30 เมนูอาหารย่อยง่าย ทำเองที่บ้าน ครบทุกมื้อ อิ่มสบายท้อง
- ย่อยง่าย กระเพาะไม่ทำงานหนัก ทุกเมนูในลิสต์ผ่านการต้ม นึ่ง ตุ๋น หรือผัดน้ำมันน้อย เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน หลีกเลี่ยงของทอด อาหารมัน และเครื่องเทศจัดที่ระคายเคืองทางเดินอาหาร
- มีคุณค่าทางโภชนาการครบ แต่ละเมนูให้โปรตีนจากเนื้อสัตว์และไข่ คาร์โบไฮเดรตจากข้าวและเส้น วิตามินจากผักหลากชนิด พร้อมสมุนไพรไทยที่ช่วยขับลมและทำให้รู้สึกสบายท้อง
- หลากหลายวิธีทำและรสชาติ ตั้งแต่ข้าวต้มรสเค็มอ่อน โจ๊กเนียนนุ่ม แกงจืดหวานธรรมชาติ ไข่ตุ๋นครีมมี่ ไปจนถึงเมนูนึ่งที่เก็บความสดของวัตถุดิบ จัดสรรให้ไม่เบื่อแม้ทำติดต่อกันหลายมื้อ
- ใช้เวลาทำไม่นาน เมนูส่วนใหญ่ใช้เวลา 10 ถึง 30 นาที ใช้อุปกรณ์ครัวพื้นฐาน ไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ เหมาะกับชีวิตประจำวันที่เร่งรีบ
อาหารย่อยง่ายคืออาหารที่ร่างกายใช้เวลาในการย่อยน้อยและดูดซึมสารอาหารได้เร็วโดยไม่สร้างภาระให้ระบบทางเดินอาหาร หลักสำคัญคือเนื้อสัมผัสต้องนุ่ม ผ่านกระบวนการต้ม นึ่ง ตุ๋น หรือลวก เนื้อสัตว์เป็นเนื้อไม่ติดมัน ผักผ่านการทำให้สุกจนนิ่ม และเครื่องปรุงใช้แต่น้อยหลีกเลี่ยงของมันจัดและเผ็ดร้อนจนเกินไป
สำหรับผู้สูงอายุ เด็กเล็ก คนที่เพิ่งหายป่วย หรือแม้แต่คนทั่วไปที่รู้สึกว่ามื้อก่อนยังไม่ย่อย อาหารกลุ่มนี้จะช่วยให้ระบบย่อยอาหารได้พักฟื้นโดยไม่ต้องอดอาหาร ขณะเดียวกันก็ยังได้รับพลังงานและสารอาหารเพียงพอที่จะใช้ในชีวิตประจำวัน การกิน ข้าวต้ม หรือ โจ๊ก สักถ้วยแทนข้าวสวยปกติ ก็ช่วยลดภาระการย่อยลงได้มากโดยที่ยังอิ่ม
บทความนี้รวบรวม 30 เมนูอาหารย่อยง่ายที่ผ่านเกณฑ์ 4 ข้อคือ วัตถุดิบหาได้ในครัวไทยทั่วไป ขั้นตอนทำตามได้จริงในครัวบ้าน เนื้อสัมผัสนุ่มย่อยง่ายใน 1-2 ชั่วโมง และรสชาติกลมกล่อมถูกปากคนไทย เมนูทั้งหมดจัดเรียงตามประเภทอาหาร เริ่มจากกลุ่มข้าวต้มและโจ๊กที่เป็น Comfort Food ของคนไทยทุกวัย ตามด้วยแกงจืดและต้มจืด ไข่ตุ๋น เมนูนึ่ง เมนูผัดเบาๆ และปิดท้ายด้วยซุปใสและก๋วยเตี๋ยวน้ำใส
1. ข้าวต้มปลา
ข้าวต้มปลา เป็น ข้าวต้ม แบบไทยที่ใช้เนื้อปลาขาวอย่างปลานิล ปลากะพง หรือปลาจาระเม็ด เนื้อปลาให้โปรตีนย่อยง่ายและไขมันต่ำมาก น้ำซุปหวานเบาจากกระดูกปลาและขิงแก่ ซดแล้วสดชื่นไม่เลี่ยน เนื้อปลาฟูนุ่มละลายในปาก ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 25 นาที เหมาะกับมื้อเช้าหรือมื้อเย็นที่อยากได้อะไรเบาๆ
ข้อสำคัญคือต้องใช้ปลาสดเท่านั้น ปลาที่ไม่สดจะมีกลิ่นคาวแรงและเนื้อเละไม่น่ากิน วิธีล้างปลาคือเคล้าเกลือแล้วล้างน้ำเย็นจนหมดเมือก ระหว่างต้มใส่ขิงแว่นเพิ่มเพื่อดับกลิ่นคาว และห้ามคนแรงจนเนื้อปลาแตกกระจาย จะทำให้ได้เมล็ดข้าวสวยและเนื้อปลาเต็มชิ้นสวยงามน่ารับประทาน
ส่วนผสม
- เนื้อปลากะพงขาว (หั่นชิ้นหนา 1.5 เซนติเมตร) 200 กรัม
- ข้าวสารหอมมะลิ (ซาวน้ำ) 1/2 ถ้วย
- ขิงแก่ (ฝานแว่นบาง) 5 กรัม
- กระเทียมกลีบเล็ก (บุบพอแตก) 3 กลีบ
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- น้ำปลา 1/2 ช้อนชา
- กระเทียมเจียว 1 ช้อนชา
- พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 5 ถ้วย
วิธีทำ
- เตรียมปลา: ล้างเนื้อปลาด้วยเกลือ นวดเบาๆ ล้างน้ำเย็นจนหมดเมือก ซับแห้งด้วยกระดาษครัว หั่นชิ้นหนา 1.5 เซนติเมตร
- ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่าลงหม้อ ตั้งไฟแรงจนเดือด ใส่ขิงแว่นและกระเทียมบุบ ลดไฟกลาง
- ต้มข้าว: ใส่ข้าวสารที่ซาวแล้วลงไป คนเบาๆ หรี่ไฟอ่อน ต้มนาน 15 นาทีจนข้าวบานนุ่ม
- ใส่ปลา: เรียงชิ้นปลาลงในหม้อ ห้ามวางซ้อนกัน ใช้ไฟอ่อนที่สุด รอ 3-4 นาทีให้เนื้อปลาเปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่นทั่วชิ้น
- ปรุงรส: ใส่ซีอิ๊วขาว เกลือป่น และน้ำปลา ใช้ตะหลิวคนเบาๆ ที่ผิวน้ำโดยไม่ไปโดนเนื้อปลา
- เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยต้นหอมซอย ผักชีซอย กระเทียมเจียว และพริกไทยป่น เสิร์ฟทันทีร้อนๆ
2. ข้าวต้มกุ้ง
ข้าวต้มกุ้ง ใช้กุ้งสดที่ให้รสหวานธรรมชาติและเนื้อเด้งสู้ฟัน น้ำซุปจะออกหวานจากหัวกุ้งและมีสีส้มอ่อนสวยงาม กุ้งเป็นโปรตีนที่มีไขมันต่ำมากและย่อยง่าย เหมาะกับเด็กและคนที่ไม่ทานเนื้อหมูหรือไก่ ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
เคล็ดลับให้กุ้งเด้งกรอบคือการล้างกุ้งในน้ำผสมเกลือและแป้งมันเล็กน้อย 1 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็นจัด ก่อนต้มให้แช่กุ้งในน้ำเย็นจัด 5 นาที เนื้อกุ้งจะเด้งสวย ไม่หดจนแข็ง และควรใส่กุ้งเป็นลำดับสุดท้าย ต้มแค่ 2 นาทีพอดี ไม่เกินเพื่อไม่ให้เนื้อกระด้าง
ส่วนผสม
- กุ้งขาวแกะเปลือกผ่าหลัง (ล้างน้ำเกลือ สะเด็ด) 200 กรัม
- ข้าวสารหอมมะลิ (ซาวน้ำ) 1/2 ถ้วย
- กุ้งแห้งป่น 1 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมกลีบเล็ก (บุบพอแตก) 3 กลีบ
- รากผักชี (ทุบ) 2 ราก
- ขิงแก่ (ฝานแว่นบาง) 5 กรัม
- ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมเจียว 1 ช้อนชา
- พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 5 ถ้วย
วิธีทำ
- เตรียมกุ้ง: แกะเปลือกกุ้งเก็บหัวกุ้งไว้ ผ่าหลังดึงเส้นดำออก ล้างด้วยน้ำเกลือเย็นจัด สะเด็ดพักในตู้เย็น
- ตำหัวกุ้ง: นำหัวกุ้งใส่ครก ตำเบาๆ พอแตก ใส่ผ้าขาวบางแล้วมัดปากถุง
- ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่า ตั้งไฟแรงจนเดือด ใส่ถุงหัวกุ้ง ขิง และรากผักชี ต้ม 5 นาทีให้น้ำซุปหวาน
- ตักถุงหัวกุ้งออก: ตักถุงหัวกุ้งทิ้ง ใส่กระเทียมบุบและข้าวสาร หรี่ไฟอ่อน ต้ม 15 นาทีจนข้าวบาน
- ใส่กุ้ง: ใส่เนื้อกุ้งลงไป ใช้ไฟกลาง ต้ม 2 นาทีพอดีจนกุ้งเปลี่ยนเป็นสีส้มและหดโค้งเล็กน้อย
- ปรุงรส: ใส่กุ้งแห้งป่น ซีอิ๊วขาว และเกลือป่น คนเบาๆ ปิดไฟทันที
- เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยต้นหอม ผักชี กระเทียมเจียว และพริกไทยป่น
3. ข้าวต้มหมูสับ
ข้าวต้มหมูสับ เป็นข้าวต้มไทยพื้นฐานที่คนไทยคุ้นเคยมากที่สุด หมูสับปรุงรสล่วงหน้าทำให้เนื้อหมูมีรสชาติในตัวและนุ่มละลายเมื่อสุก น้ำซุปหมูหวานกลมกล่อม ข้าวเมล็ดบานนิ่มซดคล่องคอ ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลาประมาณ 25 นาที เหมาะเป็นมื้อเช้าที่ให้พลังงานอยู่ท้อง
เทคนิคหมูสับให้เนื้อนุ่มและไม่เป็นก้อนแข็งคือหมักหมูสับกับซีอิ๊วขาวและแป้งมัน 1 ช้อนชาก่อนปั้นลงหม้อ 10 นาที แป้งมันจะเคลือบผิวหมูไว้ ทำให้หมูสับนุ่มแม้ต้มนาน และควรปั้นหมูเป็นก้อนพอดีคำ ไม่เล็กเกินไปเพราะจะแตกกระจายในน้ำซุป
ส่วนผสม
- หมูสับไม่ติดมัน (หมักซีอิ๊วขาวครึ่งช้อนและแป้งมันเล็กน้อย) 200 กรัม
- ข้าวสารหอมมะลิ (ซาวน้ำ) 1/2 ถ้วย
- กระเทียมกลีบเล็ก (บุบพอแตก) 4 กลีบ
- รากผักชี (ทุบ) 2 ราก
- ขิงแก่ (ฝานแว่นบาง) 5 กรัม
- ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- ซุปก้อนรสหมู 1/2 ก้อน
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมเจียว 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 5 ถ้วย
วิธีทำ
- หมักหมูสับ: นวดหมูสับกับซีอิ๊วขาวครึ่งช้อนโต๊ะและแป้งมัน 1 ช้อนชา หมัก 10 นาที แล้วปั้นเป็นก้อนขนาดพอดีคำ
- ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่า ตั้งไฟแรงจนเดือด ใส่ขิงแว่น รากผักชี และกระเทียมบุบ ลดไฟกลาง
- ใส่ข้าว: ใส่ข้าวสารที่ซาวแล้ว คนเบาๆ หรี่ไฟอ่อน ต้ม 15 นาทีจนข้าวบาน หมั่นคนเป็นระยะ
