-3 ช้อนโต๊ะ, หัวกะทิ 1 ถ้วย, หางกะทิ 2 ถ้วย, มะเขือเปราะ 1 ถ้วย, มะเขือพวง 1/2 ถ้วย, ใบมะกรูด 4-5 ใบ, ใบโหระพา 1/2 ถ้วย, พริกชี้ฟ้าแดงหั่นเฉียง 3-4 เม็ด, น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ: เริ่มต้นด้วยการตั้งกระทะบนไฟกลาง ใส่น้ำมันพืชลงไปเล็กน้อย รอจนน้ำมันร้อน จากนั้นเทหัวกะทิลงไป เคี่ยวจนกะทิแยกชั้นและเริ่มมีกลิ่นหอม ใส่น้ำพริกแกงเผ็ดลงไปผัดให้เข้ากับกะทิ ผัดต่อจนกระทั่งน้ำพริกแกงมีกลิ่นหอมและเริ่มแตกมัน ขั้นตอนนี้สำคัญมากเพราะจะทำให้แกงมีกลิ่นหอมและสีสันสวยงาม ใส่เนื้อหมูลงไปผัดให้สุกพอดี แล้วเติมหางกะทิลงไป รอให้เดือดจึงปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ ใส่มะเขือทั้งสองชนิดลงไป ต้มต่อจนมะเขือสุก โรยพริกชี้ฟ้า ใบมะกรูด และใบโหระพา ยกลงจากเตา พร้อมเสิร์ฟ

2. แกงเผ็ดไก่ใส่หน่อไม้

แกงเผ็ดไก่ใส่หน่อไม้เป็นอีกหนึ่งเมนูยอดนิยมที่มีรสชาติเข้มข้นและหอมกลิ่นเครื่องแกง การเลือกใช้เนื้อไก่ส่วนน่องหรือสะโพกจะทำให้เนื้อไก่นุ่มและชุ่มฉ่ำ ส่วนหน่อไม้ที่กรอบหวานช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสและรสชาติให้กับแกง

ส่วนผสม: เนื้อไก่หั่นชิ้น 300 กรัม, น้ำพริกแกงเผ็ด 2 ช้อนโต๊ะ, กะทิ 1 1/4 ถ้วย, น้ำซุปไก่หรือน้ำเปล่า 1/2 ถ้วย, หน่อไม้หั่นชิ้น 1/2 ถ้วย, ใบมะกรูด 3-4 ใบ, ใบโหระพา 1/4 ถ้วย, พริกชี้ฟ้าแดงและเขียวหั่นเฉียง 1/3 ถ้วย, น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลทราย 3-4 ช้อนชา, น้ำมันพืชเล็กน้อย

วิธีทำ: ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ร้อน เทกะทิลงไปครึ่งหนึ่ง เคี่ยวจนแตกมัน ใส่น้ำพริกแกงเผ็ดลงไปผัดจนหอม จากนั้นใส่เนื้อไก่ลงไปผัดจนเริ่มสุก เติมกะทิที่เหลือและน้ำซุปไก่ เคี่ยวต่อจนไก่สุกดี ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาล ใส่หน่อไม้ลงไป เคี่ยวต่ออีก 2-3 นาที โรยพริกชี้ฟ้า ใบมะกรูด และใบโหระพา ปิดไฟและพร้อมเสิร์ฟ

3. แกงเผ็ดเป็ดย่าง

แกงเผ็ดเป็ดย่างเป็นเมนูพรีเมียมที่นำเอาเป็ดย่างมาทำแกง ทำให้ได้รสชาติที่หอมกรุ่นและแปลกใหม่ เนื้อเป็ดที่นุ่มและมีรสหวานละมุนจากการย่างผสมกับรสเผ็ดของแกงได้อย่างลงตัว เหมาะสำหรับงานเลี้ยงพิเศษหรือวันสำคัญ

ส่วนผสม: เป็ดย่างหั่นชิ้น 400 กรัม, น้ำพริกแกงเผ็ด 3 ช้อนโต๊ะ, กะทิ 3 ถ้วย, มะเขือพวง 1 ถ้วย, ใบมะกรูดฉีก 5-6 ใบ, พริกชี้ฟ้าแดงหั่นเฉียง 4-5 เม็ด, ใบโหระพา 1 ถ้วย, น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ, มะเขือเปราะหั่นชิ้น 1 ถ้วย

วิธีทำ: เคี่ยวกะทิครึ่งหนึ่งจนแตกมัน ใส่น้ำพริกแกงเผ็ดลงไปผัดจนหอม เติมเป็ดย่างลงไป ผัดให้เข้ากัน จากนั้นเติมกะทิที่เหลือลงไป ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาล เคี่ยวต่อจนเป็ดซึมซับน้ำแกง ใส่มะเขือทั้งสองชนิดลงไป เคี่ยวจนมะเขือสุก ใส่ใบมะกรูด พริกชี้ฟ้า และใบโหระพา คนให้เข้ากัน ปิดไฟและเสิร์ฟร้อนๆ

@kritnoppawit

แจกเมนูมื้อเย็นอร่อยๆ กับเมนูแกงเผ็ดเนื้อ พร้อมเคล็ดลับความอร่อย หอมมัน ด้วยกะทิอะยัม กะทิแท้เข้มข้น คั้นด้วยน้ำมะพร้าว ลองใช้กันดูนะครับ หาซื้อได้ตามซูเปอร์มาเก็ตชั้นนำทั่วไปเลยครับ #kritnoppawit #ห้องครัวTikTok #เทรนต์วันนี้ #กะทิอะยัม #Ayambrandthailand #เทรนด์วันนี้