- ใส่หมูสับ: วางก้อนหมูสับลงไปทีละก้อนในหม้อ ใช้ไฟอ่อน อย่าคนจนกว่าหมูจะเซ็ตตัว (ประมาณ 3 นาที)
- ปรุงรส: ใส่ซุปก้อน ซีอิ๊วขาวที่เหลือ และเกลือป่น คนเบาๆ ชิมรส ปิดไฟ
- เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยต้นหอม ผักชี กระเทียมเจียว และพริกไทยป่น
4. โจ๊กหมู
โจ๊กหมู ต่างจากข้าวต้มตรงที่ใช้ข้าวหักหรือข้าวสารตำให้แตก เมล็ดข้าวจะละเอียดจนเป็นเนื้อเดียวกับน้ำซุป เนื้อเนียนกว่าข้าวต้มปกติ โจ๊ก เป็นอาหารที่มีประวัติยาวนานในเอเชียตั้งแต่จีนถึงไทย ย่อยง่ายเพราะแทบไม่ต้องเคี้ยว ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 25 นาที เหมาะกับเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และคนที่มีปัญหาเรื่องการเคี้ยว
ความลับของโจ๊กเนื้อเนียนคือใช้ข้าวหักแท้หรือข้าวสารที่ตำให้แตกในครกก่อนหุง อัตราส่วนข้าว 1 ส่วนต่อน้ำ 8 ส่วน และต้องหมั่นคนระหว่างต้มเพื่อไม่ให้ติดก้นหม้อ ใส่หมูสับหลังจากข้าวเริ่มข้นจะได้หมูเนื้อนุ่มไม่สุกเกิน
ส่วนผสม
- ข้าวหักหรือข้าวสารตำแตก 1/2 ถ้วย
- หมูสับไม่ติดมัน 150 กรัม
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- ขิงแก่ (ฝานแว่นบาง) 3 ชิ้น
- ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- ซุปก้อนรสหมู 1/2 ก้อน
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ขิงซอย (สำหรับโรยหน้า) 1 ช้อนชา
- พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 4 ถ้วย
วิธีทำ
- เตรียมข้าว: หากใช้ข้าวสารให้ตำในครกพอแตก ไม่ต้องละเอียด แช่น้ำไว้ 10 นาทีแล้วซาว
- ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่า กระเทียมสับ และขิงแว่น ตั้งไฟแรงจนเดือด
- ใส่ข้าว: ใส่ข้าวหักลงไป คนทันทีไม่ให้ข้าวติดก้น หรี่ไฟอ่อน ต้มนาน 15 นาที หมั่นคนเป็นระยะ
- ใส่หมูสับ: เมื่อโจ๊กเริ่มข้น ใส่หมูสับลงไป คนให้หมูกระจายทั่ว ไม่เป็นก้อน ต้มต่อ 5-7 นาทีจนหมูสุก
- ปรุงรส: ใส่ซุปก้อน ซีอิ๊วขาว และเกลือป่น คนให้ละลาย ชิมรส ปิดไฟ
- เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยต้นหอม ผักชี ขิงซอย และพริกไทยป่น
5. โจ๊กไก่
โจ๊กไก่ เป็นทางเลือกของคนที่ไม่ทานหมูหรือต้องการโปรตีนย่อยง่ายจากสัตว์ปีก เนื้ออกไก่ให้โปรตีนสูงกว่าเนื้อหมูต่อน้ำหนักเท่ากันและมีไขมันต่ำมาก น้ำซุปไก่จะออกหวานละมุน ตัดด้วยขิงซอยร้อนๆ ช่วยขับลมและเพิ่มความสดชื่น ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลาประมาณ 25 นาที
ควรใช้อกไก่สดและหั่นตามขวางลายเนื้อเพื่อให้เส้นใยกล้ามเนื้อสั้นลง เนื้อไก่จะนุ่มไม่กระด้างเมื่อสุก ระหว่างต้มให้ใช้ไฟอ่อนและไม่ต้องคนจนกว่าไก่จะสุก เพราะเนื้อไก่ที่ยังดิบจะแตกกระจายง่าย
ส่วนผสม
- เนื้ออกไก่ (ล้างสะอาด หั่นชิ้นพอดีคำ) 200 กรัม
- ข้าวหักหรือข้าวสารตำแตก 1/2 ถ้วย
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- ขิงแก่ (ฝานแว่นบาง) 3 ชิ้น
- ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- ซุปก้อนรสไก่ 1/2 ก้อน
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ขิงซอย (สำหรับโรยหน้า) 1 ช้อนชา
- พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 4 ถ้วย
วิธีทำ
- เตรียมไก่: ล้างอกไก่ ซับแห้งด้วยกระดาษครัว หั่นตามขวางลายเนื้อเป็นชิ้นเล็กพอดีคำ
- ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่า กระเทียมสับ และขิงแว่น ตั้งไฟแรงจนเดือด ลดไฟกลาง
- ใส่ข้าว: ใส่ข้าวหักลงไป คนไม่ให้ติดก้น หรี่ไฟอ่อน ต้มนาน 15 นาทีจนข้าวเริ่มข้นและบาน
- ใส่ไก่: ใส่เนื้ออกไก่ลงไป คนเบาๆ ใช้ไฟอ่อน ต้มต่อ 5-7 นาทีจนเนื้อไก่เปลี่ยนเป็นสีขาวทั่ว
- ปรุงรส: ใส่ซุปก้อน ซีอิ๊วขาว และเกลือป่น คนให้ละลาย ชิมรส ปิดไฟ
- เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยต้นหอม ผักชี ขิงซอย และพริกไทยป่น
6. แกงจืดเต้าหู้หมูสับ
แกงจืดเต้าหู้หมูสับ เป็นหนึ่งในเมนู แกงจืด ยอดนิยมของครัวไทย น้ำซุปใสที่ได้จากการต้มหมูสับและเต้าหู้ให้รสกลมกล่อมเค็มเบา หวานจากน้ำซุปธรรมชาติ เต้าหู้ไข่เนื้อนุ่มดูดซึมน้ำซุปได้ดี ยิ่งต้มนานยิ่งอร่อย ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลาประมาณ 15 นาที
เคล็ดลับน้ำแกงจืดใสคือการช้อนฟองที่ลอยขึ้นผิวน้ำเป็นระยะตั้งแต่ขั้นตอนแรก และใช้ไฟกลางค่อนอ่อนตลอดการต้ม ไม่ใช้ไฟแรงเพราะจะทำให้น้ำซุปขุ่น ใส่เต้าหู้ไข่หลังหมูสับสุกแล้วเท่านั้นเพราะเต้าหู้ไข่เนื้อนิ่มจะเละถ้าต้มนานเกิน 5 นาที
ส่วนผสม
- หมูสับไม่ติดมัน 150 กรัม
- เต้าหู้ไข่ (หั่นท่อน 2 เซนติเมตร) 1 หลอด
- กระเทียมกลีบเล็ก (บุบพอแตก) 3 กลีบ
- รากผักชี (ทุบ) 2 ราก
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- ซุปก้อนรสหมู 1/3 ก้อน
- พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 3 ถ้วย
วิธีทำ
- ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่า กระเทียมบุบ และรากผักชี ตั้งไฟแรงจนเดือด ลดไฟกลาง
- ใส่หมูสับ: ปั้นหมูสับเป็นก้อนพอดีคำ วางลงหม้อทีละก้อน รอ 2 นาทีให้หมูเซ็ตตัวก่อนคน
- ช้อนฟอง: ใช้ทัพพีช้อนฟองที่ลอยขึ้นผิวน้ำออกจนหมด ระหว่างนี้ไฟยังอยู่ที่ระดับกลาง
- ปรุงรส: ใส่ซุปก้อน ซีอิ๊วขาว และเกลือป่น คนเบาๆ
- ใส่เต้าหู้: ใส่เต้าหู้ไข่หั่นท่อนลงไป ต้มต่อ 3-5 นาทีด้วยไฟอ่อน ระวังอย่าให้เต้าหู้แตก
- เสิร์ฟ: โรยต้นหอม ผักชี และพริกไทยป่น เสิร์ฟร้อน
7. แกงจืดตำลึง
แกงจืดตำลึง เป็น แกงจืด สไตล์ไทยที่ใช้ใบตำลึงอ่อนเป็นผักหลัก ใบตำลึงมีรสหวานนุ่มเมื่อสุก ไม่มีกลิ่นเหม็นเขียวหรือรสขม อุดมด้วยวิตามินเอสูงและมีใยอาหารแบบละลายน้ำที่ย่อยง่าย น้ำซุปจะออกสีเขียวอ่อนจางๆ จากคลอโรฟิลล์ธรรมชาติของใบตำลึง ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลาประมาณ 10 นาที
เทคนิคเลือกตำลึงคือใช้ยอดอ่อนและใบอ่อนเท่านั้น ใบแก่จะมีเสี้ยนแข็งย่อยยาก ควรเด็ดเอาแต่ใบ ไม่เอาก้าน เพราะก้านตำลึงมียางและเหนียว ใส่ใบตำลึงเป็นลำดับสุดท้ายหลังจากปิดไฟแล้ว ความร้อน残留ในหม้อจะทำให้ใบตำลึงสลดพอดี สีเขียวสด ไม่ดำและไม่เหี่ยวเกิน
ส่วนผสม
- ใบตำลึงอ่อน (เด็ดใบ ล้างสะอาด) 2 ถ้วย
- หมูสับไม่ติดมัน 120 กรัม
- กระเทียมกลีบเล็ก (บุบพอแตก) 3 กลีบ
- รากผักชี (ทุบ) 1 ราก
- ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- ซุปก้อนรสหมู 1/3 ก้อน
- กระเทียมเจียว 1 ช้อนชา
- พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 3 ถ้วย
วิธีทำ
- ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่า กระเทียมบุบ และรากผักชี ตั้งไฟแรงจนเดือด ลดไฟกลาง
- ใส่หมูสับ: ปั้นหมูสับเป็นก้อนเล็ก ใส่ลงหม้อ รอ 1 นาทีให้หมูเซ็ตตัว
- ช้อนฟอง: ช้อนฟองออกจนน้ำซุปใส ปรุงรสด้วยซุปก้อน ซีอิ๊วขาว และเกลือป่น
- ปิดไฟใส่ตำลึง: ปิดไฟเตา ใส่ใบตำลึงทั้งหมดลงในหม้อ ใช้ตะหลิวคนเบาๆ 1-2 ครั้ง ความร้อนจะทำให้ใบตำลึงสลดพอดีใน 30 วินาที
- เสิร์ฟ: ตักใส่ชามทันที โรยกระเทียมเจียวและพริกไทยป่น ไม่ควรตั้งทิ้งไว้นานเพราะใบตำลึงจะคล้ำ
8. แกงจืดฟักหมูสับ
แกงจืดฟักหมูสับ เป็นแกงจืดที่ใช้ฟักแก่ปอกเปลือกหั่นชิ้น เนื้อฟักเมื่อต้มสุกจะนุ่มใส อมน้ำซุปและให้รสหวานธรรมชาติแบบอ่อนๆ ทำให้ไม่ต้องเติมน้ำตาล ฟักมีปริมาณน้ำสูงจึงช่วยเพิ่มความสดชื่นและมีแคลอรีต่ำมาก ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
วิธีหั่นฟักให้สุกพอดีและไม่เละคือหั่นเป็นชิ้นสามเหลี่ยมหนาประมาณ 2 เซนติเมตร ถ้าหั่นบางเกินไปฟักจะเละ ถ้าหนาเกินไปจะใช้เวลาต้มนานจนน้ำซุปขุ่น และต้องหั่นฟักให้ขนาดเท่ากันทุกชิ้นเพื่อให้สุกพร้อมกัน
ส่วนผสม
- ฟักแก่ (ปอกเปลือก หั่นชิ้นหนา 2 เซนติเมตร) 300 กรัม
- หมูสับไม่ติดมัน 150 กรัม
- กระเทียมกลีบเล็ก (บุบพอแตก) 3 กลีบ
- รากผักชี (ทุบ) 2 ราก
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- ซุปก้อนรสหมู 1/3 ก้อน
- พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
- กระเทียมเจียว 1 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 3 ถ้วย
วิธีทำ
- เตรียมฟัก: ปอกเปลือกฟักแก่ คว้านเมล็ดออก หั่นเป็นชิ้นสามเหลี่ยมหนา 2 เซนติเมตร ล้างน้ำ
- ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่า ใส่กระเทียมบุบและรากผักชี ตั้งไฟแรงจนเดือด
- ใส่ฟัก: ใส่ฟักลงไป หรี่ไฟกลาง ต้ม 7-8 นาทีจนฟักเริ่มใสและนิ่มเมื่อใช้ส้อมจิ้ม
- ใส่หมูสับ: ปั้นหมูสับเป็นก้อน ใส่ลงหม้อ รอ 2 นาทีจนหมูเซ็ตตัว
- ปรุงรส: ใส่ซุปก้อน ซีอิ๊วขาว และเกลือป่น ช้อนฟองออก ชิมรส
- เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยต้นหอม ผักชี กระเทียมเจียว และพริกไทยป่น
9. แกงจืดวุ้นเส้น
แกงจืดวุ้นเส้น หรือที่เรียกอีกชื่อว่า “แกงร้อน” เป็นแกงจืดใสที่ใส่ วุ้นเส้น ลงไปดูดซึมน้ำซุปจนอวบนุ่ม วุ้นเส้นทำจากถั่วเขียว ให้คาร์โบไฮเดรตแบบย่อยง่ายและไม่มีกลูเตน เนื้อสัมผัสลื่นนุ่ม ซดคล่องคอพร้อมน้ำซุป ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลาประมาณ 12 นาที
วุ้นเส้นต้องแช่น้ำเย็น 10 นาทีก่อนใช้แล้วตัดเป็นท่อนสั้นประมาณ 10 เซนติเมตร ห้ามแช่น้ำร้อนเพราะจะพองตัวมากเกินและเละเมื่อต้มอีกครั้ง ใส่วุ้นเส้นเป็นลำดับสุดท้าย ต้มแค่ 2 นาทีพอดีเพื่อให้วุ้นเส้นดูดซึมน้ำซุปและยังมีความเด้งนิดๆ
ส่วนผสม
- วุ้นเส้น (แช่น้ำเย็น 10 นาที ตัดท่อน) 80 กรัม
- หมูสับไม่ติดมัน 150 กรัม
- กระเทียมกลีบเล็ก (บุบพอแตก) 3 กลีบ
- รากผักชี (ทุบ) 2 ราก
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- ซุปก้อนรสหมู 1/3 ก้อน
- พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
- กระเทียมเจียว 1 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 3 ถ้วย
วิธีทำ
- เตรียมวุ้นเส้น: แช่วุ้นเส้นในน้ำเย็นสะอาด 10 นาทีจนนิ่ม ตัดด้วยกรรไกรเป็นท่อน 10 เซนติเมตร พักไว้ในกระชอน
- ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่า กระเทียมบุบ และรากผักชี ตั้งไฟแรงจนเดือด
- ใส่หมูสับ: ปั้นหมูสับเป็นก้อนเล็ก ใส่ลงหม้อ รอให้หมูสุก 3-4 นาที ช้อนฟองออก
- ปรุงรส: ใส่ซุปก้อน ซีอิ๊วขาว และเกลือป่น คนให้ละลาย
- ใส่วุ้นเส้น: ใส่วุ้นเส้นลงไป ใช้ตะเกียบหรือทัพพีคนให้วุ้นเส้นกระจาย ต้ม 2 นาที ปิดไฟ
- เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยต้นหอม ผักชี กระเทียมเจียว และพริกไทยป่น
10. ต้มจืดมะระยัดไส้
ต้มจืดมะระยัดไส้ เป็นแกงจืดชนิดหนึ่งที่ใช้มะระจีนยัดไส้หมูสับปรุงรส มะระจีนต่างจากมะระไทยตรงที่มีรสขมอ่อนและเนื้อหนากรอบ เมื่อต้มสุกความขมจะลดลงเหลือเพียงรสขมปลายลิ้นที่ตัดกับความหวานของหมูสับและน้ำซุปอย่างลงตัว ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลาประมาณ 35 นาที
ลดความขมของมะระด้วยการคลุกเกลือแล้วขยำเบาๆ ทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วล้างออก หรือลวกในน้ำเดือด 1-2 นาทีแล้วแช่น้ำเย็นทันที อีกวิธีคือใช้ช้อนคว้านไส้ในและเยื่อขาวที่ติดเมล็ดออกให้หมด เพราะความขมส่วนใหญ่จะอยู่ที่เยื่อขาวนี้
ส่วนผสม
- มะระจีน (หั่นท่อน 3 เซนติเมตร คว้านไส้ออก ลดความขม) 1 ผล (ประมาณ 300 กรัม)
- หมูสับไม่ติดมัน 200 กรัม
- วุ้นเส้น (แช่น้ำ ตัดท่อน 1 เซนติเมตร) 30 กรัม
- กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
- รากผักชีสับ 1/2 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- ซุปก้อนรสหมู 1/2 ก้อน
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมเจียว 1 ช้อนชา
- พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 4 ถ้วย
วิธีทำ
- เตรียมมะระ: หั่นมะระเป็นท่อน 3 เซนติเมตร คว้านไส้และเยื่อขาวออกให้หมด คลุกเกลือ ขยำเบาๆ แช่ทิ้งไว้ 10 นาที ล้างน้ำสะอาด สะเด็ด
- ทำไส้หมูสับ: ผสมหมูสับ วุ้นเส้นตัดสั้น กระเทียมสับ รากผักชีสับ ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ และพริกไทยป่นเล็กน้อย นวดจนเข้ากัน
- ยัดไส้: ยัดไส้หมูสับลงในท่อนมะระ กดให้แน่นพอประมาณ ไม่ต้องอัดแน่นเกินเพราะหมูสับจะพองตัวเมื่อสุก
- ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่า ตั้งไฟแรงจนเดือด ใส่ซุปก้อนและซีอิ๊วขาวที่เหลือ
- ต้ม: ค่อยๆ หย่อนท่อนมะระลงหม้อ หรี่ไฟกลาง ต้ม 20-25 นาทีจนมะระนิ่มและหมูสับสุกทั่ว
- ปรุงรส: เติมเกลือป่นตามชอบ ช้อนฟองออกถ้ามี
- เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยต้นหอม ผักชี กระเทียมเจียว และพริกไทยป่น
11. ไข่ตุ๋น
ไข่ตุ๋น เป็นเมนูไข่นึ่งสไตล์ไทยที่ได้เนื้อเนียนละเอียด เนื้อสัมผัสนุ่มเด้งเหมือนพุดดิ้ง รสเค็มเบาหวานนิดจากซีอิ๊วขาว ไข่เป็นแหล่งโปรตีนที่ย่อยง่ายที่สุด ร่างกายดูดซึมได้เร็วกว่าโปรตีนจากเนื้อสัตว์มาก ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
ความลับของไข่ตุ๋นเนื้อเนียนไร้รูพรุนคืออัตราส่วนน้ำซุปต่อไข่ที่ 1.5 ต่อ 1 และการกรองไข่ด้วยกระชอนตาถี่ก่อนนึ่ง ฟองอากาศที่เกิดขึ้นระหว่างตีไข่คือสาเหตุที่ทำให้หน้าไข่ตุ๋นเป็นหลุม ระหว่างนึ่งต้องใช้ไฟอ่อนมากและห้ามเปิดฝาซึ้งระหว่างนึ่ง อีกเคล็ดลับคือปิดฝาชามด้วยฟอยล์หรือผ้าขาวบางเพื่อไม่ให้หยดน้ำจากฝาซึ้งหล่นใส่หน้าไข่
ส่วนผสม
- ไข่ไก่ 2 ฟอง
- น้ำซุปไก่หรือน้ำเปล่าผสมซุปก้อน 1/4 ก้อน 3 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1 หยิบมือ
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนชา
- พริกไทยป่น 1 หยิบมือ
วิธีทำ
- ผสมไข่: ตอกไข่ใส่ชาม ตีเบาๆ ด้วยตะเกียบหรือส้อม อย่าตีแรงจนเกิดฟองมาก
- ผสมน้ำซุป: ละลายซุปก้อนกับน้ำร้อน พักให้อุ่น ห้ามใช้น้ำร้อนจัดเพราะไข่จะสุกเป็นเส้น
- รวมกัน: เทน้ำซุปอุ่น ซีอิ๊วขาว และเกลือลงในไข่ คนเบาๆ จนเข้ากัน
- กรอง: กรองส่วนผสมไข่ผ่านกระชอนตาถี่ลงในชามสำหรับนึ่ง ใช้ช้อนตักฟองที่ลอยอยู่ออก
- ปิดชาม: ปิดปากชามด้วยฟอยล์ให้ตึง ไม่ให้หยดน้ำจากฝาซึ้งหล่นใส่
- นึ่ง: ใส่ในลังถึงน้ำเดือดที่มีไฟอ่อนมาก นึ่งนาน 12-15 นาทีจนไข่เซ็ตตัว (ทดสอบโดยการเขย่าเบาๆ เนื้อไข่ควรกระเพื่อมเล็กน้อยตรงกลาง)
- เสิร์ฟ: เปิดฟอยล์ โรยต้นหอมซอยและพริกไทยป่น เสิร์ฟร้อน
12. ไข่ตุ๋นทรงเครื่อง
ไข่ตุ๋นทรงเครื่อง เป็นไข่ตุ๋นที่เพิ่มเนื้อสัตว์ลงไปให้มีรสชาติและโปรตีนมากขึ้น ใส่หมูสับ กุ้ง หรือปูอัด ทำให้ได้ทั้งเนื้อเนียนของไข่ตุ๋นและรสหวานจากเนื้อสัตว์ในคำเดียวกัน นิยมเสิร์ฟเป็นมื้อเช้าหรือมื้อเย็นเบาๆ ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 25 นาที
เทคนิคให้เนื้อสัตว์ไม่จมอยู่ก้นชามคือการผัดหมูสับหรือเนื้อสัตว์ให้สุกก่อนแล้วใส่ลงไปตอนไข่ตุ๋นเริ่มเซ็ตตัว (ประมาณนาทีที่ 8 ของการนึ่ง) เนื้อสัตว์จะอยู่กระจายทั่วไข่ตุ๋น ไม่จมลงก้น หรืออีกวิธีคือวางเนื้อสัตว์สุกไว้ด้านล่างของชามก่อนเทไข่กรองลงไป
ส่วนผสม
- ไข่ไก่ 2 ฟอง
- น้ำซุปไก่หรือน้ำเปล่าผสมซุปก้อน 1/4 ก้อน 3 ช้อนโต๊ะ