♬ ใจสมใจ – TheChanisara

4. แกงเผ็ดเนื้อ

แกงเผ็ดเนื้อเป็นเมนูที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเนื้อวัว การเลือกใช้เนื้อส่วนที่มีมันติดเล็กน้อยจะทำให้เนื้อนุ่มและไม่แห้ง เมื่อเคี่ยวนานๆ เนื้อจะซึมซับรสชาติของน้ำแกงได้อย่างดี

ส่วนผสม: เนื้อวัวหั่นชิ้น 400 กรัม, น้ำพริกแกงเผ็ด 2 ช้อนโต๊ะ, หัวกะทิ 200 มล., หางกะทิ 400 มล., มะเขือเปราะ 1 ถ้วย, มะเขือพวง 1/2 ถ้วย, พริกชี้ฟ้าแดงหั่นเฉียง 3-4 เม็ด, ใบมะกรูด 5 ใบ, ใบโหระพา 1/2 ถ้วย, น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลทราย 1 1/2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ: เคี่ยวหางกะทิในหม้อจนเดือด ใส่เนื้อวัวลงไป เคี่ยวจนเนื้อเริ่มนุ่ม ตั้งกระทะแยกต่างหาก เคี่ยวหัวกะทิจนแตกมัน ใส่น้ำพริกแกงเผ็ดผัดจนหอม เติมส่วนผสมนี้ลงไปในหม้อที่เคี่ยวเนื้ออยู่ ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาล เคี่ยวต่อจนเนื้อนุ่ม ใส่มะเขือลงไป เคี่ยวจนสุก โรยพริกชี้ฟ้า ใบมะกรูด และใบโหระพา ปิดไฟ

@cooking.with.miew

แกงเผ็ดกุ้งใส่ลูกเหรียง 🌶️🦐 @Maeleksubin

♬ เสียงต้นฉบับ – จานอาหารของแม่หมิว 🥙 – cooking.with.miew

5. แกงเผ็ดกุ้ง

แกงเผ็ดกุ้งเป็นเมนูที่ทำง่ายและรวดเร็ว เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลามากนัก กุ้งสดที่หวานนุ่มผสานกับน้ำแกงที่เข้มข้น ให้รสชาติที่อร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการสูง

ส่วนผสม: กุ้งสดขนาดกลาง 300 กรัม, น้ำพริกแกงเผ็ด 2 ช้อนโต๊ะ, หัวกะทิ 1 ถ้วย, หางกะทิ 2 ถ้วย, มะเขือเปราะ 1 ถ้วย, ใบมะกรูด 4-5 ใบ, พริกชี้ฟ้าแดง 3 เม็ด, ใบโหระพา 1/2 ถ้วย, น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ: เคี่ยวหัวกะทิจนแตกมัน ใส่น้ำพริกแกงเผ็ดผัดจนหอม เติมหางกะทิลงไป รอให้เดือด ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาล ใส่มะเขือเปราะลงไป ต้มจนมะเขือเริ่มนุ่ม ใส่กุ้งลงไป ต้มจนกุ้งสุกดี โรยพริกชี้ฟ้า ใบมะกรูด และใบโหระพา ปิดไฟ เสิร์ฟทันที

@pkfoodwarehouse

แกงเผ็ดปลาดุก ใส่มะเขือ ใบโหระพา แกงกะทิข้นๆ กินกับข้าวสวยร้อนๆ หอมกลิ่นกระชาย ปรุงรสด้วยน้ำปลา และน้ำตาลมะพร้าว เมนูเบิ้ลข้าวอีกแล้วค่ะ 😋 #แกงเผ็ดปลาดุก #แกงปลาดุก #แกงกะทิ #tiktokfood #ห้องครัวtiktok

♬ เสียงต้นฉบับ – GDH – GDH

6. แกงเผ็ดปลาดุก

แกงเผ็ดปลาดุกเป็นเมนูที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ปลาดุกมีเนื้อนุ่มและหวาน เมื่อนำมาทำแกงจะได้รสชาติที่กลมกล่อมและไม่คาวปลา เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบรับประทานปลาน้ำจืด

ส่วนผสม: ปลาดุกหั่นชิ้น 400 กรัม, น้ำพริกแกงเผ็ด 3 ช้อนโต๊ะ, กะทิ 3 ถ้วย, มะเขือพวง 1 ถ้วย, ใบมะกรูด 5 ใบ, พริกชี้ฟ้าแดง 4 เม็ด, ใบโหระพา 1 ถ้วย, ใบชะพลู 1/2 ถ้วย, น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลปี๊บ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ: เคี่ยวกะทิครึ่งหนึ่งจนแตกมัน ใส่น้ำพริกแกงเผ็ดผัดจนหอม เติมกะทิที่เหลือลงไป รอให้เดือด ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาล ใส่มะเขือพวงลงไป เคี่ยวจนมะเขือเริ่มนุ่ม วางชิ้นปลาดุกลงไปในน้ำแกงอย่างระมัดระวัง เคี่ยวด้วยไฟอ่อนจนปลาสุกดี โรยพริกชี้ฟ้า ใบมะกรูด ใบโหระพา และใบชะพลู ปิดไฟ

https://www.tiktok.com/@eatamareth/video/7361011400015170832

7. แกงเผ็ดหมูป่า

แกงเผ็ดหมูป่าเป็นเมนูที่มีรสชาติเข้มข้นและแปลกไปจากแกงเผ็ดทั่วไป เนื้อหมูป่ามีกลิ่นและรสชาติเฉพาะตัว การทำแกงช่วยลดกลิ่นเนื้อสัตว์ป่าและเพิ่มความหอมจากเครื่องแกง