- หมูสับ (ผัดสุก) 50 กรัม
- กุ้งสด (แกะเปลือก สับหยาบ ผัดสุก) 30 กรัม
- ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1 หยิบมือ
- เห็ดหอมแห้ง (แช่น้ำ หั่นเส้น) 1 ดอก
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนชา
- พริกไทยป่น 1 หยิบมือ
วิธีทำ
- เตรียมหน้าทรงเครื่อง: ผัดหมูสับกับน้ำมันเล็กน้อยด้วยไฟกลางจนสุก ใส่กุ้งสับ ผัดต่อ 1 นาที ใส่ซีอิ๊วขาวนิดหน่อย พักให้เย็น
- ผสมไข่: ตอกไข่ใส่ชาม ตีเบาๆ ด้วยตะเกียบ ไม่ให้เกิดฟองมาก
- ผสมน้ำซุป: ละลายซุปก้อนกับน้ำร้อน พักให้อุ่น เทใส่ไข่ พร้อมซีอิ๊วขาวและเกลือ คนเบาๆ
- กรอง: กรองไข่ผ่านกระชอนตาถี่ลงในชามนึ่ง ตักฟองออก
- ใส่หน้าทรงเครื่อง: ใส่เห็ดหอมแช่น้ำแล้วลงก่อน ตามด้วยหมูสับและกุ้งสับที่ผัดแล้วให้กระจายทั่ว
- ปิดและนึ่ง: ปิดชามด้วยฟอยล์ นึ่งในลังถึงไฟอ่อน 15-18 นาที
- เสิร์ฟ: โรยต้นหอมซอยและพริกไทยป่น เสิร์ฟร้อน
13. ข้าวต้มปลากะพง
ข้าวต้มปลากะพง เป็นข้าวต้มปลาพรีเมียมที่ใช้ปลากะพงขาวสด เนื้อปลากะพงแน่น หวาน และมีไขมันแทรกน้อยมาก เมื่อต้มสุกแล้วเนื้อยังคงเป็นชิ้นสวยไม่แตกกระจาย น้ำซุปจะหอมหวานจากกระดูกปลา ข้าวบานนุ่มนวล ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
ใช้กระดูกปลากะพงต้มน้ำซุปก่อน 10 นาทีจะได้น้ำซุปหวานธรรมชาติที่ไม่ต้องพึ่งซุปก้อน ข้อสำคัญคืออย่าใช้ไฟแรงเกินเพราะกระดูกปลาจะขุ่นและน้ำซุปจะมีสีคล้ำ กรองน้ำซุปด้วยกระชอนตาถี่ก่อนนำไปต้มข้าวเพื่อให้ได้น้ำซุปใสสะอาด
ส่วนผสม
- เนื้อปลากะพงขาว (หั่นชิ้นหนา 1.5 เซนติเมตร) 200 กรัม
- กระดูกปลากะพง (สำหรับต้มน้ำซุป) 100 กรัม
- ข้าวสารหอมมะลิ (ซาวน้ำ) 1/2 ถ้วย
- ขิงแก่ (ฝานแว่นบาง) 5 กรัม
- กระเทียมกลีบเล็ก (บุบพอแตก) 3 กลีบ
- รากผักชี (ทุบ) 2 ราก
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- คื่นช่ายหั่นท่อน 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- น้ำปลาอย่างดี 1/2 ช้อนชา
- กระเทียมเจียว 1 ช้อนชา
- พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 6 ถ้วย
วิธีทำ
- เตรียมน้ำซุปปลา: ใส่น้ำเปล่า 6 ถ้วย ใส่กระดูกปลากะพง ขิงแว่น และรากผักชี ตั้งไฟกลาง เคี่ยวนาน 10 นาที
- กรองน้ำซุป: กรองน้ำซุปด้วยกระชอนตาถี่ แยกน้ำซุปใสเก็บไว้ ทิ้งกาก
- ต้มข้าว: ใส่น้ำซุปปลาที่กรองแล้วลงหม้อ ตั้งไฟแรงจนเดือด ใส่ข้าวสาร หรี่ไฟอ่อน ต้ม 15 นาทีจนข้าวบาน
- เตรียมปลา: หั่นเนื้อปลากะพงเป็นชิ้นหนา 1.5 เซนติเมตร ล้างน้ำเกลือเบาๆ ซับแห้ง
- ใส่ปลา: ใส่ชิ้นปลาลงในหม้อ เรียงให้กระจายไม่ซ้อนกัน ใช้ไฟอ่อน รอ 3-4 นาทีจนเนื้อปลาเปลี่ยนเป็นสีขาวทึบ
- ปรุงรส: ใส่ซีอิ๊วขาว เกลือป่น และน้ำปลา คนเบาๆ ปิดไฟ
- เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยต้นหอม ผักชี คื่นช่าย กระเทียมเจียว และพริกไทยป่น
14. ต้มยำปลาน้ำใส
ต้มยำปลาน้ำใส เป็นต้มยำแบบไม่ใส่กะทิและไม่ใส่น้ำพริกเผา เน้นน้ำซุปใสที่ได้รสเปรี้ยวจากมะนาว เผ็ดอ่อนจากพริกสด และหอมจากข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด เนื้อปลาที่ใช้ควรเป็นปลาเนื้อขาวที่แน่นไม่เละง่าย ต่างจากต้มยำกุ้งที่หลายคนคุ้นเคย ต้มยำปลาน้ำใสมีรสชาติเบากว่าและย่อยง่ายกว่า ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
ไม่ต้องใส่น้ำพริกเผาเพื่อคงความใสของน้ำซุป ถ้าต้องการความหอมเพิ่มให้ใช้น้ำมันกระเทียมเจียวหยอดตอนเสิร์ฟ ใส่ปลาทีหลังเครื่องสมุนไพรเพื่อไม่ให้เนื้อปลาเละ และบีบมะนาวหลังปิดไฟเพื่อไม่ให้รสเปรี้ยวเปลี่ยนเป็นขมจากความร้อน
ส่วนผสม
- เนื้อปลากะพงหรือปลานิล (หั่นชิ้นหนา 2 เซนติเมตร) 250 กรัม
- ตะไคร้ (ทุบ หั่นท่อน) 2 ต้น
- ข่าแก่ (ฝานแว่นบาง) 5 แว่น
- ใบมะกรูด (ฉีกก้านกลางออก) 4 ใบ
- หอมแดง (บุบพอแตก) 3 หัว
- พริกขี้หนูสวน (บุบพอแตก) 5 เม็ด
- มะนาว (คั้นน้ำ) 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- ผักชีฝรั่งซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 4 ถ้วย
วิธีทำ
- ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่า ตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด และหอมแดง ตั้งไฟแรงจนเดือด ลดไฟกลาง ต้ม 5 นาทีเพื่อให้น้ำซุปหอม
- ใส่ปลา: ใส่เนื้อปลาลงไป หรี่ไฟอ่อน ต้มประมาณ 5-6 นาทีจนเนื้อปลาสุกเป็นสีขาวทั่ว
- ปรุงรส: ใส่น้ำปลาและเกลือป่น คนเบาๆ ชิมรสตามชอบ ใส่พริกขี้หนูบุบ
- ปิดไฟใส่มะนาว: ปิดไฟ ยกลงจากเตา ค่อยๆ เติมน้ำมะนาว คนเบาๆ (ห้ามใส่มะนาวตอนไฟยังติดเพราะจะขม)
- เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยผักชีฝรั่งและต้นหอม เสิร์ฟร้อน
15. ปลานึ่งซีอิ๊ว
ปลานึ่งซีอิ๊ว เป็นเมนูนึ่งสไตล์จีนที่นิยมใช้ปลากะพงหรือปลาเก๋า ปลาทั้งตัวถูกนึ่งบนจานที่รองด้วยขิงและต้นหอม ราดซีอิ๊วร้อนจัดหลังนึ่งเสร็จ เนื้อปลาจะหวานนุ่ม ซีอิ๊วร้อนเมื่อสัมผัสน้ำมันงาจะส่งกลิ่นหอมฟุ้งทันที เป็นเมนูที่เน้นความสดของปลาอย่างแท้จริง ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลาประมาณ 25 นาที
การนึ่งปลาทั้งตัวให้สุกพอดีทั่วถึงคือใช้ตะเกียบรองใต้ตัวปลาเพื่อให้ไอน้ำหมุนเวียนใต้ท้องปลา ระยะเวลานึ่งขึ้นกับขนาดปลา ปลา 500 กรัมใช้เวลาประมาณ 12-15 นาที ทดสอบสุกด้วยการใช้ปลายตะเกียบจิ้มเนื้อส่วนที่หนาที่สุด ถ้าเนื้อร่อนออกจากก้างง่ายแสดงว่าสุก
ส่วนผสม
- ปลากะพงขาว (ขอดเกล็ด ควักไส้ ล้าง บั้งเป็นร่อง) 1 ตัว (500 กรัม)
- ขิงแก่ (ซอยเส้นบาง) 20 กรัม
- ต้นหอม (ซอยเส้นยาว 5 เซนติเมตร) 3 ต้น
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
- น้ำมันงา 1 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
- เกลือป่น (สำหรับขยี้ปลา) 1/2 ช้อนชา
วิธีทำ
- เตรียมปลา: ล้างปลาให้สะอาด ขยี้เกลือให้ทั่วตัวปลาเพื่อลดกลิ่นคาว ล้างออก ซับแห้ง บั้งเนื้อปลาทั้งสองข้างเป็นร่องตื้น
- จัดจานนึ่ง: วางตะเกียบ 2 คู่ขวางบนจานนึ่ง วางขิงซอยครึ่งหนึ่งบนตะเกียบ วางปลาลงบนขิง
- นึ่ง: ตั้งน้ำในลังถึงให้เดือดจัด วางจานปลาลงไป ปิดฝา นึ่งด้วยไฟแรง 12-15 นาที
- เตรียมซอส: ผสมซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย น้ำตาลทราย และพริกไทยป่น คนจนน้ำตาลละลาย
- ตรวจปลา: เปิดฝา ใช้ตะเกียบจิ้มส่วนหนาที่สุดของปลา ถ้าเนื้อร่อนจากก้างและเป็นสีขาวทึบ ไม่ใส นำออกจากลังถึง
- ราดซอส: เทน้ำที่ออกจากตัวปลาบนจานทิ้ง ราดซอสที่ผสมไว้บนตัวปลา
- เจียวน้ำมัน: ตั้งน้ำมันพืชในกระทะให้ร้อนจนควันขึ้น โรยขิงซอยที่เหลือและต้นหอมบนตัวปลา ราดน้ำมันร้อนจัดลงไป
- เสิร์ฟ: หยดน้ำมันงาเล็กน้อย เสิร์ฟทันที
16. ปลากะพงนึ่งมะนาว
ปลากะพงนึ่งมะนาว เป็นเมนูนึ่งปลาสไตล์ไทยที่เน้นรสเปรี้ยวนำ ตามด้วยเผ็ดเล็กน้อยและเค็มกลมกล่อมจากกระเทียมและพริกสด น้ำซุปที่ได้จากน้ำมะนาวและน้ำปลาจะเคลือบเนื้อปลาไว้ พร้อมกลิ่นหอมของกระเทียมสับละเอียดที่จัดวางบนตัวปลา เป็นเมนูที่ทั้งย่อยง่ายและมีรสชาติจัดจ้านถูกปากคนไทย ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลาประมาณ 25 นาที
เคล็ดลับความจัดจ้านคือการตำกระเทียม พริก และน้ำตาลปี๊บให้ละเอียด แล้วผสมกับน้ำมะนาวและน้ำปลา ราดบนปลาหลังนึ่งสุกใหม่ๆ ร้อนๆ น้ำยำจะซึมเข้าเนื้อปลาได้ดี ใช้มะนาวสดและบีบตอนจะกินเท่านั้น ถ้าบีบมะนาวแล้วทิ้งไว้นานรสจะเปลี่ยน
ส่วนผสม
- ปลากะพงขาว (ขอดเกล็ด ควักไส้ บั้ง) 1 ตัว (500 กรัม)
- กระเทียมกลีบเล็ก (สับละเอียด) 10 กลีบ