ส่วนผสม: เนื้อหมูป่าหั่นชิ้น 400 กรัม, น้ำพริกแกงเผ็ด 3 ช้อนโต๊ะ, กะทิ 2 1/2 ถ้วย, มะเขือเปราะ 1 ถ้วย, มะเขือพวง 1/2 ถ้วย, ใบมะกรูด 6 ใบ, พริกชี้ฟ้าแดง 5 เม็ด, ใบโหระพา 1 ถ้วย, ข่าซอย 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ: เคี่ยวเนื้อหมูป่ากับน้ำจนนุ่มก่อน ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ เคี่ยวกะทิจนแตกมัน ใส่น้ำพริกแกงเผ็ดและข่าผัดจนหอม เติมเนื้อหมูป่าลงไป ผัดให้เข้ากัน เติมกะทิที่เหลือลงไป ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาล ใส่มะเขือลงไป เคี่ยวจนสุก โรยพริกชี้ฟ้า ใบมะกรูด และใบโหระพา ปิดไฟ

8. แกงเผ็ดเห็ด

แกงเผ็ดเห็ดเป็นเมนูที่เหมาะสำหรับมังสวิรัติหรือผู้ที่ต้องการลดการบริโภคเนื้อสัตว์ เห็ดหลายชนิดมีเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกัน ทำให้แกงมีความน่าสนใจและอร่อย

ส่วนผสม: เห็ดนางฟ้า 200 กรัม, เห็ดหอม 100 กรัม, เห็ดแชมปิญอง 100 กรัม, น้ำพริกแกงเผ็ด 2 ช้อนโต๊ะ, กะทิ 2 1/2 ถ้วย, มะเขือเปราะ 1 ถ้วย, พริกชี้ฟ้าแดง 3 เม็ด, ใบมะกรูด 4 ใบ, ใบกะเพรา 1/2 ถ้วย, น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ (หรือซีอิ๊วขาว), น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ: ล้างเห็ดทุกชนิดให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ เคี่ยวกะทิจนแตกมัน ใส่น้ำพริกแกงเผ็ดผัดจนหอม เติมกะทิที่เหลือลงไป รอให้เดือด ปรุงรสด้วยน้ำปลาหรือซีอิ๊วขาวและน้ำตาล ใส่เห็ดทุกชนิดลงไป เคี่ยวจนเห็ดสุก ใส่มะเขือเปราะลงไป เคี่ยวต่ออีก 2-3 นาที โรยพริกชี้ฟ้า ใบมะกรูด และใบกะเพรา ปิดไฟ

@chim.phitlok

วันนี้ตาฉิมสอนวิธีการทำ “แกงเนื้อหน่อไม้ดอง” เป็นเมนูแกงที่เผ็ด ร้อน แต่อร่อยมาก🥵🌶️❤️ #ฉิม #ฉิมกับข้าวบ้านพ่อ #ร้านฉิมพิษณุโลก #ของกินพิษณุโลก #ร้านอาหารพิษณุโลก2025

♬ เสียงต้นฉบับ – ฉิม กับข้าวบ้านพ่อ – ฉิม กับข้าวบ้านพ่อ

9. แกงเผ็ดเนื้อหน่อไม้ดอง

แกงเผ็ดเนื้อหน่อไม้ดองเป็นเมนูที่มีรสชาติเปรี้ยวเล็กน้อยจากหน่อไม้ดอง ช่วยเพิ่มมิติรสชาติให้กับแกงและทำให้ไม่เลี่ยนเมื่อรับประทาน เหมาะกับผู้ที่ชอบรสชาติที่มีความซับซ้อน

ส่วนผสม: เนื้อวัวติดมัน 300 กรัม, น้ำพริกแกงเผ็ด 3 ช้อนโต๊ะ, กะทิ 4 ถ้วย, หน่อไม้ดอง 1 ถ้วย, ใบมะกรูด 6-8 ใบ, พริกชี้ฟ้าหั่นเฉียง 4 เม็ด, ใบโหระพา 1 ถ้วย, น้ำปลา 3-4 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ: เคี่ยวเนื้อวัวกับน้ำจนนุ่ม ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ เคี่ยวกะทิครึ่งหนึ่งจนแตกมัน ใส่น้ำพริกแกงเผ็ดผัดจนหอม เติมเนื้อวัวลงไป ผัดให้เข้ากัน เติมกะทิที่เหลือลงไป ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาล ใส่หน่อไม้ดองลงไป เคี่ยวจนหน่อไม้นุ่ม โรยพริกชี้ฟ้า ใบมะกรูด และใบโหระพา ปิดไฟ

@golf.jm

แจกสูตรแกงไก่พริกแกงใต้ไก่ 3 กก เลือดไก่ 2 ก้อน พริกแกงเผ็ดใต้ ครึ่งกก กะปิ 1 ชตพูน ๆ มะเขือเปาะ กระทิ1 กก น้ำสะอาด น้ำปลา น้ำตาลมะพร้าว ผงนัว ใบ มะกรูด ใบโหระพา พริกซอย #อ้ายแคปหมู #อาหารเหนือ #เมนูกระแส #แกงไก่กะทิ

♬ เสียงต้นฉบับ – นาย นาจาน พิณRock Modern – นาย นาจาน พิณRock Modern

10. แกงเผ็ดไก่ใส่เลือด

แกงเผ็ดไก่ใส่เลือดหรือที่เรียกว่าแกงไก่เลือดหาวเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมในภาคเหนือ เลือดไก่ที่แข็งตัวแล้วหั่นเป็นชิ้นมีเนื้อสัมผัสที่นุ่มและกลมกล่อม เมื่อนำมาใส่ในแกงเผ็ดจะได้รสชาติที่เข้มข้นและแปลกใหม่

ส่วนผสม: เนื้อไก่หั่นชิ้น 300 กรัม, เลือดไก่แข็งหั่นชิ้น 200 กรัม, น้ำพริกแกงเผ็ด 2 ช้อนโต๊ะ, กะทิ 2 ถ้วย, น้ำเปล่า 1 ถ้วย, ใบมะกรูด 4 ใบ, พริกชี้ฟ้าแดง 3 เม็ด, ใบโหระพา 1/2 ถ้วย, น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ: เคี่ยวกะทิครึ่งหนึ่งจนแตกมัน ใส่น้ำพริกแกงเผ็ดผัดจนหอม ใส่เนื้อไก่ลงไป ผัดจนเริ่มสุก เติมกะทิที่เหลือและน้ำเปล่าลงไป รอให้เดือด ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาล ใส่เลือดไก่ลงไปอย่างระมัดระวัง เคี่ยวด้วยไฟอ่อนจนเลือดสุก โรยพริกชี้ฟ้า ใบมะกรูด และใบโหระพา ปิดไฟ

11. แกงเผ็ดหอยขม

แกงเผ็ดหอยขมหรือแกงคั่วหอยขมเป็นเมนูพื้นบ้านภาคกลางที่มีรสชาติเข้มข้นและเค็ม หอยขมมีเนื้อสัมผัสที่เหนียวและกรุบกรอบ ผสมกับน้ำแกงที่เข้มข้นให้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์

ส่วนผสม: หอยขมล้างสะอาด 500 กรัม, น้ำพริกแกงเผ็ด 3 ช้อนโต๊ะ, หัวกะทิ 1 1/2 ถ้วย, ใบมะกรูด 5 ใบ, พริกชี้ฟ้าแดง 4 เม็ด, ใบโหระพา 1 ถ้วย, กระชายซอย 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ: เคี่ยวหัวกะทิจนแตกมัน ใส่น้ำพริกแกงเผ็ดและกระชายผัดจนหอม ใส่หอยขมลงไป ผัดให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาล ผัดต่อจนหอยขมสุกดี โรยพริกชี้ฟ้า ใบมะกรูด และใบโหระพา ปิดไฟ เสิร์ฟทันที

12. แกงเผ็ดหัวปลี

แกงเผ็ดหัวปลีเป็นเมนูที่มีรสชาติหวานละมุนจากหัวปลี ผสมกับความเผ็ดของน้ำแกงได้อย่างลงตัว หัวปลีมีคุณค่าทางโภชนาการสูงและเป็นแหล่งของใยอาหารที่ดี

ส่วนผสม: หัวปลีซอยขวาง 2 ถ้วย, น้ำพริกแกงเผ็ด 2 ช้อนโต๊ะ, เนื้อหมูหรือไก่หั่น 200 กรัม (ตัวเลือก), กะทิ 2 1/2 ถ้วย, ใบมะกรูด 4 ใบ, พริกชี้ฟ้าแดง 3 เม็ด, ใบโหระพา 1/2 ถ้วย, น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ, เกลือเล็กน้อย

วิธีทำ: แช่หัวปลีที่ซอยแล้วในน้ำปูนใสหรือน้ำมะนาวเพื่อไม่ให้ดำ เคี่ยวกะทิจนแตกมัน ใส่น้ำพริกแกงเผ็ดผัดจนหอม ถ้าใส่เนื้อให้ใส่ตอนนี้ ผัดจนเริ่มสุก เติมกะทิที่เหลือลงไป รอให้เดือด ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล และเกลือ ใส่หัวปลีลงไป เคี่ยวจนหัวปลีนุ่ม โรยพริกชี้ฟ้า ใบมะกรูด และใบโหระพา ปิดไฟ

13. แกงเผ็ดลูกชิ้นปลา

แกงเผ็ดลูกชิ้นปลาเป็นเมนูที่เหมาะสำหรับเด็กๆ และผู้ที่ไม่ชอบเนื้อสัตว์ที่มีกระดูก ลูกชิ้นปลามีเนื้อสัมผัสที่นุ่มและเด้งกรุบ ดูดซับรสชาติของน้ำแกงได้ดี

ส่วนผสม: ลูกชิ้นปลา 300 กรัม, น้ำพริกแกงเผ็ด 2 ช้อนโต๊ะ, กะทิ 2 ถ้วย, น้ำเปล่า 1 ถ้วย, มะเขือเปราะ 1 ถ้วย, ใบมะกรูด 4 ใบ, พริกชี้ฟ้าแดง 3 เม็ด, ใบโหระพา 1/2 ถ้วย, น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ: เคี่ยวกะทิครึ่งหนึ่งจนแตกมัน ใส่น้ำพริกแกงเผ็ดผัดจนหอม เติมกะทิที่เหลือและน้ำเปล่าลงไป รอให้เดือด ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาล ใส่ลูกชิ้นปลาลงไป ต้มจนลูกชิ้นสุกและลอยขึ้น ใส่มะเขือเปราะลงไป ต้มต่อจนมะเขือนุ่ม โรยพริกชี้ฟ้า ใบมะกรูด และใบโหระพา ปิดไฟ

14. แกงเผ็ดซี่โครงหมู

แกงเผ็ดซี่โครงหมูเป็นเมนูที่ทำให้ซี่โครงที่ธรรมดากลายเป็นอาหารพิเศษได้ การเคี่ยวซี่โครงจนนุ่มจะทำให้เนื้อหลุดออกจากกระดูกง่าย และรสชาติของแกงจะซึมเข้าไปในเนื้อได้อย่างดี