- พริกขี้หนูสวน (ซอยละเอียด) 10 เม็ด
- น้ำมะนาวสด 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 2 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนชา
- ตะไคร้ (ทุบ หั่นท่อน) 1 ต้น
- ใบมะกรูด (ฉีก) 3 ใบ
- เกลือ (สำหรับขยี้ปลา) 1/2 ช้อนชา
- มะนาวฝานแว่น (สำหรับตกแต่ง) 2-3 แว่น
วิธีทำ
- เตรียมปลา: ล้างปลา ขยี้เกลือให้ทั่ว ล้างออก ซับแห้ง บั้งเนื้อทั้งสองข้าง
- จัดจานนึ่ง: วางตะไคร้ทุบและใบมะกรูดในจานนึ่ง วางปลาลงด้านบน
- นึ่ง: นึ่งในลังถึงน้ำเดือดไฟแรง 12-15 นาทีจนปลาสุก
- ทำน้ำยำ: ตำกระเทียมและพริกขี้หนูให้ละเอียด ใส่น้ำตาลปี๊บ ตามด้วยน้ำปลาและน้ำมะนาว คนให้เข้ากัน ชิมรส
- ราดน้ำยำ: นำปลาออกจากลังถึง เทน้ำที่ออกจากปลาทิ้ง ราดน้ำยำบนตัวปลาทันทีขณะร้อน
- เสิร์ฟ: วางมะนาวฝานแว่นข้างจาน เสิร์ฟร้อน
17. อกไก่นึ่ง
อกไก่นึ่ง เป็นเมนูคลีนที่ง่ายที่สุดในลิสต์นี้ ใช้อกไก่ปรุงรสเบาๆ แล้วนึ่งจนสุก ได้เนื้อไก่ที่นุ่มชุ่มฉ่ำ ตรงข้ามกับอกไก่ต้มที่มักแห้งกระด้าง อกไก่เป็นแหล่งโปรตีนลีนสูงสุด มีไขมันต่ำกว่าเนื้อสัตว์เกือบทุกชนิด ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลาประมาณ 15 นาที
ความลับของอกไก่นึ่งไม่ให้แห้งคือหมักกับซีอิ๊วขาวและน้ำมันงาก่อนนึ่ง 10-15 นาที และนึ่งด้วยไฟกลางค่อนอ่อน ไม่ใช่ไฟแรง เวลานึ่งประมาณ 10-12 นาทีสำหรับอกไก่หนา 2 เซนติเมตร ใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิภายในให้ได้ 74 องศาเซลเซียส ถ้าไม่มีให้ใช้ปลายมีดจิ้มกลางชิ้นหนาสุด ดูน้ำที่ออกมาจากเนื้อต้องเป็นใส ไม่ใช่สีชมพู
ส่วนผสม
- อกไก่ไม่ติดหนัง (ล้าง ซับแห้ง) 1 ชิ้น (250 กรัม)
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันงา 1/2 ช้อนชา
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
- ขิงแก่ (ซอยเส้นบาง) 10 กรัม
- ต้นหอม (ซอยเส้นยาว) 1 ต้น
- กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
วิธีทำ
- หมักไก่: หมักอกไก่ด้วยซีอิ๊วขาว น้ำมันงา เกลือ และพริกไทยป่น นวดเบาๆ ให้น้ำซึมเข้าเนื้อ หมัก 15 นาที
- จัดจานนึ่ง: วางอกไก่บนจานนึ่ง โรยขิงซอยและกระเทียมสับบนเนื้อไก่
- นึ่ง: นึ่งในลังถึงน้ำเดือดด้วยไฟกลาง 10-12 นาที (ขึ้นกับความหนาของอกไก่)
- เช็คสุก: ใช้ปลายมีดจิ้มกลางชิ้นไก่ น้ำที่ออกต้องใส ไม่มีสีชมพู
- พักเนื้อ: นำอกไก่ออกจากลังถึง พัก 3 นาทีก่อนหั่น เพื่อให้น้ำในเนื้อกระจายตัวกลับ
- เสิร์ฟ: หั่นตามขวางลายเนื้อเป็นชิ้นหนา 1 เซนติเมตร โรยต้นหอมซอย เสิร์ฟคู่กับข้าวสวยร้อน น้ำจิ้มซีฟู้ด หรือซีอิ๊วขาวพริก
18. ผัดผักบุ้งน้ำมันหอย
ผัดผักบุ้งน้ำมันหอย เป็น ผัดผักบุ้ง แบบจีนที่ใช้น้ำมันหอยเป็นตัวปรุงหลัก เส้นผักบุ้งกรอบสีเขียวสด เคลือบด้วยซอสน้ำมันหอยมันวาว กระเทียมหอมเจียวกรอบ ผิดกับผักบุ้งไฟแดงที่เผ็ดจัด น้ำมันหอยให้รสหวานนัวกลมกล่อมไม่เผ็ด ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 8 นาที
ผักบุ้งที่ใช้ควรล้างแล้วสะเด็ดน้ำให้แห้งสนิท ถ้ามีน้ำติดมากจะทำให้ผัดแฉะและไม่หอมกระทะ ใช้กระทะไฟแรงที่สุด ใส่น้ำมันรอจนควันขึ้นก่อนใส่กระเทียม ผัดแค่ 1-2 นาทีพอดีเพื่อให้ผักบุ้งสลดแต่ยังกรอบ ไม่เหี่ยวเกิน
ส่วนผสม
- ผักบุ้งไทย (เด็ดเป็นท่อน ล้าง สะเด็ดน้ำให้แห้งสนิท) 300 กรัม
- น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมกลีบใหญ่ (สับหยาบ) 5 กลีบ
- พริกขี้หนูสวน (บุบพอแตก) 3 เม็ด
- น้ำมันพืช 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 1/4 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1/2 ช้อนชา
วิธีทำ
- ผัดกระเทียม: ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพืช ใช้ไฟแรงจนน้ำมันร้อนจัด ใส่กระเทียมสับ ผัดจนเหลืองหอม (ประมาณ 20 วินาที)
- ใส่พริก: ใส่พริกขี้หนู ผัดเร็ว 10 วินาที
- ใส่ผักบุ้ง: เร่งไฟแรงที่สุด ใส่ผักบุ้งทั้งหมด ผัดพลิกเร็วๆ ด้วยตะหลิว 30 วินาที
- ปรุงรส: ใส่น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย และน้ำปลา สาดน้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะรอบขอบกระทะเพื่อสร้างไอน้ำ
- ผัดต่อ: ผัดเร็วอีก 30 วินาทีจนซอสเคลือบผักบุ้งทั่วและผักบุ้งสลดลงเล็กน้อยแต่ยังเขียวสด
- เสิร์ฟ: ตักใส่จานทันที ไม่ควรทิ้งไว้ในกระทะเพราะความร้อน残留จะทำให้ผักบุ้งสุกเกิน
19. ผัดฟักทองใส่ไข่
ผัดฟักทองใส่ไข่ เป็นเมนูบ้านๆ แบบไทยที่ ฟักทอง ถูกหั่นเป็นชิ้นบางแล้วผัดกับไข่ เนื้อฟักทองนุ่มหวาน ไข่เคลือบชิ้นฟักทองเป็นแผ่นบาง รสเค็มหวานกลมจากน้ำมันหอย ตัดกับกระเทียมหอมเจียวและพริกไทยอ่อน ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 12 นาที
หั่นฟักทองเป็นชิ้นหนาประมาณครึ่งเซนติเมตรและยาว 3-4 เซนติเมตร ถ้าหั่นหนาเกินไปฟักทองจะไม่สุก วิธีทดสอบว่าฟักทองสุกพอคือใช้ปลายตะหลิวสะกิดชิ้นฟักทอง ถ้านิ่มและแตกง่ายก็ใช้ได้ ก่อนใส่ไข่ต้องแน่ใจว่าฟักทองสุกดีแล้วเพราะไข่สุกเร็วกว่าฟักทองมาก
ส่วนผสม
- ฟักทองแก่ (ปอกเปลือก หั่นชิ้นบาง 0.5 เซนติเมตร) 250 กรัม
- ไข่ไก่ 2 ฟอง
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันหอย 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1/4 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืช 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ผัดกระเทียม: ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพืช ใช้ไฟกลาง ใส่กระเทียมสับ ผัดจนหอมเหลือง
- ผัดฟักทอง: ใส่ฟักทองลงไป ผัด 2-3 นาทีจนฟักทองเริ่มนิ่ม เติมน้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะ
- ปรุงรส: ใส่น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว และน้ำตาลทราย ผัดให้เคลือบฟักทองทั่ว
- เติมน้ำและผัดต่อ: เติมน้ำเปล่าอีก 1 ช้อนโต๊ะ ผัดต่อจนฟักทองนิ่มและน้ำงวด
- ใส่ไข่: ตอกไข่ใส่ชาม ตีพอแตก เทลงในกระทะให้ทั่ว ปล่อยให้ไข่เซ็ตตัว 30 วินาทีก่อนคน
- ผัดไข่: ใช้ตะหลิวผัดไข่เบาๆ ให้กระจายเคลือบชิ้นฟักทอง
- เสิร์ฟ: โรยพริกไทยป่นและต้นหอมซอย ตักใส่จาน
20. ผัดผักรวมมิตร
ผัดผักรวมมิตร เป็นเมนูผัดผักสไตล์จีนที่รวบรวมผักหลากหลายชนิดมาผัดรวมกันด้วยซอสน้ำมันหอยเบาๆ ใช้ผักฤดูกาลที่หาได้ในตลาดสดไทย ได้วิตามินและใยอาหารจากผักหลายชนิดในจานเดียว เหมาะกินคู่กับข้าวต้มหรือข้าวสวย ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 12 นาที
หลักการผัดผักรวมให้ทุกชนิดสุกพอดีคือใส่ผักตามลำดับความแข็ง แครอทและบรอกโคลีที่แข็งกว่าต้องใส่ก่อน ผักใบเขียวที่สุกเร็วใส่หลังสุด หั่นผักทุกชนิดให้ชิ้นขนาดใกล้เคียงกันเพื่อให้สุกพร้อมกัน และต้องผัดด้วยไฟแรงตลอดเวลา ผักจะกรอบและไม่ช้ำน้ำ
ส่วนผสม
- แครอท (หั่นแว่นบางเฉียง) 80 กรัม
- บรอกโคลี (หั่นช่อเล็ก) 100 กรัม
- ข้าวโพดอ่อน (หั่นท่อนเฉียง) 80 กรัม
- เห็ดหอมสด (หั่นชิ้น) 60 กรัม
- คะน้า (เด็ดใบและก้าน หั่นท่อน) 80 กรัม
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1/4 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
วิธีทำ
- เตรียมผัก: ล้างผักทุกชนิด สะเด็ดให้แห้ง หั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ
- ผัดกระเทียม: ตั้งกระทะไฟแรง ใส่น้ำมัน รอจนควันขึ้น ใส่กระเทียมสับ ผัด 15 วินาที
- ใส่ผักแข็ง: ใส่แครอทและบรอกโคลี ผัด 1 นาที เติมน้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะ
- ใส่ผักกลาง: ใส่ข้าวโพดอ่อนและเห็ดหอม ผัดต่อ 30 วินาที เติมน้ำเปล่าที่เหลือ
- ปรุงรส: ใส่น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว และน้ำตาลทราย ผัดคลุกให้เคลือบทั่ว
- ใส่ผักใบ: ใส่คะน้าเป็นลำดับสุดท้าย ผัดเร็ว 30-40 วินาทีจนคะน้าสลดแต่ยังเขียวสด
- เสิร์ฟ: โรยพริกไทยป่น ตักใส่จาน เสิร์ฟทันที
21. ต้มจับฉ่าย
ต้มจับฉ่าย เป็นซุปผักรวมสไตล์จีนแต้จิ๋วที่ได้รับความนิยมในไทย ต้มผักหลากชนิดรวมกันในน้ำซุปที่เคี่ยวจากกระดูกหมูจนหวานกลมกล่อม จุดเด่นคือการใส่ผักหลายชนิดและเห็ดหอมแห้งที่ให้น้ำซุปหอมเป็นเอกลักษณ์ จับฉ่ายแปลว่า “ผักรวม” ในภาษาจีน เป็นอาหารที่อุดมด้วยวิตามินจากผักและคอลลาเจนจากกระดูกหมู ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลาประมาณ 40 นาที
ผักที่นิยมใส่ได้แก่ ผักกาดขาว แครอท หัวไชเท้า บรอกโคลี ข้าวโพดอ่อน และเห็ดหอมแห้ง ควรเริ่มจากการต้มกระดูกหมูก่อน 20 นาทีให้ได้น้ำซุปหวาน แล้วค่อยใส่ผักที่แข็งก่อน ตามด้วยผักที่สุกง่าย ความลับของน้ำซุปจับฉ่ายที่หอมคือการใส่เต้าซี่ (ถั่วเหลืองหมัก) เล็กน้อยและเห็ดหอมแห้งแช่น้ำ
ส่วนผสม
- กระดูกหมูอ่อน (ลวกน้ำเดือด) 200 กรัม
- ผักกาดขาว (หั่นท่อน 3 เซนติเมตร) 150 กรัม
- แครอท (หั่นแว่นหนา) 80 กรัม
- หัวไชเท้า (ปอกเปลือก หั่นแว่น) 100 กรัม
- บรอกโคลี (หั่นช่อเล็ก) 80 กรัม
- เห็ดหอมแห้ง (แช่น้ำจนนิ่ม หั่นครึ่ง) 4 ดอก
- เต้าซี่ (ล้างน้ำ) 1/2 ช้อนชา
- กระเทียมกลีบเล็ก (บุบ) 3 กลีบ
- รากผักชี (ทุบ) 2 ราก
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
- ซุปก้อนรสหมู 1/2 ก้อน
- พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 6 ถ้วย
วิธีทำ
- เตรียมกระดูกหมู: ลวกกระดูกหมูในน้ำเดือด 1 นาที ตักขึ้นล้างน้ำเย็น
- ต้มน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่า 6 ถ้วย ใส่กระดูกหมู กระเทียมบุบ และรากผักชี ตั้งไฟแรงจนเดือด ลดไฟอ่อน เคี่ยวนาน 20 นาที ช้อนฟองออก
- ใส่ผักแข็ง: ใส่หัวไชเท้าและแครอท ต้มต่อ 5 นาที
- ใส่เห็ดและเต้าซี่: ใส่เห็ดหอมและเต้าซี่ ต้มต่อ 5 นาที
- ใส่ผักกาดและบรอกโคลี: ใส่ผักกาดขาวและบรอกโคลี ต้มต่อ 5-7 นาทีจนผักทั้งหมดนิ่ม
- ปรุงรส: ใส่ซุปก้อน ซีอิ๊วขาว และเกลือป่น ชิมรส ปิดไฟ
- เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยพริกไทยป่น เสิร์ฟร้อน
22. ซุปฟักทอง
ซุปฟักทอง เป็นซุปเนื้อเนียนสีเหลืองทองจากฟักทองแก่ต้มแล้วปั่น ฟักทอง อุดมด้วยวิตามินเอและเบต้าแคโรทีนที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน เนื้อสัมผัสเนียนละเอียด รสหวานธรรมชาติจากฟักทอง โดยไม่ต้องเติมน้ำตาลมาก เหมาะกับเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และคนที่ต้องการอาหารเนื้อเนียนย่อยง่าย ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 25 นาที
ฟักทองที่เหมาะทำซุปคือฟักทองแก่จัด เนื้อสีส้มเข้ม เปลือกแข็ง มีแป้งมาก เมื่อต้มแล้วปั่นจะได้เนื้อเนียนข้น ห้ามใช้ฟักทองอ่อนที่เนื้อฟ่ามไม่มีรสหวาน เติมมันฝรั่ง 1 หัวเล็กลงไปต้มด้วยจะช่วยให้เนื้อซุปข้นขึ้นแบบธรรมชาติโดยไม่ต้องเติมแป้งหรือครีม
ส่วนผสม
- ฟักทองแก่ (ปอกเปลือก หั่นเต๋า 2 เซนติเมตร) 300 กรัม
- มันฝรั่ง (ปอกเปลือก หั่นเต๋า) 1 หัวเล็ก
- หัวหอมใหญ่ (สับหยาบ) 1/4 หัว
- กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
- เนยจืด 1 ช้อนโต๊ะ
- นมสดรสจืด 1/2 ถ้วย
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- พริกไทยป่น 1/8 ช้อนชา
- ซุปก้อนรสไก่ 1/3 ก้อน
- น้ำเปล่า 2 ถ้วย
- ผักชีซอย 1 ช้อนชา
วิธีทำ
- ผัดหัวหอม: ตั้งหม้อ ใส่เนย ใช้ไฟอ่อน ใส่หัวหอมใหญ่และกระเทียม ผัดจนหอมใส 2-3 นาที
- ใส่ฟักทอง: ใส่ฟักทองและมันฝรั่ง ผัดเบา 2 นาทีจนส่งกลิ่นหอม
- ต้ม: เติมน้ำเปล่าจนท่วมผัก ใส่ซุปก้อน ตั้งไฟกลางจนเดือด หรี่ไฟอ่อน ปิดฝา ต้ม 15 นาทีจนฟักทองและมันฝรั่งนิ่มมาก
- ปั่น: ยกลงจากเตา ใช้เครื่องปั่นมือถือปั่นในหม้อ หรือเทใส่โถปั่น ปั่นจนเนื้อเนียนละเอียด
- ใส่นม: ใส่นมสด เกลือ และพริกไทย คนให้เข้ากัน ตั้งไฟอ่อนให้อุ่นอีกครั้ง (ห้ามเดือดเพราะนมจะแตก)
- เสิร์ฟ: ตักใส่ถ้วย โรยผักชีซอย เสิร์ฟอุ่น
23. ข้าวต้มเครื่อง
ข้าวต้มเครื่อง เป็นข้าวต้มที่ใส่เครื่องในหมูและหมูสับรวมกัน เป็นเมนูยอดนิยมตามร้านข้าวต้มรอบดึก น้ำซุปจะเข้มข้นและมีกลิ่นหอมเฉพาะจากเครื่องใน ข้าวต้มเครื่องแบบย่อยง่ายจะเลือกใช้แต่หมูสับ ตับหมู และกระเพาะหมูที่ล้างสะอาดและต้มจนนุ่ม ระดับความยาก: ปานกลาง ใช้เวลาประมาณ 35 นาที
การเตรียมเครื่องในหมูให้สะอาดหมดกลิ่นคือล้างตับหมูด้วยน้ำเกลือแล้วแช่นมสด 15 นาที ตับจะนุ่มและไม่คาว ส่วนกระเพาะหมูต้องกลับด้านในออก ล้างด้วยเกลือและน้ำส้มสายชู ขยำแรงๆ หลายรอบจนหมดเมือก แล้วลวกน้ำเดือดก่อนนำไปต้ม
ส่วนผสม
- ข้าวสารหอมมะลิ (ซาวน้ำ) 1/2 ถ้วย
- หมูสับไม่ติดมัน 100 กรัม
- ตับหมู (ล้างแช่นม หั่นชิ้นบาง) 80 กรัม
- กระเพาะหมู (ล้างสะอาด ลวก ต้มจนนุ่ม หั่นเส้น) 80 กรัม
- กระเทียมกลีบเล็ก (บุบพอแตก) 4 กลีบ
- ขิงแก่ (ฝานแว่นบาง) 10 กรัม
- รากผักชี (ทุบ) 2 ราก
- ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- ซุปก้อนรสหมู 1/2 ก้อน
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมเจียว 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 5 ถ้วย
วิธีทำ
- เตรียมเครื่องใน: ล้างตับหมูด้วยน้ำเกลือ แช่นมสด 15 นาที ล้างออก หั่นชิ้นบาง ล้างกระเพาะหมูด้วยเกลือและน้ำส้มสายชู ขยำจนหมดเมือก ลวกน้ำเดือด 1 นาที
- ต้มเครื่องใน: ใส่น้ำเปล่า ใส่กระเพาะหมู ขิงแว่น และรากผักชี ตั้งไฟแรงจนเดือด หรี่ไฟอ่อน ต้ม 15 นาทีจนกระเพาะนุ่ม
- ใส่ข้าว: ใส่ข้าวสาร กระเทียมบุบ ต้มต่อด้วยไฟอ่อน 15 นาทีจนข้าวบาน
- ใส่หมูสับ: ปั้นหมูสับเป็นก้อนเล็ก ใส่ลงหม้อ ต้ม 3-4 นาที
- ใส่ตับ: ใส่ตับหมูหั่นชิ้นบาง ต้ม 3 นาทีพอดีจนตับสุก (อย่าต้มนานเกินเพราะตับจะแข็ง)
- ปรุงรส: ใส่ซุปก้อน ซีอิ๊วขาว และเกลือป่น ชิมรส ปิดไฟ
- เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยต้นหอม ผักชี กระเทียมเจียว และพริกไทยป่น
24. ข้าวต้มกุ้งใส่ขิง
ข้าวต้มกุ้งใส่ขิง เป็นข้าวต้มที่เพิ่มปริมาณขิงลงไปมากกว่าข้าวต้มกุ้งปกติ ขิงแก่หั่นเส้นฝอยให้กลิ่นหอมฉุนและรสเผ็ดร้อนอ่อนๆ ช่วยขับลมในกระเพาะและลำไส้ ทำให้รู้สึกสบายท้องหลังจากกิน เป็นเมนูฟื้นฟูยอดนิยมหลังอาหารไม่ย่อยหรือหลังหายป่วย ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
ใช้ขิงแก่ที่สด ไม่เหี่ยวหรือมีรอยช้ำ ขิงยิ่งแก่ยิ่งมีน้ำมันหอมระเหยมาก ควรใช้ขิงอัตราส่วน 1 ใน 4 ของเนื้อกุ้งเพื่อให้กลิ่นขิงนำชัดเจนแต่ไม่กลบรสกุ้ง หากต้องการให้รสกลมกล่อมขึ้นอีก เติมเหล้าจีนเล็กน้อย 1 ช้อนชาตอนใส่กุ้ง
ส่วนผสม
- กุ้งขาวแกะเปลือก (ผ่าหลัง ดึงเส้นดำ) 200 กรัม
- ข้าวสารหอมมะลิ (ซาวน้ำ) 1/2 ถ้วย
- ขิงแก่ (ซอยเส้นฝอย) 30 กรัม
- กระเทียมกลีบเล็ก (บุบพอแตก) 3 กลีบ
- รากผักชี (ทุบ) 2 ราก
- ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- ซุปก้อนรสหมู 1/3 ก้อน
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมเจียว 1 ช้อนชา
- พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 5 ถ้วย
วิธีทำ
- เตรียมกุ้ง: แกะเปลือกกุ้ง เก็บหัวกุ้งไว้ ผ่าหลังดึงเส้นดำ ล้างน้ำเกลือเย็นจัด สะเด็ด
- ตำหัวกุ้ง: นำหัวกุ้งใส่ครก ตำเบาๆ ให้แตก ห่อผ้าขาวบางมัดเป็นถุง
- ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่า ใส่ถุงหัวกุ้ง รากผักชี และขิงซอยครึ่งหนึ่ง ตั้งไฟแรงจนเดือด ลดไฟกลาง ต้ม 5 นาที
- ใส่ข้าว: ตักถุงหัวกุ้งออก ใส่กระเทียมบุบและข้าวสาร หรี่ไฟอ่อน ต้ม 15 นาทีจนข้าวบาน
- ใส่กุ้ง: ใส่เนื้อกุ้งและขิงซอยที่เหลือ ใช้ไฟกลาง ต้ม 2 นาทีจนกุ้งเปลี่ยนเป็นสีส้ม
- ปรุงรส: ใส่ซุปก้อน ซีอิ๊วขาว และเกลือป่น คนเบาๆ ปิดไฟ
- เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยต้นหอม ผักชี กระเทียมเจียว และพริกไทยป่น
25. แกงจืดสาหร่ายหมูสับ
แกงจืดสาหร่ายหมูสับ เป็น แกงจืด ที่ใช้สาหร่ายทะเลแห้งเป็นวัตถุดิบหลัก สาหร่ายอุดมด้วยไอโอดีน แคลเซียม และธาตุเหล็ก เมื่อแช่น้ำจะพองตัวเป็นแผ่นบาง สีเขียวเข้ม รสเค็มเบาตามธรรมชาติ ตัดกับความหวานของหมูสับและน้ำซุป ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลาประมาณ 12 นาที
สาหร่ายแห้งต้องแช่น้ำเย็น 5 นาทีก่อนใช้ และเปลี่ยนน้ำแช่ 2 ครั้งเพื่อเอาเกลือและทรายที่อาจติดมาออก อย่าแช่น้ำร้อนเพราะสาหร่ายจะพองตัวเร็วและเนื้อเละ ใส่สาหร่ายเป็นลำดับสุดท้ายและต้มแค่ 2-3 นาทีพอดี
ส่วนผสม
- สาหร่ายทะเลแห้ง (แช่น้ำเย็น ล้างสะอาด หั่นท่อน) 20 กรัม (ก่อนแช่)
- หมูสับไม่ติดมัน 150 กรัม
- กระเทียมกลีบเล็ก (บุบพอแตก) 3 กลีบ
- รากผักชี (ทุบ) 1 ราก
- ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- ซุปก้อนรสหมู 1/3 ก้อน
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมเจียว 1 ช้อนชา
- พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 3 ถ้วย
วิธีทำ
- เตรียมสาหร่าย: แช่สาหร่ายแห้งในน้ำเย็น 5 นาที ล้างน้ำสะอาด 2 ครั้งจนหมดทราย บีบน้ำออกเบาๆ หั่นเป็นท่อนพอดีคำ
- ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่า กระเทียมบุบ และรากผักชี ตั้งไฟแรงจนเดือด ลดไฟกลาง
- ใส่หมูสับ: ปั้นหมูสับเป็นก้อนเล็ก ใส่ลงหม้อ รอ 2-3 นาทีจนหมูสุก ช้อนฟองออก
- ปรุงรส: ใส่ซุปก้อน ซีอิ๊วขาว และเกลือป่น คนเบาๆ
- ใส่สาหร่าย: ใส่สาหร่ายที่เตรียมไว้ลงไป คนเบาๆ ต้ม 2-3 นาทีด้วยไฟอ่อน
- เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยต้นหอม ผักชี กระเทียมเจียว และพริกไทยป่น
26. แกงจืดเต้าหู้ไข่
แกงจืดเต้าหู้ไข่ คล้ายกับแกงจืดเต้าหู้หมูสับแต่เน้นการใช้เต้าหู้ไข่หลายชนิดรวมกัน ทั้งเต้าหู้ไข่หลอด เต้าหู้ขาวแข็ง และเต้าหู้ทอด แกงจืดแบบนี้เป็นเมนูเจที่ปรับใส่หมูสับเพียงเล็กน้อยหรือไม่ใส่เลยก็ได้ น้ำซุปหวานจากผักและซีอิ๊วขาว ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลาประมาณ 12 นาที
เต้าหู้ไข่เนื้อนิ่มกว่ามาก ต้องใส่หลังสุดเพื่อไม่ให้เละ หมั่นช้อนฟองระหว่างต้มเพื่อให้น้ำซุปใส ถ้าทำแบบเจให้ใช้น้ำซุปผักแทนซุปก้อนหมู ใช้ซีอิ๊วขาวเห็ดหอมหรือซีอิ๊วเจในการปรุงรส
ส่วนผสม
- เต้าหู้ไข่ (หั่นท่อน 2 เซนติเมตร) 1 หลอด
- เต้าหู้ขาวแข็ง (หั่นเต๋า 2 เซนติเมตร) 100 กรัม
- เต้าหู้ทอด (หั่นชิ้น) 80 กรัม
- หมูสับไม่ติดมัน 80 กรัม
- กระเทียมกลีบเล็ก (บุบพอแตก) 3 กลีบ
- รากผักชี (ทุบ) 1 ราก
- ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- ซุปก้อนรสหมู 1/3 ก้อน
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 3 ถ้วย
วิธีทำ
- ตั้งน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่า กระเทียมบุบ และรากผักชี ตั้งไฟแรงจนเดือด
- ใส่หมูสับ: ปั้นหมูสับเป็นก้อนเล็ก ใส่ลงหม้อ ต้ม 3-4 นาทีจนหมูสุก ช้อนฟองออก
- ใส่เต้าหู้ขาวและเต้าหู้ทอด: ใส่เต้าหู้ขาวแข็งและเต้าหู้ทอด ต้มต่อ 3 นาที
- ปรุงรส: ใส่ซุปก้อน ซีอิ๊วขาว และเกลือป่น คนเบาๆ
- ใส่เต้าหู้ไข่: ใส่เต้าหู้ไข่หั่นท่อนลงไป ใช้ไฟอ่อน ต้ม 3 นาที ระวังอย่าให้เต้าหู้แตก
- เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยต้นหอม ผักชี และพริกไทยป่น
27. ปลาทูนึ่ง
ปลาทูนึ่ง ใช้ปลาทูสดนึ่งแทนการทอดแบบปลาทูทอดทั่วไป เนื้อปลาทูเมื่อนึ่งจะได้รสหวานธรรมชาติของปลาแท้ๆ โดยไม่มีน้ำมันส่วนเกิน รับประทานกับข้าวสวยร้อนและน้ำพริกกะปิ หรือใช้วิธีนึ่งกับขิงและต้นหอมเพื่อดับกลิ่นคาว และได้น้ำซุปอ่อนๆ กินคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ด ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 15 นาที
ปลาทูที่เหมาะนึ่งคือปลาทูสดที่ตายังใส เหงือกสีแดง ไม่มีกลิ่นคาวแรง ถ้าหาไม่ได้ใช้ปลาทูนึ่งสำเร็จรูปมาอุ่นด้วยการนึ่ง 5 นาทีแล้วราดน้ำจิ้มได้ทันที สำหรับปลาสดให้ขยี้เกลือทั่วตัวปลาก่อนนึ่งเพื่อให้หนังปลาตึงและเนื้อแน่น
ส่วนผสม
- ปลาทูสด (ขอดเกล็ด ควักไส้ ล้าง ขยี้เกลือ) 2 ตัว (200 กรัม)
- ขิงแก่ (ซอยเส้นบาง) 10 กรัม
- ต้นหอมซอย 1 ต้น
- กระเทียมกลีบเล็ก (บุบ) 3 กลีบ
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกขี้หนูสวนซอย 3 เม็ด
- เกลือ (สำหรับขยี้ปลา) 1/2 ช้อนชา
- น้ำมันงา 1/4 ช้อนชา
วิธีทำ
- เตรียมปลา: ล้างปลาทู ขยี้เกลือให้ทั่ว ล้างออก สะเด็ด ซับแห้ง
- เรียงปลา: วางปลาทูบนจานนึ่ง ใส่ขิงซอยและกระเทียมบุบบนและในท้องปลา
- นึ่ง: นึ่งในลังถึงน้ำเดือด ไฟกลาง ประมาณ 10-12 นาทีจนเนื้อปลาสุก
- ทำน้ำจิ้ม: ผสมซีอิ๊วขาว น้ำมะนาว พริกขี้หนูซอย และน้ำมันงา คนให้เข้ากัน
- เสิร์ฟ: นำปลาทูนึ่งออกจากลังถึง ราดน้ำจิ้มหรือเสิร์ฟแยกถ้วย โรยต้นหอมซอย
28. ต้มซุปไก่ใส่ผัก
ต้มซุปไก่ใส่ผัก เป็นซุปใสที่ต้มน่องไก่หรือโครงไก่กับผักหลากชนิดจนน้ำซุปหวานธรรมชาติ ต่างจากซุปไก่แบบตะวันตกที่มักใส่ครีม ซุปไก่แบบนี้เน้นน้ำใสและรสชาติของสมุนไพรไทย น้ำซุปไก่มีกรดอะมิโนซิสเทอีนที่ช่วยบรรเทาอาการหวัดและลดเสมหะ ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 35 นาที
เคล็ดลับน้ำซุปไก่ให้ใสคือเริ่มจากน้ำเย็น ใส่ไก่ลงไปตั้งแต่แรก ใช้ไฟอ่อนที่สุดและห้ามเดือดพล่านระหว่างเคี่ยว ฟองจะน้อยมากและน้ำจะใสโดยไม่ต้องกรอง ใส่ผักที่มีกลิ่นหอมอย่างเซเลอรี่ หัวหอมใหญ่ และแครอทลงไปต้มด้วยกันเพื่อเพิ่มความหวานธรรมชาติ
ส่วนผสม
- น่องไก่ไม่ติดหนัง (ล้างสะอาด) 1 ชิ้น (200 กรัม)
- แครอท (หั่นท่อน 2 นิ้ว) 1 หัวเล็ก
- หัวไชเท้า (ปอกเปลือก หั่นแว่นหนา) 100 กรัม
- หัวหอมใหญ่ (หั่นครึ่ง) 1/2 หัว
- เซเลอรี่หรือคื่นช่ายฝรั่ง (หั่นท่อน) 1 ต้น
- กระเทียมกลีบเล็ก (บุบ) 4 กลีบ
- ขิงแก่ (ฝานแว่นบาง) 5 กรัม
- เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยเม็ด 1/2 ช้อนชา
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 5 ถ้วย
วิธีทำ
- เตรียมไก่: ล้างน่องไก่ ซับแห้ง ใส่หม้อพร้อมน้ำเปล่า (น้ำเย็น ไม่ใช่น้ำร้อน)
- ใส่ผัก: ใส่หัวหอมใหญ่ แครอท หัวไชเท้า เซเลอรี่ กระเทียมบุบ ขิงแว่น และพริกไทยเม็ด
- เคี่ยว: ตั้งไฟอ่อนที่สุด ปล่อยให้ค่อยๆ เดือด ห้ามคน ใช้เวลาประมาณ 25 นาที
- ช้อนฟอง: เมื่อเริ่มมีฟองขาวลอย ให้ช้อนออกให้หมดด้วยทัพพี
- ตักน่องไก่: ใช้ส้อมจิ้มเนื้อไก่ ถ้านิ่มและไม่มีน้ำสีชมพู นำน่องไก่ออก แกะเนื้อเป็นชิ้นเล็ก
- กรองและปรุง: กรองน้ำซุปด้วยกระชอนตาถี่ ใส่เนื้อไก่กลับลงไป ปรุงรสด้วยเกลือและซีอิ๊วขาว
- เสิร์ฟ: ตักใส่ชาม โรยต้นหอมและผักชี เสิร์ฟร้อน
29. ข้าวสวยกับไข่ลวก
ข้าวสวยกับไข่ลวก เป็นเมนูที่เรียบง่ายที่สุดในลิสต์นี้ ใช้ข้าวสวยร้อนๆ กินกับไข่ลวกที่ไข่แดงยังเป็นยางมะตูม ราดซีอิ๊วขาวหรือแม็กกี้เล็กน้อย ปรุงพริกไทยป่น เป็นอาหารเช้าที่ให้พลังงานทันทีและย่อยง่ายมาก ในวัฒนธรรมญี่ปุ่นเรียกเมนูคล้ายนี้ว่า ทามาโกะคาเกะโกะฮัง โดยใช้ไข่ดิบ แต่ไข่ลวกย่อยง่ายและปลอดภัยกว่า ระดับความยาก: ง่ายมาก ใช้เวลาประมาณ 10 นาที