ส่วนผสม: ซี่โครงหมูสับชิ้น 500 กรัม, น้ำพริกแกงเผ็ด 3 ช้อนโต๊ะ, กะทิ 2 1/2 ถ้วย, น้ำเปล่า 2 ถ้วย, มะเขือพวง 1 ถ้วย, ใบมะกรูด 5 ใบ, พริกชี้ฟ้าแดง 4 เม็ด, ใบโหระพา 1 ถ้วย, น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลปี๊บ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ: ต้มซี่โครงหมูในน้ำเดือดจนเริ่มนุ่ม ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ เคี่ยวกะทิครึ่งหนึ่งจนแตกมัน ใส่น้ำพริกแกงเผ็ดผัดจนหอม ใส่ซี่โครงหมูลงไป ผัดให้เข้ากัน เติมกะทิที่เหลือและน้ำเปล่าลงไป ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาล เคี่ยวต่อจนซี่โครงนุ่มมาก ใส่มะเขือพวงลงไป เคี่ยวจนสุก โรยพริกชี้ฟ้า ใบมะกรูด และใบโหระพา ปิดไฟ

15. แกงเผ็ดปลาช่อน

แกงเผ็ดปลาช่อนเป็นเมนูที่นิยมในภาคกลางและภาคตะวันออก ปลาช่อนมีเนื้อแน่นและหวาน เมื่อนำมาทำแกงจะได้รสชาติที่กลมกล่อมและไม่คาวปลา เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบปลาน้ำจืด

ส่วนผสม: ปลาช่อนหั่นชิ้น 400 กรัม, น้ำพริกแกงเผ็ด 3 ช้อนโต๊ะ, กะทิ 3 ถ้วย, ยอดผักกระเฉด 1 ถ้วย, มะเขือพวง 1/2 ถ้วย, ใบมะกรูด 5 ใบ, พริกชี้ฟ้าแดง 4 เม็ด, ใบโหระพา 1 ถ้วย, น้ำปลา 2 1/2 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ: เคี่ยวกะทิครึ่งหนึ่งจนแตกมัน ใส่น้ำพริกแกงเผ็ดผัดจนหอม เติมกะทิที่เหลือลงไป รอให้เดือด ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาล ใส่มะเขือพวงและยอดผักกระเฉดลงไป เคี่ยวจนผักเริ่มนุ่ม วางชิ้นปลาช่อนลงไปอย่างระมัดระวัง เคี่ยวด้วยไฟอ่อนจนปลาสุกดี โรยพริกชี้ฟ้า ใบมะกรูด และใบโหระพา ปิดไฟ

@tatarstable_krua.araila

วันนี้ขอเอาใจคนไม่ทานเนื้อสัตว์กับเมนู “แกงเผ็ดเต้าหู้อ่อน” เราใช้พริกแกงเผ็ดสูตรเจ ตราครูนัส มหาชัย ไม่ใส่สี ไม่ใส่ผงชูรสสะอาดปลอดภัยตามมาตรฐาน รสชาติจัดจ้านอร่อยเลยค่ะ จะทานกับข้าวสวยร้อนๆ หรือแผ่นโรตีก็อร่อย 😋 🌶️ วัตถุดิบ: * พริกแกงเผ็ด ครูนัสมหาชัย 3 ช้อนโต๊ะ * เต้าหู้อ่อน 2 กล่อง * กะทิ 500 มล. * น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ * ซอสถั่วเหลือง 1 ช้อนโต๊ะ * พริกชี้ฟ้าแดง ตามชอบ * ใบมะกรูด ตามชอบ * แป้งโรตีหรือแป้งนาน ตามชอบ 🥘 วิธีทำ: * เริ่มจากหั่นมะเขือเปราะ และพริกชี้ฟ้าเตรียมเอาไว้ * ตั้งไฟกลางผัดกะทิให้แตกมัน แล้วค่อยใส่พริกแกงลงไปผัดให้เข้ากัน แล้วใส่น้ำกะทิที่เหลือแล้วผัดทุกอย่างให้เข้ากัน * เราจะใส่มะเขือพวงและมะเขือเปราะลงไปก่อน จะได้สุกกำลังดี จากนั้นก็ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ และซอสถั่วเหลือง ปรับชิมรสได้ตามชอบเลยค่ะ * เมื่อมะเขือสุกแล้วแล้วใส่เต้าหู้อ่อนลงไป ตามด้วยพริกชี้ฟ้าและใบมะกรูด คนทุกอย่างให้เข้ากัน ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยค่ะ * พร้อมเสิร์ฟพร้อมกับแป้งนานแล้วค่ะ #แกงเผ็ด #ครัวอะไรล่ะ #เมนูอาหาร #อาหารมังสวิรัติ #tiktokพากิน #ห้องครัวtiktok #recipe

♬ Nice and Easy – Louis Adrien

16. แกงเผ็ดเต้าหู้

แกงเผ็ดเต้าหู้เป็นเมนูมังสวิรัติที่มีโปรตีนสูง เต้าหู้ดูดซับรสชาติของน้ำแกงได้ดีเยี่ยม ทำให้ได้เมนูที่อร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการ เหมาะสำหรับผู้ที่งดเนื้อสัตว์หรือต้องการลดการบริโภคเนื้อ

ส่วนผสม: เต้าหู้แข็งหั่นชิ้น 300 กรัม, น้ำพริกแกงเผ็ด 2 ช้อนโต๊ะ, กะทิ 2 1/2 ถ้วย, มะเขือเปราะ 1 ถ้วย, มะเขือพวง 1/2 ถ้วย, พริกชี้ฟ้าแดง 3 เม็ด, ใบมะกรูด 4 ใบ, ใบโหระพา 1/2 ถ้วย, ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ: ทอดเต้าหู้จนเหลืองกรอบ ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน เคี่ยวกะทิจนแตกมัน ใส่น้ำพริกแกงเผ็ดผัดจนหอม เติมกะทิที่เหลือลงไป รอให้เดือด ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวและน้ำตาล ใส่มะเขือทั้งสองชนิดลงไป เคี่ยวจนมะเขือนุ่ม ใส่เต้าหู้ทอดลงไป เคี่ยวต่ออีก 2-3 นาทีให้เต้าหู้ดูดซับน้ำแกง โรยพริกชี้ฟ้า ใบมะกรูด และใบโหระพา ปิดไฟ

@arisara_su

เมนูบ้าน ๆ แต่เผ็ดแรง! แกงเผ็ดไข่ใส่สะตอ สูตรนี้ใครได้ชิมก็ร้องว้าว! #cheap #ห้องครัวtiktok #tiktokพากิน #กินกับtiktok #thaifood #tiktok #แกงเผ็ด #ไข่ #eggs

♬ ลงตามอารมณ์ – ลงตามอารมณ์

17. แกงเผ็ดไข่ต้ม

แกงเผ็ดไข่ต้มเป็นเมนูง่ายๆ ที่ทำได้รวดเร็ว ไข่ต้มดูดซับรสชาติของน้ำแกงได้ดี ทำให้ได้เมนูที่อร่อยและอิ่มท้อง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย

ส่วนผสม: ไข่ไก่ต้มสุกปอกเปลือก 6 ฟอง, น้ำพริกแกงเผ็ด 2 ช้อนโต๊ะ, กะทิ 2 ถ้วย, น้ำเปล่า 1 ถ้วย, มะเขือเปราะ 1 ถ้วย, ใบมะกรูด 4 ใบ, พริกชี้ฟ้าแดง 3 เม็ด, ใบโหระพา 1/2 ถ้วย, น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ: เคี่ยวกะทิครึ่งหนึ่งจนแตกมัน ใส่น้ำพริกแกงเผ็ดผัดจนหอม เติมกะทิที่เหลือและน้ำเปล่าลงไป รอให้เดือด ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาล ใส่ไข่ต้มลงไป เคี่ยวจนไข่ซึมซับรสชาติ ใส่มะเขือเปราะลงไป เคี่ยวจนมะเขือนุ่ม โรยพริกชี้ฟ้า ใบมะกรูด และใบโหระพา ปิดไฟ

@momcookingtasty

แกงเผ็ดหมึกใบยี่หร่า 🐙🌿 เผ็ดร้อน ราดข้าวหรอยหนัด . . แม่ทำกับข้าวอร่อย #ห้องครัวtiktok #อร่อยบอกต่อ #เมนูง่ายๆ #เมนูประจําวัน

♬ เสียงต้นฉบับ – อุ้ม ประสิทธิ์ – อุ้ม ประสิทธิ์

18. แกงเผ็ดหมึก

แกงเผ็ดหมึกเป็นเมนูที่มีรสชาติเข้มข้นและหอมกลิ่นทะเล หมึกมีเนื้อสัมผัสที่เหนียวนุ่ม เมื่อนำมาทำแกงจะได้รสชาติที่แปลกใหม่และอร่อย

ส่วนผสม: หมึกสดหั่นชิ้น 400 กรัม, น้ำพริกแกงเผ็ด 2 ช้อนโต๊ะ, กะทิ 2 1/2 ถ้วย, มะเขือเปราะ 1 ถ้วย, พริกชี้ฟ้าแดง 3 เม็ด, ใบมะกรูด 4 ใบ, ใบโหระพา 1/2 ถ้วย, ใบมะกรูด 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ: ล้างหมึกให้สะอาด ลวกในน้ำเดือดเล็กน้อย ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ เคี่ยวกะทิจนแตกมัน ใส่น้ำพริกแกงเผ็ดผัดจนหอม เติมกะทิที่เหลือลงไป รอให้เดือด ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาล ใส่หมึกลงไป เคี่ยวจนหมึกสุก ใส่มะเขือเปราะลงไป เคี่ยวต่อจนมะเขือนุ่ม โรยพริกชี้ฟ้า ใบมะกรูด และใบโหระพา ปิดไฟ

19. แกงเผ็ดไส้กรอกหมู

แกงเผ็ดไส้กรอกหมูเป็นเมนูแปลกใหม่ที่นำไส้กรอกมาทำแกง ไส้กรอกมีรสชาติเค็มและหวาน เมื่อผสมกับน้ำแกงเผ็ดจะได้รสชาติที่ลงตัวและไม่ซ้ำใคร

ส่วนผสม: ไส้กรอกหมูหั่นชิ้น 300 กรัม, น้ำพริกแกงเผ็ด 2 ช้อนโต๊ะ, กะทิ 2 ถ้วย, น้ำเปล่า 1 ถ้วย, มะเขือพวง 1 ถ้วย, พริกชี้ฟ้าแดง 3 เม็ด, ใบมะกรูด 4 ใบ, ใบโหระพา 1/2 ถ้วย, น้ำปลา 1 1/2 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ: ทอดไส้กรอกจนหอมเล็กน้อย ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน เคี่ยวกะทิครึ่งหนึ่งจนแตกมัน ใส่น้ำพริกแกงเผ็ดผัดจนหอม เติมกะทิที่เหลือและน้ำเปล่าลงไป รอให้เดือด ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาล (ใช้น้ำปลาน้อยเพราะไส้กรอกเค็มอยู่แล้ว) ใส่ไส้กรอกและมะเขือพวงลงไป เคี่ยวจนมะเขือนุ่ม โรยพริกชี้ฟ้า ใบมะกรูด และใบโหระพา ปิดไฟ

https://www.tiktok.com/@ying.orapin/video/7260695776240684294

20. แกงเผ็ดผักรวม

แกงเผ็ดผักรวมเป็นเมนูสุดท้ายที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทานผักให้หลากหลาย การใส่ผักหลายชนิดทำให้ได้รสชาติที่ซับซ้อนและคุณค่าทางโภชนาการสูง