การลวกไข่ให้ได้ไข่แดงแบบยางมะตูม (ไข่ขาวสุก ไข่แดงกึ่งสุก) คือการต้มน้ำให้เดือดจัด แล้วใช้ช้อนค่อยๆ หย่อนไข่ทั้งฟองลงไป จับเวลาทันที 6 นาที 30 วินาที จากนั้นตักขึ้นแช่น้ำเย็นทันทีเพื่อหยุดการสุก ไข่ขาวจะสุกแข็งแต่ไข่แดงยังเยิ้มสวย ถ้าต้องการไข่ขาวสุกเต็มที่และไข่แดงข้นหนืด ต้ม 7-8 นาที
ส่วนผสม
- ข้าวสวยญี่ปุ่นหรือข้าวหอมมะลิหุงสุก 1 ถ้วย
- ไข่ไก่ (อุณหภูมิห้อง) 2 ฟอง
- ซีอิ๊วขาวญี่ปุ่นหรือซีอิ๊วขาวธรรมดา 1 ช้อนชา
- พริกไทยป่น 1 หยิบมือ
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนชา
- งาขาวคั่ว 1/2 ช้อนชา
วิธีทำ
- หุงข้าว: เตรียมข้าวสวยร้อนจัด ถ้าใช้ข้าวญี่ปุ่นให้ใส่น้ำน้อยกว่าปกติเล็กน้อยเพื่อให้เมล็ดข้าวร่วนแต่ไม่แข็ง
- ลวกไข่: ตั้งน้ำในหม้อให้เดือดจัด ใช้ช้อนค่อยๆ หย่อนไข่ลงไปทีละฟอง จับเวลา 6 นาที 30 วินาที
- แช่น้ำเย็น: ตักไข่ขึ้นแช่น้ำเย็นจัดทันที 30 วินาทีเพื่อหยุดการสุก
- ตอกไข่: ตอกไข่ลวกลงบนข้าวสวยร้อน ไข่ขาวจะสุก ไข่แดงจะเป็นยางมะตูม
- ปรุงรส: ราดซีอิ๊วขาวบางๆ โรยพริกไทยป่น ต้นหอมซอย และงาคั่ว
- เสิร์ฟ: คนไข่แดงกับข้าวให้เข้ากันเบาๆ รับประทานทันที
30. ก๋วยเตี๋ยวน้ำใสลูกชิ้นปลา
ก๋วยเตี๋ยวน้ำใสลูกชิ้นปลา เป็นก๋วยเตี๋ยวที่ไม่ใส่น้ำมันกระเทียมเจียวและเครื่องปรุงจัดจ้านเหมือนก๋วยเตี๋ยวน้ำตก น้ำซุปใสจากกระดูกหมูและหัวไชเท้า หวานอ่อนและซดคล่องคอ ลูกชิ้นปลาเนื้อเด้งให้โปรตีนย่อยง่าย เส้นเล็กหรือเส้นหมี่ลวกสุกนิ่ม ระดับความยาก: ง่าย ใช้เวลาประมาณ 25 นาที
น้ำซุปใสให้ใช้กระดูกหมูอ่อนหรือโครงไก่ต้มกับหัวไชเท้า ห้ามใส่เครื่องเทศสีเข้มหรือซีอิ๊วดำระหว่างต้ม ลูกชิ้นปลาที่ดีต้องเด้งและสะอาด ไม่ออกเปรี้ยวหรือมีกลิ่น เลือกซื้อจากร้านที่น่าเชื่อถือหรือทำเองจากเนื้อปลาขาวบดกับแป้งมันและน้ำเย็นจัด
ส่วนผสม
- เส้นเล็กหรือเส้นหมี่ (ลวกสุก) 200 กรัม
- ลูกชิ้นปลา 8-10 ลูก
- กระดูกหมูอ่อน (ลวกน้ำเดือด) 200 กรัม
- หัวไชเท้า (ปอกเปลือก หั่นแว่นหนา) 100 กรัม
- กระเทียมกลีบเล็ก (บุบพอแตก) 3 กลีบ
- รากผักชี (ทุบ) 2 ราก
- ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
- ถั่วงอกลวก 1/2 ถ้วย
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมเจียว 1 ช้อนชา
- พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 6 ถ้วย
วิธีทำ
- เตรียมน้ำซุป: ลวกกระดูกหมูในน้ำเดือด 1 นาที ตักขึ้นล้างน้ำเย็น
- ต้มน้ำซุป: ใส่น้ำเปล่า 6 ถ้วย ใส่กระดูกหมู หัวไชเท้า กระเทียมบุบ และรากผักชี ตั้งไฟแรงจนเดือด ลดไฟอ่อน เคี่ยวนาน 20 นาที ช้อนฟองออก
- ปรุงรส: ใส่ซีอิ๊วขาวและเกลือป่น ชิมรส
- ลวกเครื่อง: ลวกลูกชิ้นปลาในน้ำซุปเดือด 2-3 นาทีจนลอยขึ้น ตักพักไว้ ลวกถั่วงอกในน้ำซุป 30 วินาที
- ลวกเส้น: ลวกเส้นในน้ำเดือดแยก 1-2 นาทีจนสุกนิ่ม สะเด็ดน้ำ ใส่ชาม
- จัดชาม: วางเส้นลงก้นชาม วางถั่วงอกและลูกชิ้นปลาบนเส้น
- ราดน้ำซุป: ตักน้ำซุปร้อนๆ ราดลงชามจนท่วมเส้น
- เสิร์ฟ: โรยต้นหอม ผักชี กระเทียมเจียว และพริกไทยป่น เสิร์ฟร้อน
ตารางเปรียบเทียบ 30 เมนูอาหารย่อยง่าย
| ชื่อเมนู | ประเภท | ความยาก | เวลา | รสชาติ |
|---|---|---|---|---|
| ข้าวต้มปลา | ต้ม (ไทย) | ง่าย | 25 นาที | เค็มเบา หวานปลา |
| ข้าวต้มกุ้ง | ต้ม (ไทย) | ง่าย | 20 นาที | หวานกุ้ง เค็มอ่อน |
| ข้าวต้มหมูสับ | ต้ม (ไทย) | ง่ายมาก | 25 นาที | เค็มกลมกล่อม หอมหมู |
| โจ๊กหมู | ต้ม (ไทย-จีน) | ง่าย | 25 นาที | เค็มนวล เนื้อเนียน |
| โจ๊กไก่ | ต้ม (ไทย-จีน) | ง่ายมาก | 25 นาที | หวานไก่ เค็มเบา |
| แกงจืดเต้าหู้หมูสับ | ต้ม (ไทย-จีน) | ง่ายมาก | 15 นาที | เค็มกลม หวานธรรมชาติ |
| แกงจืดตำลึง | ต้ม (ไทย) | ง่ายมาก | 10 นาที | หวานผัก เค็มเบา |
| แกงจืดฟักหมูสับ | ต้ม (ไทย-จีน) | ง่าย | 20 นาที | หวานฟัก เค็มนวล |
| แกงจืดวุ้นเส้น | ต้ม (ไทย-จีน) | ง่ายมาก | 12 นาที | เค็มเบา หวานซุป |
| ต้มจืดมะระยัดไส้ | ต้ม (จีน-ไทย) | ปานกลาง | 35 นาที | ขมอ่อน เค็มกลม |
| ไข่ตุ๋น | นึ่ง (ไทย-จีน) | ง่าย | 20 นาที | เค็มเบา เนื้อเนียน |
| ไข่ตุ๋นทรงเครื่อง | นึ่ง (ไทย-จีน) | ง่าย | 25 นาที | เค็มหอม หวานหมูกุ้ง |
| ข้าวต้มปลากะพง | ต้ม (ไทย-จีน) | ง่าย | 30 นาที | หวานปลา เค็มกลม |
| ต้มยำปลาน้ำใส | ต้ม (ไทย) | ง่าย | 20 นาที | เปรี้ยวนำ เผ็ดอ่อน |
| ปลานึ่งซีอิ๊ว | นึ่ง (จีน) | ปานกลาง | 25 นาที | เค็มหวาน หอมน้ำมันงา |
| ปลากะพงนึ่งมะนาว | นึ่ง (ไทย) | ปานกลาง | 25 นาที | เปรี้ยวนำ เผ็ดกระเทียม |
| อกไก่นึ่ง | นึ่ง (คลีน) | ง่ายมาก | 15 นาที | เค็มเบา หอมงา |
| ผัดผักบุ้งน้ำมันหอย | ผัด (จีน-ไทย) | ง่าย | 8 นาที | หวานมันหอย เค็มหอม |
| ผัดฟักทองใส่ไข่ | ผัด (ไทย) | ง่าย | 12 นาที | หวานฟักทอง เค็มไข่ |
| ผัดผักรวมมิตร | ผัด (จีน-ไทย) | ง่าย | 12 นาที | หวานมันหอย เค็มเบา |
| ต้มจับฉ่าย | ต้ม (จีน-ไทย) | ปานกลาง | 40 นาที | หวานกลมกล่อม ผักรวม |
| ซุปฟักทอง | ต้ม/ปั่น (สากล) | ง่าย | 25 นาที | หวานนวล เนื้อเนียน |
| ข้าวต้มเครื่อง | ต้ม (ไทย-จีน) | ปานกลาง | 35 นาที | เข้มข้น หวานเครื่องใน |
| ข้าวต้มกุ้งใส่ขิง | ต้ม (ไทย-จีน) | ง่าย | 20 นาที | หอมขิง หวานกุ้ง |
| แกงจืดสาหร่ายหมูสับ | ต้ม (จีน-ไทย) | ง่ายมาก | 12 นาที | เค็มเบา กลิ่นทะเล |
| แกงจืดเต้าหู้ไข่ | ต้ม (ไทย-จีน) | ง่ายมาก | 12 นาที | เค็มนวล เต้าหู้นุ่ม |
| ปลาทูนึ่ง | นึ่ง (ไทย) | ง่าย | 15 นาที | หวานปลา เค็มเปรี้ยว |
| ต้มซุปไก่ใส่ผัก | ต้ม (สากล) | ง่าย | 35 นาที | หวานไก่ ผักหอม |
| ข้าวสวยกับไข่ลวก | ต้ม/ลวก (ญี่ปุ่น-ไทย) | ง่ายมาก | 10 นาที | มันไข่แดง เค็มเบา |
| ก๋วยเตี๋ยวน้ำใสลูกชิ้นปลา | ต้ม (ไทย-จีน) | ง่าย | 25 นาที | หวานซุป เค็มเบา |
สรุป
30 เมนูอาหารย่อยง่ายในบทความนี้ครอบคลุมอาหารสำหรับทุกมื้อและทุกสถานการณ์ ตั้งแต่ข้าวต้มร้อนๆ สำหรับมื้อเช้าที่เร่งรีบ แกงจืดซดคล่องคอสำหรับมื้อกลางวันเบาๆ ไปจนถึงปลานึ่งและซุปใสสำหรับมื้อเย็นที่อยากให้ท้องเบา ทั้งหมดผ่านเกณฑ์การคัดเลือกเดียวกันคือ วัตถุดิบหาได้ในครัวไทย ทำตามได้จริงในครัวบ้าน และเนื้อสัมผัสนุ่มย่อยง่ายโดยไม่เสียรสชาติ
จุดร่วมของทั้ง 30 เมนูคือล้วนผ่านกระบวนการต้ม นึ่ง ตุ๋น หรือผัดเบาๆ หลีกเลี่ยงการทอดและการใช้เครื่องเทศจัด เนื้อสัตว์เป็นเนื้อไม่ติดมัน เนื้อปลา และไข่ ซึ่งล้วนเป็นแหล่งโปรตีนที่ย่อยง่าย การปรุงรสใช้ซีอิ๊วขาวและเกลือเป็นหลัก โดยมีสมุนไพรไทยอย่างขิงและรากผักชีช่วยเพิ่มกลิ่นหอมและทำให้รู้สึกสบายท้อง เมนูบางอย่างเช่น ผัดฟักทองใส่ไข่ หรือ แกงจืดเต้าหู้หมูสับ เป็นเมนูที่ทำซ้ำได้ไม่รู้เบื่อ
หากเพิ่งเริ่มทำอาหารหรือกำลังมองหาเมนูเบาๆ ลองเริ่มจากเมนูง่ายที่สุดอย่าง แกงจืดตำลึง หรือ ข้าวสวยกับไข่ลวก ที่ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีและใช้วัตถุดิบน้อยชิ้น จากนั้นค่อยๆ ขยับไปเมนูที่ใช้เวลาและฝีมือมากขึ้นอย่าง ต้มจืดมะระยัดไส้ หรือ ปลานึ่งซีอิ๊ว ซึ่งจะให้ประสบการณ์การทำอาหารที่สนุกและผลลัพธ์ที่น่าภาคภูมิใจ ลองเลือกสัก 3-4 เมนูจากลิสต์นี้แล้วเริ่มทำวันนี้ ระบบย่อยอาหารและร่างกายจะขอบคุณ