ส่วนผสม: ฟักทองหั่นชิ้น 1 ถ้วย, ถั่วฝักยาว 1 ถ้วย, มะเขือเปราะ 1 ถ้วย, มะเขือพวง 1/2 ถ้วย, ยอดผักกระเฉด 1/2 ถ้วย, น้ำพริกแกงเผ็ด 2 ช้อนโต๊ะ, กะทิ 2 1/2 ถ้วย, พริกชี้ฟ้าแดง 3 เม็ด, ใบมะกรูด 4 ใบ, ใบโหระพา 1/2 ถ้วย, ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ (หรือน้ำปลา), น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ: เคี่ยวกะทิจนแตกมัน ใส่น้ำพริกแกงเผ็ดผัดจนหอม เติมกะทิที่เหลือลงไป รอให้เดือด ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวและน้ำตาล ใส่ฟักทองลงไปก่อนเพราะใช้เวลาสุกนาน เคี่ยวจนฟักทองเริ่มนุ่ม ใส่ถั่วฝักยาวและมะเขือทั้งสองชนิดลงไป เคี่ยวต่ออีก 3-4 นาที ใส่ยอดผักกระเฉดลงไป เคี่ยวจนผักทุกชนิดสุกดี โรยพริกชี้ฟ้า ใบมะกรูด และใบโหระพา ปิดไฟ

เคล็ดลับการทำแกงเผ็ดให้อร่อย

การทำแกงเผ็ดให้ได้รสชาติที่เข้มข้นและหอมกลิ่นเครื่องแกงนั้นมีเคล็ดลับหลายประการที่ควรรู้ เคล็ดลับแรกคือการเลือกใช้น้ำพริกแกงเผ็ดคุณภาพดี ไม่ว่าจะเป็นน้ำพริกแกงโฮมเมดที่ตำเองหรือซื้อสำเร็จรูปก็ตาม ควรเลือกที่มีส่วนผสมของเครื่องเทศครบถ้วนและมีกลิ่นหอมแรง หากทำเองจะได้รสชาติที่แท้จริงและปรับความเผ็ดได้ตามใจชอบ

การเคี่ยวหัวกะทิจนแตกมันเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะจะทำให้น้ำมันในกะทิแยกออกมา ช่วยให้การผัดพริกแกงมีกลิ่นหอมและสีสันสวยงาม ควรใช้ไฟปานกลางและคนบ่อยๆ เพื่อไม่ให้กะทิไหม้ เมื่อเห็นน้ำมันแยกชั้นและกะทิเริ่มแห้งก็พร้อมที่จะผัดพริกแกง ขั้นตอนนี้อาจใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที แต่จะทำให้แกงมีคุณภาพดีขึ้นมาก

การปรุงรสเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่ต้องใส่ใจ น้ำปลาและน้ำตาลควรใช้ในสัดส่วนที่เหมาะสม โดยทั่วไปจะใช้น้ำปลาประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ และน้ำตาลปี๊บหรือน้ำตาลทราย 1-2 ช้อนโต๊ะ ต่อแกง 1 หม้อ แต่สามารถปรับได้ตามความชอบ ควรชิมรสระหว่างการทำและปรุงเพิ่มเติมจนได้รสชาติที่สมดุลระหว่างเค็ม หวาน และเผ็ด

การเลือกใช้วัตถุดิบสดจะช่วยให้แกงมีรสชาติที่ดีกว่า โดยเฉพาะเนื้อสัตว์และผักสด ควรเลือกที่มีคุณภาพดีและสดใหม่ หากใช้เนื้อหมูหรือเนื้อไก่ ควรเลือกส่วนที่มีมันติดเล็กน้อยเพื่อให้เนื้อไม่แห้งเมื่อเคี่ยวนานๆ ส่วนผักควรเลือกที่สดกรอบและไม่เหี่ยวเฉา เพราะจะทำให้แกงมีเนื้อสัมผัสที่ดีและสวยงาม สำหรับผู้ที่ต้องการให้แกงมีสีสันสวยงามมากขึ้น สามารถเพิ่มพริกชี้ฟ้าสีแดงและสีเขียวที่หั่นเฉียงลงไปในตอนท้าย จะช่วยเพิ่มความสวยงามและความหอมให้กับแกงได้เป็นอย่างดี

ประโยชน์ของแกงเผ็ดต่อสุขภาพ

แม้ว่าแกงเผ็ดจะเป็นอาหารที่มีรสจัดและเค็ม แต่ก็มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมายเมื่อรับประทานอย่างพอเหมาะ ส่วนผสมหลักของแกงเผ็ดคือเครื่องเทศและสมุนไพรไทยที่มีสรรพคุณทางยา เช่น ข่าที่ช่วยบรรเทาอาการปวดท้อง แก้ท้องอืด และมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอความแก่

ตะไคร้ที่ใช้ในน้ำพริกแกงมีคุณสมบัติช่วยระบายลม แก้ท้องอืด และมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ นอกจากนี้ยังมีกลิ่นหอมที่ช่วยผ่อนคลายและลดความเครียด การรับประทานอาหารที่มีตะไคร้เป็นส่วนประกอบจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น

พริกที่เป็นส่วนประกอบหลักของแกงเผ็ดมีแคปไซซินซึ่งเป็นสารที่ให้ความเผ็ด สารนี้มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกาย ทำให้เผาผลาญพลังงานได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดความอักเสบและบรรเทาอาการปวดได้ การรับประทานอาหารเผ็ดอย่างสม่ำเสมอในปริมาณที่เหมาะสมอาจช่วยควบคุมน้ำหนักและลดความเสี่ยงของโรคหัวใจได้

กะทิที่ใช้ในแกงเผ็ดแม้จะมีไขมันสูง แต่ก็เป็นไขมันชนิดดีที่ร่างกายต้องการ โดยเฉพาะกรดไขมันชนิด MCT (Medium Chain Triglycerides) ที่ช่วยเพิ่มพลังงานและสนับสนุนการทำงานของสมอง อย่างไรก็ตาม ควรบริโภคในปริมาณที่พอดีเพราะไขมันมีแคลอรีสูง สำหรับผู้ที่ต้องการลดไขมัน สามารถใช้กะทิไขมันต่ำหรือลดปริมาณกะทิลงได้ การรับประทานแกงเผ็ดควบคู่กับผักสดและข้าวกล้องจะช่วยเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการและทำให้อาหารมีความสมดุลมากขึ้น

เมนูแกงเผ็ดและเมนูแกงอื่นๆ ที่คล้ายกัน

นอกจากแกงเผ็ดแล้ว ยังมีเมนูแกงไทยอื่นๆ ที่คล้ายกันและได้รับความนิยมไม่แพ้กัน โดยเฉพาะแกงเขียวหวานที่มีสีเขียวสดใสและรสชาติที่หวานกลมกล่อมกว่าแกงเผ็ด แกงเขียวหวานใช้น้ำพริกแกงเขียวที่ทำจากพริกขี้หนูสดสีเขียว ผสมกับเครื่องเทศชนิดต่างๆ ทำให้มีกลิ่นหอมและสีสันที่สวยงาม เมนูนี้เหมาะกับผู้ที่ไม่ชอบรสเผ็ดจัดมากนัก

แกงมัสมั่นเป็นอีกหนึ่งเมนูแกงที่มีรสชาติเข้มข้นและหอมเครื่องเทศ มีต้นกำเนิดจากการผสมผสานวัฒนธรรมอาหารไทยกับมุสลิม จึงมีรสชาติที่แตกต่างจากแกงไทยทั่วไป ส่วนผสมพิเศษของแกงมัสมั่นคือ ถั่วลิสง คั่วบด และมันฝรั่ง ที่ช่วยเพิ่มความหอมหวานและเนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุน เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบรสชาติหวานมันและไม่เผ็ดมาก

แกงส้มมีลักษณะเด่นคือรสเปรี้ยวจากมะขามเปียก และไม่ใส่กะทิ ทำให้มีรสชาติที่กระจ่างและเบาไม่เลี่ยน เหมาะสำหรับรับประทานในวันที่อากาศร้อนหรือต้องการอาหารที่ไม่หนักท้อง ส่วนผสมของแกงส้มมักจะมีผักสดหลากหลายชนิด เช่น ผักบุ้ง ฟักทอง ถั่วฝักยาว ทำให้เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง

แกงป่าเป็นแกงที่ไม่ใช่กะทิ มีรสชาติเผ็ดจัดและเค็มกว่าแกงชนิดอื่น เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบรสจัดจ้าน แกงป่านิยมใส่เครื่องในสัตว์และผักป่า มีรสชาติที่เข้มข้นและมีกลิ่นหอมจากสมุนไพรมากมาย นอกจากนี้ยังมีพะแนงที่เป็นแกงข้นหนืด มีรสชาติหวานมันจากกะทิและถั่วลิสงป่น เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบอาหารที่มีความเข้มข้นและไม่เผ็ดมากนัก แต่ละเมนูแกงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกัน ลองทำและชิมดูแล้วจะรู้ว่าแกงแบบไหนที่ตรงกับรสนิยมมากที่สุด

ทิ้งท้าย

20 เมนูแกงเผ็ดที่นำเสนอในบทความนี้แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายและความยืดหยุ่นของแกงเผ็ดในการปรับเปลี่ยนวัตถุดิบได้ตามความชอบ ตั้งแต่เนื้อสัตว์หลากหลายชนิด ไปจนถึงผักและเต้าหู้สำหรับมังสวิรัติ ทุกเมนูมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และน่าลองทำที่บ้าน

การทำแกงเผ็ดให้อร่อยต้องอาศัยความพิถีพิถันในการเลือกวัตถุดิบและการปรุงรส โดยเฉพาะการทำน้ำพริกแกงเผ็ดที่มีคุณภาพดี และการเคี่ยวหัวกะทิจนแตกมัน จะช่วยให้แกงมีกลิ่นหอมและสีสันสวยงาม เคล็ดลับเหล่านี้จะช่วยให้ผู้เริ่มต้นสามารถทำแกงเผ็ดได้อร่อยเหมือนมืออาชีพ

แกงเผ็ดไม่เพียงแต่อร่อย แต่ยังมีคุณค่าทางโภชนาการจากเครื่องเทศและสมุนไพรที่เป็นส่วนผสม การรับประทานแกงเผ็ดอย่างสม่ำเสมอในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยส่งเสริมสุขภาพและความแข็งแรงของร่างกาย อย่าลืมเลือกรับประทานคู่กับผักสดและข้าวกล้องเพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ

หากชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนๆ ที่รักการทำอาหารได้อ่านกัน และลองนำสูตรเหล่านี้ไปทำที่บ้าน แล้วมาแบ่งปันประสบการณ์หรือเคล็ดลับเพิ่มเติมในคอมเมนต์ด้านล่าง ทุกความคิดเห็นจะช่วยให้เราพัฒนาเนื้อหาให้ดีขึ้นและมีประโยชน์มากยิ่งขึ้น ขอให้สนุกกับการทำอาหารและรับประทานให้อร่อยนะ!

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back to top button